+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {The Best of 2008} : “10 หนังดี ..in Cinema” ...ที่สุดแห่งความประทับใจของผม




ขอสวัสดีปีใหม่ 2552… และยินดีต้อนรับ ทุกๆท่านเข้าสู่การสรุปทุกความรู้สึกของผม OncE UPoN'-'a MaN ที่มีต่อเรื่องราวของภาพยนตร์ ใน 365 รอบวันที่ผ่านมา ในปี 2551 ที่เพิ่งพ้นไป ...กับ "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" {The Best of 2008} นะครับ...



แล้วก็เดินทางมาถึงปลายทางกันได้ซะที ..กับบล็อกสุดท้ายที่ว่าด้วยเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อหนังแห่งปี 2008 ...และที่ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว ก็คือทั้ง 4 สาขา ที่เป็นดังรายนามต่อไปนี้ (ย้อนกลับไปดูได้..โดยคลิกที่แบนเนอร์ข้างล่างครับผม)








หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้มีการพูดถึงกลุ่มหนังที่เป็นที่สุดประทับใจในจำพวกที่ดูในบ้านไปแล้ว ...มาตอนนี้ก็เหลืออยู่ว่า หนังที่สุดประทับใจที่ดูจากในโรงของผม จะสรุปออกมากันเป็นอย่างไร

ซึ่งจากที่ทั้งหมดในรอบ 1 ปีที่ผ่านไป ได้ผ่านพ้นสายตาไปกับหนัง 100 เรื่อง ซึ่งยังมีทั้งเรื่องที่ดูแล้วจะชอบมากน้อย หรือไม่ชอบก็รอบเดียวเป็นพอ และมีอีกบางเรื่องที่นับครั้งได้มากกว่า 1 เนื่องด้วยความติดใจอะไรบางอย่าง ...จากความในใจที่มีต่อหนังทั้ง 100 เรื่อง ได้นำมาสู่บทสรุปความประทับใจของหนังที่ถือได้ว่าอยู่ในกลุ่มที่ชอบมากเป็นพิเศษ อันมีอะไรที่โดนใจผมเข้าอย่างจัง จนน่าให้จัดเป็นความทรงจำที่ดีของปีที่ผ่านมา

โดยในปีนี้ หนังในกลุ่มที่ฟาด A ช้วน มีเรียงตับยกทัพกรีฑามาร่วมก๊วน นับได้ถึง 21 เรื่อง

และด้วยความที่ผมตระเตรียมที่นั่งในหัวใจเอาไว้ได้แค่ 10 ที่ เท่านั้น ..จึงจะต้องมีการคัดและตัดออกไปจากกองมรดกทั้งหมด 11 เรื่อง ...และด้วยใจที่ว่าเป็นธรรม ผสมความชอบที่ลดหลั่นลงมาแล้ว ก็จะมีผู้โชคร้าย ที่ต้องแพ๊คกระเป๋าออกจากบ้าน Aคาเดมี่ แฟนตาเซีย ไปอย่างหมดทางเลี่ยง ดังรายนามต่อไปนี้ ..ผมขอเสียใจด้วยที่คุณจะไม่ได้ไปต่อ



“กอด” ...หนังรักแบบ "คงเดช จาตุรันต์รัศมี" ที่แซ่บถึงใจด้วยการเล่าเรื่องแบบคงเดช สอดแทรกการเสียดสีแบบคงเดช และจบลงด้วยความประทับใจในแบบคงเดช ..ที่ไม่ได้หมายความว่า คนดูหนังทุกคนจะต้องพึงใจหรือรักในความเป็นคงเดชพร้อมเพรียงกันไปหมด ...แต่สำหรับผมนี่คืองานของคงเดช(ทั้งการกำกับหรือเขียนบท) ที่ดีที่สุดเลยทีเดียว


Review.. "กอด" ... ถึงจะเกิน แต่ไม่เคยขาด ...จนเมื่อขาด สุดท้ายก็ยังเกิน





“Horton Hears a Who!” ...แม้เบื้องหน้าจะเป็นการ์ตูนแสนสดใสโนเนะ ..แต่ถ้าว่าถึงเนื้อหาในเชิงลึกแล้ว นี่เป็นงานเสียดสีเย้ยหยันการเมืองที่ดูไป คิดไป แล้วก็ขำไป ..และแม้ว่าสุดท้าย หนังจะยังเลือกจบในแบบ ที่ขัดความเป็นจริงของวันนี้ แต่นี่ก็คือทางออกที่ดีที่สุด ที่หนังก็คงจะหวังเล็กๆ อยากให้สองฝักสองฝ่ายผู้ที่ไม่ว่าจะโกรธจะเกลียดกันแต่ชาติปางไหน ก็ขอได้รวมตัวรักและสามัคคีในท้ายที่สุด (เหลือง และแดง ..ทำได้ปะ???)


Review.. "Horton Hears a Who!" ... ละอองลอยตามน้ำ กับเจ้าช้างน้อยลอยตามลม





“Cloverfield” ...ไม่มีอะไรจะบรรยายมากมาย ก็แค่อยากบอกว่า “นี่คือ..สุดยอดของหนัง ที่ทำให้ผมอยากจะรีบพาตัวเองออกจากโรงให้เร็วที่สุด” ..ความสุดยอดในที่นี้ มิใช่ความห่วย ...แต่เป็นความระทึก กดดัน อันไม่มีปรานีปราศรัยที่แทบจะทำให้สติของคนดูไม่อยู่กับเนื้อกับตัวได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง


Review.. "Cloverfield" ... 'อ๊าาาาคคคคสสสส์!!!' นี่คือสุดยอดหนังที่ผมต้องแช่งแม่มให้มันจบเร็วๆซะที




“Sweeney Todd : The Demon Barber of Fleet Street” ...ครั้งใดที่เราเห็นป๋า “จอห์นนี่ เดปป์” จับมือเคียงมากับผู้กำกับคู่บุญ “ทิม เบอร์ตัน” เมื่อไหร่... เมื่อนั้นให้คาดหวังว่า มันต้องอาร์ตตัวพ่อ(ที่งวดนี้มาเป็นมิวสิคัล) พอๆกับความติสต์ที่ประณีตสุดฤทธิ์สุดเดช ..แต่ใช่ว่าจะมีดีแค่ศิลป์ หากเอาเข้าจริง ปมประเด็นความแค้น ก็เข้มข้น และมีพลังให้ฝังใจจำมิใช่น้อยๆ


Review.. "Sweeney Todd" ... 'ความแค้น' ไม่เคยช่วยอะไร รังแต่จะช่วยให้ตายไวกว่าเดิม (เช่นเดียวกับ 'เซ็นเซอร์')





"ดรีมทีม" ...หนังไทยดูสนุกสุดหรรษาแห่งปี ที่ถึงจะมีแก่แดดแก่ลมไปบางจังหวะ ..แต่ความเป็นเด็ก(อนุบาล)ก็น่าร้าก น่าหมั่นเขี้ยว อยู่สม่ำเสมอ ..นี่เป็นงานของ “เรียว กิตติกร” ที่ไม่ได้ขายความหน่อมแน้มเพียงเปลือกหน้าอย่างเดียว หากเนื้อเรื่องลึกๆก็แอบจะเสียดสี การดูแลเลี้ยงลูกของพ่อแม่ในวันนี้ ที่จี๊ดปนขำ มันส์ดีแท้


Review.. "ดรีมทีม" ... โอ้! กล้วยทอด ยอดมากมาย ..น่ารักอย่างงี้ เดี๋ยวป้าดเหนี่ยวเยย!!!





“Quantum of Solace” ...การกลับมาหนสองของ “แดเนียล เครก” ผู้เป็นตัวตายตัวแทนของรหัส 007 ได้อย่างสมบูรณ์แบบในเวลานี้ ..ถึงจะไม่ได้เน้นปูพรมความเข้มข้นของเรื่องราวแบบภาคก่อนหน้า ...แต่งานนี้ ก็บู๊สนั่นมันส์เอาเรื่อง อย่างรุนแรง ...ยิ่งถ้าไม่คาดหวังความเป็นบอนด์ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งรู้สึกว่า มันคุ้มค่าดี ถึงไม่ใช่ขั้นว่าจะได้ประทับใจก็ตามทีเถอะ


Review.. "Quantum of Solace" ... 'เจมส์ บอนด์ 007' ภาคนี้ ..รักมาก แค้นมาก และ มันส์มั่ก..มากกกกกกก!!!





“Burn After Reading” ...ถึงจะบอกว่าหนังเรื่องนี้มีแต่คนบ้า และเรื่องบ้าๆ ..มันก็ปฏิเสธความน่าดูไม่ได้ ถ้าเรื่องที่ว่าดันมีคนบ้าเป็นระดับดาราเจ้าบทบาท และ(คู่หู)ผู้กำกับเจ้าของเรื่องก็คือ เจ้าของออสการ์การันตีปีล่าสุดอีกต่างหาก ...และด้วยประการฉะนี้แล้ว เราจึงได้ดูหนังบ้าๆ แต่ฉลาดเป็นกรด ที่จะว่าสร้างสรรค์ก็ใช่ ..แต่ไร้สาระ คือสิ่งที่ถูกต้องเป็นที่สุด เมื่อได้ดูจนจบนั่นแล


Review.. "Burn After Reading" ... หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 'อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา'





“Tokyo Towers : Mom and Me, & Sometimes Dad” ...ซาบซึ้ง ทึ้งน้ำตา และน่าประทับใจ ไปกับเรื่องราวความรักของคนเป็นแม่ ..ที่ยอมทนลำบากทั้งชีวิต ตรากตรำทุกหยาดเหงื่อ เพียงเพื่อหวังจะให้ลูกสุดที่รัก มีชีวิตความมั่นคง ที่ดีกว่าตัวเองให้จนได้ ...นี่คือหนังดีๆ ที่คนเป็นลูกทุกคนควรจะได้ดู ..แล้วคุณจะรู้ว่า ‘ใครหนอ? รักเราเท่าชีวี’


Review.. "Tokyo Tower : Mom and Me, & Sometimes Dad" ... หนังรักที่ดีที่สุดของคนรัก'แม่'





“Be Kind Rewind” ...นี่ไม่ได้เป็นแค่หนังล้อเลียนฉากดังหนังเด่นที่มั่วเรื่องไปเรื่อยแบบฉากต่อฉาก ..แต่เป็นหนังตลกที่มีเส้นเรื่องชัดเจน และต้องการบอกอะไรกับคนดูแบบตั้งใจ ...แม้มันจะดูทีเล่นทีจริง บ้าบอๆในตอนต้น แต่เมื่อหนังเดินมาสู่ช่วงไคลแม๊กซ์ ก็ซาบซึ้งจนต่อมน้ำตาแตกได้อย่างไม่น่าเชื่อ ..และผมก็เสร็จ “มิเชล กงดรี้” (Eternal Sunshine of the Spotless Mind) อีกแล้ว





“Wall-E” ...Pixar ยอดเยี่ยมอีกแล้ว! ครับท่าน กับหนังการ์ตูนที่ไม่ใช่แค่ว่าเปี่ยมล้นด้วยความสร้างสรรค์ ..แต่ยัง กินใจ และสะท้อนความรู้สึกของมนุษย์ได้ลึกซึ้งดีแท้ ...แน่นอนว่าความน่ารักของเจ้า'วอลลลลลลี่' 'อีวาาาาาาา' และผองเพื่อน จะง่ายดายต่อการเอาใจชนะผู้ชมวัยเยาว์ แต่คนวัยผู้ใหญ่ไม่ว่าจะหัวดำหัวหงอก ก็ถูกเสียดแทงอย่างเจ็บปวด ด้วยความหม่นหมองเป็นที่สุดเท่าที่ พิกซาร์(หรือว่า ดิสนีย์) ไม่เคยคิด และกล้าทำมาก่อน ..ฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไร ถ้าจะเห็นหนังการ์ตูนเรื่องนี้ไปไกลถึง รางวัลใหญ่สุด บนเวทีออสการ์


Review.. "Wall-E" ... สู่ความ.....อ้างว้าง.....อันไกลโพ้น





“No Country for Old Men” ...อีกหนึ่งงานของ “พี่น้องโคเอน” ที่ออกฉายก่อนหน้า เผาก่อนอ่าน ในปีเดียวกัน ก็คือหนังทริลเลอร์ดรามาเรื่องนี้ ที่คว้าออสการ์สาขาใหญ่สุดของปีก่อนมาได้นี่แล ..ซึ่งมันก็คือความยอดเยี่ยมที่น่าสดุดี อย่างไม่มีข้อแม้ ของผู้กำกับ และเขียนบท ที่สามารถเล่าเรื่องของ ชายแก่ผู้ไม่มีถิ่นฐาน ให้ออกมาน่าระทึกขวัญ สั่นอารมณ์ และตบท้ายด้วยการเฉลยชื่อเรื่อง ที่แหลมคม และสะเทือนใจแทนตัวละครที่เป็นเจ้าของเรื่อง ..แม้มันจะจบห้วนไปหน่อย แต่ก็ช่างประไร ในเมื่อออสการ์ยอมแพ้ตั้งแต่ มีถังออกซิเจนมาจ่อคอหอยแล้ว


Review.. "No Country for Old Men" ... คนชั่วยังมีที่ไป แล้วเหตุไฉน.. คนดีไม่มีที่อยู่?




และแล้ว ก็ได้เวลาที่จะต้องปล่าวประกาศผล กับหนังโรงที่สุดจะประทับใจใน 10 อันดับสุดท้าย ของผม.. OncE UPoN'-'a MaN

ซึ่งคงต้องขอท้วงก่อนว่า หนังที่จะกล่าวต่อไปนี้ อาจจะไม่ใช่หนังที่ดีกันทั้งหมดในความคิดเห็นของบางท่าน แต่กับส่วนตัวผม ผมเลือก 10 เรื่องนี้ ก็เพียงเพราะว่าผมชอบหนังเหล่านี้เป็นอย่างมากจนถึงมากที่สุด






The Best of Movie ..in Cinema
หนังที่เป็นสุดแห่งความประทับใจ..ในโรง




อันดับที่ 10

หนังเรื่องนี้ ยังไม่ได้ฉายจริงๆ ตามโรงหนังทั่วไปหรอกนะครับ ..แต่ที่ผมได้ดูก่อน ก็เพราะว่า มันมีการฉายเป็นการปฐมทัศน์ในไทย เป็นครั้งแรก ในเทศกาลหนัง World Film ที่พารากอน เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

และก็เป็นการฉายครั้งแรกที่น่าภุมิใจของหนังไทยอีกเรื่อง ที่มีโอกาสก่อนหน้าได้ไปเบิกโรงตามเทศกาลหนังในประเทศต่างๆมาพอสมควร และได้รับการชื่นชมในผลงานอีกต่างหาก ..โดยเฉพาะว่านี่เป็นผลงานหนังยาวเรื่องแรกของผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงสูง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของเขา มาจากความฝังใจ และความเป็นไปในชีวิตเสี้ยวหนึ่ง ให้ออกมาเป็น ดรามาโรแมนติก ที่พูดถึง ความรักของคนสองคู่ สองวัย ที่เล่าเรื่องขนานกันไปกับการแสดงละครเวที และมีบทเพลงรักสุดอมตะ เป็นแรงบันดาลใจ

แม้ว่าการเล่าเรื่องของหนัง จะค่อนข้างเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่ไม่ชอบความเนิบนาบ ..แต่สำหรับผม ที่ชอบมีปัญหาอย่างใครเขาเหมือนกัน กลับไม่รู้สึกได้รับความเบื่อระหว่างนั่งดู ...หากคิดว่า แต่ละฉากที่เล่นและเล่าเสมือนเป็นละครเวที แอบมีพลังบางอย่างที่ดึงและดูดให้ผมตกอยู่ในภวังค์รักของหนังอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ยิ่งเมื่อมันมาผสมกับการแสดงของมืออาชีพมีชื่อ อีกกระทั่งการสร้างความงดงามที่ “โอ-ณัฐพล” ตั้งใจนำเสนอเพื่อเป็นลายเซ็นของตัวเอง ..ก็ทำให้ความเวิ่นเว้อแบบละครเวที ไม่มีผลอะไรกับผม หากรู้สึกแทนที่ด้วยความปลาบปลื้มกับ หนังอาร์ตรสชาติไทยๆ ที่ดูไม่ยาก ไม่ต้องปีนกระได และประทับใจอย่างรุนแรงที่สุด กับการเป็นหนังไทยที่ดีที่สุด ของผมในปีที่แล้ว

แม้ว่ากันตามตรง หนังกำลังจะฉายจริงเอาในปีนี้ก็ตามทีเถอะ ..หากจะบอกว่าปลื้ม ไม่รอชาวบ้านชาวช่อง ก็ยอมล่ะงานนี้




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “A Moment in June”

(จะฉายจริงเต็มโปรแกรมในโรงหนัง รับวันวาเลนไทน์ ..12 กุมภาพันธ์ นี้)




อันดับที่ 9

ลั้ลลากันเกินเหตุตลอด สำหรับเทพนิยาย‘ดิสนีย์’.. ที่จะมีออกมากี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ก็ล้วนมิวายหลุดคอนเซปต์ ให้ต้องมีเรื่องราวโรแมนติกเกิดขึ้นระหว่างเจ้าชายกะเจ้าหญิง มีการอยากชิงดีชิงเด่นของตัวอิจฉา และมีความตลกจากเพื่อนและบริวารรอบข้างมากั้นกลาง ,,,และมันก็เวียนวนเป็นวัฏจักรอยู่เช่นนี้ มาเนิ่นนาน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของค่ายการ์ตูนที่เก่าแก่ที่สุดในโลกค่ายนี้ไปเลย

แล้วสิ่งเหล่านี้ก็มีไม่เว้นกับ เทพนิยายบทล่าสุด ที่เพราะแนวๆนี้ห่างหายจากจอไปนาน ..การกลับมาให้สมศักดิ์ศรีทั้งที ก็ต้องอลังการงานสร้างกันตรึม และจับแปลงร่างตัวการ์ตูนให้กลายเป็นคนที่มีลมหายใจจริงๆ ออกมาโลดแล่นบนโลกมนุษย์กันไปเลย

ซึ่งหากจะติดความแตกต่างจากเทพนิยายบทอื่นๆอยู่อีกอย่างหนึ่งแล้ว ..ก็คงเป็นที่ เทพนิยายบทนี้ คนธรรมดาอย่างเราๆสามารถสัมผัสมันได้ง่ายดาย และอยู่ใกล้ตัว ...เพราะเอาเข้าจริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่าด้วยความรักของคนบนโลกใบนี้ ใช่ว่าจะยืนยงตลอดกาล เหมือนความรักของเจ้าชาย เจ้าหญิง อันถูกกำหนดตายตัว ต้องชั่วนิจนิรันดร์เท่านั้น

ไม่ว่า หนังเรื่องนี้ จะมีเอาไว้ดูเอาหรรษา บันเทิง สำหรับคนในครอบครัว หรือว่าต้องการจะซาบซึ้งกับความรักปรัมปรา สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อความโรแมนติก ...ทางเลือกทั้งสอง ก็ล้วนแต่คุ้มค่า และน่าอิ่มอกอิ่มใจจริงๆ

ยิ่งถ้าคุณปักป้ายชื่อบอกว่าตัวเองเป็นแฟนดิสนีย์ด้วยแล้ว ..จะยิ่งสนุกเป็นเท่าทวี อย่างแน่นอน




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Enchanted”


Review.. "Enchanted" ... เทพนิยายรักแท้'ดิสนีย์' ของโฉมงาม สวยใส(เกือบ)ไร้สติ กับเจ้าชาย(ผู้รู้ตัวว่า)หลุดโลก




อันดับที่ 8

เคยบอกตัวเองแต่แรกดูตัวอย่างหนังว่า “นี่มันหนังสัตว์ประหลาด เกรดบีชัดๆ”

แต่ผมก็คงต้องรู้สึกยินดี ที่เลือกจะลดความไม่ปักใจเชื่ออยู่อย่างนั้นกัน ไปตลอด ..เพราะถ้าผมยังคงคิดเองเออเองเหมือนแต่ต้น ก็คงมีสิทธิ์จะพลาดหนังที่ว่าด้วยเรื่องราวของ “คนประหลาด” เรื่องนี้ไปอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง

จากเนื้อหาแต่เริ่ม ที่ว่าถึง เมฆหมอกประหลาด ส่อและส่งความเลวร้ายให้เกิดความระแวงไปทั่วทุกเขตคาม ทั้งนำพาชีวิตนับสิบๆ ให้มารวมตัวกันในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งเดียวกันอย่างมิได้นัดหมาย ..แล้วเราจะคาดเดาอะไรได้อีก นอกจากการต้องทนยอมเจอความกดดันจากภายนอก ครอบคลุมความเป็นความตายของทุกคน ให้เราคอยตามลุ้นว่า พวกเขาจะหนีตายไปได้อย่างไร

แต่ “สตีเฟ่น คิงส์” และ “แฟรงค์ ดาราบองต์” ไม่ได้แค่คิดอะไรแบบตื้นๆเพียงเท่านั้น ...หากกลับเลือกที่จะเล่นหักดิบ โดยจับสัญชาตญาณของเหล่ามนุษย์ผู้รักตัวกลัวตายด้วยกัน มาเผชิญหน้าในสถานที่แคบๆ เพื่อให้แสดงสันดานความต้องการเอาชนะอย่างไม่ลดละ ..และ ทั้งหมดที่เกิดเหตุในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ ก็ล้วนเกิดจากความใส่ใจเพียงว่า ข้าต้องมีชีวิตรอด ในที่สุด ..ซึ่งมันก็รอดได้จริงๆ

ถึงต่อให้ผมจะบังอาจสปอยล์ ตอนจบ ตั้งแต่ตรงนี้เลยก็ได้ว่า พระเอกจะมีชีวิตรอดจนถึงนาทีสุดท้าย ..แต่ความหวังที่ว่ามันต้อง แฮปปี้เอนดิ้ง คือ สิ่งที่คุณจะไม่ได้รับจากหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน!!!




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “The Mist”


Review.. "The Mist" ... ความกลัวที่จองจำ กับการกระทำที่จองเวร




อันดับที่ 7

แสบสันต์ไปด้วยลูกบ้า หลากท่าไปด้วยความเว่อร์ กับหนังสุดเวิ่นเว้อแห่งปี...ที่หลุดทุกความเป็นจริง ไปสู่โลกที่ไร้กฎเกณฑ์ของนักฆ่า ที่สามารถจะโชว์ลีลาออกสเตปกันอย่างไรก็ได้ ให้ตีลาการ้อยเกลียว หมุมพันตลบ และจบด้วยท่าราวนด์ดรอป ซัมเมอซอล ก็ยิงโดนได้ทุกนัด ไม่พลาดทุกเป้า

แน่นอนล่ะที่นี่ ต้องถือเป็นหนังแอ๊คชั่น ดูเอามันส์ระเบิดเปิดเปิง เป็นลำดับแรกตามความตั้งใจ ..และหนังก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ไม่พลาด จนได้แต่แบบว่าตื่นเต้นมันไปทุกฉาก พร้อมร้องอุทานในใจว่า.. “เฮ้ยยยยย!!! จะเว่อร์ไปถึงไหนวะ”

แต่ที่ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ในความเว่อร์อันเวิ่นเว้อเหล่านี้ ..ผมกลับยอมที่จะปล่อย และหลุดไปสู่โลกใบนั้นของหนังจนหมดตัวและหมดใจกันไป

ซึ่งนี่ยังดีนะที่พอออกจากโรงมาเผชิญโลกความจริง แล้วรู้ตัวว่าผมเป็นใคร ..ถ้าเวิ่นเว้อกับมันไปด้วย ก็มีหวังได้เข้าข่ายอยากจะบ้าบิ่นโดดข้ามตึกขึ้นมาอย่างไม่กลัววายชีวิต หรือให้แรงกว่านั้น คนที่ผมเกลียด มันทุกคนต้องตายยยยยย!!!

(คำเตือน : ข้อความบรรทัดสุดท้ายเมื่อกี้นี้... โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ...เพราะเอาเข้าจริง ผมเว่อร์ทั้งน้านนนนนนน!)




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Wanted”


Review.. "Wanted" ... บ้าเต็มเหวี่ยง เพี้ยนเต็มขั้น ..มันส์จนสติหลุด!!!




อันดับที่ 6

นี่ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่ยังไม่ได้เข้าฉายในบ้านเราจริงๆ ..แต่คงจะเป็นกรณีที่ได้แค่เข้ามาอยู่ในเทศกาล Fete ก็เป็นบุญโขไปเรียบร้อยแล้ว

แม้จะยังรู้สึกว่าเสียดาย ที่ค่ายหนังบ้านเรามองข้ามมันไป เพียงเพราะเข้าใจว่ามันคงขายไม่ค่อยออก (ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมหันต์อีกแล้ว!) ...แต่การได้มีโอกาสดูมันในโรงหนังบ้านเราของผม ก็เป็นได้ทั้งประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นของการดูหนังเทศกาลเป็นครั้งแรก และความทรงจำที่อิ่มเอมอีกครั้งของรอบปี ที่ถึงจะมีอุปสรรคทางภาษา(ก็หนังเล่นพูดฝรั่งเศส แต่ดันมีซับแค่อังกฤษ ให้ต้องแปลความกันอีกที) แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคในการเข้าถึงอย่างใด

มิหนำซ้ำ การที่หนังถูกเล่าเรื่องออกมาโดยมีตัวแปรด้านอารมณ์เอื้อให้เราเข้าใจไปกับมัน ..ก็ยิ่งทำให้เราสัมผัสความรู้สึก เจ็บปวด เศร้าโศก ท้อแท้ ของพระเอกได้โดยไม่ต้องพยายามหว่านล้อมด้วยสถานการณ์บีบคั้นเช่นหนังดรามา ที่มีตัวละครต้องถูกพันธนาการด้วยอาการความเป็นความตายกันมาตลอด

นี่เป็นหนังที่อาจสร้างความรู้สึกสลดปนขมขื่นให้เกิดขึ้นได้กับทุกคนเมื่อหนังจบ ..แต่พอออกจากโรงมาแล้วนั่นแล ภาพความเจ็บปวดเหล่านั้น ย่อมจะย้อนมาหลอน เป็นทั้งกำลังใจ และช่วยกดดันให้เรารู้สึกว่า ชีวิตของเรามีค่า อีกยังต้องเพียรทำทุกนาทีให้คุ้ม ก่อนที่วันใดวันหนึ่งอาจจะเกิดอะไรที่เลวร้ายกับเราขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “The Diving Bell and the Butterfly”




อันดับที่ 5

ฮากลิ้ง มันส์สะดิ้ง และบ้าบอ ..คือ 3 สิ่งที่อยู่รวมกัน และเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย สำหรับหนังตลก ..ที่บังอาจจับเอาหนังสงครามพันธุ์โหดมาล้อ และตัดพ้อโลกมายา ฮอลลีวู้ดเสียเต็มประดา

และยิ่งเมื่อมาบวกกับการได้ดาราระดับแม่เหล็กมารวมตัว ดวลมุข อวดลีลา เทกระจาดบ้า ชนิดตาต่อตา ขี้ฟันต่อขี้ฟัน ..ก็ยิ่งเป็นกำไรกับคนดู ที่อยากจะดูหนังตลกที่ทำให้เราฮาได้ถึงขั้นเสียสติ ...ชนิดที่ขอแค่ฮาสักเต็มร้อย แต่จัดให้ถึงสองร้อย แบบไม่ขอทวงค่าเหนื่อยเพิ่มแต่อย่างใด

นี่แหละคือหนังที่ผมอยากได้ ..หนังที่ผมคิดว่า นานมาแล้ว ได้หายไปจากชีวิต ...หนังที่ไม่มีลิมิตในการสร้างความสุข และเต็มอิ่มกับการสร้างสรรค์ที่เกินความเป็นหนังล้อเลียนทั่วๆไป ..มันคือหนังตลกในฝันของผม ที่กลายเป็นภาพความจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ผมกล้าท้าพนัน ณ ตรงนี้เลยว่า... ถ้ามีใครดูแล้วไม่ฮาสักเม็ด ..ผมยอมถอดกกน. โชว์ก้น และตดป้าดๆให้คุณดอมดม แบบ “แจ๊ค แบล็ก” (ในหนัง) เลยล่ะอ้าว!! (สร้างสรรค์บนความอุจาดตาและจมูกดีแท้ -_-‘)




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Tropic Thunder”


Review.. "Tropic Thunder" ... สงครามบ้า ฮอลลีวู้ดอ่วม คนดูมันส์ (หนัง)ตลกในฝัน




อันดับที่ 4

การดูหนังที่กินเวลาปาเข้าไป 3 ชั่วโมง ย่อมเป็นอะไรที่ทรมานจิต ชวนบั่นทอนใจมากเสียกว่าจะอยากบันเทิง สำหรับใครก็ตามที่มีระดับความอดทนในตัวเองเข้าขั้นต่ำ ...ยิ่งถ้าหนังเรื่องนั้นๆ ดันเล่าแบบเนิบๆ ช้าๆ ไปเรื่อยๆ ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นที่สุด.. ที่แทบจะขอหลับได้ทุกเวลา แบบไม่จำต้องทันเอ่ยปากพูด ก็คอพับไปแล้ว

แต่ถ้าหากว่า หนังร่วม 3 ชั่วโมง ที่เนิบนาบเรื่องนั้น ...สามารถจะดึงเอาพลังพิเศษในตัวของมันเองออกมาให้คนดูสัมผัสได้เสมือนว่า เรากำลังมองภาพต่างๆผ่านสายตาตัวละครตัวหนึ่งในหนัง ที่มีเราเป็นคนแสดง ..มันก็คงจะไร้เหตุผลใดๆ มาข่วยรั้งหนังตา พร้อมจะลืมกาลเวลาที่อยู่บนข้อมือ และพาให้ตัวเราเอง หลงไปติดอยู่ในภวังค์ของหนังเรื่องนั้น ..อันจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของหนังแต่ละเรื่อง

ซึ่งสำหรับหนังร่วม 3 ชั่วโมง เรื่องที่จะเป็นเจ้าของอันดับนี้ไป ..ส่วนตัวผมก็ได้ทำการจัดอันดับ ให้เป็นหนังเนิบนาบอันทรงประสิทธิภาพอันดับต้นๆในใจไปเรียบร้อย ...เพราะไม่ว่าจะด้วยองค์ประกอบของหนังสักเรื่องที่มีนักแสดงเจ๋ง งานกำกับยอด การเล่าเรื่องเยี่ยม หรือว่าสาส์นที่อยากสื่ออันทรงพลัง ..มันล้วนแล้วแต่ดึงอารมณ์และดูดความรู้สึกของผมออกมา แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ..จะเรียกว่า ยอมพลีกาย และตายไปพร้อมกับหนังก็ยังได้

นี่คือหนังที่ผม(รวมถึงนักวิจารณ์ และคอหนังอีกมากมาย)กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ.. ว่ามันจะต้องกลายเป็นงานคลาสสิคทึ่ทรงคุณค่าได้แน่ ไม่ว่าจะในอนาคตอันใกล้ หรือไกลไปกว่านี้อีกสิบ อีกร้อยปี ..ถึงตราบใดที่ภาพยนตร์ยังไม่สิ้นลมหายใจ




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “There Will Be Blood”


Review.. "There Will Be Blood" ... ศรัทธาใต้เท้า/ความเชื่อเหนือหัว กับ ตัวตนของคนบาป






อันดับที่ 3

นึ่คือ อีกหนึ่งหนังที่ได้ดูจากในเทศกาล (จากที่ดูมา 3 ..ก็ล้วนแต่ติดอันดับทั้ง 3 รวดเลยทีเดียว).. และก็คงเป็นอีกหนึ่งที่ไม่อาจหาโอกาสมาฉายในบ้านเราอีกแล้วซะละมั้ง?

ซึ่งก็อดให้ไม่เสียดายแทน ไม่ได้อีกเช่นกัน ..ให้กับหนังเรื่องนี้ ที่แทบทุกคนที่ได้ดูล้วนต่างบอกว่าเป็นการกลับมาคืนฟอร์มที่ดีที่สุดของ “วู้ดดี้ อัลเลน” ในรอบหลายปี ..รวมทั้งผม (ที่ยังผ่านตางานของลุงท่านไม่กี่เรื่อง) ก็ยังต้องขอยืนยันตามนั้น

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ทรงเสน่ห์อย่างรุนแรงในแบบฉบับของหนังตลกโรแมนติก ..ที่บังอาจแฝงความร้ายกาจในหลายสิ่งหลายอย่าง ลงไปในเรื่องราวที่แทบไม่มีอะไรในกอไผ่ในตัวของมัน นอกเสียจาก จะเล่าความอลวนวุ่นรักของตัวละคร ที่ชวน ‘ชู้’ปีดูวับ กันซื่อๆ ไปเรียงๆ

ซึ่งถ้า ความตลกร้าย คือ ไม้ตายที่เรียกเสียงหัวเราะได้เด็ดขาดตามสไตล์ลุงวู้ด ..ความบ้าบิ่นหลายๆอย่างของตัวละคร ก็ก่อให้เกิดจุดพีคกับหนังได้หลายๆช่วง และล้วนทำให้การแสดงแต่ละคน คนละคาแรกเตอร์ มีสีสันที่แตกต่างกันออกไป (หากสุดท้ายก็ไม่มีใครข่มอาร์ตตัวแม่กระทิงดุอย่าง “เพเนโลเป้ ครูซ” ได้ลง) ..แม้ในบางห้วง มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็น หนั้งงง เป็นหนัง แต่ก็มิได้มีผลอะไรกับความสนุกที่มีแต่ขึ้น กับขึ้น ไปจนถึงจุดจบ ที่ทุกคนหมดความบ้า กลับมาเป็นตัวของตัวเองกันอีกครั้งได้เสียที

แม้ความสนุกของตัวละครในหนังจะมีอยู่เพียงชั่วคราวประเดี๋ยวประด๋าว ..แต่กับผม คงจะยังติดตรึง ‘บ้า’เซโลน่า ในซอกหลืบความทรงจำ ไปอีกยาวนานทีเดียวเชียวล่ะ




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Vicky Christina Barcelona”








อันดับที่ 2

หลายคนอาจจะไม่แน่ใจ.. ว่าผมแน่ใจแล้วหรือที่มอบอันดับนี้ ให้กับหนังที่สุดยอดดดดดดดดดดด!!! ระดับเมพ เรื่องนี้ ได้ลงคอ

ขอบอกเลยว่า แน่ใจ ..และเป็นความแน่ใจ ที่ผมเชื่อมั่นว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง ...ก็สามารถจะนั่งนิ่งๆอยู่ในใจผมไปได้อีกยาวนาน ตราบใดก็ตามที่ภาคต่อของมันยังไม่มีออกมาเอาคืน

และสุดท้าย ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรให้มากมายกับหนังเรื่องที่ว่านี้อีกต่อไป ...เพราะมันได้พิสูจน์คุณค่ามหาศาลในตัวของมันเอง ผ่านสายตาคนมากมาย ที่พร้อมเทใจจะรักในความสมบูรณ์แบบ และทรงพลัง ของมัน แทบทุกๆคนที่เป็นคอหนัง




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “The Dark Knight”


Review.. "The Dark Knight" ... ขอเพียงพื้นที่เล็กๆ ..ให้คนดี มีที่ยืน (จะได้ไหม?)











และ...อันดับที่ 1

นี่คือหนังที่ผมยกให้เมพขิงๆ ยิ่งกว่าข้างบนได้ เพราะ... ผมตกหลุมรักใน ความเนี้ยบ และนิ้ง ในทุกรายละเอียด ที่หนังสักเรื่องจะทำออกมาเด็ดขาดได้สมบูรณ์แบบ เสียขนาดนี้

ยิ่งถ้ารายละเอียดเหล่านั้นสามารถตีเป็นภาพ เล่าเป็นเรื่อง พูดเป็นบทสนทนา แล้วสามารถตอบโจทย์ของคำว่า “การไถ่บาป” ออกมาได้อย่างเจ็บปวดรวดร้าว ชวนสลายได้น่าให้ขาดใจตาย ...ฉากสุดท้ายของหนัง ที่เป็นที่สุดของความทรงพลัง คงจะไม่สุดยอดอย่างที่เป็นอยู่ ถ้ารายละเอียดที่ผ่านมาทั้งเรื่องไม่ถึงที่สุดในทุกอารมณ์เช่นนี้

มาถึงวันนี้ ผมก็ยังคงอดเสียดายไม่หาย ..ที่กรรมการออสการ์ มองไม่เห็น เหมือนที่ผมเห็น รู้สึกไม่เท่า อย่างที่ผมรู้สึก และสะเทือนไม่ถึงที่ อย่างที่คิดว่าถึงพร้อม ...แต่ก็มิเป็นไรไป ในเมื่อความปลาบปลื้มเป็นที่สุด ไม่ใช่ว่าต้องหยิบชัยชนะไปเบ็ดเสร็จในทันที

หากแต่สุดท้าย ผมก็ยังคงเชื่อมั่น.. ว่านี่คือ อีกหนึ่งหนังในอนาคตอันใกล้ ที่คำว่า “อมตะ” ไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อมใดๆ ...ซึ่งถ้าเอาเฉพาะใจผม ก็ได้ปิดผนึก ส่งมันไปถึงจุดหมาย เรียบร้อยล่วงหน้าก่อนใครไปแล้ว

แล้วคุณล่ะครับ ...ได้เคยดูหนัง(ที่เป็นว่าที่) อมตะ เรื่องนี้แล้วหรือยัง???

ถ้ายัง ..ผมขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง!!!




และ เรื่องๆนั้น ที่เป็นที่สุดแห่งปีของผม ก็คือ...“Atonement”


Review.. "Atonement" ... ยอกย้อน -> เด็ก/ผู้ใหญ่ <- ความแตกต่าง -> ความจริง/ความลวง <- สับสน







สำหรับบรรดาหนังโรงที่ผมเคยได้ดูมาตลอดปี ในทั้ง 100 เรื่อง ...ผมก็ได้ทำการลิสต์เอาไว้ ครบหมด ไม่ขาดไม่เกิน ...ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องนี้ เรื่องไหน เป็นอย่างไรสำหรับความในใจของผม สามารถติดตามที่ลิงค์นี้... //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=onceupon&month=01-2008&date=06&group=11&gblog=3


และนี่ก็คือบทสรุปทั้งหมดทั้งมวลที่ผมมีต่อ การดูหนัง ในหนึ่งรอบปีที่ผ่านพ้นไป ซึ่งสำหรับผมแล้วก็มีทั้งเรื่องที่เป็นความประทับใจ/ชอบ/พอใช้/ผิดหวัง/แย่ คละเคล้ากันไป ตามแต่ความพอใจในความคุ้มค่าตั๋วและตัวหนังที่ออกมา ...แล้วคุณล่ะครับ รู้สึกอย่างไรกับการดูหนังของคุณในรอบปีที่ผ่านมาบ้าง ...คุณกับผมคิดเหมือนกันบ้างหรือเปล่า ?


ปี52 ปีวัว ปีนี้ ...ยังมีหนังอีกหลายสิบเรื่องรอคอยผมและคุณ อยู่ข้างหน้า ...ขอให้ใช้เวลาตลอดอีกทั้ง 365 วันที่มีอยู่ต่อไปนี้ กับการดูหนังที่คุณเลือกให้มีความสุข ...แล้วเราค่อยกลับมาเจอกัน คุยกันแบบนี้ อีกหน ใน {The Best of 2009} เพื่อจะได้บอกถึงความสุขที่ผมมีต่อหนังตลอดทั้งปีนี้อย่างแน่นอน.. ผมขอคอนเฟิร์ม!!!




Create Date : 19 มกราคม 2552
Last Update : 19 มกราคม 2552 4:06:52 น. 7 comments
Counter : 2539 Pageviews.

 
ขอบคุณ ข้อมูลดีๆ ค่ะ จากทั้งหมด ดุแค่เรื่องเดียวเองค่ะ“Horton Hears a Who!” ตลกขำๆ มากมาย น่ารักมากเลย


โดย: Anitapa วันที่: 19 มกราคม 2552 เวลา:11:15:54 น.  

 
ตกใจ Tropic Thunder ขึ้นมาสูงมากกกกก
(หนังมันไม่แย่นะ แต่ท้ายๆ ข้าพเจ้าดร็อปลงพอควร)
เช่นเดียวกับ Enchanted 55+

The Dark Knight ดูจบแรกๆ จะชอบมาก
แต่พอเวลาผ่านไป ด้วยกระแสที่จางลงด้วยมั้ง จาก 10 คะแนนก็จะเหลือ 9 คะแนน ไรแบบนี้

ถ้าเอาในกลุ่มนี้ เรียงลำดับ(ของตัวเอง) จะได้..

กอด
There Will Be Blood
The Mist
No Country for Old Men
Atonement
The Dark Knight
Burn After Reading
The Diving Bell and the Butterfly
Vicky Cristina Barcelona
Horton Hears a Who!
Sweeney Todd: The Demon Barber of Fleet Street
Quantum of Solace
WALL-E
Cloverfield
Wanted
Enchanted
Tropic Thunder
Tokyo Towers: Mom & Me, and Sometimes Dad
A Moment in June
ดรีมทีม
Be Kind Rewind


โดย: ืnanoguy IP: 125.24.123.142 วันที่: 20 มกราคม 2552 เวลา:8:24:45 น.  

 
หนังเยอะมากๆๆๆ มีทั้งดี เเละไม่ดี เเละพอใช้ได้ เจอเรื่องดีๆ ก็สุดยอดไปเลยนะคะ ถ้าเจอเรื่องไม่ดีก็เศร้าๆๆๆๆๆๆเลย


โดย: yopathum วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:22:58:52 น.  

 
สำหรับ Atonement นั้น .. ส่วนตัวเรื่องนี้ไม่โดนเท่าไหร่ครับ (เนื้อเรื่อง) แต่ต้องยอมรับว่า ผู้กำกับมีความละเมียดละม้ายในการสร้างหนังเรื่องนี้มากๆ เพราะองค์ประกอบหนังทุกอย่างสวยงาม และลงตัวมากๆครับ ...

ถ้าจากอันดับของคุณนะ อันดับ 1 ของผมคืิิอ The Dark Knight (ดูโรง 2 รอบ ดูที่บ้านอัก 1 รอบ) รองลงมาึืก็ Tokyo Tower (หนังที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแม่ลูกนี้ ไม่ไหวจริงๆครับ น้ำตาแตกตลอด) และตามมาด้วย There will be blood และ No Country (ชอบพอๆกัน)

อยากบอกครับว่าบล็อคนี้ได้กลายเป็นบล็อควิจารณ์หนังอันดับต้นๆที่ผมต้องเข้ามาอ่านไปเสียแล้วสิ ... ขอชมทั้งในเรื่องของการวิจารณ์ รวมไปถีงข้ิอมูลต่างๆที่นำเสนอ อยากให้มีบล็อคดีๆอย่างนี้ต่อๆไป จะติดตามไปเรื่อยๆครับ ...

ปล. ผมเข้ามาดูบ่อยมากๆ แต่ไม่ค่อยได้เม้นท์เท่าไหร่ครับ แหะๆ


โดย: YoiChi_KunG วันที่: 22 มกราคม 2552 เวลา:1:53:27 น.  

 
แปะบ้างๆ 15 หนังแห่งปีของพี่

15. Mamma mia!
+ เป็นหนังเพลง ABBA ที่ดูแล้วนั่งอมยิ้มได้อย่างมีความสุข และได้เห็นป้าเมอริลทำในสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็น (แอ๊บแบ๊ว + ร้องเพลง)

14. Persepolis
+ ชอบช่วงต้นๆ (สมัยวัยเด็ก) ของหนังมาก ส่วนตอนโต ก็ดูมืดหม่นได้ใจ

13. Once
+ เป็นหนังเพลงที่มีเสน่ห์ และสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี

12. Enchanted
+ ช่างคิด ช่างล้อเลียน แถมเพลงก็เพราะเหลือใจ

11. Kungfu Panda
+ เป็นอนิเมชั่นที่ฮาโคตรๆ ขำสุดๆ

10. Son of Rambow
+ อบอุ่น ดูแล้วชวนให้ถวิลหาวัยเด็กจริงๆ

9. In the city of Sylvia
+ อาร์ตแตก แต่ก็เก๋ระเบิดระเบ้อ เหมาะแก่การนำไปศึกษาประกอบวิชาเกี่ยวกับภาพยนตร์

8. The edge of heaven
+ เจ็บปวด ร้าวราน และนำเสนอเรื่องของ “คนชายขอบ(ของวัฒนธรรม)” ได้อย่างทรงพลัง

7. No country for old men
+ สุดยอดของหนังทริลเลอร์แห่งปี อารมณ์ประมาณใกล้เคียงกับตอนได้ดู Fargo

6. Atonement
+ งานด้านเทคนิค – บทภาพยนตร์ – การแสดง เจ๋งหลายด้านทีเดียว เสียแต่พอมองผ่านมุมมองของตัวร้าย เลยทำให้เกิดอารมณ์ร่วมแบบไม่สุด (ดันติดกับอารมณ์หนังแบบเก่าๆ มากไปหน่อย)

5. Wall-E
+ เป็นอนิเมชั่นสุดเจ๋งของปีที่ผ่านมา

4. The dark knight
+ เป็นหนังที่ก้าวข้ามความเป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ ไปสู่หนังจิตวิทยา – แอ๊คชั่น – ทริลเลอร์ ที่ดูแล้วมันส์มาก

3. There will be blood
+ หนังสุดแสนจะทรงพลัง ที่ขุดสันดานชั่วร้ายในตัวมนุษย์ออกมาตีแผ่ได้อย่างถึงกึ๋น

2. Let the right one in
+ หนังคัลท์สยองขวัญจากสแกนดิเนเวีย ที่มีบรรยากาศเย็นเยียบสุดหลอกหลอน แต่กลับโรแมนติคอย่างไม่น่าเชื่อ

1. The Diving Bell and the Butterfly
+ ชอบทั้งเทคนิคการเล่นกล้อง, อารมณ์ขันที่หนังใส่เข้ามา ทำให้ไม่รู้สึกเครียดหรืออึดอัดเกินไป, ฉาก “ใจสลาย” ในหลายๆ ฉาก, การที่หนังสามารถสื่อให้คนดูเข้าใจสภาพของพระเอกออกมาได้อย่างดีเยี่ยม (และน่าจะเป็น 1 ในหนังจำนวนไม่มากนัก ที่สร้างออกมาได้ดีเทียบเท่ากับตอนเป็นบทประพันธ์) ... และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้สึก “เสริมสร้างกำลังใจ (อย่างรุนแรง)” หลังดูจบ ใกล้เคียงกับตอนที่พี่ได้ดูหนังในดวงใจอีกเรื่องคือ The Shawshank Redemption เลยครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 25 มกราคม 2552 เวลา:23:58:25 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะ อ่านแล้วสนุกมากเลย ดีใจ มีที่ 1 ในใจเหมือนกันเลย..


โดย: ~ aor ~ IP: 118.175.180.49 วันที่: 8 เมษายน 2552 เวลา:13:04:22 น.  

 
อยากดู Vicky Christina Barcelona


โดย: คนขับช้า วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:58:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.