* จากวันนั้น.... ถึงวันนี้ *


เกิดมาเป็น ตัวแทน ประกันชีวิต
ถูกลิขิต ให้อยู่ใน อาชีพนี้
คอยดูแล ลูกค้า มาทั้งปี
อยากให้มี สุขภาพ ที่แข็งแรง

จึงทำให้ ได้พบ คนแปลกหน้า
เจรจา ไปทั่ว ทุกหนแห่ง
เป็นเช่นนี้ ไม่มี วันเปลี่ยนแปลง
ตราบสิ้นแสง ชีวิต จะปลิดปลง

เชื่อมต่อสาย สัมพันธ์ อันยาวนาน
ฤดูกาล ล่วงเลย ไม่เคยหลง
กลายเป็นพี่ เป็นน้อง ที่ยืนยง
ปิดฉากตรง การพราก จากนิรันดร์

เสมือนหนึ่ง ผลบุญ แต่กาลเก่า
ทำให้เรา ได้พบ บนทางฝัน
เชื่อมสายใย ไมตรี มีต่อกัน
จากวันนั้น ถึงวันนี้ ที่ปลายทาง

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ที่กองฟอน ๚ะ๛



จากเป็น.... ดีกว่า จากตาย

อย่างน้อย.... ก็รู้ว่า เขา - เธอ ยังอยู่ที่ไหนสักแห่ง.... อย่างสุขสบาย *_~





Create Date : 25 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 23:10:58 น.
Counter : 297 Pageviews.

2 comment
* รอ.... *



เวลาเกิดความเหงาเศร้าดวงจิต
ใจครุ่นคิดถึงเรื่องเปลืองสมอง
ไม่อาจหักห้ามใจหยุดไตร่ตรอง
จนนั่งร้องให้อยู่เพียงผู้เดียว

ทุกเรื่องราวเข้ามาในชีวิต
ใครลิขิตขึ้นมาน่าหวาดเสียว
โอ้ ! เด็กดอยก่อนนี้ที่ปราดเปรียว
ใจห่อเหี่ยวเหลือล้ำจำต้องทน

อยากจะกู่ร้องไปให้ก้องโลก
คนอับโชคคนนี้ที่สับสน
ในสมองต้องคิดจิตวกวน
อยากจะพ้นผ่านไปในเร็ววัน

ทุกคืนเฝ้าเหม่อมองจ้องบนฟ้า
เดือนดาราพราวพร่างดั่งภาพฝัน
เหมือนจะเป็นกำลังใจให้แก่กัน
ไม่มีผันเปลี่ยนไปให้เศร้าทรวง

เสมือนหนึ่งอยู่ลำพังอย่างไร้เพื่อน
มีดาวเดือนส่องแสงจากแดนสรวง
ช่วยขจัดความหม่นมืดทั้งปวง
ออกจากดวงใจนี้ที่ทรมาณ์

หันไปมองรอบข้างสร้างแรงใจ
จะมีใครบ้างหนอขอสรรหา
เข้ามาทักทายด้วยช่วยเจรจา
ในเวลาหมองหม่นทนเฝ้ารอ

กาลเวลาผ่านพ้นทนเฝ้ารอ ๚ะ๛




//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W7232792/W7232792.html






Create Date : 22 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2551 10:32:58 น.
Counter : 272 Pageviews.

1 comment
* น้ำมันแพง..แรงหมด *


น้ำมันแพงแรงจึงหมดเพราะอดข้าว
ชักเริ่มหนาวแล้วพี่คนดีจ๋า
หนูหิ่งห้อยน้อยใจใคร่เจรจา
ขอพี่มาแนะนำทำอย่างไร

ติดแก๊สให้น้องเอ็กซ์ได้หรือเปล่า
เพื่อแบ่งเบาภาระขออาศัย
ความรู้จากพี่น้องชนชาวไทย
ที่จิตใจงดงามสักสามนาที

หนูหิ่ง ฯ ใช้เอ็กเทรลของนิสสัน
ซดน้ำมันมากจนพ้นสุขี
สองร้อยโลต่อวันช้ำฤดี
ทุกวันนี้หาตังค์ทั้งน้ำตา

จึงมาอ้อนวอนขอต่อผองพี่
คนดี้คนดีแนะหน่อยค่อยหายหน้า
เด็กดอยยังคอยอยู่ทุกเวลา
แวะเข้ามาตอบบ้างอย่าร้างไกล

คิดว่าช่วยเกื้อหนุนการุณน้อง
ก่อนจะต้องลิ้มรสความหม่นไหม้
ขอขอบคุณอย่างมากออกจากใจ
เด็กพงไพรจะรำลึกสำนึกคุณ




เมี้ยววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว ^_^



Create Date : 19 พฤษภาคม 2551
Last Update : 19 พฤษภาคม 2551 8:52:16 น.
Counter : 415 Pageviews.

7 comment
* สงกรานต์นี้.... ที่ลพบุรี *

วันสงกรานต์ปีนี้ที่ลพบุรี
หนูหิ่ง ฯ มีนัดไปขายก๋วยเตี๋ยว
หลงนึกว่าจะช่วยประเดี๋ยวเดียว
ค่อยหนีเที่ยวเล่นน้ำฉ่ำอุรา

แปดโมงเช้าจรดเย็นเป็นแบบนี้
ทุกนาทีลูกค้าเต็มในเคหา
เดินทั้งวันเหน็ดเหนื่อยเมื่อยกายา
กลางคืนล้านอนสลบหมดกำลัง

จะถ่ายรูปบรรยากาศมาฝากพี่
แต่ไม่มีเวลาจึงหมดหวัง
มีแต่รูปจานชามเต็มกาละมัง
ล้างตอนหลังปิดม่านวันอลเวง

ร้านนี้มีชื่อว่าส.โอชา
ขอเชิญมารับประทานอาหารจานเก่ง
สูตรอร่อยสูตรเด็ดของพ่อเต็ง
มาชิมเองได้ที่ลพบุรี

จากวงเวียนพระนารายณ์ผ่านโรงพยาบาล
เลี้ยวขวาอีกไม่นานอยู่ทางนี้
ห้าร้อยเมตรจงมองดูให้ดี
เอราวัณที่สิบเจ็ดรสเด็ดจังเลย ^_^


แฮ่.... พอดีว้า.... พี่สาวที่แสนดีทวงรูปสงกรานต์ที่บนดอย
แต่หนูหิ่ง ฯ ไม่ได้กลับดอยก็เลยบ่มีรูปเจ้าค่ะ ^_^


มาเล่าถึงร้านก๋วยเตี๋ยวของพี่เป๊า ลูกค้าของหนูหิ่ง ฯ สักนิดค่ะ
พ่อเต็ง เจ้าของสูตรก๋วยเตี๋ยววัดดงมูลเหล็ก ได้มาถ่ายทอดสูตรให้พี่เป๊าด้วยตนเอง
เมื่อกรกฎาคม 2550 ตอนนี้ก็มีลูกค้าจากจังหวัดใกล้เคียงมากมาย
พี่เป๊าได้ลงโฆษณาในเคเบิลทีวีของจ.ลพบุรี น่าจะชื่อช่อง * ไทยไชโย * ค่ะ
ออกอากาศเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันจันทร์ และอังคาร
ซึ่งมีการถ่ายทำเกี่ยวกับน้องหมาที่ถูกนำมาปล่อยในวัดด้วยค่ะ


พี่เป๊าได้พาหนูหิ่ง ฯ เอาเศษอาหารไปให้น้องหมาตามวัดทุกวัน
กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 4 - 5 ทุ่มทุกวัน เพราะแวะทานข้าวด้วย
บางวันก็ให้ข้าวน้องหมาก่อนแล้วให้คนทานข้าวทีหลัง
แต่บางวันก็คนทานข้าวก่อน แล้วแวะไปให้อาหารน้องหมาทีหลัง ^_^


ในส่วนของค่าแรงของหนูหิ่ง ฯ ^_^

พี่เป๊าได้นำไปซื้อข้าวมาหุงเลี้ยงน้องหมาซะงั้น

หนูหิ่ง ฯ ก็เลยทำงานฟรี
แลกอาหาร 3 มื้อของตัวเอง
กับ 1 มื้อสำหรับน้องหมาเจ้าค่ะ







Create Date : 21 เมษายน 2551
Last Update : 21 เมษายน 2551 21:32:04 น.
Counter : 318 Pageviews.

6 comment
* แก้กฎ พรางกล *
พักนี้ไม่ค่อยมีเวลา แบบว้า.... เวลานู๋มีไม่ถึง 24 ชม. เหมือนชาวบ้านอ่ะ คิก ๆ ๆ

วานนี้แวะไปแจมกลอนที่กระทู้พี่หมอวฤก ^_^

//www.pantip.com/cafe/writer/topic/W6468567/W6468567.html


ในโลกมีหลากหลายคนร้ายดี
จึงต้องมีกฎเกณฑ์บรรทัดฐาน
ต้องแบ่งแยกเป็นฝ่ายไปทัดทาน
แล้วจึงจารเอาไว้ให้กระทำ

แต่เมื่อกฎไม่เป็นไปตามกฎ
หวังจะลดความผิดคิดถลำ
จับเอากฎเกณฑ์ไปปู้ยี่ปู้ยำ
แก้ไขคำผิด - ถูกเพื่อพวกตน

อนาคตหมดไปในอากาศ
เดินหมากพลาดจึงแถไถใจฉ้อฉล
เร่งแก้เกมแก้ต่างอำพรางกล
สนองกมลพวกพ้องต้องประจาน ๚ะ๛




Create Date : 10 เมษายน 2551
Last Update : 16 เมษายน 2551 22:43:20 น.
Counter : 249 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends