+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"Hancock" ... คำสารภาพเรื่อง ความหงุดหงิดใจของผม ที่มีต่อ 'แฮนค็อก'..ซูเปอร์ฮีโร่'แหกคอก'



ขึ้นชื่อว่า "ฮีโร่" ...นิยามของคนกลุ่มนี้ ที่ชาวบ้านชาวเราดิดถึงกันก็คือ ความเป็นคนเก่งที่เก่งกว่าคนทั่วๆไป ..ไม่ว่าเขาจะเก่งมาโดยพรสวรรค์ฟ้าประธาน หรือจะหาพรแสวงด้วยตัวเอง เขาเหล่านั้นก็ล้วนแต่มีค่าจะเรียกว่าเป็น ฮีโร่ ได้ทั้งนั้น

แล้วถ้า ฮีโร่ คนนั้นเก่งเว่อร์ๆ จนถึงขั้นที่คนธรรมดาทั่วๆไป ไม่อาจมีใครทำได้ล่ะ ...มันก็สมควรใช่ไหมที่เราจะเรียกเขาให้เหนือกว่าว่า "ซูเปอร์ฮีโร่"

แต่ถ้า ซูเปอร์ฮีโร่ สักคน มันเกิดมาเพื่อเก่งเว่อร์ๆ แต่ดั้นทำตัวไม่สมความเก่งเสียเลยล่ะ ...แล้วเขาคนนั้น ควรหรือเปล่า ที่เราจะให้บรรดาศักดิ์เรียกแม้แต่คำว่า ฮีโร่

ความหงุดหงิดใจที่ผมจะสาธยายต่อไปนี้ ..คงเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ และถ้าคุณอยากได้อะไรที่มันจรรโลงใจ เรื่องราวครั้งนี้คงไม่มีให้คุณ ...ฉะนั้นแล้ว อยากขอให้ทุกท่าน จงใช้วิจารณญาณในการอ่านเนื้อความ แล้วคุณคงจะเข้าใจว่า คนเราบนโลกนี้ ไม่มีใครที่คิดเหมือนกันในทุกๆเรื่องได้หรอก ..และ เรื่องของซูเปอร์ฮีโร่ ที่ผมกำลังจะพูดถึงคนนี้ คือ เรื่องที่ผมคนหนึ่ง คงจะเป็นเพียงคนส่วนน้อยที่คิดเห็นเช่นนี้



ในตอนนี้ หลายๆคนคงจะได้ทำความรู้จักกับ ซูเปอร์ฮีโร่รายใหม่ นามกรว่า "Hancock" ไปบ้างแล้ว... และทุกๆคนก็คงจะรู้กันว่า แต่แรกเริ่มเดิมที ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้ เป็นที่โจษจันในทางลบ จนแทบไม่มีใครสักคนจะร่วมรักและเอาใจช่วย ในความเก่งเหนือมนุษย์ที่ผู้ชายตัวดำๆ ทำตัวโทรมๆ ชื่อ "จอห์น แฮนค็อก" คนนี้มี

ถึงแม้ว่า แฮนค็อก อาจจะทำหน้าที่เป็น ซูเปอร์ฮีโร่ ได้โดยเหมาะสม กับการช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นภัยร้ายทั้งหลายแหล่ ..แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในภายหลังจากทำหน้าที่จะหมดสิ้นความหมายไป

มันอาจจะมีเหตุผลพออนุโลมอยู่บ้าง ถ้าซูเปอร์ฮีโร่ในประวัติศาสตร์แทบทุกคน ล้วนแต่ได้ฝากรอยจารึกอันใหญ่หลวงต่อทรัพย์สิน และชีวิตผู้คนอย่างมากมาย เพื่อสร้างความทรงจำเป็นอนุสรณ์ชนไว้บ้าง ...แต่กับพี่ฮีโร่ที่ชื่อ แฮนค็อก ผู้นี้ กลับไม่เคยใส่ใจใยดี ถึงสิ่งที่เขาทำเอาไว้ หากเพราะมันเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำก็เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ มันก็แค่ขำขำ



เอาวีรกรรมสร้างเวร เพียงหย่อมๆเหล่านี้มาพูด ก็ยังอาจไม่รุนแรงเท่าไหร่หรอกนะ ..แต่ถ้าได้ลงลึกไปถึง ความคิด และพฤติกรรมแสบๆคันๆ ทำตัวแบดบอยใส่คนรอบข้างทุกผู้ไปวันๆ อีกหนึ่ง ก็ควรจะให้พิจารณายิ่งๆ ว่านี่หรือคือบุคคลที่เราควรจะฝากความหวังในการปกป้องโลกได้

แต่ช้าแต่ ชีวิตเหลวแหลกของ แฮนค็อก ก็ใช่ว่าจะต้องหมองหม่นขมขื่นตลอดไป ...สิ่งดีๆที่เรียกว่า โอกาส ยังแอบสร้างหวัง กลายเป็นแสงสว่างร่ำไรที่โผล่พรวดเข้ามาเยือนโดยบังเอิญ ..เมื่อ แฮนค็อก เป็นแสงสว่างที่มาช่วยชีวิต นักประชาสัมพันธ์หนุ่มไฟแรงสูงคนหนึ่งเข้าไว้ได้อย่างทันด่วน



การที่ แฮนค็อก เกิดโชคดีได้ "เรย์ เอ็มบรีย์" มาเป็นผู้ชดใช้หนี้ชีวิตให้โดยฟรีๆ ..คือ โอกาสที่ทำให้ชีวิตของ แฮนค็อก ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง และนั่นก็ได้นำพามาซึ่งจุดหักเห ที่ยังบังเอิญให้เขาได้เจอใครคนหนึ่งคนสำคัญ ซึ่งมีคำตอบให้กับจุดกำเนิด ความเป็นไปเป็นมาแต่เริ่มต้นของซูเปอร์ฮีโร่ที่ชื่อว่า จอห์น แฮนค็อก ผู้นี้ ที่เขาไม่เคยรู้(...หรือ..ลืม?)

ผมเล่ามาถึงตรงนี้ ก็อาจจะยังไม่เห็นถึงซึ่ง ความหงุดหงิดใจ ที่ผมได้เกริ่นนำไว้ ในคำใดๆที่ผ่านพ้นมา... แต่ถึงจะไม่มีความหมายใดๆ นอกไปจากการเล่าเรื่องเล็กๆน้อยๆของซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้ไว้ก่อนก็ตาม แต่นับจากนี้ ก็จะมีแต่ความหงุดหงิดใจแฝงเจือเอาไว้อย่างเห็นได้ชัด



ถึงแม้ ผมจะไม่ได้พยายามคาดหวังให้ "Hancock" ...หนังเรื่องล่าของป๋าแบดบอย "วิล สมิธ" ต้องเป็นหนังที่มันส์ อย่างสุดขั้วหัวใจ แบบอย่างที่หนังแอ๊คชั่น ในฤดูซัมเมอร์ควรจะเป็น ..หรือกระทั่งก่อนหน้าจะได้ข่าวลอยๆ จากผู้กำกับ "ปีเตอร์ เบิร์ก" (The Kingdom ..หนังทริลเลอร์ในบรรยากาศสงครามมะกัน-ตะวันออกกลางของปีก่อน ที่ผมรู้สึกชอบพอสมควร) ที่บอกไว้ว่า ซูเปอร์ฮีโร่ผู้นี้ จะเน้นความเป็นดรามา มากกว่า การต่อสู้กับศัตรูผู้ร้ายกาจ ...แต่ถึงกระนั้นแล้ว ผมก็ยังไม่อาจจะรับได้ที่ แฮนค็อก ออกมาต่อสู้บนโลก สู่สายตาประชาชี เพื่อจะกลายเป็นหนังน่าจะสนุก ที่กลับเต็มไปด้วยความงี่เง่าเต็มประดา

ช่วงแรกที่ หนังยังเป็น เรื่องราวของ แฮนค็อก ..ฮีโร่ผู้มีพฤติกรรมแหกคอก ก็ยังเป็นอะไรที่ดูจะโอเคอยู่หรอก ...ทั้งในส่วนที่เป็นการปูพื้นนิสัยใจคอของตัว แฮนค็อก ไปจนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซูเปอร์ฮีโร่ ผู้ไม่เอาอ่าว ให้กลายเป็นคนที่เอามหาสมุทร (มากกว่าอ่าว อีกนะนั่น) แล้วสุดท้ายก็จึงเป็นที่รักของชาวบ้านได้เสียที

ใครที่อยากจะดูความเป็นธรรมชาติ ในรูปลักษณ์คาแรกเตอร์ที่เหมาะสม ของป๋า วิล สมิธ คงจะไม่ผิดหวังจากที่ต้องการ ...เพราะมาดกวนๆ ชวนฮาหาเสี้ยนตำอย่างนี้ ถือเป็นงานถนัดของป๋าดำผู้นี้อยู่แล้ว แล้วก็ด้วยความเป็นธรรมชาตินี่แหละ ที่ทำให้บางเวลา เราก็จำมีฮากับความกวนโอ๊ยของป๋าแกอย่างตั้งใจ ...แต่ถึงจะขำขำ สนุกๆ กับป๋าแกสักเท่าไหร่ กระนั้นแล้ว ความเป็นหนังดูเอาบันเทิงสักเรื่อง ก็ยังงั้นๆ ออกไปทางเรื่อยๆ ด้วยลูกเล่นของบทที่ไม่แพรวพราว และเสนอออกมาโดยไม่เมคความน่าตื่นเต้น เร้าความสนใจจากเนื้อหาให้คนดูมากนัก



จนกระทั่งเมื่อตัวหนังตั้งหน้าตั้งตาจะทำให้คนดูเกิดสนใจในส่วนของเนื้อหามากขึ้นนั่นเอง ก็พาให้เรื่องราวของ Hancock เดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนในตอนกลาง และหลังจากนั้นเป็นต้นไป พี่แฮนค็อก ก็แหกคอก ออกนอกอ่าว เลยมหาสมุทร ทะลุชั้นบรรยากาศโลก แล้วกู่ไม่กลับอีกเลย

แม้การที่หนังพยายามจะเบี่ยงประเด็น มาเล่นทางดรามา(ปนโรแมนติก)เต็มตัว อาจถือเป็นเรื่องของการลองแหวกที่แอบกล้าไม่น้อย สำหรับการเป็นหนังซัมเมอร์ตล้าด ตลาด ที่มีหน้าหนังขายความใหญ่(ทางเทคนิค)และโต(ทุนสร้าง) เป็นหลัก ...แต่เมื่อการแหวกในครั้งนี้ ดันมามีชะตากรรมตกอยู่กับ ทีมคนเขียนบทที่ช่างคิดช่างเขียนได้ มั่วและซั่วสุดจะล้น ...ท้ายที่สุด เพียงครึ่งหลังของหน้าหนังอันดูใหญ่โตนี้ จึงมีหนังหน้าที่อัปลักษณ์ และสามารถเปลี่ยนเวลาราวๆ 90 นาทีที่คงจะคุ้มค่า ให้กลายเป็นการขาดทุนอย่างย่อยยับซะอย่างงั้น

ที่ผมกล้าพูดว่าผมขาดทุนอย่างย่อยยับ.. ถ้าให้ลองยกตัวอย่างแห่งความย่อยยับเหล่านั้นแล้ว ก็คงจะหมายความถึงการต้อง SPOILER อย่างเลี่ยงไม่ได้

มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าคนอ่านบางท่าน ยังตั้งหน้าตั้งตาจะไปดู ก็อาจจะต้องมองข้ามบรรดาตัวอักษรสีน้ำตาล เหล่านี้ไปก่อนก็แล้วกัน...




ความย่อยยับข้ิอที่ 1... บทหนัง ในครึ่งหลัง เข้าขั้นไม่ได้เรื่องไม่ได้ความอย่างสมบูรณ์แบบ (หรือพูดอีกนัยหนึ่ง ก็คือ 'แย่') ..ถึงครึ่งแรกจะมองเห็นว่ามีปัญหาแอบแฝงอยู่พอสมควร แต่เรื่องเหล่านั้นก็ยังพอมองข้ามได้ เพราะคิดว่า มันคือ เรื่องปกติ ที่หนังแอ๊คชั่นดูเอาบันเทิงจะพึงเป็น ...แต่เมื่อหนังเลือกจะเดินเข้ามาสู่จุดหักมุมที่คาดว่าคงจะสร้างความเซอร์ไพรส์กับคนดูได้ไม่น้อย ซึ่งมันก็ได้เซอร์ไพรส์อยู่จริงๆหรอก ..แต่ก็ยังเป็นมุข ที่แถให้ตกใจโดย Non-Sense แบบที่จับยัดเข้ามา โดยไม่มีการปรึกษากับคนดู หรือแม้แต่ใจคอจะบอกใบ้สักนิด ก็ยังไม่มี ...จู่ๆจะให้เป็นไป ก็เอามันตรงนั้นเลยนี่แหละ



ถามว่าผมแปลกใจมั้ยที่ "ชาร์ลิซ เธอรอน" เลือกจะมาเล่นหนังซัมเมอร์ ที่ต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างของ ป๋าวิล สมิธ กันอย่างนี้.. ก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน

แต่นั่นก็ยังไม่แปลกใจเท่ากับการที่หนังสักจะให้คาแรกเตอร์ "แมรี่" แม่บ้านอารมณ์บ่จอยของเธอ เฉลยตัวว่าเป็นอีกหนึ่งซูเปอร์ฮีโร่ที่ยังเหลืออยู่บนโลก ..ทั้งยังเคยเป็นอดีตศรีภรรยาของพี่แฮนค็อก อีกต่างหากด้วยล่ะนั่น

แล้วนั่นก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการแถแบบไม่แนบเนียนของคนเขียนบท ...ซึ่งจะยิ่งยุ่งไปกว่านั้น เมื่อสักจะให้ซูเปอร์ฮีโร่ทั้งสอง เสือ..กมีชีวิตเป็นอมตะ ทั้งยังมีบรรดาศักดิ์เป็นเทพ ที่เบื้องบนส่งมาให้คอยจัดการดูแลความเรียบร้อยบนโลก

แต่ขอโทษเถอะนะ ถ้าจะให้เป็นอมตะกันล้วนๆ มันคงจะไม่สมจริงบนโลกนี้สักเท่าไหร่ ..หนังก็เลยจัดความให้มีปมปัญหาเรื่องความรักของ แฮนค็อก และ แมรี่ เข้ามา โดยวางเงื่อนไขให้ คนทั้งสองจะต้องอยู่ห่างไกลกัน จึงจะสามารถมีชีวิตที่เป็นอมตะได้ ...แล้วก็ดันเพี้ยนกันไปใหญ่ เมื่อความต้องการจะให้ห่างไกล เท่ากับการทำให้ แฮนค็อก เสือ..กความจำเสื่อม แต่ก็เสือ..กไม่วิ่งไล่หาตัวตน และปล่อยให้มันมาหาให้รู้โดยบังเอิญ ในอีก 80 ปีให้หลังอย่างง่ายดาย

หนังแทบจะไม่ได้ปูหรือใส่ความหลังของแมรี่ เข้ามาเพื่อเสริมประเด็นตัวตนของเธอหรือกระทั่งแฮนค็อกให้หนักแน่น แต่อย่างใด ..ทั้งๆจะว่าไปแล้ว การแสดงระดับออสการ์เป็นประกันของ สาวชาร์ลิซ ก็ย่อมจะทำได้ถึงอยู่หรอก ...ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายของสาวเจ้าที่หลงคารมนายทุน หรือเธอเลือกจะเล่น เพียงเพราะมันเป็นหนังที่สนุก แต่สุดท้ายจริงๆแล้ว นี่คือ การตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้งหนึ่งของเธอ หลังจากง่าวไปเป็น "Aeon Flux" มาจนเละเทะเสียชื่อออสการ์ไปแล้ว



ความย่อยยับข้อที่ 2... แม้ครึ่งแรกแทบจะเป็นเครดิตของ ป๋าวิล ถ้วนๆ ที่ทำให้หนังดูสนุกได้บ้างก็จริง ...แต่ช่วงเวลาครึ่งหลังที่เป็นดรามา มันได้กลับกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งหายนะในอาชีพการแสดงของป๋าท่าน ชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่า เคยเห็นฝีมือเข้าขั้นยอดเยี่ยมไปเรียบร้อย จาก "The Persuit of Happyness" หรือกระทั่ง "I am Legend" จะไม่สามารถทำให้เราหลีกหนีจากความไม่สมเหตุสมผลของบทหนัง มาป๊ะกับ ความนิ่งที่เข้าถึงอารมณ์เศร้าของพระเอกถนัดกวนผู้นี้.. เสียดายที่ความดีของการแสดง โดนความเลวของเรื่องราวกลบฝังเสียจนมิดชิด

หากถ้าบทหนังมันไม่สิ้นคิด เต็มไปด้วยอะไรที่มาง่าย ไปไว ..แล้วก็ได้คนเขียนบท ที่เข้าใจพลอต แล้วสามารถตีความให้มันออกมาเข้มข้นทั้งเส้นเรื่อง และอารมณ์ ...เราก็คงจะได้ดูหนัง วิล สมิธ อีกเรื่อง ที่น่าประทับใจ มากกว่าจะเบื่อ เซ็ง และเสียสมูธ กันเช่นนี้

ความย่อยยับข้อที่ 3... Hancock เป็นเจ้าของฉากต่อสู้ระหว่างพระ-นาง (แบบว่า..He และ She อยากประลองพลังซูเปอร์ฮีโร่ว่างั้นเหอะ) และฉากไคลแม็กซ์ ที่กะหลั่วเข้าขั้นเทพ



ในเมื่อหนังมีเทพเป็นตัวเอก ..การจะทำฉากบู๊ให้สนุก จึงต้องใช้ความเทพของบทมาเข้าข่ม ...แล้วในเมื่อ บทหนัง ในครึ่งหลังช่างหาไม่ได้ซึ่งรายละเอียด ยันไปถึงความสมเหตุสมผลที่ลงตัวเอาเสีย มันก็เลยได้สองฉากสำคัญ ที่กลายเป็นความน่ารำคาญอย่างสุดกู่

ฉากต่อสู้ของพระนาง ถ้าดูเอาขำๆ ไร้ตรรกะ ก็คงจะพอลืมๆเลือนๆ ความสับสนอลหม่านแบบเทพข่มกันของมันไปได้บ้าง ..แต่ฉากไคลแม็กซ์ ที่ดันทุรังหาเรื่องให้ไปเกิดในโรงพยาบาลที่ต้องการความสงบ ก็กลายเป็นสถานที่แห่งความเละเทะทั้งในด้านการใช้กำลังของตัวละคร และการใช้สมองของคนเขียนบท ที่เหลวเป๋วไปแล้วกับความน่าเชื่อถือ

ตัวละครผู้ร้ายหลักๆ ศัตรูของ Hancock ..ถ้าไม่รวมซึ่ง ยัยแมรี่ ที่อารมณ์บ่จอยตลอดศก ...ก็คงไม่พ้นจะตกเป็นข้อหาของ อีตาหนวดโหดปล้นธนาคาร ที่โดนพี่แฮนค็อกเล่นงานจนเข้าตะราง หากไม่วายรวมพลังกับแก๊งค์นักโทษโดนหัวยัดตูดแหกคุก เพื่อหวังจะมาเอาคืนพระเอกของเราซะนี่ ...แล้วขอโทษนะ การแหกคุกของพี่ท่านไม่ใช่เรื่องอุจจาระแต่อย่างใด หากมันกลับยิ่งใหญ่ได้เพราะ หน้าที่การงาน(ที่ไม่ใช่โจรปล้น)ในสายจิตวิทยา สามารถจะทำให้พี่แกหลุดพ้นจากวัฎสงสาร(อันน่า..สมเพศ)นี่ได้ซะอย่างงั้น



แต่แม้ว่า อีตาหนวด จะดูมีความสำคัญ(ขนาดนั้นเลย) เพราะพี่ท่านเป็นผู้ร้ายตัวโป้ง(ที่สุด)ของหนัง ก็มิได้หมายความสำคัญถึงต้อง ลากมันออกมาฆ่าพระเอก ..เพื่อสร้างฉากไคลแม๊กซ์ ปัญญาอ่อน ...แถมมุขที่มันเก่งทางจิตวิทยา ก็ใช้อะไรไม่ได้ (หรือ..ไม่ได้ใช้เลย)กับ การล้างแค้น พี่แฮนค็อก แม้แต่คิด

ซึ่งถ้า พี่แฮนค็อก เกิดตายด้วยฤทธิ์ปืนสั่วๆของโจรกะหลั่วๆ เสียจริงๆ.. คงเป็นอะไรที่น่าสมเพศสุดจะล้นพรรณนาเลยล่ะนั่นหนา

ความย่อยยับข้อที่ 4... การกำกับของ "ปีเตอร์ เบิร์ก" อาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดของหนังเรื่องนี้สักเท่าไหร่หรอก เมื่อเอาไปเทียบกับความกัมปนาถในงานบทที่ส่งให้ภาพรวมดูแย่ แต่ถ้าเอาไปเทียบชั้นกับ The Kingdom เรื่องก่อน ก็ถดถอยลงมาจนกลายเป็นงานผ่อนคลาย ทีเล่นทีจริงซะมากกว่า ...หรือแม้กระทั่งกับเทคนิคถ่ายภาพ แฮนด์เฮลด์ (ที่คล้ายจะเป็นของตายของเขาไปแล้ว) ก็ไม่ได้ให้ผลที่ดีสักเท่าไหร่ ในเมื่อหนังซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ใช่แนวต้องสมจริงสมจัง ถึงขนาดให้เราคนดูต้องสั่น ส่าย ไปกับภาพ เพื่อได้อารมณ์เหมือนติดอยู่ในสถานการณ์อันตึงเครียดอย่างนั้น ...ยิ่งหนังทำออกมาทีเล่นทีจริงซะมากกว่าเช่นนี้ ก็เลยไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่เทคนิคนี้จะมีส่วนร่วม

แต่ถ้าคิดขำๆ ไม่จริงจังอะไรเลย ..เท่าที่ฟังเสียงคนอื่นๆว่ามา มันก็ยังดูจะเวียนหัวน้อยกว่า The Kingdom หรือกระทั่งโคตรแห่งการส่ายอย่าง "Cloverfield" ล่ะนะ


จบการ SPOILER






และ ความย่อยยับสุดท้าย... นี่คือ หนังซัมเมอร์ที่เข้าขั้นรั่วอย่างสมบูรณ์แบบ ...และมันก็ไม่ได้รั่วอย่างตั้งใจแล้วขำแหลก สนุกราญ แบบ "Wanted" หากมันคือ การรั่วที่คนสร้างไม่อาจตั้งใจ ให้มันกลายมาเป็นหายนะหน้าใหม่แห่งวงการหนังซูเปอร์ฮีโร่ ..ที่แทบจะทำให้ "Ghost Rider" และ "Daredevil" กลับกลายเป็นหนังดีในพริบตา (ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?)

แล้วหากมีคนมาถามผมว่า หนังเรื่องนี้น่าดูมั้ย? ...ผมพร้อมที่จะตอบกลับไปอย่างชัดเจนแน่วแน่ว่า "ขอร้องเลย... อย่าจะดีกว่านะ"



"Hancock" ...นี่คือ หนังที่ผมสามารถจะเรียกว่า "แย่" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ..แต่ทั้งหมดนี้ มันก็คือ ความคิดเห็นส่วนตัวของผมทั้งสิ้น ...แม้มันจะขัดแย้งกับคนอีกส่วนมากอย่างสิ้นเชิง แต่ผมก็ยังจะยืนยันในคำสารภาพครั้งนี้ ว่าไม่อาจมีข้อแก้ต่างใดๆ มาเปลี่ยนใจผมได้อย่างแน่นอน ..ขอให้จงเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี เพราะปีนี้ พี่แหกคอก ไม่ได้ออกไปนอกใจผมแน่ เหอๆ

ต้องขออภัยจริงๆ ..ที่หนังเรื่องนี้ ผมจะขอแสดงอคติอย่างสุดขีดขั้วเช่นนี้เน้อ


เกรด C- ... {}

"สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนังได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน"




ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 08 กรกฎาคม 2551
Last Update : 8 กรกฎาคม 2551 0:28:30 น. 12 comments
Counter : 9544 Pageviews.

 
อ่านไปครึ่งเดียวค่ะ
เพราะยังไม่ได้ดู
เลยไม่ได้อ่านตรงวิจารณ์ข้างล่าง

แต่เป็นแฟนวิล สมิธ
เลยคิดว่า
ไง ๆ เรื่องนี้ต้องไปดู

หรือแย่ ๆ หน่อย
ก็เช่าดีวีดีมาดู

แล้วถึงเวลานั้น
ค่อยมาร่วมแจมวิจารณ์อีกครั้งนะคะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:43:48 น.  

 
เหะๆๆๆ ไม่รู้จะเห็นด้วยหรือจะขัดแย้งดี ก็มอลลี่ไม่ค่อยถนัดหนังแนวนี้อยู่แล้วค่ะ
แต่ก็นะ ต่างจิตต่างใจ อิอิ


โดย: มอลลี่ (Tukta21 ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:0:54:46 น.  

 
คิดว่ารู้สึกไปคนเดียวซะอีก เนื้อเรื่องมันแย่จริงๆ


โดย: บุรุษพเนจร วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:3:24:02 น.  

 
หนังมันเน้นไปทางตลก ดราม่า มากเกินไป
แทนที่จะเป็นแอ๊คชั่น มันส์มหาวินาศตั้งแต่ต้นจนจบ
คนดูต้องการหนังแอ๊คชั่นมันส์ๆนะ


โดย: yukinbc วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:54:56 น.  

 
ถึงแม้บทจะอ่อนไปบ้าง
แต่โดยรวมก็ไม่ถึงขั้นแย่นะ

ผมให้บีลบ


โดย: ไม่ใช่ IP: 58.9.160.2 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:22:11 น.  

 
บ้าป่าว โคดกดเกรด หนังก็โอเค ดูเพลินๆ ให้ C- ไปได้ไง

จบปจท.รุ่นกูนี่หว่า

เด็กห้อง 4 หล่ะสิ

ผอมลงนะเนี่ย นึกว่ามิงเปนเกย์ซะอีก


โดย: เทพ IP: 125.24.81.186 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:27:12 น.  

 
บทหนังดั้งเดิมเรื่องนี้ชื่อเรื่อง To Night He Comes ครับ เล่าเรื่องถึงซูเปอร์ฮีโร่ตกอับ ที่ได้มาเกี่ยวพันกับเด็กน้อยคนหนึ่งจนทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป เป็นบทที่คนในวงการการ์ตูนอเมริกัน หลายๆคนได้อ่านแล้วชมเปาะเลยว่าถ้าได้สร้างเป็นหนังละก็ ต้องเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ชั้นดีแน่ๆ....
จนกาลเวลาผ่านไป บทหนังเปลี่ยนมือผู้กำกับผู้เขียนบทมากหน้าหลายตา จนกลายมาเป็น Hancock ของ วิลล์ สมิทธนี่แหละ......เฮ้อ ฮอลลีวู้ด....


โดย: mr robot IP: 210.246.73.238 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:38:29 น.  

 
^
^
ถ้าบทเป็นแบบข้างบน น่าจะดูดีกว่าเยอะเลยนะครับเนี่ย

+ พี่คิดว่าคงไม่ดู เลยอ่านสปอยล์ไปหมดแล้ว แค่เจอข้อแรกก็อึ้งอ่า คิดได้ไงเนี่ย พี่คอตรเซ็งกับมุกความจำเสื่อมอยู่แล้วด้วยอ่า จะเอามาเล่นอะไรกันนักหนาไม่รู้ ชีวิตจริงคนเรา มันไม่ได้เสื่อมง่าย หายง่ายกันแบบนั้นซะหน่อยอ่า

+ หุๆ ถ้าบทออกมาเป็นแบบนี้ เผลอๆ พี่ให้เกรดต่ำกว่า Jumper ซะอีกอ่ะคับเนี่ย ถ้าได้ดู (แจก 4/10 ไป)

+ ถ้าใครบอกว่า น้อง Onceฯ กดเกรดหนัง ขอยืนยัน นอนยันว่าไม่จริงนะครับ เพราะมีมากมายหลายเรื่องที่เค้าให้ 10 เต็ม และส่วนใหญ่เรื่องอื่นๆ ก็จะเกรดสูงกว่าเกรดที่คนอื่นให้โดยรวมที่เว็บยาริสอ่ะครับ ... น่าจะปล่อยเกรดที่สุดแล้วด้วยมั้ง อิๆ

+ เอ่อ ... แต่อ่านเม้นต์ของคุณเทพ (บรรทัดสุดท้าย) แล้ว ........ 555


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 9 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:26:59 น.  

 
5 นาทีแรกดู สมองก็ตะโกนออกมาเลยว่า "เชี้ยย...พระเอกแม่งงง..เก่งเกิ้นนน..!!!"


โดย: ผู้ดูมาแล้ว IP: 117.47.63.217 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:12:03:37 น.  

 
ต่างคนต่างความคิด แต่เราว่ามันออกจะดี

ดูแล้วยิ้มได้ มันก็ถือว่าดีแล้ว แถมมีตอนซึ้งๆไว้ให้แอบอิน



โดย: มันดีแล้ว IP: 202.28.47.15 วันที่: 1 สิงหาคม 2551 เวลา:12:04:07 น.  

 
เหนด้วย++%

พระเอกเก่งเกิ้นก้อจิง

แต่ก้อไม่ได้ทำตัวเก่ง

เหมือนฮีโร่ทั่วไปซะหน่อย


โดย: รักแฮนค็อก IP: 192.168.1.111, 222.123.61.248 วันที่: 31 สิงหาคม 2553 เวลา:20:29:32 น.  

 
หนุกๆ


โดย: บอส IP: 171.7.215.223 วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:14:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.