+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"Pirates of the Caribbean : At World's End" ... โจร(สลัด)ที่ไม่มีสัจจะ กับภาคจบที่ไม่ทำตามสัจจะ



ความเดิมตอนที่แล้ว :
"Pirates of the Carribean : Dead Man's Chest" ... ไม่เท่าภาคแรก แต่ก็สนุกครื้อกัน
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=onceupon&group=2&month=07-2006&date=16&gblog=19

ความรู้สึกแรกที่คิดออกหลังจากดูภาคสองจบของใครต่อใครหลายคน คือ ...อยากดูภาคสามใจจะขาดแล้วเว้ย!!!

หลังจากที่ตอนจบในภาคก่อนได้สร้างความค้างคาใจ เคลือบแคลงสงสัยในอะไรต่อมิอะไรตั้งหลายข้อ ...คนที่ไม่เก็ทพากันถามไถ่อย่างสนุกว่า "เอ๊ะ กัปตันบาร์บอสซ่า กลับมาได้ไง ในเมื่อภาคแรกก็ม่องไปแล้ว" "เอ๊ะ กัปตันแจ๊คโดนเขมือบไปแล้วอย่างนี่ พี่ท่านจะกลับมาอีกในรูปแบบไหนละน้า" "เอ๊ะ อลิซาเบธคิดอะไรกับแจ๊คเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมเรือมั้ยเนี่ย" "เอ๊ะ แล้ววิลจะทำเช่นไร เพื่อช่วยชีวิตพ่อละนั่น" ...ตอนจบของภาคสองได้มีข้อคิดให้ลองนึกตั้งหลายเอ๊ะ ชวนคนดูให้ต้องสะกิดใจและสะกิดต่อมอยากดู มาตลอดระยะเวลาเกือบปี มานี้

ความสำเร็จที่ภาคสองทำได้ ก็คือ การสร้างแรงกระตุ้นที่จะทำให้คนทุกคนที่ได้ดู ต้องไม่อยากพลาดภาคสามที่เป็นภาคสุดท้ายไปด้วย ซึ่งไม่ว่าคนๆนั้น จะเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบภาคสองหรือไม่อย่างไร ไม่สำคัญ สำคัญแต่ว่า "เราต้องดูให้มันจบๆกันไป"



"Pirates of the Caribbean : At World's End" ... ว่ากันต่อไปหลังจากที่ภาคสอง ปล่อยความคาใจให้มันเติ่งไว้ที่ การจากไป(ที่มีวันกลับ) ของ "กัปตัน แจ๊ค สแปร์โรว์" ...กลุ่มก๊วนสหายร่วมผจญภัยของแจ๊คทุกคน ต่างมีความยินดีที่จะเดินทางไปสุดขอบโลก(เป็นสถานที่ที่ กักเก็บวิญญาณคนตายเอาไว้) เพื่อจะช่วยนำแจ๊คให้คืนตนกลับมาสู่โลกปกติ

แต่ที่ทุกคนต่างตกลงปลงใจจะไปตามหาแจ๊คนั้น ไม่ใช่เรื่องของความรักความเอ็นดู (ที่ใครต่อใครคงไม่คิดว่าเขาจะมีอะไรให้ต้องรักต้องเอ็นดูอยู่แล้วแหละ) ...แต่เป็นเรื่องของการที่ เหล่าโจรสลัดแห่งเหรียญแปดเรียล (อันมี 9 จอมโจรสลัดจากทุกมุมโลกเป็นสมาชิก) ได้มีนัดหมายจะทำการประชุมเพื่อหารือถึงเรื่องการปลดปล่อย "คาริปโซ" ผู้เป็นนางอันเป็นที่รักของ "กัปตัน เดวี่ โจนส์" จากการกักขังเอาไว้ในร่างของแม่หมอ "เทีย ดัลม่า"

คาริปโซ เคยเป็นผู้ปกครองผืนทะเลโดยแท้จริง ก่อนหน้าที่เธอจะได้มารักกับ เดวี่ โจนส์ ...เมื่อเธอได้รับการหย่าขาด จากคนที่เธอรัก มันจึงทำให้เธอพิโรธ และก่อความสั่นสะเทือนเลือนลั่นให้กับพื้นสมุทร จนทำให้เหล่าจอมโจรสลัดทั้ง 9 ต้องรวมตัวกัน เพื่อกระทำการกักขังเธอไม่ให้ก่อความอันตรายกับพวกเขาไปมากกว่านั้น



แต่แล้วมันก็ถึงเวลาที่พวกเขาต้องคิดผิดคิดใหม่จนได้ เมื่อหายนะครั้งใหญ่(กว่า)กำลังจะเกิดขึ้นกับเหล่าโจรสลัดทุกมุมโลก ...หายนะที่ว่า มาในนามบริษัท "อีสต์ อินเดีย" ที่ยังคงเดินหน้ารุกฆาตโจรสลัด อย่างไม่ยอมละเลิก "ลอร์ด คัทเลอร์ เบกเก๊ตต์" ได้เดินหมากตราต่อไป โดยเลือกจะใช้บริการการก่อวินาศกรรมของ แดวี่ โจนส์ และเรือ ฟลายอิ้ง ดัชท์แมน (เหตุผลที่แดวี่ต้องจำใจทำเพราะ กล่องดวงใจของเขาได้ตกมาอยู่ในมือของ เบกเก๊ตต์ ที่รอจะทำการขยี้เมื่อไหร่ก็เป็นได้)

และแล้ว "มหาสงครามแห่งโจรสลัด" ก็ถึงเวลาที่มันจะระเบิดซะที ในภาคสุดท้ายพอดีพอดิบ ของหนังที่ต้นฉบับได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "หนังโจรสลัดยอดเยี่ยมและคลาสสิคตลอดกาล"



ผู้กำกับ "กอร์ เวอร์บินสกี้" และ ผู้สร้าง "เจอร์รี่ บรั้คไฮเมอร์" เดินเรือมาไกล และก็ใกล้ที่จะถึงฝั่งเต็มที ...ซึ่งกับปลายทางที่รอพวกเขาอยู่ ใน At World's End นี้ ก็เป็นไปอย่างที่ชื่อมันฟ้องว่า การเดินทางของพวกเขาทั้งสองได้มาถึงสุดขอบโลกของหนังไตรภาคแล้ว

เรื่องราวแห่งจินตนาการโลกท้องทะเลสุดบรรเจิดที่ได้เคร้าโครงความเป็นจริง เกร็ดประวัติศาสตร์บางอย่างมาบิดขมวดนี้ ยังคงเป็นสองมือดี "เทอร์รี่ รอสซิโอ & เท็ด เอลเลียต" ที่รับผิดชอบงานบทหนังต่อไป ...ด้วยความที่คุ้นเคยกับปากกาในมือ และภาพความคิดในหัว มาแล้วตั้ง สองภาค หนนี้ ก็เลยดูจะไม่ลำบากอะไรสำหรับความสร้างสรรค์ในกลวิธีเล่าเรื่อง ที่สองซี้ควรจะทำให้มันจบลงอย่างบริบูรณ์และเป็นภาคอวสานที่เรียกคำว่า "ความประทับใจ" ได้เต็มปากเต็มคำ

ควรอย่างแรก ...สองซี้ ทำได้ดี สอบผ่าน
แต่ควรอย่างที่สอง ...กลับไม่ใช่อย่างงั้น มันเป็น Pirate of the Caribbean ที่ผมไม่กล้าพอจะใช้คำว่า "ประทับใจ" เพื่อบอกต่อกับใครๆให้รู้เลยด้วยซ้ำ

เรื่องของบทหนัง เป็นปัญหาหลักใหญ่ใจความของภาคนี้ (เช่นที่มันก็เคยมีให้ขัดใจมาตั้งแต่ภาคก่อนแล้ว) ...และ เรื่องของความล้น ก็เป็นเหมือนไฟลามทุ่งที่อันตรายที่สุดของ At World's End (ที่มันมีสะเก็ดมาคุตั้งแต่ภาคก่อนอีกเช่นกัน)



ถ้ามองงานของสองซี้ ด้วยใจที่คิดถึงหนังผจญภัยมีฟอร์ม ดูเอาสนุกเน้นบันเทิงเข้าว่า ก็นับว่าอยู่ในระดับฝีมือที่เยี่ยม ...พวกเขาทำให้คนดูรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการดำเนินเรื่อง ที่มีจุดอะไรต่อมิอะไรมากมายมาวางเป็นพอยท์ต่อๆกันไป ที่ให้เราได้ลากเส้น ได้มันส์ไปกับการขีดเขียน ...เส้นที่ได้มีทั้งช่วงตรง (ความหรรษาจากมุขตลก ความชุลมุนในการเดินทาง และความคึกคักจากฉากแอ๊คชั่น) ช่วงโค้ง (อารมณ์ตัวละครที่ต้องพริ้วไหวไปตามสถานการณ์ที่บทหนังคิดและเขียนไว้ให้) และทั้งสองช่วง ก็ผสานรวมกลายเป็นรูปวาดจินตนาการที่ให้อะไรที่เจริญหูเจริญตากับคนดู

แต่บังเอิญที่ว่านี่ไม่ได้เป็นแค่หนังผจญภัยมีฟอร์มทั่วๆไป แต่มันเป็นถึงภาคสุดท้ายของ "หนังโจรสลัดยอดเยี่ยมและคลาสสิคตลอดกาล" ...มิเช่นนั้นแล้ว มันเลยต้องมีอะไรให้คาดหวังมากกว่าทั่วๆไปอีกด้วย

เรื่องของความล้น เป็นปัญหาอย่างเดียวที่ สองซี้ ไม่รู้วิธีดีๆ อันเป็นหนทางจะแก้ไขให้ลงตัว ...ดูเหมือนว่าอะไรหลายๆอย่างที่ใส่เข้ามาเป็นรายละเอียดในภาคนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่สำคัญแล้ว ที่เหลือก็แทบเป็นแค่เรื่องประกอบฉาก ที่จะมองเห็นตามความจริงแล้ว ก็แทบไม่น่าจะใส่ลงไปเลยด้วยซ้ำ เพราะมันพาลทำให้หนังดู...ซะงั้นไปเลย (คนที่ได้ดูแล้ว น่าจะรู้ว่าผมหมายถึงตรงไหนบ้าง)



การร่วมเดินทางสู่สุดขอบโลกของ กอร์ เวอร์บินสกี้ ในหนนี้ ก็ให้ผลงานที่ไม่ต่างจากสองซี้เขียนบทเท่าไหร่ ...ฝีมือของเขาในคราวนี้ เสียศูนย์ ไปมากกว่าคราวก่อนอีก

จะบอกว่าอาจเพราะมีองค์ประกอบดีๆหลายๆอย่างมากมายที่บิวต์ความรู้สึกของเวอร์บินสกี้ พาอินคล้อยตาม จนยากลำบากจะตัดอะไรออกไปนั้น ...มันก็พอพูดได้ แต่ที่จะต้องพูดมากไปกว่านั้น ก็คือ การที่มันมีมากเกินไป นั่นแหละปัญหาตัวดีของความอดทนที่จะน้อยลงเรื่อยๆตามเวลาที่มากขึ้น



ภาคแรก ความยาวไม่เป็นปัญหาใดๆ 140 นาทีของมันคุ้มค่าทุกนาที ...มาในภาคสอง 150 นาทีที่ยาวขึ้น ก็เริ่มส่อแววความเกินเลย แต่ยังดีที่ไม่ขัดศรัทธาอะไรมากนัก ...กลับสู่ภาคสามนี้ สเกลเวลาที่เพิ่มเข้ามาอีก 18 นาทีนี้ มันหนักยิ่งกว่าเก่า ความเยิ่นเย้อที่หนังยัดเยียดเข้ามา รู้สึกเห็นและรับรู้ได้อย่างชัดเจน เป็นภาพและเสียงที่ดูจะไม่จำเป็นอะไรในต่อการต่อเวลาให้ยาวขึ้นเลย ...และสำหรับอะไรที่คิดว่ามันดี มันควรมีของคนทำ มันก็ย่อมไม่ได้หมายความถึงคำว่า 'พอใจ' เสมอไปในความคิดคนดู

แต่ถึงจะไม่ปลื้มเวอร์บินสกี้ในงานนี้สักเท่าไหร่ ...แต่ผมก็ยังคงจะยอมรับว่าเขายังเป็น ผู้กำกับหนังบันเทิงได้อย่างถึงคุณภาพที่ยังน่าจะให้เป็นมือวางอันดับต้นๆของฮอลลีวู้ดได้อยู่ ...อย่างน้อยๆในภาคนี้ มันก็เป็นหนึ่งหนังซัมเมอร์ที่มันส์ สนุก และไม่น่าเบื่อ (คำว่า เบื่อ กับ เยิ่นเย้อ ในความคิดของผม คนละความหมายกันนะครับ...เบื่อ คือ อาการที่พาลไม่อยากดูหนัง , เยิ่นเย้อ คือ ความยาวของหนังที่มากเกินจนรำคาญใจ)



ในขณะเดียวกัน ภาพรวมของ At World's End นี้ ก็ถือว่า เป็นภาคที่มีเรื่องราวอันเข้มข้นเป็นที่สุดในหมู่มวลไตรภาคนี้ ...ปมทุกอย่างที่เคยขมวดเอาไว้แต่ภาคแรก ห้อยภาคสอง ยันภาคสาม(ที่ไม่วายจะสร้างประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก) จะถึงคราวที่ต้องคลาย อีกทั้งทุกเรื่องราวของหนังยังจะเติมคำตอบที่หายไปของคำถามในใจคนดู ...สองซี้คนเขียนบทยัง ทำหน้าที่สำคัญอีกอย่างนี้ได้ลุล่วงไปด้วยดี เป็นคะแนนเสน่หาที่เรียกคืนมาได้บ้างจากพลพรรคแฟนๆเดนตาย

อย่างหนึ่งของหนังภาคนี้ ที่ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นความน่าเสียดายก็คือ การที่พี่แจ๊ค สแปร์โรว์ ของเราโดนลดบทบาทความเด่น คล้ายจะเป็นตัวประกอบซะอย่างงั้นเลย ... ในเมื่อภาคนี้ไม่ใช่ "จอห์นนี่ เดปป์" โชว์ อีกต่อไป เลยไม่แปลกอะไรที่คนดูจะได้รับอรรถรสความสนุกน้อยลง ความชืดเพิ่มขึ้น ...ในภาคก่อนๆ ผมไม่เคยต้องรอคอยจะเจอหน้าพี่แจ๊ค แต่ในภาคนี้ ใจผมต้องคอยยื่นอุทธรณ์เรียกร้องที่จะขอให้พี่ท่านได้โผล่หน้าจ๊ะเอ๋ มามีบทบาท สร้างสีสันให้คึกคัก ใจครึกครื้นซะบ้าง ผมไม่ชอบให้มันเป็นอย่างนี้เลย ทรมานใจโคตะระ



ก็บอกตามตรงเลยว่า ขัดใจมั่กๆ และน้อยใจแทน พี่เดปป์ อย่างเหลือล้น ...แต่ถ้ามองเป็นกลาง คิดในแง่ที่บทมันพาไป ให้ต้องเกลี่ยถัวเฉลี่ยกับบทสำคัญอื่นๆ แล้ว ผมคงต้องให้อภัย เวอร์บินสกี้ และสองซี้เขียนบท มา ณ ที่นี้ ...

เอาเป็นว่า ถึงแม้บทบาทของพี่ "จอห์นนี่ เดปป์" จะลดลงไปมากมายให้ชวนสังวรณ์ใจ ...แต่ในทุกนาทีที่เขาออก ก็ยังคงคุ้มค่ามากมายที่ได้เห็นเขา (และเขา เขา ...หลายๆเขา ก็คือ มุขตลกที่ร้ายกาจที่สุดของหนังภาคนี้)



การแสดงจากคนหน้าเก่าๆ ก็เรียกว่ายังดี(จนไปถึงขั้นเยี่ยม)ได้อีกเช่นเคย ..."ออแลนโด้ บลูม" บทบาทไม่มากเท่าไหร่(แต่ไหนแต่ไร) แต่ถึงอย่างไรก็ติดภาพจำว่า เขาเป็น "วิล" (และ "เลโกลัส") ไปแล้ว ยากจะลืมลง / "บิลล์ ไนลี่ย์" มีช่วงแว็บหนึ่ง ที่ "เดวี่ โจนส์" ได้กลับคืนเป็นคน และสีหน้าที่เป็นคนของเขา ก็เป็นเวลาสั้นๆที่แสดงมิติความอินได้อย่างสุดยอด / "เจฟฟรี่ย์ รัช" อาจเป็นเพราะ อริเก่า "บาร์บอสซา" ได้ทีกลับมา พี่แจ๊ค ก็เลยต้องโดนลดบทบาท เพื่อเปิดทางให้เขาคนนี้ ได้เป็นจอมขโมยซีนแทน (แต่ก็ประทับใจลุงเจฟฟรี่ย์ ในภาคแรกมากกว่า แย่งกันขโมยกับพี่เดปป์ มันส์มหาบรรลัยกว่ากันเยอะ) / "คีร่า ไนต์ลี่ย์" เธอเพิ่งมาได้เป็น ดารานำอย่างเต็มตัวก็ภาคนี้นี่เอง (ภาคก่อนๆ ยังเป็นแค่ดอกไม้ริมทางที่มีคุณค่า) ความสวยยังคงชนะเลิศ(เช่นเดิม) ความเท่ห์มีมากขึ้นเป็นจม และเสน่ห์อันเหลือล้นก็ชวนให้ผู้ชายอยากเป็นราชินีกันเป็นแถว (ยกมืออยู่ตรงนี้ คนหนึ่ง)



ส่วนหน้าใหม่ที่เพิ่มเข้ามา 2 ก็คือ ส่วนหนึ่งของเวลาที่น่าจดจำในหนังเรื่องนี้ ..."โจวเหวินฟะ" กับบท "เส้าเฟิง" ผู้กึ่งดีกึ่งร้ายที่ทรงพลังทุกรูขุมขน เพียงแต่ออกมาหน่อยเดียวก็หมดความหมายกันง่ายๆ (เป็นอีกหนึ่งความผิดหวังอันมหันต์ของผมที่มีต่อซี้เขียนบท) / "คีธ ริชาร์ด" นักร้องนำวงร็อคอมตะ "Rolling Stones" กับบท "ทีค" พ่อของพี่แจ๊คที่ออกมาสองฉากสั้นๆ ที่ไม่ทำอะไรเลย และก็ขโมยซีนไปอย่างเงียบๆ จากจอไปอย่างฮาๆ (ความเป็นแรงบันดาลใจให้ พี่เดปป์ น่าจะมีอะไรให้เล่นมากกว่านี้อีก มีรายละเอียดความเป็นมาเป็นไปสักหน่อย หรือจะให้ดี ก็สร้างเป็นภาคแยกขึ้นมาซะเลย)



งานโปรดักชั่นในภาคนี้ดูดีไม่มีที่ติเช่นเคย ในทุกๆด้าน โดยเฉพาะกับฉากไคลแม็กซ์สำคัญในชั่วโมงสุดท้าย ที่ทำเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นที่สุด ...อีกทั้งเรื่องของความมันส์ กับการสงครามในวังน้ำวน เป็นอะไรที่ดูดีสุดๆ ตื่นเต้นและมันส์พร้อมเพรียงกันเต็มอัตราศึก ...แถมขอยกให้เป็นฉากแอ๊คชั่นสุดประทับใจที่สุด ในตระกูล Pirates of the Caribbean เลยทีเดียว

"Pirates of the Caribbean : At World's End" ... 'ไม่มีสัจจะในหมู่โจร' เป็นสำนวนที่พอเข้าใจกันได้สำหรับกลุ่มคนที่ต้องหักหลังให้กันเพราะเรื่องของธุรกิจ แต่เผอิญว่าผมไม่ใช่โจรสลัด ทั้งไม่ได้เป็นนักธุรกิจ และผมก็ไม่ต้องการให้ใครมาหักหลัง อย่างเช่นที่หนังภาคนี้ทำกับความคาดหวังของผม ...ภาคสามไม่ยอมทำตามสัจจะแห่งความ ยอดเยี่ยม ที่เคยให้ไว้อย่างในภาคแรก (หรือกระทั่งภาคสองที่ถึงจะด้อย แต่ก็มีสัจจะอยู่บ้าง) ...ถ้ายึดว่านี่คือ Pirates of the Caribbean ภาคนี้ ด้อยที่สุดกว่าใครเพื่อน (สำหรับคนเป็นแฟน น่าจะผิดหวังกันไม่น้อย) ...แต่ถ้ายึดว่านี่คือหนังบันเทิงฟอร์มยักษ์ ดูเอาคลายเครียด ก็ถือว่าเป็นโปรแกรมที่มีดีอยู่พอตัว และอย่างน้อยๆ คนเป็นแฟนๆเอง ก็คงจะชอบภาคนี้อยู่เล็กๆ เอากับชั่วโมงสุดท้ายที่เป็นการสรุปเรื่องราวทุกอย่างได้อย่างสวยงามเท่าที่หนังภาคต่ออ่อนด้อยคุณภาพเรื่องนี้จะทำให้มีอะไรให้นึกถึงได้บ้าง



เกรด B+ ... {}

หมายเหตุ : ไตรภาค "Pirates of the Caribbean" ...ตามลำดับความชอบของผม คือ...

ภาค 1 : Curse of the Black Pearl



ภาค 2 : Dead Man's Chest



ภาค 3 : At World's End



ปล. ทั้งสองนี้ มี SPOILER ...ใครยังไม่ได้ดู อย่าเพิ่งลากเม้าท์ครับ

ปล. 1 การสรุปที่ผมชอบมากที่สุด ก็คือ เรื่องราวความรักที่ต้องเสียสละของ วิล-อลิซาเบธ ...นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องชมซี้เขียนบท ซึ่งสามารถเอากฏเกณฑ์ของฟลายอิ้ง ดัชท์แมน "หนึ่งวันบนดิน สิบปีในทะเล" มาผูกกับเรื่องความรักอีกหนหนึ่งได้อย่างลงตัว และทำให้ฉากโบนัสท้ายเครดิต ดูงดงามในความรู้สึก คุ้มค่าที่เสียเวลา 10 นาทีฟังเพลงนั่งรอ
ปล. 2 ฉากจบของ กัปตัน แจ๊ค ทิ้งเชื้อไว้จะให้มีภาค 4 ...และถ้ามีจริงๆ ผมขอสนับสนุนเต็มอัตราให้ พี่แจ๊ค ลุยเดี่ยวกันไปเลย


ปล.สุดท้ายนี้ No SPOILER ...แค่อยากบอกคนที่ยังไม่ได้ดูว่า อย่าพลาดฉากโบนัสหลัง End Credit เน้อ ...รอนานหน่อยแต่ก็คุ้มค่าที่จะรอ

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ




Create Date : 28 พฤษภาคม 2550
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 0:00:21 น. 17 comments
Counter : 7924 Pageviews.

 
หนุกๆๆ เด๋วไปดูภาค3ดีกั่ว


โดย: Dewreeya วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:54:58 น.  

 
ชอบตามลำดับภาคมาเลยเหมือนกันครับ...

เรื่องแย่อย่างหนึ่งของความตั้งใจจนเกินไปก็คือ รักพี่เสียดายน้อง
ี่นั่นก็ดี นี่ก็ดีตัดไม่ลง
จนมันเยอะเผือไปทอนเอาหลักๆมีเวลาน้อยลง
เพราะต้องแบ่งไปให้ส่วนอื่น...

ถ้ายาวกว่านี้ไปอีกสักครึ่งชม.เลยอาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะ...555


โดย: granun IP: 124.121.35.91 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:45:29 น.  

 
คิดเหมือนจขบ.หลายอย่างค่ะ
มีคนไม่ชอบภาคนี้เยอะ แต่เราก็ต้องมองในหลายๆด้าน
เนอะ
เราชอบการแสดงบทบาทของโจวเหวินฟะนะ แต่ออกน้อย และไร้ความหมายเกินไปจริงๆ

และเพลง โยโฮ ตอนต้น ขย่มขวัญได้ดีทีเดียว


โดย: ต.เต่าหลังตุง (pintakai ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:06:02 น.  

 
เพราะ โยโฮ นี่แล ที่ทำให้เคาดหมายกับภาคนี้มากมายเกินควร
เราชอบปูขาว..มากที่สุด


โดย: ชมทะเล วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:03:14 น.  

 
รอ end credit ... ฉากจบ นานมากๆๆๆๆๆ

เนี่ย ถ้าบอกว่า 10 นาที ตั้งแต่แรก จะได้ นอนหลับไปก่อน

นั่งดู end credit วิ่งขึ้นๆๆๆ ปวดตา



(ขอบ่นหน่อย) แต่ ชอบนะ ทุกภาคเลย


โดย: K'mint วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:50:29 น.  

 
ไม่สนุกเหมือนภาค1,2 เลย เสียดายตังค์ น่าจะเก็บไปดูเรื่องอื่นดีกว่า เสียความรู้สึกมาก


โดย: bb IP: 203.188.8.45 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:58:13 น.  

 
อยากดูๆ


โดย: lordoflife วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:28:17 น.  

 
ซาหนุกมากค่ะ เพิ่งไปดูมาเมื่อคืนนี้เอง


โดย: FreShyNice วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:23:55 น.  

 
ของพี่กลับชอบภาคนี้มากกว่าภาค 2 อยู่หน่อยนะครับ (ภาค 1 นั้นไม่ต้องพูดถึง ขึ้นหิ้งไปเรียบโร้ยแว้ว) ... คงเป็นเพราะภาค 2 มันมีบางตอนดูย้วยๆ ยืดยาวเกินความจำเป็น กับมันไม่มีบทสรุป เลยดูคาๆ ยังไงไม่รู้ ... ส่วนภาคนี้ ถึงบทหลายตอนจะล้น, ไม่ค่อยสมเหตุสมผล, ซับพล็อตและตัวละครเยอะเกินไป (มันเยอะนะเนี่ย?!?)ฯลฯ บ้าง แต่โดยรวมๆ ก็มันส์และหนุกหนานดีอยู่อ่ะครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:53:14 น.  

 
ส่วนตัวชอบภาคนี้มากกว่าภาคสองอะค่ะ ดูเพลินกว่าเยอะ


โดย: lizzy IP: 125.27.80.89 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:39:18 น.  

 
ความคิดเห็นโดนมั๊กมาก


โดย: Pooh IP: 203.101.156.4 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:23:15 น.  

 
อยากได้เพลงของโจรสลัดอะ


โดย: . IP: 58.64.44.221 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:25:24 น.  

 
มาลงชื่อว่าเข้ามาอ่านแล้วนะคะ


โดย: นู๋ ม. IP: 87.123.186.209 วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:17:14:08 น.  

 
อยากดูกันเลยทีเดียว


โดย: blussom IP: 58.64.117.156 วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:21:10:51 น.  

 
หนุกมากๆเลยภาค3นี่ แต่เสียดายพระเอกนางเอกไม่ได้อยู่ด้วยกัน และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คาใจ ก็เรื่องที่ตอนสุดท้ายทําไมนางเอกต้องไปอยู่บนเกาะร้างคนเดียวด้วย ทําไมไม่ไปอยู่ที่อื่นล่ะ ไครู้ช่วยตอบที


โดย: มะปราง IP: 222.123.28.125 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:12:49:10 น.  

 
นางเอกไม่น่าจะอยู่เกาะร้างนะคะ
แต่คิดว่าน่าจะอยู่ที่อื่น แล้วพอครบเวลาที่กำหนด
ก็มารอวิลที่เกาะไง

เราว่าเราชอบทุกภาคแหละ
แต่ภาคสามมันไม่ดีเท่าภาคแรก ๆ อ่ะ


โดย: พริม IP: 202.80.226.14 วันที่: 16 สิงหาคม 2552 เวลา:20:22:26 น.  

 
เรากลับได้ดูภาคนี้ก่อนภาคหนึ่งภาคสองแฮะ เลยกลายเป็นว่าภาคนี้เป็นความประทับใจเเรกไปซะนี่ แล้วพอไปดูภาคหนึ่งภาคสองก็เลยยิ่งรู้สึกสนุกมากขึ้น ไม่มีอะไรด้อยไปกว่ากันเลย


โดย: JB Rich IP: 110.168.229.101 วันที่: 14 กรกฎาคม 2558 เวลา:3:07:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.