แหล่งกบดาน
<<
เมษายน 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
18 เมษายน 2560

[Books] เล่าเรื่อง มหาภารตยุทธ - ส.พลายน้อย


"สิ่งใดที่มีอยู่ใน มหาภารตะ สิ่งนั้นจะมีให้เห็นในที่อื่่นด้วย
แต่สิ่งใดที่ไม่มีใน มหาภารตะ สิ่งนั้นย่อมจะไม่มีให้เห็นในที่อื่นใดเลย"


หนึ่งในหนังสือที่หนีบไปอินเดียหนนี้ คือ "เล่าเรื่องมหาภารตยุทธ" ของ ส.พลายน้อย เล่มบางๆแค่ 150 หน้า สั้นนิดเดียว แต่สิ่งที่คิดไม่ถึงคือ...

มันฮามาก

ข้าพเจ้าอ่านไปหัวเราะกิ๊กกั๊กไปเกือบทั้งเล่ม เค้าคงไม่ตั้งใจให้ขำหรอก แต่เราเส้นตื้นไปเอง ไม่ได้จะลบหลู่อะไรนะ แต่ถ้ามองด้วยสายตาและทัศนคติของคนปัจจุบันแล้ว หลายอย่างในนั้นมันตลกมากน่ะ สมกับคำโปรยปกหลังที่บอกว่า "สิ่งใดที่มีอยู่ใน มหาภารตะ สิ่งนั้นจะมีให้เห็นในที่อื่่นด้วย แต่สิ่งใดที่ไม่มีใน มหาภารตะ สิ่งนั้นย่อมจะไม่มีให้เห็นในที่อื่นใดเลย"

เพราะมัน... พิสดาร... จริงๆ

มหาภารตะบอกเล่าถึงสงครามแย่งชิงแผ่นดินระหว่างลูกพี่ลูกน้องร่วมปู่ ฝั่ง "พระเอก" คือ ห้าพี่น้องจากตระกูล ปาณฑพ ส่วนฝั่ง "ผู้ร้าย" นำโดย ทุรโยธน์ ลูกพี่ลูกน้องจอมริษยาจากตระกูล เการพ (เนื่องจากชื่อคล้ายๆกัน ต่อไปนี้อาจจะเรียกว่า พระเอก กะ ผู้ร้าย) เรื่องราวดุเด็ดเผ็ดมัน ผันผวนกลับไปกลับมาเป็นที่สนุกสนาน โดยมีพวกเทพเข้ามาแจมนู่นนี่ อวดอิทธิฤทธิ์อลังการเป็นระยะๆ (โปรดนึกถึงสงครามกรุงทรอย)

ทำไมถึงมีเทพเจ้ามาแจมน่ะเหรอ ก็เพราะฝั่ง "พระเอก" เป็นเด็กเส้นน่ะสิ คือพ่อของพวกพระเอก มีเมียสองคน แต่ถูกสาปให้สมพาสกับมเหสีไม่ได้ พระนางกุนตี (เมียหลวง) เลยขออนุญาตสวามีเพื่อเชิญเทวดาลงมา "เพาะพันธุ์" มนุษย์ตามความเหมาะสม (ใช้คำนี้จริงๆนะ) เกิดเป็นลูกชาย 3 คนกับเทพ 3 องค์ แต่พระนางกุนตีไม่หยุดแค่นั้น กลัวเมียน้อยจะเหงา เลยอัญเชิญเทวดาฝาแฝดลงมา 3p กะคุณเมียน้อยด้วย จนเกิดเป็นลูกชายอีก 2 คน ="= ตัวหลักฝั่งพระเอกก็คือ ห้าพี่น้องปาณฑพ (เรียกงี้เพราะพ่อชื่อปาณฑุ) นี่แหละ

ความประหลาดของพระนางกุนตี ไม่ได้จบแค่นี้ ก่อนหน้าจะมาแต่งกับท้าวปาณฑุ เธอเคยมีลูกมาแล้ว โดยที่ยังซิงอยู่ ="= คือเธอเป็นพวกชอบเล่นมนตร์ เคยลองอัญเชิญสูรยเทพลงมา "เพาะพันธุ์" ด้วย พอเทพลงมาจริงๆก็ตกใจ รีบใช้การ์ด "รู้เท่าไม่ถึงการณ์" โดยด่วน สูรยเทพไม่ยอม แต่ยังปราณี เสกลูกเข้าท้องนางกุนตีไว้โดยที่นางไม่ต้องเสียความบริสุทธิ์ (ผสมเทียม?) นางกุนตีคลอดโอรสที่มีเกราะและอาวุธติดออกมาด้วย (เกิดเป็นแม่ในวรรณคดีต้องอดทน) จากนั้นก็กลัวคนครหา เลยเอาลูกไปทิ้งน้ำ สารถีฝั่ง "ผู้ร้าย" มาเก็บได้ เอาไปเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ แต่เสื้อเกราะที่ได้มา ก็โดนพระอินทร์หลอกต้มไปลูกตัวเองที่ฝั่ง "พระเอก" (บอกแล้วว่าเด็กเส้น)

สิ่งที่รับรู้จากการอ่านก็คือ พวกฝ่าย "พระเอก" นี่ ไม่ได้ทรงธรรมเพียบพร้อมตรงไหน แค่เลวน้อยกว่าฝั่ง "ตัวร้าย" หน่อยเดียว ข้อห้ามทั้งหลายพี่แกหาช่องซิกแซกไปเรื่อย แถมยังขี้คุยอีกต่างหาก บางทีอ่านๆไปก็แอบหมั่นไส้

ลองฟังหนึ่งในชนวนความบาดหมาง ที่เกิดจากความงี่เง่าของ "พระเอก"

ทุรโยธน์ อิจฉาพวกพี่น้องปาณฑพ และรู้ว่าพี่ใหญ่ฝั่ง "พระเอก" มีจุดอ่อนคือ ติดสกาแบบงอมแงม เลยชวนมาเล่นด้วย ทุรโยธน์แอบใช้ลูกเต๋าหยอดตะกั่ว ทำให้ "พระเอก" แพ้รวดหมดเนื้อหมดตัว เสียทรัพย์สินเงินทองจนหน้ามืด ถึงขั้นเอาบ้านเมืองไปเดิมพัน (กษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมบ้าไรฟะ) พอเสียเมือง คราวนี้เอาน้องไปเดิมพันต่อ จนน้องทุกคนกลายเป็นทาสหมด จากนั้นก็เดิมพันตัวเอง ก็แพ้อีก ซึ่งพี่แกก็ยังไม่หยุด เอานางเทราปที เมียสาวแสนสวยมาลงพนันด้วย และก็แพ้จนนางเทราปทีถูกจับเปลื้องผ้าให้เป็นที่อับอาย แต่นางเทราปทีเธอเจ๋งนะ เธอยังชี้นิ้วด่ากราดจนฝั่งตัวร้ายก้มหน้าอับอายกันใหญ่ (จริงๆน่าจะด่าสามีด้วย) สุดท้ายพอป๊ะป๋าของทุรโยธน์ (ลุงของพวกปาณฑพ) ได้ยินเสียงเอะอะ แล้วเดินมาดู ก็นางนี่แหละที่เป็นคนเจรจาขอบ้านของเมืองคืน และไถ่ตัวสวามีทั้ง 5 กลับมาเหมือนเดิม

สวามีทั้ง 5? นี่เป็นความพิสดารอีกอย่างของมหาภารตะ คือนางเทราปทีเธอเป็นศรีภรรยาของห้าพี่น้องปาณฑพพร้อมๆกันฮ่ะ แบบว่าชาติก่อนนางบำเพ็ญดีจัด พอพระศิวะมาปรากฏร่างจะประทานพรให้ นางเกิดอาการกรี๊ดแตก (ติ่งพระศิวะ?) ดีใจมากละล่ำละลักว่า "ขอสามีที่มีจริยาวัตรงดงามให้ข้าพระองค์ด้วยเถิด" ซ้ำอยู่ 5 ครั้ง พระศิวะซึ่งเป็นเทพผู้มั่วซั่วที่สุดในปฐพีเลยประทานสามีให้ทีเดียว 5 คน... แต่ถึงนางจะเบ๊อะบ๊ะในชาติก่อน แต่ชาตินี้เราว่าผู้หญิงที่แกร่งสุดในเรื่องก็คือเธอนี่แหละ

เอนี่เวย์ กลับเข้าเรื่องก่อน หลังจากเจอฤทธิ์ผีพนันทำเสียเมือง เสียน้อง เสียเมีย และตัวเองต้องตกเป็นทาสศัตรู ถามว่า "พระเอก" เข็ดมั้ย ไม่ฮ่ะ เพราะพอทุรโยธน์ตามไปเล่นสกาเป็นหนที่สอง ท่านก็ไปอีก

แล้วก็แพ้พนัน ถูกเนรเทศออกจากเมืองไป 12 ปี +_+"

(คือเข้าใจนะว่าคนเขียนต้องหาอุปสรรคให้ฝั่งพระเอกบ้าง แต่ขอแบบอนาถน้อยกว่านี้ไม่ได้เรอะ)

อย่างไรก็ตาม ความที่ห้าบรอนซ์เซนต์ เอ๊ย ห้าพี่น้องปาณฑพ เป็นเด็กเส้น ถึงจะต้องไปอยู่ป่าอยู่เขา เทพเจ้าก็ให้หม้อทองแดงที่มีอาหารกินไม่สิ้นสุดมาให้ หมดปัญหาเรื่องทำครัวและอดตายไปพร้อมกัน

แต่นั่นยังแค่เบาะๆ เพราะความเป็นเด็กเส้นของฝั่ง "พระเอก" ยังรวมไปถึงการได้พระกฤษณะ (ร่างอวตารของพระนารายณ์) มาเป็นสารถีขับรถศึกในช่วงที่ทำสงครามด้วย พออ่านถึงตรงนี้ เราส่ายหัวเลยว่า แล้วมันจะแพ้ได้ยังไงฟะ

ส่วนฝั่งเการพ หรือ "ผู้ร้าย" อาจจะดูอาภัพ แต่มีดีตรงที่ไพร่พลมาก และมีแม่ทัพเจ๋งๆอยู่ในความปกครองหลายคน รวมถึงภีษมะ นักรบผู้เกรียงไกร ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของทุรโยธน์และพี่น้องปาณฑพ และอาจารย์ผู้สั่งสอนเจ้าชายทั้งหลาย (ตามธรรมเนียม ศิษย์จะฆ่าอาจารย์ไม่ได้ แต่พวก "พระเอก" ก็เลี่ยงบาลีแล้วเจี๋ยนครูทิ้ง) และตัวทุรโยธน์เองก็เกิดจากการโคลนนิ่งในจานเพาะเชื้อ เลยมีพี่น้องมากมายถึง 100 คน (โคลนนิ่ง? จานเพาะเชื้อ? เล่าแล้วจะยาว ไปอ่านเองนะ)

ตัวละครที่ข้าพเจ้าชอบสุดในเรื่อง น่าจะเป็นท่านปู่ภีษมะ แม่ทัพฝั่ง "ผู้ร้าย" แบบว่าท่านปู่เท่ๆๆๆๆๆ!!! อายุแปดสิบ แต่ฝีมือรบแพรวพราว ตีไปทางไหนข้าศึกก็แตกพ่าย ปัญหาคือท่านปู่เคร่งครัดคุณธรรมมาก ฝ่าย "พระเอก" เลยอาศัยจุดนี้ทำเล่ห์กลเพื่อฆ่าทิ้ง

อยากจะเล่าถึงไคลแม็กซ์วีรกรรมความห้าวของท่านปู่

ภีษมะลั่นวาจาว่าจะไม่ฆ่าผู้ที่เกิดมาเป็นหญิง พอพี่น้องปาณฑพเอานักรบที่แปลงเพศเป็นชายมานำทัพ คุณธรรมจึงค้ำคอท่านผู้เฒ่า ไม่กล้าสู้รบ เปิดช่องว่างให้ศัตรูระดมห่าธนูไปทั่วร่าง แต่ท่านปู่ก็ยังยืนตระหง่านดังภูผา (โบโรมีร์ยังแพ้!) แต่เลือดที่ทะลักเป็นถังๆนำมาซึ่งอาการหน้ามืด สุดท้ายท่านจึงล้มลงอย่างชาตินักรบ โดยไม่ปริปากโอดครวญแม้แต่น้อย ท่านปู่ไม่ยอมให้ใครดึงธนูออกแม้แต่หนึ่งดอก และมุ่งมั่นรักษาความแนวด้วยการปล่อยให้ลูกธนูปักพรุนเต็มตัว ร่างทั้งร่างจึงลอยเหนือพื้นประดุจนอนบนเตียงเข็ม... หรือเป็นศิลปะโมเดิร์นอาร์ต

ถึงกระนั้น ท่านปู่ก็ยังหน้าตาแจ่มใส ไม่ทุรนทุราย สนทนาร่าเริงกับคนที่มารายล้อม สั่งสอนหลานๆให้สงบศึก (ซึ่งมันก็ไม่ฟัง) จากนั้นพอกำลังจะสิ้นลม ก็เผอิญนึกได้ว่าท่านมีความสามารถพิเศษ สามารถเลือกเวลาตายของตัวเองได้ ท่านปู่ภีษมะใคร่ครวญแล้วสรุปว่าถ้าตายตอนนี้จะดูไม่อินดี้เพียงพอ อย่ากระนั้นเลย เราจะนอนดูพระอาทิตย์ตกชิลๆไปอีกสัก 58 วันก็แล้วกัน ท่านจึงสโลว์ไลฟ์ชมแสงสนธยาจนเต็มอิ่ม ก่อนจะหลับตาสนิทไปชั่วนิรันดร์

มีใครเท่กว่านี้ เราขอเถียง!!

เอาเป็นว่าแนะนำเล่มนี้สุดๆสำหรับผู้เริ่มสนใจมหาภารตะ สั้น อ่านง่าย เฮฮา (ถ้ามีอารมณ์ขันติงต๊องแบบเรา)




 

Create Date : 18 เมษายน 2560
0 comments
Last Update : 18 เมษายน 2560 18:26:27 น.
Counter : 151 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Froggie
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]





[Add Froggie's blog to your web]