Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

Nativity in black ...บทที่ 1 จากนรกสู่โลกมนุษย์

 Nativity in black

: GTW & PSYCHO MAN


บทนำ

    “ กินเธอซะ..ท่าทางเธอน่าอร่อย ตอนนี้พวกเบื้องบนไม่ได้สแกนสัญญาณแถวนี้ ทุกอย่างปลอดโปร่งใจโล่งใจ “

    “ไม่....ท่าทางเธอไม่อร่อยหรอกน่า”

------



บทที่ 1

    ข้าหันไปมองด้านหลังเป็นครั้งสุดท้าย

      กำแพงนรกสูงทะลุแผ่นฟ้า กลืนหายเลือนรางไปกับกลุ่มเมฆมืดดำเบื้องบน ปลายทางของถนนแห่งยมโลกไกลสุดตาในทิวไม้ใหญ่น้อยตายซากดำเกรียมหงิกงอเรียงราย


นี่เป็นครั้งแรกในการออกนอกอาณาเขตแห่งโลกมืด ในฐานะปีศาจฝึกหัด แม้ว่าข้าจะมีฐานะป็นนักรบระดับแนวหน้าแห่งยมโลกคนหนึ่งก็ตาม ปีศาจก็จำเป็นต้องฝึกหัดและเรียนรู้เช่นกัน

ลาก่อน... โลกเบื้องล่างซึ่งคุ้นเคย ข้าจะต้องเข้มแข็ง จะต้องทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง ไม่ให้เสียชื่อกับผู้จะทำหน้าที่ระดับพญามารในอนาคต โลกมนุษย์เป็นแหล่งการเรียนรู้เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับพวกปีศาจ จิตใจผู้คนถูกชักจูงได้ง่ายโดยเฉพาะในช่วงเวลานี้

คำสั่งของราชันย์แห่งโลกมืดยังดังกังวานอยู่ในความทรงจำ

“ชักจูง โน้มน้าวผู้คน ให้เต็มใจลงมายังยมโลก อย่างน้อยหนึ่งคน หรือไม่ก็ดื่มเลือดสาวน้อยจนตายห้าคนหรือกินผู้หญิงเป็นอาหารหนึ่งคน แล้วเอาตัวรอดโดยไม่ถูกตรวจจับโดยพวกเบื้องบน บนโลกวีวี่ร์จะคอยช่วยเหลือเจ้าอีกแรงหนึ่ง”

วีวี่ร์....ภูติสาวน้อยตัวจิ๋วตัวนั้นหรือจะมาเป็นผู้ช่วยข้า เธอเป็นปีศาจร่างเท่าหัวแม่มือ แต่ตัวจริงเธอสวย..เพียงไม่ยอมเปิดเผยร่างแท้จริง..เธอมีปีกแมลงปอบางเบาติดด้านหลัง ตัวขาวๆน่ารักน่าตีแบบนั้นจะช่วยอะไรได้ อย่างดีคงเอาไว้คุยแก้เหงาเท่านั้น แต่เสียงของเธอก็เบาเหลือเกินเพราะตัวเล็กเกินไป  ยังนึกไม่ออกเลยว่าเธอจะมาช่วยเหลืออะไรได้

งานของข้า ฟังดูเหมือนไม่ลำบากยากเย็นเท่าไรนัก แต่ความจริงที่หลายคนยังไม่รู้คือ มีสัญญา กฏ กติกา และมรรยาทซึ่งลงนามกันระหว่างชาวโลกมืดกับพวกชาวเบื้องบน มีความหมายว่า ห้ามไม่ให้ปีศาจหรือพวกเทพทั้งหลาย ใช้พลังอำนาจบังคับจิตใจมนุษย์โดยเด็ดขาด มนุษย์ต้องมีทางเลือกอิสรเสรีว่าจะเลือกทางเดินใดด้วยตัวเอง

สวรรค์หรือนรก ความดีหรือความเลว รอยยิ้มหรือหยาดน้ำตาจะต้องเกิดจากความคิดและพฤติกรรมของมนุษย์โดยปราศจากการบังคับ

ใช่...มันไม่ใช่งานที่ง่าย แต่ก็คงไม่ยากเกินไป สภาเบื้องล่างเคยบอกว่าพวกมนุษย์มีแนวโน้มถูกชักจูงให้เข้าหาความมืดได้ง่าย เท็จจริงอย่างไรอีกไม่นานข้าคงรู้

ข้าต้องทำเพื่อหาประสบการณ์ให้ได้มาซึ่งใบประกาศนียบัตรรับรองความเป็นปีศาจมืออาชีพ

ปลายถนนอเวจีเป็นบ่อน้ำตื้นเขินลึกลงไปไม่กี่ศอก กว้างแทบจะเป็นสระน้ำขนาดเล็ก น้ำในบ่อดำสนิทยิ่งกว่าม่านปีกแห่งรัตติกาล ดำยิ่งกว่าเสื้อผ้าซึ่งข้าสวมใส่อยู่ ตามตำราปีศาจแล้วนี่ไม่ใช่บ่อน้ำ หากเป็นประตูมิติผ่านกาลอวกาศไปยังโลกมนุษย์

ข้าเองยังอดใจหายไม่ได้ในการเดินทางห่างไกลอาณาจักรแห่งความมืดมนซึ่งคุ้นเคยมานาน  ได้แต่หวังว่าข้าจะไม่กลายเป็นปีศาจไร้เดียงสา วนเวียนหลงทางอยู่ในห้วงแห่งกาลอวกาศอย่างอ้างว้างเดียวดาย ไม่...จะต้องไม่เป็นเช่นนั้น

เท้าก้าวขึ้นเหยียบขอบบ่อ ใจสั่นสะท้านเล็กน้อย หลับตา พยายามขจัดความฟุ้งซ่าน ในกระเป๋าเสื้อมีตราประทับของนรกเส้นทางเดินกำหนดเป้าหมายปลายทางชัดเจนแล้ว ไม่มีอะไรน่าวิตก ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ภารกิจต้องสำเร็จเสร็จสิ้นในเวลาอันไม่นาน แล้วจะได้กลับมายังอาณาจักรมืดดำสวยงามและเต็มไปด้วยความหม่นมัวแห่งนี้

สงบจิตใจลง ขจัดความคิดทั้งหลายทั้งปวง ไม่ให้มีผลกระทบต่อการเดินทาง ขณะทิ้งตัวลงสู่อ้อมแขนแห่งสายน้ำแห่งกาลเวลาและอวกาศ

----


     ความจริงการเดินทางผ่านกาลอวกาศไม่ได้เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสอะไรมากมาย ความรู้สึกเหมือนตกลงไปในเวิ้งว้างวังวนหมุนคว้างไม่รู้เหนือไม่รู้ใต้พักหนึ่ง ตำราสอนว่าจะต้องงอเข่าก้มหน้าเก็บคางเก็บมือเท้าให้เรียบร้อยเท่าที่จะเป็นไปได้ เคยมีเรื่องร่ำลือถึงปีศาจตนหนึ่ง เผลอเหยียดมือเหยียดเท้าออกระหว่างการเดินทาง ทุกวันนี้ปีศาจตนนั้นยังตามหามือเท้าที่หายไปไม่เจอ เพราะมือเท้าได้แยกไปอยู่คนละห้วงแห่งกาล-อวกาศ

     เป็นเรื่องเล่าอันน่ากลัว

    แต่สิ่งที่ไม่มีใครสอนคือการถึงจุดหมายปลายทาง


ข้ารู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างแรง ได้กลิ่นแปลก ๆ ได้ยินเสียงขู่กรรโชกอยู่รอบด้าน หลังจากตั้งสติพักหนึ่งจึงเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังนอนอยู่บนกองอะไรสักอย่าง ทั้งเหม็นทั้งสกปรก ห่างออกไปไม่ไกลนัก สัตว์สี่เท้าสามตัวกำลังส่งเสียงขู่คุกคามอย่างเอาเป็นเอาตาย

ถึงไม่เคยมาโลกมนุษย์ ข้าก็พอจะรู้ว่าสัตว์พวกนั้นเรียกว่าหมา และบริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยขยะ สกปรกเต็มไปหมด

น่าขบขันว่าหมาพวกนี้มีหัวเดียวเท่านั้น หมาในนรกตัวหนึ่งมีหลายหัวและตัวใหญ่น่ากลัวกว่านี้มากมาย เทียบแล้วเจ้าพวกนี้เป็นแค่ลูกหมาหลานหมาเท่านั้น

ลุกขึ้นสำรวจตัวเอง ไม่มีอะไรบุบสลาย นอกจากความสกปรกเลอะเทอะ เศษกระดูกกระจัดกระจายรายรอบบอกให้รู้ว่าข้าคงตกลงมาขัดความสำราญการแทะกระดูกของพวกหมาอย่างไม่ตั้งใจ

พวกหมายังเห่าไม่ยอมหยุด ข้าจ้องตาพวกมันเขม็งอย่างข่มขู่ บังอาจมาเห่านักรบปีศาจได้อย่างไร ช่างไม่รู้สำนึกเลยสักนิดว่ากำลังอยู่เบื้องหน้าจอมปีศาจ ..ได้ผล พวกมันชะงักค้างทำหน้าสงสัยหันไปมองหน้ากันไปมาปรึกษาหารือกันครู่หนึ่งเหมือนไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญหน้ากับใครหรืออะไร  ในที่สุดพากันถอยทีละนิดแล้วร้องเสียงหลง แยกย้ายวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง

     เป็นถึงปีศาจ หมาไม่กลัวก็ให้มันรู้ไป

     เงยหน้ามองท้องฟ้า ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน เสี้ยวจันทราสว่างนุ่มนวลอยู่กลางฟากฟ้า ลมเย็นพัดผ่านทำให้อารมณ์และจิตใจเยือกเย็นลง ในที่สุดข้ามาถึงโลกมนุษย์แล้ว ที่เหลือก็คือทำหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายมาให้ลุล่วง

    เสียงหัวเราะสดใสดังอยู่ข้างหู ข้าจำได้ว่าเป็นเสียงของวีวี่ร์ ภูติสาวตัวน้อย ข้ามองไปตามเสียงนั้นก็พบว่าเธอกำลังบินวนไปมาอยู่รอบๆตัวข้าไปมา ปีกบางเบาเหมือนปีกแมลงปอขยับถี่เร็ว

    “ท่านทำไมไม่เลือกลงมาในที่ดีกว่านี้ แบบนี้เสียภาพลักษณ์นักรบปีศาจหมด”

    เสียงถามอย่างมีแววร่าเริง ไม่ได้สงสารสภาพค่อนข้างทุลักทุเลของข้าเลยสักนิด แต่ก็อย่างว่า พวกปีศาจก็เป็นแบบนี้ เรื่องจะมาเห็นอกเห็นใจคนอื่นไม่ค่อยมีอยู่แล้ว

    “นี่ต้องโทษพวกระบุปลายทาง”

    ข้าตอบเสียงห้วนๆ กับวีวี่ร์ผู้เดินทางมาก่อนข้าเป็นเวลาหลายวัน ถึงจะเป็นภูติตัวน้อยแต่เธอก็ได้ใบรับรองการผ่านงานบนโลกมนุษย์มามากมายหลายใบ

    “มีเปลือกกล้วยอยู่บนหัวของท่าน”

เธอบอกอย่างหวังดีแต่น้ำเสียงมีแววขบขัน ฟังแล้วทำให้หงุดหงิดเหลือเกิน ข้าเอื้อมมือไปควานดูบนหัวตัวเองก็พบว่ามีเปลือกกล้วยติดอยู่จริงๆ จึงจับโยนทิ้งและนึกโมโหพวกมนุษย์ที่ไม่ยอมกินกล้วยทั้งเปลือกให้หมดเรื่องหมดราวไป คู่มือเคยบอกว่าพวกมนุษย์มักกินทิ้งกินขว้างและกินมากเรื่องมากราววุ่นวายติดอยู่กับรสชาติระดับต่ำอย่างน่าเวทนา เคยได้ยินมาว่ามนุษย์บางพวกบางกลุ่มยอมเดินทางไปไกลๆ เบียดเสียดผู้คนมากมายเพียงเพื่ออาหารมื้อเดียว เป็นเรื่องซึ่งยากต่อการเข้าใจ

    ข้าเริ่มนึกถึงหน้าที่ของตนเอง  ก้มลงปัดเสื้อผ้าไปมาแล้วเอ่ยถามวีวี่ร์ขึ้นว่า

    “แถวนี้มันที่ไหน”

    “ท่านไม่เปิดดูแผนที่ก่อนมาหรือไง”

    เสียงใสๆ ย้อนถาม ทำเอาชักรำคาญขึ้นมาทันที ตัวนิดเดียวยังจะมาวางมาดย้อนถามอีก ข้าไม่ชอบให้ใครย้อนถามเวลาข้าถาม

    “ไม่ได้ดู..”   ตอบเสียงห้วนๆ ภูตน้อยหัวเราะเสียงใส แล้วบอกว่า

    “ท่านอย่าทำเป็นหงุดหงิดน่า ไหนๆก็มาแล้วรีบทำหน้าที่ให้จบแล้วกลับนรก บนโลกไม่มีอะไรน่าดูน่าชมหรอก ข้ารู้ดี”

    “ดูท่าทางเจ้าไม่อยากให้ข้าอยู่บนโลกนี้สักเท่าไร”

    “เพราะมันไม่น่าอยู่น่ะสิ”

    ภูตสาวตัวนี้ก็แปลก  บอกว่าไม่น่าอยู่ แต่ดูเหมือนเธอจะอยู่ก่อนหน้าข้านานแสนนานเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ข้ามีงานต้องทำ

ประการแรกต้องหามนุษย์สาวๆ สักคนให้เจอเสียก่อน ฆ่าทิ้งหรือไม่ก็กินเลือด ประเดิมเริ่มงาน เพราะไม่แน่ใจว่าจะสามารถชักจูงใครให้ลงนรกได้ง่ายๆ  แต่ตอนนี้ข้าพบว่าตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายในถนนสกปรกแคบๆ อาคารบ้านเรือนสองฝั่งฟากแทบปราศจากแสงไฟให้เห็น เป็นช่วงเวลาที่พวกมนุษย์หลับไหล

ไม่มีทางเลือกอื่น ก้าวเท้าออกเดินอย่างช้าๆ  ไม่รีบร้อนไปตามซอยเล็กๆแห่งนั้น


ใช้เวลาไม่นานนักก็เริ่มมองเห็นแสงไฟสว่างอยู่ปากทาง ตำราปีศาจบอกว่าพวกมนุษย์ไม่ได้พากันเข้านอนกันทุกคน เมื่อราตรีมาเยือน พวกคนบางกลุ่มยังอยากหลงระเริงอยู่ในแสงสี คงเป็นเรื่องดีไม่น้อยถ้าจะหาเหยื่อสักคนให้ได้ในคืนนี้ แล้วข้าจะได้กลับบ้านเสียที

“ไม่เฉพาะพวกแมลงหรอกที่หลงแสงสี พวกมนุษย์โลกก็หลงแสงสีเหมือนกัน”

วีวี่ร์ชวนคุยขณะบินวนรอบตัว ภูติน้อยตัวนี้เป็นภูติอารมณ์ดี มักจะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเสมอ รอยยิ้มซึ่งเป็นเครื่องสำอางตกแต่งใบหน้าได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ใดๆในใต้หล้า

“แล้วไง”  

“ข้าก็เลยคิดว่า แบบนี้พวกเราก็ยึดครองโลกได้ง่ายๆ ในเมื่อหัวใจผู้คนลุ่มหลงเปลือกนอกแบบนี้ ไม่เข้าถึงแก่นของธรรมมะ”

“วีวี่ร์...เจ้าเป็นพวกไหนกันแน่” 

ข้ามองหน้าน้อยๆซึ่งบินวนไปมารอบข้างแล้วถามอย่างสงสัย เป็นปีศาจจะมาพูดเรื่องธรรมะทำไม มันผิดหลักสากลของโลกมืด

“ข้าเป็นพวกท่านอยู่แล้ว แต่ข้าก็คิดวิเคราะห์เป็น เปิดใจรับภายนอก ไม่ปิดกั้นตัวเอง อยู่ในด้านเดียวแบบท่านนี่นา”

“เดี๋ยวเถอะ” ข้าคำรามในลำคอ ภูติสาวหัวเราะเสียงใสแล้วบินออกห่างรัศมีมือ เธอยังแสยะหน้าล้อเลียนอย่างน่าตบที่สุด

“จ้างก็ไม่กลัว ท่านทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”

ใช่แล้ว..การใช้กำลังทำร้ายผู้หญิงเป็นสิ่งไม่ดี แม้แต่พวกปีศาจอย่างพวกเราก็ไม่ยอมกระทำถไม่จำเป็น

ถนนสายใหญ่มีแสงสว่างมากมายรายเรียงเป็นทิวแถวแนวยาว ข้าไม่ค่อยชอบแสงสว่างนัก แต่ในกรณีแสงนวลสลัวแบบนี้ยังพอทานทนไม่บาดตา ข้ามองเห็นสิ่งที่พวกมนุษย์เรียกว่ารถยนต์วิ่งผ่านไปมาหลายตัว แต่ไม่บ่อยครั้งนัก คงเป็นเพราะช่วงเวลาดึกดึ่นค่อนคืนแล้วนั่นเอง ข้าตรวจพบว่าเจ้ารถยนต์พวกนี้ไม่มีสัญญาณของความมีชีวิต แต่พวกมันกลับส่งเสียงคำรามได้ หากคงไร้จิตใจจนน่ากลั


 ข้านึกแล้วสงสารพวกมันขึ้นมาบ้างเล็กน้อย การตกเป็นทาสพวกมนุษย์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน พวกมันจะได้รับการเลี้ยงดูดีขนาดไหนกันกับพวกมนุษย์ที่ชอบคิดถึงแต่ตัวเอง



ข้าเริ่มมองหาเหยื่อ

ห่างปากทางออกไปไม่ไกลนัก  รถยนต์ตัวหนึ่งจอดนิ่งอยู่ริมถนน ไม่ได้พุ่งทะยานไปเหมือนคันอื่น ๆ พอจะเดาออกว่าจะต้องมีปัญหาบางอย่าง หรือว่ามันกำลังเจ็บป่วยข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ และเชื่อว่าในรถคันดังกล่าวจะต้องมี “เหยื่อ” สำหรับข้าอย่างแน่นอน รถราพวกนี้ไม่ได้ฉลาดพอที่จะวิ่งเองได้ พวกมันต้องมีคนบงการสั่งการ

เดินไปดูอย่างไม่รีบร้อน สายตาคนโลกมืดอย่างข้าสามารถมองเห็นในความมืดได้ดีกว่าพวกมนุษย์ วิวี่ร์บินตามมาโดยไม่พูดอะไรเหมือนเธอกำลังเฝ้าสังเกตดูว่าข้าจะทำอะไรบ้าง เพื่อไปเขียนรายงาน

ในรถคันนั้นมีเหยื่ออย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ และเป็นผู้หญิงเสียด้วย แบบนี้งานคงง่ายขึ้นเพราะตำราปีศาจบอกว่าพวกผู้หญิงมักจะใจอ่อนกว่าพวกผู้ชาย

แต่ในตำราก็มีหมายเหตุคำเตือนไว้เช่นกันว่า พวกที่เรียกว่า “ผู้หญิง” ดูเผินๆ เหมือนอ่อนแอบอบบางนี้มีกลับพลังอำนาจพิเศษพิสดารบางอย่างที่สยบจอมทัพอยู่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรมามากต่อมากแล้วทุกยุคทุกสมัย ทั้งที่ในมือของพวกเธอไม่มีอาวุธใดๆ หากมีอาวุธไร้สภาพอันน่าตื่นตะลึงเหลือเกิน นั้นคืออาวุธพิเศษที่เรียกว่า “ความงามความน่ารัก”

ความงามความน่ารักสามารถทะลุทะลวงเกราะเหล็กทั้งหลายเข้าจู่โจมส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุดของจิตใจพวกผู้ชายจนพังทลาย บันดาลให้คลุ้มคลั่งฟั่นเฟือนเละเลือน บางครั้งยิ่งกว่าการโดนคมหอกคมดาบ ทำให้ตายทั้งเป็นก็ได้

นั่นล่ะสิ่งน่ากลัวที่ได้ยินได้ฟังมา

ข้านึกแล้วรู้สึกขนลุก เลยหยุดดูห่างๆสักครู่


มันก็แปลกดี รถตัวนั้นไม่ส่งเสียงร้องครวญครางอะไร เหมือนมันกำลังนอนหลับ แต่เธอ..สาวน้อยคนนั้นยังคงปิดกระจกรถสนิททุกบาน แทนที่จะออกมารับลมเย็นข้างนอก พวกมนุษย์ทำอะไรบางครั้งเห็นแล้วไม่เข้าใจและน่าขำพิกล

    “กินเธอซะ..ท่าทางเธอน่าอร่อย ตอนนี้พวกเบื้องบนไม่ได้สแกนสัญญาณแถวนี้ ทุกอย่างปลอดโปร่งใจโล่งใจ “ภูติสาวกระซิบแนะนำข้างหู



จบบท




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
5 comments
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 23:22:14 น.
Counter : 558 Pageviews.

 

เย้ ได้มาอ่านตอนแรกของเรื่องนี้
แต่อาจารย์ไม่ลงที่ถนนเหรอคะ

 

โดย: lovereason 30 พฤษภาคม 2556 23:57:31 น.  

 

ท่าทางเธอน่าอร่อย ....

อืมมม .. คิดนะฮะเนี่ย ว่าคำๆนี้ มีนัยยะแบบไหน
น่าอร่อยจริงจัง น่าอร่อยแบบพอดีคำ ..
น่าหม่ำๆๆ รึ อ้ำๆๆ .. กริยาฮะ มิใช่ นาม อิอิ

 

โดย: โค อัสดง 31 พฤษภาคม 2556 0:10:48 น.  

 

คุณ love
ที่จริงเคยลงถนนนะครับ แต่ลงนิดเดียวเท่านั้น
มีเหตุใหเร่างรา ตอนนี้เลยกลับมาเขียนใหม่ครับ
ไม่ดล้าเอาลงลงถนน เขิล แฮ่

คุณ โค
นั่นน่ะสิครับ
ผมก็ยังมีนๆอยู่ว่าน่าอร่อยแบบไหน
เแต่คงอร่อยแน่ แง่มๆ

 

โดย: GTw IP: 101.108.107.189 31 พฤษภาคม 2556 5:57:56 น.  

 

สวัสดีจ้า


หนูกลัวโดนหม่ำอ่า ^^ ถ้าจะกัดก็กัดให้ตายภายในคำเดียวนะค้า หนูกลัวทรมาน 5555555

 

โดย: ~My Birthday is on April 14~ 31 พฤษภาคม 2556 11:42:39 น.  

 

คุณมาย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: GTW IP: 202.29.193.91 31 พฤษภาคม 2556 12:09:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


GTW
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add GTW's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.