Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 

สิงหลา ภาคสองทะเล : ๔๗ เลือดทรพี




บทที่๔๗

เลือดทรพี

ท่ามกลางความเครียดขึ้งในภาวะเริ่มต้นของสงคราม...อัสฟา คืออีกคนหนึ่ง ที่ฉันจะต้องคอยจับตาดู...ฉันได้เจอกับอัสฟาโดยบังเอิญขณะที่เขากำลังเดินทางกลับไปประจำการตรวจตราชายฝั่งทะเลสาบด้านเขาเขียว


‘หลายวันก่อน เพื่อนทหารของข้าเห็นสร้อยแอบขึ้นไปหาเนปาที่ป้อมปืนเขาแดง...นางนอนค้างที่นั่น’ อัสฟามีรอยยิ้มหยันให้ฉันแบบเปิดเผย ‘ไม่รู้จะเสียใจให้ตัวข้าเอง...หรือสะใจที่ท่านเนปานอกใจท่านดีกว่ากัน...เพนนี...ท่านอุตสาห์กีดกันข้ากับสร้อยด้วยวิธีการต่างๆ นานา...แต่สุดท้าย...ท่านเนปากลับทิ้งท่านไปหาสร้อยเอง’


ฉันถึงบางอ้อ เมื่อนึกขึ้นได้....ว่าฉันในร่างสร้อยขึ้นไปหาเนปาเพราะต้องการให้เขาช่วยท่านหญิงนัดพบกับท่านมุสซาร์...แต่ไม่ได้มีอะไรกันเกินเลยอย่างที่อัสฟาเข้าใจ


‘เจ้าเข้าใจผิดแล้ว...เนปากับสร้อยไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด’


‘ข้าเคยแอบตามดูพวกเขาเจอกันที่แถวท่าเรือหลายครั้ง...ท่าทางของสร้อยบ่งบอกชัดเจนว่านางรู้สึกอย่างไรกับท่านเนปา’


ฉันรู้ดีว่าอากัปกิริยาของสร้อยที่อัสฟาเห็นนั้น...ที่แท้ก็คือฉันในร่างสร้อยต่างหาก


‘เนปามองสร้อยเป็นเพียงหลาน...และสร้อยในตอนนี้ก็มีเพียงเจ้าเท่านั้น...อัสฟา’ ฉันยืนยันเสียงหนักแน่น


เมื่อมองเข้าไปยังแววตาของทหารหนุ่ม...มีความลังเลฉายเข้ามาให้เห็นในบางชั่วขณะ...ฉันจึงตัดสินใจพูดไปตรงๆ


‘หากเจ้ากำลังสงสัยในตัวท่านเนปากับสร้อย...ข้าขอยืนยันว่า...เจ้ากำลังเข้าใจผิด’


‘หากเป็นเช่นนั้น...ทำไมท่านกับเนปาจึงไม่หวนกลับไปรักกันเหมือนเดิมเล่า...มะเตโอสก็บอกข้าว่าเนปามีใจต่อสร้อย...ทำให้ท่านแค้นนาง...จึงช่วยวางแผนให้นางตกเป็นของมะเตโอส’ อัสฟาค้านเสียงแข็งอีกครั้ง ‘มีคำบอกเล่าจากบรรดาทหารรับจ้างซึ่งตามไปคุ้มกันท่านหญิงปารีซาที่เกาะยอคราวก่อนโน้น...พวกเขาเห็นท่านเนปาจับหน้าอก...และ...จูบ...สร้อย’


ฉันนึกภาพตามแล้วก็เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงวิธีการกดปั๊มหัวใจและผายปอดช่วยชีวิตสร้อยนั่นเอง...เนปาใช้วิธีการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นการเบื้องต้นตามสมัยยุคปัจจุบันของเรา


ความทรงจำของเนปายังไม่กลับคืนมาทั้งหมด...เขาบอกว่าความทรงจำลึกๆบางอย่างจะผุดขึ้นมาแบบอัตโนมัติโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าเขาทำสิ่งนั้นได้อย่างไร...เช่นท่าทางการต่อสู้แปลก ๆ แตกต่างจากที่ได้เรียนรู้ในสมัยสิงหลา ...เมื่อเนปาแสดงการต่อสู้นั้นให้ดูฉันก็เข้าใจแล้วว่านั่นคือการต่อสู้ป้องกันตัวแบบยูโด คาราเต้ และเทควันโด้นั่นเอง


‘เขาไม่ได้ลวนลาม ไม่ได้จูบฉัน...เอ่อ...เขาไม่ได้จูบสร้อย’ ฉันบอกอัสฟา ‘นั่นเป็นวิธีการช่วยชีวิตคนที่หยุดหายใจจากการจมน้ำ’


‘แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม...สร้อยไม่เหลือเยื่อใยใดๆ ให้ข้าอีกแล้ว’ อัสฟาตัดพ้อ ‘คราวหลังสุดที่เจอกัน...นางแสดงความรังเกียจข้าและบอกข้าตรง ๆ ว่านางไม่ได้รักข้าอีกต่อไปแล้ว’


‘ที่ข้าพูดไปตอนนั้น...เอ่อ...ข้าหมายถึง...สร้อยจำเป็นต้องตัดใจจากเจ้าให้ได้...อย่าลืมสิอัสฟา...เจ้ามีเมียมีลูกแล้ว’ ฉันพยายามเตือนสติ


‘แต่...ข้าสามารถแต่งงานและเลี้ยงดูสร้อยได้อีกคน’ อัสฟายังไม่ยอมแพ้ ‘หากนางยังรักข้า...เรายังสามารถอยู่ด้วยกันได้ไม่ใช่หรือ’


ฉันเข้าใจความหมายที่อัสฟาบอก...ผู้ชายสมัยนี้จะมีเมียกี่คนก็ได้...แต่ปัญหาคือ...ตอนนี้ในร่างสร้อยมีดวงจิตของฉันในอีกช่วงเวลาทับซ้อนอยู่


‘เจ้ายังรักสร้อยจริงหรือ’ฉันพยายามล่อเข้าประเด็นที่ต้องการ


อัสฟาพยักหน้าทันที ฉันจึงเปลี่ยนประเด็นไปสู่เรื่องที่คาบเกี่ยวกัน


‘เจ้ากับพวกทหารบางกลุ่มกำลังซ่องสุมเพื่อหวังทำการอะไรอยู่’


เมื่ออัสฟาเงียบ...ฉันถือว่าได้เล็งถูกเป้าแล้ว


‘ไม่ว่าจะการใดก็ตาม...แต่ขอให้เชื่อข้าว่า...สิ่งที่เจ้ากำลังจะร่วมกระทำนั้นไม่เป็นผลดีต่อตัวเจ้าเองและสร้อยเลย’ ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบนป้อมปืนหัวเขาแดง


‘แต่ถ้าไม่มีเขาสักคน...สร้อยอาจกลับมารักข้าเหมือนเดิม’


‘นี่เจ้าคิดกำจัดเนปาจริง ๆ รึ...เจ้าวางแผนจะทำอะไรที่ป้อมปืนเขาแดงจริงรึนี่’


‘ท่านรู้ได้อย่างไร’ อัสฟาตาเบิกโพลง


‘เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าล่วงรู้อนาคต’ ฉันใช้ความจริงในการอธิบายเพื่อที่จะทำให้เขาเข้าใจง่ายที่สุด...ในเมื่ออธิบายเขาได้ให้เข้าใจได้ยากนัก‘ในคืนนั้น...สร้อยจะอยู่ที่นั่นด้วย...และนางอาจได้รับอันตรายจากการกระทำนั้นของเจ้า’


‘ข้า...ข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร’


‘เจ้าไม่เชื่อข้าหรอก...เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่ทำแบบนั้นในอนาคต’ เมื่อถึงตอนนี้ ฉันเองก็ฉุกคิดขึ้นได้อีกครั้ง...ฉันจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อย่างนั้นหรือ‘เอาเป็นว่า...ขอให้เชื่อว่าเนปา รักและจริงใจห่วงใยเจ้าเสมอ...อัสฟา...เมื่อถึงเวลาสำคัญ...เจ้าก็จะรู้ด้วยตัวเอง’


‘เจ้ามาพูดลวงเพื่อหวังให้ข้าล้มเลิกความตั้งใจมากกว่า’ อัสฟายังดื้อดึงไม่ยอมใจอ่อนง่าย ๆ ‘ถึงท่านจะรู้แผนการของเราแล้ว...ท่านก็ทำอะไรไม่ได้หรอก’


ถึงแม้จะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดให้อัสฟาล้มเลิกแผนการบางอย่างได้...แต่อย่างน้อยฉันก็รู้แล้วว่าอัสฟาน่าจะร่วมมือกับคนของอิบรามันนั่นเอง

ฉันลอบขึ้นไปพบเนปาที่ป้อมปืนหัวเขาแดง...บอกเขาถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นเท่าที่ฉันรู้และจะเจอในอนาคตอันใกล้นี้


“ผมสับสนมากนะ...คนที่อยู่ในร่างสร้อยตอนนี้ก็คือ แก้ว...และคุณ...ในร่างนี้...เพนนี ฟาน เมอเตส...ก็คือแก้ว...คนเดียวกันจากยุคอนาคต...ยุคที่ผม...คือ ดิน’ เนปามีสีหน้าสับสนเป็นอย่างมาก ‘แต่ผมยังจำตัวเองตอนเป็นดินตามที่คุณเล่า...หรือตามภาพความทรงจำที่เห็นในบางครั้งไม่ได้เลย’


“ตอนนี้...คุณรู้สึกยังไงกับแก้ว...แก้วที่อยู่ในร่างสร้อย”


“ผมรู้สึกผูกพันกับแก้วมาก...จนบางครั้งต้องห้ามใจตัวเอง...ไม่ให้คิดเป็นอื่น...เพราะว่าแก้วก็คือคุณ...แต่อยู่ในร่างของสร้อย” เนปาส่ายหัวไปมา“แก้วในร่างสร้อยตอนนี้...ก็คือคุณ...เพนนีที่อยู่ต่อหน้าผมนี่...ก็คือ...คุณ”


“ฉันเข้าใจว่าความสับสนนี้เป็นยังไง...เพราะบางครั้ง...ฉันก็แอบหึงตัวฉันเองในร่างสร้อยเหมือนกัน” ฉันหัวเราะเบาๆ เพื่อระบายความสับสนออกไป “คุณก็คงรู้สึกหวงฉันที่อยู่ในร่างสร้อย...เวลาเห็นเธออยู่กับโดโลฮอฟ”


“ยิ่งพูดก็ยิ่งมึน...แต่ช่างเถอะ...ตอนนี้คุณมีแผนอะไรที่จะแก้ไขให้สิงหลาปลอดภัยไม่เป็นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นรึเปล่า”


ฉันได้แต่ส่ายหน้า“ความเศร้าของฉันคือ...ไม่ว่าจะพยายามหาทางป้องกันแก้ไขไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นยังไง...สุดท้าย...มันก็เกิดขึ้นอยู่ดี”


“สิงหลาจะพ่ายแพ้จริงๆ ใช่มั้ย...แล้วหลังจากนั้นเราจะเป็นยังไงต่อไปนะ...เพราะเหตุการณ์สุดท้ายก่อนออกจากร่างสร้อยกลับไปยุคปัจจุบันของคุณ...คุณบอกว่าผมถูกทหารอโยธยาจับกุมตัวไว้”


“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน”

******************

เมื่อบรรดาเรือสินค้าที่ท่าเรือได้รับอนุญาตให้เข้าไปจอดลึกยังทะเลสาบด้านในเพื่อความปลอดภัย ฉันให้บราวน์เดินทางไปขึ้นเรือกับตันโจนาธานเมื่อเขาดื้อและปฏิเสธ ฉันจึงจำใจต้องใช้วิธีการเป่ายาสลบและให้ลูกน้องนำบราวน์ไปขึ้นเรือกัปตันโจนาธานได้สำเร็จ


ขณะเดียวกัน ฉันก็ให้ลูกน้องพายายจันทร์หนีไปยังเมืองพัทลุงได้ทันในขณะที่ยังมีโอกาสเพราะหลังจากวันนี้ ทหารจะไม่อนุญาตให้มีใครเข้าออกเขตเมืองชั้นนอกได้อีก


แฮรอน ตัดสินใจส่งกองกำลังเรือรบคุ้มกันสินค้าของบริษัทอังกฤษออกไปร่วมกับกองกำลังเรือรบของสิงหลาโดยเขาไม่ได้เดินทางหลบออกไปพร้อมกับเรือสินค้าของบริษัท เพื่อแสดงให้เจ้าเมืองเห็นว่าอังกฤษตั้งใจช่วยเหลือและสนับสนุนสิงหลาอย่างเต็มที่


‘อีกอย่าง...ฉันเป็นห่วงแกลรี่...เอ่อ...หมายถึงสร้อย...ป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ ในเวลาอันตรายแบบนี้ฉันทิ้งหลานไว้ที่นี่ไม่ได้....ที่สำคัญ...ฉันจะทิ้งลูกสาวของฉันไปได้อย่างไร’


และนี่คืออีกผลหนึ่งที่เขาบอกให้ฉันรู้....ฉันจึงได้แต่กอดให้กำลังใจแฮรอน...และเป็นกอดแทนคำขอโทษที่ไม่สามารถบอกความจริงให้เขารู้ได้ว่า...ฉันไม่ใช่ฮารูโกะตัวจริง


ค่ำวันนั้น องค์อุสเซนซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำกลับเข้ามารักษาตัวในเมืองสิงหลา


‘ข้าปะทะกับเจ้าเมืองนครด้วยตัวเอง...และเพลี่ยงพล้ำต่อเขา...แต่แปลกที่เมื่อเขาจับตัวข้าไปได้กลับไว้ชีวิตและปล่อยตัวข้ากลับมา’ องค์อุสเซนบอก ‘กองกำลังทหารของพวกนั้นมีมากมายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา...ศึกครั้งนี้หนักหนานัก’


ฉันได้แต่ครุ่นคิดสงสัยว่าเหตุใด...พระยารามเดโช...จึงปล่อยตัวองค์อุสเซนให้กลับมายังสิงหลาอย่างปลอดภัย


‘พระยารามเดโช...ฝากข้านำผ้าผืนนี้มาให้แก่ท่าน’องค์อุสเซนยื่นผ้าขาวผืนหนึ่งให้แก่องค์สุลต่านมุสตาฟา


‘บังอาจ...พวกมันคิดจะให้ข้ายอมยกธงขาวให้อย่างนั้นรึ’องค์สุลต่านโมโหเกรี้ยวกราดขณะโยนผ้าขาวนั้นทิ้งลงบนพื้นใกล้ ๆจุดที่ฉันกำลังเก็บอุปกรณ์ทำแผลอยู่


เมื่อสังเกตดี ๆ จึงเห็นว่าผ้าขาวผืนนั้นมีลักษณะคุ้นตา...เพราะมียันต์เล็กๆ วาดไว้ตรงมุมหนึ่ง


ฉันรีบคลี่ผ้าผืนนั้นดู...ส่วนอื่นของผืนผ้านั้นว่างเปล่า...แต่ฉันรู้ว่า...มีบางอย่างซ่อนไว้อย่างแน่นอนจึงเดินถือผ้าไปส่องเหนือตะเกียงข้าง ๆ โดยระวังให้พ้นจากสายตาของคนอื่น ๆ ในห้อง


และก็เป็นอย่างที่ฉันคาดเดา...บนผืนผ้า...มีข้อความภาษาไทยสมัยอโยธยาผุดขึ้นมาให้เห็นจริง ๆ


“ประจักษ์พันธะสัญญา...สายเลือดสิงหลาจักสืบไท้...รวมผืนดินไซร้เอกศรีรัตนครา”


‘มีอะไรรึ...เพนนี’ เสียงองค์สุลต่านมุสตาฟาปลุกฉันจากภวังค์ความอึ้งสับสน


ฉันตัดสินใจยื่นผ้าที่ปรากฏข้อความนั้นให้แก่องค์สุลต่าน


’มีข้อความลับซ่อนไว้...เขียนว่าอะไรรึ’


ฉันแปลข้อความนั้นให้องค์สุลต่านมุสตาฟาเข้าใจ


‘เจ้าเมืองนครยอมปล่อยตัวน้องข้าให้รอดชีวิตกลับมา...ก็เพื่อหวังกล่อมให้เรายอมแพ้แก่อโยธยา’องค์สุลต่านสรุปความไปในทางนั้น ‘แต่เจ้ารู้วิธีอ่านข้อความลับนี้ได้อย่างไรกัน...เพนนี’


‘เป็นข้อความที่เขียนด้วยสมุนไพรชนิดหนึ่ง...จะปรากฏเมื่อผืนผ้าได้รับความร้อน’ฉันอธิบายวิธีการ ขณะเดียวกับที่หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วในตอนนี้...จึงได้แต่หลบสายตาองค์สุลต่าน


ฉันเข้าใจแล้วว่า...พระยารามเดโชน่าจะตั้งใจส่งข้อความนั้นมาถึงฉันมากกว่าจะส่งให้แก่องค์สุลต่านมุสตาฟา...เพราะหากหวังส่งให้องค์สุลต่านอ่านจริงๆ ...เขาจะต้องเขียนด้วยหมึกธรรมดาให้คนอื่นเห็นอย่างโจ่งแจ้ง

*****************************

ฉันตัดสินใจขอร้องให้ท่านหญิงปารีซาเดินทางออกไปอยู่สำนักงานของแฮรอนที่เขตเมืองชั้นนอก...แต่เธอปฏิเสธว่าจะไม่ออกจากเขตวังชั้นในเพราะเป็นห่วงคนอื่น ๆ


‘ถึงอย่างไรเสีย...ท่านก็จะเป็นฝ่ายดิ้นรนไปจนถึงสำนักงานบริษัทอังกฤษอยู่ดีสิน่า’ฉันบ่นกับตัวเองภายหลังท่านหญิงปิดประตูห้องใส่หน้าดังปัง


คืนนั้น ฉันจึงจำเป็นต้องวางแผนไปช่วยปล่อยตัวมิรายาออกมาคุ้มกันท่านหญิง...และโชคดีที่ฉันไปทันก่อนที่เธอจะถูกลอบฆ่าปิดปากด้วยลูกดอกอาบยาพิษไปอีกคน...เมื่อจับตัวคนร้ายได้และเผยโฉมหน้านั้นออกมา...มิรายาถึงกับร่ำไห้โฮออกมา


‘ท่าน...ท่านเป็นน้าสาวข้าแท้ ๆ ทำไม...ทำไม’ มิรายาถามคนร้ายพลางชูลูกดอกที่คนร้ายหวังใช้ลอบยิงใส่เธอ แต่พลาดเป้าเพราะฉันมาช่วยผลักมือคนร้ายได้ทัน


‘ข้าจำเป็นต้องทำเพื่ออะไร...เจ้าย่อมรู้ดี...หลานรัก’


เมื่อหญิงคนดังกล่าวเอ่ยขึ้น ฉันก็พอเดาได้ว่าหญิงคนนี้น่าจะเป็นคนที่คอยสั่งการมิรายามาตลอดและน่าจะเป็นคนที่แอบตามอิบรามันในวันก่อน


‘ข้าไม่ยอมให้ทุกอย่างพังลงอีก...แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตข้าเองก็ตาม...ความตายของข้าจะเป็นคำมั่นสัญญาว่าเจ้าจะไม่ทรยศต่อพี่ของเจ้า’


ไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไรออกไป...หญิงคนดังกล่าวสะบัดตัวอย่างแรงจนหลุดออกจากการจับกุมตัว เธอโผเข้าไปเอื้อมมือแย่งลูกดอกออกมาจากมือของมิรายาที่กำลังยืนชิดรั้วกรงขังก่อนจะปักมันลงบนคอของตัวเองอย่างรวดเร็ว


ชั่วไม่กี่อึดใจ...หญิงผู้นั้นก็หมดลมหายใจโดยที่ฉันไม่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้


มิรายาร้องไห้โฮออกมาฉันจึงรีบเข้าไปปิดปากและเตือนสติ


‘ตอนนี้ยังไม่มีทหารเข้ามาเห็น...เจ้าจึงยังมีโอกาสหนี’


‘เจ้าจะมาช่วยข้าทำไม...ทั้งๆ ที่เจ้าเป็นคนทรยศต่อท่านอิบรามัน และทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้’มิรายามีแววตาเคืองแค้นอย่างชัดเจน


‘ข้าต้องการให้เจ้าไปช่วยท่านหญิงปารีซาคุ้มครองนางให้ปลอดภัย’


‘ทำไมต้องเป็นข้า...ท่านหญิงจะยอมให้ข้าเข้าใกล้นางได้อีกรึ’


‘ถามใจเจ้าสิ...ไหนเจ้าบอกว่า...รักท่านหญิงอย่างสุดใจ’


‘ข้าไม่เคยบอกเจ้า’มิรายามีแววตาสงสัย


‘ในอนาคต...เจ้าจะเป็นคนบอกเอง’


‘ถ้าท่านรู้อนาคตจริง...ท่านบอกข้ามาสิ...ว่าพ่อข้า...ท่านอิบรามันจะปลอดภัยดีหรือไม่’


นี่ก็เป็นอีกอย่างที่มิรายาได้เปิดเผยความลับเบื้องลึกออกมา...นางเป็นลูกลับๆ ของอิบรามัน


‘เขาจะยังปลอดภัยและเจ้าจะได้เจอกับเขาอีก ถ้าเจ้าคุ้มครองท่านหญิงให้ปลอดภัยตามแผนการณ์ของข้า’ฉันต่อรอง


‘แต่ข้าจะเชื่อเจ้าได้รึ’


‘ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้แตะอาหารเลยเพราะความกลัดกลุ้ม...ตอนนี้เจ้าคงหิวมากแล้ว...งั้น...ให้ข้าทำนายดูหรือไม่ว่าเจ้าอยากกินอะไรมากกว่ากันระหว่างมันเผากับเนื้อแห้งนี่...เจ้าไม่ต้องเฉลยก็ได้...แต่ข้ารู้ว่าในใจเจ้าอยากกินมันเผา และเจ้ากำลังคิดถึงแม่’ ฉันแสดงบทบาทแม่หมอผู้หยั่งรู้โดยนำเรื่องราวที่มิรายาเคยเล่าให้ฟังนั่นล่ะมาแสดงย้อนรอย


มิรายาร้องไห้ตัวโยนจนฉันต้องรีบปิดปากของเธอให้แน่นอีกครั้งก่อนที่จะไขกุญแจปลดโซ่คล้องกรงขังให้เธอออกมา


เมื่อนำตัวมิรายามาซ่อนไว้ในที่ปลอดภัยฉันอธิบายแผนการช่วยเหลือท่านหญิงปารีซาอย่างรัดกุม


‘ท่านมุสซาร์เป็นคนเดียวที่จะช่วยให้ท่านหญิงรอดไปจากสิงหลาได้อย่างปลอดภัย’ฉันเน้นย้ำ ก่อนจะถามเรื่องสำคัญที่เกือบลืมไป ‘ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนคิดลอบวางยาพิษท่านมุสซาร์...แต่ใครกันนั้นเจ้าย่อมรู้ดี ถึงตอนนี้เจ้าก็น่าจะรู้แล้วว่า...เขาไม่เอาเจ้าไว้แน่แม้แต่ท่านอิบรามันก็จะไม่ปลอดภัยเพราะคน ๆ นั้น’


‘หากเป็นอย่างที่เจ้าบอกข้ามา...คนๆๆนั้น จะไม่ลอบฆ่าท่านอิบรามันให้เกิดความเคลือบแคลง...เขาจะต้องอาศัยคำสั่งประหารขององค์สุลต่านมาใช้เพื่อสร้างความเคียดแค้นแก่ทหารของอิบรามัน’มิรายาบอกเสียงแข็ง ‘แต่ข้าจะยังไม่ยอมบอกว่าคนๆ นั้นคือใคร จนกว่าข้าจะมั่นใจในบางอย่าง’


เมื่อรู้ว่าไม่สามารถง้างปากมิรายาได้ในตอนนี้ฉันจึงรีบแยกไปพบท่านมุสซาร์เพื่อร่วมวางแผนช่วยเหลือท่านหญิงปารีซา


ซึ่งฉันรู้ว่าเขาจะมอบหมายคนของเขาให้ทำตามแผนที่ฉันบอกไปทุกประการ


เช้าวันต่อมาฉันขอเข้าพบอิบรามันในที่คุมขังพิเศษซึ่งมีทหารเวรยามแน่นหนา


‘เหตุใด...ยูซุบจึงหักหลังท่าน ผู้เป็นพ่อได้ลง’ ฉันแสร้งรำพันตอกย้ำซ้ำเติม‘ต่อให้มีความคิดแตกต่างไม่ลงรอยกันปานใด...ก็ไม่น่าจะทำกันขนาดนี้’


อิบรามันยังคงนิ่งเฉยไม่ตอบโต้ผิดปกติไปจากนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไม่เคยยอมลดราวาศอกแก่ใคร...โดยเฉพาะกับฉัน...เพนนีฟาน เมอเตส


เมื่อไร้ซึ่งวี่แววสัญญาณตอบรับใด ๆจากอิบรามัน ฉันจึงจำใจต้องจากมา และไปเตือนพัตเตอร์และแฮรอน เกี่ยวกับพอตต์ แต่พัตเตอร์กับแฮรอน ยังลังเลเพราะพอตต์ไม่เคยแสดงออกถึงอาการมุ่งร้าย...ฉันแจ้งให้โดโลฮอฟรีบหนีขึ้นเรือไปก่อนเพราะต้องการช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากมะเตโอส แต่เขาปฏิเสธ และอาสาช่วยดูแลแฮรอน ฉันกอดเขาไว้แน่นเมื่อเขายืนยันอย่างนั้น...กอดเพื่อบอกลาพี่ชายที่แสนดี


‘เราจะเป็นพี่น้องกันตลอดไปนะ...โดโลฮอฟ...ฉันเชื่อว่าเราจะได้เจอกันอีก’ฉันได้แต่บอกเขาไปในใจอย่างนั้น


หลังจากนั้น ฉันจึงไปแจ้งเนปาเพื่อให้ไปช่วยรับตัวสร้อยและท่านหญิงปารีซา บอกเขาว่าสร้อยฟื้นกลับเข้ามาในร่างแล้วด้วยฉันมอบป้ายทองประจำตัวท่านหญิงให้เนปา เพื่อใช้นำเธอกลับเข้ามาในเขตเมืองชั้นนอกได้อย่างปลอดภัย


บ่ายวันนั้น เมื่อย้อนกลับไปที่เรือนท่านหญิงเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้ว จึงพาเจ้าดำ ม้าประจำตัวของแก้วในร่างสร้อยไปไว้หลังสำนักงานของบริษัทอังกฤษ

******************************


เย็นวันนั้นเอง มีเสียงลือออกมาถึงร้านเหล้าของมะเตโอสที่ท่าเรือว่าองค์สุลต่านมุตตาฟามีคำสั่งให้ประหารอิบรามัน ณ ลานเมืองในยามรุ่งสาง ฉันจึงต้องขอเข้าพบองค์สุลต่านมุตตาฟาเพื่อขอให้เลื่อนคำสั่งประหารอิบรามันออกไปก่อน


‘ข้ายังไม่มีคำสั่งประหารออกไป...ในยามศึกประชิดเมืองขณะนี้ข้าจะทำการเช่นนั้นให้พากันเสียขวัญทำไม’ องค์สุลต่านโกรธเกรี้ยว‘ใครกันที่บังอาจกุข่าวเท็จ...ให้ช่วยกันสืบข่าวแล้วนำตัวมาลงโทษให้ได้’


ตกค่ำวันนั้นฉันจึงรีบขี่ม้าบึ่งออกไปสืบข่าวที่ร้านเหล้า ทันได้สวนทางกับตัวเองในร่างสร้อยและเนปา ก่อนออกจากประตูเมืองไปยังที่หมาย...ที่หน้าร้านเหล้าฉันได้มีโอกาสช่วยชีวิตมิรายาอีกครั้งก่อนที่เธอจะถูกชายคนหนึ่งลอบยิงจากด้านหลัง


‘มิรายา...หลบไป’ฉันตะโกนบอกพลางกระโดดเอาตัวพุ่งให้มิรายาล้มลงเพื่อหนีจากวิถีกระสุน


มิรายาปลอดภัย แต่น่าเสียดายที่คนลอบยิงหนีไปอย่างรวดเร็ว


‘ยูซุบ...ที่เจ้าเห็น...ไม่ใช่ยูซุบตัวจริง’ในที่สุด มิรายาก็ยอมเผยความจริงด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ‘ยูซุบตัวจริงถูกจับตัวไปนานแล้ว....เขาถูกใช้เป็นตัวประกันเพื่อปิดปากอิบรามัน....พ่อข้า...ยอมตาย...เพื่อรักษาชีวิตลูกชายที่เขารัก’


‘แล้วใครกันที่ปลอมเป็นยูซุบ’ฉันรู้สึกคุ้น ๆ กับรูปร่างของคนร้ายที่ลอบยิงมิรายาขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังนึกไม่ออก


‘เมรา...ลูกชายที่พ่อไม่เคยยอมรับ...พี่ชายแท้ๆ ของข้า แม่เดียวกันกับข้า...เราสองคนเป็นลูกของทาสคนพื้นเมืองผู้ต้อยต่ำพี่พ่อไม่เคยยอมรับ... เมื่อเมรากลับมาแทนที่ยูซุบได้สำเร็จ....เขาก็คิดการณ์ใหญ่ขึ้น....เขาคิดว่าเจ้าเมืองสิงหลาควรเป็นเขา...สายเลือดคนพื้นเมืองถิ่นนี้แทนที่จะเป็นสายเลือดของผู้อพยพ ดาโต๊ะ โมกอล ผู้มาเป็นใหญ่ที่นี่’


‘แต่เจ้าเมืองสิงหลานับแต่ท่านดาโต๊ะ โมกอล ท่านสุลต่านสุลัยมาน ซาร์ ตราบจนท่านมุสตาฟา ต่างดูแลคนพื้นถิ่นเป็นอย่างดีไม่เคยข่มเหงรังแก มีแต่จะปกป้องคุ้มครองด้วยซ้ำ’


‘เมรา มีความเชื่อว่าเขาก็สืบเชื้อสายผู้ปกครองถิ่นนี้มาก่อนผ่านทางสายเลือดของแม่ที่ตายไปนานแล้วยิ่งในตอนนี้ เขาได้ซ่องสุมกองกำลังทหารเป็นพวกได้มากขึ้นบวกกับทหารของท่านอิบรามันด้วยแล้ว...เขาก็คงยิ่งฮึกเหิม...เขาทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งจะฆ่าข้าเพื่อปิดปาก’มิรายาน้ำตาไหลพราก แต่น้ำเสียงยังคงเข้มแข็ง‘เมื่อข้าฟื้นและพายเรือมาเพื่อหวังนำท่านหญิงกลับไปขึ้นเรือให้ปลอดภัย ข้าเห็นเมราเข้ามาในร้านนี้ แต่หาเขาไม่เจอ ข้าจึงออกมาจากร้านเพื่อเดินทางไปช่วยท่านหญิง...จนกระทั่งเจ้าโผล่มาช่วยข้าไว้ได้ทัน’


‘ใครบังอาจลอบเข้ามาฆ่าคนของฉัน’เสียงมะเตโอส ดังลั่นด้วยภาษาวิลันดา ดังมาจากด้านหลังร้าน เสียงคนวิ่งโกลาหล


ฉันกับมิรายารีบวิ่งตามบรรดาไทยมุงเข้าไปด้านในจึงได้เห็นชายคนหนึ่งนอนเลือดกลบปาก ตาเบิกโพลงที่หน้าอกมีมีดทำครัวด้ามยาวปักอกเลือดทะลักออกมานองพื้น


‘เมรา...เขาแน่ ๆ ‘มิรายากระซิบบอกข้างหูฉัน ‘ชายคนนี้ก็รู้ความลับของเขา...รู้ว่าเมรากำลังปลอมตัวเป็นยูซุบและคิดการใหญ่’


‘เจ้าต้องไปกับข้า...มิรายา’ฉันตัดสินใจในที่สุด ‘ไปเข้าพบองค์สุลต่านมุตตาฟา บอกเรื่องราวทั้งหมด’


‘แต่...ข้ากลัวเหลือเกิน’มิรายาตัวสั่น ‘เมราร้ายกาจนัก’


‘ยิ่งพี่ชายเจ้าร้ายกาจแบบนี้ เจ้าไม่คิดจะช่วยท่านอิบรามันหรอกรึ...ตอนนี้มีคนปล่อยข่าวลือว่าองค์สุลต่านมีคำสั่งให้ประหารอิบรามัน...ต้นตอข่าวลือน่าจะมาจากร้านเหล้านี่’


‘ถ้าให้เดา...ชายที่เพิ่งกลายเป็นศพนี่ล่ะ น่าจะเป็นคนช่วยเมราปล่อยข่าวลือ’ มิรายาเฉลย ‘เขาจะเป็นคนปล่อยข่าวลวงเพื่อช่วยเมราให้กระทำการต่างๆ สำเร็จอยู่เสมอ’


‘เอาล่ะ...ตอนนี้เราต้องออกไปจากที่นี่แล้ว’ฉันฉุดมิรายาออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มะเตโอสจะเห็นฉันเข้าเสียก่อน


ไม่อยากให้รายนั้นเข้าใจผิด่ว่าฉันเป็นคนก่อเรื่องร้ายๆ ในร้านของเขาอีก

******************************





 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2561
0 comments
Last Update : 24 กรกฎาคม 2561 16:39:40 น.
Counter : 130 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


~My Birthday is on April 14~
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]






widget counter สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเพื่อน ๆ บล็อกแก็งค์และผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน เจ้าของบล้อกเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก ด้วยใจรัก เพราะเขียนแล้วมีความสุข...ทั้งนี้ งานเขียนทุกชิ้นมีลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย เพราะฉะนั้น ห้ามนำไปดัดแปลง ต่อเติม แก้ไข และเผยแพร่เป็นผลงานของตัวเองเชียวนะคะ เพราะจะถือเป็นการกระทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์ ขอบคุณค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add ~My Birthday is on April 14~'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.