Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2560
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 มิถุนายน 2560
 
All Blogs
 

อุษาโคมคำ ตอนที่ 26



ศิถีมองตามร่างของผู้เป็นนายด้วยความเป็นกังวล เมื่อถึงอาศรมของปู่เจ้าแถนหลวง นางเสื่องวิ่งออกมารับสีหน้าตกอกตกใจ รีบจัดเตรียมที่นอนให้คนป่วยตามคำสั่ง แถนหลวงวางหญิงสาวลงตรงหน้ากระไดเรือนจากนั้นจึงรีบล้วงคอให้นางอาเจียนออกมา ทว่าเหมือนยังไม่สาสมใจเพราะเขาใช้กทลีกรอกไข่ดิบป้อนใส่ปากนางเพื่อทำให้สำรอกออกมาอีกจนหมดไส้หมดพุง


“พอเถิดเจ้าค่ะพอแล้ว แม่นายข้าจักบ่ไหวแล้วเจ้าค่ะ” เห็นสภาพอ่อนระโหยน่าเวทนาของอินถา ผู้เป็นบ่าวถึงกับทนไม่ไหวร้องครวญ

“บ่ได้ ต้องเอาออกมาหื้อหมดท้อง” แถนหลวงทำให้นางอาเจียนจนแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดตกค้างอยู่ในกระเพาะอีก จึงอนุญาตให้นางเสื่องและผู้ติดตามของหญิงสาวช่วยกันประคองขึ้นเรือนไปนอนพัก 

นับว่ายังโชคดีที่สารพิษจากการกินพืชมีพิษ ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนทางเดินอาหารเหมือนการกินสารเคมีจำพวกกรดด่าง ถ้าเป็นอย่างนั้นการทำให้อาเจียนจะยิ่งทำลายระบบทางเดินอาหาร หลอดอาหารบวม ยิ่งทำให้แรงดันในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นจนเสี่ยงกระเพาะทะลุ 

ชายหนุ่มสั่งให้กทลีไปเอาหัวปลีมาเผาไฟแล้วบีบคั้นเอาแต่น้ำมาให้หญิงสาวดื่ม และให้กินยาลูกกลอนซึ่งมีส่วนผสมของขมิ้นชันเพื่อช่วยกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งสารเคลือบออกมา หลังทานยาเขาปล่อยให้หญิงสาวนอนพัก พวกผู้หญิงรีบช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวทำความสะอาดผลัดเปลี่ยนผ้านุ่งให้เสียใหม่

ศิถีเล่าให้นางเสื่องฟังว่าตนติดตามแม่นายอินถามาจากนครโพธิสารหลวงพร้อมคนจำนวนหนึ่ง เพื่อมาขออาศัยอยู่กับญาติที่จุฬานีนคร ไม่นึกว่าระหว่างทางจะถูกพวกโจรมิลักขะดักปล้นทรัพย์สินเสียจนหมดตัว ผู้ติดตามที่เป็นผู้ชายถูกสังหารตายหมด เหลือเพียงพวกผู้หญิงที่มันเก็บไว้หวังข่มเหงรังแก แต่นางและแม่นายอาศัยจังหวะพวกโจรเผอเรอพากันหลบหนีมาได้ ครั้นไปตามหาญาติก็ไม่พบ ไม่รู้ย้ายเรือนไปอยู่ไหน ด้วยความหิวไม่เคยตกระกำลำบาก ทำให้แม่นายเผลอเก็บลูกไม้มีพิษมากิน จนเกิดอาการแสลงท้องเกือบเอาชีวิตไม่รอด 

“นับว่ายังบ่เถิงคราวเคราะห์ แม่นายมีบุญเหลืออยู่จิ่งได้มาพบท่านหมอ” ศิถีนวดเฟ้นหญิงสาวที่ยังนอนหน้าซีดสิ้นเรี่ยวแรง

“บ่แม่นปู่จารย์ ทั่วไปนา ท่านเปนเถิงปู่เจ้าแถนหลวงรักษาหื้อในวังเทียว” นางเสื่องเสริมให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ใช่แค่โชคดีธรรมดา ทว่าเป็นโชคดีมหาศาล เพราะบุคคลสำคัญอย่างปู่เจ้าแถนหลวงไม่ใช่ว่าใครจะเดินเข้ามาให้รักษากันโดยง่าย นับว่านางยังไม่ถึงฆาตจึงได้มาเจอหมอเทวดาเช่นนายของนาง

ผิว่าเจอหมอผีชาวบ้าน ป่านนี้ก่คงได้ขุดหลุมฝังไปแล้ว!

อินถารู้สึกสบายท้องขึ้นมากแล้ว พยายามยันกายขึ้นเพื่อกราบขอบคุณชายหนุ่มที่ช่วยชีวิต นางโง่เขลาจนทำให้ทุกคนต้องลำบากกันไปหมด พอกำลังวังชากลับมาเมื่อใดก็คงไม่อยู่เป็นภาระนาน จะรีบออกจากเรือนไปในทันที ศิถีร้องค้านด้วยความเป็นห่วงว่านางยังไม่หายขาด ออกไปแล้วปวดท้องขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร เงือนทองก็ไม่มีพกติดตัวแม้แต่น้อย 

นางเสื่องและกทลีเห็นอินถามีรูปร่างหน้าตางดงามกว่าหญิงชาวบ้าน ก็ยิ่งเป็นห่วงความปลอดภัย ปล่อยนางรอนแรมไปอาจพบเข้ากับคนไม่ดี ทั้งสองจึงอ้อนวอนให้แถนหลวงช่วยรับนางเอาไว้ก่อน ศิถีรีบกราบกรานเกาะเท้าชายหนุ่มอ้อนวอน ปวารณาตัวเป็นข้ารับใช้ ให้ทำสิ่งใดยอมทุกอย่าง ขอเพียงให้นางและแม่นายได้อาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะหายดี

แถนหลวงระบายลมหายใจเล็กน้อย ข่าวว่ามีชาวโพธิสารหลวงอพยพถิ่นฐานมาอยู่สุวรรณโคมคำเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็พอได้ยินอยู่ ด้วยเหตุว่าเมืองนั้นเกิดภัยแล้งติดต่อกันมาหลายปี ราษฎรอดอยากจนต้องทิ้งบ้านเรือนกันไม่น้อย จะให้รับไว้สักคนสองคนไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด ถึงอย่างไรตอนนี้ทุมมาก็ไม่อยู่ทำให้พลอยขาดแรงงาน ได้คนทดแทนก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดี นางเสื่องจะได้มีคนคอยช่วยเตรียมยาสมุนไพร 

“มีห้องหนึ่งเก็บกวาดเสียคงพออยู่ได้ เจ้าของเพิ่นบ่อยู่แล้ว หมู่สูก่ใช้แทนเถิด” เขาตกลงใจให้ทั้งคู่พักอยู่ในห้องเก่าของขวัญอรุณไปก่อน หาที่ทางปลูกเรือนอยู่เองได้เมื่อไรค่อยขยับขยายภายหลัง 

“อันใดบ่หื้ออยู่เรือนนังทุมมาเล่าเจ้าคะ” นางเสื่องอดขัดไม่ได้ เดิมทีขวัญอรุณอยู่บนเรือนกับปู่เจ้า โดยมีกทลีเป็นต้นห้องก็ยังมีเรื่องให้คนอื่นคิดอกุศลลือกันไปนานา แล้วนี่ผู้หญิงถึงสองคนมานอนร่วมเรือน มันจะไม่ยิ่งไปกันใหญ่เหรอ

“ทุมมาคงบ่อยากหื้อใครยุ่งของเพิ่นดอก” แถนหลวงกล่าวเรียบๆ กทลีรีบสนับสนุนว่าชายหนุ่มช่างรู้จักข้าไทสาวดีจริง หากทุมมารู้ว่ามีคนไปใช้เรือน มีหวังคงอกแตกตาย ขนาดคราวขวัญอรุณนางยังไม่ยอมให้นางร่วมชายคาด้วยเลย

“ข้าทังสองขอบพระคุณปู่เจ้าวิมลากเจ้าค่ะ” นางทั้งสองรีบกราบอย่างดีใจ ศิถีรีบเดินตามนางเสื่องไปเปิดห้องแล้วลงมือเช็ดถูทำความสะอาด แล้วเสร็จจึงย้ายอินถาเข้าไปนอนพักภายในห้องนั้น 

“ข้าจักลงไปต้มข้าวหื้อสูเขาเน้อ” นางเสื่องบอกให้ทั้งคู่อยู่กันไปก่อน 

พอถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ศิถีทรุดกายลงหมอบกับพื้นจับมืออ่อนนุ่มของหญิงสาวขึ้นมากุมไว้บริเวณกระหม่อม รำพันตัดพ้อว่าเหตุใดแม่นายจึงทำร้ายตัวเองเช่นนี้ ทำไมต้องยอมกินผลไม้พิษเข้าไปจริงๆ หากช่วยไม่ทันอาจทำให้ถึงตายได้เลยทีเดียว นางรึตกอกตกใจขวัญกระเจิงแทบแย่ หากเกิดอะไรขึ้นนางจะกลับไปสู้หน้าท่านพาหิรพราหมณ์ได้อย่างไร

อินถาถอนหายใจ ระบายยิ้มอ่อนๆ เพื่อปลอบใจอีกฝ่ายว่าช่วงเวลาวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว ปู่เจ้าแถนหลวงมิใช่คนโง่ หากว่านางแค่แกล้งป่วยไม่ได้เจ็บไข้จริง เขาต้องจับได้และไม่ยอมรับนางเอาไว้ในเรือนเป็นแน่ ดังนั้นนี่จึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้นางสามารถเข้ามาอยู่ในเรือนนี้ได้สมใจหมาย

“องค์ศรีสูรยะจักรู้พ่องก่เจ้าคะ ว่าแม่นายเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อพระองค์เถิงประนี้” 

“อย่าหื้อรู้เทียว” คนเจ็บรีบกำชับห้าม

“ผิว่าแม่นายยอมหื้อรู้ บ่แน่องค์ศรีสูรยะอาจพระทัยอ่อนลงพ่องก่ได้นะเจ้าคะ” ศิถีเสียดายโอกาส แม่นายอินถาอุตส่าห์ทำเพื่อพระองค์ถึงเพียงนี้ น่าจะทรงเห็นใจกันบ้างไม่มากก็น้อย 

อินถาเกรงว่ามันคงไม่เป็นดังปรารถนา หากความสงสารใช้ได้ผลศรีสูรยะคงไม่ทิ้งนางมาไกลอย่างไม่ไยดี ถ้าเขารู้ว่านางโง่เขลาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงอันตราย ก็คงมีแต่สมเพชดูแคลนกันเท่านั้น 

“บ่ว่าต้องวางตวยเล่ห์กลใด แหมบ่เมินข้าจักนำองค์ศรีสูรยะเมือโพธิสารหลวงหื้อได้ หมู่เราอาศัยอยู่เรือนปู่เจ้าแถนหลวงเฝ้ารอเพลาอันสมควรเถิด”

หญิงสาวปิดเปลือกตาลง ความอ่อนเปลี้ยที่สะสมอยู่ในอณูเนื้อค่อยสำแดงผลของมันออกมา ในความทรงจำยังแจ่มชัดถึงภาพบุรุษรูปร่างสง่างามบนหลังอาชา แผ่นหลังกว้างกำยำของนักรบกล้าแกร่งอยู่ภายใต้ดวงตะวัน ตราตรึงอยู่ในคลองจักษุของนางตั้งแต่ยังเป็นเด็กสาวแรกรุ่น ไม่ว่าเมื่อใดศรีสูรยะก็ยังจรัสไปด้วยแสงอันร้อนแรงดุจสุริยเทพ เป็นผู้สาดแสงสว่างส่องลงมายังโลกของนาง 

ไม่ว่าไกลเพียงไหน ต้องบุกป่าฝ่าดงยากลำบากเพียงไร...ขอเพียงได้อยู่ใกล้ชายผู้เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจมากขึ้นอีกนิด นางไม่เคยครั่นคร้ามถอดใจ...ไม่เคยเลยสักนิดเดียว 



นับจากคืนที่เริ่มย้ายเข้ามาอยู่ในหออุทุมพล ขวัญอรุณไม่สามารถออกไปไหนพลการโดยไม่ทูลขอพระบรมราชานุญาต ไม่ว่าเป็นการเดินเล่นหรือแม้กระทั่งไปเข้าเฝ้าพระกรรโลงครรภ์ ทุกการเคลื่อนไหวล้วนอยู่ในสายตาของนางพระกำนัลติดตามและเหล่าโขลน ทำให้คนซึ่งขอย้ายกระต่ายและหีดสมบัติส่วนตัวมาจากเรือนนอนเริ่มอยู่ไม่สุข 

ดังนั้นเมื่อพญาสุวรรณมุขทวารเสด็จผ่านมา จึงเห็นร่างบางกำลังก้าวขาข้างหนึ่งหย่อนลงจากช่องพระบัญชร มือหนึ่งจับกรอบไม้ อีกมืออุ้มประคองเจ้าตัวขนปุยหูยาวเอาไว้กระชับแน่น พระองค์แหงนพระพักตร์ตรัสถามสุรเสียงเรียบว่าเธอกำลังจะเอากระต่ายไปแกงใช่หรือไม่ เรือนครัวไฟไม่ได้ไปทางนั้น ต้องลงอีกฝั่งหนึ่งจึงถูก 

“เจ้าจักแกงกระต่ายเปนมื้อแลงหื้อพี่ชิมรสมือแม่นก่ พี่ชอบแกงกระต่ายวิมลาก”

“เจ้านี่บ่แม่นอาหารเจ้าค่ะ โปรดเสวยอันใดก่รับสั่งห้องเครื่องเถิด” หญิงสาวหดขากลับทันทีพร้อมตวัดสายตามองค้อนอย่างมีแง่งอน 

พระองค์ทรงแย้มพระสรวล มองขวัญอรุณผลุบหายกลับเข้าไปด้านใน รับสั่งให้โขลนมาเฝ้าด้านล่างไว้เสีย อย่าให้นางซุกซนปีนออกมาบัดเดี๋ยวจะตกจนเจ็บแข้งเจ็บขา จากนั้นจึงเสด็จไปทำงานต่อ 

ขวัญอรุณแค่คิดพากระต่ายออกไปเล็มหญ้าพึมพำถึงคนใจคอโหดร้าย คิดต้มยำทำแกงเจ้าขนฟูที่ช่วยมาได้อย่างยากลำบาก บาดแผลของมันหายเกือบสนิทแล้วด้วยซ้ำ อีกไม่นานคงต้องหาป่าเหมาะๆ สักที่ เพื่อปล่อยมันกลับคืนสู่ธรรมชาติ อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง และภายในวังนี้ก็อันตรายเกินไป มีแต่คนคิดกินมันอยู่เรื่อย ปล่อยให้วิ่งไปมามีหวังได้ลงหม้อในไม่ทันข้ามวัน

“ขนาดเจ้านายยังไม่คิดละเว้นเจ้า มีหรือพวกข้าบริวารจะละเว้น” เธอจิ้มจมูกนุ่มๆ ของมันก่อนจับใส่ไว้ในกรงตามเดิมเพื่อความปลอดภัย 

พญาสุวรรณมุขทวารเสด็จมาเสวยพระกระยาหารค่ำด้วยเป็นปกติในเย็นนั้น ทรงทำท่าผิดหวังที่ไม่เห็นแกงเนื้อกระต่ายสักถ้วย แสร้งเปรยว่าอยากชิมอาหารรสมือหญิงสาวสักครั้ง ไม่รู้จะได้มีโอกาสรึเปล่า ขวัญอรุณเห็นว่าในสมัยนี้เนื้อสัตว์ที่นำมาใช้ประกอบอาหารส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงเอาเนื้อยังมีน้อย สารพัดจะกินกันจึงปฏิเสธ หากให้ทำเธอคงปิ้งย่างจำพวกปลาให้ได้เท่านั้น

“เท่าหั้นก่ดีนักแล้ว เจ้าทำอันใดพี่ก่กินได้” 

พระหัตถ์ใหญ่หยิบฉีกเนื้อตากแห้งรมควันในถ้วยคล่องแคล่วชวนมอง เผลอแป๊บๆ บนใบตองส่วนของเธอซึ่งมีข้าววางอยู่ก็เต็มไปด้วยของที่ทรงแบ่งมาให้ ทั้งที่ความจริงควรเป็นหญิงสาวต่างหากที่ต้องบริการ พอมองแล้วก็รู้สึกเกรงใจจำต้องก้มหน้าก้มตาหยิบใส่ปากเคี้ยวแก้มตุ่ยกินให้ทัน 

คนโบราณทานข้าวเหนียว หากเมล็ดข้าวเหนียวในตอนนี้ก็ไม่เหมือนกับข้าวเหนียวในยุคของเธอ ข้าวเหนียวโบราณไม่ได้ขาวอวบอ้วน นึ่งแล้วนุ่มนิ่มเคี้ยวอร่อย ข้าวโบราณซึ่งใช้การตำข้าวเพื่อแยกเปลือกออกจากเมล็ดข้าว ทำให้ข้าวยังเป็นสีแดง เวลาหุงนึ่งแล้วมีลักษณะแฉะเปรอะมือเสียมากกว่าจะเหนียวปั้นกันได้เป็นก้อน เมื่อแรกหลงข้ามเวลามาใหม่ๆ หญิงสาวแทบกลืนมันไม่ลง ยอมรับว่ามันมีกลิ่นเฉพาะตัวออกตุๆ ไม่น่าพิสมัย ยังดีที่เป็นคนกินง่ายอยู่ง่ายมาตลอด จึงใช้เวลาปรับตัวไม่นาน กินไปกินมาก็รู้สึกสุขภาพดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

...อาหารจากธรรมชาติ อยู่แบบอิงธรรมชาติ ไร้เทคโนโลยีก็ดีเหมือนกัน

“พี่ไปล่ากระต่ายมาหื้อเจ้าเลี้ยงแหมดีก่ จักได้เลี้ยงไว้เปนคู่กัน” 

“เจ้าคะ” จู่ๆ ก็ทรงตรัสถาม ทำเอาคนพยายามเคี้ยวเนื้อแห้งฝืดเฝือเกือบกลืนแทบไม่ทัน ฉวยน้ำดื่มขึ้นมาดื่มตามเพื่อไล่อาการติดคอ “บ่เจ้าค่ะ ข้าพระบาทช่วยมันมาก่ว่าจะปล่อยเจ้าค่ะ บ่ได้ตั้งใจจักเลี้ยงไว้”

ปฏิเสธไปอย่างนั้น ยังคิดว่าพูดอะไรผิดหูไปรึเปล่า ดวงเนตรดำขลับจึงมองสบมานิ่งเย็น เล่นเอาหนาวสะท้านไปวูบหนึ่ง 

“ข้าพระบาท...เจ้าเปนข้าพระบาทพี่เมื่อใด” สุวรรณมุขทวารหยิบพระสุธารสขึ้นจิบ

ตายโหงเผลอตัว!

ขวัญอรุณรีบยิ้มแย้มแก้ตัวว่า เป็นเพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่ว่าจะเป็นไพร่ฟ้าข้าไทหรือบาทบริจาริกาก็ล้วนเป็นข้าพระบาทของพระองค์ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอเองก็เช่นกัน 

“น้องชอบสัตว์มาแต่เมื่อน้อย บ่เพียงกระต่าย สัตว์ใดๆ ก่ชอบ เคยขี่ม้าขี่ปลา แลนกก่เคยเจ้าค่ะ พระเจ้าพี่” 

พระองค์คำไม่ทรงถือสาหญิงสาวที่รีบเปลี่ยนเรื่องพูดเสียงหวาน ทรงสนพระทัยเรื่องขี่นกขี่ปลาของนางมากกว่า ขวัญอรุณจึงเล่าถวายว่านอกจากแม่น้ำขลนทีแล้ว ไกลออกไปยังมีผืนน้ำเค็มกว้างใหญ่เรียกว่ามหาสมุทร ที่นั่นมีปลาขนาดใหญ่มากมาย มีปลาแสนรู้ที่เรียกว่าโลมา คนในเมืองของนางจับพวกมันมาฝึกและสามารถขี่มันได้ถ้าต้องการ และในดินแดนอีกแห่งที่มีทุ่งหญ้ากว้างแล้ง ยังมีนกขนาดใหญ่สูงเสียยิ่งกว่าตัวคน บินไม่ได้แต่วิ่งเร็วมาก เรียกว่านกกระจอกเทศ คนบางกลุ่มใช้มันเป็นพาหนะในการเดินทาง 

“บางคนขี่กวางขี่จามรีก็มีเจ้าค่ะ” 

แม้สิ่งที่เธอเล่าให้ฟังจะดูเลื่อนลอยไม่น่าเป็นไปได้ หากพระองค์ก็ยังทรงสดับอย่างตั้งใจ ไม่เคลือบแคลงใดๆ ปล่อยให้หญิงสาวเป็นฝ่ายเล่าเรื่องราวต่างๆ ไปเรื่อยๆ พ่อและแม่พาเธอออกเดินทางระหกระเหินไปตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่จำความได้ จนถึงช่วงที่เข้าสู่วัยศึกษาจึงถูกส่งไปฝากไว้ให้อยู่กับยายซึ่งเป็นอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ไทย 

“เอ่อ ประวัติศาสตร์ก่คือการค้นหาร่องรอยในอดีต  อย่างขุดเมืองเก่า หาของเก่าประนี้เจ้าค่ะ” 

“หาไปทำอันใด” 

“ก่เพื่อจักได้รู้ว่าเรามีรากเหง้ามาจากที่ใดอย่างใดเล่าเจ้าคะ” 

คนตั้งใจฟังเริ่มมีคำถาม พระขนงขมวดนิ่วลงเล็กน้อย ฉงนว่าการขุดก้อนอิฐก้อนหินแล้วได้อะไร ต่อให้รู้ที่มาของบรรพบุรุษแล้วเป็นอย่างไรเล่า รู้แล้วทำอันใดได้

“ประวัติศาสตร์ทำหื้อเราเข้าใจความเปลี่ยนแปลง รู้แล้วทำหื้อเราตัดสินใจอย่างมีปัญญา บ่ทำผิดซ้ำเก่าเจ้าค่ะ”

“อืม แลสิ่งที่นางขุดได้คงสำคัญนัก” ผู้เป็นใหญ่พยักพระพักตร์เห็นตามในเหตุผล 

ขวัญอรุณสะท้อนใจจนดวงตาสั่นพร่าขึ้นมาด้วยหยดน้ำเล็กน้อย ก่อนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อซ่อนมันเอาไว้ รับคำเสียงขื่น กล้ำกลืนก้อนแข็งปวดร้าวลงคอ 

“เจ้าค่ะ สำคัญวิมลาก เปนเศษซากเมืองร้างสูญสิ้นไปสองพันกว่าปี” 

สุวรรณมุขทวารเข้าใจว่านางคงหวนคิดถึงบ้านจึงมีเสียงเศร้าสร้อยลง พระองค์จึงเปลี่ยนเรื่องสนทนา ดึงนางกลับมายังเรื่องสัตว์ที่ยังคุยค้างอยู่ ทรงประหลาดพระทัยที่ได้ยินว่ามีอิสตรีหาญกล้าขึ้นบังคับอาชา ส่วนใหญ่พวกนางเมื่อเห็นม้าตัวใหญ่ก็มักจะกลัว ขอนั่งเกวียนลากกันมากกว่า

“ขี่ได้ แต่ก่เมินแล้วเจ้าค่ะ” ขวัญอรุณงุนงงว่าจะทรงถามย้ำเรื่องนี้ไปทำไม 

“แลอยากขี่ฤาไม่” พระองค์คำโน้มพระวรกายลงมาหา ทรงจงใจกระซิบเสียงต่ำที่ข้างหู ปล่อยลมหายใจอุ่นร้อนที่ทำให้คนฟังถึงกับผ่าววาบตั้งแต่ใบหูลงไปตามผิวแก้มและลำคอ ไม่ต่างเกล็ดหิมะวาบละลายเพราะถูกเปลวแดด หัวใจเต้นดังก้องทรวงอกราวกับมีคนใช้กลองตีรัวอยู่ด้านใน

“ข...ขี่พระองค์ เอ๊ยม้าก่ดีเจ้าค่ะ” 

ร่างบางยิ้มสู้ สั่นเป็นเจ้าเข้า ดวงเนตรดำขลับดุจมีมนตราสะกดให้ยิ่งมองยิ่งหลง กระจ่างใจแล้วว่าพลานุภาพยามเปล่งวาจาสามารถสั่นคลอนจิตใจคนฟังให้สะเทือนไปถึงสามโลก  

สุวรรณมุขทวารระบายรอยยิ้มอย่างพึงพอพระทัย หยัดวรกายสูงใหญ่ขึ้นนั่งตัวตรงในระยะห่างตามเดิม ไม่ทรงกดดันเร่งเร้าให้นางจนมุม แต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลยจนขวัญอรุณลืมไปว่ากำลังอยู่กับพระองค์ในฐานะอะไร 

ช้าเร็วอย่างไรเสียพี่ก็คือสวามีเจ้า...มิใช่คนอื่น จดจำให้มั่นทุกลมหายใจเข้าออกของเจ้า...ตราบจนชีวิตจักหาไม่!


จบตอน




 

Create Date : 09 มิถุนายน 2560
14 comments
Last Update : 10 มิถุนายน 2560 3:45:32 น.
Counter : 2239 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

แสนร้าย

 

โดย: mooaun IP: 49.230.186.14 9 มิถุนายน 2560 6:32:41 น.  

 

อรุณสวัสดิ์คร้าคุณเกตต์ ได้นอนรึยังค่ะ
อ่านไปฟินน์ไป ขนลุกไป นึกว่าตัวเองเป็นขวัญอรุณ 55555

 

โดย: เจ้าแต้ม IP: 223.24.71.160 9 มิถุนายน 2560 6:38:19 น.  

 

มาแล้ววววว ขอบคุณมากคะ

 

โดย: นงนง IP: 182.232.173.166 9 มิถุนายน 2560 6:52:56 น.  

 

อยากจะเข้าไปตบอินถาวันละหลายๆรอบ กลับบ้านไปซะทีเถอะแม่คุณ ผู้ชายอีกเยอะ เดี๋ยวต้องทำแถนหลวงของฉันเดือดร้อนแน่เลย

 

โดย: kawee IP: 116.68.149.234 9 มิถุนายน 2560 8:26:54 น.  

 

พอพระองค์คำรุกทีไร จั๊กจี้หัวใจแทนเจ้าขวัญทุกที ไหนๆก็ไหนๆแล้วเจ้าขวัญ อย่าหนีเลย องค์คำไม่ได้มาเล่นๆนะตัวเธอ555

 

โดย: นวล IP: 119.76.98.42 9 มิถุนายน 2560 8:32:32 น.  

 

อร้ายยย เขิลลล

 

โดย: sakeena IP: 183.88.32.45 9 มิถุนายน 2560 9:07:41 น.  

 

ไหนว่าพระองค์คำไม่เคยจีบสาว ไม่เคยมีแฟน วิธีการแบบนี้เชี่ยวชาญชัดๆ รู้ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรปล่อย โหยแบบนี้ น้องขวัญจะต้านทานเสน่ห์อันเหลือล้นขององค์คำได้นานเท่าใด อ่านแล้วเขินแทนน้องขวัญ

 

โดย: ลิน IP: 202.44.45.29 9 มิถุนายน 2560 11:34:26 น.  

 

องค์คำขยันอ่อยเหลือเกินนะเจ้าคะ ^^

 

โดย: patch IP: 180.180.75.108 9 มิถุนายน 2560 12:41:13 น.  

 

ตอนท้าย ๆ นี่ชวนให้คิดลึกนะ 555

 

โดย: kira IP: 203.157.72.217 9 มิถุนายน 2560 13:06:36 น.  

 

รอนานมากค่ะคุณเกตต์ แต่ในที่สุดก็มา สู้ๆ แอร๊ยยยยย เขินนนนนแทนขวัญอรุณ องค์คำนี่ก็ใช่ย่อยนะคะ หวานเว่อร์ๆๆๆๆๆ

 

โดย: First IP: 212.47.252.101 9 มิถุนายน 2560 15:44:14 น.  

 

ทำไมองค์คำไม่จับขวัญแต่งเลย จะรออะไรอีก กลัวมีเรื่องให้คลาดกัน

 

โดย: nasa IP: 110.77.199.168 11 มิถุนายน 2560 21:24:51 น.  

 

เขินพระองค์คำ ละมุนละไมวิมลากเจ้าค่ะ. เป็นหนังสือทันปีใหม่นี้รึเปล่าคะ ดิฉันจะกลับเมือวไทยจะได้ซื้อมาด้วย. เอาไว้อ่านยามคิดถึงพระเจ้าพี่กับน้องขวัญ....โอ๊ยยยเขิลชวนขี่ม้า...จินตนาการไปไกลลิบเลยอิฉัน

 

โดย: Petchdao IP: 212.47.252.101 17 มิถุนายน 2560 18:39:16 น.  

 

หลงเจ้าพี่ หัวปักหัวปำ โอ้ยยยยยยยยยยยยยมีเสน่ห์ล้นเหลืออออ

 

โดย: หนูแรคคูน IP: 49.228.98.210 17 มิถุนายน 2560 22:41:35 น.  

 

คิดถึงองค์คำ คิดถึงเจ้าขวัญ แต่ที่คิดถึงทุกวันคือนักเขียนที่ชื่อนราเกตต์จ้า รอจ้ารอ รอตอนใหม่ค่า กลับมาไวๆนะคะ

 

โดย: นวล IP: 119.76.98.121 22 มิถุนายน 2560 20:58:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นราเกตต์
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 66 คน [?]




ดาวน์โหลด E-book

กระต่ายในเงาจันทร์

Friends' blogs
[Add นราเกตต์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.