+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {The Best of 2009} : “การแสดงที่สุดแห่งความประทับใจ” ของผม คือ...?



ขอสวัสดีปีใหม่ 2553… และยินดีต้อนรับ ทุกๆท่านเข้าสู่การสรุปทุกความรู้สึกของผม OncE UPoN'-'a MaN ที่มีต่อเรื่องราวของภาพยนตร์ ใน 365 รอบวันที่ผ่านมา ในปี 2552 ที่เพิ่งพ้นไป ...กับ "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" {The Best of 2009} นะครับ...



{The Best of 2009} ที่ผ่านพ้นมาแล้ว.. ขอชวนย้อนกลับไปอ่านกันได้ โดยคลิกที่แบนเนอร์ข้างล่างนี้เลยครับผม









เก็บเอาหนังที่ไม่ปลื้ม และหนังที่ดูในบ้าน ไปครบหมดทุกกระบวนท่าแล้ว ..ก็ต้องมาว่ากันเฉพาะ หนังที่ดูในโรง และปลาบปลื้มแล้วนะครับ โดยจะเริ่มจากบล็อกนี้เลย

แต่ก่อนที่จะว่ากันในรายละเอียดที่เกี่ยวกับอะไรที่ปลาบปลื้มเหล่านี้แล้ว ผมคงต้องขอบอกถึงเกณฑ์การจัดอันดับความปลาบปลื้ม ของผมก่อนละกันนะครับ ...เพราะโดยส่วนตัว มีแนวความคิดที่แตกต่างกับคนอื่นเขาไปบ้าง

ซึ่งก็ด้วยความรู้สึกที่มีอย่างแปลกแยกออกไปตามแต่หนังหลายหลากเรื่อง จะพาให้อิน จะพาให้ชอบ ...การตัดสินใจที่จะลงเอยเอาความรู้สึกหนึ่งรู้สึกใด มาเป็นตัวชี้วัด จึงเป็นประเด็นแรกสุดที่ผมจะเลือกเอาแต่บรรดาเหล่า หนังเกรด A (แบ่งเป็น A และ A-) ซึ่งเป็นหนังที่เข้าข่ายว่าชอบ ว่าเป็นหนังดี(ในความคิดของผม)ทุกๆเรื่อง และมีอะไรให้รู้สึกประทับใจ มากกว่าความเป็นหนังดูเอาสนุกๆ แค่เรื่องหนึ่ง

การคัดเอาแต่หนังเกรด A มาประเมินก็อาจดูจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรนัก แต่เมื่อเอาจำนวนทั้งหมดทั้งมวลที่คัดสรรไว้ มากลั่นกรองในอีกลำดับขั้นถัดมา จึงได้กลายเป็นเรื่องที่น่าอลวนเวิ่นเวอกันไป ...ก็ทั้งนี้ มันจะต้องมาเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำการตัดสินใจคัดเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยความรู้สึกที่ชอบเป็นที่สุด ในแต่ละส่วนสาขาที่มีความสำคัญแตกต่างกันออกไปในหนังแต่ละเรื่อง


และ สาขาที่ว่าด้วยความปลาบปลื้ม สาขาแรกที่จะปรากฏในบล็อกนี้ ผมก็จะว่ากันแต่เฉพาะเรื่องของ...




The Best of ‘Performance’
‘การแสดง’ ที่สุดแห่งความประทับใจ



ในปีที่ผ่านมา ได้มีหลายร้อยบทบาทการแสดงที่ได้ฝากฝังไว้ซึ่งลีลา วาทะ และศิลปะ ในการเล่นหนัง ...มีทั้งบางคนที่ทำอะไรให้หนังไม่ได้เลย หรือบางคนก็ยังเป็นได้แค่ไม้ประดับ มีบางคนที่ทำหน้าที่ได้ดีสมบทคาแรกเตอร์ แต่กับบางคนส่วนน้อยที่สุดนี้ เขาและเธอคือความยอดเยี่ยมทั้งในภาพลักษณ์ และฝีไม้ลายมือที่มีอะไรให้คนดูต้องรู้สึกประทับใจไปกับการสวมวิญญาณของนักแสดงเหล่านี้

แต่กระนั้น ในบรรดาเหล่าคนที่น่าประทับใจ ..ก็ยังมีบางคนที่จำต้องตกสำรวจไปเฉยๆ เนื่องจากว่า ตัวหนัง ทำได้ไม่ถึงระดับเกรด A ที่ผมวางเป้าเอาไว้แต่แรกนั่นเอง

ดังนั้นแล้ว เพื่อไม่ให้เขาหรือเธอน้อยใจ ผมก็จะจัดแบ่งอีกหนึ่งสาขาย่อยออกมา ในฐานะที่การแสดงของคณะบุคคลเหล่านี้ มันช่างดูยอดเยี่ยม หรือน่าจดจำ จนไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เขาหรือเธอ โดดเด่นอย่างรุนแรง สำหรับหนังเรื่องนั้นๆ(ที่ไม่ได้ดีเด่อะไรนัก) เลยทีเดียว



5 การแสดง ..ที่สุดแห่งความโดดเด่น






1) “มาช่า วัฒนพานิช”
“มาช่า” ใน “5 แพร่ง”


ที่หนัง 5 แพร่ง แร๊งงงงงง จนสามารถเก็บร้อยล้านเข้ากระเป๋า GTH ไปได้สบายๆ ...ส่วนหนึ่งในหนังรวมเรื่องสั้นแนวผีๆ ภาคต่อเรื่องนี้ ที่สำคัญ จนส่งผลให้แร๊งงงงงง อย่างถึงที่สุด ก็คงต้องยกผลประโยชน์ให้กับ ความเป็นตัวแม่ของดาราผู้มากความสามารถ นามว่า มาช่า ผู้นี้

ความโดดเด่นของเธอคนนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ ความขึ้นหิ้งในเรื่องฝีมือการวาดลีลาแสดงระดับขั้นเทพ มาแต่ไหนแต่ไร เท่านั้น ..หากครานี้กับ การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “คนกอง” (ภาคต่อ ที่ไม่ต่อกันของ “คนกลาง”) เธอยังขึ้นสู่จุดพีคได้สุดๆ อีกครั้งตรงที่ เธอไม่ไหวจะดรามา แต่เลือกจะเล่นตลก ได้เกิด เกิด และเกิด เอาสุดๆ

แม้ตัวหนัง คนกอง อย่างเดียว จะว่าเอาอยู่ในเรื่องของความช่างคิด สร้างสรรค์ และเล่าเรื่อง เฉลยมุข ได้ร้ายกาจ จนอดจะขำให้กับมันไม่ได้เลยจริงๆ ..แต่ถึงยังไงคนที่ดึงให้คนดูรู้สึกสนุกกับหนังตอนนี้ ได้มากสุดๆ จนฉุดความนิ่งเฉยไว้ไม่อยู่อีกต่อไปในที่นี้ ก็ย่อมปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่านี่ก็คือ อีกหนึ่งในบทที่แจ้งเกิดให้พี่ช่า ยังไปต่อบนถนนสายมายาได้อีกยาวไกล ...ถึงต่อตราบใด จะไม่มีใครให้เล่นดรามา ก็อย่าลืมพิจารณาให้เธอ มาทางคอมเมดี้ บ้างก็จะดีมิใช่น้อย!





2) “เซียนนา มิลเลอร์”
“บารอนเนส” ใน “G.I. Joe : The Rise of Cobra”


หนังเรื่องนี้ มีดีไม่มากนักหรอก ..เอาที่พอให้น่าสนใจ มันก็คงมีแต่ ฉากแอ๊คชั่น ที่ทำออกมาได้สนุกตามสไตล์อดีตผู้กำกับ The Mummy สองภาคแรก

และอีกหนึ่งที่ติดตรึงใจยิ่งๆ ก็คือ ความเซ็กซี่บาดจิต ในชุดหนังรัดรูปที่แจ๋วแหวว ซึ่งอยู่บนเรือนร่างของสาว มิลเลอร์ ผู้น่าหลงใหลคนนี้นี่เอง ..แล้วยิ่งถ้ามาถามว่า การแสดงของดาราสาวคนไหนในปีนี้ ที่เข้าข่าย กินไม่ได้ แต่เท่ห์! มากที่สุด ควรจะเป็นใคร ผมขอยกให้ บทบาท บารอนเนส ในหนังเรื่องนี้ รับไปเต็มๆ เลย

จากปกติที่ไม่ค่อยให้ความสนใจ เซียนนา มิลเลอร์ ..หลังจากนี้เป็นต้นมา หนังเรื่องไหน มีชื่อของเธออยู่ในนั้น ผมก็พร้อมจะโฟกัสมันในทันที





3) “ซูอี้ เดสซาเนล”
“อัลลิสัน” ใน “Yes Man”


เธอคนนี้ เป็นกรณีเดียวกันกับ สาวมิลเลอร์ ข้างบน ..คือ โดยส่วนตัว ไม่ได้เคยให้ความสนใจสักเท่าไหร่ แม้จะรู้จักผ่านตาผลงานมาบ้างก็ตามที

แต่เมื่อมาในเรื่องนี้ ที่เธอได้มาประกบตัวพ่อด้านตลกจิตป่วนอย่าง “จิม แคร์รี่” ..ทั้งที่ความสำคัญของตัวละคร ก็ไม่ได้ออกจอมามากเท่าตัวพี่พระเอกท่านเขาหรอก ...แต่พอถึงเวลาไหนที่มีเธออยู่บนจอนั่นแหละ ผมกลับรู้สึกต้องตกอยู่ในภวังค์รักสาวนัยน์ตาแบ๊ว คนนี้ในทันใด

ซึ่งถ้าให้ถามถึง มนตร์คาถาใดๆหนอ ที่ทำให้ผมใหลหลงเธอได้เต็มๆ เช่นนี้แล้ว ..ขอให้ลองดูเอาแค่ฉาก ร้องเพลง “Sweet Ballad” ฉากเดียว ก็ถือว่าเพียงพอ ...คุณก็จะรู้ได้เลยว่า มนตร์บทนี้ มันช่างมีฤทธานุภาพที่รุนแรงเหลือเกิน





4) “มิกกี้ รู้ค”
“แรนดี้” ใน “The Wrestler”


จากที่เคยตกอับ ต้องไปรับเล่นเป็นตัวประกอบ ในหนังเกรดบี ซะนาน ..แล้วเขาก็กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ในฐานะดาราเกรดเอ กับหนังที่นำเสนอเอาแค่ให้เราเห็นแต่รูปใบหน้าของผู้ชายคนนี้ก็ชวนน่าสงสารซะยิ่งกระไร

มิกกี้ รู้ค ในวัยเกือบ 70 ตอนนี้ ที่ไม่เหลือซึ่งเค้าความเคยหล่ออีกต่อไปแล้ว ..ได้แสดงความเป็นตัวตนของเขา ภายใต้ใบหน้าที่ยับย่นบนนั้น ออกมาอย่างน่าประทับใจ ในบทบาท นักมวยปล้ำผู้เดียวดาย ที่จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้

ความสงสารที่เรามีให้ตัวละครของเขา ไม่ใช่เกิดมาจากเฉพาะที่ภายนอกเท่านั้น ..แต่มันยังต้องรวมถึงภายใน ที่บอบช้ำสุดๆ เหมือนกับความเป็นจริงที่เขาเคยเดียวดาย เพราะความเคยผิดพลาดของเขาเองมาแล้วนั่นเอง





5) “ไมเคิล แจ็คสัน”
ใน “Micheal Jackson’s This Is It”


คนนี้ ไม่เรียกว่าแสดง แต่เป็นการโชว์ตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้อย่าง น่ารัก น่าประทับใจ และน่าเสียดาย.. ที่โลกนี้ ได้ขาดคนอย่างเขาไปเรียบร้อยแล้ว

จากที่ผมก็แค่เคยยอมรับว่า บทเพลงของเขา สามารถทำให้โลกนี้ มีความสุข สนุกสนาน และกลมเกลียวกันได้ แต่ไม่ได้คิดจะเป็นแฟนของ King of Pop ผู้นี้ ..พอหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ ผมก็ต้องขอสมัครเป็นหนึ่งในคนรัก MJ กับเขาด้วยเลยล่ะ

แล้วมันก็ทำให้ผมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลยว่า ทำไมโลกถึงต้องร้องไห้ ให้กับการจากไปของผู้ชายคนนี้




แล้วเราก็มาว่ากันที่ ตัวจริงที่คู่ควร ..พวกเขาเหล่านี้ ไม่มีอะไรต้องมาเป็นตัวตัดคะแนนเลย ความประทับใจไม่ปลอมปนสิ่งใด ควรค่าจะให้ได้รับการจัดเข้าทำเนียบการแสดงแห่งปีในที่สุด

โดยสำหรับ การแสดงแห่งปี ที่กำลังจะบอกกล่าว ..ผมได้แยกย่อยออกมาอีก 3 สาขา คือ ชาย หญิง และประเภทเยี่ยมยกทีม ซึ่งผมจะไม่เรียงลำดับความชอบ ดังจะกล่าวต่อไปนี้




5 นักแสดงชาย... ที่สุดแห่งความประทับใจ







1) “คริสตอฟท์ วอลซ์”
“ผู้พัน ฮันส์ ลันดา” ใน “Inglourious Basterds”


เอาแค่ฉากเปิดตัวเขา (ที่เป็นฉากเปิดเรื่อง) ฉากเดียวก็พอ ..ได้ถือว่า กินขาด กว่าดาราทุกคนทั้งที่มีเนม และโนเนม ในเรื่องเดียวกันนี้ไปเสียหมด

คือ โดยปกติแล้ว หนังของ “เควนติน ทาแรนติโน่” ความเด่นและโดด มักจะตกไปอยู่ในบทของตัวเอก ผู้นำเรื่อง ซะทุกทีไป ..แต่คราวนี้ ไม่รู้เป็นไร ทำไม รัศมีความเป็นซูเปอร์สตาร์ของหนุ่ม “แบรด พิตต์” ถึงไม่สุกสว่างไปได้เสียนี่ อีกกลายเป็นว่า ตัวร้ายของเรื่อง คือ ผู้กุมกุญแจ ไขความสนุก ของหนังเรื่องนี้ไปโดยทั้งหมด

ก็คิดดูละกัน ..แม้ผู้พันลันดา จะไม่ได้ออกทุกฉากไป แต่รัศมีความอำมหิต(ผสมโรงความบ้า) กลับแผ่ซ่านปกคลุมไปทั้งหนังเรื่องนี้ จนดูเหมือนว่า นาซี(ในหนัง) จะมี “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” เป็นก็ได้แค่เบี้ยบนกระดานอันเล็กๆเท่านั้นเอง!!!







2) “ฌอน เพนน์”
“ฮาร์วีย์ มิลค์” ใน “Milk”


ตอนแรกก็ไม่คิดว่า ผมจะปลื้มการแสดงของ ป๋าเพนน์ ในหนังที่ว่าด้วยเรื่องผู้ชายสีม่วงซะหรอก ..เพราะก็รู้ๆความจริงกันอยู่ว่า ความจริง บุรุษเขามาดแมน แสนดิบ ดุ และเคร่งขรึม คือ หนึ่งในแบดบอยของฮอลลีวู้ดดีๆนี่เอง

แต่เมื่อได้เห็นกับตา ด้วยความสามารถขั้นเทพที่มีอยู่แล้วของป๋า ..มันกลับทำให้เรา เชื่อ หมดใจ ว่าเขาคือ “ฮาร์วีย์ มิลค์” ที่กลับชาติมาเกิด(สิง) เพื่อให้หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นได้จริงโดยเฉพาะเลยล่ะ

ผมอินขนาดไหน ก็คงวัดได้จาก คำแซวของผม ที่เปลี่ยนจากการเรียกเขาด้วยคำว่า ป๋า กลายเป็น ‘ป้า’ ไปได้พักใหญ่ๆ ..ภาพพจน์ที่เคยเข้าใจ เสียไปซะเกือบหมดทีเดียว







3) “แซค กาลิฟานากิส”
“อลัน” ใน “The Hangover”


เขาเป็นใคร มาจากไหน ไม่มีใครรู้ ..เขาเคยเล่นหนังเรื่องไหน ผ่านตาผมมาหรือไม่ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ...แต่ที่รู้ๆ แน่ๆ นี่คือ หนังที่แจ้งเกิดชายสกุลแปลกผู้นี้ ให้เจิดๆๆ บนโลกของหนังตลกได้อย่างรุ่งโรจน์

ทั้งๆที่ โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้ มันก็น่าจะยกเครดิตฮาโดยพร้อมเพรียงให้นักแสดงทุกคนที่อยู่ในก๊วนคนแฮงค์ด้วยเถอะนะ ...แต่ถ้าถามถึง คนที่น่าประทับใจมากที่สุดแล้ว ก็มีแต่ นายแซค ผู้นี้เท่านั้น ที่สมควรแก่การเกิดๆๆ

และแม้ต่อไป ภาพลักษณ์การเป็นพระเอกคงไม่ให้เขาได้เกิดสักเท่าไหร่(หรอกมั้ง?) ..แต่เชื่อเหอะว่า เรื่องขโมยซีน เขาเอกอุจริงๆ







4) “เอ็ดดี้ มาร์แซน”
“สก็อตต์” ใน “Happy-Go-Lucky”


“เอนราฮา.. เอนราฮา” ..คำๆนี้ คือหนึ่งในคำ(Quote)ที่ผมจดจำได้แม่นยำขึ้นใจ จากหนังสักเรื่องในปีที่ผ่านมา และคำๆนี้ ก็ได้หลุดออกมาจากปากของ นักแสดงชายที่โนเนม(สำหรับผมอีกแล้ว) แต่มันทำให้เขากลายเป็นที่จดจำของผมได้ง่ายดาย

บทบาทของครูสอนขับรถนางเอกของเรื่องนี้ อาจเหมือนเป็นเพียงชายคนหนึ่ง ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนางเอก แล้วก็ผ่านไป เฉกเช่นที่ครูสอนขับรถคนอื่นๆเขาเป็นกัน ..แต่งานนี้ ชายที่ชื่อ สก็อตต์ ผู้นี้ได้เครดิตเป็นยิ่งกว่าครูสอนขับรถคนหนึ่ง ...เพราะเขาคือ คนๆแรก(และคนๆเดียว)ที่สามารถทำให้ นางเอกผู้แสนดี ใส และซื่อ ต้องกลายเป็นนางมารร้าย ในช่วงเวลาขณะหนึ่ง ..มันทำให้เราเห็นว่า เมื่อใครสักคนโดนอะไรทิ่มแทงเข้าหนักๆ ก็สามารถร้องโวยวาย โอดโอยได้ไม่ต้องอายใครอีกต่อไป ถึงต่อให้เธอจะเป็นคนดี้..ดี ก็หมดยางจะทนเป็นเหมือนกัน

แม้เขาจะไม่ได้เป็นตัวร้าย และไม่ได้ชื่อว่ากระทำชำเราสิ่งบริสุทธิ์ของนางเอกจนเสียความใส ซื่อ นั้นไป... แต่ในฐานะคนที่มองโลกในแง่ร้ายสุดกู่ เขาคือ บุคคลอันตราย ที่โลกนี้ไม่ควรมีให้เยอะ ..และ สก็อตต์ ก็คือหนึ่งในตัวอย่าง ที่เราควรจำจด แต่อย่าคิดจะทำตาม!







5) “ไมเคิล แชนนอน”
“จอห์น กิฟวิ่งส์” ใน “Revolutionary Road”


ภายใต้ภาพลักษณ์บุรุษผู้อัจฉริยะ เนี้ยบ นิ้ง และดูมีสกุล ..มันได้แอบซ่อน ความบ้า ความเฮี้ยน และความคลั่ง อย่างเต็มคราบ กับการแสดงสุดจะน่าขับไล่ของ อีกหนึ่งโนเนม(อีกแล้ว..ปีนี้ ติดมาถึง 4 แน่ะ) ที่ก็คือ กับระเบิดดีๆของหนังดรามาครอบครัวเรื่องนี้นี่เอง

แม้เวลาปรากฏตัวของเขาจะมีน้อย จนเหมือนบางที ถ้าไม่ใส่เข้ามา หนังก็น่ามีวิธีทางเดินหน้าแบบอื่นๆ ไปได้อยู่..แต่เอาเข้าจริง การมีของบุรุษคนนี้ ก็คือ วีธีการเล่าเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว ที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยทำให้เราเห็นรอยร้าวของครอบครัวได้อย่างชัดเจน แต่มันยังทำให้เราได้รู้ว่า.. การแทรกแซง (หรือเรียกว่า ส.ใส่เกือกก็ดี) คือ วิธีการทำลายล้างทุกสิ่ง(ในหนังเรื่องนี้ก็คือ ครอบครัว) ที่รุนแรงและร้ายกาจที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้

กรณีในหนัง นี่แค่ เอาความคิดแบบบ้าๆบวมๆ ของคนๆหนึ่ง มาจองจำยัดใส่ไว้กับชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเหินห่างจนยากเยียวยา และสุดท้ายก็แตกสลายเพราะความหลงเชื่อคนอื่นนี่เอง ..แล้วหากเป็นเรื่องจริงล่ะ คงไม่ต้องมองไปให้ไกล อย่างในบ้านเมืองเราก็มีให้เห็นอยู่มาหลายยุคหลายสมัย และก็คงไม่ต้องพูดด้วยว่า ผลลัพธ์มันทำลายชาติไปมากขนาดไหนแล้ว





7 นักแสดงหญิง... ที่สุดแห่งความประทับใจ


สาขานี้ เกินจากที่วางไว้ 5 ตำแหน่งครับ ..แต่ทำใจตัดอีกสองคนออกไปไม่ลงจริงๆ เพราะเธอคู่ควรที่จะต้องถูกพูดถึง






1) “เมอรีล สตรีพ”
“จูเลีย ไชลด์” ใน “Julie & Julia”


ตัวแม่ขั้นเทพ ในทุกบทบาท ..ไม่ว่าบทนั้นจะมีตัวตนอยู่จริง หรือแค่ในนิยาย หรือว่าอุปโลกน์เพื่อให้มีหนัง ..ทุกการแสดงที่กลั่นออกมาจากตัวตนของ เมอรีล สตรีพ ล้วนคือ หนึ่งในสิ่งอัศจรรย์แห่งโลกภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การเรียกว่า อมตะ ในอนาคตข้างหน้า (เช่นเดียวกับ “ออเดรย์ เฮปเบิร์น”) สถานเดียว

ผมคงไม่ต้องกล่าวอะไรให้มาก กับบทบาท จูเลีย ของเจ้าป้าในที่นี้ ..ว่า มันช่าง(เหมือนได้)ยอดเยี่ยมขนาดไหน

เอาแค่ว่าเชียร์ให้ได้ออสการ์นำหญิงในปีนี้ไปเสีย ...แล้วทุกอย่างก็จะจบลงด้วยความสุขใจล้นๆ







2) “เมลานี โรลองต์”
“โชแชนนา” ใน “Inglourious Basterds”


สวย สง่า และน่ากลัวเกรง คือ สามนิยามที่ควรค่าแก่การชื่นชมกับการแสดงของ นักแสดงสาวฝรั่งเศส ที่เล่นเป็นยิว ได้เนียนแท้

จากที่เริ่มต้นด้วย ความน่าเศร้ากับการสูญเสียครอบครัวไปเพราะความบ้าบอของนาซีแท้ๆ ..การเติบโตของคาแรกเตอร์ โชแชนนา ก็ได้พัฒนาความแกร่ง ไปตามความเข้มข้นของหนังที่ทบทวีเข้าไปเรื่อยๆ ...และเมื่อมันมาถึงจุดที่เธอพร้อมที่จะเหวี่ยงอย่างเต็มที่ นั่นเอง ความหายนะของพลพรรคนาซีก็บังเกิด ไปพร้อมๆกับ การที่เราได้เห็นว่า หนังสั้นเพียงแค่ฉากเดียว(กับการแสดงระดับตัวแม่ของเธอ) ก็สามารถฆ่าคนนับร้อยได้อย่างราบคาบ ร้ายกาจ ช่างน่าสะใจจริงแท้

หาก ความสวย คือใบหน้า ของ เมลานี ที่เข้ารูป ลงตัว เป๊ะสุดๆ (สำหรับสาวฝรั่งเศสสักคน) ความสง่า คือ มาดของสาวแกร่ง ที่ยืนหยัด เติบโตได้ด้วยตัว(ละคร)ของเธอเอง ..ความน่ากลัวเกรง ก็คงต้องยกให้ฉากสุดท้ายของเธอนี่แหละ ...ที่ทำให้เสียงหัวเราะธรรมดาๆ มันฟังดูน่าขนพองสยองเกล้าขึ้นมาได้อย่างไม่ธรรมดา







3) “แซลลี่ ฮอว์กิ้นส์”
“ป๊อปบี้” ใน “Happy-Go-Lucky”


การมองโลกในแง่ดี คือ สิ่งที่ดี สำหรับโลกใบนี้ ..และดียิ่งๆ สำหรับเราที่ต้องเผชิญอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยสภาวะอันเลวร้ายรอบด้าน... แม้มันจะทำให้เราถูกคนรอบข้าง มองว่าเป็นบ้า แต่ช่างประไร ถ้าใจรักจะมองแต่ความสวยงามสักอย่าง

นี่คือ สิ่งที่เราจะได้พบเจอ ผ่านการรู้จักกับตัวละครนางเอกของเรื่อง ป๊อปปี้ ..เธอเป็นคนที่มีความคิดในแง่งาม เต็มไปหมด ทุกสิ่งที่เธอทำ เธอจับ เธอดู ล้วนแต่ให้ความสุขกับมันเต็มที่ จนแทบไม่มีช่องว่างปล่อยให้ความทุกข์เล็ดรอดเข้ามาทักทาย ..แต่กระนั้น เมื่อกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่เธอต้องมารู้จักกับคนนิสัยเสีย (ย้อนกลับไปอ่านที่ นักแสดงชายที่ผมประทับใจ คนนั้น ข้างบน) เธอก็ต้องเสียอารมณ์ กับการรับมือคนแปลกหน้าที่ไม่ยินดีไปกับความคิดของเธอเลย ..แล้วมันก็ทำให้เราเห็น ความอารมณ์เสีย ที่จู่ๆก็เข้ามาทักทายคนเราโดยไม่รู้ตัว

ต้องซูฮกให้กับความเก่ง ฮอว์กิ้นส์ นักแสดงสาวเมืองผู้ดี ที่สามารถรับมือกับความลัลล้าในคาแรกเตอร์ของเธอได้อยู่หมัด ..เธอทำให้เราต้องอมยิ้มไปกับสิ่งที่เธอทำ หรือเมื่อถึงจุดทุกข์ เธอก็ทำเราหมองตามไปได้ด้วย ...อาจดูว่าพยายามจะลัลล้ามาก(เกินคนทั่วไป)ก็เถอะ (จนบางคน มองว่ามันน่ารำคาญ) แต่ก็เป็นความลัลล้าที่ทำให้สองชั่วโมงกว่าๆ ของผม เพลินตาเจริญใจสุดๆ







4) “เคท แบลนเชตต์”
“เดซี่” ใน “The Curious Case of Benjamin Button”


แม้ความเด่นของหนังจริงๆ เราควรจะยกให้เป็นของ พระเอก “เบนจามิน บัตตัน” ซะมากกว่า ...แต่เมื่อว่ากันที่ฝีมือของคนแสดงแล้ว “แบรด พิตต์” ก็ยังทำได้ไม่ถึงจุดที่จะส่งให้เขาเด่น (บางทีออสการ์อาจเชิดชูเขามากเกินไปก็ได้ ..ที่ให้เข้าชิง) หากประกายความเด่น(แทบจะทั้งหมด)ในสายตาของผม มันได้แผ่กระจายรอบๆของตัวละคร นางเอก เดซี่ ..ผู้เป็นทั้งเพื่อน คนรัก และคู่ชีวิต ที่พยายามจะเดินก้าวไปพร้อมกับเขา แต่ทั้งหมดมันกลายว่าล้วนสวนทางกับความเป็นจริง

เดซี่ อาจจะดูเป็นคนที่อ่อนโยน น่ารัก น่าหลง เมื่อคราที่เธอยังสาวใส อาจจะดูเป็นคนที่ไม่แคร์ใคร จนกลายเป็นไม่แคร์ตัวเอง เมื่อคราที่เธอคิดว่าโตเป็นผู้ใหญ่ และก็อาจจะดูเป็นคนที่เข้าใจ ความเป็นไปของโลก และสัจธรรมของชีวิต เมื่อถึงจุดที่เธอคือผู้ใหญ่เต็มตัว ..แต่ไม่ว่า เราจะพบพัฒนาการของตัวละครตัวนี้ ในด้านความคิด และการกระทำ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ความจริงที่น่าประทับใจในที่นี้ ก็คือ การสวมบทบาทของ หนึ่งในขั้นเทพ สาวเคท ..ที่สามารถเนียนทั้งต้อง แอ๊บเด็ก แอบสาว อุบแก่ หรือท้าทายสุดๆกับการเป็นคนไข้ใกล้ตาย ในสภาพที่เยินยับไม่เหลือเค้าความสวยไว้เลย

ถือว่า เล่นเรื่องเดียว ก็ได้ทำอะไรที่คุ้มค่าสุดๆ สำหรับนักแสดงคนหนึ่งจะทำได้แล้ว.. ซึ่งนี่คือ หนึ่งในความ(กล้า)ท้าทาย(ตลอดเวลา) ที่ทำให้ผมรัก เคท แบลนเชตต์ มากยิ่งขึ้นไปได้อีก







5) “เคท วินสเลต”
“เอพริล วีลเลอร์” ใน “Revolutionary Road”


แม้ความเป็นจริง เราจะรู้กันอยู่ว่า ในปีเดียวกันนี้ ผู้หญิงคนนี้ ได้คว้าออสการ์นำหญิงยอดเยี่ยม มาจากหนังเรื่อง “The Reader” ..แต่ส่วนตัวก็ไม่ค่อยจะยินดีอย่างเต็มที่เท่าไหร่ (ถึงจะเข้าใจว่าเธอสมควรได้ออสการ์ไปสักที) ในเมื่อปีเดียวกัน ก็ยังมีหนังอีกเรื่องของเธอออกฉาย แล้วเรื่องนั้นก็ยังส่งให้เธอตีบทแตกกระจายได้มากกว่าเรื่องที่ได้รางวัลไปด้วยซ้ำ

ผมจึงค่อนข้างน้อยใจ ที่บทบาท แม่บ้านผู้มีฝัน(แบบอเมริกัน) ของเธอ ไม่ได้รับความใส่ใจจากบรรดาเวทีรางวัลต่างๆสักเท่าไหร่ ..แล้วที่มากไปกว่านั้น ก็คือ ความอิน ที่ผมรู้สึกเข้าถึงจิตใจของ เอพริล วีลเลอร์ ได้มากกว่า (เพราะผมก็เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มา) และภาพของเธอ(ที่ดูสวย มีราศี และเชิดนิดๆ)ก็เหมาะแก่การเล่นเป็นคนชนชั้นกลาง มีกะตังค์ มากกว่าเป็นเบื้องล่างของใครๆ ที่โดนรังแกในอีกเรื่องหนึ่ง (ถึงจะดูน่าสงสารบ้าง ที่อ่านหนังสือไม่ออก ก็ตามเหอะ)

ถึงในที่สุดผมจะไม่ได้โกรธอะไรกับออสการ์หรอก ที่ไม่เห็นคล้อยไปกับผม.. แต่ถ้าคิดติต่างไปเองว่า เคท ได้หนึ่งออสการ์จากหนังสองเรื่อง(ที่โชว์ฝีมือเหมือนๆกัน)แล้วละก็ ผมก็จะถือว่า วิน-วิน กันทั้งคู่ ไปแล้วกัน







6) “คริส หอวัง”
“เหมยลี่” ใน “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ”


ดูเหมือนว่า เทรนด์ หมวย กำลังเจิดสุดๆ ในเวลานี้เลยทีเดียว ..และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเทรนด์นี้ ก็คงต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับ รถไฟฟ้า มาหานะเธอ ที่ทำให้เราได้เห็นในสัจธรรม ถึงไม่สวย แต่พอเป็นหมวยก็มีสิทธิ์เกิด!

ซึ่งตัวอย่างที่เราเห็นกันอย่างชัดเจน ก็ไม่ต้องไปมองหาจากที่อื่น เอามาจากในหนังเรื่องนี้ได้เลย ก็คือ การแจ้งเกิดเพียงชั่วไม่กี่อึดใจของ คริส หอวัง ..จากที่เคยเป็นแค่นักแสดงสมทบใน “อีติ๋มตายแน่” หรือบางคนอาจรู้จักเธอในฐานะแฟนของหนึ่งสมาชิกในวงฮิปฮอป “บุดดาเบส” (ที่ตอนนี้ได้เลิกรากันไปเรียบร้อย โรงเรียนคนดัง!) อยู่ดีๆ เธอก็กลายมาเป็นนางเอกหนังร้อยล้าน ..และกลายเป็นหนึ่งในไอดอลของสาวหมวยทั่วทั้งปฐพีไทยไปเสียแล้ว

การที่ คริส ได้แจ้งเกิด คงไม่ใช่ผลพวงจาก การที่หนังเรื่องนี้ มีพระเอกที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันกาล นามว่า “เคน ธีรเดช” เล่นด้วยเสียหรอกนะ ..หากว่ากันตามเนื้อผ้าจริงๆ เธอเกิดได้ด้วยความสามารถที่ไม่ธรรมดา(ที่มันเห็นเลาๆ แต่เมื่อครั้ง อีติ๋ม แล้ว) และทำให้ผมตกหลุมรักในผู้หญิงที่หวัง โปรดส่งใครมารักฉันที คนนี้ ด้วยการส่งอารมณ์มาถึงคนดูที่สัมผัสได้ ..เมื่อเธอฮา ผมก็ขำ เมื่อเธอเศร้า ผมก็ซึม และเมื่อเธอเหงา ก็อยากเหงาเป็นเพื่อนเธอ ...เหล่านี้ คือ ความรู้สึกเข้าใจ และเป็นห่วง ที่ทำให้ผมไม่อาจปฏิเสธให้เธอหลุดออกจากที่นั่งนักแสดงหญิงในดวงใจแห่งปีนี้ ไปเสียได้เลยจริงๆ







7) “รัชวิน วงศ์วิริยะ”
“แสงจันทร์” ใน “October Sonata”


เก้าอี้ตัวที่ 7 ที่เกินมาของปีนี้.. ผมต้องขอยกให้กับ เจ้าของบทบาทการแสดงที่กินใจ บาดลึก เจ็บนาน และดรามามากที่สุดของหนังไทยในปีนี้

ก้อย รัชวิน อาจจะเคยเป็นคนที่ผมให้ความสนใจ ยามที่เธอเล่น “รัก|สาม|เศร้า” แล้วได้พิสูจน์ว่าเธอเป็นคนที่มีความสามารถเรื่องการแสดง (ถือว่าเล่นดีที่สุดในหนังเรื่องนั้นแล้ว) ..แต่ในครานี้ ที่เธอต้องมารับบทเป็น สาวโรงงาน ผู้ฝันใฝ่ ใฝ่ผันในรักที่รอคอย เธอก็ได้พิสูจน์อีกสักที ว่าเธอเกิดมาเป็นดารา เพื่อจะได้เป็นนักแสดงที่ดี มีคุณภาพ เลยจริงๆ

ยิ่งหากหนังเรื่องนี้ ต้องการการแสดงที่สามารถแบกรักหนังทั้งเรื่องเอาไว้บนบ่าของเธอได้ ซึ่ง ก้อย ก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้สมกับความต้องการเช่นนี้.. ก็คู่ควรแล้วล่ะ ที่ผมจะจัดที่นั่งมาเกินเพื่อให้เธอมีสิทธิ์จะได้ใจผมไป ในครั้งนี้





7 ทีมนักแสดง... ที่สุดแห่งความประทับใจ


นี่ก็เกินจากที่วางไว้ 5 ทีม อีกแล้ว ..ทำได้อย่างมากก็แค่ ใจดี จัดที่นั่งเพิ่มให้ซะเยอะแยะ






1) นาซี ประทะ ยิว แห่ง “Inglourious Basterds”


กวนสุดตรีน ฮากันครืน และมันส์กระจาย ..สามสิ่งนี้ เกิดขึ้นได้ด้วยการแสดงที่เข้าขากันยกก๊วน ของกลุ่มนักแสดงที่ลงตัวสุดๆ เมื่ออยู่ในบัญชาการของ เควนติน ทาแรนติโน่ ...ผู้ที่มีผลงานหนึ่งในนั้นคือ “Pulp Fiction” ที่รับประกันได้ว่า... หากใครได้เล่นหนังของเขา บุคคลเหล่านั้นคงต้องถือว่าโชคดีมากๆ เหมือนกับถูกหวย!






2) คนแก่ใจละอ่อน แห่ง “Young@Heart”


แม้ความเป็นจริง เขาเหล่านี้จะไม่ใช่ตัวละคร หากเป็นคนจริงๆ ที่ใช้ชื่อจริง และตัวจริงในเรื่องจริงของตัวเอง นำเสนอออกหน้าจอ.. แต่บรรดาคนแก่ใจละอ่อน ในหนังสารคดีแห่งปีเรื่องนี้ ได้ถือว่าเป็นกลุ่มนักแสดงที่เล่นจริง เจ็บจริง (และมีบางคน ตายจริงๆ) อย่างสมจริงมากที่สุด ..คล้ายประหนึ่งว่า พวกเขา คือ ญาติผู้ใหญ่ที่ผมรู้จัก และก็เคารพรักสุดหัวใจ ไปเรียบร้อย หลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้จบ






3) ซูเปอร์ฮีโร่ตกอับ แห่ง “Watchmen”


แม้บางคนอาจจะเห็นว่า “รอร์ชแชส” มีบทเด่นกว่าใครเพื่อน ..กับบางคน โดนใจในความโหดของ “เดอะ คอมมิเดี้ยน” ..ส่วนบางคน ก็เคลิบเคลิ้มในความเซ็กซี่ของ “ซิลค์ สเปกเตอร์” ..ในขณะที่บางคนอาจจะติดใจในแหนมพวงใหญ่ของ “ดร.แมนฮัตตัน” (คนนี้ มันชักยังไงๆอยู่นะ) ...แต่ถ้าให้ผมตัดสินใจเลือกใครสักคน ผมเลือกไม่ถูกเลยจริงๆ ว่าจะรักใครดี ..ดังนั้นเอาเป็นว่า ผมขอเหมารวมยกทั้งทีม วอชท์เมน ซะดีกว่า พวกเขาทุกคนได้ใจผมไปหมดเลย!






4) คู่หูคู่สืบ แห่ง “Sherlock Holmes”


คู่คนที่ลงตัวที่สุดในบรรดาหนังคอมเมดี้ แห่งปีนี้ เห็นจะยกให้คนอื่นใดไปไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ใช่ “โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์” และ “จู๊ด ลอว์” ในบทบาท นักสืบเจ้าเล่ห์หลากกล “เชอร์ล็อก โฮล์มส์” กับ “ดร.วัตสัน” ผู้ช่วยที่เป็นทั้งหุ้นส่วน เพื่อน และคู่ชีวิต(หรือเปล่า? เป็นสิ่งที่หลายคนพยายามจะสงสัย ทั้งๆที่ไม่ควร) ..ถึงแม้แต่ละคน จะเก่งในเรื่องการแสดงเป็นคนอื่นอยู่แล้ว (โดยเฉพาะ รายแรก ลื่นสุดๆ) แต่กับหนังเรื่องนี้ หากไร้ซึ่งการส่งเสริมที่ดีและเนียนต่อกัน ความเฮ และฮาก็จะไม่บังเกิด!






5) คู่รักกล้วยไม้ แห่ง “ความจำสั้น แต่รักฉันยาว”


แม้คู่นี้ อาจจะถูกจัดให้เข้าข่าย คอมเมดี้ ให้เหมือนกับอีกคู่ที่อยู่ก่อนหน้าก็ยังได้หรอก ..แต่ถ้าว่ากันตามความเข้าใจ และเข้าถึงแล้ว คุณลุง “กฤษณ์ เศรษฐธำรงค์” และคุณป้า “ศันสนีย์ วัฒนานุกูล” ก็ควรจะถูกยกให้เป็นคู่รักที่ลงตัวที่สุดของปีนี้ เสียมากกว่า ...คนคู่นี้ เขาโรแมนติกกันอย่างดูดดื่มขนาดไหน (ทั้งๆที่ไม่มีจูบกันสักแอะ) ก็ดูได้จาก ฉากขอแต่งงานใต้ต้นชมพู่มะเดี่ยว สิ ...ซาบซึ้ง กินใจ เจ๋งจ๊าบ จนน่าให้วัยรุ่นอย่างเราต้องอิจฉา และเฮฮิ้ว!







6) คู่รัก และ คู่ต่างวัย แห่ง “Up”


หนังเรื่องนี้ ขอให้จัดมาเป็นคู่ สองคู่ ในหนึ่งเดียว เลยก็แล้วกัน ..โดยสำหรับคู่แรกนั้น ถึงต่อให้พวกเขาจะมีเวลาแสดงความรักต่อกันได้แค่ในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้นนะนั่น แต่พวกเขา “คาร์ล” กับ “เอลลี่” ก็คู่ควรกับการเป็น คู่รัก(ในหนัง)ที่หวานหยดย้อยที่สุดแห่งปีนี้ พอกับๆการเป็นคู่รัก(ในหนัง)ที่ทำให้คนดูต้องใจร้าวได้รอยกว้างที่สุดแห่งปีนี้ ..ส่วนอีกคู่หนึ่ง อันประกอบด้วย ปู่คาร์ล และหลาน “รัสเซลล์” ก็ควรจัดเป็นคู่หูคู่ฮา ที่น่ารักน่าชังที่สุดของปีนี้ ...เป็นคู่ที่ไม่น่าลงตัว (เมื่อต่างคน ต่างก็คิดต่างกันสุดฤทธิ์) แต่สุดท้ายก็ลงตัว ด้วยความราบรื่น และจบลง ด้วยความน่าประทับใจ








7) แก๊งค์หมาสลัม 3 คน กับ 3 วัย แห่ง “Slumdog Millionaire”


3 คน กับ 3 วัย ก็ย่อมต้องหมายรวมเฉพาะคนที่เล่นเป็น “จามาล”, “ซาลิม” และ “ลาติกา” ตั้งแต่วัยเด็ก ไปถึงวัยหนุ่มสาว นั่นแล.. ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านี้ ก่อนหน้าก็ไม่เคยได้มีผลงานการเล่นหนังใดๆเลย แต่เอาแค่ครั้งแรก พวกเขาก็เข้าถึง ในบทบาทที่ต้องเป็นอย่างน่าภาคภูมิใจ ...ซึ่งอาจจะเกี่ยวด้วยเหตุผลที่ชีวิตของบางคนก็ยากจน ข้นแค้น คือ คนสลัมในชีวิตจริง เลยเข้าใจในสิ่งที่เป็น คือปัจจัย ..แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็รู้ดี ว่าพวกเขาจะทำอย่างไรให้คนดูรู้สึก สงสาร เห็นอก และต้องการให้เราเอาใจช่วยจนถึงที่สุดทางของหนังเรื่องนี้ ..นี่คือ สิ่งที่ไม่ง่ายเลย แต่พอบทจะทำได้ มันก็ไม่ยากเย็นที่จะทำให้เราต้องจดจำพวกเขา กลายมาเป็นกลุ่มนักแสดงที่แจ้งเกิดจากหนังเรื่องแรกได้อย่างสวยงามเป็นที่สุด









ทั้งหมดทั้งมวล ทั้ง 19 ความทรงจำที่ผ่านพ้น ...ก็คือ บทสรุปความยอดเยี่ยมแห่งปี ในสาขา การแสดงที่สุดแห่งความประทับใจ ของผม

แล้วของคุณล่ะครับ มีใครคนไหน เขา/เธอ/พวกเขาและเธอ ผู้ใดที่ทำได้เข้าตา และกลายเป็นที่ตราตรึงใจของคุณตลอดปี 2009 ที่ผ่านมา มาจนถึงวันนี้ ...อยากจะรู้ว่าคุณและผม คิดเหมือนกันหรือเปล่า ?


แล้วพบกันอีกทีในอีกไม่กี่วัน(ที่ไม่อาจบอกได้) กับ {The Best of 2009} ในสาขา "10 ฉาก ..ที่สุดแห่งความประทับใจ" ครับผม





ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ



Create Date : 27 มกราคม 2553
Last Update : 27 มกราคม 2553 0:24:14 น. 3 comments
Counter : 5355 Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:0:57:52 น.  

 
ชอบดูหนังมาก แต่เวลาน้อย

เลยได้แต่เก็บๆแผ่นเอาไว้

บางเรื่องที่แนะนำ หาไม่ได้

...

.

ขอคำแนะนำจากคุณแหล่งขาย

ผมอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯครับ thx


โดย: Dingtech วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:11:08:04 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 27 มกราคม 2553 เวลา:23:37:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.