* * * เสมือนมิตร.... สนิทสนม.... *__~ * * *

แต่ก่อนนี้ มีความเหงา เจ้าเป็นเพื่อน
เข้ามาเยือน เสมือนมิตร สนิทสนม
ทั้งทั้งที่ ไม่มี ใจนิยม
จึงขื่นขม ทุกครั้ง ยามเจ้ามา

และตอนนี้ มีเพิ่ม มาอีกอย่าง
ในระหว่าง เส้นทางนี้ ที่ไฝ่หา
หวังจะมี ความสุข สักเพลา
แต่กลับได้ น้ำตา เข้ามาครอง

แปลกดีนะ เจ้ามาอยู่ เคียงคู่ได้
สถิตย์ข้าง เคียงใจ ให้เศร้าหมอง
ไม่ได้เรียก ร้องหา แต่มาจอง
เป็นเจ้าของ ดวงจิต ชิดกายา

จะขับไล่ อย่างไร ไม่สามารถ
ฤาว่าเรา ขลาดเขลา จึงเข้าหา
ฤามาเป็น ครูสอน ป้อนวิชา
ฤาชีวา ต้องมีเจ้า เฝ้ากมล

จะมีไหม สักวัน เจ้าผันจาก
ยอมพลัดพราก ห่างไกล ใจหม่นหม่น
พากันไป ให้สุดหล้า อย่ากังวล
เราจะทน ขาดความเหงา เจ้าน้ำตา

อย่าให้รอ นานนัก จากไปเถิด
ความเหงาไป เกิดเป็น ความหรรษา
น้ำตาเป็น น้ำทิพย์ สถิตย์พารา
เราจะได้ หาสุขบ้าง สร้างชีวัน

เพลานี้ มีน้ำตา มาเป็นเพื่อน
ความเหงาเยือน อยู่เป็นนิจ ไม่คิดฝัน
สักวันหนึ่ง คงพ้น ทนจาบัลย์
และวันนั้น คงมีสุข สิ้นทุกข์ใจ ๚ะ๛



Create Date : 22 พฤษภาคม 2554
Last Update : 22 พฤษภาคม 2554 9:43:44 น.
Counter : 404 Pageviews.

4 comment
* * * เหนื่อยไหม . . .. ? * * *
เหนื่อยไหม กับชีวิต ในวันนี้
ผ่านเดือนปี ประสบการณ์ พานสุขสม
ความหม่นหมอง ปวดร้าว เศร้าระทม
ความตรอมตรม สดชื่น รื่นอุรา

ในทุกทุก ความรู้สึก ที่ผันผ่าน
ดั่งฤดู - กาลเวียน เปลี่ยนพรรษา
เมื่อพายุ โหมซัด กระหน่ำมา
สายลมจะ พาไป ในไม่นาน

สายฝนโปรย - ปรายคง ลงมาสู่
ผืนดินรู้ เริงรื่น ทุกถิ่นฐาน
มวลต้นไม้ ใบผลิ มีดอกบาน
คงสราญ ฉ่ำชื่น ระรื่นใจ

เมื่อแสงแดด ทอประกาย ให้มองเห็น
ก็จะเป็น วันสนุก สุขสดใส
บนท้องฟ้า โปร่งตา เห็นไกลไกล
เมฆหมอกไม่ บดบัง แสงชีวิน

หากเหนื่อยล้า กับชีวิต ในวันนี้
ดวงฤดี เศร้าหมอง ต้องถวิล
ให้คิดถึง ความสุข ที่โบยบิน
ให้ผกผิน คืนสู่ ประตูใจ


ถ้าหากเรา.... มีความรู้สึกเหมือนเด็กน้อย....
ก็คงจะดี.... จะได้ไม่มีความรู้สึกปวดร้าวใจ....

ถ้าหากเรา.... มีความสุขไปทุกฤดูกาล....
ก็คงจะดี.... จะได้ไม่มีใครรู้สึกถึงความสูญเสีย....



รูปเหลนน้อยหวา หวา อายุ 5 เดือนค่ะ




Create Date : 19 มกราคม 2554
Last Update : 19 มกราคม 2554 0:47:04 น.
Counter : 352 Pageviews.

6 comment
* * * บอกกับ.. ตัวเอง.. * * *

บอกตัวเอง ต้องเข้มแข็ง
เป็นหญิงแกร่ง แห่งภูผา
แม้นจะมี สิ่งใดมา
สร้างปัญหา ให้ร้าวใจ

บอกตัวเอง ต้องอดทน
อย่าอับจน กับสิ่งใด
แม้นมีเรื่อง สุมทรวงใน
ค่อยแก้ไข ด้วยปัญญา

บอกตัวเอง อย่าคิดมาก
เรื่องหลายหลาก ทั้งปัญหา
ทุกผู้คน ล้วนเกิดมา
มีหน้าที่ ต้องพบเจอ

บอกตัวเอง อยู่ทุกวัน
อย่าไหวหวั่น มั่นเสมอ
สติตั้ง อย่าพลั้งเผลอ
เรื่องร้ายเจอ จะผ่านผัน

บอกตัวเอง แล้วนั่งคิด
จะพิชิต ได้ดังฝัน
หรือแค่เขียน ไปวันวัน
ไม่ค่อยมั่น ใจเสียเลย



ไม่รู้ว่า....คนเรา.... จะรับความเจ็บปวดได้แค่ไหนนะ ?




Create Date : 17 มกราคม 2554
Last Update : 17 มกราคม 2554 10:25:08 น.
Counter : 396 Pageviews.

5 comment
* * * Good bye my brother * * *
ก่อนหน้านี้หนูหิ่ง ฯ เข้าร.พ.ผ่าตัดนิดหน่อย รอบแรกวันที่ 23 รอบสองวันที่ 29 รอบที่สามอีกประมาณ 3 เดือน

ทางบ้านก็เลยไม่กล้าบอกว่าพี่ชาย ฟู่ กวาง เหลียง เสียชีวิตที่เวียดนาม

หนูหิ่ง ฯ ออกร.พ.วันที่ 31 แล้ววันที่ 1 ก็ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อน ณ วัดท่าตอน

แล้วแม่ก็บอกว่าให้แวะเยี่ยมพี่ชายที่บ้านด้วยนะ หนูหิ่ง ฯ จึงทราบว่าพี่ชายไม่อยู่แล้ว

ส่งท้ายปีเก่าด้วยการสูญเสีย และเจ็บป่วย

ทั้ง ๆ ที่สัญญากับตัวเองไว้ว่า
ปีหน้าจะไม่ร้องให้อีกแล้ว
แต่ก็ไม่แคล้วต้องร้องอีกจนได้
สาเหตุเพราะพี่ชายคนดีจากไป
จึงต้องร้องให้เสียน้ำตา





หลับตาเถิดคนดี
ในวันนี้น้องจะกล่อม
ให้พี่ได้หลับนอน
พักผ่อนไปตลอดกาล

ต่อไปจะไม่มี
พี่คนดีคอยสื่อสาร
วันหน้าอีกยาวนาน
น้องจะผ่านด้วยตัวเอง

อย่าได้เป็นห่วงน้อง
ไม่ต้องกลัวใครข่มเหง
น้องจะไม่หวั่นเกรง
จะต้องเก่งเช่นพี่ชาย

ไปเถิดจงไปดี
สู่ถิ่นที่สุขสบาย
สดชื่นทั้งใจกาย
หยุดวุ่นวายชั่วชีวี

หากแม้นมีชาติหน้า
จะขอมาเป็นน้องพี่
ชาตินี้น้องกรรมมี
ต้องอยู่นี่ชดใช้มัน

ส่วนพี่มีบุญมาก
จึงต้องจากกะทันหัน
เสียดายไม่ลากัน
ในวันสิ้นลมหายใจ

หลับตาเถิดนะพี่
น้องคนนี้จะกล่อมให้
แล้วค่อยเดินทางไกล
สู่ภพใหม่ไร้กังวล

ไปรอที่ภพหน้า
วันนี้ลาในบัดดล
ส่วนน้องจะอดทน
กว่าจะพ้นเช่นพี่ชาย





Create Date : 07 มกราคม 2554
Last Update : 7 มกราคม 2554 19:24:44 น.
Counter : 353 Pageviews.

0 comment
* * * เรื่อง.. ของ.. ใจ.. * * *

ในวันนี้ หัวใจ เรายอมแพ้
รู้สึกแย่ เพราะบางใคร ทำไหวหวั่น
จะคิดถึง คนรอบข้าง ที่รักกัน
แล้วสักวัน จะไม่แพ้ แย่อีกครา

ในวันนี้ หัวใจ ยังไหวแต้น
เพราะมีเวร ต้องอยู่ สู้ปัญหา
แม้จะถูก ทอดทิ้ง ไม่นำพา
ต้องเดินหน้า ต่อไป ชดใช้กรรม

ในวันนี้ ที่ใจ ยังได้เจ็บ
ก็จะเก็บ เป็นบทเรียน เพียรตอกย้ำ
จดเอาไว้ ว่าใคร ได้กระทำ
ให้ชอกช้ำ สารพัน และหวั่นใจ

ในวันนี้ ลมหายใจ ยังมีอยู่
จะขอกู้ เก็บใจ ที่หวั่นไหว
จะต้องใช้ เวลา นานเพียงใด
เพื่อจะเริ่ม ต้นใหม่ ได้อีกครั้ง







Create Date : 06 มกราคม 2554
Last Update : 19 มกราคม 2554 0:40:53 น.
Counter : 319 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends