หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2561
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 สิงหาคม 2561
 
All Blogs
 

มณีสวาท : จินตวีร์ วิวัธน์



เรื่อง : มณีสวาท
ผู้เขียน : จินตวีร์ วิวัธน์
สำนักพิมพ์ : โชคชัยเทเวศร์
ปีที่พิมพ์ : 2529
สามเล่มจบ
หมายเหตุ เรื่องนี้ นำมาพิมพ์ครั้งล่าสุด โดยสำนักพิมพ์ พี วาทิน พับลิเคชั่น ในปี พ.ศ. 2555 จำนวน 2 เล่มจบ




        สตรีคนนั้น เป็นผู้หญิงสวยจัดที่สุดคนหนึ่งเท่าที่เขาเคยเห็น
หล่อนแต่งกายเรียบๆ สีมรกตทั้งชุด ผิวของหล่อนไม่ขาวนัก แต่ก็ไม่ใช่ลักษณะผิวสีน้ำผึ้ง รู้แต่ว่ามันออกนวลแดงอย่างแปลกตาจนเห็นได้ชัด
หล่อนหันหน้าด้านข้างมาทางเขา มองเห็นความสมบูรณ์ไม่มีที่ติของเครื่องหน้า อันประกอบด้วยหน้าผากมนโค้งนูนน่าพิสมัย คิ้วเรียวโค้งราวกับเสี้ยวเดือน ริมฝีปากหยักโค้งได้รูปงามเหมือนคันศร ดูรับกันไปหมดทุกอย่าง ก่อให้เป็นความงามสมบูรณ์แบบที่สุด
        เจ้าอุรคา ณ เชียงตุง แห่งรัฐฉาน


        สิ่งสำคัญคืออัญมณีสำคัญที่สะดุดสายตาทุกคนตั้งแต่แรกเห็น...

   ...เป็นอัญมณีสีแปลกตา เม็ดใหญ่รูปหยดน้ำโตขนาดหัวแม่มือ ภายในเนื้ออัญมณีสีเขียวเข้มนั้น เขามองเห็นจุดสีแดง พร่างอยู่ลึกๆ จนถึงก้นพลอย ภุชคินทร์ ยิ่งพิจารณา ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกประหลาดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ อัญมณีรูปหยดน้ำเม็ดนี้ เมื่ออยู่ในอุ้งมือของเขา มองไปไม่ผิดอะไรกับหยดเลือด ที่กำลังจะแข็งตัว แปรเปลี่ยนจากสีแดงเข้มเป็นสีคล้ำจัดลงทุกที

        พลันหัวใจของเขาก็กระตุกวูบหนึ่ง
อะไรบางอย่าง หยาดหยดลงมาต่อหน้าของเขา... เนิบช้า แต่เป็นจังหวะ จะโคน ทีละหยด ทีละหยด
มณีนาคสวาท!


         “เขาว่ามรกตทั้งสามอย่างมีกำเนิดมาจากพญานาคตอนจวนจะตายน่ะ คือมีพญานาคใหญ่ตนหนึ่ง ชื่อพาสุกินนาคราชได้ถูกพญาครุฑ จับตัวไป พญานาค กระอักเลือดออกมาเป็นหยดใหญ่ๆ เลือดที่กระอักในตอนแรก มีสีเขียวเข้มจัด เมื่อแห้งตัวก็กลายเป็นอัญมณีซึ่งได้แก่ นาคสวาท นี่แหละ ครั้งที่สอง พญานาคกระอักออกมาเป็นมรกตที่เราเห็นกันทั่วไป ครั้งสุดท้าย เลือดจวนจะหมดแล้ว เหลือแต่น้ำลาย จึงกลายเป็นพลอยชื่อครุฑธิการไป..."

       เหตุการณ์ในอดีตชาติ ทั้งความผูกพัน ความรัก ความแค้น นำพาให้สามชีวิตต่างภพภูมิ ได้โคจรมาพบกันอีกครั้ง หนึ่งในนั้น คือหญิงสาวลึกลับ ผู้มีชาติกำเนิดอันสูงส่ง แห่งพญานาคราช อุรคาเทวี และ พญานาคภุชเคนทรา ผู้ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมจากพญาครุฑ มาถือกำเนิดเป็น เชื้อพระวงศ์หนุ่ม มรว.ภุชคินทร์ และ ท้ายสุดคือเป้าหมายแห่งความพยาบาท... รมต. สุบรรณ ครุฑไพฑูรย์ หรือพญาครุฑ ในอดีตชาตินั้นเอง

       เธอมาในนามของ เจ้าอุรคา ณ เชียงตุง เจ้าหญิงผู้แสนโสภาแห่งแคว้นฉาน พร้อมอัญมณี นาคสวาท เพื่อกระตุ้นความทรงจำของภุชคินทร์ ให้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่น่าเสียดาย เขากลับหวนรำลึกไม่ได้ หากความลึกลับและความสวยสง่าของเธอ ก็ทำให้ภุชคินทร์ รู้สึกถึงความคุ้นเคยอย่างประหลาด...

         สุบรรณ เอง ก็เป็นรัฐมนตรี ที่ขึ้นชื่อในเรื่องธุรกิจสีเทา และสร้างศัตรูไว้มากมาย จึงต้องหานายตำรวจมาช่วยคุ้มกัน รวมถึงสมุนนักเลงของเขาด้วย ซึ่งในจำนวนนั้น ต่างรู้สึกระแวง เจ้าอุรคา ที่มักจะปรากฏตัวพร้อมสหาย ชายลึกลับหน้าตาน่ากลัว ชื่อยมนา อยู่เสมอ พร้อมกับเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆเกิดขึ้นกับคนรอบข้างของนายสุบรรณ

   แต่น่าประหลาดที่ ฯพณฯ สุบรรณ กลับรอดตายมาอย่างปาฏิหาริย์ทุกครั้ง

     มันคือบุญบารมี ที่สั่งสมมาแต่อดีตชาติของพญาเวนไตย แม้ว่าในชาติภพปัจจุบัน เขาจะสร้างแต่บาปกรรมเอาไว้อย่างมากมาย หากกระนั้น กระแสแห่งกรรม ยังไม่อาจส่งผลได้ในเวลาปัจจุบัน ความแค้นของ อุรคาเทวี จึงยังมิอาจชำระสะสางได้สมดังปรารถนา นางได้แต่เฝ้ารอคอยจังหวะเวลาอันเหมาะสม

        ยมนาเอง หรือแท้จริงแล้วก็คือ พญายมทูต ก็พยายามเตือนสหายของตน แต่ความมุ่งมั่นของอุรคานั้นแรงกล้านัก...
          มันคือพลังความแค้นที่ เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต 

       ณ. ป่าหิมพานต์ เจ้าหญิงอุรคาเทวีแห่งโภควดีนครบาดาล และพระสหายภุชเคนทร์ ซึ่งเป็นพญานาค หากต่ำศักดิ์กว่า กำลังเพลินเพลินอยู่ ณ ริมหาดทรายทอง
      พลัน เหตุการณ์ร้ายแรงก็อุบัติ

       ท้องฟ้าอันกระจ่างจ่าใสไล้ด้วยปุยเมฆบางเบา พลันอันตรธานไปในพริบตา
       เงาดำหนึ่ง ใหญ่โตมหึมานัก โถมวูบต่ำลงมาจากเบื้องบน ความใหญ่โตและมืดทะมึนเหมือนจะบดแบงแสงสุริยันไว้หมดสิ้น เสียงอื้ออึงที่เกิดขึ้นในสายลมแรง คือเสียงของปีกใหญ่กว้างมหึมาโบกกวักตัดอากาศ ขณะร่อนถลาลงมาด้วยความเร็วสูงนั้นเอง ปีกและพลังอันทรงศักดานี้ จะเป็นของผู้ใดมิได้นอกจากพญาครุฑ
     “สุบรรณราชมาแล้ว...” 

  ภุชเคนทร์ตั้งใจจะหลบไปเสียก่อน เพราะรู้ว่าศักดิ์ตนต่ำกว่าพญาเวนไตย ซึ่งสามารถทำร้ายตนได้ แต่อุรคาเทวี ผู้มีศักดิ์สูงกว่าห้ามปรามไว้ นางมั่นใจว่า พญาสุุบรรณ จักมิกล้าทำอันตรายสหายของนางได้ ทว่า...

      และโดยมิคาดฝัน พญาสุบรรณราชผู้มีศักดิ์สูงกว่า ภุชเคนทร์ ก็พุ่งลงโฉบร่างนาคหนุ่มขึ้นมา หมายฉีกกินเป็นภักษา เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดสุพรรณนา ร่างกายแทบแหลกสลายด้วยกรงเล็บอันคมกริบของพญาเวนไตย และสดับเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธกริ้วของอุรคาเทวีเช่นกัน

ศักดิ์ของนางเสมอด้วยพญาสุบรรณราช อีกฝ่ายจึงมิกล้าทำภยันตรายใดๆ แต่เพื่อสหายรัก นางจึงคืนสภาพเป็นนาคินีผู้ทรงฤทธิ์ และออกไปต่อกรกับพญาสุบรรณราช เพื่อช่วงชิงภุชเคนทรา กลับคืนมา การ สัประยุทธ์ เป็นไปอย่างดุเดือด จนพญาครุฑต้องปล่อยร่างนาคหนุ่มลงมา และท้ายสุด มันก็ยอมล่าถอย โดยที่อุรคาเทวี เอง ก็ทรงบาดเจ็บ

         แต่สำหรับภุชเคนทร์แล้ว นั่นคือวาระสุดท้ายในภพภูมิพญานาค  บัดนี้ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าจะรักษาได้ทัน

       “อุรคาเทวี... ดีใจเหลือเกินที่ปลอดภัย... กระหม่อมทูลลา...”
         “ภุชเคนทร์”
         เสียงเรียกเต็มไปด้วยความตระหนก พญานาคหนุ่มรู้สึกถึงสัมผัสอันเต็มไปด้วยการปลุกปลอบบนเรือนกายอันโชกเลือดของเขา

         “กระหม่อมไม่มีโฮกาสได้รับสนองพระเสาวนีย์ใกล้ชิดอีกแล้ว... บุญมีอยู่เพียงเท่านี้... ขอถวายพระพรให้เทวีจงทรงพระสำราญ ปราศจากภัยอันตรายตลอดไป...”

          เขารู้สึกเหมือนหายของเหลวร้อนระอุรินร่วงลงกระทบร่างอีกครั้ง ความตื่นตระหนกทำให้พยายามเบิกตาขึ้น กระพริบถี่ให้คลายจากอาการพร่ามัวและเพ่งมอง
        ตรงหน้าของเขา ใกล้ชิดกันแค่เอื้อม อุรคาเทวี ประทับอยู่อย่างโงนเงน หยาดโลหิตไหลรินจากปลายปากเรียวของนางพญานาคินี หยดลงต้องพื้นใกล้ตัวของเขาเป็นก้อนสีคล้ำจัด

         “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้? พญาสุบรรณราชจะไม่ทำร้ายนาคีที่มีศักดิ์สูงกว่า ไฉนจึงบังอาจทำร้ายนาง?”
    “ข้าแค้นนัก...”

             “มันบังอาจเกินไป! หน้ามืดตามัว จนมองไม่เห็นดูไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร บังอาจใช้กรงเล็บโฉบข้าทำให้บาดเจ็บหนัก... มันต้องชดใช้ความผิดนี้ให้กับข้า คอยดู! จะทำให้มันต้องบาดเจ็บหนักยิ่งกว่าที่มันกระทำกับข้าให้จงได้!”

        “ดูซี ภุชเคนทร์ มณีนาคสวาทอันเกิดจากเลือดของข้า มันกลายเป็นอัญมณีอาถรรพ์อยู่ต่อหน้าท่านแล้ว...”
หากวาระนั้น ก็มาถึงพร้อมกับชีวิตที่ดับสิ้นลงของนาคหนุ่มภุชเคนทร์ เช่นกัน


          สัญญาในชาติภพของเขาจบสิ้นลงแล้ว และเริ่มต้นใหม่ในภพภูมิมนุษย์ แต่สำหรับอุรคาเทวีแล้ว มันคือการเริ่มต้นการชำระแค้น!

         และในที่สุด ทุกอย่างก็ดำเนินมาถึงจุดอวสาน เมื่อรัฐมนตรีสุบรรณเอง ก็จดจำเหตุการณ์ในอดีตชาตินั้นได้ ในเวลาที่กรรมที่เขากระทำไว้ในโลกมนุษย์ ย้อนรอยกลับมาพอดี เขาจบชีวิตลงในกองเพลิง ที่เผาผลาญคฤหาสน์หรูของตนจนวอดวายเป็นภัสม์ธุลี และยมนา ก็มารับตัวลงสู่นรก ก่อนการอำลาของ อุรคาเทวี และ ภุชคินทร์

         แม้ว่าจะเป็นการจากลา หากความรู้สึกผูกพันของราชนิกูลหนุ่มก็ยังไม่เลือนหาย เธอทิ้งมณีสวาท สัญลักษณ์แห่งความผูกพันนั้นไว้ และเขาเองก็รับมันมาไว้แนบทรวง

          “มณีนาคสวาท...ของที่ระลึกชิ้นเดียวที่นางมอบไว้ให้แทนตัว จะต้องแนบหัวใจเราอยู่ตลอดไป ไม่มีวันพรากจากกัน”
เขาเอ่ยวาจาอย่างเลื่อนลอยแผ่วเบา เสมือนตั้งใจฝากถ้อยคำไปกับสายลมเรื่อยริน

         “เดี๋ยวนี้เราอยู่ห่างกันเหลือเกิน มีสภาวะอันแตกต่างกันเกินคาดคิด... นาคเทวีกับมนุษย์เดินดิน เมื่อไรหนอเราจะหลุดพ้นจากภพภูมิแห่งมนุษย์ ไปสู่ภพของอุรคาเทวีได้? เมื่อไร?”
          ภุชคินทร์ รู้ดีว่าเป็นคำถามที่ไม่มีใครสามารถตอบเขาได้ แม้แต่อิสตรีเหนือมนุษย์ที่เขาครวญหา คนเดียวเท่านั้นที่ตอบได้ คือตัวเขาเอง ซึ่งยืนยันมั่นคงไปกับสายลม เพื่อให้พัดสัจจวาจาไปสู่นางผู้เหนือมนุษย์นั้นว่า

           “ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไร นานสักเพียงไหน เราจะต้องพบกันอีก... เหมือนดังที่เคยพบมาแล้วแต่เพรงกาล ต่างกันแต่ว่า พบกันใหม่ในครั้งนี้แล้วจะไม่มีการพรากจากกันด้วยความเศร้าสลดอีกต่อไป ขอถวายสัจสัญญา...”
         *****จบบริบูรณ์****


       มณีสวาท เป็นนิยายที่น่าจะยาวที่สุด (96 ตอน) ที่ลงในนิตยสารทานตะวัน เครือบางกอก ในอดีต เป็นอีกเรื่องที่ผมติดตามอ่าน และมีโอกาสซื้อเก็บไว้ ด้วยความประทับใจ เพราะในช่วงนั้น หานิยายที่นำเอาเรื่องราวในวรรณคดีเกี่ยวกับครุฑ นาค มาผสมผสานในรูปแบบลึกลับ สนุกสนานแบบนี้ได้ค่อนข้างยากมาก และทำให้มีโอกาสติดตามผลงานของท่านผู้เขียนอีกหลายๆเรื่องในเวลาต่อมา

    ตอนอ่านเรื่องนี้อีกครั้ง ทำให้นึกไปถึง “มาแต่หิมพานต์” ที่เป็นงานเขียนยุคก่อน มณีสวาท ขึ้นมา เพราะพลอตเรื่องคล้ายกัน แต่รู้สึกว่า มณีสวาท มีรายละเอียดและความสมบูรณ์ที่ลงตัวกว่ามากๆเลยทีเดียวครับ

         ปล. เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบสไตล์ภาพปก มากเลยครับ
          ****************




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2561
3 comments
Last Update : 2 สิงหาคม 2561 9:20:29 น.
Counter : 796 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณruennara, คุณJim-793009, คุณnewyorknurse, คุณhaiku

 

เรื่องนี้ผมเพิ่งซื้อมาเมื่องานหนังสือที่ผ่านมาเมื่อต้นปี ยังไม่ได้อ่านเลยครับ

 

โดย: ruennara 2 สิงหาคม 2561 23:46:22 น.  

 

เรื่องนี้สนุกดีครับ แต่ก็ยาวมากจริง ๆ
ผมอ่านเล่มแรกค้างไว้ แล้วหนีไปอ่านเรื่องอื่น ๆ ต่อ
จนลืมไปหมดแล้ว ส่งสัยต้องกลับไปอ่านต่อครับ
ชอบการผูกตำนานที่เกี่ยวเจ้าอุรคามากครับ เอาความเชื่อมาใช้สร้างนิยายได้เก่งมาก ๆ ^^

 

โดย: Jim-793009 3 สิงหาคม 2561 15:40:43 น.  

 

สวัสดีครับคุณ ruennara เรื่องนี้ ตอนเห็นเป็นเล่มจะหนาไม่น้อยเลยครับ แต่พออ่านไปเรื่อยๆจะเพลินจนถึงหน้าสุดท้ายเลยครับ

คุณ Jim-793009 : เป็นอีกเรื่องของคุณจินตวีร์ ที่ผมชอบพลอตและการเขียนมากเลยครับ ถ้านับว่าเป็นนิยายเรื่องเดี่ยวที่ไม่มีภาคต่อ เหมือน อุโมงค์มาร-เสกอสุรกาย หรือมฤตยูเขียว-มนุษย์ช้ินส่วน เรื่องนี้น่าจะนับได้ว่า เป็นนิยายยาวที่สุดของคุณจินตวีร์เลยครับ (อีกเรื่องที่ไล่ๆกัน น่าจะเป็น สาบนรสิงห์)

 

โดย: สามปอยหลวง 8 สิงหาคม 2561 8:49:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.