+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
“Inglourious Basterds” ... หนังสือเรียนเล่มใหม่ จากใจ(ตับ ไต ไส้ พุง และกึ๋น) “เควนติน ทาแรนติโน”



บทนำ :

ถ้าใครคิดว่าตัวเองเป็นคอหนังแล้ว ยังไม่รู้จักชื่อของผู้กำกับตัวพ่ออีกคนอย่าง “เควนติน ทาแรนติโน” แล้ว.. ผมก็กล้าพูดได้เลยว่า คุณยังไม่ใช่คอหนังตัวจริงแน่นอน!!

นี่ไม่ใช่การท้าทาย ...แต่มันคือ หนึ่งในเรื่องจำเป็น ที่คอหนังต้องรู้




Chapter I :
รู้จักเขา(เควนติน) แต่เขาไม่รู้จักเรา


ผู้ชายที่ชื่อ เควนติน ทาแรนติโน ผู้นี้ ..อาจจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้กำกับหัวขบถคนหนึ่ง ในประวัติศาสตร์นักทำหนังฮอลลีวู้ด ...แต่การได้มาของคำว่า หัวขบถ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

เพราะถ้าบอกว่ามันง่ายแล้ว เขาคนนี้ ก็คงไม่น่าจะมีคำว่า สุดยอด ห้อยติดพ่วงไว้ด้วยอย่างแน่นอน

ในบรรดาผู้กำกับที่ได้ชื่อว่า หัวขบถ ..ยังแทบไม่มีใครคนไหนจะสร้างผลงานที่มีความโดดเด่นออกมาได้จำนวนเท่ากับที่ เฮียเควนติน เคยทำมาเลยด้วยซ้ำ ...ซึ่งหากเอานับตั้งแต่ผลงานชิ้นแจ้งเกิดอย่าง “Reservoir Dogs” เป็นต้นมา ชื่อของเฮียเควนก็ได้ติดอยู่กับทำเนียบผู้กำกับที่ต้องจับตามองตลอดเวลา ..เพียงหากเขาคิดขยับ จะทำอะไรสักอย่างขึ้นมา คนดูเราๆก็พร้อมจะร้อง อาฮ้า อูฮู้ กันในบัดดล

ฉะนั้นแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย ที่คนรักหนังอย่างจริงจัง ทุกคน จะล้วนรู้จักชื่อของผู้กำกับรายนี้ ..ทั้งๆที่จะว่าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทของผู้กำกับหนังฟอร์มยักษ์ หรือเจ้าพ่อหนังชิงรางวัล(โดยเจตนา)

หากแต่ที่เขาดัง และกลายเป็นคนที่โลกต้องคารวะได้เช่นในวันนี้ ..มันล้วนแล้วมีเหตุและผลมาจาก เขาคือผู้กำกับคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่า เป็นคนที่คอหนังสามารถเข้าใจเขาได้ยากมากที่สุด

มันไม่ใช่เพราะหนังของเฮียเขาดูยาก ต้องปีนกระไดขึ้นไปชม อะไรทำนองนั้นหรอก ..แต่มันเป็นเพราะ เฮียเควน แกพยายามจะทำเป็นไม่รู้จักคอหนังอย่างเราๆเองต่างหาก

ซึ่งมันก็ทำให้แกได้ทำสิ่งที่ดีที่สุด ที่ชีวิตของผู้กำกับคนหนึ่งควรจะทำได้ และได้ทำ ก็คือ.. การทำหนังตามใจตัวเอง โดยไม่ต้องไปสนเสียงนกเสียงกา หรือการจูงจมูกจากใครแม้แต่น้อย

ขณะที่คนอื่นทำหนังขึ้นมาเพื่อให้คนดู หรือเงิน เป็นพระเจ้าของเขา ..แต่ชีวิตของเฮียเควน กลับเลือกที่จะขอเป็นพระเจ้าเหนือทุกสิ่งด้วยตัวของเขาเอง

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรใดๆเลยที่เป็นเช่นนี้ ..แถมออกจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีด้วยซ้ำ ที่ทำให้เราเกิดความกระหายอยากจะเป็นฝ่ายขอเข้าไปรุกล้ำจิตใจของเขา ที่ได้ถูกถ่ายทอดผ่านออกมาจากงานหนังแต่ละเรื่อง อันล้วนแต่เกิดออกมาเพื่อบ่งบอกตัวตน และสไตล์แสนล้ำ ที่ยากจะมีใครมาทำเนียนเทียบเคียงกันได้

เพราะต่อให้เขาจะเป็นคนที่เข้าใจยาก และน่าให้หงุดหงิดใจในบางครั้งที่หนังของเขาบางเรื่องช่างยากจะเข้าใจ(เกินไป) ..ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเป็นอยู่ คือ สิ่งที่ดีที่สุด ที่ทำให้ผมยังพอใจและเต็มใจจะดูหนังของเขาทุกเรื่องไป




Chapter II :
ประวัติศาสตร์มีไว้เปลี่ยน




“นาซี” คืออะไร?? คงไม่ต้องถาม

อีกหลายคนคงรู้ดีว่า “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” คือใคร??

และที่เหนือยิ่งไปกว่านั้น หลายคนก็คงรู้ว่า ตอนจบของ นาซี และ ฮิตเลอร์ มันเป็นเช่นไร??

แต่กับบางคน ที่ได้ดู “Inglourious Basterds” แล้ว คงจะนึกแปลกใจเป็นหนักเป็นหนา ที่หลายสิ่งหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ จะได้ถูกบิดเบือนข้อมูลความเป็นจริงเสียอย่างรุนแรง ..จนแทบหาความเป็นจริงได้น้อยมาก

ซึ่งหากใครได้คิดเพียงว่า การทำหนังที่มีเรื่องราวอยู่จริง ควรจะมีการทำการบ้านที่รอบรู้ และรอบคอบ ในข้อเท็จจริงทุกอย่างไป คนๆนั้นก็คงมอง หนังรวมพลถล่มนาซีเรื่องใหม่ เป็นหนังที่ห่วย จนน่าปวดตับเลยทีเดียว

แต่นั่นมันเป็นในกรณีของคนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กับ เฮียเควนติน มาก่อนเลย.. อาจยังไม่เคยได้ดูหนังของผู้ชายคนนี้ คนที่ไม่สนอะไรอีกนอกเสียจาก สนใจความต้องการของตัวเอง ...ซึ่งความสนใจที่ว่า มันก็คือส่วนหนึ่งที่ได้เกิดกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้เสียด้วยสิ

เฮียเควน ได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับคนหนึ่งที่ชื่นชอบหนังเกรดบี ยุคสมัยครั้งยังเยาว์วัย และมักจะให้ความเคารพกับสิ่งที่เขารัก ผ่านจากการทำหนังขึ้นมาสักเรื่อง ที่มีพลอต มีปมประเด็น และยังมีลูกเล่นคล้ายคลึงกับหนังเก่าๆเหล่านั้น โดยอาศัยใช้มัน เล่าผ่านมุมมองใหม่ในแบบฉบับของเขา ที่มักโดนเราๆค่อนขอดเสมอว่า “ดูหนังเควนตินทีไร คิดถึงสำนวน น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ได้ซะทุกที”

การพูดมาก พูดเยอะ พูดแบบไม่มีหูรูด คือ สิ่งหนึ่งที่เราจะหาได้จากหนังของ เฮียเควน ทุกเรื่อง ..อันเป็นทั้งลายเซ็น เอกลักษณ์ และลิขสิทธิ์เฉพาะตัว ที่นำมารับประกันได้ทุกคราว่า ต้องมีใครสักคน ที่ดูหนังของเขา แล้วจะต้องมี(นอน)หลับ อย่างแน่นอน

ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยได้เป็นมาอย่างนั้นมาแล้ว ใน “Death Proof” ..หนังของเฮียเควนที่น่าผิดหวังเป็นที่สุด (หากไม่นับรวมกับฉากสตันท์เสี่ยงตาย ที่ระทึกวายป่วง ให้สะใจเอามากๆ)

แม้กระทั่งกับคนที่ถือตัวว่าเป็นแฟนด้วยกัน มันก็ยังกล้าหลับได้เลย ..แล้วนับประสาอะไรกับคนที่ไม่รู้ตาสีตาสา คิดว่าดูหนังเอาสนุกเป็นเน้นๆ จะต้องรู้สึกกับหนังของเควนติน ทาแรนติโน ในทางลบเอาอย่างมาก หากมันบังอาจทำให้เขาหลับได้



และนั่นก็คงไม่แตกต่างกันกับกรณี ที่ใครบางคนเข้ามาดู Inglourious Basterds เพียงเพราะเข้าใจว่ามันคือหนังรวมพลถล่มนาซี ที่คับคั่งไปด้วยฉากแอ๊คชั่น เข้มข้นไปด้วยการขับเคี่ยวของฝั่งธรรมะ และอธรรม อีกทั้งยังมีพระเอกหล่อลากสาว(แท้และเทียม) เบอร์ต้นๆของฮอลลีวู้ด ให้นั่งดูไป เคลิ้มใจไปอีกต่างหากด้วยล่ะนั่น

ซึ่งหากใครได้เผลอไผลคิดว่า มันเป็นหนังอย่างนั้นมาแต่ต้น ..ก็คงมีไม่กี่คนหรอก ที่พอทำใจยอมรับความผิดพลาดนี้ได้

มิเช่นนั้น อย่าว่าแต่เรื่องความสนุกเลย ..ขึ้นชื่อว่า หนังเฮียเควน ความพลิกผันมันเกิดขึ้นได้เสมอ ...แล้วกะอีแค่เรื่องจริง ที่มีอยู่ให้เห็นในตำราบทเรียน ก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องยึดมั่นถือมั่นเสมอไป หากเราต้องเข้าใจว่า หนังที่เราดูเรื่องนั้น มันคือหนังที่เกิดขึ้นมาจากความสนใจของคนทำหนังที่เคารพหนังเก่าสุดลิ่ม แต่ไม่ได้นับรวมกับประวัติศาสตร์เก่าๆ ที่สามารถพลิกผันให้กลายเป็นเรื่องใหม่ได้

ขอเพียงแค่ มันเป็นความสนุกของคนทำ เหนือสิ่งอื่นใดๆ ..คนดูเราๆ ก็ทำหน้าที่ได้ดีที่สุด แค่ปล่อยวาง และตามใจ ไปกับหนังเรื่องนั้น แล้วผลลัพธ์ที่เรียกว่า ความบันเทิง มันก็จะเกิดขึ้นเอง ...ซึ่งที่สุดแล้ว อาจมาก อาจน้อย ก็คงขึ้นอยู่กับโสตประสาทที่จะรับรู้ แตะจุดโดนของแต่ละคนแล้วล่ะ




Chapter III :
ถึงไม่ได้ดีที่สุด ...แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามัน โคตะระสนุก




ถ้าว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว ..โดยส่วนตัว ผมไม่อยากจัดอันดับให้ Inglourious Basterds เป็นผลงานที่ดีที่สุดของ เฮียเควนติน ในระดับเอามาเทียบเคียงกับ “Pulp Fiction” ได้อย่างเท่าเทียม

เพราะหากวัดกันด้วย ลีลาการเล่าเรื่องที่สดใหม่ แปลก แหวกตลาดแล้ว ...ต้องยอมรับกันว่า เรื่องที่มาก่อน ย่อมดูมีแต้มต่อ ให้เป็นเรื่องที่น่าจดจำมากกว่า

แต่ก็ใช่ว่า Inglourious Basterds จะดูเฉิ่ม เชย ไปแล้วกับการเป็นหนังของป๋าเควนสักเรื่อง ที่เกิดเหตุพลิกผันได้ตลอดเวลากันซะเมื่อไหร่ ..ซึ่งหากเราไม่เอาหนังเก่าๆของเฮียเควน มายึดติดละก็ ผมก็ยังมองว่า หนังรวมพลถล่มนาซีเรื่องนี้ มันยัง ใหม่ สด เสมอ (แต่ไม่ขาวข้นหวานมันส์ เป็นนมมะลิ นะเออ! )

แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ...โดยเอาเท่าที่ผมได้ดูหนังของป๋าเควนมา ก็กล้าการันตีกับใครๆ ได้เลยว่า.. ถ้าอยากจะหยิบหนังที่ทำออกมาได้บันเทิงเป็นที่สุดของผู้กำกับท่านนี้ ขึ้นมาดูแล้ว ..สองเรื่องที่ผมมั่นใจอย่างไม่กลัวพลาด ก็คือ “Kill Bill Vol.1” และหนังเรื่องใหม่ สด เสมอ เรื่องนี้นี่เอง

หากแม้ว่าเรื่องหลัง จะจัดเข้าข่าย น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง กันอีกหนหนึ่ง (ขณะที่เรื่องแรก.. พูดจากันพองาม เน้นปฏิบัติกันซะเยอะ จนเลือดสาดดดด!) ..แต่ผมก็แสนจะโคตะระสนุกกับการลุยทุ่งครั้งใหม่ล่าสุดเสียเหลือเกิน

ซึ่งครานี้ ก็คงต้องยกผลประโยชน์ ความโคตะระสนุกส่วนหนึ่งให้กับ บทไดอะล็อกคำพูดที่แสนเข้มข้น พ่นจากปากตัวละครออกมาอย่างมีรสชาติหลายหลาก หากก็ยังแฝงไว้ซื่งความคมกริบของสาระกับวาระที่ซ่อนเร้น เพียงหากไม่คิดตาม ก็คงตีไม่แตกว่า ใจความของมันคืออะไรกันแน่?

ความคมบาดใจแรงๆของมันในครานี้ ..มันทำให้ผมเข้าใจเลยว่า การที่เฮียท่าน ช่างกล้าโม้โอ้อวด ว่าเขายังไม่ได้ทำหนังที่เป็นมาสเตอร์พีซของตัวเองฝากไว้ทิ้งท้ายทศวรรษนี้.. มันไม่ใช่แค่กล้า และบ้าพูดไปงั้น แต่เฮียท่านเอาจริง และพอทำได้จริงๆ มันก็ให้ผลลัพธ์ที่น่ากลัวอย่างนี้นี่แหละ

ความน่ากลัวที่ว่า ไม่ใช่แค่จะเป็นหนังที่ออกมาฆ่าผลงานชิ้นก่อนๆ(ในทศวรรษเดียวกัน) นับตั้งแต่ Kill Bill ยัน Death Proof (หรือ “Grindhouse”) ตายเรียบเพียงเท่านั้น ..แต่ยังแสนสยองในระดับที่ทำให้เขากลับมาท็อปฟอร์มได้อีกหน


ซึ่งความท็อปฟอร์มในที่นี้ ก็ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวผู้กำกับควบเขียนบท ที่ได้รับการสรรเสริญเยินยออย่างโจ๋งครึ้มกันเท่านั้น ..หากถ้าลงรายละเอียดไปยังส่วนประกอบอื่นๆในหนังด้วยแล้ว จะได้พบกับความท็อปอีกหลากหลายประการ ที่รวมๆกันแล้ว มันส่งให้หนังเรื่องนี้ เจิดมากกกกกกกกกกก!!!



ท็อปเบอร์ 1 : “แบรด พิตต์” ที่ว่าหล่อลาก กรุณาหลบไป ...ผู้ชายที่เด่นและโดดในหนังเรื่องนี้ มีได้เพียงเขาคนนี้ คนเดียวเท่านั้น และเขามีชื่อว่า “คริสตอฟ วอล์ท”

ความเด่นและโดดของเขา ผมขอไม่สาธยายอะไรมาก ..ก็แค่มั่นใจว่า ออสการ์ปีนี้ ควรจะมีเขาโลดแล่นอยู่บนเวทีนี้ด้วย ก็เท่านั้น

และแถมให้อีกหน่อย ..กับการเป็นคนหนึ่งที่จะอยู่ในตำแหน่งนักแสดงชายในดวงใจ ของผมปีนี้ ก็เท่านั้นเอง!




ท็อปเบอร์ 2 : “ไดแอน ครูเกอร์” ที่ว่าสวยเจิด(กว่าที่เคยเห็นมาแล้วนะนั่น) ยังต้องจำใจหลีกทางให้กับ ...ผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์มากกว่า และขึ้นจอได้สวยอย่างร้ายกาจ ให้น่าจับตามองตาม จับใจเคลิบเคลิ้ม เป็นที่สุดในรอบปีนี้ ..เธอคือ “เมลานี โลรองต์”

เขาว่ากันว่า สาวฝรั่งเศส สวยไม่สวย ให้ดูกันที่ การแต่งตัว แต่งหน้า และจริตจก้าน ..ซึ่งสิ่งที่เขาว่ากันมานี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โลรองต์ เป็นสาวฝรั่งเศสที่สวย โดยแทบไม่ต้องพึ่งรูปหน้า ตา จมูก ปากของเธอเลยด้วยซ้ำ

การแต่งตัว แต่งหน้าว่าเจิดแล้ว ..จริตจก้าน ก็เป็นอีกสิ่งที่ โลรองต์ ทำออกมาได้ดีมากๆ กับภาพของหญิงสาวที่อ่อนนอก แข็งใน ดูๆไปอาจเห็นไม่มีอะไร เป็นคนเรียบๆคนหนึ่ง แต่อันที่จริง กลับซ่อนคมเขี้ยวที่พร้อมจะขย้ำใครก็ได้ ที่เข้ามาสะกิดต่อมปรี๊ด ให้แตกดังโป๊ะ ..แววตาของเธอ มันพูดอะไรแทนการกระทำได้หลายอย่างเลยทีเดียว

นี่คือ อีกหนิ่งหญิงสาว ที่ผมเห็นแววว่าจะมีโอกาสเจิดบนเวทีออสการ์กับเขาเหมือนกัน
..โดยหวังแต่เพียงว่า ปีนี้จะมีคู่แข่งที่น่ากลัวน้อยลงหน่อย (หลังจากหลายปีที่ผ่านมา ..สาขาสมทบ แข่งกันเจิดสุดฤทธิ์สุดเดช)

หมายเหตุ : ไม่ใช่ว่า นักแสดงคนอื่นๆ ทำได้ไม่ดีอะไรหรอกนะ ..ต่างก็เล่นดี เล่นเนียน เล่นน่าเชื่อ กันทั้งทีมนั่นแล เพียงแต่ความโดดเด่นระดับท็อป ไม่เท่าสองคนนี้เท่านั้นเอง



ท็อปเบอร์ 3 : การดำเนินเหตุการณ์เป็นองค์ๆ ใน Inglourious Basterds มีโมเมนต์ที่โดนใจผม และน่าจดจำอยู่มากมายหลายฉาก ..บางโมเมนต์อาจจะดูไม่มีอะไรมาก ก็แค่ความเลื่อนลอยเรื่อยเปื่อยตามแบบฉบับเฮียเควน แต่ถ้ามองเจาะไปถึงสิ่งที่แอบซ่อนเอาไว้ได้แล้วละก็ ผมว่ามันช่างฉลาด และหลักแหลมอย่างถึงขั้นสุดยอด ..ส่วนโมเมนต์ที่เป็นไฮไลท์ จุดพีค หรือไคลแมกซ์ของหนัง บอกได้เลยว่า เฮียเควนเล่นเอาถึง(คนดู)ตายได้ในทุกๆฉาก

บางฉากก็ตายด้วยความสยอง ..บางฉากก็ตายด้วยเสียงหัวเราะงอหาย ..บางฉากก็ตายด้วยความโรแมนติก(ออกจะ)อ่อน(ในความ)หวาน ...และบางฉากก็ตายด้วยความซาดิสม์สุดสะใจ!!!

ถ้าถามว่าผมชอบฉากไหนในหนังเรื่องนี้บ้าง นึกๆไป มันก็มีให้นับเกินสิบได้อยู่ ...แล้วถ้าจะให้ตัดเหลือเพียงฉากเดียว ก็คงต้องบอกตามตรงว่า ตัดสินใจได้ยากมากกกกกกกกก!


ซึ่งความยากมันก็เป็นไปตาม รายละเอียดเนื้องานของแต่ละฉาก ที่มียิบย่อยมากมายให้ตามติดตา ..โดยสิ่งเหล่านี้ยังเป็นแบบเรียนชั้นดีให้กับนักทำหนังได้ศึกษาเคียงคู่กันไปด้วยอีกต่างหาก




Chapter IV :
แบบเรียน การทำหนังชั้นเซียน




นอกเหนือจากการดู Inglorious Basterds เพื่อความสนุก สะใจ เป็นหลักๆแล้ว ..อีกรูปแบบของการดูหนังเรื่องนี้ที่สนุกไม่แพ้กับการตามติดเรื่องราว ก็คือ การเบิ่งตาชมงานเทคนิคต่างๆ

เสน่ห์อย่างหนึ่ง ที่มักจะมีให้เห็นอยู่เสมอ ในหนังของเฮียเควนทุกเรื่อง แม้จะไม่ใช่สิ่งที่โดดเด่นอย่างเจตนา แต่งานเทคนิคก็คือ ตัวประกอบชั้นดี ที่สมทบให้ตัวหนังสนุกได้สมอย่างตั้งใจ

ดังจะเห็นได้จากงานก่อนๆเก่าๆของเขา ที่มักจะมีมุมมองการใช้เทคนิคต่างๆประกอบในหนังใส่ลงไปได้อย่างลงตัว ..บ้างก็อาจจะเป็นมุข บ้างก็อาจจะเป็นลีลาท่ามากแอ๊คอาร์ตไปงั้น หรือบ้างก็ให้ผลต่อบรรยากาศของหนัง แต่โดยส่วนใหญ่ มันมักจะได้ผล

จะขอยกตัวอย่างเช่น ..การเจตนาหยอกล้อเซ็นเซอร์ ด้วยการทำภาพขาวดำ ในฉากฆ่าเลือดสาด ของ Kill Bill Vol.1 ..การสร้างความอึดอัด กับการถ่ายภาพในที่แคบ(มากๆ) ในฉากนางเอกถูกฝังศพ ของ Kill Bill Vol.2 ..การถ่ายฉากเดียวกันซ้ำไปซ้ำมาในหลายๆมุมกล้อง ในฉากรถชน ของ Death Proof เป็นอาทิ

ส่วนในหนังรวมพลถล่มนาซี ที่ลอยคละคลุ้งมาด้วยภาพของสงครามโลกครั้งที่ 2 ..เฮียเควน ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย กับการสร้างอารมณ์ร่วมของคนดูให้หลงยุค ...และงานเทคนิคต่างๆที่ได้เห็นใน Inglorious Basterds ก็คือบทเรียนชั้นครู ระดับมาตรฐานสูง ที่คนทำหนังยุคนี้ สามารถเอามันมาให้ความคารวะ ไม่ต่างกับที่เฮียเควน ก็ทำออกมาเพื่อคารวะหนังเก่าที่เขารักนั่นเอง



ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพที่จับอารมณ์ฉากและตัวละครได้อยู่หมัด ..การตัดต่อที่หลากลีลาหลายท่าแต่ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด ..อีกยังจะรวมไปถึง การสร้างบรรยากาศจากฉากหลังที่สมจริงในทุกๆเม็ด และการใส่ดนตรี หรือเพลงประกอบที่ได้จังหวะเหมาะสม ถูกต้องสอดรับกับเหตุการณ์ในหนัง และที่สำคัญก็บิวต์อารมณ์คนดูได้ดีหลายๆ


ซึ่งไม่ว่าคนดูเหล่านี้ จะเป็นเพียงคนดูหนังธรรมดาๆทั่วไปคนหนึ่ง หรือคนดูหนังเพื่อศึกษาถึงรายละเอียดต่างๆ เป็นความรู้ประเทืองปัญญา ...คนสองกลุ่มนี้ ต่างก็คุ้มค่ากันทั้งนั้น กับการเพลิดเพลินบันเทิงอารมณ์ไปกับหนังของเฮียเควน ..หนังที่มักได้ชื่อว่าบั่นทอนปัญญา ในความไม่มีอะไร แต่เอาเข้าจริง ความมีสาระ(แบบแอบๆ)ก็โคตะระเข้มข้นเป็นนิจสินซะอย่างงั้น




Chapter V :
นี่คือ หนังมี ‘เรต’ เรื่องแรก


หลังจากที่ชาวเรา คนรักหนัง มัวได้แต่เฝ้ารอคอยสักวัน ที่บ้านเรา จะลืมตาอ้าปากได้เหมือนชาวบ้านชาติอื่น ที่พะงาบๆพูดว่า “บ้านไอ ก็มีการจัดเรตหนัง เหมือนบ้านยู” มานานแสนนาน ..เวลาที่เรารอคอยนั้นมันก็มาถึงแล้ว (ใช่ไหม?)

และมันก็น่าดีใจมิใช่น้อยเลยทีเดียว ที่หนังเรื่องแรกที่ได้รับสิทธินั้น จะเป็นหนังของผู้กำกับที่ได้ชื่อว่า โหด ซาดิสม์ (แต่จิตใจ ยังไม่ถึงขั้นเสื่อมทรามนะเออ!) ที่สุดคนหนึ่ง อย่าง เควนติน ทาแรนติโน ผู้นี้นี่เอง (นอกเหนือจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ในหนัง ..ก็ยังจะส้มหล่นได้มาเปลี่ยนประวัติศาสตร์การดูหนังของคนไทยด้วยล่ะนั่น )

ซึ่งถ้าให้บังเอิญ Inglourious Basterds เกิดอารมณ์ดี จะเข้าฉายเร็วกว่านี้ขึ้นมาสักหน่อยแล้วละก็ ..จงเชื่อได้เลยว่า เมฆหมอก(ศีลธรรม) จะต้องลอยตามสายลม(ปากท่านผู้ทรงคุณวุฒิ) มาบดบังทัศนียภาพที่สวยงาม(แดงฉาน)อย่างแน่นอน

ซึ่งนับแต่นี้เป็นต้นไป ก็อยากวาดหวังไว้อย่างสวยสดงดงามเหมือนกันว่า ..การเซ็นเซอร์ จะหมดไปจากจอหนังในเมืองไทยได้สักที (ยังไม่ขอรวม ทีวี ก็แล้วกัน.. อันนั้นมันปลงแล้ว) ...หากจะยังเหลือเพียงแต่ขอให้มันชัดเจนกว่านี้จะได้ไหม?

เพราะเท่าที่เป็นอยู่ บอกตามตรง ..แค่มีกระดาษประกาศติดหน้าโรง ติดบนโปสเตอร์ แบนเนอร์ ต่างๆนานา ก็ยังไม่เห็นเลยว่า ที่ทำอยู่ มันคือความตั้งใจดี

ที่พูดมานี้ ไม่ได้คิดร้ายใดๆต่อผู้ประสงค์ดีเลย ..เพียงแต่ผมไม่อาจแน่ใจ ว่าที่ทำอยู่นี้ มันจะเป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว เวลาผ่านไปสักพัก ก็กลับมาเป็นอีหรอบเดิมหรือเปล่า? ...ผมล่ะกลัว สันดาน(เก่า)คนไทย จะบังเกิดเหมือนที่ผ่านๆมา

สุดท้ายนี้ ก็หวังว่าผมคงจะคิดมากเกินไปละกันนะ




The End :



“Inglourious Basterds” ... อาจไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดของ เควนติน ทาแรนติโน ..แต่มันคือผลงานชั้นดีระดับท็อปฟอร์ม ที่ควรค่าแก่การปลาบปลื้มอย่างรุนแรง

มันไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังที่พูดมากจนลิงหลับ (แต่มันจะใช่เลย สำหรับคนที่เตรียมตัวเตรียมใจมาน้อย) ..แต่มันยังเป็นคล้ายหนังสือเรียนที่มีอะไรให้กับเราๆมากมาย จนจำจดได้ไม่หวาดไม่ไหว หากจะอ่าน(ดู)เพียงรอบเดียว

สุดท้ายจึงมิวาย ที่จะรอเก็บดีวีดี ขึ้นหิ้งบูชา ..เคียงคู่อยู่เคียงข้าง Pulp Fiction เป็นดังกิ่งทองใบหยก!!!



ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง...ครับ

เกรด A ... {}





ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



ประกาศ...ประกาศ!!

ผมมี Twitter เป็นของตัวเองแล้วนะครับ.. ใครสนใจจะ follow ผม ก็ขอชวน follow เข้ามากันที่.. //twitter.com/once_upon_a_man

มีอะไรไวว่อง อยากจะบอก อยากจะพูด จะรีบมาอัพเดทที่ทวีตทันทีทันใดเลยนะครับ ..ขอขอบคุณที่รับผมเป็นเพื่อนครับ



ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ



Create Date : 12 กันยายน 2552
Last Update : 12 กันยายน 2552 13:36:29 น. 3 comments
Counter : 4065 Pageviews.

 
Death Proof ผมชอบเรื่องนี้สุดในหนังเควนตินครับ ชอบบทสนทนาบ้าบอของเรื่องนี้มาก ฉากไล่บี้ท้ายเรื่องก็ฮาปนมันไปด้วย


โดย: Gob IP: 117.47.168.112 วันที่: 12 กันยายน 2552 เวลา:16:59:43 น.  

 
แคปเจอร์อันหลัง ดูท่าผู้เขียนคงปลื้มใจไม่ใช่น้อยเลยนะแต่ก็ถือว่าเป็นงานที่คืนฟอร์มที่ดี หลังจากแป๊กกับโชเฟอร์นั้น แต่เรื่องนั้นผมก็ชอบนะ แม้มันจะชวนหลับอยู่ก็ตาม


โดย: passonvichan IP: 110.164.105.201 วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:19:59:24 น.  

 
ไม่น่าเชื่อเลยว่าผกก. คนนี้จะเป็นแค่อดีตเด็กเฝ้าร้านวีดีโอไม่เคยเรียนกำกับหนังเลย

ถ้าเป็นเมืองไทยคงไม่มีทางได้เกิด


โดย: ว้าวววว IP: 118.172.48.215 วันที่: 20 กันยายน 2552 เวลา:17:08:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.