หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
21 กุมภาพันธ์ 2562
 
All Blogs
 

ทิวาถวิล : พนมเทียน



เรื่อง : ทิวาถวิล
ผู้ขียน : พนมเทียน
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2514
เล่มเดียวจบ




    ทิวาถวิล เป็นรวมเรื่องสั้นของพนมเทียน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ผู้มีผลงานอมตะที่นักอ่านชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ทั้งเพชรพระอุมา ศิวาราตรี เล็บครุฑ ฯลฯ

     สำหรับทิวาถวิล เล่มนี้ ประกอบด้วยเรื่องสั้นจำนวน 2 เรื่องคือ ทิวาถวิลและชั่วฟ้าดินดับ ซึ่งจากคำนำของผู้เขียนเอง กลุ่มเรื่องสั้นชุดนี้ เป็นงานเขียนในยุคแรกๆ ราว พ.ศ. 2497 อันประกอบด้วย จุฬาตรีคูณ ดาวประดับใจ ชั่วฟ้าดินดับ กว่าชีวิตนี้จะสิ้น กงกรรม ที่ตีพิมพ์ในพอคเกตบุค ของ สำนักพิมพ์ เพลินจิตต์ ส่วนทิวาถวิล เป็นเรื่องสั้นที่นำลงในนิตยสารรายสัปดาห์ และท้ายที่สุด ก็คือ เด็กเสเพล ซึ่ง พนมเทียน ได้เขียนขึ้น จาก การพูดคุยกับคุณสนั่น จรัสศิลป์ ผู้อำนวยการ สนั่นศิลป์ภาพยนตร์ในยุคนั้น โดยคุณสนั่น เล่าพลอตย่อๆให้ฟัง โดยที่พนมเทียน ได้เขียนในรูปสคริปต์ภาพยนตร์ก่อน 

      เมื่อนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ก็ประสบความสำเร็จ คุณจิตกร สุนทรปักษิน ได้รางวัลตุ๊กตาทองในฐานะตัวแสดงนำยอดเยี่ยม ในขณะที่พนมเทียน ก็ได้ ตุ๊กตาทอง ในฐานะบทประพันธ์ยอดเยี่ยม ถัดจากนั้น ท่านผู้เขียนจึงปรับขยายจากสคริปต์ ออกมาในรูปหนังสือนวนิยาย และในที่สุด ทั้งเจ็ดเรื่อง ก็นำมารวมโดยสำนักพิมพ์รวมสาส์น ออกมาเป็นผลงาน สามเล่ม

1.จุฬาตรีคูณ (จุฬาตรีคูณ + กงกรรม)
2 ดาวประดับใจ (ดาวประดับใจ + กว่าชีวิตนี้จะสิ้น + เด็กเสเพล)
3 ทิวาถวิล (ทิวาถวิล + ชั่วฟ้าดินดับ) เล่มนี้นั่นเอง

      สำหรับ ทิวาถวิล เป็นเรื่องสั้นขนาดยาว เรื่องราวเล่าผ่านชีวิต ของ “น้อย” เด็กหนุ่มผู้มีความฝัน อยากจะเป็นนักประพันธ์ ในตอนต้นๆผู้เขียนไม่ได้ให้รายละเอียดที่มาต่างๆของน้อย นอกจากให้ผู้อ่านรับรู้ว่า น้อยอาศัยอยู่กับมารดา ที่ยากจน และเจ็บป่วยด้วยวัณโรค เขาไม่ได้เรียนหนังสือ และต้องออกมาทำงานเพื่อหาทางช่วยเหลือมารดาที่เขารักยิ่งชีวิต แม้ว่า แม่จะไม่เห็นด้วยที่น้อย อยากจะเป็นนักประพันธ์ ก็ตาม

       ข้างกระต๊อบเก่าๆ ที่น้อยอาศัยอยู่ เป็นอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลของ วังทิพาพร... คฤหาสน์สีแดงอันโอ่อ่าโอฬารของ หม่อมเจ้ากฤษดากร เกรียงไกร และหม่อมจริยา ทั้งสองมีธิดาเพียงผู้เดียว คือ คุณหญิงอ๊อย หรือ มรว หญิง วัชราภายุพิน ผู้สูงสง่า และแสนสวย เธอเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้าเรียนต่อในด้านอักษรศาสตร์ ในขณะเดียวกัน ก็มีคู่หมายที่รักกันอยู่ก่อนแล้ว คือรัษฐา ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมในทุกสิ่งทุกอย่าง และเขาก็รักเธออย่างลุ่มหลง

   ชีวิตของน้อย และคุณหญิงอ๊อย คงไม่มีโอกาสได้เผชิญหน้ากัน ถ้าหากว่า ในวันหนึ่ง รัษฐาไม่ผิดนัดมารับเธอ ทำให้ วัชราภายุพิน ต้องกลับบ้านเอง เย็นวันนั้นฝนตกหนัก และระหว่างที่เธอกำลังเดินผ่านท้องทุ่งอันไพศาล เพื่อกลับวังทิพาพรนั้นเอง

ฟ้าคำรนปานอสูรโกรธเป็นครั้งสุดท้าย แล้วอสนีบาตก็ฟาดกระหน่ำลงมาติดๆกันอย่างน่าสยองพองขน ราวกับเอาไต้ยักษ์มาจุดขึ้นในเหวนรกอันมืดมิด ต้นมะขามใหญ่ริมทาง ขุดรากแล้วล้มฟาดทับมาในระหว่างทางโรยกรวด ขณะที่หม่อมราชวงศ์หญิงวัชราภายินวิ่งผ่านไปอย่างน่ากลัว

    เขาเหวี่ยงแหลงลงจากบ่า เมื่อหูจะแว่วเสียงกรีดร้อง ดังลอดออกมาจากสายฝน หันกลับไปทางเก่า ต้นไม้ใหญ่ที่เขานั่งพักอยู่เมื่อครู่นี้ถูกฟ้าผ่าโค่นลงเสียแล้ว และร่างอรชรของเด็กหญิงวัยรุ่นผู้นั้นก็พลอยอันตรธานไปด้วย คงมีแต่กิ่งใบของต้นไม้กองอยู่พะเนินดุจภูเขา โดยมิยอมให้เวลาผ่านพ้นไปแม้แต่อึดใจเดียว เขาวิ่งเต็มฝีเท้าตรงไปยังซากต้นไม่ใหญ่ที่เพิ่งจะล้มลงขวางทางนั้นโดยเร็ว...

        เมื่อวัชราภายุพิน ลืมตาขึ้น เธอก็พบว่าตัวเอง อาศัยอยู่ภายในกระท่อมของน้อยแล้ว ชายหนุ่มช่วยเหลือชีวิตของเธอไว้ แล้ว วิ่งออกไปตามคนที่วังทิพาพร มาช่วยเหลือ จนหญิงสาวปลอดภัยในที่สุด นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เธอประทับใจเขา

       ยิ่งเมื่อรู้ว่าชีวิตของน้อยลำบากยากจน อาศัยที่ของเจ้าคุณพ่อของเธออยู่ ทำให้หญิงอ๊อย เกิดความสงสาร อยากจะช่วยเหลือ เมื่อได้มากระท่อมเรือนพักของน้อย เธอยิ่งประหลาดใจ เมื่อพบว่า เขามีหนังสือวรรณคดี โคลงกลอนต่างๆมากมาย รวมถึงนวนิยายเรื่องล่าสุด ทิวา-ราตรี ที่เธอมีโอกาสได้อ่านอย่างประทับใจ แม้ว่าเขาจะเขียนยังไม่จบก็ตาม นั่นทำให้เธอคิดว่าน้อยต้องมิใช่คนธรรมดา อย่างที่เคยมองผ่าน ด้วยความรู้สึกฉาบฉวยอย่างแน่นอน เขาเป็นใครกัน?

    ความจริงเปิดเผยขึ้น เมื่อ เธอมีโอกาสพาเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน อย่าง เพื่อนพร้อย และแพงทอง มาเที่ยวที่วัง และพบกับน้อย โดยบังเอิญ สองเพื่อนสาวเกือบจะจำน้อยไม่ได้ และพบว่า เขาคือสหายเก่าของเธอนั่นเอง ที่รีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นผู้มีคะแนนสอบกวีนิพนธ์ได้สูงสุด อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

   น้อยก็คือ หม่อมราชวงศ์ ลอราชระวีวิลาศ!

         ลอราช เป็นเพียงทายาทของหม่อมคนหนึ่งที่มิใช่ภรรยาเอก ของหม่อมเจ้าศิวะฤทธิ์ระวีวิลาศ และมารดาของเขาก็ต้องระหกระเหินออกมา เมื่อสิ้นบุญของท่านพ่อ มาอาศัยยังกระต๊อบปลายนาที่ บิดาของเธอ เป็นเจ้าของที่ดินนั่นเอง

      ท่านกฤษดา ต้องการให้หญิงอ๊อยแต่งงานกับ รัษฐาที่เหมาะสมกันทั้งฐานะและความมีหน้าตา ทำให้ทั้งสองคนต้องแยกจากกัน วัชราภายุพิน แอบหนีออกจากวังเพื่อมาพบกับเขา ในช่วงทิวาสุดท้าย

“ทิวานี้ อาจจะเป็นทิวาแรกและสุดท้ายที่เราได้ประสบกันดุจในขณะนี้ต่อไป คงจะไม่มีทิวาไหนอีกแล้ว สำหรับการพบกันของเรา นอกจากทิวาที่เราจะถวิลนึกไปถึง มันอาจจะมีอยู่ในภพนี้หรือภพไหนก็ยังไม่ทราบแน่...”

“ภพนี้หรือภพไหน ก็ขอให้เป็นแต่เพียงความคิดคำนึง และเก็บเอาไว้ในใจ ก่อนที่ทิวานี้จะสิ้น และเราก็จะพลอยสิ้นกันไป เธอจะอนุญาตในสิ่งที่ฉันขอร้องเมื่อสักครู่ไหมคะ อนุญาตให้ทวานี้เป็นทิวาในปัจจุบัน และเป็นความจริง ก่อนที่เราจะต้องหวนคำนึงไปถึงทิวาในความถวิลคิด...”

    แล้วในวันแต่งงานของเธอกับรัษฐานั่นเอง ที่เธอได้รับของขวัญจากชายอาภัพอย่างน้อย นั่นคือต้นฉบับนวนิยาย ทิวา-ราตรี ฉบับสมบูรณ์ วัชราภายุพิน ได้นำมันมาปรึกษากับ ท่านอาของเธอ หม่อมเจ้าพรพรหม และในระหว่างที่เธอเดินทางไปฮันนีมูนต่างประเทศนั้นเอง ท่านพรพรหมก็ได้ส่งต้นฉบับนิยายเรื่องนี้ ลงตีพิมพ์ โดยใช้ชื่อของ วัชราภายุพิน เป็นคนประพันธ์

   ผลงานที่น้อยเคยเดินเข้าออกตามโรงพิมพ์เพื่อเสนอขาย และถูกเมินเฉยจากบรรณาธิการทั้งหลาย ทว่าบัดนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จนได้รับการติดต่อให้ตีพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศ แม้ว่าจะในนามของ วัชราภายุพิน ปิยมิตรที่รักยิ่งของเขาก็ตาม หญิงสาวพยายามจะชี้แจงให้ทุกคนทราบความจริง หากก็ยังไม่มีโอกาส ตราบจนกระทั่งข่าวล่าสุดของ ทิวา- ราตรี มาถึง

“อ๊อย กลับ กรุงเทพ ด่วน ทิวา-ราตรี ชนะรางวัลโนเบล ทุกคนกำลังต้องการพบเธอ”

     หากหัวใจของหญิงสาวกลับโลดแล่นไปยังชายผู้อาภัพ ณ กระท่อมร้างแห่งนั้น เธอเดินทางกลับมาพระนคร ท่ามกลางความยินดีของทุกคน แต่กลับผละตรงไปยังใต้ร่มจามจุรี ริมสระน้ำ สถานที่ที่เคยพบกับน้อย ณ ที่เดิม ที่เคยจากมา แต่ทว่า วัชราภายุพิน มาถึงช้าเกินไป น้อยจากไปด้วยอาการปอดบวม เพราะตากฝนอย่างหนัก และไม่มีเงินจะรักษา

     ทิวาที่จากไป และจะไม่มีวันหวนกลับมา นอกจากจะเหลือเป็นทิวาที่คงทิ้งให้รำลึกและถวิลหาอาดูร...

                    +++++++++++++++++




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2562
0 comments
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2562 8:10:58 น.
Counter : 37 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 72 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.