หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 

แสงสูรย์ : จินตะหรา




เรื่อง : แสงสูรย์
ผู้เขียน : จินตะหรา
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2512 (พิมพ์ครั้งที่สอง)
เล่มเดียวจบ





        แสงสูรย์ คือนวนิยายย้อนยุครุ่นเก่า ของนักประพันธ์ชั้นครู นามปากกา จินตะหรา หรือ สราญจิตต์ เจ้าของผลงานนิยายโรมานซ์ อมตะหลายเรื่อง เช่นปดิวรัดา วนาลี ปลายทางชีวิต หรือสะการะ ที่ผมเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับแสงสูรย์ ก็เช่นกัน นวนิยายเรื่องนี้เคยนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาก่อน แต่ในตอนนั้น เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้รับชม เมื่อมีโอกาสนำมาอ่านในครั้งนี้ ก็เลยไม่มีภาพของตัวละคร ติดมากับจินตนาการด้วย

          แสงสูรย์ เป็นนวนิยายรัก ซ่อนปมปริศนา ชวนติดตามเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะบุคลิกของนางเอกที่ อาจจะไม่ใช่หญิงสาวโสภาเท่ากับ นางร้ายของเรื่อง แต่ก็มีลักษณะ ชัดเจนในความคิด คำพูด และการกระทำ กล้าโต้ตอบกับความอยุติธรรมที่ต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ จนกลายเป็นความประทับใจให้กับพระเอกของเรื่อง ซึ่งค่อนข้าง แตกต่างจากภาพลักษณ์นางเอกผู้แสนดีและเป็นฝ่ายถูกกระทำเพียงอย่างเดียวในนิยายหลายเรื่อง ทำให้รู้สึกว่า ตัวละครตัวนี้มีความโดดเด่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

           เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นภายในคฤหาสน์แสงสูรย์อันกว้างใหญ่ไพศาล การหายตัวไปภายหลังจากสงครามเกาหลี ของ หม่อมราชวงศ์ ไอศูรย์ สุริยฉัตร หรือคุณชายต้อง ทายาทองค์โต ทำให้ สิทธิในมรดกทั้งหมดรวมถึงตราประจำตระกูล ของสุริยฉัตร ตกเป็นของอนุชาฝาแฝด คือ หม่อมราชวงศ์ ภาสวร หรือคุณชายต้อย โดยมีหม่อมศุภางค์ ซึ่งเป็นหม่อมย่าของทั้งสอง คอยให้ท้าย หม่อมศุภางค์เอง เป็นผู้เลี้ยงดู ภาสวร มาตั้งแต่ยังเด็ก และตามใจจนชายหนุ่มเติบโตมาอย่าง เอาแต่ใจตนเอง และมีจิตใจริษยาพี่ชายคนโตมาโดยตลอด ในขณะที่ ไอศูรย์ ฝาแฝดผู้พี่ เป็นผู้ใหญ่กว่า และให้ความเอ็นดูน้องชายฝาแฝดด้วยความเมตตา โดยไม่เคยถือโทษใดๆทั้งสิ้น

       เมื่อไอศูรย์หายตัวไป โดยที่เขาเองก็มีคู่หมั้นคือ ติรกา ซึ่งเป็นเด็กสาวแสนสวย ที่เป็นหลานห่างๆของหม่อมอาภา มารดาของคุณชายทั้งสอง พ่อแม่ติรกา มีความปรารถนาลึกๆ จะให้ลูกสาวได้ครอบครองคฤหาสน์แสงสูรย์ จึงนำมาฝากให้หม่อมอาภาช่วยเลี้ยงตั้งแต่เด็กๆ และเมื่อเติบโตขึ้น ความสวยสะพรั่ง ของหญิงสาว ก็ทำให้ ทั้งไอศูรย์ และภาสวร หลงรัก แต่ ติรกา มีความทะเยอทะยานมากไปกว่านั้น

        หญิงสาวรู้ดีว่าคฤหาสน์หลังนี้จะตกเป็นของทายาทองค์โต คือไอศูรย์ จนสามารถทำให้ไอศูรย์ขอหมั้นหมายหล่อนเอาไว้ได้สำเร็จ แต่แล้ว ความฝันนั้นก็พังทลายไม่มีชิ้นดี เมื่อชายหนุ่มอาสาไปช่วยรบในสงครามเกาหลี และหายสาบสูญไป หลังจากนั้นไม่นาน หม่อมศุภางค์ก็เข้ามาครอบครองคฤหาสน์หลังนี้แทน

     ติรกา จึงพยายามหว่านเสน่ห์ ให้กับภาสวร จนเขาดื้อดึงกับหม่อมย่า เพื่อจะแต่งงานกับหล่อนแทน แม้ว่า หม่อมศุภางค์เองจะไม่ชอบหน้าติรกา เท่าใดก็ตาม แต่ความรักที่มีให้กับภาสวร ทำให้ท่านไม่กล้าขัดแย้งด้วย

         เหตุการณ์คงจะดำเนินไปตามความต้องการของหญิงสาว ถ้าหากว่า ไอศูรย์ จะไม่ปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน เหตุการณ์ทุกอย่างพลิกผัน ติรกา หนีออกจากแสงสูรย์ ไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัด ขณะที่ภาสวร เก็บตัวเงียบด้วยความขมขื่นชิงชัง หม่อมศุภางค์ ข้อร้องให้เขาไปตามติรกา กลับมาให้ภาสวร ในฐานะที่เป็นคู่หมั้นกันแล้วกับน้องชายเขา ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ชายหนุ่มนายทหารตัดสินใจเดินทางไปตามตัวติรกา กลับมา ระหว่างเดินทางบนรถไฟนั่นเอง เขาได้พบกับ โชติรส สุทธิกุล ที่จดจำได้ว่าเขาเคยมาขอหล่อนเต้นรำที่หัวหิน โชติรส อาจจะไม่สวยทรงเสน่ห์เท่าติรกา แต่มีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ และทำให้เขารู้ความจริงว่า ระหว่าง ที่เขาไม่อยู่ ภาสวร ได้ปลอมตัวโดยใช้ชื่อของเขา ไป โปรยเสน่ห์ หลอกล่อ หญิงสาวคนอื่น อีกหลายคน

          โชติรส รู้ความจริง ว่า ชายหนุ่มเบื้องหน้า เป็นพี่ชายฝาแฝดของภาสวร จึงขอโทษ และนั่นทำให้มิตรภาพของคนทั้งสองดำเนินต่อมา หล่อนรู้ว่า เขามีปัญหากับอดีตคู่หมั้น รวมถึงความยุ่งยากใจ ที่จะต้องไปตามติรกากลับมา แผนการสำคัญจึงเริ่มต้นขึ้น โชติรส ปลอมเป็นคู่หมั้นกำมะลอ ของไอศูรย์ ไปพร้อมกับเขา เพื่อแสดงตัวว่าชายหนุ่มมีคนรักใหม่แล้ว ทำให้ติรกา เกิดทิฐิ และเดินทางกลับมาแสงสูรย์อีกครั้งได้สำเร็จ

     เหตุการณ์ในแสงสูรย์ เริ่มตึงเครียดขึ้น หม่อมย่าเองก็ไม่พอใจโชติรส ที่หล่อนไม่ยอมลงให้ เหมือนหญิงสาวคนอื่นที่กลัวต่ออำนาจบารมี

 “อ้อ... ที่หล่อนหมั้นกันไม่ใช่ด้วยความรักดอกเรอะ?”
     หม่อมศุภางค์เขม็งตามองเสียงขุ่นเขียว แต่โชติรสก็ไม่พรั่นพรึงที่จะโต้ตอบ

   “รักอะไรกันคะ... คุณต้องเพิ่งจะกลับมาถึงเมืองไทย เพิ่งจะรู้ว่าคู่หมั้นของเธอถอนไปหมั้นกับน้องชาย เพิ่งจะถูกบังคับให้สละคู่หมั้นให้กับน้อง คุณต้องจะเอาจิตใจที่ไหนมารักผู้หญิงอื่นได้คะ?”
โชติรสเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า หน้าของคนเวลาโกรธจัดจริงๆ นั้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวได้ หม่อมศุภางค์ นั่งตัวตรง หน้าซีดอย่างโกรธจัด
     “อ้อ... นี่ต้องเอาไปพรรณนาให้แม่นี่ฟังด้วยเรอะ... พ่อคุณ ชะ ความอัดใจแค่นี้ก็เก็บไว้ในอกตัวเองก็ไม่ได้ เสียชาติเกิดเป็นผู้ชาย”
   “ท่านคะ ชายที่ยอมสละยอดหญิงของเขาให้แก่น้อง... เพราะเห็นแก่น้อง เห็นแก่ญาติผู้ใหญ่ของตนนั้น ไม่ควรเรียกว่าชายชาตรี ไม่ควรได้รับการยกย่องหรือคะ?”
     “ชะ หล่อนรู้ได้ไง น่ากลัวหล่อนก็เป็นนักฝันเอกเหมือนกันละซี คงจะฟังคำรำพันจนจับใจ เลยยอมหมั้นกับเขาใช่ไหมล่ะ?”
     “ถูกค่ะ ดิฉันไม่ใช่คนใจร้ายใจดำ จะได้ทำร้ายหัวใจของคนเล่นง่ายๆ ทำร้ายแล้วยังจะทำลายเสียอีก” โชติรสเชิดหน้าตอบ ผมหางม้าของหล่อนไหวเล็กน้อย ไอศูรย์ฟังการโต้เถียงนั้นอย่างประหลาดใจไม่น้อย

       นี่คือนางเอกของแสงสูรย์ ที่ไม่ก้มหน้ารอรับชะตากรรม หรืออ่อนหวาน แสนดี ยอมถูกข่มเหงรังแก เอาเปรียบเหมือนนางเอกคนอื่นๆ แต่ตรงชัด จัดเต็ม กันเลยทีเดียว จนทำให้ “หม่อมย่า” ต้องยอมรามือไปเอง เพราะไม่อาจหาเหตุผลใดๆมาเอาชนะได้!

     หม่อมย่าเพิ่งรู้ว่า ยายของโชติรส คืออดีตหญิงสาวแสนโสภา ที่เคยผูกพันชอบพอกับ เสด็จในกรม พระสวามีของตนเองมาก่อน แต่ก็คลาดแคล้วกันไป ยิ่งทำให้เกิดความเกลียดชังหญิงสาวมากขึ้น แม้ไม่อาจจะทำอะไรได้ ในขณะที่ เหตุการณ์ยิ่งงวดมากขึ้น เมื่อ ยศไกร การุณย์วงศ์ ชายหนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของโชติรสและหลงรักหญิงสาว เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และรู้เรื่องนี้ ในขณะที่รัตนานงเยาว์ ก็เป็นหญิงสาวอีกผู้หนึ่งที่หลงรัก ไอศูรย์ และพาตัวเข้ามาพัวพันกับคุณชายหนุ่มรูปงาม แม้จะรู้เต็มอกว่า เขามีคู่หมั้นแล้วก็ตาม แต่ ไอศูรย์ ก็ยังคงเป็นชายหนุ่มที่ให้เกียรติกับหญิงสาว โดยไม่เคยล่วงเกินใดๆ

         เขาเองมีความคิดที่จะสร้างสถานสงเคราะห์ ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า ภายในอาณาบริเวณกว้างใหญ่ของแสงสูรย์ นั่นยิ่งทำให้ ภาสวร รู้สึกว่า แสงสูรย์ กำลังจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นอย่างที่เขาไม่ต้องการ

        ความปรารถนาของภาสวรต่อคฤหาสน์แสงสูรย์ นั่นรุนแรงยิ่งนัก จนทำให้แฝดผู้น้องตัดสินใจ วางแผนชั่วร้าย เขาแสร้งเดินทางไปยังภาตใต้ แล้วปล่อยข่าวว่าตนเองเสียชีวิต หม่อมศุภางค์เสียใจหนัก และสั่งให้ ไอศูรย์เดินทางลงไปเพื่อรับศพน้องชายขึ้นมา

     แต่แล้ว เมื่อเขาไปถึง ก็ถูกสมุนของภาสวร โดยมีเสือเชิดศักดิ์ ลวงเขาไปทำร้ายจนหมดสติ แล้วนำใส่เรือไปปล่อยทิ้งกลางทะเล เพื่อให้จมน้ำตาย จากนั้น ภาสวร ก็ปลอมตัวเป็น ไอศูรย์ เดินทางกลับมาแสงสูรย์ อีกครั้ง คราวนี้ เขาย่อมจะได้ครอบครอง ทุกอย่างที่ต้องการ

       ติรกา จับพิรุธ ชายหนุ่มได้ แต่ความโลภ ความต้องการของหญิงสาว ที่จะครอบครองแสงสูรย์ ทำให้ทั้งคู่ตกลงว่าจะแต่งงานกัน แต่แล้ว อุปสรรคสำคัญ ก็คือ หม่อมย่านั่นเอง หม่อมศุภางค์ เกลียดติรกา ไม่ต้องการให้หล่อนมาเป็นสะใภ้ของสุริยฉัตร จึงสร้างเงื่อนไข ให้ภาสวร ต้องแต่งงานกับโชติรส มิเช่นนั้น คฤหาสน์หลังนี้ จะหลุดจากมือของเขาในทันที

        ภาสวร ตัดสินใจ ทำให้สิ่งเลวร้ายที่สุด นั่นคือการวางยาพิษ และยืมมือโชติรส ให้เป็นผู้นำถ้วยยาผสมพิษร้ายไปให้ หม่อมย่าดื่ม เพื่อโยนความผิดให้หญิงสาว แต่โชติรสฉลาดพอ หญิงสาวสงสัย และในขณะเดียวกัน หล่อนก็แอบเห็นว่า นายเชิดศักดิ์ ลอบมาพบปะกับ ภาสวร ทำให้โชติรส ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด หญิงสาวนำถ้วยยาให้แพทย์เอาไปชันสูตร และแจ้งตำรวจให้จับ เชิดศักดิ์ ได้ทันก่อนมันจะหนีไป

        ความจริงที่เปิดเผย ทำให้ภาสวร เกิดความละอายใจในผิดบาปของตัวเอง เขาตัดสินใจขับรถออกไปจากแสงสูรย์ และประสบอุบัติเหตุ จนกลายเป็นคนพิการ

         ยศไกร ส่งข่าวดีโดยไม่คาดฝันมา ว่าเขาพบกับไอศูรย์ บนเกาะแห่งหนึ่ง มีชาวประมงช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ได้ และเมื่อเขารู้เจตนาของน้องชายที่ต้องการครอบครองแสงสูรย์ เขาจึงเสียสละ ยอมกลายเป็นคนเสียชีวิตไปแล้ว และใช้ชีวิตอย่างสมถะอยู่บนเกาะแห่งนั้น เพื่อให้น้องและติรกา ได้มีความสุข แต่ยศไกร เตือนถึงอันตรายที่เกิดกับโชติรส และหม่อมย่า ทำให้ ไอศูรย์ตัดสินใจเดินทาง กลับมาพระนครอีกครั้ง

     คืนนั้นเอง เมื่อติรกา ซึ่งผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่าง จนไม่เหลือความหวังใดๆอีกต่อไปแล้ว เมื่อหล่อนตัดสินใจพลาด... พลาดทั้งความรักที่มีให้ต่อไอศูรย์ เพื่อหันมาแลกกับแสงสูรย์ ท้ายสุด หล่อนก็สูญเสียทั้งสองสิ่งไปโดยไม่กลับคืนมา หญิงสาวตัดสินใจเผาวังแสงสูรย์ ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง... รวมถึงขังโชติรสไว้ในห้อง เพื่อให้หญิงสาวที่จะได้ครอบครองแสงสูรย์จบชีวิตลงในกองเพลิง แต่แล้ว ไอศูรย์ ก็เดินทางกลับมาถึงพอดี ก่อนวังจะถล่มลงมา เมื่อนั้นเอง เขายอมเสี่ยงชีวิต เข้าไปช่วยเหลือโชติรส ด้วยความห่วงใย และท้ายที่สุดคือความรู้สึกรักและผูกพันกับหญิงสาว จนรู้ว่าไม่อาจสูญเสียหล่อนไปได้เด็ดขาด

       โชติรสรอดชีวิต แต่ติรกา เสียชีวิต!

        ความเงียบครอบคลุมอยู่รอบบริเวณที่ว่างเปล่านั้น เหมือนทั้งหมดยืนอยู่ ณ สุสานแห่งความจำ ไม่มีอีกแล้วแสงสูรย์ที่สูงค่า ไม่มีอีกแล้ว ติรกาผู้งามลบโลก ทิ้งไว้แต่ความสะเทือนใจแก่ชายทั้งสอง ผู้มีสิทธิ์แห่งความเป็นเจ้าของ

        ภาสวร ตัดสินใจเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด ส่วนหม่อมย่านั้นเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านปล่อยวางลงจนไม่มีอคติใดๆอีกต่อไป ส่วนโชติรสนั้น เมื่อพันธสัญญา คู่หมั้นกำมะลอ หมดสิ้นลง หญิงสาวก็อำลาจากเขาเดินทางกลับมาใช้ชีวิตยังบ้านต่างจังหวัด ทั้งที่รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเอง หล่นหายไปอย่างประหลาด ไฉนหล่อนจึงประทับใจชายหนุ่มร่างสูงผึ่งผาย ที่ทรงสง่าอย่างชายชาติทหารผู้นั้นเหลือเกินนัก ไม่ใช่เพราะบุคลิกรูปร่างหน้าตา เพียงประการเดียวหรอก หากเป็นเพราะอัธยาศัยไมตรี และคุณความดีของเขานั่นต่างหาก ที่ผูกใจหล่อนเอาไว้ จนยากจะหักใจ

         ในความคิดคำนึงนั้นเอง เมื่อไอศูรย์ สุริยฉัตร มาปรากฏกายขึ้น ข้างหล่อนโดยมิได้คาดฝัน

      “ตายจริง” โชติรส อุทานอีก
      “วันนี้ โชติรส เรียกหาแต่ความตาย... อย่าเพิ่งเลยฮะ ตอนนี้ คุณควรเรียกหาแต่ความรักซี เพราะความรักมารอคุณอยู่ตรงนี้แล้ว”
      เขาบอก ยิ้มอย่างอ่อนโยน
           “โธ่ คุณต้อง เอาอะไรมาพูดก็ไม่รู้” หล่อนบ่นอุบอิบ เขากลับหัวเราะเบาๆ กังวานเสียของเขาสร้างความเป็นสุขและอบอุ่นแก่หัวใจน้อยๆของโชติรส

 “ก็ทำไมเล่า... ยังไม่ถึงเวลาที่ผมควรจะพูดกับเธอถึงเรื่องของเราอีกหรือ?” เสียงของเขาอ่อนโยนน่าฟัง “คุณต้องไม่ได้รักรสสักนห่อย การหมั้นเก๊ๆนั่น”
     หล่อนยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ยกนิ้วขึ้นปิดปากไว้ พร้อมกับเชยคางแหลมนั้นขึ้น เสียงของเขายิ่งนุ่มนวล “ใครบอกเธอ โชติรส”


        ตาตื่นๆของหญิงสาวแลสบตาคู่สีเหล็กที่เคยมีแต่ประกายสุขุมเยือกเย็น ตาคู่นี้ เป็นกระจกส่องหัวใจเขา แต่คุณพระช่วย! ในดวงตาคู่นี้ มีประกายคมซึ้งพิเศษ ไม่มีเงาสวยงามของติรกา ในดวงตาคู่นี้อีกเลย ภาพของผู้หญิงคนนั้น ซึ่งมีผมหางม้าอันหลุดลุ่ย หน้าตามอมแมม ปรากฏอยู่ในแก้วตาที่ดำขลับของไอศูรย์ เด่นชัดเหลือเกิน โชติรสเห็นเงาของหญิงนั้นยิ้มออกมา... ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ไอศูรย์ ได้เห็นยิ้มที่แฝงความเอียงอาย อิ่มเอิบของผู้ที่อยู่ในความรักเป็นครั้งแรกจากโชติรส เขาเปรียบยิ้มของหล่อนในทันทีนั้น กับอาการแย้มของดอกบัวหลวง...
                     *********
        ท้ายบทรีวิวนี้ ผมขอถือโอกาสสวัสดีปีใหม่แด่มิตรรักนักอ่านทุกท่านด้วยครับ ขอความสุข สวัสดี และความรื่นรมย์ บังเกิดแก่ทุกท่านตลอดปีใหม่นี้และตลอดไปครับ




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2560
6 comments
Last Update : 25 ธันวาคม 2560 8:33:24 น.
Counter : 1701 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหมุยจุ๋ย

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณสามปอยหลวง
ขอให้มีความสุขในวันขึ้นปีใหม่ที่จะถึงนี้นะคะ

อ่านผลงานของคุณ สราญจิตต์
เรื่องวนาลี ชอบเพลงเพราะมาก
สมัยนั้นคลั่งเสือมืดกันเป็นแถว
ชอบละครปดิวรัดา ถึงแม้จะดูไม่กี่ตอน

เรื่องแสงสูรย์เคยดูผ่านๆแต่ไม่ได้อ่าน
จำเรื่องไม่ได้เลยค่ะ
พอมาอ่านเรื่องย่อก็คล้ายนวนิยายในอดีตหลายเรื่อง
เกี่ยวความเจ้ายศเจ้าอย่าง ความดีของพระเอก
ความร้ายกาจของนางอิจฉา
พล้อตเรื่องแบบนี้มีหลายคนเขียน
แล้วแต่ใครจะชอบอ่านของใคร

โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบพล้อตเรื่องแบบนี้
พระเอกดีใจหาย นางเอกกล้าผิดยุค
แต่ถ้าเป็นในอดีต เป็นเรื่องที่สนุกทีเดียว
นวนิยายก็ขึ้นอยู่กับยุคสมัยเหมือนกัน
แล้วแต่รสนิยมของผู้อ่าน

ขอบคุณมากๆที่รีวิวมาให้อ่านเสมอนะคะ

 

โดย: หมุยจุ๋ย 25 ธันวาคม 2560 13:51:07 น.  

 

สวัสดีปีใหม่เช่นกันครับ คุณหมุยจุ๋ย
นิยายยุคเก่า จะมีแพทเทิร์น แบบนี้เลยครับ เหมือนเป็นไปตามยุคสมัย เรื่องวนาลี ผมชอบเพลงในเรื่องนี้มากเลยครับ กลายเป็นเพลงอมตะไปอีกเพลงหนึ่งแล้ว แต่ส่วนของเนื้อเรื่องยังไม่มีโอกาสได้อ่านจากหนังสือสักที ตอนนี้พยายามหา วิญญาณป่า ของผู้เขียนอยู่อีกเรื่องหนึ่งด้วยครับ
ขอบคุณที่ติดตามรีวิวมาตลอดด้วยนะครับ ปีหน้า ตั้งใจว่าจะพยายามรีวิวให้ต่อเนื่องขึ้นครับผม

 

โดย: สามปอยหลวง 28 ธันวาคม 2560 9:35:14 น.  

 

คนสมัยก่อนนี่เขาผูกปมได้เข้มข้นดีนะครับ ขนาดอ่านแค่รีวิวยังลุ้นไปด้วยเลย
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับคุณสามปอยหลวง

 

โดย: ruennara 29 ธันวาคม 2560 5:59:37 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ครับคุณสามปอยหลวง

 

โดย: ruennara 1 มกราคม 2561 0:32:29 น.  

 

เรื่องนี้อ่านแล้วชอบเหมือนกันครับ ชอบนางเอกที่ดูฉลาด
ปกนี้สวยมากครับ

สวัสดีปีใหม่นะครับ คุณสามปอยหลวง

 

โดย: Jim-793009 3 มกราคม 2561 9:33:22 น.  

 

คุณ ruennara : เป็นเรื่องที่อ่านได้เพลินเรื่องหนึ่งเลยครับ สุขสันต์ปีใหม่เช่นกันนะครับ

คุณ Jim-793009 : สุขสันต์ปีใหม่นะครับ ขอให้สมปรารถนาทุกประการครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 4 มกราคม 2561 8:47:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.