No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
เวลา : "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริงๆ"

รีวิวหนังสือที่อ่านตามเกม RRR หรือ Rainy Read Rally ต่อ ... ใครที่สงสัยว่ามันคืออะไรคลิกที่ลิงก์ข้างล่างได้เลยค่ะ

- กระทู้เปิดตัว

- กระทู้ปัจจุบัน ((ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.))


เล่มนี้อ่านตามโจทย์

20-3. [ยาคูลท์] อ่านหนังสือที่ได้รางวัลซีไรต์ 3 เล่ม โดยสามเล่มนี้ต้องได้รางวัลห่างกันอย่างน้อยสองปี (ตอนโพสต์แจ้ง ช่วยบอกปีที่ได้รางวัลด้วย)


ได้ 20 คะแนน ^^

- ความสุขของกะทิ ซีไรท์ปี 2549

- ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ซีไรท์ปี 2540

- เวลา ซีไรท์ปี 2537





เรื่อง : เวลา
เขียนโดย : ชาติ กอบจิตติ




ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

เวลา นวนิยายแนวใหม่ของ ชาติ กอบจิตติ เขียนเสร็จเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2536 มีความยาวทั้งหมด 232 หน้า เนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวของผู้กำกับภาพยนตร์คนหนึ่งที่สูญเสียภรรยาและลูกสาวไปให้กับการทำงานของตนเอง ที่เข้าไปดูละครเวทีของนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่กำลังลาโรง แรงจูงใจของเขาที่ทำให้ไปดูละครเวทีเรื่องนี้ก็เพราะได้อ่านคำวิจารณ์มาก่อนว่า เป็นละครเวทีที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปีและเป็นละครเวทีที่เกี่ยวกับคนแก่ในบ้านพักคนชรา ทั้ง ๆ ที่กลุ่มผู้สร้างเป็นเพียงนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ

เวลา ใช้วิธีการเล่าเรื่องโดยสมมติให้ผู้อ่านเป็นผู้กำกับภาพยนตร์คนนี้ที่กำลังดูละครเวทีเกี่ยวกับชีวิตคนแก่อยู่ ในบางช่วงให้ตัวผู้กำกับฯนี้สนทนากับผู้อ่านและตัดสลับกับมุมกล้อง โดยดำเนินเรื่องผ่านช่วงเวลาในแต่ละชั่วโมงตั้งแต่เช้าจนเย็น ตอนจบเป็นการหักมุม โดยให้เห็นว่าในห้องกรงที่ดูเหมือนว่ากักขังคนแก่ที่คอยตะโกนซ้ำ ๆ ซาก ๆ ว่า "ไม่มีอะไร ไม่มีจริง ๆ " ก็ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ในห้องนั้น

ชาติ กอบจิตติ ได้อุทิศหนังสือเล่มนี้แด่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของตัวเอง และของทุก ๆ คน พร้อมกับย้ำเสมอ ๆ ว่า นวนิยายของเขาเรื่องนี้น่าเบื่อจริง ๆ

หนังสือตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2536 โดยสำนักพิมพ์หอน ที่เจ้าตัวเป็นเจ้าของเอง ได้รับรางวัลนวนิยายดีเด่นแห่งปีประจำปี พ.ศ. 2537 และรางวัลซีไรต์ปีเดียวกัน ซึ่งเป็นรางวัลซีไรต์ครั้งที่สองของชาติ กอบจิตติ ด้วย หลังจากที่เคยได้มาแล้วจาก คำพิพากษา ในปี พ.ศ. 2525


.....


หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่ไอซ์ซื้อมาดองเอาไว้เกือบสามปีแล้ว ซื้อที่งานหนังสือแห่งชาติ ได้พบกับคุณชาติและได้ลายเซ็นเก็บไว้ด้วย



ปัญหาของการซื้อหนังสือมาดองก็คือ พอมาอ่านและรู้ว่าหนังสือมีความผิดพลาด มันก็นานนมมาแล้ว เล่มที่ไอซ์มีข้างบนนี้ หน้าหายค่ะ ตั้งแต่หน้า 129-144 ฮือออออออออ จะเอาไปเปลี่ยนก็เสียดายลายเซ็น จะซื้อใหม่ก็ทำใจไม่ได้ เพราะ...คิดว่านี่ก็ซื้อซ้ำมาแล้ว เล่มเก่าหาไม่เจอ เฮ่อ


ไอซ์รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้รีวิวยากอะค่ะ ฮา เพราะเนื้อหาที่เป็น "พล็อต" จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไร แต่ตลอดเล่มแฝงด้วยคำสอนและปรัญชา ... เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังอาร์ตอยู่

"เวลา" บอกเล่าเรื่องราวที่ซ้อนกันคือ "ผม" และ "ละครเวที"


"ผม" คือ ผู้กำกับภาพยนตร์อายุหกสิบกว่าๆ ที่ไปดูละครเวที ด้วยเหตุผลสองประการ

- คณะละครที่ทำละครเวทีเรื่องนี้อายุยี่สิบกว่าๆ เท่านั้น แต่ประกาศว่าจะทำละครเกี่ยวกับเรื่องราวของคนแก่ในบ้านพักคนชรา ซึ่ง เด็กๆ จะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนแก่ได้อย่างไร

- ละครเรื่องนีได้รับการวิจารณ์ว่าเป็นละครที่น่าเบื่อที่สุดในรอบปี


"ละครเวที" บอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในส่วนที่เรียกว่าเป็นที่รวมของผู้ที่อยู่ใกล้วาระสุดท้ายของบ้านพักคนชรา ในเวลาหนึ่งวัน ตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็น

มีตัวละครลายตัว แทน generation ที่แตกต่างกัน

- อุบล ... แม่บ้านที่ดูแลในส่วนนี้ อยู่ในวัยสาว
- เหล่าคนแก่ที่พักอยู่ที่นี่ ซึ่งแต่ละคนผ่านชีวิตที่แตกต่างกัน มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว ห่วงใย มีอุปนิสัยและความต้องการที่แตกต่างกัน
- ครอบครัวที่มาเลี้ยงอาหาร ซึ่งมีตั้งแต่ คุณย่า พ่อ แม่ เด็กๆ

ฯลฯ

และมีตัวละครลึกลับที่อยู่ในห้อง มองไม่เห็นตัวตลอดเรื่อง และตลอดเรื่องตัวละครชายแก่ผู้นี้จะส่งเสียงแทรกมาเกือบตลอดว่า "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลยจริงๆ"


การเล่าเรื่องของ "เวลา" จะสลับมุมมอง คือ ... "ผม" หรือผู้กำกับเล่าสิ่งที่มองเห็นจากเวที สลับกับการจินตนาการของเขา ถ้าหากเขาเป็นคนกำกับละครเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ จะใส่มุมกล้องอย่างไร จะนำเสนออย่างไร


"เวลา" เป็นหนังสือปลายเปิด ซึ่ง...ไอซ์เชื่อว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว แต่ละคนจะ "ตีความ" สิ่งที่ได้รับต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัย ประสบการณ์ และการมองโลกของแต่ละคน สิ่งที่กระทบใจของแต่ละคนจะแตกต่างกัน


รู้สึกว่า "อ่านยาก" อยู่บ้างเหมือนกัน เพราะเป็นคนคิดมาก ฮา ... ถามว่าชอบไหม ชอบค่ะ




สปอยล์


ต่อไปนี้จะเป็นส่วนที่ไอซ์จะเขียนถึงสิ่งที่ "กระทบใจ" ของไอซ์จากเรื่องเวลานะคะ



** ยายสอน ... เป็นตัวละครที่ไอซ์ชอบที่สุด ยายสอนปล่อยวางทุกอย่างได้แล้ว สิ่งที่ผ่านไปก็ผ่านไป ยายสอนอยู่กับปัจจุบัน ทำสิ่งที่ตัวต้องการ ยายสอนกินอาหารแปลกๆ อย่างเช่น ข้าวต้มหมูใส่ส้ม เพราะยายสอนบอกว่า แบบธรรมดาก็กินมาหมดแล้ว ก็อยากลองกินแบบที่ไม่เคยกินบ้าง

คำพูดของ "ยายสอน" ซึ่ง "สอน" อยู่ตลอดเรื่อง ให้ข้อคิดดีๆ มากมายเกี่ยวกับการมองโลกและดำเนินชีวิต

เช่น

"ไม่รู้ ไม่ได้นับมานานแล้ว อายุมันก็เป็นไปตามเวลา เวลาผ่านไปอายุมันก็เพิ่ม ผ่านไปวันหนึ่ง อายุก็เพิ่มมาวันหนึ่ง ไม่รู้จะนับทำไม"

"ชีวิตน่ะเล่นได้ แต่อย่าประมาทกับมัน"

"ทุกคนเป็นทาสกันทั้งนั้น ยึดติดกับอะไรก็เป็นทาสสิ่งนั้น ยึดติดอะไรสิ่งนั้นก็เป็นนาย ...และก็ยังมีนายใหญ่ของมันอีก((ในที่นี่ไอซ์คิดว่าหมายถึง "เวลา"))



** เมื่อทุกคนยึดติดกับอะไร ก็เป็นทาสของสิ่งนั้นในช่วงเวลานั้น การใช้เวลาในช่วงชีวิตของแต่ละคน ส่งผลต่อช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

เช่น

- ผู้กำกับภาพยนตร์ ... เขาสูญเสียลูกสาวและภรรยาไปในระหว่างที่มุมานะอยู่กับงาน เขารู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า แต่...ขณะที่ดูละครเวที เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะ "ทำงาน" เพราะสมองของเขาคิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะ "แปลง" สิ่งที่ได้เห็นเป็นภาพในแผ่นฟิมล์ได้อย่างไร เขาตกเป็น "ทาส" ของงาน และเขาก็เต็มใจเสียด้วยสินะ


- ยายบุญเรือน ... ยึดติดกับอดีตอันเคยรุ่งเรือง

- ยายนวล ... อยู่เพื่อลูกหลาน ((ลูกชายเป็นอัมพาต))

- ยายทับทิม ... อยู่เพื่อลูกชายคนเล็กที่สติไม่ดี

ฯลฯ



** สัญลักษณ์ที่ต้องตีความ ซึ่งคิดว่าทุกคนคงตีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่า "คุณ" ยึดติดกับอะไร

ลูกชายสติไม่ดีของยายทับทิมที่หายไปเป็นเดือนกลับมาพร้อมกับความหวาดกลัวและคำพูดที่เป็นปริศนา "ดอกบัวสีขาว เงาสีเงิน"

เขาบอกว่า

"ที่บึงใหญ่ มีบัวสีขาวดอกใหญ่ เงาในน้ำเป็นสีเงิน ปลามันมารุมกินเงา แย่งกัน กัดกันเอง สัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คน เสือ ควาย แย่งกันกัดกันจนเลือดเต็มบึง แต่ไม่มีใครกินเงาดอกบัวได้"

สำหรับไอซ์ ... ไอซ์รู้สึกว่า มันแทน "นาย" หรือ "เวลา" นั่นแหละค่ะ สิ่งที่ไขว่คว้า อยากยึดครอง แต่ไม่มีใครสามารถยึดครองได้

และสุดท้าย...เมื่อชีวิตจบลงมันก็ "ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเลยจริงๆ"


ตอนที่เขาบอกว่า ทั้งคนและสัตว์พวกนั้นน่ะบ้าที่ไปแย่งชิงเงานั้น ส่วนเขาไม่ได้ไปแย่งชิง เขาเลยเป็นคนดี อ่านแล้วก็ ironic ดีค่ะ และก็นึกถึงเรื่อง Veronika Decides to Die ด้วย ... คนที่เราคิดว่าบ้านั้น จริงๆ แล้วเขาก็มีเหตุผลของตัวเองและอาจจะมองว่าเรา "บ้า" เหมือนกันก็ได้ ฮา



** ชีวิตหนึ่งก็ควรจะต้องใช้ให้คุ้มค่า เมื่อถึงเวลาสุดท้ายจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง ไม่ต้อง "กลัว" ที่จะตาย ไม่ต้องกลัวว่า "เวลา" จะหมดไป

ไม่แปลกหรอกถ้าคุณจะเป็น "ทาส" ของอะไร แต่ยังไงก็ควรจะรู้ตัวไว้ตลอดเวลา



** "ความจริง" กับ "ความฝัน" ต่างกันแค่ "ในความรู้สึก" ของคน

....

ความจริงหนังสือเล่มบางๆ นี้ยังมีอีกหลายประเด็นซึ่งคิดว่าผู้เขียนพยายามนำเสนอ เขียนไปอีกนานก็ไม่จบ เอาแค่นี้ละกันค่ะ ^^"







Create Date : 25 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 12:28:07 น. 5 comments
Counter : 7010 Pageviews.

 
ตามมาอ่านสปอยล์

อือม์ พี่ไม่ชอบแนวตีความเยอะแยะแบบนี้แฮะ
อันที่จริง แนวตีความเนี่ย เคยอ่านและชอบอยู่เล่มเดียว
คือตลิ่งสูงซุงหนัก

อย่างเรื่องสร้อยทองที่เพิ่งอ่าน บางคนเขาก็ตีความกัน
แต่พี่อ่านแล้วคิดว่าแค่ตัวเนื้อเรื่องก็พอแล้ว
ไม่จำเป็นต้องพยายามหาสัญลักษณ์อะไรอีก
... ขี้เกียจคิดด้วยแหละ


โดย: ยาคูลท์ IP: 58.9.138.151 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:00:41 น.  

 
เล่มนี้หนูอ่านจบนานมากแล้วเหมือนกัน แทบจำอะไรไม่ได้เลย แต่ก็จำยายสอนได้อยู่เหมือนกันนะ 555 จำตอนจบไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่า หลังจากอ่าน จบ รู้สึกว่า ชอบ หนังสือเล่มนี้จัง ทั้งๆ ที่หนูก็ตีความบ้าบอไปตามประสาของหนูเอง แต่ก็รู้สึกว่าชอบอ่ะ มันคนละแบบกับเรื่องคำพิพากษา แต่ก็ยอมยกนิ้วให้เลยอ่ะค่ะ


โดย: มะปราง IP: 114.75.190.232 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:17:09 น.  

 
ท่าท่างจะเป็นซีไรต์ที่อ่านยากนะเนี่ย...


โดย: นัทธ์ วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:38:12 น.  

 
อ้อไม่ถนัดอ่านหนังสือแนววหนักๆแบบนี้เลยอะค่ะ

เจอทีไรต่อให้เล่มบางขนาดไหนก็ถอยอะค่ะ ไม่สู้อ่าาา


โดย: aorp วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:59:50 น.  

 
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books


โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:11:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.