+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
“New York, I Love You” … ‘นิวยอร์ค’ จ๋า ฉันไม่อาจรักเธอได้เช่น ‘ปารีส’ แต่ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอก

ประกาศ...ประกาศ!!

ผมมี Twitter เป็นของตัวเองแล้วนะครับ.. ใครสนใจจะ follow ผม ก็ขอชวน follow เข้ามากันที่.. //twitter.com/once_upon_a_man

มีอะไรไวว่อง อยากจะบอก อยากจะพูด จะรีบมาอัพเดทที่ทวีตทันทีทันใดเลยนะครับ ..ขอขอบคุณที่รับผมเป็นเพื่อนครับ







หลังจากสองปีก่อน เราเคยได้ไปเที่ยวชม เมืองหลวงแห่งฝรั่งเศส นามว่า “ปารีส” ผ่านมุมมองหลายหลากของ 20 ไกด์กิตติมศักดิ์ ที่เป็นผู้กำกับหนังมีชื่อเสียง ไม่ว่าในแวดวงหนังตลาด หรือว่าอาร์ต และอินดี้ ก็มีมาร่วมกันหมด และพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ร่วมกันสร้างหนังยาวรวมเรื่องสั้นที่สุดแสนจะน่ารักน่าหลงออกมาเรื่องหนึ่ง ที่แม้จะมีบางตอนบางเรื่องยังทำไม่เก็ต ไม่เคลียร์ ดูแล้วมึนๆ แต่โดยภาพรวม จัดว่า “Paris, Je T’aime” มีความลงตัวมากๆ อย่างหาได้ยากจากการดูหนังยาวรวมเรื่องสั้นสักเรื่องหนึ่ง

แล้วก็ด้วยความที่หนังมันประสบความสำเร็จ ในใจใครต่อใครไปถ้วนทั่ว แม้กับคนดูที่ไม่เคยจะอินได้ไปเยือน เมืองที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง มาก่อนเลยก็ตามที ..อย่างนี้ จึงไม่แปลกอะไรที่เราจะได้เห็น การกลับมาของภาคต่อ(ที่น่าจะเรียกอย่างนั้นได้มั้ง) พร้อมกับสถานที่เกิดเหตุรักแห่งใหม่ๆ อันเป็นความตั้งใจของคนสร้างมาแต่ต้น ที่อยากจะทำหนังเช่นนี้ออกมา อย่างน้อยๆก็ต้องเป็น ไตรภาค

โดยในจุดเริ่มต้นของการเป็นหนังภาคต่อ ในตระกูล ฉันรักเธอ ..ส้มก็ได้มาหล่นทับใส่เมืองแอ๊ปเปิ้ลยักษ์เต็มๆ อย่าง “นิวยอร์ค” และชื่อพ่วงท้ายหนัง ที่เคยเป็นคำฝรั่งเศส ก็ได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นภาษาอังกฤษที่เราคุ้นเคยกันดี รวมๆเป็น “New York, I Love You” ..กับหนังยาวรวมเรื่องสั้นทั้งหมด 11 เรื่อง ของ 11 ผู้กำกับ ที่จะมาแสดงออกถึงความรักในเมืองใหญ่ของชาวมะกัน ที่ๆเป็นได้ทั้ง เมืองแห่งเศรษฐกิจโลกที่ไม่เคยหลับใหล และเมืองที่ความโรแมนติก แอบหลบอยู่ในซอกหลืบเล็กๆ ไม่ชอบแสดงตัว






แม้หนังจะตั้งใจบ่งบอกไปในตัวว่า ที่แห่งนี้ เป็นที่ๆแทบหาความโรแมนติกไม่เจอเลย แล้วหากจะมีความรัก ก็มักเป็นเรื่องที่ผิวเผินเสียจนเหมือนคนที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของกันและกัน แต่สักจะอยากมีความสัมพันธ์ทางเพศ เมื่อใจปรารถนา (ดังแสดงออกมาผ่านหลายตอนของหนัง..ที่ตัวละครในตอนนั้นๆ หลงใหลได้ปลื้มใน Sex เพียงชั่ววูบมากกว่า) แต่ NY ก็พอจะสามารถตอบโจทย์ของคำว่า I Love You ได้ ผ่านทางภาพที่เราได้เห็นผู้คนหลายหลาก ชาติพันธุ์ ความคิด และการแสดงออก ที่บ่งบอกถึง การเป็นคนนิวยอร์ค ที่มีความรักในที่ๆเขาอยู่ อย่างเต็มที่ ..แม้ชีวิตจะน่าอลหม่าน สับสน วุ่นวายเพียงใด แต่ทั้งตัวและหัวใจของตัวละคร ไม่สามารถจะจากที่แห่งนี้ไปได้อีกแล้ว (แทบไม่มีใครในเรื่อง ใส่ร้าย นิวยอร์ค เลยสักกะคน..ทั้งๆที่มีเรื่องให้น่าใส่ได้ตั้งมากมาย)

แต่ถึงกระนั้น จุดประสงค์อันแท้จริงที่ผมคิดหวังไว้ กับการดู NY, I Love You ไม่ใช่เพื่อจะมาพบประโยคบอกเล่าถึงความรักของชาว NY ที่มีต่อเมืองที่เขารัก ..หากจะต้องการมาเยือน ที่แห่งนี้ เพียงในช่วงสั้นๆ แต่สามารถจะจดจำหนังเรื่องนี้ไปได้นานๆ ดังเช่นเดียวกับที่ๆ ปารีส ก็เคยทำมาก่อน

แล้วผลลัพธ์ก็ปรากฎว่า ..ผมไม่ได้ตกหลุมรักใน นิวยอร์ค จากหนังเรื่องนี้ ...ยิ่งถ้าให้เทียบกับบรรดาพวกหนังที่แสดงความรักต่อ นิวยอร์ค ของชาว NY ตัวจริงอย่าง “วู้ดดี้ อัลเลน” แล้ว ก็ยิ่งจะห่างไกล




NY, I Love You ทำออกมาอย่างดูผิวเผินเหลือเกิน สำหรับการเป็นหนังยาวรวมเรื่องสั้น ที่ใส่ใจลงไปน้อยเกินไป จนกลายเป็นว่า เราแทบไม่ได้สัมผัสห้วงแห่งความประทับใจในภาคใหม่ ภาคนี้เลย



ซึ่งถ้าถามว่า ผมประทับใจในตอนไหนของภาคสอง เป็นพิเศษแล้วละก็ ..จากที่มี 11 เรื่องทั้งหมด จะถูกหั่นเสียไปถึง 10 และหลงเหลือเพียงแค่ตอนของ คู่รักวัยชรากับการเดินทางแสนลำบากในวันครบรอบแต่งงาน ..ซึ่งถือเป็นเรื่องเดียว ที่ได้เรียกใช้ศักยภาพของหนังสั้นออกมาได้ครบ และให้ความสนุกอย่างมาก ผ่านการสนทนาแสนสุดฮา อันน่ารักน่าเอ็นดูของ ปู่กะย่า ที่จบลงด้วยความหวานซึ้ง ..คือ ครบเครื่องความเพลิดเพลินแบบหนังสั้น จนกลายเป็นความลงตัวถึงที่สุดแล้ว สำหรับ NY, I Love You

ส่วนอีก 10 ตอนที่ ถูกผมปฏิเสธในความประทับใจไปแล้วนั้น ..ก็ใช่ว่า 10 ตอนเหล่านี้ จะออกมาขี้ริ้วขี้เหร่ จนไม่น่าจดจำอะไรเลยนักหรอก เพียงแต่ความสนุก จะลดหลั่นลงไปตามความเก็ทที่ผมมีต่อเรื่องในแต่ละตอนอยู่มากน้อย



บางโมเมนท์ก็อาจดึงดูด ดูสนุกแบบเพลินๆ สร้างความน่าติดตามในเรื่องราวให้กับผมได้ ..อย่างใน เรื่องของคนแต่งเพลงกับผู้ช่วยสาวที่ไม่เคยเห็นหน้า และ การสนทนาอันมีเลศนัยอยากขึ้นเตียง ของหนึ่งคู่หนุ่มสาว และหนึ่งคู่วัยกลางคน ในต่างที่ต่างวาระ

แต่อีกหลายโมเมนท์ที่เหลือจากนั้น ผมรู้สึกเพลินไปกับหนังได้ไม่เต็มที่นัก ..โดยห้วงอารมณ์หนึ่งอาจจะคิดว่าหนังมันยังกั้ก ปล่อยอะไรได้ไม่สุด แต่เมื่อคิดในอีกห้วงหนึ่ง อย่างเปรียบเทียบกับภาค ปารีส ผมพบว่า นิวยอร์ค ไม่ได้ใช้เวลาที่มีมากขึ้น (เพราะตอนน้อยลง) อย่างคุ้มค่า และไม่รู้ว่าจะจงใจหรือไม่ (สำหรับบางเรื่องบางตอน) ที่ปรารถนาจะชอบทำค้างคา ให้คนดูไปคิดต่อยอดเอาเอง

คือถ้าเป็นไม่กี่เรื่องอาจจะไม่ว่าอะไร แต่เมื่อมันได้เกินกว่าครึ่งของหนังภาคนี้ไปแล้ว ..ผมได้แต่รู้สึกว่า หนังจงใจจะอาร์ตจนเกินไป ..แล้วถ้าทำอาร์ต ออกมาได้น่าหลงใหล ก็คงไม่ผิดอะไร (เช่นที่ภาคก่อนก็เคยมีอยู่บ้าง) แต่ภาคนี้ผิดเต็มๆ ที่อาร์ตอย่างไม่มีเอกลักษณ์






เรื่องราวใน NY, I Love You มาแทบจะโทนเดียวกัน อารมณ์เดียวกันไปทั้งเรื่อง ..เหมือนว่าหนังจะได้รับการเขียนบทจากคนๆเดียว หรือไม่ก็อาจจะโดนบลีฟจากคนสร้าง ให้รักษาความต่อเนื่องจนเป็นเส้นตรง (แถมยังมีฉากที่แสดงถึง การข้ามมารู้จักกันของตัวละครในแต่ละตอน) ...หากถามว่า มันดีมั้ย ที่ทำเช่นนี้ ผมก็คงถือว่าดี ในแง่ที่จะทำให้คนดูไม่มีอารมณ์ขึ้นๆ(ชอบ)ลงๆ(ไม่ชอบ)ไปกับหนัง ดังเช่นที่ ปารีส เคยทำไว้ก่อน

แต่เมื่อถามว่า มันดีต่อ NY, I Love You หรือเปล่า ..ผมก็ตอบได้เลยว่า ไม่ แถมยังจะต้องเสียเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเป็นเสน่ห์ของหนังในตระกูลฉันรักเธอไปอย่างน่าเสียดาย

เอกลักษณ์ที่เป็นได้ทั้ง ลายเซ็นของผู้กำกับแต่ละคน และแนวความคิดอันแตกต่าง ที่มีต่อหนังแต่ละตอน ..คือ สิ่งสำคัญที่ นิวยอร์ค ได้ทำพลาดไป ทั้งส่งผลให้ไม่สามารถทำหนังออกมาดี ได้เทียบเคียงอย่างที่ ปารีส เคยทำไว้



ซึ่งแม้ ปารีส จะมีทั้งตอนที่ดีมาก ดี ใช้ได้ และไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จับมาผสมรวมคละเคล้ากันไป ตามแต่เราจะเข้าถึงหนังได้มากน้อย หากเมื่อเอามาหาค่าเฉลี่ยของทั้งเรื่องแล้ว คะแนนก็ยังออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก

แต่เมื่อหนัง ฉันรักเธอ มันได้เดินทางมาสู่ที่แห่งใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงด้วยความคิดที่ว่า เพื่อสิ่งที่ดีกว่า ...ทุกคนที่เคยรู้จัก ปารีส ฉันรักเธอ ก็ได้พบว่า มันไม่ได้ดีกว่าหรอก และมันก็กลายมาเป็นหนังรวมเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเกือบดี ดูแล้วไม่ค่อยลงตัว แม้จะยังสนุกได้มากหรือน้อยตามปรารถนา ก็ไม่รู้สึกอิ่ม จนต้องอยากดูแล้วดูอีก แต่อย่างใด

โดยที่คงไม่ต้องไปพูดถึงว่า หลังจากดูจบแล้ว ‘เราจะหลงรักนิวยอร์ค(จากหนังเรื่องนี้)ได้หรือไม่?’ ..และถึงจะต้องตอบคำถามนี้ หลายคนก็คงมีคำตอบเดียวอยู่ในใจ คือ “ไม่ใช่แน่นอน”

และหากอยากรัก นิวยอร์ค ได้จริง ..ขอพูดอีกสักครั้งว่า วู้ดดี้ อัลเลน ช่วยคุณได้

และสุดท้ายนี้ หวังว่าที่ “ปักกิ่ง” ..ผม(และอีกหลายๆคน)คงจะสมหวัง ได้พูดคำว่า ฉันรักเธอ อีกสักครั้งหนึ่ง ก็แล้วกัน




เกรด B+ ... {}





ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ




Create Date : 30 ตุลาคม 2552
Last Update : 30 ตุลาคม 2552 3:32:03 น. 2 comments
Counter : 2295 Pageviews.

 
ยังไม่ได้ดู NY ค่ะ อยู่ต่างจังหวัดคงต้องรออีกหน่อย
แต่ดู Paris แล้ว ไม่ค่อยชอบค่ะ รู้สึกว่าหนังมันอาร์ตไป
บางตอนดูแล้วเหมือนไม่มีที่มาที่ไป อาจจะเป็นเพราะไม่ชอบดูหนังสั้นด้วยมั๊งค่ะ


โดย: Bua IP: 61.7.144.43 วันที่: 30 ตุลาคม 2552 เวลา:7:39:08 น.  

 
ผมชอบมากกว่านะครับ

หนังของวู้ดดี้ ยังไม่เคยดู

แต่ชอบเพราะความต่อเนื่องนี่แหละ

มันมีอะไรนิดๆหน่อยๆให้ดูตลอดดีครับ

ปารีส มันไม่เน้นผู้คนเท่าไหร่ เหมือนเน้นฉากมากกว่า


โดย: NiGht pRincE IP: 58.64.68.233 วันที่: 2 มกราคม 2553 เวลา:1:27:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.