+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"The Forbidden Kingdom" ... เมื่อเสือสองตัวมาอยู่ร่วมถ้ำ ...แต่มิได้นำพาความสนุกยกกำลัง2 มาซะงั้น!



"The Forbidden Kingdom" ...อาจจะเป็นโปรเจกต์ในฝันของใครๆหลายคน ที่เคยวาดหวังจะอยากได้เจอ "เฉินหลง" และ "เจ็ท ลี" มาอยู่ร่วมจอ ในหนังเรื่องเดียวกัน ...แต่สำหรับผมนั้น ค่อนข้างจะเฉยๆ แม้กระทั่งตอนที่โปรเจกต์มีภาพให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรนัก

ถ้าถามในเรื่องของความชอบที่มีต่อเสือเอเชียนักสู้ทั้งสอง ผมอาจจะเคยเทความพิศวาสมาให้ ฝั่ง เฮียแจ๊คกี้ มากกว่า (ถ้าเป็นช่วงที่ยังเยาว์วัยไม่ประสีประสา) แต่ในวันนี้ ผมก็ไม่ได้เกิดความอยากชมงานของสองคนนี้มากมายอะไร หากหนังเรื่องนั้นๆไม่มีส่วนไหนที่ทำให้เกิดห้วงสนใจได้



ซึ่งสำหรับ The Forbidden Kingdom ก็อาจจะควรแก่การเข้าข่ายไม่ได้รู้สึกรู้สาอยากดูอะไรมากนักก็ยังเป็นได้ หากไม่มีโจทย์อยู่ข้อหนึ่งที่น่าสนใจ(แกมบังคับ)ให้อยากรู้ว่า... อดีตผู้กำกับหนังเด็กๆ ดูได้ทั้งครอบครัว อย่าง "ร็อบ มินคอฟฟ์" จะมาทำอะไรได้บ้างในหนังกำลังภายในทุนฮอลลีวู้ดมีฟอร์ม(เพราะดารานำ)เรื่องนี้

จากผลงานที่เคยประทับใจอย่างตราตรึง ในอีกหนึ่งคลาสสิคดีสนีย์ "The Lion King" และการสร้างตัวละครซีจีน่ารักน่าจำอย่าง "Stuart Little" ...การพลิกภาพลักษณ์กำกับหนังใสๆ มาเป็นหนัง(ใช้วิทยายุทธ์ผลัก)ไสๆ ก็ทำให้ผมอยากจะเห็นมุมมองการทำหนังต่อสู้ สไตล์ตะวันออกให้ออกมามีรสชาติตะวันตก ...มันจะเข้ากันได้สักกี่น้ำกัน หรือให้ต้องซดสักกี่จอก ถึงจะได้รู้สึกว่ามันอร่อยและกลมกล่อมกำลังดี

The Forbidden Kingdom ... ได้เค้าโครงเรื่องของ ตำนาน ไซอิ๋ว อันเคยคุ้นชาวเรา มาถูไถแถกถัน ผสมโรงกับเรื่องเล่าในตำนานจีนอีกเยอะแยะตาแปะไก่ ที่ยกกรุพงศาวดารเอามา ตั้งแต่ ตาเฒ่าหมัดเมา , แม่ทัพหยก , นางพญาผมขาว และอื่นๆ(ซึ่งนึกไม่ออก) ...แต่เมื่อนำมาเอามาเล่าเป็นภาษาหนัง ดันกลับด้นจุดเริ่มต้นให้ เด็กหนุ่มมะกันคนหนึ่ง มาเป็นตัวเดินเรื่องหลักซะอย่างงั้น



"เจสัน" เป็นเด็กหนุ่มมะกันคนหนึ่ง ที่เข้าข่ายคลั่งไคล้การชมหนังกังฟูเชื้อสายจีน แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นมวยอะไร และไม่เคยกล้าจะต่อสู้กับใครๆ จนแล้วก็นำพาความเดือดร้อนมาให้กับตาเฒ่าเจ้าของร้านเช่าหนัง ต้องได้รับอันตรายจากผู้ประสงค์ร้าย ...แต่ก่อนที่ตาเฒ่าจะซี้ม่องเท่งจากไป ก็มิวายจะฝากฝังให้ เจสัน ช่วยนำไม้พลองสีทอง ท่อนหนึ่ง ไปมอบยังเจ้าของที่ห่างเหินจากมันมานานแสนนาน ...ซึ่งเจ้าของไม้พลองท่อนนั้น ก็มิใช่ของใครอื่น นอกไปจาก ราชาวานร นาม "ซุนหงอคง" ที่เรารู้จักกันดี

ที่เล่าไปสั้นๆ ก็เป็นเพียงรายละเอียดส่วนแรกๆ ที่จะนำมาสู่การย้อนเวลาข้ามมิติ ...ที่สุดท้ายหลังจากความเป็นไปไม่ได้(ที่ไม่ต้องพึ่ง ไทม์แมชชีน) ก็ไม่เหลืออะไรให้คาดเดากันอีก ถึงจุดจบที่แท้จริงของมัน (คงไม่น่าใจร้าย..ใช่ไหม? ถ้าจะ SPOIL กันซึ่งๆหน้าตรงนี้เลย) ...และความเดิมๆ ที่ไม่แปลกใหม่อะไร ก็ย่อมเป็นอะไรที่ทำให้ผมไม่ใคร่จะอยากหวังกับหนังให้มากนัก หากจะขอกันจริงๆเอาจังๆ ก็แค่ให้ตัวหนังมีความสนุก ที่จะทำให้เราอยากรู้สึกติดตามไปกับมันแค่นั้นพอ



แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่ผมขอเป็นสำคัญกับหนังเรื่องนี้ ก็ยังไม่อาจให้คืนกลับมายังความรู้สึกเท่าที่ต้องการไว้ ...และสิ่งที่ได้มาจริงๆจังๆนั้น ก็คือ ความค่อนข้างจะเฉยชาไปตามเรื่องราวที่เดินหน้าแบบเชื่องๆซึมๆพิกล ...นี่ยังไม่รวมไปถึง ส่วนของบทหนังที่พิกลยังอาจน้อยไป หากควรแก่จะใช้คำว่า พิการ ย่อมมากกว่า



ปัญหาที่เกิดจาก ความอ่อนในเรื่องของเหตุผล และรายละเอียดปลีกย่อยที่ใส่เข้ามาแบบไม่ครบถ้วน ...ก็ยังคงเป็นเรื่องหนึ่งเรื่องสำคัญที่เหมือนจะแก้กันไม่ตกสำหรับหนังแอ๊คชั่นฮอลลีวู้ดจำนวนมากที่เน้นขายความฉูดฉาดจากฉากบู๊มากกว่าการใส่ใจเนื้อความ ...ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นให้เห็นใน The Forbidden Kingdom ก็เป็นเรื่องที่เห็นได้เด่นชัด และรู้สึกได้ถึงความสะดุดที่มีหลุมมีบ่อมากมาย โผล่พรวดตามเส้นเรื่องที่ดำเนินไป ...แม้อาจจะยังไม่พูดได้เต็มปากว่า บทเขียนออกมาอย่างย่ำแย่ เพราะมุมที่มีความพอดีก็ยังมีอยู่บ้างบางจังหวะ แต่ก็มิอาจมองข้ามภาพรวมเหล่านั้นไปได้หมดสิ้น ยังไงมันก็มีผลกระทบจะทำให้มวลความสนุกของตัวหนังต้องลดลง

ความอ่อนย่อมเป็นเรื่องหนึ่งที่อาจจะไม่มีผลอะไรมากมายเลยก็ได้ ถ้าหนังเรื่องนั้นสามารถถมเอาความเพลิดเพลินลงไปปิดจนมิด ...แต่ The Forbidden Kingdom ก็ยังไม่ใช่หนังเรื่องนั้น(สำหรับผม)ที่จะถมเอาความเพลิดเพลินมาช่วยหนังอะไรไว้อย่างหมดจด ...มันก็แค่มีอยู่บ้าง ที่พอทำให้สนุก แต่ตัวสัดส่วน ความงั้นๆ มันก็ยังมากกว่า ความน่าติดตาม



ส่วนที่ทำให้ผมพอสนุกกับมันได้ ...ก็คงไม่พ้นไปจาก บรรดาฉากแอ๊คชั่น ที่ได้มืออาชีพแห่งหนังกังฟูอันดับต้นๆ อย่าง "หยวนวูปิง" เมคขึ้นมา ภายใต้การร่วมประสานงานของ สองเสือ Jacky&Jet ...บวกกับการถ่ายภาพ(จากมือกล้อง Crouching Tiger, Hidden Dragon) ที่ฉวัดเฉวียนเนียนๆไปกับจังหวะลุ้น ที่อาจไม่ถึงกับหนักแน่น แต่ก็พอทำให้ตาตื่นๆ ตัวตึงๆ ได้บ้าง



ส่วนความรู้สึกที่งั้นๆ แทบทั้งหมด ...ก็คงต้องโทษไปยัง ตัวบท ที่อ่อน ร่วมผสานกับการกำกับของ มินคอฟฟ์ ที่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกว่าเขา จะเข้าใจในวิถีของหนังวิทยายุทธ์เอเชียได้ดีพอ ...ยิ่งพอมาจับผสมด้วยกลิ่นอายความเป็นฮอลลีวู้ดทุนหนักลงไป ก็ชวนให้อดคิดถึง "Memoirs of a Geisha" ไม่ได้ ...เพราะทั้งสองเรื่องก็ ล้วนแต่เป็นความพยายามที่ไม่สมควรแก่การแหวกประเพณีไม่ว่าจะมองในมุมที่สมจริง หรือว่ามันเป็นเพียงหนังที่ไม่จำเป็นต้องถูกต้องในทุกกระบวนท่า

เมื่อดู The Forbidden Kingdom จนจบครบถ้วน(ด้วยความพยายามที่ค่อนข้างสูง) ...ก็อยากจะจริงใจ ขอให้ มินคอฟฟ์ กลับไปย้ำรอยเดิมๆ ในหนังครอบครัวขายความประทับใจ ยังน่าจะอยู่ตัวดีกว่า การผันเปลี่ยนมือมาสร้างหนังมีฟอร์มทุนสูง แล้วอาจไม่เข้าใจในองค์ประกอบที่จะทำให้มันสนุกได้อย่างเท่าเทียมสำหรับทุกคน และทุกวัย



การเจอะกันของสองเสือเป็นครั้งแรก อาจไม่มีอะไรให้พูดถึงมากนัก ในแง่ความตื่นเต้น ...แต่จากสิ่งที่ได้เห็นในการประยุทธ์ ต่างก็ดูเซียนอย่างเท่าเทียม มิสามารถประเมินคะแนนว่าใครจะมากหรือน้อยกว่า (แต่ถ้ารวม การใช้ลวดสลิงเกี่ยวขึงประคองความชรา ลงไปด้วยอีกหนึ่ง ..ก็คงจำใจต้องตัดคะแนนจ๊าบเจ๋งของเสือน้อยทั้งสองไปไม่น้อยๆเลยทีเดียว 555+) ...การแจมความสวยเทพของสองสาว "หลิวอี้เฟย" และ "หลี่ปิงปิง" สามารถช่วยหนังไว้ได้มาก ในเรื่องของความเพลินตาสำหรับบรรดาหนุ่มๆผู้หื่นกระหายความงามนัยน์ตามังกร ...ส่วนฝรั่งหนึ่งเดียวอย่าง "ไมเคิล แองการาโน่" ...ต่อให้มีบทบาทมากกว่าใครสักเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นความสำคัญอะไรที่จะเรียกเขาว่าเป็นพระเอกเล้ยยยยย

"The Forbidden Kingdom" ... อาจเป็นอีกหนึ่งหนังที่ดูเอาเพลินสำหรับใครๆที่อยากเจอการประทะของสองเสือผู้ยิ่งใหญ่ แต่การสร้างความรู้สึกอยากเพลินในมุมของผม กลับเจอความลำบากนานาที่พาลทำให้ไม่สะดวกใจจะสนุกอะไรหนักหนา ...ถ้าจะพูดว่าผิดหวัง(ทั้งๆที่ไม่ได้หวัง) ก็อาจจะถูก แต่ถ้าประเมินจากการเสียตังค์ ก็ยังไม่ถึงกับเสียดาย เพียงแค่ ยังไม่คุ้มค่าเท่าที่ต้องการ

เกรด B- ... {}

UPDATE!!! : เพิ่งทราบมาว่า หนังฉบับเต็มๆในอเมริกาฉายใช้เวลา 1 ชั่วโมง 54 นาที ...แต่ในบ้านเรา ถูกค่ายเสี่ยเจียงตัดหั่นซอยเล็มซะม่อต๊อ เหลือแค่ชั่วโมงครึ่ง (เหตุผลก็คงจะเลี่ยงไปจาก...การหาเรื่องทำให้รอบฉายเยอะ ทำเงินมากขึ้นไปได้)

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ...เรื่องที่ติไปเสียส่วนใหญ่ คงไม่ใช่เรื่องผิดของตัวหนังมันแล้ว แต่ผิดที่คนจำหน่ายในบ้านเรา มันเห็นแก่ได้จนเกินเลย

ต่อไปนี้คงฝากความหวังไว้ใจอะไรกับ ...สหมงคล ไม่ได้แล้วละมั้ง

ปล. ตอนนี้ผมคงต้องโฆษณาให้รอ DVD กันไปเลยจะดีกว่าละมั้ง


"สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนังได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน"




ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 19 เมษายน 2551
Last Update : 19 เมษายน 2551 14:20:52 น. 8 comments
Counter : 2535 Pageviews.

 
สงสัยคนแก่มาบ่ออะไรให้เด็กนั่งฟัง กะหนังที่น่าสนุกกลับทำงานกร่อย เอิ้ก


โดย: ชอบว่าอะไรที่ตรง ดูจริงใจแต่คิดแล้วมันไร้เพื่อน (PC-MOD ) วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:6:55:00 น.  

 


โดย: shame_of_sins วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:16:27:52 น.  

 
แวะมาทักทายนะคะ..

เสียดายจัง ยังไม่ได้ชมเลย.. มันยังไม่เข้าอ่ะนะ..

เลยมาคุยอะไรต่อท้ายไม่ได้..

ว่างๆก็แวะไปเยี่ยมบลอกหนูบ้างนะเคอะ


โดย: จูริง วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:0:31:36 น.  

 
ก็มีปัญหาที่บทจริงแหละครับ เฉินหลงโผล่มาเฉย ๆ เป็นจับพลัดจับผลูซะงั้น แล้วหนังน่าจะใส่เรื่องการฝึกฝนวิชาเพิ่มเข้าไป รวมถึงการเดินทางที่น่าจะเป็นแรมปี เพราะกังฟูไม่ใช่หมากฮอร์ส จะได้เป็นแค่สองสามวัน ให้พระเอกดูแกร่งกร้าวขึ้นหน่อย และจะได้เพิ่มเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ไปด้วย (เรื่องแบบนี้ เอรากอน ก็สอบตกมาแล้ว) ที่สนุกสุดคงเป็นฉากปะทะกันระหว่าง เจ๊ทลีกับเฉินหลง ที่ดูสนุกกว่าไคลแม็กซ์ซะอีก เลยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวร้ายไปเลยท่าจะดี แต่ผมว่ายังไงก็ดีกว่า เดอะพรอมิส นะครับ ทั้งที่ผมรักหนังเรื่องแฟร์เวลทูมายคอรคิวบายมาก แต่เรื่องนี้เฮียเฉินข่ายเก๋อแกออกทะเลไปเยอะเชียว อ้อ ดีกว่าเซเว่นสวอร์ดด้วย แต่พ่ายเฮียโจวซิงฉือไปหลายขุมเลยครับ ตอนนี้คนนี้เป้นความหวังของหนังกำลังภายในจีนไปแล้ว (แต่ก็ยังหวังให้ฉีเคอะคืนฟอร์มได้นะครับ) หลี่อันก็โอเค แต่จอห์นวูผมไม่เอาแร้ว


โดย: หมายิ้มสตูดิโอ (Mayim ) วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:23:53:14 น.  

 
+ แฮะๆ พี่คงไม่ได้ดูอ่ะครับ เรื่องเนี้ยะ แวะมาอ่านเจ๋ยๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:13:11:41 น.  

 
สำหรับผม ชอบมากครับ ทั้งๆที่ปกติไม่ชอบดูหนังแนวแอ็คชั่น สักเท่าไหร่นะ

ผมคิดว่าเป็นหนังที่คุ้มค่ามากๆในช่วงนี้ ที่ได้ดูในโรง


โดย: YoiChi_KinG IP: 125.24.179.78 วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:16:33:09 น.  

 
ผมคงรอแผ่นดีก่า แหะๆ


โดย: HOngZuKae IP: 58.64.104.108 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:12:09 น.  

 
เอ่อ พอดีชอบ Jet Li อะค่ะ

เลยลำเอียงเข้าข้างหนังไปเยอะ ^ ^


โดย: w series IP: 58.147.35.28 วันที่: 21 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:29:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.