หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
 
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
23 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 

โสมสีเลือด : บทนำ

ห่างหายไปนานเลยครับ
  ขอถือ โอกาส นี้ นำ "บทนำ" ของ "โสมสีเลือด" มาลงเป็นตัวอย่างด้วยนะครับ อาจจะลงต่อเนื่องกันประมาณสองสามตอน ครับผม

       หมอกมุงเมือง




บทนำ
       หล่อนกำลังนั่งนิ่ง รอคอยอยู่บนเตียงนอนสีขาวขนาดใหญ่ด้วยหัวใจเต้นระทึก ความรู้สึกหวั่นไหวแกมวาบหวามเกิดขึ้นพร้อมกัน จนไม่อาจตัดสินใจได้ว่าสิ่งใดเหนือไปกว่า อาภรณ์สีขาวเนื้อดีขลิบลูกไม้บางเบาดุจใยขนนกแนบทับเรือนกายอรชรจนเห็นโนมเนื้อผุดผาดอยู่รำไรในความมืดสลัวรอบกาย

           แสงจากเทียนเล่มน้อยปักอยู่บนเชิงเทียนเงินลวดลายสลักเสลาเป็นเครือเถาวัลย์อ่อนช้อย เหนือโต๊ะมุก เป็นเพียงแสงสว่างเดียวที่ส่องกระทบพื้นสีขาวบริสุทธิ์ของผ้าคลุมเตียงที่โรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบหอมกรุ่น ก่อนจะไล้ลงมาโลมเลียมผิวเนื้อสีเหลืองนวลละเอียดราวงาช้างและไล่เรื่อยขึ้นไปถึงลำคอเรียวระหงรวมถึงใบหน้ารูปไข่เรียวรีได้รูปสวยงดงาม ซึ่งประกอบด้วยจมูกโด่งคมและดวงตากลมโตสีนิลระยับไม่ต่างกับนัยน์ตากวางอันใสซื่อบริสุทธิ์
นัยน์ตาคู่นี้มิใช่หรือที่เขาบอกว่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น จนนำมาสู่เหตุการณ์สำคัญเป็นพิเศษสำหรับชีวิตในคืนนี้

       หญิงสาวยกมือขึ้นกุมแล้วบีบกระชับไว้ด้วยกัน ราวกับพยายามถ่ายเทความอบอุ่นให้กับอุ้งมือทั้งสองข้างที่เย็นเฉียบไม่ต่างกับกำน้ำแข็งเอาไว้

       ภายในห้องนอนรโหฐานกว้างใหญ่ นอกเหนือจากบานกระจกขนาดเต็มตัว และเตียงเหล็กโบราณขนาดใหญ่ฉลุฉลักลวดลายของเสาโลหะทั้งสี่ด้านอย่างสวยงาม สถานที่ซึ่งหล่อนกำลังนั่งรอคอยอยู่แล้ว ก็มีเพียงบานหน้าต่างขนาดใหญ่อยู่เยื้องออกไปด้านหลัง หากบัดนี้มันได้ถูกบดบังทัศนียภาพเบื้องนอกด้วยผ้าม่านแพรสีเขียวอ่อนบางเบา ปล่อยชายทิ้งลงมาปิดบังเอาไว้ มีเพียงกระแสลมจากด้านนอกเท่านั้นที่โชยพัดเข้ามาเพียงแผ่วผิวจนทำให้ชายผ้าไหวพลิ้วราวกับมีชีวิต
ในความสงัดเงียบ มีเพียงเสียงหัวใจของตนเองเท่านั้นที่เต้นระทึกอยู่ในทรวง

     “เพราพิลาส... เธอกำลังคิดผิดหรือเปล่า ที่มาอยู่ตรงนี้... ที่นี่ มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วหรือ?”

     เป็นคำถามที่เฝ้าถามกับตัวเองหลายครั้ง นี่คือคำถามที่กลั่นออกมาจากเหตุผลและตรรกะของมันสมอง

       “ไม่! ฉันรักเขา รักเขา ไม่มีเหตุผลใดๆเลยที่จะปฏิเสธชายผู้เพียบพร้อมไปทุกด้านอย่างนี้อีกแล้ว ใช่ไหม?”
และเสียงจากอีกฝั่งหนึ่งของหัวใจ ก็ตะโกนตอบกลับมา มันต่อสู้กันเองโดยไม่มีฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำแก่กัน ทำให้หล่อนไม่ต่างกับหุ่นชักใย ที่มีเพียงร่างกายถูกตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม
ในฐานะของเจ้าสาว!!

         มันควรเป็นคืนแห่งความสุขสม เป็นความฝันสวยงามของหญิงสาวทุกคนไม่ใช่หรือ? ความหวานชื่นอภิรมย์ในคืนสมรส ราตรีแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์...

         เจ้าสาวในชุดกรุยกราย ขยับลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า แล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ก่อนจะแหวกม่านสีเขียวอ่อนออกไป เรือนหอชั้นบนสุดของบ้าน... หรือคฤหาสน์หลังนี้ ทำให้มองเห็นแนวชายป่าไกลลิบสุดสายตา ถ้าเป็นกลางวัน ก็คงจะเขียวขจีงดงดงามด้วยภาพต้นไม้นานาพันธุ์ หากในยามรัตติกาลอันมืดมิดเช่นนี้ จึงมองเห็นแต่สีดำทะมึน ปราศจากแม้แสงไฟสักดวงเดียว ความมืดทอดยาวละลิบสุดสายตาประดุจผืนพรมสีดำสนิทปูลาดไปจนจรดเชิงเขาสูงทะมึน อันเป็นขอบเขตของอาณาจักรแห่งนี้
        อาณาจักรเจ้าบ่าวของเธอ...

         หญิงสาวเลื่อนสายตาเหม่อมองขึ้นสู่ฉากฟ้าเบื้องบน เงาเมฆทะมึนเคลื่อนคลายออกจากกันไม่ต่างกับฉากม่านที่กำลังรูดเปิดออกแล้ว มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงกำลังทอแสงผ่านม่านเมฆออกมาช้าๆ
     “คุณพระช่วย!”

          หล่อนเผลอยกมืออุดปากตัวเองเบาๆ แสงจันทร์ที่ควรจะสว่างไสวนวลอร่าม ในคืนพระจันทร์เพ็ญกลับแดงฉานไม่ต่างกับพระจันทร์สีเลือด!

         สีแดงฉานของมันเข้มจัดจนน่ากลัว ราวกับดวงจันทร์ทั้งดวงถูกชะโลมเอาไว้ด้วยคราบโลหิตจนชุ่มโชก...
     “คิดอะไรอยู่หรือ เพราพิลาส...”

          เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากเบื้องหลัง จนเจ้าสาวคืนแรกเผลอสะดุ้งสุดกาย ร่างบอบบางถูกมือแข็งแรงรวบบั้นเอวเอาไว้ แล้วรั้งให้เข้ามาแนบแผ่นอกกว้าง ก่อนเสียงหัวเราะหึหึ ในลำคอของเขาจะดังขึ้นชิดริมหู

        “ตัวสั่นเป็นลูกนกเชียว อากาศคงจะหนาวไม่น้อยเลยทีเดียว ปิดหน้าต่างเสียดีกว่า”
     โดยไม่รอคอยคำตอบ มือแข็งแรงเลื่อนมาดึงบานหน้าต่างให้ปิดกลับเข้าหากัน และเจ้าบ่าวของเธอก็เอื้อมมือมาที่ไหล่บอบบาง ก่อนจะออกแรงเพียงนิดเดียว เพื่อหมุนร่างน้อยให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา

     หล่อนกลับเป็นฝ่ายก้มหน้าลง เห็นแต่เสื้อสูทสีเข้มในความมืดสลัว และช่วงไหล่กว้างสมชายชาตรี ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมมาเชยคางหล่อนให้เงยขึ้น
     “กลัวฉันหรือสาวน้อย?”

     น้ำเสียงทุ้มห้าวแกมเย้าหยอก แฝงความรู้สึกบางอย่างที่สะกิดใจ แต่น่าเสียดายที่หล่อนกลับอ่านมันไม่ออก
     “ปละ-เปล่า ค่ะ เพียงแต่...”

       “ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องกลัว เพราะตอนนี้เธอเป็นเจ้าสาวของฉันแล้วเพราพิลาส... อา เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยสมกับชื่อ และสวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่ฉันเคยพบมาเลยทีเดียว”
       ความเป็นเพศหญิง ทำให้หล่อนอยากจะถามออกไปนักว่า ผู้หญิงที่เขาเคยพบมานั้น หมายถึง หญิงสาวที่เคยเป็นเจ้าสาวของเขาคนอื่นด้วยหรือเปล่า?

       แต่นึกไปแล้ว ก็ได้แต่ตกใจ นี่หล่อนเองแทบไม่เคยล่วงรู้เรื่องราวของเจ้าบ่าวอย่างเขามากมายสักเท่าใดเลย ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเหมาะสมตามความเห็นของพ่อแม่ และความรู้สึกหลงรักของหล่อนเท่านั้น

       หลงรักจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ราวกับต้องมนต์สะกด เมื่อได้พบหน้าเขาเป็นครั้งแรก และตราบจนถึงบัดนี้!

        “ฉันรู้ว่าเธอเองก็รักฉันพราวพิลาส... ฉันขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์กับเธอไปจนตลอดชีวิต ถ้าเธอเชื่อฟังและทำตามข้อตกลงของฉัน”
เขาพึมพำบางอย่างออกมาอีก ระหว่างเลื่อนใบหน้าและริมฝีปากลงเคลียคลอที่ลำคอเรียวระหงก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสู่ริมฝีปากที่เผยอรอรับอยู่แล้ว เป็นจุมพิตอ่อนหวานก่อนจะทวีความร้อนแรงแห่งไฟเสน่หาให้ลุกโชนขึ้น แขนแข็งแรงช้อนร่างน้อยขึ้นมาอุ้มแนบอกแล้วเดินย้อนกลับมาที่เตียงนอน

        เพราพิลาสไม่รู้เลยว่าชุดเจ้าสาวของหล่อนเลื่อนหลุดออกจากร่างไปตั้งแต่เมื่อใด หล่อนลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้า ลืมแม้กระทั่งแสงจันทร์สีเลือดที่ส่องแสงอย่างน่าสะพรึงอยู่นอกบานหน้าต่างนั้นเหมือนเหตุอาเพศร้าย

         ลืมแม้กระทั่ง “ข้อตกลง”ที่เขาเคยบอกกับหล่อนเอาไว้ก่อนการแต่งงานจะเริ่มต้นขึ้น และหล่อนก็รับปากง่ายๆโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น
ในเมื่อภายในห้องหอแห่งนี้กำลังกลายเป็นสรวงสวรรค์ของหล่อนและเจ้าบ่าวรูปงามเพียงสองคนเท่านั้น... ในคืนแห่งการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อันแสนหวานเช่นนี้
               ************************

           ความหนาวยะเยือกยามดึกสงัด ปลุกเพราพิลาสให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เปลวเทียนดับไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความมืดสลัวและความรู้สึกเยียบเย็นอย่างประหลาด น่าแปลกที่ความอบอุ่นอ่อนหวานที่ได้รับจากหนุ่มใหญ่ผู้เป็นเจ้าบ่าวเมื่อก่อนหน้า ก็ดูเหมือนจะเหือดหายไปจนหมดสิ้นเช่นกัน
เจ้าสาวแสนสวยพลิกกายลุกขึ้นด้วยร่างเปล่าเปลือย แล้วหยิบเสื้อคลุมนอนขึ้นมาสวมแทนชุดเจ้าสาวที่ถูกวางเอาไว้บนพนักเก้าอี้อย่างเรียบร้อย หล่อนเอื้อมแขนออกไปอีกฟากหนึ่งของเตียงนอน แต่ก็ไม่พบร่างของเขาเสียแล้ว

    หายไปไหน?
   “คุณ... คุณคะ”

          ไม่มีคำตอบในความเงียบสงัด หล่อนยิ่งกระชับผ้าคลุมไหล่เข้าหาตัวเอง ด้วยสังหรณ์ประหลาด ความคิดหวนคะนึงไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า

       “ฉันขอสัญญาว่าจะซื่อสัตย์กับเธอไปจนตลอดชีวิต ถ้าเธอเชื่อฟังและทำตามข้อตกลงของฉัน”
ทำไมประโยคนั้น... ประโยคคำสัญญาที่ผู้หญิงทุกคนในโลกควรจะยินดีเมื่อได้รับฟังจากบุรุษที่ตนเองรัก แต่กลับทำให้รู้สึกประหลาดแกมตงิดใจขึ้นมาเสียเฉยๆ

       แท้จริง... มันเป็นเพราะประโยคท้ายนั่นเอง
    ถ้าเธอเชื่อฟังและทำตามข้อตกลงของฉัน!

    เชื่อฟัง เชื่อฟัง เชื่อฟัง!

        ช่างไม่ต่างกับคำสั่งให้แก่ทาสผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีของเขา มากกว่าหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา
    เชื่อฟังอะไร?

        คำพูดกระซิบแผ่วที่ริมหู ทำให้หวนรำลึกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันแจ่มชัดเสียจนทำให้เพราพิลาสยังอดนึกประหลาดไม่ได้
ห้องบนสุดของบ้าน! ห้ามขึ้นไปที่นั่นเด็ดขาด
นั่นเป็นข้อตกลงที่หล่อนตกปากรับคำอย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร แต่ไฉนจึงไม่อาจสลัดความคิดนั้นออกไปได้ในเวลานี้?
          ก็เพราะความรู้สึกขัดแย้งกันเองดวยความสงสัย... มันจะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อห้องเรือนหอแห่งนี้ก็คือห้องชั้นบนสุดของบ้าน.. แล้วจะมีห้องชั้นบนอะไรกันอีกเล่า?

          เสียงฟ้าคำรนมาจากด้านนอกเพียงแผ่วเบา และเพราพิลาสก็ลุกเดินมาหยุดที่บ้านหน้าต่างบานเดิมนั้นอีกครั้ง เจ้าสาวคนสวยตัดสินใจปลดกลอนแล้วผลักหน้าต่างไม้หนาหนักออกไป หล่อนไม่ชอบความอึดอัดภายในห้องแม้แต่น้อย ความเย็นยะเยือกในบรรยากาศรายรอบยิ่งก่อความรู้สึกโหยหาอากาศภายนอกอันเป็นอิสระ เมื่อบานหน้าต่างเปิดกว้างออกจากกัน ก็รับลมฝนที่โปรยละอองออกมาสาดกระทบผิวหน้าจนเย็นชื่น
        ความเย็นที่แตกต่างจากความยะเยือกภายในห้องโดยสิ้นเชิง
ท่ามกลางม่านฝนพร่างพรายเป็นสีขาวกระจ่างในความมืด แสงจันทร์เร้นหายไปกับกลุ่มเมฆทะมึนอีกครั้งแล้ว หล่อนเผลอนิ่วหน้า เมื่อประกายแสงฟ้าขีดจ้าบนฉากฟ้า ฉายความสว่างโพลนขึ้นทำลายความอนธการรอบด้านให้มลายลงหมดสิ้น

          นั่นเองทำให้มองเห็นอะไรบางอย่างอยู่เยื้องไปยังอีกปีกตึกฝั่งตรงข้ามนั้นพอดี...
แสงไฟ
         มันลอดผ่านกระจกบานเล็กๆที่ซ่อนไว้ใต้ปีกหลังคาตึกออกมากระทบสายตา ไม่ต่างกับแสงริบหรี่ของคำตอบที่เพราพิลาสพยายามปฏิเสธมาโดยตลอด

        ห้องชั้นบนสุด... ความจริงมันคือห้องใต้หลังคาของปีกอาคารนั่นเอง!

           ความสงสัยทำให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ถ้อยคำกำชับของ “เขา” เพราพิลาสตัดสินใจดึงชายเสื้อคลุมยาวขึ้นแล้วโหย่งฝีเท้าตรงไปยังประตูห้องนอน หมุนลูกบิดเบาๆ เสียงกริ๊กดังขึ้นในความสงัด เหมือนกับจะกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์อันกว้างใหญ่แห่งนี้ หล่อนเผลอถอนลมหายใจออกมาแผ่วเบา เมื่อผลักประตูออก และมองเห็นว่าตลอดแนวเฉลียงทางเดินที่มีเพียงแสงโคมไฟตามไว้ที่ผนังไม่ปรากฏร่างของใครสักคนเดียว แม้แต่เจ้าบ่าวสุดที่รัก...

          หล่อนตัดสินใจแล้ว เพราพิลาสมองตรงดิ่งไปยังเวิ้งทางเดินเบื้องหน้า ในความมืดสลัวที่อยู่ไกลห่างออกไปของฝั่งอาคารอีกด้านหนึ่ง
         ไม่ว่าจะเกิดอะไรตามมา ก็ต้องขึ้นไปที่นั่น ที่ห้องใต้หลังคา ให้มันรู้ไปเลยว่ามันมีอะไรกันแน่ซุกซ่อนเอาไว้!!
                    ******************

               หล่อนเดินมาถึงด้านในสุดของปีกตึกแล้ว แสงจากไฟฉายที่พกติดตัวมาด้วยทำให้เห็นว่ายังมีห้องขนาดเล็กถัดจากบันไดเวียนชั้นบนซึ่งปิดประตูเอาไว้หากไม่ได้ล็อค เมื่อผลักเข้าไปก็มองเห็นบันไดเหล็กขนาดเล็กที่ทอดวางซ่อนเอาไว้อีกมุมหนึ่งในเงามืด หล่อนลองขยับเลื่อนมันออกมาแล้วพาดลงที่ช่องว่างด้านหนึ่งก่อนจะพบว่ามันวางทาบเข้าหากันได้พอดิบพอดี ตำแหน่งเพดานที่ว่างเปล่าทำให้คิดว่าน่าจะเป็นช่องทางสำหรับโผล่ขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาอย่างที่สงสัยแต่แรก
ค่อยๆปีนขึ้นไปอย่างช้าๆ จับราวบันไดด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่ จนขึ้นไปชิดกับเพดานไม้ด้านบน

         จริงอย่างคิดเอาไว้ เมื่อแผ่นไม้ที่อยู่เหนือศีรษะสามารถขยับเลื่อนได้ เพียงแค่เอามือแตะ.... หล่อนลองขยับเบาๆ และพบว่ามันสามารถเปิดเลื่อนไปด้านข้างได้ ไม่ต่างกับบานประตูลับ แสงไฟจากห้องด้านบนปิดลงไปแล้ว แต่ความสงสัยกลับยิ่งทวีมากขึ้นไปอีก
          มีอะไรกันเล่าอยู่ในห้องนั้น? ทำไม เขาถึงต้องสั่งห้ามนักห้ามหนา?

           หล่อนพยายามขยับส่วนศีรษะโผล่ผ่านความดำทะมึนด้านบนขึ้นไป ระหว่างความหวั่นกลัวตามสัญชาตญาณและความอยากรู้อยากเห็น ท้ายที่สุดความรู้สึกประการหลังก็เอาชนะได้สำเร็จ

          เพราพิลาสเหนี่ยวตัวขึ้นมาอยู่บนห้องใต้หลังคา ส่วนเดียวของคฤหาสน์เรือนหอที่หล่อนเพิ่งรับรู้ว่ามันมีอยู่จริงด้วยความประหลาดใจสุดขีด
          เป็นห้องขนาดเล็ก ทว่าแทนที่จะเต็มไปด้วยขี้ฝุ่นหรือหยากไย่สกปรกปราศจากผู้ดูแล สภาพที่มองเห็น จากแสงไฟฉายกลับพบว่า พื้นห้องและผนังรอบด้านสะอาดสะอ้าน เหมือนกับผ่านการดูแลมาเป็นอย่างดี

         ด้วยปลายนิ้วอันสั่นเทา ค่อยๆแตะลงสัมผัสพื้นและพบว่าแม้แต่เศษฝุ่นผงใดๆก็หาได้ติดมือขึ้นมาด้วยไม่!
          นี่หรือคือห้องส่วนตัว... อาณาจักรที่เจ้าบ่าวคืนแรกของเธอไม่ต้องการให้ภรรยาของเขาเข้ามาพบเห็นวุ่นวาย สัญชาตญาณเพศหญิง กระตุ้นเร้าความสงสัยหวั่นระแวงให้ทวีขึ้นไปอีก สภาพที่สะอาดสะอ้านเช่นนี้แหละที่ทำให้รู้ว่าจะต้องมีคนอาศัยอยู่อย่างแน่นอน
ใคร?

         มือเผลอแตะลงไปที่เสากลางห้อง แล้วแสงไฟดวงน้อยก็สว่างวอมแวมขึ้น มันคงเป็นหลอดไฟดวงเดียวในห้องนั้น ที่ส่องแสงทะลุผ่านบานกระจกขนาดเล็กออกมาให้มองเห็นจากปีกตึกฝั่งตรงข้ามนั่นเอง
สายตาของเจ้าสาวหมาดๆ กวาดมองไปรอบด้านด้วยความฉงนฉงายยิ่งขึ้น ภายในนี้แทบไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย นอกจากเก้าอี้โยกเพียงตัวเดียวอุปาทานหรือเปล่าที่เห็นมันขยับไหวน้อยๆ เหมือนกับใครบางคนเพิ่งจะลุกออกไปไม่นานนี้เอง...

             และถัดไปก็คือแนวตู้ไม้ขนาดใหญ่จรดหลังคาเรียงรายรอบด้าน ตู้ที่สูงทึบทะมึนติดผนังห้องทั้งสามฝั่งขนาดความกว้างของแต่ละช่องไม่ต่างกับตู้เสื้อผ้าที่เรียงรายต่อกันไปหมด ราวกับเป็นตู้โชว์ที่ผนังทึบตัน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้น...
แล้วเขาจะห้ามหล่อนไม่ให้ขึ้นมาบนนี้ทำไม? แม้แต่ที่ตั้งของมันก็ยังถูกเก็บเป็นความลับ...

           เพราพิลาสตรงดิ่งไปยืนอยู่หน้าตู้ไม้ใบหนึ่งสภาพไม่ต่างกับตู้เสื้อผ้าขนาดยักษ์ เนื้อไม้สีน้ำตาลเข้มฉลุลวดลายบนบานทั้งสองเป็นรูปสตรีสาวร่างอรชร เรือนกายเปลือยเปล่ากำลังฟ้อนรำอย่างยั่วยวน ทั้งร่างกายมีเพียงผ้านุ่งผืนเดียวที่ปกปิดอวัยวะสำคัญส่วนล่างเอาไว้ ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่าอวดโนมเนื้ออันสะพรั่งผลิบานไม่ต่างกับบัวแรกแย้ม...
          หญิงสาวสะกดกลั้นลมหายใจเมื่อแตะมือลงที่บานประตู อุปาทานหรือเปล่าทำให้สดับเสียงบางอย่างคล้ายดังแว่วออกมาจากภายในนั้น
          ชะ- ช่วยยยยยยยยยยยย

          หรือจะเป็นเพียงเสียงลมเสียดสีกับแผ่นกระจกแล้วผ่านเข้ามาภายในห้องแห่งนี้? หรือว่ามีใครซ่อนตัวอยู่ในตู้ใบนั้น?
ความหนาวยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามา ทำให้อยากจะถอยออกมาแล้วย้อนกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง เอนกายลงยังที่นอนอ่อนนุ่มแล้วหลับตาลง ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังทำอยู่นี้ไปให้หมดทำให้เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และหล่อนก็ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งของเขาเลยแม้สักนิดเดียว!
          แต่เพราพิลาสก็ทำไม่ได้...

           ความอยากรู้อยากเห็นอันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ ผุดพลุ่งขึ้นมาอีกครั้งจนไม่อาจระงับใจเอาไว้ได้ ออกแรงดึงบานไม้หนาหนักของตู้ขนาดใหญ่เบื้องหน้านั้นในทันที
      เอี๊ยดดดดดดดด

         เสียงครูดของมันกับพื้นห้องดังสะท้อนสะท้านไปทั้งโพรงสมอง หล่อนพยายามเบิกสายตาเพ่งมองภาพภายในตู้ใบนั้นด้วยความสงสัย เมื่อแสงจากไฟฉายค่อยๆกราดผ่านเข้าไประหว่างบานประตูตู้ขนาดยักษ์อันฝืดค่อยๆเคลื่อนเปิดออกจากกันช้าๆ
          กลิ่นอับทึบกระทบฆานประสาทเป็นลำดับแรกจนแทบสำลัก ตามมาด้วยกลิ่นเหม็นเน่า อย่างประหลาด ที่ทำเจ้าสาวช่างสงสัยได้รับรู้ในบัดดล

         เพราพิลาสแทบจะหวีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นภาพของสิ่งที่บรรจุอยู่ภายในตู้ชัดเจน

          มันเป็นร่างหรือซากศพของผู้หญิง... ไม่ใช่เพียงคนเดียวหรือร่างเดียว แต่มีนับสิบคน ทั้งหมดถูกจับอัดให้ยัดกันรวมอยู่ภายในตู้ขนาดยักษ์ใบนั้น แทบไม่ต่างกับซากตุ๊กตาผ้าที่ขาดวิ่น บางคนแขนขาด บางคนขาขาด บางคนลำคอหักพับและบิดเบี้ยวจนวิปริตผิดรูป... หล่อนประสานสายตากับดวงตาที่แห้งผากไร้ชีวิต และบ้างก็หวำลึกลงไปในเบ้าเหมือนหุบเหวที่ไร้ก้นบึ้ง...

          ทุกคนตายหมดแล้ว และกลายเป็นซากศพแห้งกรังที่เหลือสภาพโครงมนุษย์ บ้างก็เป็นโครงกระดูกที่มีเพียงเนื้อผ้าสวมใส่อยู่เท่านั้น บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเพศหญิง
          เพราะมันคือชุดเจ้าสาว!

       สีขาวซีดของเนื้อผ้าชีฟองที่แห้งกรอบภายในตู้ปราศจากความชื้น ช่วยคงสภาพของมันเอาไว้ให้ปรากฏแก่สายตาของหล่อน ในบัดนี้
ความตกใจทำให้เพราพิลาสกระชากบานตู้ที่อยู่ถัดกันออกไป และแขนข้างหนึ่งที่อัดแน่นเอาไว้ในตู้ก็ร่วงลงมา ประกายแหวนเพชรที่สวมอยู่บนส่วนที่เคยเป็นนิ้วนางของศพ สะท้อนแสงแวบวับ หล่อนจำได้...
         เป็นแหวนที่มีรูปทรงและอัญมณีประดับไม่ต่างกับแหวนบนนิ้วของหล่อนเลย ไม่ต้องมองเข้าไป ก็รู้แล้ว ภายในตู้อีกใบ และอีกใบ รวมถึงตู้อื่นๆที่เรียงรายต่อๆไปอยู่รอบด้านนี้ จะบรรจุสิ่งใดเอาไว้!

         แท้จริง มันคือสุสาน! สำหรับเก็บศพเจ้าสาวทุกคนของเขานั่นเอง...

         อารมณ์ตื่นตระหนกกับความจริงที่ได้รับ ทำให้เพราพิลาสเผลอทำไฟฉายพลัดหลุดจากมือหล่นกระทบพื้นเสียงเปรื่อง ก่อนที่หลอดไฟจะขาด แสงไฟส่องกระทบศพนับสิบในตู้มลายวับกลายเป็นความมืดมิดไม่ต่างกับขุมนรก
         อยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ไปเสียเพราพิลาส... ก่อนที่เจ้าจะกลายเป็นคนบ้า!

         หล่อนเผลอยกมือปิดปากกลั้นเสียงหวีดร้อง พยายามเพรียกสติที่เหลืออยู่เพียงริบหรี่ เตรียมหันกลับไปพร้อมจะวิ่งออกไปจากที่นั่นให้เร็วที่สุด ไปให้ไกลจากที่นี่ และจากสามีของหล่อนที่เพราพิลาสรู้แล้วว่าเขาคือฆาตกรวิปริต!
          แต่ก็ช้าเกินไป

           ร่างอรชรหันเข้าปะทะกับร่างสูงหนาราวพะเนินเหล็กที่โผล่ออกมาจากอีกตู้ใบหนึ่งพร้อมกับเสียงหัวเราะแหบห้าวจนน่าขนลุก แขนแข็งแรงของเขาตวัดรอบลำคอบอบบางของเธอแล้วกระชากให้ปลิวติดมาปะทะแผงอกกว้างใหญ่ที่เคยอบอุ่น หากบัดนี้มันกลับไม่ต่างกับขุนเขาทะมึนที่แฝงเร้นความเยือกเย็นจนเหน็บหนาวเข้าไปถึงหัวใจ

          “ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหม เพราพิลาส... เธอไม่ควรจะสอดรู้สอดเห็นเลย แต่ในที่สุดเธอก็ไม่ต่างกับผู้หญิงพวกนั้น... เจ้าสาวคนอื่นๆของฉัน!”
         “ไม่ม์ม์ม์”

          หล่อนกรีดเสียงร้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะรับรู้ถึงใบมีดอันคมกริบในมืออีกข้างของเขา ที่ปาดฉับลงมายังลำคอเรียวระหง
สัมผัสถึงความเจ็บรวดร้าว และความรู้สึกอุ่นจัดของเลือดตัวเองที่ไหลทะลักออกมาราวกับน้ำพุสีแดงฉาน

 ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกผลักเข้าไปรวมกับศพอื่นๆที่กองสุมกันอยู่ในตู้นรกใบนั้น และประตูไม้หนาหนักสีน้ำตาลเข้มก็ปิดเข้าหากัน
           ตลอดกาล...

              ************************






 

Create Date : 23 มีนาคม 2559
8 comments
Last Update : 23 มีนาคม 2559 12:44:21 น.
Counter : 984 Pageviews.

 

รับรองว่าไม่พลาดค่ะ

 

โดย: กรุงอินทร์ IP: 223.24.11.115 23 มีนาคม 2559 21:42:02 น.  

 

โห เริ่มบทนำมาก็อินซะแล้ว
วางในงานหนังสือใช่มั้ยคะ
แต่ไม่ได้ไป สงสัยต้องรอมา ตจว ค่ะ
ดีที่นายอินทร์ที่นี่มีมุม ณ.บ้าน หนังสือเยอะอยู่ค่ะ
เอาไว้จะต้องซื้อให้ได้

ขอบคุณสำหรับบทนำนิยายสนุกๆ ค่ะ

 

โดย: lovereason 24 มีนาคม 2559 1:28:42 น.  

 

อิจฉาจังเลยค่ะ
อยากมีหนังสือนิยายเป็นของตัวเองบ้าง
ฮุฮุ

ขอให้ขายดิบขายดีนะคะ

 

โดย: เหมือนพระจันทร์ 24 มีนาคม 2559 22:00:34 น.  

 

คุณกรุงอินทร์ : ขอบคุณมากครับ ถ้าได้มางานสัปดาห์หนังสือ แวะมาทักทายกันได้เลยนะครับ ด้วยความยินดีครับ

คุณนุ่น : ขอบคุณมากครับผม

คุณตูน : ขอบคุณมากครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 28 มีนาคม 2559 8:35:48 น.  

 

อาจารย์คะ อ่านพิมานภูติจบแล้ว หลอนมากกกก

เห็นตอนท้ายมีเรื่องของขีดขินต์ ใน กงจักรดาริกา จะออกเมื่อไหร่คะ

 

โดย: หนูดี IP: 115.87.142.177 7 มิถุนายน 2560 16:14:48 น.  

 

สวัสดีครับคุณ หนูดี คาดว่า ถ้า เสกอสูร ที่เป็นชุดแรงบันดาลใจปีศาจคลาสสิค จบลง จะพยายาม เขียนให้ได้สักทีครับ ตั้งใจไว้หลายครั้งหลายหนแล้วเหมือนกันครับ
ขอบคุณมากเลยครับ กงจักรดาริกา น่าจะเป็นแนวระทึกขวัญผสมแอคชันโดยใช้พรมแดนหิมาลัย ธิเบต เป็นฉากหลัง ครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 9 มิถุนายน 2560 12:11:48 น.  

 

จะรอติดตามค่ะ ตอนนี้อ่านโสมสีเลือดอยู่ค่ะ

 

โดย: หนูดี IP: 115.87.142.244 16 มิถุนายน 2560 14:24:35 น.  

 

สวัสดีครับคุณหนูดี ขอบคุณมากครับ เป็นอย่างไรแนะนำได้นะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 26 มิถุนายน 2560 7:53:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.