+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
เหตุเกิดที่โรงแรม #2 : "1408" ... How to... Meet the Ghosts สุดคุ้มค่าในราคา 120



เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง "ดอลฟิน" ที่มีชื่อเสียงระดับห้าดาวในนิวยอร์ค... นักเขียนหนังสือจัดอันดับสถานที่โคตรเฮี้ยน "ไมเคิล เอนสลิน" ได้พบกับการท้าทายครั้งสำคัญจากคำเตือนของผู้ประสงค์ดีใครบางคนที่เตือนไม่ให้เขาเข้าพักที่ห้องหมายเลข "1408" ของโรงแรมแห่งนี้ ...หากไมเคิลก็ไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด มิหนำซ้ำยิ่งยุให้เขากระหายอยากจะลอง ด้วยความรู้สึกอันโหยหาเฝ้ารอในห้องพักสักแห่งที่จะทำให้เขาได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตัวตน และสิ่งที่เขาไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้

ก่อนหน้าที่ไมเคิลจะเข้าสู่ประตูห้อง 1408 ...เขาเคยท้าลองใจกับห้องพักโรงแรมที่ว่าเฮี้ยนมานักต่อนัก แต่ก็ไม่เคยเจอที่ไหนจะให้ประสบการณ์ความกลัวจนหัวหดได้เลย (แล้วที่อุตส่าห์เอามาจัดอันดับว่าเฮี้ยนนั้น มันก็เป็นแค่การเมคไปตามเรื่องเล่า บวกกับความรู้สึกอันเรื่อยเปื่อย เพียงเพื่อได้เงินจากสำนักพิมพ์เป็นการตอบแทน) ซึ่งกับห้อง 1408 ก็เช่นกันที่เขาคาดการณ์ว่ามันคงจะเป็นห้องพักธรรมดาๆ ที่อยู่ในโรงแรมสุดหรูก็แค่นั้น ...ทั้งยังไม่สนในคำปรารถนาดีของผู้จัดการโรงแรม "โอลิน" ที่ย้ำหนักย้ำหนาว่า จงอย่าได้เข้าไปเป็นอันขาด



จนเมื่อไมเคิลได้เหยียบพรมของห้อง 1408 แล้ว ...เขาก็ได้พบกับสิ่งที่เขาคิดว่ามันไม่มีตัวตน ทั้งยังสั่นสะเทือนในความเชื่อทุกๆอย่างที่เขาเคยมีต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผี" ...เขาคิดผิดแล้วที่ริกล้าจะท้ากับห้องสุสานแตกแห่งนี้ ที่ไม่ว่าใครต่อใครจะมาเข้าพัก ก็ไม่เคยมีรายไหนทำสถิติอยู่ได้เกิน 1 ชั่วโมง (และไม่มีคนใดออกจากห้องมาได้โดยมีชีวิตหลงเหลือแม้สักคน)

"1408" ... เป็นผลงานการกำกับของ "มิคาเอล ฮาฟสตรอม" (Evil , Derailed) ที่นำเอานิยายทริลเลอร์ จากเจ้าพ่อสยองขวัญเบอร์หนึ่ง "สตีเฟ่น คิง" มาขึ้นจอในอีกวาระหนึ่ง ...ด้วยตัวภาษาหนังสือที่ขึ้นชื่อว่าน่ากลัวชวนขนหัวลุกอยู่แล้วในทุกๆเรื่องของคิง เมื่อถูกจับมาทำเป็นหนังคราใด แล้วถ้าได้อยู่ในมือของผู้กำกับที่เป็นทางสยอง ก็มักให้ผลตอบรับความช็อคซีเนม่าได้รุนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกับต้นฉบับเลยทีเดียว



สังเกตได้จากหนังสยองอมตะคลาสสิคหลายๆเรื่อง ที่ทุกวันนี้ ยังคงได้รับการพูดถึง อย่าง The Shining (สแตนลี่ย์ คูบริก) , Misery (ร็อบ ไรเนอร์) , Carry (ไบรอัน เดอ พัลมา) ล้วนแล้วแต่มีที่มาจากปลายปากกาของปรมาจารย์นามสกุลราชา ท่านนี้แทบทั้งสิ้น



ผกก. ฮาฟสตรอม จึงเหมือนกับโชคดีอย่างกลายๆ ที่ได้มาทำหนังจากเรื่องราวของคิง ...มีโชคมารับหน้าเสื่อที่อาจจะสร้างชื่อเสียงอันน่าจดจำให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ถ้าตัวเขาเองสามารถพอจะเล่ามันออกมาเป็นภาษาหนังโรงที่ชวนทำให้ช็อคซีเนม่า ไม่แพ้กันกับภาษาหนังสือได้

แม้ทว่าผมจะยังไม่เคยได้อ่านหนังสือเรื่องนี้ของคิง (หรือกับเรื่องอื่นๆก็ยังไม่เคยได้แตะต้องแม้แต่หน้าปก) ...แต่ 1408 ที่ได้เห็นในโรงหนังกับเวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ผมเชื่อแทนว่า สตีเว่น คิง ย่อมจะต้องรู้สึกปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น และเหนือกว่านั้น ฮาฟสตรอม ก็ได้กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อของผู้กำกับหนังแนวระทึกขวัญที่ชวนให้ไว้วางใจของผมไปเรียบร้อยแล้ว (ทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูงานสร้างชื่ออย่าง Evil เลยซะด้วยซ้ำ)



สิ่งที่ ฮาฟสตรอม ทำเอาไว้กับเหล่าคนดูตาดำๆ ก็คือ การสร้างบรรยากาศไม่น่าไว้วางใจรุมเร้าเอาไว้รอบๆตัวเรา ...แต่ภายแรก เราคงจะรู้สึกกันว่า 1408 มันก็แค่ห้องพักธรรมดาๆในโรงแรมระดับหรูเลิศ เช่นที่ ไมเคิล คิดอ่านเป็นเดียวกัน จนต่อมาที่ห้องนี้ได้เริ่มกระทำการแผลงฤทธิ์ ด้วยผลกรรมอันเคยสบประมาท ก็นำพาให้เราต้องขวัญหนีดีฝ่อไปกับมุขสยองชวนหลอนต่างๆนานาที่หนังสรรหาเอามาเล่นกับสถานที่ และอารมณ์ของคนโดนกระทำทั้งไมเคิล และคนดู(ที่แค่เฝ้าสังเกตการณ์)ก็พลอยโดนหางเลขไปตามๆกัน



ถึงแม้ตัวหนังจะถูกเน้นการขายมุขสยองด้วยจังหวะ กับความโจ๋งครึ้มเอาให้ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มซะเป็นส่วนใหญ่ หากแต่การเดินเรื่องของฮาฟสตรอมกลับดูขัดแย้งแบบกลวิธีเนิบๆที่ปล่อยไปเชื่องๆ ให้หนังกัดกร่อนจิตใจคนดูไปอย่างไม่เร่งรีบ ...1408 มีเชิงตะกอนของความเป็นดรามาแอบแฝงอยู่ในทุกช่วงโดยตลอด ในเวลาที่ผ่อนๆความสยองลง หนังก็จะหลีกมาเล่นกับแง่มุมความหลังของตัวละคร ไมเคิล ควบคู่กันไป (ซึ่งความฝังใจในอดีต และอุปนิสัยที่ขวางโลกของ ไมเคิล นั่นเองที่จะมีผลต่อสภาวะทางจิตของเขากันตรงๆตลอดช่วงเวลาที่เขาต้องผจญกับความน่าสะพรึงแห่งห้อง 1408)

สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกติดใจกับ 1408 เอาอย่างมาก ก็คือ ส่วนของบทหนัง ซึ่งกระทำตัวหนังเองให้เหมือนจะเป็นคู่มือ How to... Meet the Ghosts

ถ้ามองในแง่ของเรื่องราว ก็อาจจะดูเป็นแค่มุขๆหนึ่ง ที่ล้อเลียนอาชีพนักเขียนของไมเคิล ...หากแต่ที่ผมได้เห็นแล้วนึกคิดตามไปเป็นฉากๆ ก็ทำให้รู้สึกเสมือนว่าหนังกำลังแสดงภาพเหตุการณ์จำลอง ที่เอา ไมเคิล มาเป็นตัวตายตัวแทนมนุษย์เราๆทุกคน ขณะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเจอภาพหลอน หรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตัวตน



หนังเดินไปเป็นสเตปจังหวะทีละขั้นตอน ของการเผชิญหน้าความน่ากลัว ...ขั้นหนึ่ง คนเรามักจะประมาท ไม่หวาดหวั่นใจอะไร -> ขั้นที่สอง เมื่อได้เจอก็เสียสติ ทำอะไรลุกลี้ลุกลน คุมตัวเองไม่อยู่ -> ขั้นที่สาม พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะหลีกหนี ต่อให้บางวิธีอาจจะทำแล้วถึงตายก็ยอม -> ขั้นที่สี่ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะตาย ก็จะใช้สมองคิดจินตนาการไปต่างนานาว่าเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น -----------> และขั้นสุดท้าย เป็นขั้นที่คนส่วนใหญ่อาจจะทำไม่ได้ ก็คือ สิ่งที่ไมเคิลทำเอาไว้เป็นการตอบแทนห้อง 1408 ในฉากไคลแม๊กซ์ (อยากรู้ว่าคืออะไรต้องไปดูกันเอาเองนะ...)

สถานการณ์ต่างๆที่หนังวางทอดๆกันมาไปเป็นสเตป ดำเนินโดยเพิ่มดีกรีความระทึก อัดความหลอนเข้าไปเรื่อยๆ ...ผกก.ฮาฟสตรอมสร้างความกดดัน ได้ในทุกๆตารางพื้นที่เล็กๆของห้อง 1408 ให้อบอวลไปด้วยความประหวั่นพรั่นพรึงทั้งจากสิ่งที่ได้เห็นบนจอ กับความรู้สึกลึกๆที่อินไปตามการกระทำของไมเคิล



การแสดงของ "จอห์น คูแซ็ค" ได้แบกหนังเอาไว้ทั้งเรื่องแต่เพียงผู้เดียว ความทุ่มเทรับผิดชอบที่เขามีต่อบท ไมเคิล ทำให้ผมรู้สึกประทับใจการเล่นหนังของเขายิ่งกว่าครั้งไหนๆ ...เขาทำให้เราเชื่อในสิ่งที่เขาเจอ เขาทำให้เราอินในสิ่งที่เขาทำเขาทำให้เราเห็นใจ ในสิ่งที่เขาเคยผิดพลาดมา การแสดงออกทางอารมณ์อันพลุ่งพล่าน ที่เคลือบแฝงความหดหู่ ของ คูแซ็ค สามารถตึงคนดูให้อยู่กับที่นั่ง และจ้องมองดูไปลุ้นไปว่าเขาจะทำอย่างไรกับชีวิตที่ใกล้จะตายไปอย่างช้าๆทีละนิดๆ ...ส่วนบทสมทบ(ที่เหมือนจะรับเชิญ) ของ "แซมมวล แอล. แจ๊คสัน" ก็ออกเพียงน้อยแต่ให้ได้มาก (ห้อง 1408 ที่ว่าโรคจิตแล้ว ก็ยังเทียบไม่ได้กับอีตาผู้จัดการโอลิน ที่ดูจะเป็นตัวอันตรายไม่น่าไว้ใจยิ่งไปกว่าอีก)

"1408" ... ถ้าคุณกำลังถามหา หนังสยองขวัญ ที่ให้ความระทึกอย่างเต็มอิ่ม กับความหลอนชนิดที่ออกจากโรงมาก็ยังตราตรึงสะพรึงกลัว (แบบว่าอาจจะรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เมื่อไปพักอาศัยอยู่ในห้องพักโรงแรม) หนังเรื่องนี้ คือ หนังที่คุณต้องการ ...เท่าที่ดูหนังสยองมาเป็นสิบ ตลอดเวลา 9 เดือน ยังไม่มีเรื่องไหนที่ให้ความประทับใจได้สูงสุด คะแนนเต็มร้อยเท่านี้ ดีไม่ดีก็อาจจะมีสิทธิ์ติดหนึ่งใน 10 อันดับ หนังในดวงใจของผมในปีนี้ก็ย่อมเป็นไปได้

ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง...ครับ

เกรด A ... {}

ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

วันนี้ คุณดู "ไชยา" แล้วหรือยัง ...ถ้ายัง ขอเชิญชวนให้ไปดู

ถึงหนังจะไม่เพอร์เฟกต์เลิศเลอ แต่คุณจะรู้สึกประทับใจในสิ่งที่คุณได้เห็นแน่นอน...อย่างน้อยๆ ก็เป็นการให้กำลังใจสนับสนุนกับกลุ่มคนคุณภาพกลุ่มหนึ่งที่ร่วมกันสร้างสรรค์อีกหนึ่งหนังดีๆ ควรค่าให้จดจำครับ

"ไชยา" ... หนัง(มวย)ไทยที่คุณต้องดูด้วยตา แล้วจะ(ต่อย)ทะลวงไส้ไปถึงหัวใจ
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=03-09-2007&group=2&gblog=86

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA


"We've Only Just Begun" โดย "Carpenters"

อีกหนึ่งบทเพลงสุดคลาสสิคของวงดนตรีโฟล์คร็อคสุดอมตะ ที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในความหลอนของหนังเรื่องนี้


ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 21 กันยายน 2550
Last Update : 26 กันยายน 2550 23:43:17 น. 13 comments
Counter : 2838 Pageviews.

 
อยากดูง่า ฮือๆๆๆ


โดย: nanoguy วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:26:06 น.  

 
เอ๊ะ...ฉากในโรงแรม คล้ายๆในเรื่อง 13 เลยครับ

- รูปผนังขาดๆ
- ห้องขาวๆ

(ความเห็นส่วนตัว ^ ^)


โดย: rEzNooT IP: 125.27.171.218 วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:26:15 น.  

 
ต้องไปดูซะแล้วเรา

ชอบหนังผีฝรั่งมากกว่าหนังผีไทยครับ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:30:19 น.  

 
เป็นหนังที่ไม่ต้องใช้มือปิดตาเวลาดู..

แต่นั่งลุ้นไปได้เรื่อยๆ ว่าจะลงเอยยังไง..


โดย: wilmington วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:0:41:49 น.  

 

ห้องสวีทเนี่ยนะเล็ก


โดย: หอมกร วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:7:18:09 น.  

 
ไม่อยากจะอ่านหรือรู้เรือ่งอะไรมากนั่ก
เพราะยังไม่ได้ดู อยากไปเห็นกับตาตัวเอง

อิอิ
แต่ก็เขียนได้ให้ผมต้องอ่านจนจบอิ
สุดยอดไปเลย


โดย: haro_haro วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:11:12:53 น.  

 
ดูแล้วค่ะ^^*

ชอบการตัดฉากสลับไปมา ให้เรางงเล่นๆ - -

แล้วจบด้วยอารมณ์แบบ...เออะ - -








ก้ออ่านะ


โดย: วุ้นใสจ้า วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:13:27:20 น.  

 
+ เนื่องจากพี่ได้ดูเรื่อง Evil มาแล้วตอนที่เข้าที่โรงเฮาส์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นดราม่ากดดัน แต่ ผกก.ฮาฟสตรอมก็สามารถทำอารมณ์หนังออกมาได้ดีทีเดียว ... ส่วนจอห์น คูแซ็คนี่ก็เป็น 1 ในดาราฮอลลีวูดฝ่ายชายที่พี่เชื่อถือทั้งในฝีมือการแสดง และการเลือกบทของเรื่องที่เค้าคิดจะรับเล่น (อีก 1 หนัง psycho/thriller ชั้นดี (จัดๆ) ของจอห์น คูแซ็คที่ควรหามาดู ได้แก่เรื่อง Identity ไม่รู้ว่านัตเคยดูรึยังอ่ะครับ?) ... และในเรื่อง 1408 นี้ ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจหรือบังเอิญ ที่ให้ตัวเอกคือจอห์น คูแซ็คเป็นพวกนักจัดอันดับเหมือนกัน (แต่เป็นสิ่งของคนละประเภทกัน) กับเรื่องที่เค้าเคยเล่นมาแล้วด้วยคือ High fidelity อีกต่างหาก

+ ทั้ง ผกก. และจอห์น คูแซ็คเก่งตรงที่สามารถทำให้ห้องๆ เดียวกลายเป็นสถานที่ที่น่ากลัวขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่ตอนแรกย่างเท้าก้าวเข้าไป ก็ดูเหมือนเป็นห้องธรรมดาๆ ห้องนึงเท่านั้นเอง ... ส่วนลุงแอล แจ๊คสัน ก็ทำหน้าตาขู่ได้จิตดี (แต่ตอน 'ตู้เย็น' นั่นเหวอไปหน่อยง่ะ )

### Spoil จ้า ###
+ ความสยอง เริ่มต้นขึ้นจริงๆ ก็อีตอนเสียงเพลง We've only just begun ดังขึ้น ... แปลกตรงพี่เคยฟังเพลงนี้มาก็หลายรอบแล้ว ก็รู้สึกแค่หวานปนเศร้า แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะให้ความรู้สึก 'ท้ายทอยเย็นวูบๆ' เหมือนตอนได้ฟังในเรื่องนี้เลย (มันเล่นดังขึ้นมาได้เข้ากับบรรยากาศตามท้องเรื่องซะหลอนเจงๆ) ... และอีกอย่างก็อ้ายนาฬิกาปลุกที่นับเวลาถอยหลังนั่นแหละครับ

+ มีหลายมุกเลยในหนังที่เวิร์ค ทำเอาขนหัวลุก ... แต่ก็มีอีกหลายมุกเช่นกัน ที่สำหรับพี่แล้วมันดูหลุดๆ เหวอๆ เกินไปหน่อย ก็เลยไม่ค่อยอิน (ตอนที่ไม่อินที่สุด คือตอนที่พวกวิญญาณเก่าๆ ที่ตายในห้องนี้ ปรากฎร่างให้เห็นแล้วกระโดดตึกลงไป มันดูขำๆ มากกว่าน่ากลัว) ... ส่วนตอนที่ไปไปรษณีย์แล้วกลับมาอยู่ในห้องเหมือนเดิมนั่นก็เว่อร์ไปหน่อย เลยไม่ค่อยอิน

+ เนื่องจากพี่ตั้งความหวังก่อนดูเอาไว้มากพอสมควร พอตอนดูจบออกมา ก็เลยรู้สึกแป่วนิดๆ ... แต่โดยภาพรวม ก็ถือว่าเค้าสามารถทำให้ห้อง 13 (1+4+0+8) ที่ชั้น 13 (เพราะตึกนี้ไม่มีชั้น 13 ดังนั้นห้องในชั้น 14 จริงๆ แล้วก็คือชั้น 13 ต่างหาก) ดูมีมิติทางจิตวิทยาที่หลอนคนดูให้สะพรึงได้ในหลายช่วงเลยทีเดียวอ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:14:39:30 น.  

 
อ่านแล้วทำให้ไม่ไหว...อยากดูจังลย
แล้วจะพยาามหามาดู
แล้วจะมาบอกความรู้สึกกับหนังเรื่องนี้


โดย: chlorella วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:15:30:56 น.  

 
พี่วิน (บลูยอชท์) ...เคยดูแล้วครับ ประทับใจจัดๆเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนจบ อึ้ง ทึ่ง และง.งูสองตัวชนกัน ...ทำไปได้ (เป็นเพราะว่าตอนนั้น ยังไม่ค่อยได้ดูหนังหักมุมด้วยละมั้ง เลยแบบว่าเหวอสุดๆ ...ดูเรื่องนี้ก่อนหน้าจะได้ดู The Six Sense ด้วยซ้ำ) ...การแสดงของ จอห์น คูแซ็ค ก็ดีนะครับ แต่ต้องเหมารวมเป็นทีมจะดีกว่า เพราะเล่นได้ถึงทุกคน


โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 21 กันยายน 2550 เวลา:15:52:22 น.  

 
เป็นหนังที่ไม่กลัว แต่ก็สนุก ฮิ.....ฮิ......


โดย: แป้ง กิ๊บ อิมมี่ IP: 222.123.229.248 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:9:02:24 น.  

 
รักนะจุ๊บๆ เบอร์หนู 0878586399


โดย: กิ๊บ IP: 222.123.229.248 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:9:05:11 น.  

 
อยากทราบว่าดูที่ไหนมาครับ เพราะได้ยินมาว่าฉากจบมีสามแบบและแบบในโรงไม่เหมือนDVD ผมเองดูแบบDVD และเท่าที่อ่านจากimdbมาเห็นว่าฉากจบแบบในโรงไม่ค่อยมีคนชอบเท่าไหร่

ส่วนความรู้สึกหลังจากที่ได้ดูรู้สึกชอบเรื่องนี้มากครับ กลายเป็นหนึ่งในหนังในดวงใจไปแล้ว555


โดย: donut IP: 118.12.70.42 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:16:17:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
21 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.