หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2561
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ธันวาคม 2561
 
All Blogs
 

ครูไหวใจร้าย + ตึกร้างริมฝั่ง: ผกาวดี อุตตโมทย์

เรื่อง : ครูไหวใจร้าย
ผู้ขียน : ผกาวดี อุตตโมทย์
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2509
เล่มเดียวจบ




ผมชื่นชอบงานของคุณผกาวดี อุตตโมทย์ มาตั้งแต่เด็กๆ ในความทรงจำที่เคยอ่านเรื่องบ้านน้อย ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่ชอบมากๆ และอีกหลายๆเรื่องที่ท่านเขียนลงในนิตยสาร “ชัยพฤกษ์” โดยเฉพาะ เรื่องครูไหวใจร้าย ที่สะดุดตาสะดุดใจตั้งแต่เห็นชื่อเรื่อง จนมีโอกาสได้อ่านครั้งแรก ในห้องสมุดโรงเรียนมัธยม และมีโอกาสซื้อเรื่องนี้เก็บไว้ ด้วยความประทับใจ

สำหรับเนื้อหาของครูไหวใจร้าย หลายๆคนคงจะเคยอ่านมาบ้างแล้วหรือได้ชมในเวอร์ชันภาพยนตร์ที่คุณจินตะหรา เล่นบทนี้ หรือแม้แต่ในเวอร์ชั่นละครโทรทัศน์ ก็ตาม

เนื้อเรื่อง อันเป็นเรื่องราวของครูไสว แสงตะวัน แห่งโรงเรียนดรุณรักษ์ หมู่บ้านกิ่งจันทน์แดง ที่เลื่องชื่อ เป็นที่เกรงขามของ บรรดาลูกศิษย์ลูกหา ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพ่อ ที่ปัจจุบันกลายเป็นพ่อค้าใหญ่ในอำเภอ นายตำรวจ คุณหมอ หรือ แม้แต่ โจรร้ายอย่างไอ้เสือคลองน้ำขุ่น ที่ล้วนแต่เคยเป็นลูกศิษย์ของคุณครูไสวมาแล้วทั้งนั้น ตราบจนมาถึงรุ่นลูกๆตัวทโมนวัยแสบทั้งหลาย แต่สุดท้ายต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ถูกครูไหวปราบจนอยู่หมัดทุกคน

เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือและภาพยนตร์ เรื่อง Good morning, Miss Dove ซี่งผู้เขียนได้เขียนไว้ในคำนำของเรื่อง พร้อมทั้งทิ้งท้ายไว้ว่า


ความพิเศษของหนังสือ ครูไหวใจร้าย ฉบับพิมพ์ปี 2509 นอกเหนือจากนิยายเรื่องนี้แล้ว ยังผนวกด้วยนิยายเยาวชนแนวลึกลับอีกเรื่องหนึ่ง ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และผมไม่เห็นว่านำมาพิมพ์ใหม่อีกเลย นั่นก็คือ “ตึกร้างริมฝั่ง” ในโอกาส นี้จึงขอรีวิวนิยายขนาดสั้นเรื่องนี้ ต่อไปด้วยเลยนะครับ

ตึกร้างริมฝั่ง เป็นเรื่องราวของหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งริมหาดสุขสันต์ มีครอบครัวของ นายเกริก และนางนุช จินตนาการ ครอบครัวนี้ มีลูกชายและลูกสาวอยู่ถึงสี่คน คือ เกรียงไกร กัลยา กึกก้อง และหนูน้อยกาญจนา อาศัยอยู่ที่บ้านสลิลใส ใกล้หาดสุขสันต์มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีแม่บ้านร่างอ้วนใหญ่ชื่อกาหลง คอยดูแลเด็กๆเวลาที่นายเกริกออกไปทำงาน

บริเวณโค้งริมหาดด้านในที่ต้องผ่านป่าละเมาะและถ้ำทองทิว ที่ลึกลับ มีตึกร้างริมฝั่งปรากฏอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยเด็กๆถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปเล่นบริเวณดังกล่าว ทุกคนรู้แต่เพียงว่า ตึกร้างแห่งนั้น เคยมี ขุนเสรีอำนวย เป็นเจ้าของ นอกจากเสียงเล่าลือว่า มีปีศาจอาศัยอยู่ในตึกร้างแห่งนั้น และจับตัวเด็กๆไป รวมถึง ตองอ่อน เด็กหญิงกำพร้าคนหนึ่งในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นตำนานที่กาหลง ชอบเอามาเล่าให้เด็กๆฟัง

เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ ชลาใส เด็กสาวรุ่นเดียวกับกัลยา และเป็นหลานสาวกำพร้าของนายเกริก ต้องมาอาศัยอยู่ด้วย ชลาใส เป็นเด็กฉลาดและช่างสงสัย เด็กสาวเคยแอบผ่านป่าละเมาะไปถึงบริเวณ ตึกร้าง และพบว่า มีแสงไฟเปิดอยู่อย่างเป็นปริศนา ทำให้ยิ่งเกิดความสนใจใคร่รู้มากขึ้น ชลาใสสนิทกับกาญจนา ทั้งสองสาวจึงวางแผน แอบมาสำรวจตึกร้างริมฝั่ง ในวันหนึ่ง ที่นายเกริกไปธุระในเมือง

ตึกร้างสามชั้นแห่งนี้ เมื่อดูไกลๆน่าเกลียดน่ากลัวเพราะเก่าทรุดโทรมมาก ปูนกะเทาะออกเป็นแห่งๆ ทำให้กำแพงทุกด้านดูกระดำกระด่าง หน้าต่างบางบานก็บิดเบี้ยวโย้เย้เพราะความชรา ต้นไม้ที่ขึ้นรอบๆตึกร้างงอกงามสูงใหญ่ บางต้นมีกาฝากเถาวัลย์พันกันนุงนัง แถมยังห้ยลงมาเต็มไปหมด

เสียงน้ำทะเลใกล้ๆนั้นซัดซู่ซ่าขึ้นมาถึงปลายสะพานเล็ก เพิ่มความวังเวงอีกหลายเท่า สิ่งที่ทำให้เด็กทั้งสองเกือบตัวสั่น คือ เสียงพึ่บพั่บของปีกค้างคาวแม่ไก่ ที่อาศัยนอนอยู่ตามชายคาของตึกร้าง เมื่อมันถูกคนรบกวนจึงออกบินต่ำๆเฉียดศีรษะกัลยาไป...


แต่ระหว่างนั้นเอง ตาเบี้ยว ชายชราที่ดูแลอาณาบริเวณรกร้างดังกล่าว ก็ผ่านเข้ามา ทำให้เด็กสาวทั้งสองต้องหลบกลับออกมาก่อน แม้จะเห็นว่าภายในคฤหาสน์ร้างนั้น มีใครบางคนอาศัยอยู่ก็ตาม

หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็ต้องการพิสูจน์ ความลับในตึกร้าง แต่คราวนี้ สมาชิกที่เหลือออกร่วมเดินทางไปด้วยกัน เมื่อมาถึงตึกร้างแห่งนั้นเอง ระหว่างการเดินสำรวจข้างในตึก กาญนาเกิดเสียหลัก เท้าพลิกและตกลงไปจากระเบียงด้านใน ในขณะที่ทุกคนไม่ทันได้สังเกต เด็กหญิงตัวน้อยทั้งเจ็บทั้งหวาดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ...

กาญจนายึดลูกกรงไม้ไว้แน่น และดึงกายขึ้นอย่างยากเย็น แต่ทันใดนั้น ลูกกรงไม้ซึ่งผุและไม่แข็งแรงพอก็หักเพาะ! ลง เสียงล้มคราวนี้ดังมาก และกาญจนาเองก็ตัวเย็นไปหมด
เสียงกุกกักเริ่มดังขึ้นในตึกร้าง กาญจนาแทบกลั้นหายใจ เมื่อแลเห็นแสงไฟฟ้าถูกเปิดสว่างขึ้นที่ชั้นบน เสียงฝีเท้าคนดังขึ้นตามมา และมีเสียงกุก กุก คล้ายไม้กระทบพื้นดังค่อยๆตามมาด้วย กาญจนาพยายามลุก แต่ลุกไม่ไหว!
“แม่หนู... มาทำไมที่นี่?” เสียงสั่นๆของชายชราดังขึ้นใกล้ตัวเธอ กาญจนา ร้องโอ๊ย! ดังลั่น แล้วก็เป็นลมไปตรงบันไดนั้นเอง



เมื่อเด็กหญิงฟื้นคืนสติตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จึงพบว่าตัวเอง ถูกนำมาปฐมพยาบาลในคฤหาสน์ร้างแห่งนั้นแล้ว โดยมีตองอ่อนที่กาหลงเคยเล่าไว้ เป็นคนคอยดูแล และเด็กหญิงจึงมีโอกาสได้พบขุนเสรี ในวัยชรา เป็นครั้งแรก

ขุนเสรี เอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยมาก เพราะเธอคล้ายกับ มัทนา ลูกสาวของท่านที่เสียชีวิตไป ท่านเล่าให้เธอฟังว่า ท่านเอง สูญเสียทั้งลูกสาวและภรรยาไป ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ตึกร้าง จนภายนอกอาคารดูเหมือนตึกเก่าร้างนั่นเอง ความจริงจึงเปิดเผยขึ้นมา

ความจริง ตึกร้างริมฝั่ง มิใช่ตึกผีปีศาจสิงสู่ อย่างที่เล่าลือกันสักนิดเดียว เพียงแต่ขุนเสรี เจ้าของตึก มีความทุกข์จากการสูญเสียคนรัก ท่านจึงเจ็บป่วยและเก็บตัวอยู่แต่ภายในตึก มีเพียงนายเกริก บิดาของ เด็กๆเท่านั้น ที่ติดต่อสมาคมกับท่านอยู่ และไม่ต้องการให้ลูกๆมาวุ่นวายสร้างความรำคาญใจให้ท่าน ก็เลยกุเรื่องให้เด็กกลัว จะได้ไม่มาเล่นในบริเวณแห่งนี้นั่นเอง

กาญจนา สงสารท่านขุน และเกิดความรู้สึกทั้งรักและศรัทธา ทำให้เด็กหญิงตัดสินใจมาอยู่เป็นเพื่อนกับท่าน เพื่อช่วยพูดคุยให้คลายความเหงาลง และเมื่อนั้น ตึกร้างริมฝั่งอันอ้างว้างโดดเดี่ยว ก็กลับคืนมาสู่ความอบอุ่นอีกครั้ง

นิยายขนาดสั้นเรื่องนี้พลอตเรื่องอาจจะไม่ซับซ้อนหรือผูกเงื่อนปมอะไรมากมาย เพราะน่าจะเป็นผลงานเรื่องแรกๆ ของคุณผกาวดี อุตตโมทย์ สำหรับผู้ที่สนใจงานของท่านที่เขียนในสไตล์ลึกลับ ผมขอแนะนำ “รัศมีเพ็ญ” ซึ่งเป็นนวนิยายกอธิค ของท่านที่เขียนขึ้นในภายหลังครับ
+++++++++++++++++




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2561
0 comments
Last Update : 19 ธันวาคม 2561 14:33:40 น.
Counter : 31 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.