หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
18 พฤศจิกายน 2562
 
All Blogs
 

มรดกท่านผู้หญิง : รพีพร

เรื่อง : มรดกท่านผู้หญิง
ผู้เขียน : รพีพร
สำนักพิมพ์ : ผดุงศึกษา
ปีที่พิมพ์ : พ.ศ. 2516
สองเล่มจบ




         ในความทรงจำวัยเยาว์ ที่ผมเคยหยิบนิตยสาร สกุลไทย ของที่บ้านมาอ่านเล่น เพราะประทับใจกับรูปวาดประกอบสวยๆ ทั้งที่ตอนนั้นเอง ก็ยังอ่านนิยายไม่เป็น ภาพหนึ่งที่ปรากฏขึ้นภาพวาดประกอบนวนิยายเรื่อง มรดกท่านผู้หญิงเรื่องนี้ นั่นเอง

         มรดกท่านผู้หญิง เป็นเรื่องราวของ สาวน้อยรุ่งกานต์ ดั่นวงศ์ ที่จับพลัดจับผลู มีทนายความนามว่านายทวี มาติดต่อ ให้เธอไปพบกับท่านผู้หญิงตลับ เนื่องจากรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับ คุณอติมา หลานสาวของท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน
+++++++++++++++++++++++
       อติมา เป็นหลานสาวที่เกิดจากคุณตวงศักดิ์ เมธารัตน์ ลูกชายของคนเดียวของท่านผู้หญิง และ พระยาเมธาดุลยธรรมผู้ล่วงลับ เมื่อสิ้นอติมาและบุตรชายไป ทำให้ท่านผู้หญิงมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ และท่านเชื่อว่า อติมาจะต้องมาเกิดใหม่ เมื่อได้พบกับ รุ่งกานต์ และได้พูดคุยซักถามหลายๆอย่าง ทำให้ท่านยิ่งเชื่อมั่นว่า รุ่งกานต์ ก็คืออติมากลับชาติมาเกิดนั่นเอง แม้หญิงสาวเองจะพยายามบ่ายเบี่ยงอย่างไรก็ตาม ก็ไม่เป็นผล เธอจึงยอมเข้ามาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของท่านผู้หญิง
      ภายในคฤหาสน์หลังนี้เอง เธอได้พบกับ นายเหมา หรือมังกร ซึ่งเป็นลูกชายของ นายหมง คนสวนในบ้าน และท่านผู้หญิงก็เมตตา เลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจนจบเป็นวิศวกร อยู่กรมชลประทาน ส่วน ชดช้อย เป็นหลานป้าปราณี คนใช้อีกคนของท่านผู้หญิง ที่ให้คอยดูแลใกล้ชิดเช่นกัน
+++++++++++++++++++++++
          การมาถึงของ รุ่งกานต์ ทำให้ชดช้อยไม่ค่อยพอใจ เพราะดูเหมือนท่านผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับหล่อนมากเป็นพิเศษ ในขณะที่ นายเหมา ก็คอยดูแลให้ความเอาใจใส่ และช่วยเหลือรุ่งกานต์เป็นอย่างดี หญิงสาวตัดสินใจคอยช่วยเหลือพยาบาลท่านผู้หญิง เพราะรู้ว่า ท่านเองก็ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง และอาจจะมีอายุอยู่อีกไม่นาน เพื่อให้ท่านมีความสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิต
+++++++++++++++++++++++
        ในระหว่างนั้นเอง ก็มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น เมื่อ หล่อนรู้ว่า อติมา เอง ก็มีคนรักในอดีต ชื่อนรินทร์ และนเรนทร์ มาติดพัน นรินทร์ นั้นเสียชีวิตไปแล้ว เหลือแต่นเรนทร์ ในวัย ห้าสิบ ที่ปัจจุบัน เป็นผู้พิพากษา และมีหน้าที่การงานเป็นอันดี
       นเรนทร์เอง ภายหลังจากอติมาเสียชิวิตไป เขาก็ไม่ได้แต่งงานกับใคร ยังครองตัวเป็นโสดมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งความปรารถนาของท่านผู้หญิงก่อนเสียชีวิต ก็คือ ขอให้ รุ่งกานต์ ได้แต่งงานอยู่กินกับ นเรนทร์ แม้ว่าหล่อนเอง ยังไม่ได้รู้สึกรักใคร่ชอบพอกับอีกฝ่าย และในที่สุดท่านผู้หญิงตลับก็จากไปอย่างสงบ...
+++++++++++++++++++++++
          มรดกจำนวนมหาศาลตกเป็นของรุ่งกานต์ และในเวลานั้นเอง ก็มีจดหมายปริศนามาถึง ท่านผู้หญิง จากจังหวัดลพบุรี ทำให้รุ่งกานต์ เพิ่งทราบว่า คุณตวงศักดิ์ บิดาของอติมาเอง ยังมีบุตรชายอีกคนหนึ่ง มีชื่อว่า รัตน์ เมธารัตน์!
      รัตน์ เมธารัตน์ มีอาชีพเป็นทนายความ เขา เขียนจดหมายมา เพื่อประสงค์จะบอกท่านผู้หญิงว่า เขากับมารดา ชื่อเรียม มีชีวิตอยู่ และบัดนี้มารดาเขาก็อายุมากและเจ็บป่วยต้องผ่าตัดด่วน ทำให้รุ่งกานต์เกิดความสงสาร หล่อนจึงติดต่อไป และรู้จักกับหนุ่มใหญ่ ผู้นี้ ผู้ที่มีขาพิการเพราะเคยเป็น ทีบีลงกระดูกที่ขา ครั้งแรก หล่อนเห็นแต่ชายหนุ่มที่เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ โดยมีนางมะลิ หญิงม่ายผู้เป็นเมียพี่ชายของรัตน์แต่เสียชีวิตไปแล้ว คอยดูแลเป็นพยาบาล ให้อย่างใกล้ชิด
+++++++++++++++++++++++
   แต่เมื่อรู้จักกันมากขึ้น หล่อนก็พบว่า รัตน์เป็นชายหนุ่มที่ยืนหยัดสู้ชีวิต โดยที่เขาไม่ได้ต้องการมรดกจากท่านผู้หญิงสำหรับตัวเองเลยแม้แต่น้อย นอกจากจะใช้รักษาแม่ที่ตอนนี้ไปบวชชีอยู่และไม่สบายเท่านั้น รุ่งกานต์พยายามจะแบ่งเงินมรดกให้รัตน์ แต่เขาก็ไม่ยอมรับ
    นั่นเอง ที่ทำให้สองหนุ่มสาว รู้สึกประทับใจ ในกันและกันขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
+++++++++++++++++++++++
     นเรนทร์ มีพฤติกรรมแปลกๆ เขามักจะเดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง ด้วยอาการหลบซ่อน เหมือนกลัวคนเห็น ทำให้รุ่งกานต์ อดสงสัยไม่ได้ นายเหมาอาสาจะไปสืบ จนรู้จักบ้านหลังนั้น พบว่า มีผู้หญิงอาศัยอยู่ด้วย แต่ต่อมา เป็นนเรนทร์นั่นเอง ที่ติดต่อให้หล่อนไปยังบ้านหลังนั้น ทำให้ รุ่งกานต์ได้มีโอกาสได้รู้จักกับ นภาลัย สาวน้อยตาบอด ที่มีศักดิ์ เป็นน้องสาวของ นเรนทร์ รวมถึงนางแนบ มารดาของนภาลัย ที่มีศักดิ์เป็นน้าของนเรนทร์อีกด้วย

     รุ่งกานต์จึงมีโอกาสแนะนำให้ นภาลัย ได้รู้จักกับนายเหมา และคิดว่า ชายหนุ่มวิศวกร ผู้นี้น่าจะชื่นชอบอุปนิสัยน่ารักของ นภาลัยได้ไม่ยาก โดยไม่รู้ว่า ความจริงแล้ว นายเหมาเองก็แอบชอบ หล่อนอยู่...
+++++++++++++++++++++++
     รุ่งกานต์เดินทางไปพักผ่อนชายทะเล ที่บ้านอติมา อันเป็นมรดกของท่านผู้หญิง และถือโอกาสชวนทั้ง นภาลัย นเรนทร์ นายเหมา รวมถึง รัตน์ ให้ไปด้วยกัน
+++++++++++++++++++++++
       รุ่งกานต์ฝันเห็นท่านผู้หญิงมาพบในคืนวันหนึ่ง ท่านยิ้มให้ด้วยความปรานีแต่ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ถามถึงรัตน์ ราวกับรู้ถึงหัวใจของหล่อน และตอนท้ายนั่นเอง ที่ท่านเอ่ยถึงชื่อของ มะลิ ขึ้นมา
      “แต่วันหนึ่ง มันคงจะมาหาหนูเอง”
    “มาหาทำไมคะ?”
       “อ้าว ก็มันมาขอคนรักของมันคืนไปน่ะสิ”


          รุ่งกานต์ใจหายวาบ นิ่งขึงตะลึงอยู่กับที่
      “ตายล่ะ คุณย่า คงเข้าใจอะไรผิดแน่แล้ว รุ่งกานต์ไม่เคยคิดจะแย่งชิงคนรักของใครมา...”
     “มันหวงพ่อรัตน์ยิ่งกว่าชีวิตมันอีก รู้ไว้เถอะ แม่หนู ที่ยอมเท้งเต้งเรือลอยอยู่จนป่านนี้ ไม่เพราะน้องผัวคนนี้ดอกหรือ ทั้งรักทั้งหลง คนไปติดพันมันตั้งหลายคน นังมะลิมันไยดีเมื่อไร ห่วงน้องผัวคนเดียว...”

+++++++++++++++++++++++
       หลังจากเตือนหล่อนแล้ว ร่างของท่านผู้หญิงก็หายลับไปกับความฝัน

         รัตน์เอง มารู้ภายหลังจากแม่ชีเรียม มารดาของเขา ว่ารุ่งกานต์แวะมาเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง แม่ชีเรียม รู้ดีว่า รุ่งกานต์ กับรัตน์ชอบพอกัน แต่เป็นห่วงเรื่องของมะลิ
+++++++++++++++++++++++

     ท่านพยายามคาดคั้น ว่าเขากับมะลิ มีอะไรกันหรือเปล่า แต่รัตน์ตอบปฏิเสธ แม้ว่า ในอดีต เคยมีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ตอนที่เขายังปวดเข่า และ มะลิไปกินเหล้าจนเมา หล่อนพยายามยั่วยวน เพื่อให้เขามีความสัมพันธ์ด้วย แต่รัตน์ก็หักห้ามใจไว้ได้สำเร็จ แต่นับจากวันนั้น มะลิก็จะแสดงอาการหึงหวง ถ้าหากเขาสนิทสนมกับสตรี คนไหนด้วย จนทำให้ สตรีเหล่านั้นพากันขยาดไปหมด

         ในขณะเดียวกัน รัตน์ก็มีโอกาสได้สารภาพ กับ รุ่งกานต์ ถึงข้อผิดพลาดต่างๆในชีวิตที่ผ่านมาของเขา ไม่ว่าจะเรื่องที่เขาค่อนข้างเจ้าอารมณ์ หรือเคยติดพนันมาก่อน จนเสียเงินไปมากมาย แต่ก็สามารถกลับตัวกลับใจในภายหลัง รวมถึงเรื่องของมะลิ ที่เขาบอกหล่อนไปตามตรง ด้วยความสุจริตใจ และเป็นที่น่าประหลาด ที่เหตุการณ์หลายๆอย่าง ที่หล่อนและรัตน์ฝัน มักจะมีท่านผู้หญิงมาปรากฏในความฝันเสมอ
+++++++++++++++++++++++
       รุ่งกานต์ มีความรู้สึกว่า แท้จริงแล้วทายาทท่านผู้หญิง ควรจะเป็นรัตน์มากกว่าเธอ ในเมื่อเธอเองแทบไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดใดๆ ของตระกูลท่านเลยแม้แต่น้อย แต่รัตน์กลับพยายามปฏิเสธ มาโดยตลอด

    และในระหว่างนั้นเอง ที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เมื่อนเรนทร์มาบอกกับเธอว่า นภาลัยกำลังตั้งครรภ์! และเขาสงสัยว่า ผู้ที่เป็นพ่อของเด็กในครรภ์ของเธอ ก็คือ นายเหมา หรือมังกร นั่นเอง
+++++++++++++++++++++++
      มังกรปฏิเสธ ในขณะที่นภาลัยเองก็ไม่ยอมบอกว่าแท้จริงแล้ว ใครกันแน่ที่เป็นพ่อของเด็กในท้องเธอ และหลังจากนั้น เธอก็ได้ข่าว ว่านเรนทร์ก็ลาออกจากกระทรวงยุติธรรม เพราะติดสุราเรื้อรัง จนมีผลให้การทำงานบกพร่อง และเขาก็หายหน้าไปจากทุกคนอย่างเป็นปริศนา
+++++++++++++++++++++++
         นายเหมาตกลงรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง และเขาก็มาสารภาพกับเธอในภายหลังเองว่า ทำไปเพราะข้อตกลง ที่มีต่อนเรนทร์ ความจริงแล้ว นเรนทร์ เมาจนขาดสติ และมีความสัมพันธ์กับ นภาลัย ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา จนตั้งครรภ์ แต่เพราะหน้าที่การงาน ทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้ และในอดีต เขายังเคย มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่เรื่องก็เงียบไป เพราะมารดาของเด็กตายขณะคลอด ส่วนกรณีนี้ เขาตัดสินใจ ให้นายเหมาช่วยรับสมอ้าง แลกกับเงินจำนวนหนึ่ง และค่าเลี้ยงดูเด็กไปจนตลอด ทำให้ นายเหมาตัดสินใจยอมแต่งงานกับ นภาลัย ส่วน นเรนทร์ เมื่อต้องออกจากราชการ เขาก็ตัดสินใจหนีไปบวช และไม่ยุ่งกับเรื่องทางโลกอีกต่อไป
+++++++++++++++++++++++
     “บุรุษสูงวัย ผู้ยังคงไว้ซึ่งความสง่าผ่าเผย บุคลิกเด่นตา ภาคภูมิสมตำแหน่งตุลาการศาลสูง ใครเลยจะนึกว่า เขาได้ซ่อนหลายสิ่งหลายอย่างที่ตรงข้ามกับบุคลิกภายนอกเอาไว้
        คุณวุฒิ วัยวุฒิ และชาติวุฒิ ไม่ได้ช่วยให้เขาพ้นสภาพของปุถุชน ผู้หนาไปด้วยกิเลสและหันหลังให้เกียรติยศของลูกผู้ชายอย่างสิ้นเชิง”


+++++++++++++++++++++++
       จดหมายจากมะลิ ที่ส่งมาถึงรุ่งกานต์ ทำให้หล่อนตัดสินใจ เกี่ยวกับรัตน์ได้ในทันที
       มะลิหึงหวงหล่อน และพยายามทุกวิถีทาง โดยบอกเล่าถึงความไม่ดีของรัตน์ให้หล่อนทราบ เสียแต่เพียงว่า รุ่งกานต์ได้รู้ทุกอย่างจากปากของชายหนุ่มหมดสิ้นแล้ว หล่อนจึงรู้สึกว่าหล่อนเห็นใจรัตน์มากขึ้นกว่าเดิม และในที่สุด สองหนุ่มสาวก็ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาทดสอบความรักของทั้งคู่ จนหมดสิ้นไปในที่สุด
+++++++++++++++++++++++
        สำหรับนักอ่านนวนิยายไทยแล้ว นามปากการพีพร หรือสุวัฒน์ วรดิลก น่าจะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ปี พ.ศ. 2534 ผู้นี้ คือเจ้าของนวนิยาย ชื่อดัง อย่าง ลูกทาส นางสาวทองสร้อย นางสาวโพระดก และ ภูตพิศวาส ซื่งชื่อเดิมก็คือ “ผีก็มีหัวใจ” อันเป็นบทละครวิทยุมาก่อน ก่อนที่จัดดัดแปลงเป็น ภูตพิศวาส ในเวลาต่อมา
         สำหรับประวัติคร่าวๆของท่าน ผมนำมาจากบทความ ของ คริส สารคาม ในหนังสือ นักเขียนไทยในอดีตเล่มสอง ซึ่งได้เล่าไว้ว่า
+++++++++++++++++++++++
        ท่านเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ย้ายโรงเรียนตามบิดาผู้เป็นเจ้าเมือง ตั้งแต่ไปอยู่ กระบี่ ตรัง ชลบุรี และกลับมาเรียนที่วัดโสมนัส วัดเบญจะ จนกลายเป็น “ลูกแม่โดม” ในสมัย สงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. 2485 แต่ก็เรียนไม่จบเพราะไม่ชอบวิชากฎหมาย
       ในวัยเด็ก เนื่องจากบิดาชอบอ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์ การเมือง มารดาชอบอ่านหนังสือเริงรมย์ ห้องสมุดในบ้าน จึงมีหนังสือมากมายและใช้เวลาว่างในช่วงเวลาเหล่านั้นในการอ่าน จนกลายมาเป็นการเขียนในเวลาต่อมา
+++++++++++++++++++++++
          เรื่องสั้นเรื่องแรก “ตราบสุรีย์ส่องโลก” ในนามปากกา ส.วรดิลก ถือกำเนิดขึ้นใน ภาพข่าวรายสัปดาห์ เมื่ออายุยี่สิบปีพอดี จากนั้น เรื่องสั้นจำนวนมากก็ลงตามหนังสือนิตยสารต่างๆ จนกระทั่ง สกุลไทย เริ่มวางตลาดเล่มแรก ท่านจึงเป็นนักเขียนยุคต้น ที่มีผลงานลงในนิตยสารดังกล่าวตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ เลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน ผลงานนวนิยายหลายๆเรื่องก็ถือกำเนิดขึ้นในเวลานั้น ลูกทาส ในเดลิเมล์วันจันทร์ จนได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์และ รพีพร ก็ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง เจ้าของบทประพันธ์ยอดเยี่ยมในเวลาต่อมา

         นอกจากนามปากกา “รพีพร” ที่เคียงคู่กับ “เพ็ญศรี” หรือเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ภรรยาคู่ชีวิตของท่านแล้ว ยังมีนามปากกา อื่นๆ ได้แก่ ไพร วิษณุ ศิวะ รณชิต และอื่นๆ อีกด้วย

      จากเวบไซต์ combangweb.com ได้เขียนถึงชีวิตในช่วงบั้นปลายของท่านไว้ว่า
       เนื่องด้วยปัญหาด้านสุขภาพและความสูงวัย หลังจากที่ได้ผ่าตัดใหญ่ทำ By pass เส้นเลือดเข้าหัวใจ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ทำให้ สุวัฒน์ วรดิลก ไม่สามารถตรากตรำทำงานหนักต่อไปได้อีก นวนิยายเรื่องสุดท้ายที่เขียนจึงค้างไว้ไม่จบ คือ “ทอง-นาก” ตีพิมพ์ในนิตยสาร สกุลไทย
ผลงานการประพันธ์ของ สุวัฒน์ วรดิลก มีทั้ง เรื่องสั้น นวนิยาย บทละครโทรทัศน์ บทละครวิทยุ บทภาพยนตร์ และสารคดี ที่มากที่สุดคือนวนิยาย มี ๘๘ เรื่อง รางวัลสำคัญที่ได้รับมี รางวัลพระราชทานตุ๊กตาทองภาพยนตร์เรื่อง “ลูกทาส” ในฐานะเจ้าของบทประพันธ์ยอดเยี่ยม พ.ศ. ๒๕๐๗ รางวัลชมเชยประเภทนวนิยาย เรื่อง ขอจำจนวันตาย จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐ รางวัลชมเชยประเภทเรื่องสั้น จากหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด เหนือจอมพลยังมีจอมคน จากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๔ และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. ๒๕๓๔ จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ





 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2562
0 comments
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2562 7:56:15 น.
Counter : 52 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#15


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 74 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.