* * * หาตังค์สร้างวิหาร & ให้ทานเด็กค่ะ * * *



ขอเชิญชวน  พี่น้อง  และผองเพื่อน
ที่มาเยือน   เยี่ยมกัน  ในวันนี้
โอกาสหน้า  หากแม้น  เวลามี
จรลี  ไปกัน  ปันเมตตา

แสวงบุญ  ยังดินแดน  แสนศักดิ์สิทธิ์
ตามรอยฤทธิ์  พระศาสดา  ชื่อก้องหล้า
พุทธองค์  สมเด็จ  พระสัมมา
ผู้นำพา  ให้พ้นทุกข์  สุขนิรันดร์

ไปพบเห็น  ความจริง  ที่ยิ่งใหญ่
ประสูติใน  ลุมพินี  ที่ใฝ่ฝัน
ตรัสรู้  ที่คยา  เขาว่ากัน
ปฐมนั้น  สารนารถ  ยังยืนยง

ฝึกตนที่  ดงคสิริ  นิมิตเห็น
จึงเปลี่ยนเป็น  สายกลาง  อย่างพิศวง
ปัญจวัคคีย์  ทั้งห้า  ลาพระองค์
คิดว่าคง  หยุดเพียร  จึงเปลี่ยนไป

เชตวัน  มหาวิหาร  อันประเสริฐ
ด้วยเพราะเกิด  จากทาน  อันยิ่งใหญ่
ทั้งเศรษฐี  เจ้าเชตด้วย  ช่วยกันไป
สร้างขึ้นได้  ด้วยจิต  คิดทำทาน

รายได้นั้น  ส่วนหนึ่ง  ถึงครูบา
ณ วัดป่า  สารภี  สร้างวิหาร
อีกส่วนหนึ่ง  น้ำใจ  ไปเจือจาน
เพื่อเป็นทาน  แก่เด็กน้อย  ด้อยวิชา

เพิ่มกุศล  บารมี  อารีย์จิต
ดลชีวิต  เด็กเล็ก  อนาถา
ได้ฝึกฝน  ร่ำเรียน  เพียรจริยา
เพื่อวันหน้า  เป็นคนดี  มีศีลธรรม  ๚ะ๛ 




เรียนเชิญเพื่อนพ้องและน้องพี่ไปแสวงบุญ  ตามรอยพระศาสดา ยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ที่พุทธศาสนิกชนต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

รายได้ส่วนหนึ่งนำไปสร้างวิหาร  ณ วัดป่าสารภี  อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่
อีกส่วนหนึ่งนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนสำหรับเด็กยากจนในอินเดียค่ะ

โปรแกรม P 1211 ตามรอยพระศาสดายัง 4 สังเวชนียสถาน + อักรา + ทัชมาฮาล 
8 วัน 6 คืน = 37,000.-   ( แอร์เอเชีย ไม่มีลงเดลีแล้วค่ะ  โปรแกรมนี้ต้องไปเจ็ท ราคา 49,000.-)
เดินทาง 10 - 17 พ.ย. 55,  23 - 30 พ.ย. 55
สำรองที่นั่งภายในวันที่ 5 ต.ค. 55


1. กรุงเทพฯ – โกลกัตต้า – พุทธคยา 
2. พุทธคยา – สัตตมหาสถาน – พาราณสี 
3. พาราณสี – กุสินารา 
4. กุสินารา – เนปาล – ลุมพินีวัน 
5. ลุมพินี(เนปาล) – สาวัตถี 
6. สาวัตถี – อักรา 
7. อักรา – เดลลี – สนามบิน 
8. กรุงเทพฯ


โปรแกรม P 1212 
ตามรอยพระศาสดายัง 4 สังเวชนียสถาน และสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
10 วัน 8 คืน = 29,000.-
เดินทาง 8 - 17 ธ.ค. 55,   20 - 29 ธ.ค. 55
สำรองที่นั่งภายในวันที่ 5 พ.ย. 55

1. ออกกทม. 17.00 น. – โกลกัตต้า – พุทธคยา 
2. พุทธคยา – ไวสาลี 
3. ไวสาลี – กุสินารา 
4. กุสินารา – ลุมพินี
5. ลุมพินี – เชตวัน
6. เชตวัน – สารนารถ 
7. สารนารถ – พุทธคยา 
8. พุทธคยา – โกลกัตต้า
9.โกลกัตต้า – กรุงเทพฯ
10. ถึงกทม. 06.00 น.

ราคานี้รวมค่าตั๋วเครื่องบิน+วีซ่าอินเดีย - เนปาล+ที่พัก + อาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ตลอดเส้นทาง
พระสงฆ์ - ชี  ลด 2,000.-
ถือพาสปอร์ตต่างชาติ เพิ่ม 3,000.-

(ราคานี้ไม่รวมค่าทำพาสปอร์ต - อาหารที่สั่งเอง - ทำบุญตามกำลังศรัทธา)





Create Date : 30 มีนาคม 2555
Last Update : 30 กันยายน 2555 23:08:47 น.
Counter : 751 Pageviews.

0 comment
* * * คนดี * * *


หากพรุ่งนี้.... ไม่มีฉัน
จะลืมวัน เก่าเก่า ของเราไหม ?
หากพรุ่งนี้.... ฉันจากไป
จะคิดถึง กันไหม คนดี ?

วันนี้.... ฉันยังอยู่
แต่ไม่รู้ ว่า.... ร่างกายนี้
จะอยู่ได้ กี่เพลา - นาที
อีกสิบปี ถึงไหม ก็ไม่รู้

ตอนนี้ยัง.... มีชีวิต
ความรู้สึก นึกคิด ยังมีอยู่
หากแม้ว่า ไม่รัก แค่เอ็นดู
ช่วยบอกกัน ให้รู้ ด้วยนะ ๚ะ๛




Create Date : 07 มีนาคม 2555
Last Update : 7 มีนาคม 2555 20:53:56 น.
Counter : 296 Pageviews.

0 comment
* * * ช่วยไม่ได้ ชิ ชิ * * *
คนมันสวยแถมรวยช่วยไม่ได้
เงินทองมีพอใช้ไม่ขัดสน
อีกทั้งรถบ้านคอนโดโก้เสียจน
อาจถูกคนหมั่นใส้ไม่เว้นวัน

จะให้ทำเช่นไรหนูไม่รู้
แค่ขืนสู้ตามติดพิชิตฝัน
หนีความจนทุกข์ยากเฝ้าฝ่าฟัน
ปัจจุบันจึงผ่านถึงหนึ่งฝันงาม

แม้นมีคนคอยอิจฉามาดุด่า
ทั้งนินทากล่าวร้ายได้เหยียดหยาม
เมื่อผิดพลาดนิดหน่อยคอยประนาม
ไม่ถามกันสักนิดน่าระอิดระอา

ก็หนูสวยและรวยทำไงได้
อีกน้ำใจงดงามตามใบหน้า
ทั้งเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แลเมตตา
ถ้อยวาจาก็น่ารักน่าเอ็นดู

ดีแสนดีปานนี้มีที่ไหน
แต่ทำไมโสดสนิทก็คิดอยู่
มึนและงงอืมส์....เออ....เซ่อเลยตู ^^"
หากใครรู้บอกหน่อยข้อยอยากฟัง ๚ะ๛


อิ ๆ ๆ ๆ จริง ๆ นะ


เขียนกลอนนี้ขึ้นมาเพราะมีคนมากวนประสาท ^^






Create Date : 07 มีนาคม 2555
Last Update : 7 มีนาคม 2555 20:48:26 น.
Counter : 439 Pageviews.

1 comment
* * * เพราะมีฝัน * * *
บนเส้นทาง ห่างไกล ไร้ญาติมิตร
มีเพียงจิต มุ่งมั่น ไม่หวั่นไหว
ด้วยความหวัง สร้างขึ้น จึงขืนไป
แม้ฝืนใจ แต่มีฝัน ฉันจะทน

อยู่ต่างเมือง ห่างบ้าน พานอุปสรรค
ขาดคนรัก เคียงใกล้ ใจหมองหม่น
ต่อสู้เพียง ลำพัง ในวังวน
ต้องอดทน เรียนรู้ สู้ชะตา

หลายครั้งท้อ อ่อนล้า แสนสาหัส
คลื่นชีวิต ซัดส่ง ลงปัญหา
จนอยากแพ้ แก่มาร ที่ผ่านมา
เกือบอำลา ดับดิ้น สิ้นชีวิน

ด้วยยังมี แม่และ พี่รออยู่
จึงฝืนสู้ ต่อไป ไม่อาจผิน
ไม่อาจหวน ไปซบหน้า น้ำตาริน
ต้องฝึกบิน ลำพัง อย่างเดียวดาย

จะอดออม อดทน สร้างชีวิต
จะลิขิต ความฝัน อันเฉิดฉาย
จะท้าสู้ หมู่มาร อันตราย
จนสุดท้าย สมหวัง ดั่งจินตนา ๚ะ๛




Create Date : 03 มิถุนายน 2554
Last Update : 3 มิถุนายน 2554 22:11:13 น.
Counter : 435 Pageviews.

4 comment
* * * กระท่อมน้อย * * *
ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงา เหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
กระท่อมน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

กระท่อมน้อย หลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อ รอวันโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว พรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไป สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ มีแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุก ทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
อยากขอลา กลับบ้าน ณ บัดนี้
กลับคืนสู่ กระท่อมน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยหัวใจ

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จะลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนที่ด้วย ความแข็งแกร่ง ทั้งใจกาย
ความสดใส กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับพงพี ท่ามกลาง หว่างภูเขา
กระท่อมน้อย ยังคอยอยู่ ดูตัวเรา
ภูมิลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน บนภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

เพื่อจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จะต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย ๚ะ๛




ขอบคุณรูปจากอินเตอร์เน็ท

รูปที่ไหนหนอ.... ?

วิวช่างเหมือนทางไปบ้านหนูหิ่ง ฯ ที่บนดอยจริง ๆ

รถวิ่งบนสันเขา

มีสวนกล่ำ

กระท่อมน้อยมุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ ผุ ๆ มีสนิมเกาะ

คิดถึงบ้านจังเลย....






Create Date : 29 พฤษภาคม 2554
Last Update : 29 พฤษภาคม 2554 10:53:26 น.
Counter : 674 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends