+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"The Dark Knight" ... ขอเพียงพื้นที่เล็กๆ ..ให้คนดี มีที่ยืน (จะได้ไหม?)



ในหมู่มวลตัวละครในโลกซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด ถ้าจัดประเภทของคนที่มีชีวิตอาภัพและรันทดมากที่สุด ...ก็คงไม่พ้นที่จะต้องรวมเอามหาเศรษฐีลูกกำพร้านามว่า "บรูซ เวย์น" หรือจะในนามที่เรารู้่จักตัวตนของเขาผ่านเปลือกหน้าที่เรียกกันจนคุ้นชินว่า "Batman" ให้ถือเป็นอันดับต้นๆ

แต่นั่นก็เคยเป็นเพียงความคิดในเมื่อก่อน ..ในเวลาที่ผมยังรู้สึกมีภาระผูกพันอยู่กับอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ ที่มีอุปนิสัยแบบคนวัยใกล้เคียง(วัยรุ่น) ให้เราอยากรู้จักใกล้ชิดมากกว่า อย่าง "Spider-Man"

ไม่ว่าจะเป็นเพราะด้วย สิ่งแวดล้อม(ของคนวัยผม)ที่เข้าถึงได้มากกว่า หรือเนื่องด้วยตัวหนังที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ (โดยเฉพาะ ภาคสอง ..ที่เคยถูกยกให้เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดเลยทีเดียว) ...อย่างไรก็ตามแล้ว ชีวิตของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ดูจะน่าสงสารจับจิต ถ้าวัยรุ่นสักคนจำใจต้องโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ก่อนใครเพื่อน เพียงเพื่อจะจำแบกรับพลังอันยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง เช่นนี้

แต่นั่นก็เคยเป็นเพียงความคิดในเมื่อก่อน ...และในวันนี้ ความคิดนั้นก็ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

เพราะ ผมเข้าใจแล้วว่า ..การเกิดมาเพื่อจะเป็น แบทแมน นั้นเต็มไปด้วยความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่งกว่า สไปเดอร์-แมน หลายเท่าตัวนัก ...และ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก็ยังโชคดีมากกว่านัก ที่เขาได้รับพลังแสนพิเศษมาจากฟ้าประธาน(แมงมุม)ลงมา หากแตกต่างกับ บรูซ เวย์น ที่ตกเหว(บ่อน้ำ) เพียงเพื่อจะรู้ตัวว่าเขาควรจะกลายเป็นใคร ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้มีพลังแสนพิเศษอะไรอย่างซูเปอร์ฮีโร่ใครคนอื่นเขาเลย



ใน "Batman Begins" ...เราเคยได้รู้ว่า บรูซ เวย์น จำต้องกลายมาเป็นมนุษย์ค้างคาว ก็เพราะเขาเลือกวิธีทางที่ต้องการจะใช้'ความกลัว' มาลบล้าง'ความกลัว' เพื่อข่มเหง'ความกลัว' ให้หมดสิ้นไปจากบ้านเมืองที่เขารัก

'ความกลัว'ที่ 1 ..คือ ปมอดีตในวัยเด็ก ที่เขาเคยเกลียดและกลัว ค้างคาว
'ความกลัว'ที่ 2 ..คือ ความกลัวที่ฝังลึกเป็นความแค้น เมื่อเขาได้พบเห็นพ่อและแม่ถูกคนที่เรียกว่า อาชญากร ฆ่าทิ้งต่อหน้าต่อตา
และ 'ความกลัว'ที่ 3 ..คือ เหล่าอาชญากรหน้าชา ที่ยัดเยียดความกลัวมอบให้ชาวเมืองก็อตแธม โดยไม่สนว่าใครจะเป็นจะตาย เพราะความกลัวที่พวกเขาสร้างขึ้น

เมื่อ ก็อตแธม เคยได้เผชิญหน้ากับอาชญากรมาก็มากมายหลายความชั่วไม่หวาดไหว และคนเหล่านี้ก็ล้วนมีแต่ความคิดจะเอาชนะเพื่อความเป็นคนสำคัญในโลกอุดมคติของตัวเองกันทั้งนั้น ...เพียงแค่การได้มีคนดีสักคนหนึ่ง ตั้งตนคิดการใหญ่เกินตัวใช้ความเพียบพร้อมทั้งฐานะ กำลังกาย และหัวใจที่ตัวเองมี ออกโรงมาเพื่อปกป้อง คุ้มครอง อย่างสุดแรงเกิด ก็ย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง ..เพราะนั่นต้องถือเป็น จุดเริ่มต้นที่จะทำให้ ชาวก๊อตแธม ได้คิด พยายามและกล้า ที่จะลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการต่อต้านความกลัว

แต่ในเมื่อโลกใบนี้ ยังไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า อุดมคติ มาจรรโลงใจใครเอาไว้แต่ไหนแต่ไร ...การปรากฏตัวที่ไม่รักตัวกลัวตายของ มนุษย์ค้างคาว จึงได้ก่อความหมายในอีกทาง(ตรงกันข้าม)สำหรับเหล่าผู้คนที่รักความยุติธรรม ผู้ที่มักจะเชื่อและศรัทธาว่า การต่อสู้กับอธรรม ที่ชาญฉลาด คือ การใช้ศาลสูงตัดสิน ..ถูกเป็นถูก ตายเป็นตาย

หากแม้การใช้ประโยชน์ทางศาล จะถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกๆคนควรจะให้ความเคารพนับถือก็ตามที ..แต่มันจะต่างอะไรกับความร้ายกาจของอาชญากรได้ล่ะ ในเมื่อบทกฎหมายในวันนี้ มันก็ล้วนแต่มีช่องโหว่ ผลประโยชน์หนุนหลัง หรือไม่ฝ่ายใดก็ต้องฝ่ายหนึ่ง มักจะได้รับความยุติธรรมอย่างไม่เต็มที่ ...ซึ่งยิ่งกับความเน่าเหม็นในสังคมวันนี้ ที่เงิน ยศถา และอำนาจบารมี นำมาใช้ตัดสินได้ทุกอย่างอีกเสียด้วย ก็คงไม่วายที่เราจะเห็นอาชญากรบางราย เดินลอยนวลออกจากห้องขังอย่างหน้าตาเฉย (หรืออย่างดีกว่า ที่ไม่เฉียดคุกเลย ก็แค่ทำหงิกให้เป็น ก็เท่านั้นเอง)

ในเมื่อศาลชั้นสูง ก็ยังไม่อาจสามารถจัดการให้ใครสักคนพ้นทางชั่วได้สำเร็จเสร็จสิ้นกันเป็นเช่นนี้ ..แล้วเรายังจะเหลือความหวังอีกสักเท่าไหร่เชียว ที่จะเห็นแสงสว่างแห่งความยุติธรรมเรืองรองทั่วผืนฟ้าอย่างเต็มที่



ฉะนั้นแล้ว ก็คงจะมีเพียงแต่ศาลชั้นต่ำ ซะละมั้ง ที่จะพอมีที่ทางให้เราได้หวังบ้าง ..ถึงมันเพียงมีค่าแค่ต่ำต้อย (แถมก็ชั่วช้าอยู่ในที) ก็อาจจะยังดีกว่า มัวแต่หลบซ่อนอยู่ในที่มืดอย่างเก็บกด และอดกลั้น โดยไม่มีประโยชน์ใดๆเกิดขึ้นได้เลย

ยิ่งการได้มีใครสักคนคอยมาเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรม ผู้ใช้ศาลเตี้ยในทางที่ให้แสงสว่างแก่คนในสังคมด้วยแล้ว ..ก็ย่อมเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ ที่เราไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยตัวของเราเอง หากเพียงแต่เป็นกำลังใจห่างๆ ก็มากพอแล้ว

แต่ในเมื่อโลกใบนี้ ยังมีใครบางคนที่เรียกตัวเองว่า ตำรวจ ..และพวกเขาก็มีคุณค่าเป็น ตัวแทนแห่งความยุติธรรมตัวจริงเสียงแท้แล้ว ...มีหรือที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้กับคนเพียงคนเดียว ที่จะมาแย่งบทบาทคนเป็นร้อยเป็นพัน ให้ห่างไกลจากความเชื่อใจของประชาชนมากไปกว่าเดิม

Batman Begins อาจเคยจบลงตรงที่.. เราได้เห็นซึ่งความปรองดองที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันเล่นละคร ของหนึ่งพระเอก และหนึ่งพระรอง(นายตำรวจตงฉิน "ผบ. จิม กอร์ดอน") ที่ต่างก็มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมของสังคมก็อตแธม ...แต่ในวันนี้ ภาพดีๆเช่นนั้นมันอาจจะไม่มีวันได้พบเห็นอีกต่อไปก็เป็นได้ ถ้าจะไม่ใช่เพียงเพราะหนึ่งตัวร้ายศักดิ์สิทธิ์ ที่เปลี่ยนแปลงความเป็นจริงข้อนั้นไปโดยสิ้นเชิง

หลายๆคนที่เป็นแฟนการ์ตูน หรือกระทั่งเคยคุ้นกับการดูหนังที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Batman ในฉบับ ทิม เบอร์ตัน มาก่้อน ..ย่อมไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรให้มากความ กับการเอ่ยนาม หนึ่งในตัวละครที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในหมู่มวลตัวร้ายแห่งเมืองก็อตแธม ...แต่กับคนที่ไม่เคยข้องเกี่ยวในสองเรื่องข้างต้น ก็อาจจะมีฉงนที่ฉากสุดท้ายของ Batman Begins มีเลศนัยเพียงแค่การโชว์ไพ่หน้าโจ๊กเกอร์ แล้วก็จบค้างเติ่งทิ้งไว้ให้เอะใจ

ในขณะที่คนที่รู้เรื่อง ก็แอบยินดีไม่น้อย ที่ภาคหน้า เราจะได้เห็นการกลับมาของหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่ ..ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นคู่ปรับตลอดกาลของ มนุษย์ค้างคาว แต่เพียงผู้เดียว

หากแม้จะว่าไป "โจ๊กเกอร์" ก็ยังคงมีศักดิ์เป็นอีกหนึ่งตัวละครในกองพันตัวร้ายแห่งโลกก็อตแธม ที่จะเข่นฆ่ากันยังไงเล่นอำมหิตเพียงไหนก็ไม่มีวันตาย หรือต่อให้จับเข้าคุกอีกสักกี่ร้อยครั้ง ก็ไม่มีทางจะเข็ดหลาบ ทั้งจะแหกออกมาเพื่อตามล้างตามผลาญ แบทแมน ได้ตลอด ...แต่ที่มันมีคุณค่าเป็นยิ่งกว่าผู้ร้ายคนอื่นทั่วๆไป คือ การที่มันเป็น หนึ่งเดียวที่ไม่สนกฎเกณฑ์ใดๆในโลกใบนี้ ..ขอเพียงได้ทำทุกสิ่งทุึกอย่างที่เป็นเรื่่องบันเทิงเริงใจสำหรับมัน ก็คุ้มค่าที่ได้ใช้ชีวิตอันวิปริตนี้อย่างเต็มปรี่ปรีดาแล้ว

นี่แหละ ถึงได้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ที่เราจะได้เห็นอีกหนึ่งหนแห่งการโลดแล่น ของตัวร้ายโคตรอมตะแห่งแวดวงซูเปอร์ฮีโร่ ...ตัวละครหนึ่งเดียวที่กลับมาสู่ดินแดนก๊อตแธมทีไร ก็มีแต่เครียด (Serious) เมื่อนั้น



เรื่องราวในภาคต่อมา "The Dark Knight" ...ได้ดำเนินเดินทางถึงจุดที่ บรูซ เวย์น จำแลงกายมาสวมบทเป็น แบทแมน ได้ดีถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ..ทั้งต้องจำยอมมาเสียสละเวลาอีกทั้งชีวิต เพื่อปราบปรามเหล่าร้าย สร้างกฎระเบียบ และเก็บกวาดสิ่งสกปรกให้สังคมก็อตแธมดูสะอาดตา สบายใจ ...แต่นั่นก็ยังไม่อาจทำมันได้ทั้งเมืองทั้งหมด ตราบใดที่นั่นจะมีคุณค่าเป็นเพียง ศาลเตี้ย ในสายตาของผู้ที่รักความยุติธรรมอันใสสะอาด

และด้วยเหตุฉะนี้ ที่ยังคงมีผู้คนอยากจะเห็นเมืองสวย ด้วยมือของคนฉลาดทำ(มากกว่าจะใช้กำลัง) ..การมาถึงก๊อตแธม ของอัยการหนุ่มไฟแรงสูง เช่น "ฮาร์วี่ย์ เดนท์" จึงเป็นนิมิตรหมายอันดีงาม ที่ทำให้ใครต่อใครกล้าวางใจว่า ความยุติธรรมที่แท้จริงยังมีอยู่บนโลกใบนี้



ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่แฝงความมะทะลุ บ้าบิ่นอยู่ในที ทำให้ เดนท์ ได้รับคะแนนความนิยมจากประชาชนสูงขื้น สูงขึ้น และสูงขึ้น ซึ่งต่างพากันสรรเสริญในผลงานที่เห็นผลได้จริง โดยไม่อิงซึ่งคำโม้เว่อร์คอยสร้างภาพ ..ในขณะเดียวกันกับ แบทแมน ก็กลายมาเป็นฝ่ายที่เสื่อมความนิยมลงไป เพราะเขาแทบจะไม่ได้มีความหมายใดๆอีก หลังจาก เดนท์ มาสวมรอยเป็นคู่ในตำแหน่ง อัศวินแห่งก็อตแธม ที่เคยมีเขาคนเดียวเป็นเจ้าของ

แต่ัถึงกระนั้น ตำแหน่งอันสวยหรูนั่น ก็อาจจะไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับ เดนท์ มากนัก.. ในเมื่อความเป็นจริงแล้ว เขาก็ยังต้องหวังพึ่งบริการจากฮีโร่ไอดอล อย่าง แบทแมน ที่จะคอยมาช่วยจัดการอะไรบางอย่างให้เขา สามารถกระทำการทางกฎหมายได้โดยดำเนินสะดวกในหนหลัง

เมื่อสองอัศวินแห่งก็อตแธม ยังเลือกที่จะหันหน้ามาจับมือกัน เพื่อร่วมด้วยช่วยป้องปราบความชั่วร้าย ในเมืองที่เต็มไปด้วยความโสมมทุกซอกหลืบ ..ก็ย่อมต้องเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ อย่างมีความนัยที่สวยงาม มอบไว้ให้ดินแดนที่เคยแห้งแล้งความหวังแห่งนี้ได้กลับคืนสู่ความสันติสุข... แต่นั่นจะเป็นไปได้จริงๆเลยหรือ? ถ้าในที่นี้ จะมีใครสักคนเป็นก้างชิ้นใหญ่มหึมา คอยขัดขวางไม่ให้ใครหายใจได้โดยดำเนินสะดวก

และยิ่งถ้าใครคนนั้น คือ อาชญากร ที่มีนามน่าขันว่า "โจ๊กเกอร์" ด้วยละ ..ก็จงเตรียมตัวเตรียมใจรับความ Serious เกินขีดลิมิตไว้ได้เลย






ตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป Serious มากๆ ..เพราะจะมีการ SPOILER รายละเอียดสำคัญๆ อย่่างรุนแรง ...ถ้าไม่อยากสูญเสียอรรถรส กรุณาข้ามไปอ่าน ถึงข้อความ "จบการ SPOILER"







ใน The Dark Knight ก้าวถัดมาจากจุดเริ่มต้น (Begins) ของบุรุษแห่งรัตติกาล ...เราจะได้ถึงคราว รับรู้เสียทีว่า การใช้ชีวิตเป็น แบทแมน ของ บรูซ เวย์น ก็อาจมีจุดตกต่ำได้เช่นกัน ซึ่งไม่ต่างกับใครๆที่อาจเคยเพียรพยายามทำความดี แล้วมักจะได้รับผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่าเท่าที่เสียสละไป ..หากแต่การเสียสละของ บรูซ กลับยิ่งใหญ่เกินประมาณ ที่ต้องแลกซึ่ง การหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว เพียงเพื่อจะให้ชีวิตอื่นๆในก็อตแธม ยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยไม่อาจรับรู้ความเป็นจริงที่มีสิทธิ์จะทำให้ความสงบสุขถึงคราวล่มสลายในอีกครั้ง

กับความเป็นจริง ที่ ...ฮาร์วีย์ เดนท์ ได้ตายจากไป เพื่อจะเกิดใหม่เป็น "Two-Face" ..อีกหนึ่งวายร้าย ที่เป็นอันตรายแก่ก๊อตแธมอย่างใหญ่ยิ่ง

และการกำเนิดมาซึ่ง Two-Face ในที่นี้ ก็คงจะไม่ใช่ฝีมือใครอื่นได้อีก นอกเสียจาก นายโจ๊กเกอร์ ..จอมวายร้ายตัวจริงเสียงจริง ที่สามารถจะทำให้ก็อตแธมทั้งเมืองเกิดความปั่่นป่วน ได้ด้วยน้ำมือของเขาเพียงคนเดียวก็เกินพอ

จากจุดเริ่มต้น สู่้จุดจบของหนังในภาคนี้ ..ทุึกๆเหตุการณ์ที่ดำเนินผ่าน และทุกๆความรวดร้าวของเหล่าตัวละครที่เราได้เห็น ต่างล้วนแต่เกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจและอิทธิพล ของ ตัวร้ายที่ชื่อว่า โจ๊กเกอร์ คนเดียวทั้งหมดทั้งสิ้้น ...และ ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ที่กลายมาเป็น The Dark Knight ในเรื่องนี้ มันก็ล้วนเป็นเพราะเขาจริงๆ

ถ้าจะลองค้นหาเหตุผลว่าทำไม โจ๊กเกอร์ ถึงได้มีสภาพภายนอกอันน่ารังเกียจ ไม่น่าข้องเกี่ยว ทั้งตัวภายในก็เป็นคนชั่วช้าสามานย์ที่ไร้หัวจิตหัวใจได้ถึงขีดสุดเช่นนี้แล้ว... รายละเอียดที่เห็นใน The Dark Knight อาจจะให้ข้อมูลอะไรกับเราไม่ได้ มากไปกว่า สิ่งที่ได้เห็นในฉากเปิดตัว(ปล้นธนาคาร) ..ซึ่งนั่น คือช่วงเวลาที่ สิ่งที่เป็นตัวตนของ โจ๊กเกอร์ ได้ถูกบอกเล่าออกมามากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ...หากแต่มันก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เรารู้จักคนหนึ่งคน ที่ร้ายกาจได้อย่างเพอร์เฟกต์เช่นนี้



ถึงต่อให้เราจะไม่รู้ปูมหลัง ความเป็นมาเป็นไป กระทั่งต้องทนฟังการพูดพร่ำคำโกหก ในเรื่องที่แต่งขึ้นมาด้วยกมลสันดานดิบๆ เช่นนั้น ..ก็ไม่ได้มีความหมายใดๆ ที่จะทำให้เราต้องทนปฎิเสธความเป็นจริงที่ว่า โจ๊กเกอร์ (อาจจะ..)ร้ายอย่างมีเหตุมีผล

ซึ่งก็แตกต่างกับอีกหนึ่งตัวละครที่เพิ่งมาใหม่ อย่าง ฮาร์วีย์ เดนท์ ..ที่คนดูทั้งจะต้องใส่ใจ และใคร่รู้ ว่าสิ่งใด เหตุไหน มาทำให้คนดีๆอย่างเขาต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นอีกคนๆหนึ่งโดยสิ้นเชิง

หากเราแค่มองดูภาพพจน์แต่รูปเบื้องต้นของ ฮาร์วีย์ เดนท์ แล้วนั้น ..ร้อยทั้งร้อยที่ใครมาพบเจอ ก็ย่อมจะมีแต่คนเชื่อถือว่า เขาคือ สุภาพบุรุษหัวยันเท้า ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยความเพอร์เฟกต์เสียจนหมดจด ...ยิ่งถ้าได้ลองเจาะลึกไปถึงการงานอาชีพที่เขาทำด้วยอีก ก็ยิ่งจะมีแต่ยืนยันฟันธงว่า คนๆนี้ สมควรค่าแล้วที่ใครต่อใครจะพากันรักกันหลงนิยมชมชื่นเป็นอย่างยิ่ง

แต่กระนั้น ถ้าเราได้ลองค้นอย่างลึกซึ้ง ไปถึงเนื้อกายของจิตวิญญาณภายใน เป็นหลักสำคัญอีกต่างหาก ..เราก็จะได้เห็น มนุษย์ปุถุชน อีกคน ที่แฝงเร้นเปลือกนอกอันดูดี ไว้ซึ่งคมความคิดที่เต็มปรี่ไปด้วยความยโส ที่ยังคงจะมีความทะเยอทะยาน มักมากและเกิน อันถือเป็นความปกติอีกสิ่งที่มนุษย์ทุกคนจะพึงมี

แต่ที่ เดนท์ มีแล้วเลือกที่จะแตกต่าง ก็คือ การนำสิ่งเหล่านั้นออกมาใช้ด้วยวิธีการบางอย่างที่เขาเรียกมันว่า การเสี่ยงทาย...

เดนท์ มีเหรียญนำโชคอยู่หนึ่งอัน ที่เขาพกไว้ติดตัวตลอดเวลา เผื่อจะนำมาใช้ในสถานการณ์ที่มีสองสิ่งให้เลือกแต่ไม่อาจตัดสินใจได้ลงคอ ก็ต้องขอเสี่ยงทายให้รู้ดำหรือรู้แดงไปสักอย่าง ..ว่ามันควรจะลงเอยในรูปแบบไหนดี?

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยได้คาดหมายว่ามันจะต้องมีการลงเอยสักทางในที่นี้ อย่าง เรื่องของความรัก ..กลับกลายต้องมาเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหนือไปกว่าการเสี่ยงทายอีกหนึ่งขั้น เมื่อก่อนหน้านั้น เคยได้มีใครคนหนึ่ง กำหนดเอาไว้แล้วให้มันต้องลงเอยในรูปแบบนี้



ถึงแม้เรื่องราวในภาคก่อน อาจจะเคยทิ้งเชื้อเอาไว้ให้ "ราเชล ดอว์ส" มีใจกับ บรูซ เวย์น ..หากก็จำเป็นที่จะไม่รับรักเพราะรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของเศรษฐีมาดเพลย์บอยผู้นี้ก็ตาม ...แต่เพียงไม่ช้านานที่ตีจาก ราเชล ก็ทิ้งรักเก่าได้ลงคอ พร้อมมอบใจฝากไว้ให้หนุ่มรูปงาม การงานเดียวกัน อย่าง ฮาร์วีย์ เดนท์ ได้เป็นคนดูแล ..ในรูปการณ์ที่ออกมาเช่นนี้แล้ว ถึงต่อให้ บรูซ จะเป็นคนปากแข็ง วางท่าเมยเฉยใส่ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้เสียตลอด ก็ไม่พ้นจะต้องปวดใจแปลบๆ ที่คนเคยรักปฏิเสธ และให้ใครคนใหม่มาดามอกได้ไวว่อง โดยไม่สนว่าคนที่อยู่ข้างหลัง เขาจะรู้สึกอย่างไรที่ได้เห็นภาพตำตาเช่นนี้

แต่ถึงจะมีศักดิ์เป็นจำเลย หากนั่นก็ไม่ได้หมายความถึง บรูซ เวย์น หรือในอีกหนึ่งตัวตนอย่าง แบทแมน ..จะเป็น ผู้กำหนดเส้นทางแห่งรักของ ดอว์์ส และเดนท์ ...เพราะท้ายที่สุด ตัวจริงเสียงจริงที่มีสิทธิ์เป็นกามเทพ(ในร่างซาตานอันโสโครก) ก็คือ หน้าที่ของ โจ๊กเกอร์ ..ผู้นิยมชมชอบ ที่ได้เห็นคนรักกัน ต้องรับทุกข์ทนทรมานอย่างแสนสาหัส ให้กับเกมวัดใจที่เขาวางหมากสำคัญให้ แบทแมน ต้องมาช่วยตัดสิน(อีกที)ว่า ใครคนใดควรจะอยู่ หรือใครคนใดควรจะไป



และเมื่อคำตอบสุดท้ายของแบทแมน คือ ชื่อของ "ราเชล ดอว์ส" ...นั่นจึงกลายเป็นมหกรรมความบันเทิงเริงใจครั้งยิ่งใหญ่ ที๋โจ๊กเกอร์สามารถโกหกคำโต แล้วจะทำให้พระเอก(อัศวิน)สองคนถึงคราวแตกคอพังยับ ทั้งยังผลมาถึงโศกนาฎกรรมแห่งรักสามเส้า ที่เมื่อมีใครคนหนึ่งตายไป อีกสองคนที่เหลือ กลับต้องทนอยู่ เพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า ความเจ็บปวด และทุกข์ทนทุกครั้งที่ได้รู้ว่า อีกคนที่ยังมีชีวิต มีส่วนทำให้คนรักของเขาและเขาต้องตาย

นี่คือการ 'ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัว' ที่โคตรคุ้มค่า และแสนจะสะใจมันส์ในอารมณ์ สำหรับใครบางคนที่ในหัวคิดเป็นแต่เรื่องเหี้..ยๆ เท่านั้น



แล้วยิ่งถ้าเรื่องเหี้..ยๆที่ว่า จะสามารถทำให้คนดีสักคน เปลี่ยนเป็นคนที่เหี้..ยได้ด้วยละก็ ..นั่นแหละ คือ แจ๊คพอตที่มีมูลค่ามหาศาลมากยิ่งกว่าเงินแสนเงินล้านใดๆ สำหรับอาชญากรทุกคน ซึ่งจะหมดซึ่งก้างยักษ์อีกหนึ่งชิ้นไป..ตลอดกาล

แต่หน้าที่ของโจ๊กเกอร์ ไม่ได้หมดไป เพียงแค่การสร้างอีกหนึ่งอาชญากรอัปลักษณ์(ที่หวังจะให้ชั่วเท่าๆกับมัน)เท่านั้น ..สิ่งที่มันเป็นได้ยิ่งกว่าโจรทั่วๆไป ก็ยังคงวางไว้ซึ่งเดิมพันสูงส่ง อันหมายจะตราหน้าให้ทุกๆคนในนครก็อตแธมต้องจดจำนามของมันไป..จนวันตาย

เมื่อชีวิตของผู้คนนับพัน ถูกกักขังอยู่บนเรือสองลำ ที่แยกบรรจุคนสองฝั่ง(ประชาชน/คนคุก) พร้อมทั้งระเบิดที่อาจบึ้มทุกคนให้จมทะเลได้ในเสี้ยววินาที ..ยังมีหรือที่ใครบนเรือในเวลานั้น จะคิดถึงชีวิตของคนอื่น มากไปกว่า ความเห็นแก่ตัวและขอให้รอดปลอดภัยเอาไว้ก่อน

ในช่วงเวลาที่ชีวิตทั้งชีวิตถูกแขวนเอาไว้อยู่บนด้ายบางๆ ที่อาจจะบั่นขาดเพียงใช้กรรไกร(ในมือของผู้ก่อการร้าย) หรือจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของแรงโน้มถ่วง(ในมือของฝ่ายตรงข้าม) ...ในเมื่อเวลานั้น คนบนเรือสองลำยังมีสิทธิ์จะเลือกชีวิตของตัวเอง(เพื่อจะให้อีกหลายชีวิตบนเรือตรงข้ามเป็นฝ่ายเสียหาย)ได้ ..มันก็ยังดีกว่าไม่ใช่หรือที่จะยอมจมปลักแล้วนั่งสวดภาวนาขอชีวิต หรืออาจหวังจะให้ผู้ก่อการร้ายเปลี่ยนใจทิ้งกรรไกรในมือด้วยตัวของมันเองในท้ายที่สุด..มันย่อมไม่ง่ายขนาดนั้น

แต่ในนาทีแห่งความเป็นความตายที่เท่าเทียมกันอย่างนี้ เหมือนจะยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่คนก๊อตแธมบนเรือทั้งสองลำนั้น ได้ลืมนึกถึง ...คือ บุรุษแห่งรัตติกาล ที่ใครๆอาจไม่เคยต้องการ

เพราะ แบทแมน คือคนที่ใครๆในก็อตแธม ไม่เคยคาดหวังจะให้มี ..และ บรูซ เวย์น ก็มีค่าเป็นเพียงมหาเศรษฐีกระจอกๆ ในสายตาของชาวบ้านทั่วๆไป ...การจะทำอะไรให้มีคุณประโยชน์ต่อก๊อตแธมของคนเพียงคนเดียว จึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากยิ่งไปกว่า การปิดทองหลังพระ แล้วไม่มีใครเห็น ..ถึงต่อให้คนผู้นั้นจะเพอร์เฟกต์สักเพียงใด ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ในเมื่อคนอื่นๆอีกแสนนับล้าน ก็ยังยึดมั่นในตัวของตัวเอง มากไปกว่าจะมีศรัทธาต่อสิ่งมีชีวิตที่คิดและทำแทนความต้องการของพวกเขาไปเสียทุกอย่าง

เพราะคนเราในวันนี้ เลือกจะคิดถึงแต่ตัวเอง มากไปกว่าจะคอยพึ่งพาใครคนอื่นให้มาช่วยเหลือ ..จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนักที่เราจะเห็นคุณค่าของ ผู้คนที่เรียกว่าฮีโร่ ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ

ไม่เฉพาะกับฮีโร่ที่ยังมีชีวิตลมหายใจอยู่ในวันนี้เพียงเท่านั้น ..กับบุคคลที่เป็นถึงวีรบุรุษ วีรสตรี อีกนับมากมาย แต่ไหนแต่ไร ก็กลายมาเป็นเพียงแค่ที่เคารพบูชา พี่งพาขอโชคลาภเป็นนิจสิน หากคุณค่าของวีรกรรมที่พวกเขาเหล่านั้นเคยทำไว้เพื่อคนรุ่นหลังอย่างเราๆ ก็ถูกลืมเลือนลาจาก อาจจะเหลือให้ได้คิดถึงก็เพียงแค่ในตำราประวัติศาสตร์ นิยายปรัมปราที่ฝุ่นเกาะเกรอะกรังบนหิ้่งหนังสือเท่านั้นเอง

ในเมื่อคนดีๆ กลับมีพื้นที่น้อยลงเรื่อยๆ ต่อบทบาทของสังคมที่เจริญก้าวหน้าไปทุกเมื่อเชื่อวันเช่นนี้ ..จึงต้องไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอีกแล้ว ที่เราจะได้เห็นคนเลว ออกโรงมาทำตัวชั่วช้าได้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น

ซึ่งถ้าเราลองแทนทุกความชั่วที่มีอยู่ในโลกใบนี้ ให้มีค่าเท่ากับ หนึ่งตัวละครที่เลวทรามสุดใจในนครก็อตแธม อย่าง โจ๊กเกอร์ แล้วละก็... ผลลัพธ์สุดแสนจะน่ากลัวที่มีออกมาให้เห็นใน The Dark Knight จึงย่อมไม่อาจใช่เรื่องที่ดูเว่อร์แบบหนัง อีกต่อไป ..และมันก็อาจจะเกิดขึ้นให้เราประสบด้วยตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่อาจหยั่งรู้อีกเช่นกัน

แม้จุดจบของฉากเรือสองลำ จะมุ่งไปสู่ความแฮปปี้ของคนดู ที่ไม่ต้องทนเห็นใครตายในท้ายที่สุด ..แต่ในความเป็นจริงของผู้คนบนเรือทั้งสองลำนั้น ก็อาจจะแฮปปี้อย่างไม่เต็มใจ ถ้าการรอดตายในครั้งนี้มีค่าเท่ากับความทรงจำอันเลวร้ายครั้งหนึ่ง ที่อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวโสมมอีกมากมาย ที่ก๊อตแธมยังรอคอยจะเขาให้กลับไปพบเจออีกหน เพียงถ้าได้ลงจากเรือลำนี้ไปแล้ว

ยิ่งถ้า โจ๊กเกอร์ ยังคงจะมีชีวิตได้หายใจ อยู่ต่อไป เมื่อเงื้อมมือของ แบทแมน เลือกที่จะไม่ยอมปล่อยเขาให้ตายอย่างง่ายดายด้วยแล้ว ...ชาวเมือง ก็อตแธม ก็คงต้องทนแบกรับความ Serious เอาไว้ต่อไป และไม่อาจหยั่งรู้ว่าเมื่อไหร่มันจะจบลงสักที

อีกทั้งถ้า แบทแมน จะต้องทนแบกรับความ(รับ)ผิด(ชอบ) ที่เขาทำให้ โจ๊กเกอร์ รอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชในหนนี้ อีกด้วยแล้ว ...การหนีสุดหล้าฟ้าเขียวของคนที่ทำถูกต้องที่สุด ก็คงมีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับ นครก็อตแธมแห่งนี้ ได้เข้าใกล้ความพินาศไปอีกระดับหนึ่งแล้ว



แม้ The Dark Knight เลือกจะจบเรื่องราวของมัน ลงด้วยความหดหู่อย่างถึงที่สุด สำหรับคนดูทุกๆคนที่ต้องทนเห็น แบทแมน โดนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไล่ล่า ทั้งๆที่เขาไม่ใช่คนผิดอะไรเลยก็ตามแต่ ...หากกระนั้น มันก็ยังจะพอมีความหวังอย่างร่ำไร แสงสว่างลำจางๆ ที่อุตส่าห์แฝงเจือไว้ในคำพูดของคนหนึ่งคนที่ยังเชื่อมั่นในความตงฉินของแบทแมนมากกว่าใครๆ ในก็อตแธม

"เพราะ แบทแมน ย่อมไม่ใช่คนที่พวกเราต้องการ แต่เขาคือฮีโร่ที่ชาวก็อตแธม ต้องมี"

ถึงแม้ ผบ.จิม กอร์ดอน อาจจะต้องตั้งตัวเป็นศัตรูอีกหนึ่งของ แบทแมน ในตอนสุดท้าย อย่างเลี่ยงไม่ได้ ..แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาจากใจเหล่านี้ ก็ยังคงเปี่ยมล้มไปด้วยศรัทธา อันเลือกจะเชื่อมั่นว่า คนดีทุกๆคน (ที่มีค่าเท่ากับ แบทแมน หนึ่งคน) ควรจะมีที่อยู่ ...และที่อยู่แห่งนั้นก็ย่อมต้องเป็น โลกใบนี้ (ที่มีค่าเท่ากับ ก็อตแธม ในหนัง) อันเป็นของเราทุกๆคน..ที่ควรจะเป็นคนดี นี่เอง








จบการ SPOILER







"The Dark Knight" คือ การกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรี..อีกครั้ง ของ อัศวินรัตติกาล มนุษย์ค้างคาว ที่คนทั้งโลกรอคอย

และ ก็ไม่ใช่แค่การเป็นหนังซัมเมอร์ ดูเอาสนุกเรียกร้องความบันเทิงที่ดี อีกเรื่องหนึ่งเพียงเท่านั้นแต่อย่างใด ..หากมันจะมีคุณค่าเป็นได้มากกว่านั้น

เพราะผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า นี่คือ หนึ่งในหนังยอดเยี่ยมแห่งปี 2008 ที่สำหรับคนที่ขึ้นชื่อคอหนัง ไม่ควรจะพลาดด้วยประการทั้งปวง



ใครที่อาจคิดคาดว่า หนังซูเปอร์ฮีโร่ คงจะดูเอาสนุก มันส์ๆ และเน้นย้ำขายความเว่อร์ล้ำโลกได้เป็นอย่างเดียว ..ขอปฏิเสธคำขาด และนำเสนอ ความจริงจังสุดฤทธิ์ ตามแบบฉบับ "คริสโตเฟอร์ โนแลน" ที่เคยเป็นผู้พลิกโฉมให้ ตำนานแบทแมน กลับมามีชีวิตโลดแล่นได้ใจ(อีกครั้ง)ใน "Batman Begins" ..ทั้งจะยังเต็มใจกลับมาสานต่อให้ แบทแมน ยังคงมีลมหายใจได้ยืดไปอีกยาวไกล

แม้คราวที่เริ่มต้นใน Begins จะเคยทำไว้ดีเอามากๆไปแล้วหนหนึ่ง ..แต่ความทะเยอทะยานไม่เคยอยู่นิ่งของ คริส โนแลน ก็ไม่อาจยอมหยุดยั้งความดี และสร้างพัฒนาการที่คืบหน้ากว่าภาคก่อน จน The Dark Knight มาคู่ควรกับคำว่า Perfect ได้ในที่สุด

หนังทำออกมาอย่างยอดเยี่ยมในทุกองค์ประกอบ ..และเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงพลัง ที่แผ่รังสีมาจากเหตุการณ์ คำพูด หรือกระทั่งการแสดงออกของทุกตัวละครที่ล้นเหลือด้วยความจริงจัง ทั้งชวนให้เชื่อกันจนสุดทาง กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้เห็นในความยาวของหนังร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง

เรื่องฝีมือการกำกับของ คริส โนแลน คงไม่อาจต้องสาธยายอะไรให้มากความนักหนา ..เพราะถ้าวัดเพียงแค่การมีผลงานติดใน Top 250 ของ IMDB.com แทบทุกเรื่องที่เขาเคยกำกับมาแล้วนั้น ก็ย่อมจะพิสูจน์ได้เพียงพอว่า ผู้กำกับคนนี้เก่งโดนใจเด็กแนวสมัยนี้ มากมายเพียงใด

อีกเมื่อมีบทหนังที่ชาญฉลาดล้ำเลิศอยู่ในมือเช่นนี้ด้วยแล้ว ..ก็ไม่ต้องคาดหวังอะไรได้ นอกเหนือไปจาก ความบันเทิง ที่หรรษามันส์มือทั้งตัวคนคิด และโคตรจะอลวนแสนฉงนสำหรับคนดู



ซึ่งถ้าถามหาความแหวก สำหรับบทหนังในภาคนี้ อาจจะพิเศษกว่าเดิม(ภาคก่อน)อย่างเห็นได้ชัด ก็ตรงที่มี คู่หูพี่น้อง (ที่เคยร่วมด้วยช่วยปั่นหัวคนดูจนเสียเซลฟ์ใน "The Prestige") คริส และ "โจนาธาน โนแลน" กลับมาร่วมผนึกกำลังคมความคิด เสริมวิธีการหลอกล่อ แพรวพราวในลูกเล่นร้อยแปด จนสุดท้ายก็ได้คลอดออกมา ซึ่งผลลัพธ์ที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ขั้นสูงสุด เท่าที่หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องหนึ่ง จะเคยไปได้ถึง

แต่ถ้าเราไม่มองในกรณี ว่านี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่ถูกใจตลาด แล้วละก็ ...ส่วนที่เป็นความเข้มข้น ล้นทะลักด้วย อารมณ์หนังทริลเลอร์ ดรามา อาชญากรรม และ สืบสวน ก็คือ ความสุดยอด เท่าที่เคยได้สัมผัสมาจากหนังสักเรื่อง ที่จะสามารถ mix และ match ในความสัมพันธ์เหล่านี้ รวมลงตัวเอาไว้ได้อย่างมีกึ๋น

ยิ่งเมื่อความมีกึ๋นทั้งหลายแหล่ จะได้มาบวกลงไปกับการได้ทีมนักแสดงคุณภาพ ฝีมือจัดจ้านอีกหนึ่งก๊วน มารวมตัวอยู่ในหนังเรื่องเดียวกัน ..ก็ยากจะหาเรื่องปฎิเสธว่า The Dark Knight มีคุณค่าเพียงแค่หนังตลาดๆอีกเรื่องหนึ่งก็เท่านั้น



"คริสเตียน เบล" ..ถึงจะดูซูบผอม หน้าตอบ เปลี่ยนโฉมไปจากภาคก่อนพอสมควร (หรือจะว่าเป็นเพราะบทต้องการให้หน้าระทมทุกข์เช่นนั้นอยู่แล้วก็ตามที) ความเข้าถึงในคาแรกเตอร์ "บรูซ เวย์น" และ "แบทแมน" ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปรเปลี่ยนไป อีกทั้งนี้ ยังจะมีพัฒนาการที่คืบหน้าทางตัวตนและความรู้สึก ให้คนดูได้ลึกซึ้งมากกว่าเก่าเสียด้วยซ้ำ ..ช่างยากเย็นยิ่งกว่าเดิม ที่จะไม่เชื่อว่า เขาคือ อัศวินรัตติกาล ทั้งตัวและหัวใจ ไปเรียบร้อยแล้ว



"แอรอน เอ๊คฮาร์ท" ..ดูสมทั้งส่วนของภาพลักษณ์ และเอกลักษณ์ทางการแสดง ที่สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ "ฮาร์วี่ย์ เดนท์" เป็นมั่นเหมาะ ...ความชื่นชมในเบื้องต้น ผนวกความน่าเห็นใจในเบื้องหลัง คือ ความลงตัวที่ทำให้เราสะเทือนใจในการเปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มผู้นี้ , "แกรี่ โอลด์แมน" ..ด้วยบทบาทที่มีมากขึ้นของ "จิม กอร์ดอน" กลับยิ่งทำให้เขากลายเป็นที่น่าจดจำมากขึ้น ..และยังมากไปกว่าที่เราเคยจำว่า เขามักจะเกิดในบทจำพวกผู้ร้าย มากไปกว่าการเป็นคนดีๆมีความยุติธรรมเช่นนี้



"ไมเคิล เคน", "มอร์แกน ฟรีแมน" และ "แม็กกี้ จิลเลนฮาล" (คนหลัง..เข้ามาเพื่อแทนที่ "เคที่ โฮล์มส") ...ต่างทำหน้าที่เป็นบทสมทบที่มีคุณค่าในตัวของพวกเขาเอง ผ่าน 3 คาแรกเตอร์ที่คนดูไม่อาจผูกพันมากมาย แต่กระนั้นก็ขาดไม่ได้ที่จะมี เพื่อเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยหนุนให้ The Dark Knight มีพลังแรงสูงเช่นนี้ (โดยเฉพาะ คนหลัง ..ทำเอาผมน้ำตาซึมกับจุดพลิกผันของเธอ)



และสุดท้าย(แต่ต้องไม่ใช่ท้ายที่สุดที่ใครจะนึกถึง) "ฮีท เลดเจอร์" ..นี่คือ ผลงานชิ้นสั่งลา(อย่างกะทันหัน) ที่สวยงาม และน่ากราบ ทั้งยังควรค่าแก่การได้ออสการ์(สมทบชาย)เป็นแน่แท้

และก็คงจะไม่เว่อร์จนเกินไปแต่อย่างใด ถ้าจะพูดว่า ฮีท เลดเจอร์ คือ ลมหายใจที่แท้จริงของ The Dark Knight ..เพราะแม้กระทั่ง แบทแมน จะมีศักดิ์และสิทธิ์ เป็นเจ้าของชื่อหนังตัวจริงเสียจริง ก็ยังไม่อาจเอาชนะซึ่ง ความวิปริตสุดขีดขั้นที่ โจ๊กเกอร์ ได้ฝากฝังเอาไว้ในทุกฉาก ทุกนาที อันต้องสมยอมยกผลประโยชน์ให้เป็นเพราะเขาที่ทำให้มันเกิดขึ้นมาแต่ต้นไปจนจบ



ที่มีใครต่อใครบอกไว้ "ฉันว่าฉันไม่เห็น ฮีท เลดเจอร์ เล่นหนังเรื่องนี้เลยนะ"... ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เพ้อเจ้อ หากมันคือ เรื่องจริงที่จริงที่สุด ที่ผมขอเป็นอีกคนที่ต้องยืนยันในความรู้สึกนี้

และก็ขอให้เชื่อผมได้เลย.. ถ้าคุณดูภาคนี้จนจบสิ้นกระทั่งฉากสุดท้าย ...ความคิดแรกที่จะปรากฎชัด เมื่อจอมืดลง คือ "โคตะระอภิมหึมามหาอยากดู ภาคสาม!!!"

ขณะส่วนตัวผมเอง นี่ถือเป็นอีกครั้งในการดูหนังจอใหญ่ ที่ต้องยืนปรบมือให้กับความคุ้มค่า ที่มีคุณค่าเป็นถึง "อภิมหึมามหาสุดยอดหนังซูเปอร์ฮีโร่!!!" สมกับการที่ผมได้รอคอยเป็นที่สุดแห่งปีนี้เลยทีเดียว




"The Dark Knight" ... คือ 'ความสมบูรณ์แบบ' ในการเป็นหนังเรื่องหนึ่ง ที่แทบจะไม่ต้องเกี่ยงงอนห้อยท้ายคำว่า ซูเปอร์ฮีโร่ บ่งบอกไว้อย่างใดเสียด้วยซ้ำ

มันไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าสนุกๆ ที่เราเคยรู้สึกหรือสัมผัสได้จากการดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ เรื่องใดมาก่อนหน้า ...หากมันกลับแฝงไว้ซึ่งปมประเด็นของสังคมโลก ที่ยิ่งใหญ่ มากแสนเกินกว่าที่ หนังตลาดๆ สักเรื่องจะยินยอมใส่มันเอาไว้ให้เราต้องทน Serious และมันก็แทบจะเปลี่ยนให้หนังทั้งเรื่อง เป็นความไม่สนุึก ไม่น่ายินดีปรีดา และอดสูกล้ำกลืนใจอย่างถึงที่สุด

ถ้าสาส์นของหนังสักเรื่อง มีศักดิ์และสิทธิ์ จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ทั้งใบได้ ..หนังเรื่องนี้ คงจะต้องถือเป็นหนึ่งในนั้น ที่มีค่าแก่การเปิดหู เปิดตา และเปิดใจ คนทุกคนให้ได้รับรู้

หรือหากแม้ท้ายทีุ่สุด จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตามแต่ ...ก็ขอเพียงแค่ได้หวังให้ โลกใบนี้ จะยังคงเปิดโอกาสให้ 'คนดี' อีกมากมาย ได้มีที่ยืน ที่หายใจบ้าง ..ถึงแม้มันจะเป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ ซอกหลืบน้อยๆ ไม่มีราคา ก็ยังจะดีกว่า ปล่อยปละให้เหล่าคนชั่ว มาช่วยละเลง ให้เละเทะจนสุดท้ายก็ไม่เหลือคุณค่าใดๆ ให้เราได้ชื่นชม


ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง..ครับ

เกรด A ... {}

ปล. หนังเรื่องนี้ ทำเอาผม หลอนกับเสียง(ดนตรี)หวูดดังหวีดดดดด! อย่างแรง ..เฉกเช่นที่ Atonement เคยทำให้ไม่อยากจะได้ยินเสียงพิมพ์ดีดเล้ย

ปล. 2 (ส่วนตัวล้วนๆ)..การดูในโรง IMAX อาจไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอะไรนักหรอก (ก็โฆษณาให้เว่อร์ไปงั้นง่ะ) เพราะฉะนั้น ก็อาจไม่จำเป็นต้องถ่อไปถึงพารากอนหรอกนะครับ ..เว้นแต่ว่า อยากจะเอาให้มันสุดๆกันไปข้างหนึ่ง ก็ลองดูละกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็คุ้มที่ตัวหนังนี่แหละ

"สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนังได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน"




ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 23 กรกฎาคม 2551
Last Update : 23 กรกฎาคม 2551 1:05:24 น. 14 comments
Counter : 7281 Pageviews.

 
ส่วนสปอยเลอร์ แอบอ่านแล้วงงๆ แฮะ
ยอมรับว่าตอนนี้ก็ยัง "คิดไม่เสร็จ" กับไอ้ค้างคาว ขอหาเวลาไปดูอีกรอบก่อน


โดย: nanoguy IP: 125.24.148.144 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:19:16 น.  

 
ดูไปสองรอบเเล้วครับ กระ่จ่างขึ้นเยอะ


โดย: บิกวอร์ IP: 125.26.85.51 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:23:51 น.  

 
ดูแบทแมนตอนนี้แล้ว
ต้องขอบอกว่าไม่มีกลิ่นอายของการ์ตูนเลย
ซึ่งผมชอบ-ชอบมากๆ

โดยเฉพาะบทของหนังดูแล้ว ช่ายยยยเลย
คนเรานะ ลองทำดีแต่ได้ผลลัพท์ที่ตรงกันข้าม คงจะช้ำใจน่าดู

ถ้าชื่อไทยก็คงจะต้องตั้งว่า
"ปิดทองหลังพระ" หรือไม่ก็ "ทำดีได้ดีมีที่ไหน"


โดย: merf1970 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:8:28:31 น.  

 
ไม่สนุกค่ะ

แต่ดีและน่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง!


โดย: เสี่ยวป้างจื่อ วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:28:20 น.  

 
+ พี่เพิ่งได้ดูมาเมื่อคืนที่ผ่านมาเองครับ ... ช่างทำออกมาได้มืดมนอนธกาลเป็นอย่างยิ่ง เด๋วขอไปเขียนยาวๆ ไว้ที่เว็บยาริสแล้วกันนะครับผม กำลังร่างอยู่


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:39:16 น.  

 
สปอยได้ดีมากเลยค่ะ มาชมเชย เราเข้าไปดูมาเมื่อวานแต่ระบบเสียงในโรงหนังแย่มาก แถมมันเป็นเสียงไทยด้วย ยิ่งแย่ใหญ่ดูไม่รู้เรื่อง พึ่งมาเข้าใจเอาจากสปอยของคุณค่ะ ขอบคุณหลาย


โดย: เสียงจากบ้านนา IP: 124.157.237.207 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:59:02 น.  

 
กุชอบฮาวี่ว่ะ แม่งเท่ ไม่เมหือนภาคที่แล้วที่แม่งแก่ๆ หน้าเหี่ยวๆ แบทแมนแม่งก็กัง อุปกรณ์ไฮเทคขนาดนี้ยังสู้ห่าโรคจิตพกมีดไม่ได้

โจ๊กเกอร์ภาคหน้าให้ป้าเรปล่างไปแสดงนะ


โดย: เทพ IP: 125.24.1.83 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:59:55 น.  

 
เลยไม่มีใครมาม้เนเลย

55555555555


โดย: เทพ IP: 125.24.17.152 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:15:06 น.  

 
เพิ่งออกจากโรงหนังตอน 2 ทุ่มนี่เองค่ะ
หลังจากที่เคยรู้สึกสงสารสไปเดอร์แมนมาแล้วหนนึง นี่เป็นอีกครั้งที่รู้สึกว่า การเป็นซุปเปอร์ฮีโร่นี่มันช่างเป็นเรื่องลำบากและน่าสงสารอะไรอย่างนี้

ขอบคุณที่ช่วยย่อยความคิดให้อีกรอบนะคะ


โดย: kenmania วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:04:37 น.  

 
ชื่นชม ติดตามอ่านมานานเล็กน้อยกับบล็อกนี้ครับ
รู้ว่าดีว่า เมื่อก่อนหนังบางเรื่องดูแล้วไม่ค่อยคิดตรงกับนักวิจารณ์กระแสหลักเท่าไร
เลยคิดว่าเรามันtasteแย่รึเปล่าว้า

พอมาเจอนี้นี่ร้อง เอ้อ เรายังปกติ นี่หว่า
แต่นักวิจารณ์ต่างๆคิดต่างมุมกันเอง โล่งใจไป

ไหนๆปรัชญาเรื่องนี้บอกให้เราเลือกทางเดินที่ไม่ต้องรอใครกำหนดแล้ว...

แจกinviteครับ สำหรับใครที่อยากใช้บิทเพื่อความสะดวกในการหาหนังเก่าๆนะ...

//www.spyworldz.net/account-signup.php?refer=bluemoon08


โดย: blm08 IP: 92.230.49.249 วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:49:09 น.  

 
ไม่รู้สิ ผมไม่เคยคิดว่าซุปเปอร์ฮีโร่แบบแบทแมน หรือพวก ซูเปอร์แมนทั้งหลายแหล่จะสามารถดูแลบ้านเมืองให้สงบสุขได้ ผมไม่เคยคิดเลยนะ เพราะซูเปอร์ฮีโร่พวกนี้แยกแยะไม่ออกเลยว่า คนไหนควรจับ คนไหนควรกำจัดทิ้ง พี่เล่นเอาใส่คุกหมด แหกได้ก็ไม่แปลก สุดท้ายฮีโร่เหล่านี้มีแต่ตายกับตาย คนใกล้ชิดก็ตายกันไป

แต่คนอย่าง The Punisher นี่แหละที่น่ายกย่องเสียกว่า


โดย: โปงลางคุง IP: 158.108.76.241 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:11:37:56 น.  

 
เขียนได้ดีมากๆ คุณเป็นคนที่ดูหนังแล้วเข้าถึงบทหนังได้ดีจริงๆ สำหรับผมแล้ว The Dark Knight ไม่ใช่หนังที่ขายความบันเทิงอย่าง Iron Man หรือ Incredible Hulk หรอกครับ เพราะส่วนตัวดูจบแล้วไม่แฮปปี้เหมือนกับ 2 เรื่องที่กล่าวมา

แต่สิ่งที่ The Dark Knight ทิ้งไว้ให้หลังเดินออกจากโรง ก็คือความเครียด และกระบวนการคิดต่างๆ ที่ต้องนำกลับมาคิดถึงที่บ้านและตอบคำถามกับตัวเองถึงสิ่งที่หนังสื่ออกมา ซึ่งมันมีอะไรที่มากกว่าหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆที่เคยมีมา

ถ้าพูดกันจริงๆแล้ว Batman ของโนแลน ก็คือหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทรงคุณค่า และคงไม่พลาดที่จะซื้อมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก


โดย: YoiChi_KunG IP: 124.120.245.119 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:12:20:21 น.  

 
เห็นด้วยทุกประการจริงๆค่ะ สำหรับหนังเรื่องนี้


โดย: ningpotter IP: 202.183.183.226 วันที่: 5 มกราคม 2552 เวลา:16:05:57 น.  

 
ชอบมากค่ะ ^^
เพื่อนก็งง ทำไมเรามาบ้าหนังซุปเปอร์ฮี่โร่


โดย: wanderer IP: 125.25.129.173 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:13:32:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
23 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.