+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"I am Legend" ... นิวยอร์ค หลอน!, วิล สมิธ ยอด! แต่หนังเกือบเยี่ยม?



"I am Legend" ...หรือในชื่อภาษาไทยที่ตรงตัว(แต่พ่วงท้ายมาทำติ่งไรหว่า) "ข้าคือตำนาน(พิฆาตมหากาฬ)" ว่าด้วยเรื่องราวของ "โรเบิร์ต เนวิลล์" ผู้(ที่เนื้อเรื่องหนังเขาว่า)เป็นมนุษย์คนสุดท้ายในมหานครนิวยอร์ค ในเวลาหลังสิ้นโลกทั้งใบไปให้กับเชื้อมรณะที่เคยเป็นความหวังของมนุษยชาติ

เชื้อมรณะที่ว่านี้ เป็นเชื้อที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อทำการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นแล้วต้องตายให้หายขาด แต่เมื่อได้ลองนำมาใช้ในการทดลองกับมนุษย์แล้ว ผลที่ได้ออกมากลับกลายเป็นศูนย์แถมยังร้ายแรงกว่านั้นที่ไวรัสเกิดการแพร่เชื้อส่งไปยังผู้คนอีกรอบข้าง ลามไปเรื่อยทั่วทั้งโลก จนไม่สามารถหยุดยั้งได้ทัน ...มิเช่นนั้น การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด และต้นเหตุในที่นี้ ก็คือ เมืองนิวยอร์ค ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทดลองมรณะ



แต่แล้วมันก็สายเกินแก้ เมื่อการปิดเกาะแมนฮัตตันไม่ช่วยอะไร ...ผลลัพธ์ในอีก 3 ปีต่อมา จึงเหลือเพียงแค่เศษซากของตึกรามบ้านช่องใหญ่โต ที่ถูกทิ้งอย่างอ้างว้าง กลายเป็นสนามเด็กเล่นอันกว้างขว้างแต่รกร้างของ พันโท โรเบิร์ต ยอดนายทหาร ผู้เป็นมนุษย์คนสุดท้ายแห่งนิวยอร์คคนนี้

ถึงอย่างไรก็ตาม โรเบิร์ตก็ไม่ยอมปล่อยให้สนามเด็กเล่นแห่งนี้ ต้องรกร้างไปตลอดกาล... เขาใช้ความรู้อันเก่งกาจในด้านวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ พยายามต่อสู้กับเชื้อร้ายนี้ ด้วยการผลิตเซรุ่มที่จะใช้เปลี่ยนสภาพคนที่กลายพันธุ์ (เรียกว่า "ดาร์กซีกเกอร์") ให้กลับมาเป็นคนที่เรียกว่ามนุษย์ได้เช่นเดิม

หากแต่ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับการจะหา ดาร์กซีกเกอร์ สักตัวมาสังเวยยาของเขา ...เนื่องด้วยการใช้ชีวิตอย่างหนีหาย ในตอนกลางวัน ออกหากินในตอนกลางคืนของมัน ต้องสวนทางกับโรเบิร์ต ที่เวลากลางวันพยายามออกตามล่า แต่พอตกกลางคืนก็ถึงคราวหลบซ่อนอยู่ในบ้านที่แสงไฟไม่มีทางได้เล็ดลอดกับสุนัขคู่ใจหนึ่งตัว ที่คอยเป็นเพื่อนแก้เหงาให้ชีวิตที่ไม่มีใคร(เป็นคน)ของโรเบิร์ต



ความคิดแต่แรกเริ่มรู้เรื่อง ที่ทำให้ผมอยากดู I am Legend มากที่สุด ก็คือ... หนังจะพยายามหาทางจบฉากสุดท้ายได้อย่างไร เพื่อให้ทางออกของเรื่องราวดูดีที่สุด ...เพราะเท่าที่คิดๆดู มันก็ควรจะมีอยู่สองทาง ระหว่าง Happy กับ Saddy ซึ่งถ้าหนังเลือกทางแรก ก็ต้องดูว่ามันจะมักง่ายหรือเปล่า ในขณะอีกทาง ก็มองว่ามันจะทำให้รันทดได้ซะขนาดไหนเลยเชียว

ถ้าหนังต้องเลือกสักทาง ก็อยากรู้ว่ามันจะคิดหาจุดจบให้ โรเบิร์ต เนวิลล์ กลายเป็นตำนาน สมชื่อหนังได้หรือไม่... อันนี้ คือ สิ่งที่ต้องการที่สุดที่ผมอยากจะได้รู้



"I am Legend" ...ผลงานการกำกับเรื่องถัดมาของ "ฟรานซิส ลอว์เรนซ์" จาก "Constantine" ...หนังล่าปีศาจ ของ คีอานู รีฟส์ ที่เหมือนจะสนุก แต่ก็ไม่รู้สึกว่าจะมันส์ในอารมณ์อย่างใดๆ (แถมยังแถกสีข้างหาจุดจบได้เห่ยซะ)

การกำกับในหนที่สองของ ลอว์เรนซ์ มีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นกว่าเรื่องก่อน ...ถ้าจะมองในแง่ของการใช้ภาพเล่าเรื่อง เอาการแสดงของดาราเป็นที่ตั้งของความสนุก ลอว์เรนซ์ก็สามารถควบคุมในหน้าที่ของเขาได้ดี ...แล้วกับรายละเอียดปลีกย่อยทางอารมณ์ความรู้สึกในหลายๆฉาก ก็ถูกสื่อสารออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างเช่นในฉาก ครอบครัวสิงโต ก็นำภาพสะท้อนกลับไปยัง ตัวโรเบิร์ตที่เคยมีครอบครัวแต่ต้องสูญเสียไปให้กับหน้าที่การงานที่สำคัญกว่าคนที่เขารัก



ไม่ใช่แค่การสร้างความลึกและซึ้งต่อเรื่องราวเท่านั้น ...การถ่ายทำ ใช้มุมกล้อง และตัดต่อ ก็เสริมให้ตัวหนังมีฉากระทึกขวัญ ที่สร้างความกดดัน รู้สึกอันตรายไม่น่าไว้วางใจ พาลทำให้คนดูต้องลุ้นตื่นเต้นไปกับการกระทำ กระทั่งพฤติกรรมของ โรเบิร์ต ที่มีเบื้องหน้าอันเคลือบไปด้วยความแข็งแกร่งแบบทหาร แต่เนื้อในก็เต็มไปด้วยความอ่อนไหว ขยาดกลัว เช่นมนุษย์ทั่วไป

แล้วเมื่อเรื่องราวความสนุก ถูกรวมเข้ากับงานโปรดักชั่นก็ทำได้ถึง ก็ยิ่งหนุนนำให้การสื่อสารของหนังมีความขลัง ทรงพลัง ช่วยเสริมอารมณ์ให้อยากจะอินไปตามองค์ประกอบที่หนังพาไป ...สิ่งแรกที่หนังพาเราไปถึง ก็คือ 'เมืองนิวยอร์ค' อันรกร้าง ที่ให้ความรู้สึกหลอน หลอกความเป็นจริงในปัจจุบันได้อย่างแนบเนียน ...ถึงผมอาจจะเคยเห็นภาพแบบนี้กับเมืองลอนดอน ใน 28 Days/Weeks Later มาแล้ว แต่ผมก็ยังไม่รู้สึกว่าความพยายามของมันจะซ้ำซาก แถมสเกลงานที่มีความใหญ่กว่า ก็ยิ่งทำให้ตัวหนังได้เล่นหลอนกับสิ่งของสาธารณูปโภครอบตัวได้มากกว่าไปด้วย



อย่างที่สอง ที่เป็นตัวแปรผันของความสนุกน่าติดตาม ก็คือ พลังการแสดงของ "วิล สมิธ" ที่เล่นได้ถึง และไม่มากล้นเกินไปกับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในเวลาที่ต้องตื่นเต้น



แม้ตัวหนัง "The Persuit of Happyness" จะยังดีไม่พอต่อความประทับใจซาบซึ้งที่ผมจะรู้สึกได้ แต่กับการแสดงของพี่วิล ในเรื่องนั้น ก็ต้องยอมรับว่า ดีที่สุดกว่าทุกเรื่องที่เคยผ่านตา ...แล้วมากับในเรื่องล่าสุดนี้ ก็เป็นอีกครั้งที่พี่ท่านได้แสดงศักยภาพความสามารถได้น่าประทับใจ ...แม้ว่าคาแรกเตอร์ความเป็นฮีโร่ อาจจะดูเป็นแพทเทิร์นเดิมๆของเขาไปแล้ว แต่ความเป็นตัวละครที่แสดงออกมาในมุมที่อารมณ์นำเหนือลักษณะกายภาพ(อันกำยำบึกบีน) ก็ส่งผลให้แง่ความเป็นหนังดรามาถูกเคลือบแฝงไปกับทุกฉากที่ได้เห็นในหนังไซไฟ-ทริลเลอร์ เรื่องนี้



พี่วิล สามารถแบกหนังทั้งเรื่องให้คนดูต้องจดจ้องกับสิ่งที่เขาเป็น ...ผมเห็นใจในชะตากรรมของตัวละคร โรเบิร์ต ที่ถูกสื่อออกมาจากเหตุการณ์องค์ประกอบเรื่องราวตามบท รวมไปกับความรู้สึกที่สื่อออกมาผ่านสายตา สีหน้า และการควบคุมอารมณ์ให้เป็นไปตามฉากเหตุการณ์ที่เขาต้องเจอ ...เมื่อบวกไปกับอีกหนึ่งการแสดงที่น่าจดจำของน้องมะหมา นาม "แซม" ตัวประกอบสำคัญ ก็ยิ่งช่วยให้เราซาบซึ้ง(ทั้งน้ำตา) กับความผูกพันของคนกับสัตว์เลี้ยง ในช่วงเวลาอันโดดเดี่ยว อ้างว้างจับหัวใจ

เมื่อเรื่องราวของหนังได้ดำเนินมาถึงฉากสุดท้ายของมนุษย์คน(ที่กลายเป็นยังไม่)สุดท้าย ...ซึ่งที่ผมคาดหวังกับ I am Legend ก็สัมฤทธิ์ผล ได้ด้วยความเยี่ยมของ วิล สมิธ และวิธีการหาทางออกของบทหนังที่ดีที่สุดแล้ว ที่ทำให้ โรเบิร์ต เนวิลล์ ได้เป็นตำนาน อย่างที่ชื่อหนังพยายามจะทำให้เราได้รู้ซึ้ง



โดยรวมๆ ของบทหนังอาจจะให้รายละเอียดขององค์ประกอบได้ดีก็จริงอยู่ ...แต่ด้วยความเป็นหนังที่หวังทำขายตลาด ก็เลยยังดูจะขาด ละเลยในบางสิ่งที่มีเหตุมีผลไป มีจุดอ่อนในเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้หนังไม่ถึงกับน่าเชื่อถือเป็นที่สุด ... แถมในฉากสุดท้ายจริงๆ ที่เป็นตอนสรุปเรื่องราว ก็ดูจะราบรื่นเกินไปนิด ให้ความหวังกับเราสวยงามมากไปหน่อย ทั้งๆที่ฉากก่อนหน้าสร้างพลังได้แรงสูง ก็ถูกจูงฉุดให้อารมณ์อินต้องลงมากันดื้อๆ ...ถึงจะพอยอมรับได้อยู่ แต่ก็อยากให้สิ่งที่ยอมรับได้จริงๆ คือ แง่มุมสุดท้ายที่จะสะท้อนใจคนให้รู้สึกอะไรได้สุดๆ กับสิ่งที่หนังพยายามบอกเรา

สิ่งที่เรื่องราวของ I am Legend นำเสนอ...พยายามจะบอกให้เราต้องรู้สึก ถึงเรื่องวิวัฒนาการอันล้ำหน้า ที่ยิ่งมากเข้าก็ยิ่งนำพาหายนะมากำนัลแก่ชีวิตผู้คน แม้ต่อให้ดีมากมายสักเท่าไหร่ มันก็ย่อมมีแง่ร้ายแอบแฝงอยู่ในทุกๆสิ่งก็เท่านั้น ...อย่าคิดว่าทุกสิ่งจะต้องสวยงามไปเสียหมด และทุกอย่างจะแก้ไขได้ถ้ามันต้องผิดพลาด เพราะถ้าทำอะไรก็ประมาทไป สุดท้ายก็ชิ_หายได้พอกัน



"I am Legend" ...ถ้าอยากจะดูหนังสักเรื่อง ที่มีภาพตรึงอารมณ์ การแสดงอันทรงพลัง และบรรยากาศน่าประหวั่นพรั่นพรึง หนังเรื่องนี้ให้คุณได้ เว้นแต่ว่า คุณคาดหวังจะดูหนังแอ๊คชั่นมันส์ๆ เพราะชื่อ วิล สมิธ รับประกัน หรือกระทั่งเป็นคอลาบเลือดที่ปลาบปลื้มความระทึกขวัญเหนือสิ่งอื่นใด ...เพราะความเป็นจริงของ ข้าคือตำนาน ก็คือหนังดรามาเนิบนาบ ที่เคลือบความเป็นทริลเลอร์เร้าอารมณ์ไม่กี่ฉากกับเรื่องราวระทึกใจไม่กี่นาที ซึ่งก็ไม่ใช่ด้วยเหตุผลใดนอกเหนือไปจากการได้ชื่อว่าเป็น หนังตลาดมีฟอร์ม อีกเรื่องหนึ่ง

ขอแนะนำ...ครับ

เกรด A- ... {}

ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 15 ธันวาคม 2550
Last Update : 15 ธันวาคม 2550 1:04:21 น. 6 comments
Counter : 12709 Pageviews.

 
กำลังอยากไปดู ขอบคุณมากครับ


โดย: ตาอ้วนชวนคุย วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:2:20:01 น.  

 
I like Will Smith too. This movies is my next priority ka


โดย: Imperfect Mom วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:5:59:17 น.  

 
กำลังอยากไปดูพอดี


โดย: วีรดา IP: 124.120.38.133 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:10:56:16 น.  

 
ชอบค่ะ Drama บรรยากาศเรื่องกดดันสุดๆ...

รักเจ้าแซมมากเลย ตอนตายอึ้งไปเลย เศร้ามากๆ


โดย: neol(Little Dreamer) IP: 203.153.180.34 วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:10:38:45 น.  

 
ชอบการวิจารณ์แบบนี้จัง มัน++ ดีค่ะ
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน แวะไปดูที่บล็อกได้นะคะ
ยินดีที่ได้รู้จัก


โดย: sunshine (klint77 ) วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:16:09:59 น.  

 
+ เพิ่งดูมาเมื่อวานตอนย่ำค่ำครับ ... รู้สึกชอบช่วงต้นเรื่องที่เป็นอารมณ์ดราม่า แต่พอตอนใกล้จบ ดันเป็นหนังสูตรฮีโร่แบบฮอลลีวู้ด ฮอลลีวูด ไปซะนี่ เลยแอบเซ็งเป็ดนิดหน่อยอ่า
+ ฉากนิวยอร์กร้าง ถึงจะได้เห็นเยอะ (และมีหลายจุดที่คุ้นๆ ตา เพราะพี่เพิ่งไปมาได้ไม่นาน) ... แต่อารมณ์มันไม่หลอนเท่าลอนดอนร้างใน 28 Days อ่ะครับ คงเป็นเพราะมันดูเป็นภาพกราฟฟิกมากไปหน่อยละมั้ง
+ วิล สมิธ เล่นอารมณ์ดราม่าได้ดี ... แต่พี่ชอบทอม แฮงค์ส ใน Cast Away มากกว่าพอสมควรเลย เพราะสถานการณ์นั้นมันดูเป็นการ 'ติดเกาะ' จริงๆ แต่กับเรื่องนี้มันดูหลอกๆ ยังไงไม่รู้ ... เพราะหลายๆ อย่างก็ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างเช่น พระเอกไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม แต่น้ำมันในปั๊มมาจากไหนกันล่ะ ในเมื่อไม่มีคนในเมืองนี้แล้ว, น้ำ-ไฟ ต่างๆ อีก ทำไมยังมีใช้อยู่ได้ ... ส่วนพวกซอมบี้ ดูจากในหนังแสดงว่า ฉลาดพอสมควร สามารถเรียนรู้ได้ดี แต่ทำไมโง่หาพระเอกไม่เจออยู่ตั้งนาน แล้วหิวโหยกันแบบนั้นมาตั้ง 3 ปี หาอะไรกินไม่ได้ ไม่อดตายกันไปหมดแล้วเหรอนั่น ... และ 2 คนที่โผล่มาตอนสุดท้ายก็ดูเหมือนลอยๆ ว่าไปอยู่ที่ไหนกันมาเหรอตั้งนาน แล้วคนรอดมีแค่นี้เองเหรอ แล้วพวกในนิคมไม่คิดจะทำอะไรในโลกที่ถูกซอมบี้กลืนกินมั่งเหรอ ฯลฯ
+ พอรวมองค์ประกอบหนังทั้งหมดออกมา สำหรับพี่เลยอยู่ในระดับ 'พอดูได้ แก้เซ็ง' อ่ะครับ หุๆ (เพราะหนังที่พูดถึง ความหวัง และ ความศรัทธา ก็มีหลายเรื่องแล้วด้วยมั้ง เลยรู้สึกว่าประเด็นมันไม่ใหม่อะไร)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:17:59:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.