"Happy Feet" ... สองเท้าเล็กๆ คือหนึ่งก้าวที่ยิ่งใหญ่
จะถือว่าอาภัพก็พอพูดได้ ที่เพนกวินตัวน้อย "มัมเบิล" ได้ถือกำเนิดเกิดมาอย่างแตกต่างที่แตกแยกบนสปีชี่ส์เดียวกัน เอาตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เห็นเด่นชัดว่าตัวเขาไม่เหมือนใครเพื่อนเลย อีกทั้งนี้ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เข้ากันไม่ได้กับผองเผ่า อันคือ "เท้าของมัน" "Happy Feet" ... เป็นสมญานามที่ มัมเบิล ได้รับการเรียกแต่กำเนิดอันเกิดจากความแตกต่างของมัน ในขณะที่เท้าของเพื่อนเพนกวินตัวอื่นก็ขยับเขยื้อนเป็นปกติ แต่เท้าของมัมเบิลมีความสามารถผิดปกติ ที่คนเราเรียก ภาษาการขยับเช่นนี้กันว่า "การเต้นแท๊ป" ความสามารถอันนี้จะมีก็เพียงแต่เพนกวินแม่ "นอร์ม่า จีน" ตัวเดียวเท่านั้นที่ยอมรับจากความเป็นตัวของตัวเขา ส่วนกับตัวอื่นๆแล้วต่างก็พากันมาดูถูกดูแคลนและไม่แยแสในความแปลกประหลาดผิดเพนกวิน ซึ่งในกลุ่มนี้ เพนกวินผู้พ่อ "เมมฟิส" ก็เป็นอีกตัวที่ไม่พอใจในความนอกคอกนอกรั้วของมัมเบิล และเขาก็ไม่สนไม่แคร์ด้วยว่าความรู้สึกของลูกที่อยู่ข้างในลึกๆ จะเป็นอย่างไร โดยตามปกติแล้ว เพนกวินทุกตัว จะต้องมีเสียงเพลงประจำใจเป็นของตัวเอง อีกทั้งพวกมันทุกตัว จะต้องร้องเพลงเป็น ซึ่งถือเป็นกฎเหล็กของการอยู่ร่วมสังคม ที่ถ้ามีใครจะฝ่าฝืนมันไปสักตัวหนึ่ง ก็จำเป็นที่คนฝ่าฝืนจะต้องร่อนเร่ออกไปให้ไกลจากฝูง มัมเบิล เติบโตขึ้นมาด้วยการขาดซึ่งทักษะการร้องเพลงโดยสิ้นเชิง (อย่าว่าแต่ไม่มีทักษะเลย น้ำเสียงอันไพเราะละมุนหูก็หาไม่อีกด้วย) เขาเก่งกาจเฉพาะทางในการเต้น เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการใช้เท้าทั้งสอง เคาะจังหวะ รัวอยู่บนพื้น ...ในขณะที่ตัวอื่นเมื่อถึงฤดูหารัก จะพยายามอวดสำเนียงส่งเสียงร้องเพลงจีบกันต่อกันไป ก็มแต่มัมเบิลผู้เดียวตัวนี้ ที่ทำได้แค่การเต้นกินรำกินหาคู่ ...ซึ่งการกระทำผิดประเพณีเช่นนี้ มันก็ดูจะเป็นอะไรที่ไม่ถูกชะตากับหัวหน้าฝูงอย่างแรง มัมเบิล ไม่สามารถต่อล้อต่อเถียงกับความคิดของคน(เพนกวิน)หัวโบราณได้เลย แล้วยิ่งมีพ่อบังเกิดเกล้าเป็นฝ่ายหนุนอีกแรงหนึ่งก็ยิ่งทำให้เขาหมดซึ่งกำลังใจจะอาศัยอยู่ในสังคมนี้ ...มัมเบิลมีทางเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้นที่ เขาจะทำได้นั่นคือ การออกเดินทางไปสู่โลกภายนอก และทำการพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ความแตกต่างที่แตกแยกของเขานี้ จะต้องมีประญาโยชน์สำหรับเขา และมันอาจจะมากกว่านั้น ถ้าสองเท้าเล็กๆนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับความอยู่รอดของเหล่ามวลเพนกวินทุกตัว ... Happy Feet ... การ์ตูนอนิเมชั่นผสมโรงหนังเพลง โดยผลงานของ "จอร์จ มิลเลอร์" ผู้เคยกำกับ หนังแอ๊คชั่นสร้างชื่อ เมล กิ๊บสัน "Mad Max" และหนังสิงสาราสัตว์สนุกขบขัน "Babe" (หนังหมูพูดได้เรื่องนี้ เคยมีโอกาสได้สร้างความประทับใจกับวันวานในวัยเด็กของผม...ผมจำได้ว่านั่งดูวิดีโอหนังเรื่องนี้ก็หลายรอบอยู่) ...นี่อาจจะดูเป็นหนังที่มีภาพลักษณ์ซึ่งเหมาะต่อคนวัยกำลังเด็กจะได้ดู แต่กลับส่วนของเนื้อหาเนื้อเรื่องกลับเป็นอะไรที่ผู้ใหญ่ดูจะเข้าถึง และเข้าใจได้มากกว่า ... หนังเริ่มเปิดเรื่องมาแทบจะเป็นการถอด March of the Penguins มาเล่าใหม่กันทั้งดุ้น เป็นการปูเรื่องที่คล้ายจะเป็นการทวนความจำของคนที่เคยผ่านตาสารคดีเรื่องนั้นกันอีกทีหนึ่ง ...หนังหมดเวลาไปได้ประมาณเกือบสิบนาทีกับฉากเก่าๆที่ผมเคยเห็นจากภาพถ่ายสถานที่จริงมาก่อนแล้ว ... เมื่อถึงช่วงเวลาที่เพนกวินน้อย มัมเบิล ได้ทะลุเปลือกไข่ออกมา ...ความน่ารักน่าชังของภาพตัวการ์ตูนตัวนี้ ก็ทำให้ผมจำต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปกับนัยน์ตาที่บ๊องแบ๊ว และการสำแดงลีลาโชว์แท๊ปตะแล็บแท๊ปๆของมัน ...ซึ่งช่วงเวลานั้นมันเริ่มทำให้ผมรู้สึกอยากสนุกไปกับความน่าติดตามในการผจญภัยและผจญชีวิตของพระเอกของเรา ผกก.จอร์จ มิลเลอร์ สามารถกับการเล่าหนังที่หวังจะขายเด็กให้ผู้ใหญ่ดูแล้วรู้สึกมีความสนุกร่วมไปได้ ... เขาสร้างเรื่องราวที่มีคติสอนใจให้กับคนเป็นเด็กได้เอาไปลองปฏิบัติ ในขณะเดียวกันหนังก็พยายามจะสื่อสารข้อความลับๆบางอย่างให้คนที่เป็นมนุษย์ทุกคนได้ตระหนักนึกคิดไปถึงความเป็นจริงของโลกใบนี้ สำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจะรับรู้ได้ว่าหนังเรื่องนี้มันพยายามจะเคลือบแฝงซึ่งการจิกกัดสังคมเอาไว้อย่างแนบเนียนในบางฉากบางตอน หนังมีข้อติจุดใหญ่อยู่ตรงที่ส่วนของบทหนัง ...ซึ่งถ้ามองในแง่ของความเป็นหนังการ์ตูนเด็กดูก็พอจะอนุโลมยกผลประโยชน์ให้จำเลยได้อยู่ แต่สำหรับคนดูหนังเป็นนิจศีลเป็นกิจวัตร จะมีความรู้สึกแปลกๆงงๆในการเล่าเรื่องที่ไม่ต่อเนื่อง ...มีการละเลยที่ดูจะทำมากเกินไปในหลายช่วง โดยเฉพาะที่เด่นอย่างชัดเจนก็ในช่วงท้ายที่หนังเลือกจะก้าวกระโดดข้ามผ่านเหตุผลบางอย่างที่มันกลายเป็นฉากต่อมาของหนัง (ผมกำลังหมายถึง ฉากกลับบ้านของมัมเบิล หลังจากที่ได้พลัดหลงไปเป็นคนดังในสวนสัตว์) ... แม้หนังจะมีสถานการณ์หนีตายชวนให้ลุ้น มีความขำขันที่เกิดขึ้นมาจากการพูดการกระทำของตัวละครเพนกวินเตี้ยจอมขโมยซีนสุดแสบสันต์ และมีแอบอินสร้างอาการชวนให้เท้าขยับไปตามจังหวะเพลง แต่องค์ประกอบทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในบทหนังก็สามารถเสียศูนย์ได้ ถ้าหนังขาดซึ่งความไล่เรียงต่อเนื่องของเรื่องราวฉากต่อฉากไป ...เป็นทั้งการสะดุดในความน่าติดตาม และสะดุดอารมณ์ของคนดูที่กำลังรู้สึกร่วมในหนัง ถ้าตัดเรื่องของบทหนังที่ยังไม่เข้าขั้นดีออกไปแล้ว ...ที่เหลือสำหรับหนังเรื่องนี้ก็หมดซึ่งข้อติ สามารถเรียกคำว่า ยอด ได้ ในส่วนของภาพ และ ถือว่า เยี่ยม ในการเป็นหนังเพลง ... ภาพของหนัง คม ชัด ลึก สวยแจ่มดูใกล้เคียงความเป็นจริงได้น่าทึ่ง ...เทคนิคการสร้างทำออกมาชวนให้ตื่นตาตื่นใจ ตั้งแต่ภาพที่สเกลใหญ่ของน้ำภูเขาน้ำแข็งถล่ม ยันไปถึงส่วนประกอบเล็กๆที่เป็นหยดน้ำเกาะรอบหินย้อย มีความละเอียดของงานที่ดูสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ...การออกแบบตัวละครสัตว์ต่างๆ ก็ดูมีรายละเอียดประกอบกันเป็นรูปร่างที่สวย และเหมือนกับลักษณะตัวจริงที่มันเป็น ...ยิ่งในช่วงท้ายๆเรื่อง ที่หนังมีการนำเอาคนตัวจริงๆเป็นๆมาใส่ประกอบงานซีจีด้วยอีก ก็ยิ่งทำให้รู้สึกมหัศจรรย์ในความเนียนอีกเข้าไปยกใหญ่ (ภาพของคนจริงที่ยืนอยู่บนภูเขาน้ำแข็ง มองลงมายังฝูงเพนกวินเทียมกำลังเต้นรำ ...แอบทำให้ผมเผลอรู้สึกว่ามันคือภาพที่ถ่ายมาจากสถานที่จริงซะอย่างงั้น) เพลงในหนัง การใส่เข้ามาสอดประสานความสนุกได้อย่างกำลังพอดี ลงตัว ...สำหรับนักฟังเพลงเก่าๆคงจะเพลินกันน่าดูชมที่ได้ยินได้ฟังเพลงอมตะหลายเพลงในหนัง ...การดัดเนื้อแปลงเพลง Wild Wild West มาเป็นเพลงเต้นประจำตัวของมาร์เบิล ก็ดูเข้าท่า...ส่วนเพลงใหม่ๆที่หนังแต่งขึ้นมา ก็ล้วนแต่เพราะพริ้งรู้สึกสะดุดหู ในเสียงร้อง จั หวะ และดนตรี Happy Feet ... คงต้องพูดแบบเดิมๆว่า "นี่คือการ์ตูนที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูเพลิน" แต่คงต้องเน้นย้ำชัดๆอีกสักหน่อยว่า ผู้ใหญ่น่าจะรู้สึกอินและร่วมไปกับหนังได้มากกว่าในประเด็นเรื่องราวที่หนังต้องการสื่อ ... ดูเอาสนุก เจริญหูกับเพลง และเจริญตากับภาพ ก็น่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจดูหนังน่ารักๆเรื่องนี้ครับ ดู{ดี} วิธ มายเซลฟ์ : 1. ภาพสวยเลิศ งามแจ่ม เหมือนจริง 2. เพลงประกอบเพราะ จังหวะคึกก็คัก จังหวะเศร้าก็ทำซึ้ง 3. ความน่ารักได้ใจของเจ้า "มาร์เบิล" ดู{ด้อย} วิธ มายเซลฟ์ : 1. การก้าวกระโดด ไม่ต่อเนื่องของหนัง 2. เหตุผลบางอย่างน่าจะมี ก็ข้ามทิ้งไป เกรด B+ ...ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน... 1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ
Create Date : 27 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2549 0:33:31 น.
5 comments
Counter : 6169 Pageviews.
โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:01:46 น.
โดย: Film Lover IP: 60.32.179.138 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:11:52:09 น.
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [? ]
สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์ คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!) ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ once_upon.a.man@hotmail.com My @ http://twitter.com/once_upon_a_man ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่านผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ