* * * สัจธรรม * * *
ชีวิต ของคน คนหนึ่ง
มีซึ้ง อ่อนหวาน หวั่นไหว
พบเจอ สิ่งต่างต่าง มากมาย
ทั้งร้าย และดี ปะปน

เวลา หมุนเวียน เปลี่ยนผัน
พานวัน วุ่นวาย สับสน
ชีวิต ที่ต้อง ดิ้นรน
ว่ายวน อยู่เสมอ ไม่เว้นวาย

มีโกรธ มีเกลียด มีรัก
อกหัก สมหวัง ดังหมาย
ทุกข์ - สุข เจ็บปวด ทุรนทุราย
มากมาย พบตาม ธรรมดา

ไม่มี ใครพ้น จากนี้
ต้องมี วันพบ ปัญหา
บทเรียน ของกาล เวลา
เกิดมา ทุกคน ต้องเจอ ๚ะ๛



Create Date : 05 ตุลาคม 2553
Last Update : 5 ตุลาคม 2553 21:11:59 น.
Counter : 324 Pageviews.

1 comment
* * * ในคืนหนึ่ง . . .* * *

หนูหิ่ง ฯ เกิดอยากจะเขียน เมื่อได้อ่านที่กระทู้นี้

หลังจากที่พยายามอยู่ 3 วัน ก็เข็นออกมาจนได้ (แทบตายแน่ะ)

//www.thaipoem.com/forever/poem.php?poemid=136589

แล้วก็ถือโอกาสจิ๊กรูปมาโดยไม่ได้รับอนุญาต (อย่าเอ็ดไป)



ในคืนหนึ่งมีเพียงใครคนหนึ่ง
นั่งทำซึ้งใต้ร่มเงาเฝ้าจันทร์ฉาย
อยากจะเห็นแสงระยิบกระพริบพราย
ดารารายเรียงล้อมอ้อมดวงเดือน

ในคืนหนึ่งมีเพียงสายลมผ่าน
จึงใคร่วานให้อยู่ดูเป็นเพื่อน
บนท้องฟ้าคงส่องแสงลางเลือน
ไร้ดาวเคลื่อนมาให้เห็นเช่นทุกวัน

ในคืนหนึ่งเมฆลอยล่องเต็มท้องฟ้า
บังดาราเสียสนิทปิดภาพฝัน
ไร้แสงดาวส่องมาเราจาบัลย์
รอทุกวันรออยู่อย่างเดียวดาย

ในคืนหนึ่งมีเพียงความโดดเดี่ยว
อยู่คนเดียวลำพังหวังจันทร์ฉาย
จะส่งแสงระยิบกระพริบพราย
ทอประกายเป็นเพื่อนเหมือนทุกคราว

ในคืนหนึ่งหวังจะมีสักคนหนึ่ง
ได้รู้ซึ้งทุกเรื่องความปวดร้าว
ปลอบประโลมจิตใจคล้ายหมู่ดาว
กระพริบพราวบอกมาว่าไม่เป็นไร

ในคืนหนึ่งอยู่ลำพังอย่างว่างเปล่า
คอยหมู่ดาวส่องสว่างกระจ่างใส
เพียงอยากเห็นแสงริบหรี่ที่รำไร
มาปลอบใจคลายความเหงาที่เข้าครอง

ในคืนหนึ่งมีความเหงาเข้าครองจิต
ใครลิขิตให้เราแสนเศร้าหมอง
ไร้คนอยู่เคียงข้างตามครรลอง
ได้แต่ร้องบอกดาวจ๋าว่าเหงาจัง

ในคืนหนึ่งคืนใดนาทีหนึ่ง
อยากซาบซึ้งสักทีมีความหวัง
จะมีใครสักคนหนึ่งซึ่งจีรัง
สร้างความหลังงดงามตามธรรมดา

ในคืนหนึ่งคืนใดในคืนหนึ่ง
จะตราตรึงยามเห็นเส้นขอบฟ้า
เมื่อใครอยู่เคียงข้างอย่างดารา
คู่นภาทุกคืนค่ำทำแสงเรือง ๚ะ๛




Create Date : 01 กันยายน 2553
Last Update : 1 กันยายน 2553 21:05:08 น.
Counter : 393 Pageviews.

2 comment
* * * พี่สาวคนโตเป็นมะเร็งค่ะ * * *

ไม่ได้เข้ามาส่งข่าวเลย หนูหิ่ง ฯ คิดถึงทุกคนนะคะ

ช่วงนี้พี่สาวคนโตเป็นมะเร็งค่ะ ก็เลยต้องกลับเชียงใหม่บ่อยขึ้น เหนื่อยมากขึ้น

ไปตั้งกระทู้ไว้ที่สวนลุม ฯ ก็ได้คำแนะนำดี ๆ มา ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L9326489/L9326489.html#15





Create Date : 05 มิถุนายน 2553
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 7:29:24 น.
Counter : 383 Pageviews.

2 comment
* ขอลา.... เพื่อปรับจิต.... สักพัก *



จะขอลา ไปบวช หนึ่งอาทิตย์
ด้วยชีวิต ช่วงนี้ ที่ยุ่งเหยิง
พบเรื่องราว ผลาญใจ ให้กระเจิง
ความบันเทิง ห่างหาย ไม่เห็นมี

อุปสรรค์ มากมาย กรายชีวิต
ดลจริต ตกไป ไร้สุขี
เข็นไม่ขึ้น ไม่รู้จะ ทำไงดี
จึงต้องรี่ หาวัด หวังพึ่งธรรม

จะฝึกทำ จิตใจ หายฟุ้งซ่าน
เรื่องร้าวราน สุมใจ ให้เจ็บช้ำ
คงจะเบา บางลง จนเลิกจำ
ก่อนถลำ กว่านี้ ที่ปลายทาง

เมื่อทำใจ ได้แล้ว จะแจวกลับ
มาคำนับ ทุกท่าน ในยามว่าง
แวะพูดคุย ตลอดไป ไม่จืดจาง
เพื่อก่อสร้าง ความสัมพันธ์ ปั่นไมตรี

เพียงขอพัก ไว้ก่อน ตอนจิตตก
ดั่งนรก ปกคลุม ทุกถิ่นที่
จะเดินทาง ไปไหน ไม่เห็นมี
เรื่องดีดี อยู่ไหน ใยไม่เจอ

จะไม่ฝืน โชคชะตา ฟ้าลิขิต
เพียงแค่คิด แก้ไข จะไม่เผลอ
ปล่อยเรื่องราว ตามเวรกรรม ทำเบลอเบลอ
จะไม่เพ้อ ฝันเฟื่อง ทุกเรื่องเลย

จึงขอฝาก ตัวและใจ ไว้ที่นี่
ขอน้อง - พี่ เอ็นดูนิด อย่าคิดเฉย
อย่าหลงลืม หิ่งห้อย เด็กเชยเชย
อย่าละเลย ให้บินห่าง ทางศาลา ฯ

แวะส่งข่าว พี่น้อง และผองเพื่อน
อย่าร้างเลือน หากน้อง ต้องหายหน้า
โทรศัพท์ ฝากไว้ ไม่นำพา
ที่เลขา ของน้อง ทั้งสองคน

มีธุระ ฝากไว้ ให้โทรกลับ
มีเสียงรับ หวานหวาน อย่าสับสน
จะโทรกลับ ภายหลัง ยังผองชน
เมื่อล่วงพ้น ความทุกข์ สุขหวนคืน ๚ะ๛


สักอาทิตย์หน้า หรืออาทิตย์ต่อไป
จะขอหาย (ศรีษะ) ไปสักอาทิตย์นะพี่ - น้อง & ลุง ^____^

แล้วจะกลับมารายงานตัวจ้า




Create Date : 27 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2551 7:50:22 น.
Counter : 300 Pageviews.

3 comment
* เหมันต์....*

สายลมหนาว พัดผ่าน พานยอดเขา
พ้องพวกเรา คงหนาว รวดร้าวเหลือ
อยู่ห่างไกล ไร้ผู้ มาจุนเจือ
คอยเอื้อเฟื้อ อาทร ตอนทรมาณ์

ใครจะรู้ บ้างไหม ในถิ่นนี้
ยังคงมี คนทุกข์ยาก สหัสสา
ทนหนาวเหน็บ เจ็บระกำ ช้ำอุรา
กลางผืนป่า ขาดไออุ่น ละมุนทรวง

กว่าจะพ้น เหมันต์ อันเหี้ยมโหด
เสมือนถูก ลงโทษ จากแดนสรวง
ความเศร้าโศก สถิตย์ใน ใจทุกดวง
สุดแสนห่วง น้องน้อย บนดอยทุกคน

ป่านนี้จะ เป็นอย่างไร ไม่อาจรู้
จะต่อสู้ ดิ้นรนไป ใจสับสน
ต้องเหน็บหนาว เพียงใด ทุรายทุรน
จะอดทน ได้หรือเปล่า เจ้าเหมันต์

วอนดวงดาว พราวพร่าง กระจ่างฟ้า
โปรดเมตตา กันบ้าง สร้างความฝัน
ให้พี่น้อง ของเรา เผ่าไพรวัลย์
สร้างชีวัน อย่างมีสุข สิ้นทุกข์ใจ ๚ะ๛



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2551 2:18:51 น.
Counter : 335 Pageviews.

2 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  

หิ่งห้อยน้อยใจ
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






Bloggang.com : หิ่งห้อยน้อย.... ใจ TreBle Tree หิ่งห้อยน้อยใจ บินไปทุกถิ่น ท่องทั่วแผ่นดิน กว่าสิ้นเรี่ยวแรง





แสงระยิบ กระพริบจากใจ

หิ่งห้อย T_T น้อยใจ

ใครหนอเปรียบ หิ่งห้อย ว่าด้อยค่า
อย่าได้มา หาญสู้ แสงอาทิตย์ส่อง
มีแสงเพียง น้อยนิด คิดลำพอง
มาผยอง เชิดหน้าอยู่ สู้ตะวัน

รู้ตัวดี มิบังอาจ ไปหาญสู้
ดำรงอยู เยี่ยงนี้ ไม่มีผัน
เหมือนดาวเดือน ที่ได้อยู่ เคียงคู่กัน
ดังเช่นฉัน รู้อยู่ คู่นภา

ก็ชื่อฉัน นั้นแปล ว่าหิ่งห้อย
ตัวน้อยน้อย น่ารัก เป็นนักหนา
ถูกเปรียบเทียบ ว่าด้อย ด้วยราคา
จากหน้าตา มิใช่ จากจิตใจ

ชีวิตหมุน เวียนตาม ธรรมชาติ
หิ่งห้อยพลาด หลงดอย คอยร่ำให้
ถูกเขาบ่น ว่าเรา จนเศร้าใจ
ทนเก็บไว้ ด้วยจิต คิดระทม

ชาตินี้มี กรรมมา บดบังไว้
ส่องแสงได้ ริบหรี่ สุดขื่นขม
ต้องทนอยู่ เชิดหน้าใส่ ในอกตรม
เกิดมามี ปมจาก ปากผู้คน

ไม่เป็นไร ตามใจ ใครจะคิด
ทุกชีวิต วันหนึ่ง ต้องหลุดพ้น
เกิดมาต้อง ต่อสู้ ! รู้ดิ้นรน !
ว่ายเวียนวน กลับสู่พื้น ปฐพี๚ะ๛



เสียงขาน จากบ้านป่า

สายลมหนาว พัดพา มาอีกแล้ว
ในโสตแว่ว ยินเสียง คล้ายเรียกขาน
จากพี่น้อง ผองเพื่อน เถื่อนลำธาร
ว่าถึงกาล โผผิน กลับถิ่นไพร

หวนคิดถึง วันเก่า รวดร้าวเหลือ
ยามเยาว์เมื่อ เหมันต์ พานสมัย
ช่างหนาวเหน็บ เจ็บลึก ถึงทรวงใน
กลางป่าใหญ่ ขาดแสง อุ่นกรุ่นตะวัน

แม่ขนี้ง โปรยปราย กระจายทั่ว
ท้องฟ้ามัว มืดมิด ปิดแนวสัน
สายลมยัง พัดซ้ำ กระหน่ำกัน
บ้างหนาวสั่น จับไข้ วายชีวี

กว่าจะพ้น ผ่านฤดู หฤโหด
ธาตุพิโรธ ชนบท สลดศรี
แทบมอดม้วย มรณา ลาพงพี
ชีวิตนี้ ไม่ลืมวัน ซึ่งผันไป

ชนชาวดอย คอยอยู่ หมู่ลูกหลาน
วันคืนผ่าน ด้วยจิต พิสมัย
ความคิดถึง ตรึงตรา และอาลัย
ท่านห่วงใย อยากรู้ ว่าอยู่ดี

รู้รักผืน แผ่นดิน ถิ่นก่อเกิด
ทั้งผู้ให้ กำเนิด นะบุตรศรี
หวนกลับไป ดูแล บุพการี
ท่านผู้มี พระคุณ การุณย์เรา

คงยังจำ กันได้ ใช่ไหมเพื่อน
ก่อนจะเคลื่อน กายา จากป่าเขา
เป็นความหวัง ของใคร เมื่อวัยเยาว์
อย่ามัวเมา ลืมเลือน เถื่อนที่มา๚ะ๛



คิดถึงบ้าน

ค่ำคืนฟ้า มืดมิด ดูเหงาเหงา
โอ้ตัวเรา นั่งคิดถึง คณึงหา
บ้านหลังน้อย ในป่า ที่จากมา
ผ่านเวลา จะเปลี่ยน เป็นเช่นไร

บ้านน้อย น้อยหลังนั้น ช่างอบอุ่น
ยามรุ่งอรุณ แดดส่อง สว่างไสว
มวลบุบผา ชูช่อ แตกหน่อใบ
หรีดหริ่งเรไร ส่งเสียงร้อง ก้องพนา

เหล่าแมลง ภู่ผึ้ง ผกโผผิน
กางปีกบิน วนเวียน กลางเวหา
ดอกหญ้าโผล่ พ้นพื้น พสุธา
ไหวไปมา ยามต้อง แรงลมโชย

เห็นสายฝน รินร่วง จากท้องฟ้า
ชุบชีวา ชีวิตให้ ไม่ระโหย
มวลดอกไม้ ชูช่อสวย ไม่ลาโรย
แผ่นดินโดย ธรรมชาติ สะอาดตา

กลิ่นพืชพรรณ นานา ขจรทั่ว
ทั้งดอกบัว ทั้งพรรณไม้ และใบหญ้า
ขึ้นผสม กลมกลืนไกล สุดสายตา
ภายใต้ฟ้า ผืนใหญ่ ใบเดียวกัน

ช่างห่างไกล กันนัก กับทางนี้
อยู่ที่นี่ พบแต่ การห้ำหั่น
ทั้งแก่งแย่ง แข่งขัน ประลองกัน
ทุกทุกวัน ต้องแข่ง แย่งความดี

มันช่างเหงา และล้า เป็นนักหนา
จะขอลา พักร้อน เช้าพรุ่งนี้
กลับคืนสู่ บ้านน้อย คอยนานปี
พักฤดี ให้หายเหมื่อย เหนื่อยใจกาย

จะชาร์ตแบต เพิ่มพลัง ให้เต็มที่
ความเหงามี จักลบทิ้ง ให้เหือดหาย
แทนด้วยความ สดใส ใจแพรวพราย
ทอประกาย กลับคืน สู่ตัวเรา

พักปัญหา ทุกอย่าง ของทางนี้
กลับไพรี ระหว่าง กลางหุบเขา
บ้านหลังน้อย ยังคอยอยู่ ซึ่งตัวเรา
ภูมลำเนา บ้านเกิด ที่จากมา

แล้วจะกลับ มาทำงาน สร้างฐานะ
ด้วยสัจจะ ของคน แห่งภูผา
จักทำงาน ให้ดีขึ้น ขอสัญญา
ด้วยหน้าตา สดใส ไร้กังวล

คงจะทน ทานได้ ในทุกสิ่ง
ชีวิตจริง เริ่มต้นใหม่ ได้อีกหน
จักต่อสู้ หมู่มารที่ มาผจญ
รวมถึงคน ปากร้าย ทั้งหลายเอย๚ะ๛



ลมหนาว กับชาวดอย

สายลมหนาวพัดผ่านมาอีกครั้ง
แผ่พลังแห่งฤดูสู่ขุนเขา
หวนคิดถึงแต่ก่อนตอนยังเยาว์
ผองพวกเราทนอยู่สู้สายลม

ยังจดจำคืนวันที่ผันผ่าน
ฤดูกาลนี้ให้ใจขื่นขม
พาความแล้งส่งไว้ได้ระทม
ยอดดอยจมอยู่ในสายเหมันต์

แม่ขนิ้งเกาะเล็มเต็มยอดหญ้า
บนท้องฟ้าไร้แสงแห่งสีสัน
ความเหน็บหนาวถาโถมถึงทั่วกัน
ต้องอดทนจนผ่านวันอันตราย

ถึงตอนนี้ยังคงโหมกระหน่ำ
แสงแดดล้ำเลือนลางจนจางหาย
ทั่วท้องฟ้าเมฆหม่นหล่นกระจาย
หนาวมากมายในยามนี้ที่ยอดภู

อยากจะส่งความอบอุ่นสู่ขุนเขา
เพื่อพ้องเราชาวไพรทุกชนหมู่
ได้อดทนจนผ่านพ้นฤดู
ร่วมกันสู้ความหนาวที่เข้ามา

ของส่งใจไปถึงซึ่งบนนั้น
ยอดดอยอันไกลห่างหว่างภูผา
ความห่วงใยแทรกใส่ให้ลมพา
ไปส่งหน้าบ้านเขาเราอาลัย

เพื่อให้ผู้อาศัยอยู่ในนั้น
มียิ้มอันพริ้มพรายใจสดใส
หนูหิ่ง ฯ จะได้มีกำลังใจ
ทำงานไปเพื่อเขาที่เฝ้ารอ๚ะ๛



สายลมหนาว

สายลมหนาว พัดแผ่ว แอ่วเมืองเหนือ
แสงแดดเรื่อ พลันเลือน ลางลับหาย
บนท้องฟ้า มีเมฆหมอก เกลื่อนกระจาย
หนาวมากมาย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

เสียงหรีดหริ่ งเรไร วังเวงแว่ว
นกเค้าแมว บินลับ กลับถ้ำน้อย
ดอกไม้บาน ยามเช้า เฝ้ารอคอย
น้ำค้างผล็อย ร่วงลง ส่งความเย็น

แสงอาทิตย์ มองไม่เห็น ในยามนี้
ยอดดอยมี แต่หมอก เมฆลอยเด่น
บนยอดหญ้า ขนิ้งเกาะ ให้เห็นเป็น
ความเยือกเย็น ฤดูหนาว เวียนเข้ามา

จึงส่งความ อบอุ่น ละมุนฝัน
ถึงดอยอัน ไกลห่าง หว่างภูผา
ความคิดถึง ห่วงใย สายลมพา
พัดผ่านหน้า กระท่อมน้อย ปล่อยวางไว้

หวังเพียงผู้ อาศัยใน กระท่อมน้อย
แต่งแต้มรอย ยิ้มแย้ม ที่แจ่มใส
หิ่งห้อยน้อย จะได้ มีแรงใจ
ทำงานไป เพื่อเขา ที่เรารัก๚ะ๛



คืนเหงา

ในคืนเหงา แม้เดือนดาว เจ้าเป็นเพื่อน
ส่งแสงเลือน คอยกลบ ลบรอยเหงา
ความหม่นหมอง ครอบครอง ใจของเรา
รู้สึกเศร้า ในยามที่ ไม่มีใคร

อยู่แสนห่าง ขวางคั่น กั้นขอบฟ้า
ผ่านเวลา ฤดูกาล ผันสมัย
มิตรภาพ แต่ก่อนเก่า เราจริงใจ
เลือนแล้วหรือ อย่างไร สายสัมพันธ์

อยู่ทางนี้ แม้เห็น ดาวเด่นสวย
ก็ไม่ช่วย ให้ใจ ได้สุขสันต์
บนท้องฟ้า สว่างใส ไร้หมอกควัน
ในใจนั้น กลับมืดมิด ผิดที่เคย

สายลมหนาว พัดมา เวลานี้
ผืนพงพี ปกคลุม ด้วยกลุ่มเหมย
ทั้งมวลหมอก กลอกกลิ้ง ขนิ้งเชย
หนาวจังเลย ในยามนี้ ที่ยอดดอย

นั่งวิงวอน ดาวเดือน เกลื่อนเวหา
กระพริบพา ความคิดของ น้องหิ่งห้อย
ไปส่งไว้ หน้าบ้าน วานลมคอย
พัดไปปล่อย ในใจ ใครสักคน

ให้รับรู้ ว่าใคร ที่ในป่า
เขาห่วงหา ห่วงใย ใจสับสน
ความคิดถึง รุมเร้า เข้าเวียนวน
จำฝืนทน ฝืนอยู่ ไม่รู้ทำไม

นั่งรำพึง คอยอยู่ สู้ลมหนาว
มีเดือนดาว บนฟ้า นภาใส
อยู่เป็นเพื่อน ท่ามกลาง หว่างพงไพร
คอยคนไกล ตอบสาร นั้นกลับคืน๚ะ๛



รู้อย่างนี้...

ก่อนนั้นเรา คงมีพ่อ อยู่เคียงข้าง
ทุกทิศทาง พ่ออยู่ คู่เสมอ
อยากพบพ่อ เมื่อใหร่ ก็ได้เจอ
ไม่ต้องเพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ยามเล็กเล็ก พ่อเฝ้า คอยสอนสั่ง
ตั้งความหวัง ไว้ที่ลูก สุขนักหนา
ลูกเติบใหญ่ ให้พ่อได้ ชื่นอุรา
วันนี้ลา จากลูกไป ไม่หวนคืน

รู้อย่างนี้... จะไม่ทำตัวเหมือนก่อน
รู้อย่างนี้... จะตั้งใจเรียนหนังสือ
จะตั้งหน้า ตั้งตา หมั่นฝึกปรือ
จะไม่ดื้อ ! ไม่ซน ! ไม่ถือดี !

เพิ่งรู้ซึ้ง ถึงความเศร้า ที่ยิ่งใหญ่
พ่อจากลา ไปลับ นับจากนี้
จะรำลึก ถึงคุณพ่อ ชั่วชีวี
ถึงความดี พ่อสร้างไว้ ให้ทบทวน

จากนี้ไป ไม่มีพ่อ คอยว่ากล่าว
พ่อจากเรา ไปแสนไกล ไม่อาจหวน
ถึงจะร่ำ ! ร้องให้ ! คร่ำครวญ !
ไม่อาจทวน คืนสู่เหย้า ที่เฝ้า... รอ...๚ะ๛



ซึ้งแล้ว...

ต่อแต่นี้ เหลือเพียงแม่ คอยเคียงข้าง
ทุกทิศทาง แม่เฝ้าดู ลูกเสมอ
อยากพบแม่ เรียกหา เป็นต้องเจอ
ไม่ใช่เพ้อ ละเมอถึง ซึ่งลวงตา

ตั้งแต่เล็ก แม่เจ้า เฝ้าถนอม
คอยเห่กล่อม ด้วยรัก ลูกนักหนา
ส่งเสียให้ เจ้าได้ มีวิชา
ด้วยกายา อ่อนล้า น่าเหนื่อยแทน

เฝ้ามองลูก ด้วยดวงตา อุ่นไอรัก
คอยพิทักษ์ ปกป้อง ด้วยหวงแหน
มีแต่ให้ ไม่เคยหวัง สิ่งตอบแทน
แม้ยากแค้น ลำเค็ญสู้ สุดทนทาน

สิบนิ้วมือ พนมกราบ อภิวาท
ลงแทบบาท แสดง กตัญญูท่าน
ทำตอนนี้ ใช่วันที่มี เพียงวิญญาณ
แล้วเรียกขาน ท่านให้มา ปรากฏกาย

รู้ซึ้งแล้ว… แสดงให้ ท่านรับรู้
รู้ซึ้งแล้ว… ท่านยังอยู่ ไม่หนีหาย
เคียงข้างเจ้า จวบจนชีพ สิ้นมลาย
ก่อนจะสาย กลับไปอยู่ ดูท่านเทอญ๚ะ๛








All Blog
MY VIP Friends