Lego World : Event ที่ไม่ควรพลาดใน Copenhagen
 สวัสดีค่ะ :)

 หายไปนานมาก ไม่ได้อัพบล็อกนานเลยแอบมาส่องบล็อกกันบ้างป่าวเนี่ย? lol หลังจากที่พาไปทัวร์ยุโรปตอนช่วง Easter มานาน วันนี้เราจะกลับมาที่ Copenhagen ฐานทัพของเราค่ะแต่ไม่ได้พาไปดู attraction ในเมืองนะ พาไปดู event ที่น่าสนใจมากที่มีชื่อว่า Lego World ค่ะ

 Lego World เป็นคล้ายๆ นิทรรศการของ Lego ที่เปิดให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัส Lego ในแบบต่างๆ ซึ่งจะต่างจาก Legoland ที่เป็นสวนสนุก Lego World จะจัดแสดงวัตถุที่สร้างมาจาก Lego ที่รับรองว่าถ้าได้เห็นแล้วต้องตะลึงในความสามารถของคนทำแน่นอนซึ่งจริงๆ แล้วเนี่ยเราไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับ event นี้เลยค่ะ บังเอิญไปเจอรูปงานนี้ในเฟซบุ๊กของเพื่อนชาวสิงคโปร์ก็เลยถามว่าที่ไหนอะ อยากไปบ้าง เพื่อนก็บอกว่า Lego World พรุ่งนี้วันสุดท้ายนะ เราก็เฮ้ย ตอนนั้นสี่ทุ่มจะห้าทุ่มอยู่แล้วชวนใครไปดี นั่งคิดนอนคิดมันทั้งคืนสุดท้ายก็ลุยเดี่ยวเลยจ้า lol

 สถานที่จัดงานก็คือ Bella Center ค่ะ หาไม่ยากเลย เวลามาก็นั่ง metro มาลงที่สถานี Bella Center พอเห็นคนเดินไปทางไหนก็เดินตามเค้าไปเลย lol ล้อเล่นค่ะ มันจะมีโรงแรมชื่อว่า Bella Sky ซึ่ง Bella Center ก็อยู่แถวนั้นพอดีเดินตามทางก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะค่ะ ไม่หลงแน่นอน

 โดยปกติแล้ว Lego World จะจัดปีละหนึ่งครั้งค่ะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งวันที่ก็จะต่างออกไปในแต่ละปี ปีนึงจัดประมาณสี่วันค่ะ ต้องคอย check ข้อมูลในเว็บไซต์ของเค้าที่ http://www.legoworld.dk ซึ่งต้องเตือนไว้ก่อนว่ามีแต่ภาษาเดนมาร์กนะจ๊ะ อิอิ เราก็แปลออกมั่งไม่ออกมั่งแต่ได้ใจความว่าเคยไปจัดที่ The Netherlands กับ Oslo, Norway มาแล้วค่ะ



หาไม่ยากเลย เห็นป่าวมีป้ายบอกทางว่าเลี้ยงขวาไปทางเข้าทางทิศตะวันตก เดินประมาณสิบนาที

 สำหรับที่นี่เสียค่าเข้านะจ๊ะ ตอนจ่ายตังค์รู้สึกได้เลยว่าเลือดไหลซิบๆ lol (ไอ้ที่นอนคิดเมื่อคืนก็เรื่องนี้แหละ) ค่าเข้าคนละ DKK 140 ค่ะ ส่วนเด็กถ้าอายุไม่เกินสองปีเข้าฟรี ตอนที่เดินเข้าไปนี่รถจอดกันเต็มเลย (ที่ไม่เห็นบนถนนคือมาจอดกันที่นี่ใช่ไหม?) คนก็เยอะมากๆ พอซื้อตั๋วเสร็จก็เดินเข้างานได้เลยค่ะซึ่งตั๋วจะเป็นแบบ single entry ถ้าออกจากงานไปแล้วจะเข้ามาใหม่ก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ค่ะ



เข้ามาก็เจอกับคุณ Hagrid ก่อนเลย ตัวใหญ่มากๆ และที่น่าทึ่งคือทำจาก Lego ทั้งตัว!



มุมนี้เปิด free เลยค่ะ กอง Lego brick ให้เด็กเล่นได้เต็มที่เลย



บรรยากาศใน Bella Center ค่ะ ตึกลายๆ ข้างหลังนั่น Bella Sky ค่ะ



ชอบมงกุฎน้องคนนี้เลยแอบแชะมาหนึ่ง shot



มี Hagrid ก็ต้องมี Harry สิ จริงป่าว?



ชุมชน Star Wars ก็มานะจ๊ะ ขนมาทั้งจักรวาลเลยจ้า lol





อันนี้ชอบมาก คือพื้นทั้งหมดทำมาจาก Lego ค่ะ สร้างเป็นชุมชนย่อมๆ ให้ดู



ตู้ไปรษณีย์ Lego ข้างในเปิดหย่อนจดหมายได้นะเออ



อันนี้เป็นแผ่น Lego ขนาดยักษ์! ยักษ์จริงๆ ไม่มีความสามารถพอที่จะถ่ายให้เห็นทั้งแผ่นได้



ภาพขนาดย่อของแผ่น Lego ยักษ์ข้างบนค่ะ



ส่วนนี้เราก็ชอบนะ คือเค้าเอา Lego มาต่อเป็นทวีปแล้วก็ต่อสถานที่สำคัญของแต่ละประเทศลงไปบนแผนที่แล้วก็มีเลขบอกว่าสถานที่นั้นชื่ออะไร เจ๋ง!



Nyhavn <3



Nyhavn อีกสักใบ









 zone ข้างบนจะต่อ Lego เป็นสถานที่ต่างๆ ในโลกค่ะ เค้าจะมีที่กั้นมากั้นไว้แล้วก็จะแบ่งเป็น block ซึ่งแต่ละ block ก็จะมีใบแปะไว้บอกว่าที่นี่คือที่ไหน แนวคิดมาจากไหน ใครเป็นคนต่อ ใช้ Lego ทั้งหมดกี่ชิ้น ต่อนานเท่าไหร่ซึ่งเราจำไม่ได้สักอันเลย lol มัวแต่ตื่นตื่นตาใจ เกิดมาไม่เคยเห็นปฏิมากรรม Lego เยอะขนาดนี้มาก่อน 5555



Building Board



เชื่อป่าวว่าข้างบนทำมาจาก Lego หมดเลย! ชอบอะ เจ๋งมาก! (อ้อ! ยกเว้นหม้อด้านขวามือนะ สายไฟนั่นด้วย)



ชัดๆ



อันนี้เป็น stamp ของเดนมาร์กค่ะ เข้าใจว่าน่าจะเป็น Queen Margrethe II



 อันนี้เป็นโบสถ์ชื่อดังใน Copenhagen ค่ะ เรียกกันง่ายๆ ว่า Marble Church มีชื่อในภาษาเดนมาร์กว่า Frederiks Kirke หรือ Marmokirken ค่ะ อยู่แถวๆ Amalienborg Slot ข้างในสวนมากๆ เป็นโดมกลมๆ อยู่ข้างบนที่มีลวดลายภาพวาดที่มองจนคอเคล็ด (ต้องแหงนคอมอง) เข้าฟรีค่ะ



อันนี้คนทำแอบมีอารมณ์ขัน เป็นภาพทหารกำลังเดินขบวนอยู่หน้าโบสถ์แล้วเหยียบกล้วยลื่น อิอิ



จำไม่ได้ว่าที่ไหนแต่ดูครึกครื้นสุดๆ ตอนนั้นเห็นแว้บๆ ว่าตรงตึก Lego ในรูปมีคุณป้า Lego กำลังตากผ้าแล้วผ้ามันเลื่อนขึ้นลงเองได้ด้วยอะ ชอบ!









Metallica's "Death Magnetic" tour from 2009-2010



คนเล่นกลอง Lego หมุน 360 องศาด้วยแหละ



ชุมนุม Lego มาร่วมงาน concert กันอย่างพร้อมเพรียง นินจากับโจรสลัดยังมา!





Star Wars เล่นฟุตบอลกันจ้า มีแจกใบเหลืองด้วยนะจ๊ะ



ชิงช้าสวรรค์ Lego ที่หมุนได้จริง!



circus show



 ข้างบนงงใช่ปะ? มันคืออะไร? ทำไมต้องมาไว้ในห้องกระจก? ถ้าเฉลยแล้วต้องอึ้งแน่เลย ฮิๆ มันคือ Lego ที่เอามาต่อเป็นนู่นนี่อย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วค่ะ อันนี้ไม่ได้อึ้งหรอก แต่ที่ต้องอึ้งคือ Lego ทั้งหมดที่เห็นข้างบนน่ะเป็นเด็กที่อายุไม่น่าจะเกินสิบขวบต่อเองหมดเลยค่ะ! ตอนที่รู้นี่เหวไปสิบวินาทีได้เลย เด็กเดนมาร์กโคตรเก่งเลยอะ



หลักฐานว่าเด็กต่อจริงๆ นะ คือเวลาเด็กต่อเสร็จแล้วเค้าก็จะเอา Lego พวกนั้นไปเก็บโชว์ในตู้กระจกแล้วก็ถ่ายรูปเด็กเจ้าของผลงานกับผลงานแปะไว้บนตู้โชว์ค่ะ (น้องคนนี้น่ารักดีนะ อิอิ ไม่เกี่ยว)



ผลงานในตู้กระจกแบบซูมใกล้ๆ เห็นแล้วตะลึงอีกสามรอบ O________o



 ตรงนี้จะเป็นอีกโซนนึงในงานค่ะคือจะให้เราต่อ Lego ให้ได้แบบข้างบนแล้วก็จะได้เข็มกลัดมาหนึ่งอัน เหมือนเป็นกิจกรรมของมูลนิธิของ Lego อะค่ะ ไม่แน่ใจว่ารณรงค์อะไรรึเปล่านะ คิดอย่างเดียวว่าอยากได้เข็มกลัด 55555



มาเป็นกองทัพเลย



น้องเจ๋งอะ!



ผลงานน้องๆ ที่มาร่วมงาน



อันนี้เป็นอีกโซนนึงค่ะ ต้องเดินออกมาอีกห้อง อันนี้ไม่ได้เล่นค่ะ เหมือนเค้าจะจำกัดอายุคนเล่นป่าวไม่แน่ใจ T________T



Hermione, Harry and Ron





 เดินทั่วงานได้สักสองรอบก็ต้องรีบกลับค่ะเพราะมีนัดต่อตอนห้าโมง นี่ถ้าไม่มีนัดคงเดินจนงานเค้าเลิกอะ 55555 ต้องบอกเลยว่าชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ซึ่งรูปที่ทุกคนเห็นเนี่ยเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เราถ่ายมาเท่านั้นค่ะเพราะวันนั้นเราถ่ายไปหกร้อยรูปได้ 55555 รัวชัตเตอร์สนุกมาก ในงานก็จะมีตัว maskot ของ Lego มาเดินเล่นให้เราถ่ายรูปด้วยแล้วก็มี Lego แจกฟรีแบบหยิบได้เท่าไหร่ก็หยิบโลด แล้วก็มีเครื่องทำตัว Lego Brick  มาตั้งในงานด้วยค่ะ เป็นกระจกใสเรามองเห็นขั้นตอนหมดเลย มันจะเป็นเหล็กแม่พิมพ์จุ่มลงในถังสีแล้วก็ไปประกบกับเหล็กแม่พิมพ์อีกอันนึง ประกบประมาณสามวินาที พอคลายออกจากกันก็จะเป็น Lego Brick ค่ะ ตอนไปหยิบนี่ร้อนใช้ได้เลยล่ะ แล้วก็มีให้ต่อแถวทำ Lego Brick เป็นชื่อตัวเองด้วย มีหรอมิ้นต์ฟ้าจะพลาด ฮิๆ



ของที่ระลึกจากในงานที่แจกฟรีทั้งหมดค่ะ



อันนี้ไม่เกี่ยวซื้อแยกต่างหาก ตัวละประมาณ DKK 30 ค่ะ ราคาเท่า Lego Shop ที่ Strøget เด๊ะ!

 เอาล่ะ ดู Lego จนหนำใจแล้วเราก็ได้ข้อคิดกลับมานะจ๊ะ 55555 คือตอนที่เราเดินๆ อยู่เราก็อึ้ง ตะลึงกับ Lego ตรงหน้าว่าแบบเฮ้ย! สุดยอดอะ คิดได้ไงเนี่ย กว่าจะต่อเสร็จอีก คนทำโคตรเจ๋งอะยกนิ้วโป้งให้เลย แล้วพอไปเห็นผลงานเด็กเดนมาร์กอีกยิ่งอึ้ง หูยยยย น้องโคตรเก่งอะ ให้พี่ไปต่อคงจะได้แต่กำแพงบ้าน lol คือคนเดนมาร์กเค้ามีจินตนาการที่สูงมากๆ ไม่มีถูกไม่มีผิด ไปลองยืนสังเกตเวลาเด็กต่อ Lego ถึงจะมีพ่อแม่นั่งใกล้ๆ แต่เค้าจะไม่ออกความเห็นเวลาที่ลูกต่อ Lego เลยค่ะ เหมือนให้อิสระเด็กเต็มที่ ไม่มีถูกไม่มีผิด แต่ถ้าลูกจะเอาตัวต่อแบบไหนพ่อกับแม่จะไปหามาให้ซึ่งเราว่ามันเป็นวิธีเลี้ยงลูกที่เจ๋งมากเลยนะ ณ จุดนั้นถึงบางอ้อเลยว่าทำไมชาตินี้ถึงเป็นประเทศพัฒนาแล้ว แล้วก็คิด (ไปไกลมาก) ว่าถ้ามีลูกจะซื้อ Lego มากองไว้ที่บ้านให้ลูกเล่นแน่นอน 5555 ฝันไปนู่น

 บล็อกวันนี้มีแต่รูปทั้งนั้นเลย แหะๆ แล้วก็จบแล้วด้วย ไว้เจอกันใหม่บล็อกตอนหน้านะคะ บ๊ายบาย :)



Create Date : 20 สิงหาคม 2556
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2556 21:34:03 น.
Counter : 1008 Pageviews.

0 comment
Chilling Wander in Copenhagen
สวัสดีค่ะทุกคน :)

หลังจากที่เรากลับมาจากเบอร์ลิน วันรุ่งขึ้นเราก็มีเวลาหนึ่งวันเต็มๆ อยู่ที่โคเปนค่ะเพราะวันถัดไปเราต้องออกนอกโคเปนอีกแล้วค่ะ (เดือนนี้อยู่หอไม่คุ้มค่าเช่าเลย T_T) ในเวลาหนึ่งวันเต็มๆ เราก็ไปจัดการธุระเรื่องเรียนของตัวเองให้เสร็จก่อนที่ตึก PH พอออกมาจากตึกเสร็จก็มองดูท้องฟ้า วันนี้อากาศดีจังแฮะ ไม่หนาว แดดจ้ามากๆ งั้นไปเดินเล่นกันดีกว่าเลยเป็นที่มาของคำว่า Chilling Wander นี่แหละค่ะเพราะเราเดินแบบชิวมากๆ เดินไปแบบไร้จุดหมายเลย ถนนไปทางไหนก็เดินตามถนน lol ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยนะว่าการเดินชิวๆ แบบไร้จุดหมายของเราในวันนี้กลับเป็นวันที่เราประทับใจไม่รู้ลืมเลย :)

จุดเริ่มต้นของเราคือตึก PH ค่ะ ด้านหลังของตึกจะเป็นทางเข้า Frederiksberg Have (Frederiksberg Garden)ต้องบอกก่อนเลยว่าเจ้าสวนนี้เนี่ยมันใหญ่เว่อร์มากๆ ไปกี่ทีไม่เคยซ้ำทางเข้าเลย แถมไปกี่ทีก็ไม่รู้ด้วยว่ามันคือที่เดียวกัน lol ไว้ถึงเวลาแล้วจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสวนนี้นะคะ

เราก็เข้าสวนตามทางไปเลยค่ะ เคยมาเดินแต่เดินไม่ทั่ว ช่วงที่เราเดินต้นไม้ยังไม่มีใบเลยค่ะแต่อากาศดีมากๆ เดินชิวๆ สบายๆ ชอบมากๆ















King Frederick VI








พอเดินออกมาจนเจอรูปปั้นของ King Frederick VI ก็จะเจอลานโล่งๆ ตรงนี้อยู่ด้านหน้าค่ะ ถ้าตอนที่มีหิมะมากๆ จะเห็นคนมาเล่นหิมะแถวนี้เต็มเลย จากจุดนี้เราก็เริ่มคิด ไปทางไหนดีล่ะเพราะไม่เคยมาแถวนี้เลย ความสนุกมันก็เริ่มขึ้นตรงนี้แล้วล่ะ :)

เราก็เดินตามสัญชาตญาณเลยค่ะ อยากไปไหนก็ไป อิอิ ตรงไหนคิดว่าสวยก็เดินไปเลย ข้อดีอย่างก็คือเราจะได้เห็นอะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งมันตื่นตาตื่นใจมากๆ ได้เห็นเมืองที่เราอยู่มานานอีกมุมนึงไปเลย มันสุดยอดจริงๆ ค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเดินอย่างนี้อีกที่โคเปน ยิ่งรีวิวก็ยิ่งคิดถึง :'( ถ้าใครมีโอกาสไปเรียนต่างประเทศหรือต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นสักระยะหนึ่งลองหาโอกาสทำแบบนี้ดูนะคะ มันเป็นวันที่เราไม่ลืมเลย (เว่อร์จริงเธอ!) แต่ต้องดูความปลอดภัยของเมืองที่จะเดินด้วยนะคะว่าทำได้รึเปล่า โชคดีที่โคเปนปลอดภัยมากๆ เราเลยเดินสนุกเลย :)



ถ้ามีใบไม้ด้วยคงจะสวยกว่านี้อีก :)













The New Theatre



Tycho Brahe Planetarium

จากตรงนี้เราเดินไปทางข้างหลังของ Planetarium ค่ะ จะเห็นบ่อน้ำกว้างใหญ่มากๆ มีแถบบันไดที่นั่งได้ เราก็ไปนั่งกินลมอยู่พักใหญ่ๆ อากาศดีมากๆ



มีน้องเป็ดอยู่ในบ่อน้ำ





มาได้ไงเนี่ย?

จากตรงนี้เราก็เดินเลียบบ่อน้ำไปเรื่อยๆ ค่ะ สนุกดีนะ มีจักรยานผ่านสวนมาเป็นระยะ เดินไปจนเจอทางแยกก็ได้เจอกับโบสถ์ข้างล่างค่ะ



จากตรงนี้ก็เดินอย่างไร้จุดหมายไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอกันสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในโคเปนบ่อยๆ นั่นก็คือ........
.
.
.
.
.
.
.
.
.



รถติด!

ใช่แล้วค่ะ ตั้งแต่ไปอยู่ไม่เคยเห็นรถติดเลยอะ นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เห็นโคเปนรถติด ไม่น่าเชื่อเลยต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย (ฮาาาา) ตอนนี้เข้าใจละว่าทำไมเวลาฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยถึงชอบถ่ายรูปรถติด อิอิ



รถ IKEA สีแจ่มมาก


เดินไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงทางไป Tivoli! ลองเปิด Google Maps ดู นี่เราเดินถึกมากๆ น่าจะสี่ถึงห้ากิโลได้ O____________o แต่ไม่เหนื่อยเลย อันนี้อะเมซิ่งกว่า คุณพระ!

จากตรงนั้นเห็นว่ารถเยอะน่าจะเดินไม่สนุกแล้วก็เลยนั่งรถเมล์ร่อนทั่วเมืองแทน (ฮิๆ) สนุกมากเลยค่ะ เปลี่ยนตั้งสามสายแหนะ 5555 เป็นวันที่เที่ยวโคเปนได้คุ้มมากๆ แต่พอกลับถึงหอก็แทบจะสลบเลยล่ะ



นั่งรถเมล์ผ่านเฉยๆ ไม่ได้เข้าไปค่ะ

พอกลับถึงหอก็เตรียมตัวต่อ วันรุ่งขึ้นตอนเย็นๆ ต้องนั่งรถไฟเข้า Amsterdam เริ่มต้น Easter Trip 12 วัน แล้วเจอกันใหม่ที่ Amsterdam ในตอนหน้านะคะ :)



Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 19:27:27 น.
Counter : 457 Pageviews.

2 comment
La Glace : The Oldest Confectionery in Denmark
สวัสดีค่ะ :)
วันนี้มาเขียนบล็อกเบาๆ สั้นๆ (เมื่อเทียบกับบล็อกเรื่องอื่นของเราที่ยาวเหยียด lol) รีวิวร้านขนมชื่อดังและเก่าแก่ที่สุดของเดนมาร์กค่ะ พร้อมแล้วไปกันเลยจ้า

ร้านที่ว่านี้มีชื่อว่า La Glace ค่ะ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Copenhagen เลยนั่นคืออยู่ตรง Shopping Street ค่ะ วิธีมาก็ง่ายมาก ลง metro สถานี Kongens Nytorv แล้วก็เดินเข้า Stroeget เลยค่ะ ขวามือจะผ่าน Guinness World Records Museum แล้วก็เดินตรงมาเรื่อยๆ เลยค่ะ เดินมาสักระยะหนึ่งจะเจอสามแยกที่มีน้ำพุอยู่ มองไปทางซ้ายมือจะเห็น Christianborg Slot อยู่ลิบๆ ไม่ต้องสนใจค่ะ เดินตรงอย่างเดียว (คือตอนแรกตรงมาจากพิพิธภัณฑ์ยังไงก็ตรงไปอย่างนั้นแหละ) เดินตรงไปเรื่อยๆ จะเห็น Zara อยู่ทางขวามือ ก็ไม่ต้องสนใจค่ะ เดินตรงไปอีก เดินตรงจนกระทั่งเจอร้านกาแฟ Baresso อยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยงขวาตรงซอยนั้นเลยค่ะ เดินเข้ามานิดเดียวเท่านั้นก็จะเจอร้าน La Glace :D


ถึงแล้ว :D

เล่าถึงประวัติของร้านนี้นิดนึงนะคะ ร้านนี้ผ่านการบริหารมาแล้วถึง 6 generations! เปิดขายตั้งแต่ปี 1870! นับถึงตอนนี้อายุก็ปาเข้าไปร้อยกว่าปีแล้วค่ะ สุดยอด! คืออยู่มาได้ร้อยกว่าปีแล้วก็ยังขายดิบขายดีอยู่จนถึงทุกวันนี้ จำได้เลยว่าวันที่ไปคนเต็มร้านเลย ขนาดว่าไปตอนร้านใกล้ปิดแล้วนะ แถมเป็น weekday อีกต่างหาก หน้าหนาวที่นู่นด้วย

ที่นี่เปิดวันจันทร์ถึงวันเสาร์ค่ะ ส่วนวันอาทิตย์จะเปิดปิดตามฤดู สามารถแวะเข้าไปเช็คข้อมูลเปิดปิดของทางร้าน รายชื่อขนมได้ที่เว็บไซต์ของทางร้านค่ะ http://www.laglace.dk/en

มาถึงหน้าร้านก็จะเป็นกระจกใสโชว์ขนมเค้กที่มีขายในวันนั้นค่ะ พอดีเราไปตอนร้านใกล้ปิดเลยเหลือให้เลือกน้อย แถมพนักงานก็เร่งเพราะใกล้เวลาปิดของเค้าแล้วอะค่ะ ที่นี่ services จะปิดให้บริการก่อนร้านปิด 30 นาทีซึ่งเรากับเพื่อนก็เลือกเวลาดีมาก ไปถึงตอนห้าโมงเย็น lol



ก็ดูจากตู้โชว์แล้วก็ชี้ๆ บอกพนักงานได้เลยค่ะว่าจะเอาเค้กชิ้นไหน สั่งเสร็จเค้าก็จะไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะค่ะ ร้านค่อนข้างเล็ก ตอนนั่งกินก็เบียดๆ กับเพื่อนเอาค่ะ



ไปกันห้าคนผู้หญิงล้วน สั่งเค้กมาทั้งหมดสามชิ้นค่ะ เครื่องดื่มไม่ได้สั่ง หมดตัวแล้วค่า lol



จานนี้ของหวานคล้ายๆ ขนมปังเอาไปอบโรยหน้าด้วยถั่วอัลมอนด์ฝานกับน้ำตาลค่ะ จานนี้ก็โอเคนะ



จานนี้เป็น Chocolate cake ค่ะ รสชาติโอเคที่สุดในสามอย่างที่สั่งมา อร่อยดีๆ



จานนี้เราไม่ค่อยชอบอะ ไม่ถูกปากเรา ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะมีรสเชอรี่เชื่อมแบบที่เค้าใส่ในไอศกรีมสเวนเซ่นอะค่ะซึ่งเราไม่ชอบเลยไม่ปลื้มจานนี้

แต่ถึงเราจะไม่ปลื้มยังไง สุดท้ายผลก็อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง



เกลี้ยง lol


บรรยากาศในร้าน





สรุปสามชิ้น หมดเงินไป DKK 113 ค่ะ


ตอนที่ไป 1 DKK ประมาณ THB 6 ค่ะ ลมแทบจับ ตอนนี้เหลือประมาณห้าบาทเอง ฮือ ทำไมตอนนั้นเงินบาทไม่แข็ง? lol โดยรวมเราว่าบรรยากาศร้านโอเคนะ แบบเล็กๆ มันดูอบอุ่นดีน่ะ สำหรับเค้กเราว่าเฉยๆ นะ ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย ไปกินแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลย อาจเป็นเพราะได้ยินมาเยอะว่าอร่อยมากกกกกก เลยหวังไว้สูงอะค่ะหรือเราอาจจะสั่งไม่ถูกก็ไม่รู้นะเพราะจริงๆ เค้ามีให้เลือกกินเยอะมาก เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสไป Copenhagen ก็ลองจัดดูสักครั้งนะคะ ไม่งั้นอาจจะถือว่าไปไม่ถึง Copenhagen ก็เป็นได้ ;)



Create Date : 20 เมษายน 2556
Last Update : 21 เมษายน 2556 3:43:23 น.
Counter : 650 Pageviews.

0 comment
Copenhagen Business School : The Top Business School of Denmark
สวัสดีค่ะ :)

หลังจากตะลอนไปตามแหล่งท่องเที่ยวกันแล้ว วันนี้มาเดินเล่นเพลินๆ ที่ Copenhagen Business School (CBS) กันนะคะ เป็นมหาวิทยาลัยที่เราไปแลกเปลี่ยนมาค่ะ พร้อมแล้วไปตะลุยกันเลย!



Copenhagen Business School เขียนเป็นภาษาเดนมาร์กได้ว่า Handelshøjskolen i København ค่ะ เป็นมหาวิทยาลัยท็อปของเดนมาร์กค่ะ ที่นี่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก ซึ่งวิชาส่วนมากก็จะเน้นหนักไปทางธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ แต่ก็มีพวกทางด้านภาษาด้วยนะคะ เปิดสอนทั้งภาคภาษาอังกฤษและภาษาเดนมาร์กค่ะ ถ้าใครสนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยค่ะ http://www.cbs.dk

CBS แต่ก่อนเป็น private university ค่ะ ตอนหลังถึงได้โอนไปเป็น public university เท่าที่รู้มา คนเดนมาร์กเรียนฟรีจนถึงปริญญาเอกเลย! ขึ้นอยู่กับเราเองว่าเรียนไหวรึเปล่า สุดยอดจริงๆ

ที่เดนมาร์กระบบการเรียนจะไม่เหมือนบ้านเรานะคะ ปริญญาตรีที่เดนมาร์กเรียนสามปีค่ะ ส่วนปริญญาโทจะเรียนสองปี (อ้างอิงจากเว็บของ cbs ค่ะ) แล้วเวลาเค้าเลือกเรียนเนี่ย สามารถเลือกลงได้ทั้งวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษและวิชาที่สอนเป็นภาษาเดนมาร์กค่ะ และที่เราว่าน่าสนใจอีกอย่างนึงก็คือ เราเคยลงเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่นี่แล้วมีเด็กจาก University of Copenhagen มานั่งเรียนกับเราด้วย! (CBS กับ University of Copenhagen คือคนละสถานที่นะคะ CBS ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของยูโคเปนค่ะ อันนี้ทราบจากเพื่อนชาวเดนมาร์กมา) เราว่าน่าสนใจดีนะ แบบเราสามารถลงเรียนข้ามมหาวิทยาลัยได้ ได้ไปเห็นว่าที่อื่นเค้าเรียนกันยังไง :)

พอดีเราไม่ค่อยถนัดเขียนอะไรที่วิชาการเกินไป เพราะฉะนั้นบล็อกนี้ก็จะเน้นไปทางเดินเล่นในตึกเรียนแทนละกันนะคะ lol ตึกเรียนที่นี่สวยมากค่ะ เราชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ เดินทางสะดวกมากๆ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหมดคือละแวก Frederiksberg metro อยู่หน้ามหาวิทยาลัย เดินแป๊บเดียวก็ถึง แถมมีห้างอยู่ด้านหน้าอีกต่างหาก 555 สนุกเลยทีนี้

ที่นี่มีตึกเรียนทั้งหมดสี่ตึกค่ะ แต่ละตึกก็อยู่กันคนละที่เลย มีแค่สองตึกที่อยู่ใกล้ๆ กันหน่อย แต่ทั้งสี่ตึกสามารถเดินหากันได้นะคะ ทั้งสี่ตึกประกอบด้วยตึก Solbjerg Plads, Kilen,  Porcelænshaven และ Dalgas Have ค่ะ



มาเริ่มกันที่ตึกแรกเลยนะคะ ตึก Solbjerg Plads ที่นี่เป็นตึกหลักของ CBS ค่ะ ส่วนมากจะเรียนกันที่ตึกนี้ค่ะถ้าเป็นคลาสที่ใหญ่ มีเด็กเรียนกันเยอะๆ ห้องเรียนที่นี่ก็จะคล้ายๆ บ้านเราค่ะคือเป็นที่นั่งเรียงลำดับความสูง (นึกสภาพห้องเลคเชอร์ในมหาวิทยาลัยบ้านเราที่ที่นั่งมันจะเป็น slope แนวชันขึ้นไปอะค่ะ แบบที่นั่งมันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ คนข้างหน้าไม่บังเรา) ที่นั่งก็จะเป็นคล้ายๆ โรงหนังบ้านเราคือเก้าอี้มันเด้งเก็บเองได้ค่ะ ข้อเสียของที่นั่งเรียนแบบนี้คือถ้านั่งตรงกลางเวลาจะเดินออกนี่ลำบากมาก ต้องขอร้องให้คนที่นั่งถัดจากเราลุกขึ้นอะค่ะ ไม่งั้นออกไม่ได้ ข้างหน้าก็จะเป็นกระดานแล้วก็มีที่ฉายสไลด์ค่ะ ที่นี่อาจารย์ไม่ใช้ไมโครโฟนนะ เวลาเรียนก็ต้องตั้งใจฟัง แต่ดีอย่างตรงที่ว่าคนที่นี่เวลาเรียนห้องจะเงียบมาก ไม่ค่อยคุยกัน แต่จะมี discuss กันในคลาสตลอดเวลาว่าเค้าคิดยังไง ยิ่งเป็นคลาสพวกเศรษฐศาสตร์นี่เค้าก็ discuss กันสนุกมาก ส่วนเราก็นั่งฟังอย่างเดียว 5555



ตึก Solbjerg Plads มองจากฝั่ง Fasenvej ค่ะ

ตึกนี้เราชอบมากเพราะว่ามันมีทุกอย่างให้เลือกสรร lol มีทั้งหมดสี่ชั้นค่ะ ทุกชั้นก็จะมีห้องเรียน มีห้องพักอาจารย์ มี canteen ที่อาหารอร่อยมาก :) จะเป็น hot meal ที่ให้เราตักอาหารเองอะค่ะ พอตักเสร็จเค้าก็จะชั่งน้ำหนักแล้วก็คิดเงินเรา ที่เดนมาร์กน้ำก๊อกดื่มได้ก็หยิบแก้วจาก canteen ได้เลย กินเสร็จก็เอาจามชามไปเก็บ มี yogurt ที่อร่อยมากๆ (และก็แพงมากเช่นกัน DKK 20 แหนะ!) คุกกี้ก็อร่อยค่ะ 5555 มีห้องประชุม แล้วก็มี cafe ด้วยนะที่เค้าเอาไว้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อะ แต่ไม่แน่ใจว่าจำกัดเวลาขายรึเปล่า ตอนแรกที่มาเราก็ตกใจนะแบบ เฮ้ย! ขายในสถานศึกษาเลยหรอ แต่คนที่ดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยนเค้าพูดกับเราว่า เค้ามั่นใจว่าเด็กทุกคนที่เรียนที่นี่มีความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกที่ดีกว่าควรจะดื่มเท่าไหร่ ดื่มแค่ไหนที่เรียกว่าพอดีและดูแลตัวเองได้ เราฟังแล้วก็ชอบอะ เราว่าเค้าดูให้อิสระกับเด็กในการดูแลตัวเองและไว้ใจเด็ก และที่นี่ก็จะมีผับทุกวันพฤหัสบดีตอนค่ำค่ะ เรียกว่า Nexus ก็ใช้พื้นที่ตรงโถงชั้นศูนย์นั่นแหละแปลงสภาพเป็นผับชั่วคราว (ที่ยุโรปชั้นศูนย์ก็คือชั้นหนึ่งบ้านเรา ส่วนชั้นลบหนึ่งก็คือชั้นใต้ดินค่ะ) มีวงดนตรีมาเล่นด้วยนะ แต่เค้าจะจำกัดเฉพาะ CBS Student เท่านั้นค่ะ ตรงทางเข้าจะมีตำรวจมาคอยตรวจบัตรนักศึกษาซึ่งเด็กแลกเปลี่ยนก็เข้าได้ค่ะ



โถงตรงนี้แหละที่ใช้แปลงสภาพเป็น Nexus



บริเวณภายในตึกค่ะ เดินออกข้างหน้าจะเจอ Frederiksberg Centret



แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เราชอบที่สุดในตึกนี้คือห้องสมุดค่ะ! เราชอบมาก สวยมาก แล้วก็เงียบมากกกกกกก เหมาะกับการอ่านหนังสือมากๆ เป็นห้องสมุดที่ไม่เคยร้างเลยจริง นะ มากี่ทีคนก็แน่นตลอดเลย คนเดนมาร์กขยันมากๆ เคยมีครั้งนึงเราแบบอึ้งไปเลย คือเราทักเพื่อนเดนมาร์กคนนึงหลังเลิกคลาสว่าจะไปไหนหรอ เค้าก็บอกว่าจะไปห้องสมุด เราก็งง เพิ่งเปิดเทอมมาได้อาทิตย์เดียวเองนะ ไปทำไรอะ เค้าก็บอกว่าไปอ่านหนังสือ พอดีคาบที่แล้วไม่ได้มาก็เลยต้องอ่านทวนและอ่านเผื่ออาทิตย์หน้าด้วย เราก็โห!!!! เกิดมาไม่เคยทำเลยในชีวิตนี้ 55555



นี่ไงห้องสมุด สวยเนาะ ชอบเหล็กตรงกลางมากเลย :)


จากตึกใหญ่ เราไปต่อกันที่ตึก Kilen กันเลยค่ะ ตึกนี้อยู่ใกล้ตึก Solbjerg Plads มาก เดินแป๊บเดียวก็ถึง (ถ้าวันนั้นไม่มีลมนะ lol) เป็นตึกที่เราชอบที่สุดจากทั้งหมดสี่ตึก คือมันสวยมาก ดูข้างนอกไม่รู้อะว่าเป็นตึกเรียน



Kilen ตอนกลางวัน



Kilen ตอนกลางคืน

ตึกนี้ก็คล้ายๆ ตึกใหญ่ค่ะ ใช้เรียนเหมือนกัน แล้วก็มี canteen แต่ห้องเรียนที่นี่ ที่นั่งไม่ได้เป็น slope อะ เป็นโต๊ะเรียงกันเป็นแถวๆ แล้วก็มีกระดานอยู่หน้าห้อง คลาสนึงก็ไม่ใหญ่มากค่ะ แล้วก็มี canteen ทีนี่ห้องน้ำหรูมาก ชอบ! 555



เป็นตึกเดียวที่มีลิฟต์แก้ว ไฮโซมาก!

บันไดวน สวยมากๆ



ด้านข้างของ Kilen

ตึกต่อไปที่จะไปคือ Porcelænshaven ค่ะ ที่นี่ตึกมันจะเชื่อมๆ กันหมด มีหอพักให้เด็กแลกเปลี่ยนพัก มี department ที่คอยดูแลเด็กแลกเปลี่ยน มีห้องสมุด มีโถงใหญ่เอาไว้จัดงาน canteenแล้วก็ห้องเรียนค่ะ ห้องสมุดที่นี่เก๋อย่างคือที่นั่งจะแบ่งเป็นล็อกๆ แล้วแต่ละล็อกก็จะมีโคมไฟให้โต๊ะละตัว! มีล็อกเกอร์ให้เก็บของซึ่งเราสามารถยืมกุญแจมาใช้ได้เป็นครั้งคราว แล้วก็มีมุมดูทีวีด้วย เค้าจะมีหูฟังไว้แล้วก็มีจอทีวีให้ดู เก้าอี้หมุนๆ ได้ ดูสบายเลยทีเดียว 555

แต่ตึกนี้ถ้าไม่เคยมารับรองหลงแน่นอน แบบไม่รู้ว่านี่คือตึกเรียนอะ ไม่เชื่อก็ดูรูปด้านล่างได้เลย



คือทางเข้ามันเหมือนตึกแถวมากอะ นึกว่าบ้านคนอยู่ เพราะละแวกนั้นก็มีแต่บ้านคนอยู่ แถมที่นี่มหาวิทยาลัยไม่มีรั้วแล้วก็ป้ายมหาวิทยาลัยบอกอย่างเมืองไทยอีกเราก็ยิ่งงง แต่พอถามเพื่อนที่ไปเมืองอื่นก็ได้รู้มาว่าที่ยุโรปเนี่ยส่วนมากมหาวิทยาลัยก็ตึกเรียนเป็นแบบนี้แหละ 555



ตึกนี้เป็นตึกที่มายากที่สุดเพราะมันไม่ได้ใกล้ metro สถานีไหนเลย ความหมายคือมันต้องเดินต่อสักพักแล้วก็อยู่รวมกับตึกอื่นอย่างกลมกลืน คือถ้าไม่เคยมาก่อนมีหลงแน่นอน (เพราะเราก็หลงมาแล้ว lol) แต่ก็เก๋ตรงที่อยู่ใกล้กับ Frederiksberg Have เบื่อๆ ก็ไปเดินเล่นได้ 555 แล้วจะมาเขียนเรื่องสวนนี้ให้อ่านนะคะ

มาถึงตึกสุดท้ายแล้วค่า Dalgas Have :) ตึกนี้เราผูกพันมากสุดเพราะมีเรียนที่ตึกนี้สองวิชา อาจารย์ก็ใจดีมากๆ ห้องเรียนที่นี่ก็เล็กหน่อย ห้องนึงไม่เกินยี่สิบคนค่ะ ก็คล้ายๆ ตึกอื่นคือมีห้องเรียน มีห้องสมุดแล้วก็มี canteen ค่ะ ห้องเรียนที่นี่งงมาก มาครั้งแรกหาห้องเรียนไม่เจอ คือมันจะแยกเป็นฝั่ง east กับ west แล้วเลขห้องมันจะแปลกๆ อะ แบบไม่เคยเห็นเช่น 1v001 เราก็แบบ งง อะไรอะ งง! 5555 แถมตึกนี้ก็อยู่ท่ามกลางหมู่บ้านคนอยู่ (อีกแล้ว) แต่สังเกตง่ายหน่อยเพราะมีชื่อมหาวิทยาลัยชัดเลยตรงทางเข้า วิธีมาก็ง่ายค่ะ ลง metro ที่สถานี Lindervang แล้วก็เดินต่อนิดเดียวก็ถึงแล้ว (มีแผนที่ในสถานีนะ ถ้าไม่มั่นใจลองดูแผนที่อีกทีก็ได้ค่ะ)



นี่ไง ชื่อชัดมาก ไม่หลงๆ lol



ห้องสมุด สวยมาก ชอบ :)

บล็อกนี้จบแล้วค่ะ แฮ่ๆ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่เลย มารีวิวมหาวิทยาลัยให้ดูอย่างเดียว Smiley เราว่าที่นี่สวยจริงๆ นะ ถ้ามีโอกาสมาโคเปนเฮเกนก็มาลองเดินดูนะคะ แล้วคุณจะหลงรักที่นี่ :)

ลาไปด้วยภาพที่เราชอบที่สุดของที่นี่ แล้วเจอกันโอกาสหน้านะคะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนบล็อกเราไม่ให้เหงาจนเกินไป :)





Create Date : 19 เมษายน 2556
Last Update : 19 เมษายน 2556 3:43:50 น.
Counter : 1986 Pageviews.

9 comment
Carlsberg Museum : The Famous Beer Brand from Copenhagen

“Velkommen tilbage tilKøbenhavn!"

ประโยคข้างบนเป็นภาษาแดนิชค่ะแปลเป็นไทยได้ว่า ยินดีต้อนรับกลับสู่โคเปนเฮเกนค่ะ เพราะว่าเราพาออกนอกเดนมาร์กซะนาน คิดถึงเดนมาร์กแล้วค่ะ ฮี่ๆ

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์คาลส์เบิร์กค่ะ คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักเบียร์ยี่ห้อนี้ดีนะคะ อาจจะไม่เคยชิมแต่อย่างน้อยน่าจะเคยได้ยินชื่อแหละเนาะ:) อารมณ์ประมาณทุกคนรู้จักเลโก้ แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าเลโก้มาจากเดนมาร์ก lol เราก็เพิ่งรู้ตอนไปเดนมาร์กนี่แหละค่ะว่าเบียร์คาลส์เบิร์กเป็นของเดนมาร์ก

พอเรามาถึงพิพิธภัณฑ์สิ่งแรกที่จะเห็นก็คือตัวหนังสือบนผนังรั้วของตัวพิพิธภัณฑ์ค่ะ คำว่า gade แปลว่า street ดังนั้นพิพิธีภัณฑ์คาลส์เบิร์กนี้ตั้งอยู่ที่Valbyland Street ค่ะ

วิธีมาจะค่อนข้างลำบากนิดนึงนะคะแต่ไม่มากเพราะว่าคนที่นู่นพูดภาษาอังกฤษกันเก่งมาก ถ้ากล้าถามยังไงก็ไม่หลงแน่นอนค่ะ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนเขานิดนึง(คืออยู่ในตัวเมืองโคเปนนะคะแต่ว่าต้องขึ้นเขามานิดนึง แหะๆ) ก็นั่ง metro มาลงที่ Frederiksberg Station ออกมาทางด้านหน้าของห้าง Frederiksberg Centret แล้วก็ถามคนแถวนั้นเลยค่ะว่าจะไปยังไงแหะๆ ช่วยอะไรไม่ได้เลยแฮะเรา - -"คือตอนนั้นเพื่อนนำทางอีกแล้วค่ะเลยจำทางไม่ได้ รู้แต่ว่าต้องเดินหน่อยเอาเป็นว่าถ้าหลงทางให้ติดต่อพิพิธภัณฑ์โดยตรงเลยดีกว่าค่ะ แฮ่ๆ นี่เบอร์โทรนะคะ +45 33 27 10 20 begin_of_the_skype_highlighting +45 33 27 10 20 GRATIS  end_of_the_skype_highlighting (+45 คือรหัสโทรศัพท์ทางไกลของเดนมาร์กค่ะ)

เอาล่ะมาเข้าเรื่องตัวพิพิธภัณฑ์กันดีกว่านะพิพิธภัณฑ์นี้สร้างโดยครอบครัว Jacobsen เจ้าของเบียร์ยี่ห้อนี่แหละค่ะ แต่ก่อนเป็นโรงงานผลิตเบียร์แต่ตอนนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมค่ะ

ข้างในก็จะแบ่งให้ชมเป็นส่วนๆ นะคะ ที่นี่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชมด้วย แต่ตอนเราไป ถ้าจำไม่ผิด เราจำได้ว่าเราไม่ได้จ่ายอะไรเลยนะ อาจจะเป็นไปได้ว่าเค้าแบ่งโซนเข้าชมฟรีกับเสียเงิน เพราะตอนนั้นเราก็เดินไม่ทั่วอะค่ะ เพิ่งมารู้ตอนที่ลองเปิดเว็บของเค้าดู ยังไงลองวางแผนกันดูดีๆ นะคะ สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของทาง Carlsberg Museum โดยตรงค่ะที่ http://www.visitcarlsberg.dk/Pages/front.aspx ซึ่งในเว็บนี้จะบอกหมดเลยค่ะทั้งสถานที่เข้าชม วันเวลาเปิด-ปิด ราคาตั๋วเข้าชม แผนที่ ฯลฯ

ระหว่างทางไปพิพิธภัณฑ์

ตอนที่เข้ามาพิพิธภัณฑ์ เราก็จะเจอกับถนนเส้นยาวๆ พาเราเข้าไปข้างในของพิพิธภัณฑ์ค่ะ แล้วก็จะผ่านประตูโค้งที่มีช้างยักษ์ยืนคอยเราอยู่สองตัว (อยู่ตรงมุมขวาของภาพนะคะ แต่ลายน้ำบังหมดเลย แหะๆ แต่เข้าเว็บก็เห็นนะคะ (แก้ตัวน้ำขุ่นๆ))

ข้างในก็มีแผ่นป้ายเขียนเกี่ยวกับตัวพิพิธภัณฑ์ด้วยค่ะ แปลคร่าวๆ ประมาณว่าขอขอบคุณทางคาร์ลสเบิร์ก จากสหภาพนักเรียนสำหรับที่พักพิงทั้งในยามสว่างและยามมืดมิด (ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่า ฮ่าๆ ภาษาเดนมาร์กงูๆ ปลาๆ ของหนู Smiley) เราเข้าใจว่าทางพิพิธภัณฑ์น่าจะให้สหภาพนักเรียนเข้ามาพักพิงตามช่วงเวลาที่แจ้งไว้ในแผ่นป้ายอะค่ะ (marts = March)

ข้างในมันมีจะหลายตึกหน่อยนะคะ เราก็เข้าไปตึกแรก มีทั้งหมดสองชั้น ข้างล่างเป็นร้านขายของที่ระลึกค่ะ พอขึ้นไปชั้นที่สองก็จะเป็นตู้กระจกที่เต็มไปด้วยขวดเบียร์ O_____o คือมันเยอะมากจริงๆ ถ้าจำไม่ผิด มีประมาณ 18,000 ขวด! (จำไม่ได้ว่ารู้มาจากไหนนะคะ เหมือนจะเคยอ่านเจอ) คือไม่ได้มีเฉพาะของคาร์ลสเบิร์กนะคะ มีหลายยี่ห้อมากค่ะ

 ลายขวดสวยดีเนาะ

ขวดคาร์ลสเบิร์กหลายๆ แบบ

เขยลาว! (เบียร์ลาวค่ะ)

พอออกจากตึกนี้ เราก็เดินไปตึกข้างๆ ค่ะ ข้างในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าความเป็นมาเกี่ยวกับกิจการของคาร์ลสเบิร์กว่าเป็นไงมาไง มีห้องกระจกให้ดูเครื่องจักรด้วยค่ะ รอบๆ ก็จะมี quote ประดับผนังเป็นระยะๆ

เครื่องจักรใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย

ข้างในมีบาร์เบียร์ด้วยค่ะ เหมือนเค้าจะแจกฟรีนะ เห็นเพื่อนบอก (เพื่อนคนนี้ไปคนละรอบกับเราค่ะ แต่เค้าซื้อตั๋วนะ เหมือนเอาตั๋วมาแลกเบียร์) พอดีเราไม่ดื่มแอลกอฮอล์เลยไม่รู้ว่ารสชาติเป็นไงยังไง อิอิ

พอออกมาข้างนอกตัวอาคาร เค้าจะมีโรงรถเก็บรถของคาร์ลสเบิร์กโชว์ไว้ค่ะ เข้าไปถ่ายรูปได้นะคะ แต่ห้ามแตะ (ฮ่าๆ)

 จริงๆ มีหลายคันอยู่รอบๆ พิพิธภัณฑ์ น่ารักๆ ทั้งนั้นเลย :)

ลาไปด้วยภาพ We <3 Carlsberg นะคะ แล้วเจอกันค่ะ :)




Create Date : 06 เมษายน 2556
Last Update : 20 เมษายน 2556 0:12:01 น.
Counter : 958 Pageviews.

0 comment
1  2  

Cho2Cho
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



Travelling, cooking, reading, language learning and photo taking are my life. :)