* ศรัทธา *



หากแม้นว่า ศรัทธา หมดสิ้นแล้ว
คงไม่แคล้ว หมดหวัง ทั้งความฝัน
ศรัทธาคือ สิ่งที่ มีให้กัน
แล้วยึดมั่น เป็นความเชื่อ ของตัวเอง

ความศรัทธา มีให้ ใครก็ได้
ญาติผู้ใหญ่ ที่เรา ว่าเขาเก่ง
หรือจะเป็น คนที่ น่าขามเกรง
ไม่ใช่คน อวดเบ่ง ใส่ใครใคร

ส่วนหนูหิ่ง ฯ ศรัทธา ในความดี
หวังเต็มที ให้ครอบครัว สุขสดใส
อนาคต มั่นคง ตลอดไป
ทำดีไว้ ตลอดทาง สร้างสรรค์งาน

และยังมี ศรัทธา อีกหลายเรื่อง
ทั้งฝันเฟื่อง มากมาย หลายขนาน
ทำจิตใจ สดชื่น รื่นสราญ
แม้วันวาน จะมีเรื่อง เคืองขุ่นใจ

พบปัญหา มีปัญญา เอามาแก้
ใช่จะแย่ ไปหมด ก็หาไม่
ทุกคนบน โลกนี้ ไม่มีใคร
ที่ขาดไร้ ปัญหา มากก่อกวน

สุดแท้แต่ ปัญหานั้น แสนสาหัส
หรือว่าจัด ว่าเป็นเรื่อง พึงสงวน
ก็ควรหา เพื่อนสนิท คิดทบทวน
ทุกสิ่งล้วน แก้ไขได้ อย่าไปเกรง ๚ะ๛







Create Date : 16 มีนาคม 2550
Last Update : 10 เมษายน 2550 21:43:35 น.
Counter : 261 Pageviews.

0 comment
* ถามข่าว *


๑ หากแม้ เพียงจะ รู้ว่า
การพบ หน้ากัน วันนี้
จะเป็น เหตุให้ คนดี
เปลี่ยนฤดี กลับกลาย เป็นอื่น

๒ หากบอก สักนิด ให้รู้
โฉมตรู จะไม่ ไปฝืน
แม้ต้อง ระทม ขมขื่น
จะหัด ยืนด้วย ตนเอง

๓ วจี สัญญา ที่เคย
น้องเอ๋ย จะไม่ ข่มเหง
เคียงข้าง อย่าได้ หวั่นเกรง
ความวังเวง ลบเลือน ทิ้งไป

๔ ลึกลึก ยังคง หมองหม่น
ฝืนทน สู้ให้ สดใส
พสุธา ฟ้าอัน กว้างไกล
ไม่เห็น ใครข้าง กายา

๕ รำพัน อยู่ข้าง ในจิต
มืดมิด เงียบเหงา เหว่ว้า
เหม่อมอง ท้องฟ้า ดารา
น้ำตา เอ่อล้น หลั่งริน

๖ ห่างกัน สุดหล้า ฟ้าเขียว
แลเหลียว รอบกาย ทั่วถิ่น
ส่งเสียง หวังเพียง ให้ยิน
หมดสิ้น เสียงส่ง ไม่ถึง

๗ จากกัน ห่างไกล ไกลห่าง
อ้างว้าง เดียวดาย สุดซึ้ง
เฝ้าคอย พร่ำเพ้อ รำพึง
คนหนึ่ง เหินห่าง ร้างลา

๘ จันทร์เจ้า รับรู้ บ้างไหม
ห่วงใย กันบ้าง ไหมหนา
คิดถึง ในบาง เวลา
ห่วงหา กันบ้าง เป็นไร

๙ สายลม พัดผ่าน ป่าเขา
พาเอา กลิ่นดวง ดอกไม้
ล่องลอย ข้ามผ่าน บ้านใคร
คนใน ดวงจิต คิดคำนึง

๑๐ ด้วยหวัง ว่าคง ได้รับ
พร้อมกับ รู้สึก ซาบซึ้ง
และหวัง ว่าใน วันหนึ่ง
คงถึง คนที่ จากลา

๑๑ หากแม้ ไม่ใส่ ใจสน
จากคน ที่คอย ห่วงหา
ตอบกลับ ให้รู้ ด้วยว่า
จะลา จากไป ไม่หวน

๑๒ ด้วยอยาก ได้เพียง มิตรภาพ
ที่ฉาบ ทั้งใจ ครบถ้วน
จึงมอบ ให้หมด ทั้งมวล
ไม่รวน เรด้วย จริงใจ

๑๓ ส่งไป ให้ด้วย เพียงนี้
คนดี ยังทอด ทิ้งให้
คิดถึง ข้างเดียว ได้ไง
ทำไม ไม่ส่ง ข่าวคราว ๚ะ๛







Create Date : 16 มีนาคม 2550
Last Update : 10 เมษายน 2550 21:46:11 น.
Counter : 310 Pageviews.

0 comment
* คืนเหงา... *


ในคืนเหงาแม้เดือนดาวเจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือนคอยกลบลบรอยเหงา
ความหม่นหมองครอบครองใจของเรา
รู้สึกเศร้าในยามที่ไม่มีใคร

อยู่แสนห่างขวางคั่นกั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลาฤดูกาลผันสมัย
มิตรภาพแต่ก่อนเก่าเราจริงใจ
เลือนแล้วหรืออย่างไรสายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้แม้เห็นดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วยให้ใจได้สุขสันต์
บนท้องฟ้าสว่างใสไร้หมอกควัน
ในใจนั้นกลับมืดมิดผิดที่เคย

สายลมหนาวพัดมาเวลานี้
ผืนพงพีปกคลุมด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอกกลอกกลิ้งขนิ้งเชย
หนาวจังเลยในยามนี้ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอนดาวเดือนเกลื่อนเวหา
กระพริบพาความคิดของน้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้หน้าบ้านวานลมคอย
พัดไปปล่อยในใจใครสักคน

ให้รับรู้ว่าใครที่ในป่า
เขาห่วงหาห่วงใยใจสับสน
ความคิดถึงรุมเร้าเข้าเวียนวน
จำฝืนทนฝืนอยู่ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึงคอยอยู่สู้ลมหนาว
มีเดือนดาวบนฟ้านภาใส
อยู่เป็นเพื่อนท่ามกลางหว่างพงไพร
คอยคนไกลตอบสารนั้นกลับคืน ๚ะ๛




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 10 เมษายน 2550 21:48:40 น.
Counter : 325 Pageviews.

3 comment
* หยุด ! อยู่ ! คนเดียว *



บนเส้นทางเดิน อาจต้องเผชิญกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย
แต่บนเส้นทางนั้น มีความฝันซ่อนอยู่ตลอดเส้นทาง
บางครั้ง... บางคราว... บางสิ่ง... บางอย่าง...
อาจต้องหยุดบ้าง
บางที่... บางแห่ง... อาจต้องอยู่... เพียงลำพัง
กาลเวลา... ผ่านประสบการณ์ จะทำให้เข้มแข็งขึ้น... จริง ๆ นะ

* คิดถึง... สม่ำเสมอ *




หยุดไว้...เถิดความรัก
เห็นควรพักเอาไว้ก่อน
ห่วงหาและอาทร
เก็บซุกซ่อนไว้ข้างใน

หยุดคิด...จะวิ่งตาม
ขอหักห้ามเจ้าหัวใจ
เคยรักเคยห่วงใย
เก็บเอาไว้เพียงลำพัง

หยุดที...ความรู้สึก
คำนึงนึกถึงสิ่งหวัง
ฉุดไว้ด้วยพลัง
จะอยู่ยั้งนานเพียงใด

หยุดเลย...ที่เคยทำ
ไม่ขอล้ำก้าวข้ามไป
เรื่องเก่าเก็บเอาไว้
สี่ห้องใจจงจดจำ

หยุดใจ...ได้ทบทวน
คิดใคร่ครวญที่ถลำ
เปลี่ยนเขา-เราผู้ทำ
เป็นคนช้ำขอจากลา

หยุดพัก...รักษาใจ
รอวันใหม่ที่แจ่มจ้า
น้ำใสไหลออกตา
เพื่อเยียวยาความเจ็บช้ำ

หยุดก่อน...หยุดสักพัก
หยุดความรักหยุดกระทำ
หยุดร้องหยุดเอ่ยคำ
อยู่ลำพังเพียงคนเดียว

อยู่ให้ได้...เพียงคนเดียว...





Create Date : 26 ธันวาคม 2549
Last Update : 21 เมษายน 2550 7:15:36 น.
Counter : 384 Pageviews.

15 comment
* สายสัมพันธ์... ระหว่างมิตร *




เนื่องด้วยหนูหิ่ง ฯ เดินทางบ่อย ไม่ค่อยได้เข้ามา
แต่จำไว้ว่า
หนูหิ่ง ฯ คิดถึงเสมอนะคะ





ทุกถ้อยคำที่เอ่ยเผยออกมา
คือสัญญาให้กันไม่หวั่นไหว
มิตรภาพมั่นคงตลอดไป
จักยิ่งใหญ่มากมายสายสัมพันธ์

แม้ขุนเขายังเทียมเทียบไม่ถึง
เพียงแค่ครึ่งในไมตรีที่คงมั่น
ไม่ถึงกึ่งความห่วงใยที่ให้กัน
ความผูกพันสองสหายไม่คลอนแคลน

สงบนิ่งอยู่ข้างในให้รับรู้
ยังคงอยู่ดังสายลมพรมผ่านแค้วน
ประดุจแสงอาทิตย์อุ่นกรุ่นทั่วแดน
จะหวงแหนเอาไว้ตลอดไป

ให้มองดูท้องฟ้านภากว้าง
ในระหว่างคืนวันผันสมัย
หากมีท้อหมดหวังกำลังใจ
ความห่วงใยส่งผ่านม่านดารา

แม้ว่ากาลเวลาจะเลยผ่าน
เปรียบดั่งธารน้ำใสไหลลงผา
ไม่มีแห้งเหือดหายสลายลา
เสมือนว่าสองเรามั่นนิรันดร

สายสัมพันธ์ฉันท์มิตรสถิตย์แน่น
อีกหมื่นแสนล้านปีแสงไม่อาจถอน
จะคงรักห่วงใยใจอาทร
จึงสะท้อนให้เห็นเป็นอุปมา





Create Date : 22 ตุลาคม 2549
Last Update : 26 ธันวาคม 2549 10:24:38 น.
Counter : 356 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends