* ... เป็นโคลง *


* ๑๔ ส.ค. ๔๘ ริมแม่น้ำขุนยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน *


แอ๊บป๋ากิ๋นอิ่มแล้ว......................ล้ำลำ แอ๊บ : ห่อหมก ป๋า : ปลา

ได้กลิ่นจั๊กไคนำ.........................ข่าขมิ้น จั๊กไค : ตะไคร้

หอมพริกใส่ลงยำ.......................ป๋าช่อน

ต๋องห่อย่างไฟปิ้น.......................กับข้าวนึ่งเหนียว ต๋อง : ใบตอง


แอ๊บป๋ากิ๋นอิ่มแล้ว

ปิ๊กมาแอ่วกิ๋นจาดลำ ปิ๊ก : กลับ แอ่ว : เที่ยว

ข้าวนึ่งตรึงใจนำ

กึ๊ดเติงล้ำกั๋บข้าวเฮา กึ๊ดเติง : คิดถึง


วันแม่มีโอกาส

พบปะญาติรุ่นใหญ่เยาว์

ไหว้สาคนแก่เฒ่า

ญาติตี้เฮาเคารพรัก


แม่นี้มีเพียงหนึ่ง

ถ้าบ่ซึ้งแค่หัวหยัก

คอคนตี้บ่ฮัก

มารดามักบ่ไจ่คน


จวนแม่ไปกิ๋นข้าว

พร้อมปี้สาวหลานแสนซน

แม่ยิ้มอิ่มกมล

ลูกมุ่งหมายได้กลับมา


ฮิมยวมน้ำเปลี่ยนสาย

ใจ๋บ่คลายจากมารดา

วันเลื่อนก๋าเดือนลา

ลูกฮักแม่บ่แปรไป



* รำลึก...ถึง...ซึ่ง... "คุณ"... แม่ *




๑ เมื่อเล็กเป็นเด็กน้อย..............แม่มัก

ใจใส่ดูด้วยรัก............................บ่ล้า

เฝ้าคอยเห่เปลชัก.......................ประโลมปลอบ

เคียงอยู่ไม่เหว่ว้า........................กว่าพ้นวัยเยาว์


๒ ทารกตัวน้อยนิด....................ค่อยเติบโต

ครั้งที่มีเยโย..............................โยกโย้

เกเรใส่ให้โม-.............................โหบ่อย

ท่านหอบอุ้มโอ่โอ้.......................กล่อมให้หลับสบาย


๓ เพียรอบรมบ่มให้...................ได้ดี

สอนสั่งทุกวันมี...........................ที่อ้าง

ยกตัวอย่างจากปี........................กาลเก่า

เปรียบเทียบไม่ตกค้าง.................บ่ต้องท้วงความ


๔ แม้แม่น้องบ่ได้.....................เล่าเรียน

เพื่อลูกท่านยังเพียร....................หัดไว้

จักมือจ่อสมุดเขียน.....................สอนลูก

คอยปลูกคอยฝังให้.....................รับรู้เรื่องเรียน


๕ ประถมหนึ่งรัฐให้...................ไปเรียน

ก.ไก่ไข่วนเวียน.........................จดไว้

มีแม่อยู่คอยเตียน.......................ติตลอด

ลูกจบประถมไซร้........................ประดุจได้จบตาม


๖ มัธยมเรียนต่อต้อง................เข้าเมือง

งานหนักไม่มีเคือง.....................ขุ่นข้อง

ค่าสมุดสิ่งสิ้นเปลือง...................ทั้งหมด

เทอมหนึ่งแม่ส่งน้อง...................เหนื่อยล้าเพียงใด


๗ กว่าจักเรียนจบได้.................วิชา

หนักกว่าอ่านตำรา......................ลูกรู้

แม่ทนตรากตรำมา.....................ไม่บ่น

เพื่อลูกแม่ยอมสู้........................ตราบสิ้นชีวา


๘ ยังมีต่ออีกโอ้.......................มอปลาย

ลำบากปั่นแรงกาย......................หนักเข้า

ค่าเทอมเริ่มส่งสาย.....................แรงแผ่ว

แย่แน่ถ้าออดเร้า........................ส่งเข้าป.ตรี


๙ จึงจำใจออกค้น....................หางาน

เขารับพิมพ์เอกสาร.....................สมัครไว้

ประเดิมเริ่มจัดการ......................ตามสั่ง

เงินออกนับส่งให้........................แม่ได้ชื่นใจ


๑๐ ยามนี้แม่แก่แล้ว..................รู้ดี

ทำอยู่ทุกวิธี..............................เพื่อให้

พ้นทุกข์สู่วิถี.............................ทางสุข

ขอกราบวอนเทพไท้...................ปัดป้องผองภัย


๑๑ อำนวยพรแม่ให้...................แข็งแรง

คอยส่องส่งลำแสง.....................อยู่หน้า

โรคภัยอย่าแทรกแซง.................ไชสู่

ให้แม่อยู่คู่ฟ้า............................ตราบสิ้นดินสลาย


๑๒ วันแม่กราบแทบเท้า..............ด้วยมาลัย

มอบรักส่งจากใจ........................ลูกน้อย

ท่านก้มรับน้ำใส.........................รินหล่น

ด้วยรักจากหิ่งห้อย......................สู่เท้ามารดา


๑๓ กระซิบ บอกรักล้น............ดวงใจ

กระซิบ จากภายใน..................จิตน้อง

กระซิบ ส่งเสียงใส...................เพียงแผ่ว

กระซิบ แว่วกังวาลก้อง..............ทุกห้องหัวใจ


๑๔ บอก ท่านให้รับรู้..............ตลอดไป

บอก จากห้วงหทัย...................จิตร้อง

บอก ถ้อยสื่อความนัย...............รักแม่

บอก ท่านทุกวันน้อง.................รักล้นดวงใจ


๑๕ รัก มอบส่งรักแท้...............กว่าใคร

รัก มากรักตลอดไป...................สุดฟ้า

รัก หมายบากที่ใจ.....................จิตลูก

รัก แม่บ่มีล้า............................จึ่งร้องบอกไป ๚ะ๛


* L O V E Y O U นะ * ^_^



L มีแล้วซ่อนไว้.........................ข้างใน L : แอล : เอว จ้า

O อุแม่เจ้าไผ............................ว่าพลุ้ย ไผ : ใคร

V วัดที่คอไป............................ได้ก่ ได้ก่ : ได้ไหม

E แม่เลี้ยงฮื่อตุ้ย........................บ่ให้อดหยาก ฮื่อ : ให้ ตุ้ย : อ้วน


Y ยังถามฮื่อน้อง........................ได้อาย

O เพ่งจ้องมองกาย.....................ล่วงล้ำ

U จะสู่ขอหมาย..........................หมั้นก่

นะ พี่อย่าฮื่อช้ำ..........................ปล่อยน้องขึ้นคาน ๚ะ๛


* วรรณกรรมถิ่นนี้..ยากนัก *




๑ รักกวีไทยจึ่งได้ ....................หัดเขียน

ยังบ่ดีจึงเรียน............................ไป่ล้า

ขอผองพี่ช่วยเพียร......................สอนสั่ง

วันหนึ่งคงเก่งกล้า........................กว่านี้จึงเพียร


๒ วันเวลาล่วงแล้ว....................เลยไป

ฝากพี่สอนชาวไพร.....................ใคร่รู้

แม้ยากยิ่งเพียงใด.......................บ่ยั่น

จะเก็บคำทุกผู้.............................จดไว้ในใจ


๓ วรรณกรรมถิ่นนี้....................ยากนัก

จะใส่คำใดมัก............................บ่ได้

คำผิดถูกที่ทัก............................ท้วงอยู่

จึงหวั่นยามส่งไห้ .......................ตรวจแก้ตลอดเวลา


๔ ขอเชิญชวนอ่านแล้ว...............ติมา

จะฮื่อดีเขียนกา.........................ว่าไว้

เปล่าป่วนค่ะแค่มา......................ให้ตรวจ

ก็ที่แห่งนี้ได้..............................จับนิ้วน้องรำ ๚ะ๛


* แหย่เพราะซน & ปนความเหงา *




๑ อยากบอกว่าหิ่งห้อย............น้อยใจ

เป็นเด็กใหม่อ่อนไหว..................เน่ออ้าย

สิ่งผิดหากทำไป........................เตือนหน่อย

จะค่อยแก้จากร้าย......................ปรับให้เป็นดี


๒ บางทีอาจพลาดพลั้ง............ทำผิด

ได้โปรดเตือนให้คิด...................ช่วยแก้

น้อมนำรับใส่จิต........................เพื่อเปลี่ยน

หากพี่ไม่ท้อแท้.........................บอกให้เข้าใจ


๓ ขับไขโคลงเพื่อให้..............คลายเหงา

แสวงเสาะพบมิตรเรา..................เหล่านี้

พูดคุยค่อยบรรเทา.....................ใจหม่น

ยามห่างบ้านหลายลี้....................กว่าร้อยพันกิโล


๔ เติบโตเป็นหิ่งห้อย..............พเนจร

ร่อนเร่ลงจากดอน......................ป่ากว้าง

บ่ายหน้ามุ่งนคร.........................กรุงใหญ่

นอกป่าดูเวิ้งว้าง.........................กว่าบ้านบนดอย


๕ บินลอยมีอ่อนล้า...................บางครา

จึงปล่อยถ้อยวาจา....................ออดอ้อน

ขอพี่เพื่อนเมตตา......................น้องหน่อย

อย่าด่วนด้วยใจร้อน...................เมื่อน้องป่วนใจ


๖ ด้วยในดวงจิตนี้..................ซื่อตรง

พิสุทธิ์และมั่นคง........................พิสูจน์ได้

แม้นอยู่ห่างบ่หลง.......................ลืมถิ่น

หนูหิ่ง ฯ จำจดไว้........................บ่ได้ลืมเลย


๗ ตามเคยขอฝากไว้..............สักคน

รู้อยู่จะละซน.............................ออกบ้าง

ขอแหย่แค่พี่จน..........................มุมตึก

ปลดปล่อยความอ้างว้าง...............ออกบ้างยามเหงา ๚ะ๛ เมี้ยว ๆ ๆ ^_^



* กุหลาบ กุหลาบ & กุหลาบ *





๑ กุหลาบแดงแรกแย้ม...........แอร่มตา

ดูสดชื่นชีวา.............................เพริศแพร้ว

ประดุจส่งภาษา.........................ว่ารัก

จักบ่คลาคลาดแคล้ว...................จากน้องนวลนาง


๒ กุหลาบขาวแต่งแต้ม............เติมใจ

บริสุทธ์สดใส.............................สว่างแจ้ง

ดั่งจะบอกความนัย......................ใจว่า

น้ำจิตบ่เคยแล้ง..........................ส่งพ้องพวกเสมอ


๓ กุหลาบเหลืองขุ่นข้อง..........อันใด

ความหม่นหมองในใจ ................สลัดทิ้ง

เมื่อมีรักห่วงใย..........................ให้ตลอด

ประกายเปล่งสีสวยพริ้ง ..............เชิดหน้าเผชิญไป


๔ กุหลาบชมพูหยั่งรู้...............รักละมุน

น้ำจิตคอยเจือจุน........................อุ่นเอื้อ

วันคืนสลับเวียนหมุน...................กาลผ่าน

กรุ่นกลิ่นความเอื้อเฟื้อ................ฝากไว้ไปนิรันดร์


๕ กุหลาบม่วงต่อสู้.................ชีวี

ถูกหักอกดวงฤดี........................เจ็บช้ำ

ลวงฝากรักก่อนหนี.....................ตีจาก

กรรมเก่าตามตอกย้ำ..................จึ่งน้ำตาริน


๖ กุหลาบอิฐมิตรแม้น.............มากมาย

สีหม่นละมุนหมาย......................มั่นแท้

แม้บ่เด่นมากมาย.......................ขจรกลิ่น

ฟื้นจากความฟ้อแฟ้.....................เมื่อท้อบางคราว


๗ กุหลาบหนูสีฟ้า..................แนบหทัย

ใจชอบชอบจับใจ.......................มากล้น

หลายคนบ่นว่าไหน.....................น้องปด

จึงตอบมีท่วมท้น........................อยู่ข้างในใจ ๚ะ๛


* ความงามแห่งท้องทะเล *




๑ แพรพรายระยิบจ้า.................มหาสมุทร

กระพริบแสงสีสุด......................เพริดพริ้ง

ดั่งดาวเล่นดำผุด.......................ว่ายโผล่

ผืนแผ่นน้ำสบัดสบิ้ง...................คลื่นพ้นขอบทะเล


๒ ประกายแสงกระพริบท้า..........สุริยา

วะวิบวับงามจับตา......................พร่างพื้น

สายลมห่มแพรวา......................โชยแผ่ว

คลื่นส่งเสียงครางครื้น................กึกก้องผืนทราย


๓ ดาวเด่นเห็นอยู่ทั้ง..................เบื้องบน

ด้านล่างเห็นแพรงกล..................อยู่บ้าง

พลิ้วไหวลู่ลมวน........................พรายหยอก

ดั่งแฝดผิดฝาค้าง.......................อยู่ทั้งล่างบน


๔ ดวงหนึ่งอยู่ใต้พื้น..................ผืนทะเล

กระทบแสงแรงหักเห..................ผ่านฟ้า

ล้อแสงแห่งดวงเด......................ต้นกำเนิด

ประหนึ่งผ่อนแรงล้า....................ก่อนทิ้งท้องนภา


๕ แพรเอยเจ้าช่างพริ้ง................แพรวพราย

อาทิตย์ส่องต้องประกาย..............กระพริบจ้า

รังษีผ่อนแรงคลาย.....................ส่ายสบัด

พลิ้วลู่เมื่อลมท้า.........................กระทบเจ้าแพรวา


๖ เรียงรายระยิบล้น....................ท้องทะเล

สะท้อนส่งแสงหักเห....................กระทบพื้น

กระพริบส่องแสงเท.....................ล้นฝั่ง

ประหนึ่งดาวกลับฟื้น....................ก่อนฟ้าลับตะวัน


๗ ความงามเห็นอยู่ใกล้...............ควรมอง

รายอยู่รอบตัวครอง....................สุขล้ำ

หมายมุ่งแค่เพียงปอง…...............ป้องจิต

ธรรมชาติสร้างสิ่งค้ำ...................ชีพให้สมดุล ๚ะ๛




Create Date : 20 กันยายน 2549
Last Update : 31 ตุลาคม 2549 16:10:49 น.
Counter : 300 Pageviews.

0 comments

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends