+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"Harry Potter and the Order of the Phoenix" ... จากหนังสือหนาหนักไม่หนุก เป็นหนังโรงหนุกหนักหนา



ในหมู่มวลที่มีหนังสือออกมาแล้ว 6 เล่ม (เหลืออีกเล่ม ที่อีกไม่กี่วันก็จะมีคนได้รู้ตอนจบแล้ว) "ภาคีนกฟีนิกซ์" ถือว่า เป็นภาคที่สนุกน้อยที่สุด ระคนไปด้วยความน่าเบื่ออันมาจากความรู้สึกที่หนังสือมันหนามากๆ ตาต้องทนอ่านไป ทั้งๆที่ใจมันอยากให้รีบจบซะเหลือเกิ้นนนน...

แต่เห็นพูดเหมือนผมจะไม่ชอบ มันก็ใช่อยู่หรอก ...แต่หนังสือเล่ม 5 ก็เป็นอะไรที่จะไม่อ่านก็ไม่ได้เลย เพราะส่วนเนื้อหาความเป็นไปที่งวดเข้ามาเรื่อยๆ ในเล่มนี้จะเข้มข้นคนคลั่ก และมีจุดพลิกผันสำคัญเยอะแยะไปหมด ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นมันจะต้องส่งผลไม่ทางใดก็ทางหนึ่งในอีก 2 เล่มหลัง แน่นอน (เล่ม 6 "เจ้าชายเลือดผสม" ก็แสดงผลออกมาบ้างแล้วเป็นการแซมเปิลๆพอให้ตื่นเต้นระทึกใจ)



การมาเป็นหนังของเล่ม 5 ...ต่างๆไปจากภาคก่อนๆที่ผมจะหวังว่า หนังจะดัดแปลงตัวหนังสือที่สนุกออกมาได้สนุกพอๆกัน ซึ่งมันก็ไม่ใช่อย่างงั้นทั้งหมด มันมีอะไรที่ผิดหวังอยู่ดีในขณะที่ภาคนี้ ตัวหนังสือก็ไม่ค่อยเพลิดเพลินเจริญใจอะไรอยู่นัก ผมก็คิดแต่ว่า เอาให้หนังสนุกกว่าหนังสือก็จะเป็นอะไรที่พอใจมาก ...ไม่ต้องหาวหวอดๆไปดูไป อย่างตอนอ่านมันก็พร้อมใจจะชอบอยู่แล้ว

"Harry Potter and the Order of the Phoenix" ...ภาคเปิดประเดิมผู้กำกับคนใหม่ของโปรเจกต์ "เดวิด เยตส์" ...เขาก้าวเข้ามาโดยใช้ปากคำของผู้สร้าง ที่ชอบใจในผลงานหนังทีวีเรื่อง "The Girl in the Cafe" ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวของความรักที่เกิดขึ้นระหว่างการประชุม G-8

เยตส์ เป็นผู้กำกับที่เข้าใจในเรื่องของการเมืองเป็นอย่างดี ซึ่งในหนังส่วนใหญ่ที่เขาทำนั้น ล้วนแล้วแต่มีการแตะประเด็นของการเมืองอยู่เสมอๆ ...อย่างในหนังทีวีเรื่องที่ว่า ก็ยังสามารถโยงเอาความรักโรแมนติกหวานๆระหว่างนักการเมืองและเด็กสาว มาข้องเกี่ยวกับการประชุมระดับโลกที่เคร่งเครียดกันได้หน้าตาเฉย

แล้วในเมื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ ภาคีนกฟินิกซ์ ภาคนี้ ว่ากันด้วยเรื่องของการเมือง เป็นสำคัญด้วยแล้ว ...ก็ยิ่งเข้าตาผู้สร้าง และเข้าทางผู้กำกับไปด้วย



Order of the Phoenix ...กล่าวถึง แฮร์รี่ ในวัย 15 ปี ที่ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนใครเพื่อน ...ซึ่งเรื่องราวตอนจบในภาคที่ 4 อันชวนหดหู่ พาลทำให้เขาต้องมีหน้าที่ความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าที่เด็กทั่วไปจะทานทนรับได้

ในภาคนี้ เขาต้องเจอะกับเรื่องเลวร้ายมากมายที่เกิดขึ้นทั้งโดยความตั้งใจจาก "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" หรือจะเป็นสิ่งแวดล้อมสังคมรอบตัวเขาที่เข้าสู่ภาวะตึงเครียด อีกยังมี "กระทรวงเวทย์มนตร์" ที่พยายามจะปกปิดความเป็นจริง และใส่ความให้ แฮร์รี่ เป็นเพียงแค่เด็กเลี้ยงแกะ ที่กำลังโกหกคำโตถึงการกลับมาของจอมวายร้ายที่โลกพ่อมดแม่มดขยาดกลัวสุดขีด



กระทรวงเวทย์มนตร์ ก็คือ การเมือง ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมต่อเรื่องราวความเข้มข้นของ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในภาคนี้ (ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญมากที่สุดจากทั้ง 7 ภาคแล้ว)

ผู้กำกับ เดวิด เยตส์ ย่อมรู้ดีว่า การจะทำเรื่องการเมืองในหนังที่สร้างเอาไว้ให้เด็กดูนั้น คงยากจะให้คนวัยกระเตาะรู้เรื่องอย่างสนุก ...และด้วยความที่มันมีชื่อ "แฮร์รี่ พอตเตอร์" แปะหัวอยู่ก็ยิ่งลำบากใจ "ไมเคิล โกลเด้นเบิร์ก" คนเขียนบท(ผู้ขอมาแทนที่ สตีฟ โคลฟส์ เสียหนึ่งภาค)ที่จะใส่ความมืดมนหดหู่เอาไว้สุดๆ อย่างที่ตัวฉบับหนังสือนั้นเป็น ...เพราะฉะนั้นแล้วหากแฟนหนังสือจะรู้สึกผิดหวังกับภาคนี้เอาอย่างมาก มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคนคิดอย่างนั้น



ส่วนตัวผม ก็ได้ทำใจไว้ก่อน จะไม่นึกถึงหนังสือให้มากนัก ...บอกกับตัวเองว่าเราจะดูหนัง แฮร์รี่ พอตเตอร์ แบบคนดูหนังทั่วไป ที่ตั้งใจจะขอความสนุก มากไปกว่าการขอจับผิด แบบแฟนหนังสือ

แล้วก็ยังเข้าใจในทีมงานทุกคนอยู่แล้วว่า ถึงจะดัดแปลงเสียดีเลิศประเสริฐศรีอย่างไร มันก็หนีไม่พ้นที่เนื้อหาจะครบจากหนังสือไม่ถ้วนทั่วเป็นอย่างแน่ ...ในตอนที่อ่านหนังสือ พันกว่าหน้า ก็คิดไว้ล่วงหน้าเลยว่า คนทำหนังต้องเหนื่อยตัวและเหนื่อยใจเป็นอย่างแน่ พาลให้แอบสงสารแทนเลยทีเดียว



และด้วยความสงสารที่มีนี่เอง ที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานกับการดัดแปลงเรื่องราวของภาคนี้ โดยผู้กำกับและผู้เขียนบทคนใหม่เอาอย่างมาก ...คล้ายจะแหกคอกความเป็นแฟนที่คล้ายจะไม่ปลาบปลื้มเสียเป็นส่วนใหญ่



อย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกดีกับหนังภาคนี้เลยก็คือ ความกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ ไม่สาธยายอย่างละเอียด แบบที่ตัวหนังสือพยายามจะสื่อสาร ...หนังพูดออกมาโดยใช้คำไม่กี่ประโยค บอกคนดูให้รู้ว่า ฉากนั้นๆ มันเกิดอะไร เป็นเรื่องเป็นราวอย่างไง ...การตัดแต่งที่ ผู้เขียนบท ทำออกมา ให้ได้พอดีแล้ว เรื่องที่สำคัญๆยังคงมีอยู่แม้จะไม่ได้เน้นย้ำอะไรมากนัก (แต่ก็ไม่เล่าลวกๆซะน่าเกลียดอะไร) ในขณะเรื่องบางเรื่อง ซึ่งจะเอามาบอกเล่าเป็นภาษาหนังก็พอทำได้ แต่ถ้าใส่เข้ามาแล้วรบกวนเอกภาพโดยรวมก็น่าจะไม่มีเสียดีกว่าจะเก็บไว้



แม้จะไม่ใช่แฟนหนังสือมาแต่ไหนแต่ไร แต่ตัวผู้กำกับ เยตส์ ก็เก่งสามารถที่จะทำหนังภาคนี้ออกมาได้สนุกมีทุกรสชาติ ...การที่เขาเพิ่งจะมาอ่านหนังสือเอาตอนที่จะกำกับ แล้วทำงานถ่ายทอดออกมาได้ดีขนาดนี้นั้น ย่อมต้องยกนิ้วโป้งให้เขา



จินตนาการและความเข้าใจที่ เยตส์ มีต่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ได้มีน้อยไปกว่าผู้กำกับคนก่อนๆเลย ...เขาใส่สิ่งที่เขาคิดจะทำ และอยากจะให้เป็นลงไป โดยคำนึงถึงทั้งกลุ่มคนที่เป็นแฟนหนังสือ และกลุ่มคนดูหนังที่รู้จักความบันเทิงเหนือกว่าความเข้าใจในภาษาเขียน ...ซึ่งคนทั้งสองกลุ่ม ต่างก็ยืนอยู่บนจุดๆเดียวกัน คือ จุดที่ผู้กำกับต้องเอาใจเรา(คนดู)มาใส่ใจเขา(กำกับ)

ในงานแรกที่เขามาทำให้กับหนังชุดนี้ ...ให้ได้ทั้งจินตภาพที่ผมเคยนึกคิดในหนังสือ ซึ่งกลายมาเป็นภาพจริงๆอย่างน่าตื่นเต้น อีกยังให้ความรู้สึกดีๆที่เป็นทั้งครั้งแรกและ(อาจจะมีเพียง)ครั้งเดียว ที่ผมชอบ ตัวหนังโรง มากกว่า ตัวหนังสือ ซะอย่างงั้น



ถึงภาค 5 คราวนี้ จะมาพร้อมกับความสมจริงสมจังของเรื่องราว และอารมณ์ความแปรปรวนที่มีมากขึ้นของแฮร์รี่ แต่หนังก็ยังไม่ลืมว่า ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นความบันเทิงเป็นสำคัญ ...ซึ่ง "ภาคีนกฟินิกซ์" อาจจะมีอยู่น้อยหน่อย (เมื่อเอาไปเทียบกับภาคก่อนๆ) แต่หนังก็มี ...



มี ...ฉากแอ๊คชั่น 20 นาทีสุดท้าย มีเพียงน้อยนึงแต่ก็ให้ประสิทธิภาพลุ้น ตื่นเต้นได้คุ้มค่าที่อยากจะเห็น ...ใครจะว่าสู้กันเร็วมากไป แต่ผมเห็นชอบว่าสู้กันอย่างนี้มีสไตล์กว่าเยอะ (ถ้ามีโอกาส อาจจะไปดูแบบ IMAX อีกสักรอบหนึ่ง เพื่อเป็นบุญตา)
มี ...ความตลกที่แพลมเข้ามาเล็กๆน้อยๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ...อาจจะฮาแบบไม่ถึงกับหัวเราะ แต่ก็ยิ้มๆให้กับความน่ารักของการแสดงออก (ใครเห็น สเนป ทำหน้าตาย พูด "No Idea" อย่างเย็นชา ...แล้วไม่หลุดยิ้ม ผมว่าต่อมสนุกของคนๆนั้นคงชำรุดหนักเอาการ)
มี ...งานศิลป์สวยสด โปรดักชั่นและซีจีเอฟเฟกต์งามอร่ามให้รู้สึกเจริญตาเจริญใจ แถมด้วยบทเพลงบรรเลงที่ฟังเพลินเจริญหู จากคอมโพเซอร์คนใหม่ ที่ไม่ใช่บรมครู "จอห์น วิลเลี่ยมส์"




และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่ "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ต้องมี ...ก็คือ ทีมนักแสดงรุ่นเล็ก(ฝีมือดี)-รุ่นใหญ่(สุดเก่งฉกาจฉกรรจ์)แห่งเกาะอังกฤษที่มารวมตัวกันอยู่ในหนัง ที่นับภาคก็ยิ่งมีเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ



อันเพราะความเข้มข้นและตึงเครียดที่ต้องมีมากขึ้นของภาคนี้ เลยเป็นมูลเหตุจงใจที่ทำให้นักแสดงรุ่นเล็กทั้งหลายต้องเคี่ยวข้นตนเอง พัฒนาการแสดงกว่าที่เคยเป็นอยู่ ...ซึ่งที่ผมมองเห็นได้ชัดเจน และดูจะทำได้โดดเด่นกว่าใครเพื่อน ก็ต้องยกความดีความชอบให้ "แดเนียล แรดคลิฟฟ์" ...ซึ่งประสบการณ์จากละครเวที "Equas" คงได้สอนอะไรหลายๆอย่าง ที่ทำให้ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของเราในภาคนี้ เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

จากภาคก่อนที่เหมือนว่าจะยังไม่จดจ่อรับผิดชอบในคาแรกเตอร์ที่เป็นได้มากพอ ...ในภาคนี้ เขาได้พิสูจน์ตัวเองว่า ห้าครั้งที่ได้แต่เล่นในบทเดิมๆ ทำให้เชื้อ แฮร์รี่ ที่ฝังอยู่ในตัวเขามีความเติบโตและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ...ซึ่งอาจจะยังแข็งไม่ถึงที่สุดหรอก หากแต่เขาก็ได้เป็นโรค "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ในระยะสุดท้าย (ที่เหลืออีก 2 ภาค) ไปเสียแล้ว




"เอ็มม่า วัตสัน"... ยังคงน่ารักในความเป็น "เฮอร์ไมโอนี่" ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย (ขอยกเว้นอยู่อย่างที่มันไม่เคยเสมอเลยก็คือ ความสวย ที่มีแต่งามขึ้นเรื่อยๆไปตามความสาว...) , "รูเพิร์ต กรินท์"... เป็น "รอน" ที่ดูจะซีเรียสมากขึ้นแล้วยักกะฮาน้อยลงแฮะ (เป็นคาแรกเตอร์ที่โดนลดบทบาทสีสันอ่อนลงไปมากที่สุด...แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เซ็ง) , สองฝาแฝดวีสลีย์ ยังคงขโมยซีนได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเช่นเคย (และยังดูหล่อขึ้นเพราะผม อีกต่างหาก)



ดาราเด็กหน้าใหม่... "อิวานน่า ลินซ์"... ดูดีจนเกินไปในบท "ลูน่า เลิฟกู๊ด" ...ดูดีซะจน อยากจะให้เจ.เค. ไปแก้ไขบทประพันธ์ให้ตรงตามการแคสติ้งโดยด่วน ...การแสดงครั้งแรกของเธอ ดูเป็นธรรมชาติ และเล่นลอยๆหลอนๆ ได้น่ารักขโมยซีน เฮอร์ไมโอนี่ และ ดับชีพ โช แชง ไปพร้อมๆกัน

ทีมผู้ใหญ่ การแสดงชั้นเยี่ยม ก็ให้ฝีไม้ลายมือได้เข้มน่าดูน่าชม ...แม้บางคนบทจะมีอยู่น้อย ก็ไม่ได้ยอมลดไปซึ่งคุณภาพเลย



ดาราผู้ใหญ่หน้าใหม่... "อิเมลด้า สตอนตัน"... สม(น้ำหน้า)แล้วที่โดนเลือกให้เป็น "โดโรเลส อัมบริดจ์" ตัวละครที่คนอ่านทุกคนพร้อมใจกันรังเกียจมากที่สุด ...เธอเล่นเป็นยัยคางคกได้ เลิศ และ 11รด. ร้ายกาจและน่ากลัวเสียจน "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" ไม่มีค่าอะไรต่อภาคนี้เลย , "เฮเลนา บอนแฮม คาร์เตอร์"... โผล่มาเป็น "เบลลาทริกซ์ เลสสแตรงจ์" แสดงความชั่วเล็กๆน้อยๆพอกล้อมแกล้ม ...ก็เตรียมตัวเตรียมใจได้เลยภาคหน้า เธอจะมามากกว่านี้แน่นอน

ถึงแม้ว่าโดยรวมๆแล้ว ฉบับหนังโรง ภาค 5 จะทำออกมาได้ดีกว่าในหนังสืออย่างมากมาย ...เพียงแต่ผมก็ต้องขอละเว้นเอาไว้สักสองเรื่องที่ หนังโรงทำได้ไม่ดีกว่าในหนังสือ ...



หนึ่ง คือ เรื่องราวของ "โช แชง" ...ที่เราเห็นในหนังมันดัดแปลงอย่างมักง่ายเกินไป แล้วตัวบทหนังก็ใส่ความให้ต้องเป็นตัวร้ายอย่างไม่มีเหตุมีผลดีๆอีกต่างหาก ...(และ "เคที่ เหลียง" ภาคนี้ ก็ดูจืดสนิท ไม่ว่าจะปรากฏกายในฉากไหนๆ...เคที่ คนเก่าที่เคยน่ารักสดใสของผมอยู่ไหน ?)

สอง คือ จุดจบของตัวละครตัวหนึ่ง (ซึ่งคนอ่านหนังสือรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นใคร) ที่มันไม่ค่อยจะแรงสักเท่าไหร่ ...หนังอาจจะจงใจทำให้คนดูรู้สึกช็อก(อย่างกะทันหัน)ได้ แต่มันไม่ได้ความว่าเราจะรู้สึกเสียใจด้วย... เมื่อช่วงเวลานั้นผ่านไป น้ำตาก็ไม่ได้ไหลอย่างที่ใจผมต้องการจะให้ไหล ...มันเป็นอะไรที่หนังมีเวลาจะทำได้ แต่เลือกจะไม่ทำ



"Harry Potter and the Order of the Phoenix" ... สรุปเน้นย้ำอีกสักที ว่านี่คือหนังที่ดีกว่าหนังสือ ...หากก็ไม่ได้หมายความว่า นี่คือ ภาคที่ดีที่สุด และก็ยังไม่ใช่ "แฮร์รี่ พอตเตอร์" ที่สามารถพูดคำว่า 'ยอดเยี่ยม' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำอีกด้วย (รวมไปถึงภาคก่อนหน้าก็ไม่มีภาคไหนที่ได้ใจผมไปเต็ม 100%) ...แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นี่เป็นหนังที่ดูสนุกมาก ไม่น่าเบื่อเลย และผมขอรับรองว่า คุ้มตังค์ แน่ๆ ...เว้นแต่ถ้าเบื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ แล้ว ก็อย่าจะดีกว่า

ขอแนะนำ...ครับ

เกรด A- ... {}

หมายเหตุ : "Harry Potter" ...ตามลำดับความชอบของผม คือ... 4 > 5 > 3 > 1 > 2



ปล. นับแต่นี้ ผมจะมีการทำฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน



"Harry Potter Theme" โดย "จอห์น วิลเลี่ยมส์"


ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 17 กรกฎาคม 2550
Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 0:11:04 น. 18 comments
Counter : 5802 Pageviews.

 
ชอบหนังสือ
และ
ชอบหนัง

ถึงแม้ว่าจะมีการดัดแปลงบทประพันธ์ก็เถอะ
( ขนาดว่าดัดแปลงยังสองชั่วโมงกว่าแล้วเลย )

สรุปว่า ชอบค่ะ ไม่ผิดหวัง


โดย: NooNok [MiChiYo] วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:12:35 น.  

 
ช่ายๆ เห็นด้วยว่าบทรอนน้อยไปหน่อย
แฮร์รี่ แสดงเก่งขึ้น

ดูภาคนี้เราก็สงสารผู้กำกับเหมือนกันค่ะ
หนังสือยังอืดอาดขนาดนั้น

โดยรวมก็ชอบค่ะ


โดย: and then IP: 202.5.87.153 วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:07:41 น.  

 
คิดเหมือน จขบ. เลยค่ะ หนังเรื่องนี้ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้ :)
กำลังรอหนังสือเล่มสุดท้ายอย่างใจจดใจจ่อค่ะ :)
อีก 4-5 วันเอง


โดย: แฟนฉันชื่อกันโด้ (แฟนฉันชื่อกันโด้ ) วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:35:26 น.  

 

ชอบภาค 3 กับ 5 ที่สุดนะ คือมันดูมี innovation ดี

ภาค 4 นี่เราว่าผู้กำกับมันได้เปรียบน่ะ คือเนื้อหามันสนุกอยู่แล้ว มันเป็น format ของเกม RPG นะ มันตะลุยด่านเป็น stage ไปเรื่อยๆ

คิดว่าภาค 6 น่าจะดีกว่านี้อีก เพราะหนังสือก็สนุก + โชแชงจะหายไป 55555


ส่วน The Girl in the Cafe ก็ดีอ่ะ realistic มากๆ ไม่เพ้อเจ้อดี


โดย: merveillesxx วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:4:29:49 น.  

 
ยัยโชรูปที่ยกมาเนี่ย ดับสนิทกว่าในหนังอีก
ตาปรือๆ เหมือนคนไม่ได้นอนมาสี่ซ้าห้าวัน 55+

ชอบตรงแง่มุมการเมืองของมันอะ..
สะท้อนสภาพเวทีการเมืองและสังคมหลัง 9/11 ได้ดี
ทั้งที่มันคือตัวละครในแฮร์รี่นะเนี่ย!!!
(เดินไปแนะนำเพื่อนที่ยังไม่ได้ดูว่า เห้ย นี่มันแฮร์รี่รัฐศาสตร์นะเว่ย เพื่อนที่ดูแล้วหันมาทำหน้างง "รัฐศาสตร์ยังไงวะมืง???" 55+)

รอภาค 6 แบบแทบลงแดงตาย


ปล. คิดถึงลูน่าและอัมบริดจ์ อะฮิฮิ


โดย: nanoguy วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:11:37 น.  

 
ชอบวิธีเล่าเรื่องที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น...และอยากตบยัยอัมบริดจ์..เหอๆ

แต่ก็รู้สึกว่าเล่าแบบข้ามๆ อยู่ (ทั้งๆ ไม่เคยอ่านหนังสือ) ใครจะไปใครจะมา ดูมันง่ายๆ พิกล

แล้วตัวป่วนก็หายไปเยอะ อย่างมัลฟอยล์ มัวแต่ไปจดจ่อที่พ่อแฮรี่ซะหมด

จริงๆ เล่ายาวกว่านี้อีกหน่อยก็ไม่ว่ากันหรอก...


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:18:06 น.  

 
ผมต้องขอบคุณก่อนที่มี่ Blog ดี ๆ ให้ผมได้อ่านครับ สำหรับแล้วผมหนังสือก็อ่านบ้าง แต่ไม่ถึงกับแฟนพันธ์แท้ครับ เป็นแฟนหนังมากกว่าครับ ผมว่าหนังทำได้ดีนะครับ ผมเพิ่งดูแค่รอบเดียวน่ะ (ภาค5) ผมว่าหนังเน้นหนักไปที่ตัว Harry มากเกินไป จนทำให้แฟนหนังสือคนอื่น ๆ นั้นไม่ค่อยชอบใจนัก ผมอ่านมาหลายบอร์ดแล้ว ส่วนใหญ่ไม่ชอบหนังกันเลย ผมรู้สึกสงสารผู้กำกับภาคนี้มากครับ ส่วนตัวผมว่าผู้กำกับเขานำเสนอในส่วนที่เขาเป็นอยู่ ผมหมายถึงว่าเขานำความสามารถที่มี + หนังสือ + จินตนาการ ครับแต่ก็รับไม่ค่อยได้ที่ Harry และ โช แชง เลิกกันง่ายไปหน่อยนะดูไม่สมกับที่ Harry แอบหลงรักมาตั้งแต่ปี 4 หรืออาจจะเป็นด้วยว่า โชเองยังลืม เฟรดิก ไม่ได้ อืม ...


โดย: JOJO_BAR IP: 58.9.159.174 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:47:53 น.  

 
ภาคนี้ก็สนุกครับ ผมชอบฉากเเอ็คชั่น 20 นาทีสุดท้าย
ส่วนภาคที่ชอบที่สุดคือ 3-4-5 ครับ

โช ภาคนี้หมดสวยไปเลย

เห็นด้วยว่ารอนภาคนี้ไม่เด่นเท่าไร

ส่วนน้องเอ็มม่า ดูยังไงก็เฮ้อ.. สวย น่ารัก


โดย: bigwores วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:23:01 น.  

 
ห่วยแตกที่สุดในรอบปีนี้ ผิดหวังสุดๆ หนังไม่ได้เน้นอะไรเลย ขนาดตั้งใจดูทั้งเรื่อง ยังไม่ได้มีอารมณ์ร่วม หรือมีความสุขกับการดูหนังเรื่องนี้เลยซักนิด


โดย: bTb IP: 58.9.48.157 วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:34:42 น.  

 
+ สำหรับตัวพี่เอง ที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ดูแต่หนังอย่างเดียวมาครบแล้วทั้ง 5 ภาค พี่ว่า ...
ภาค 4 น่าจะเป็นภาคที่ "ดูสนุก" ที่สุด,
โดยส่วนตัวพี่ชอบภาค 3 มากที่สุด (แล้วก็ 5 และ 4 เป็นลำดับถัดมา ... ถ้า 1 กับ 2 ถือว่าทำให้เด็กดู เลยน่ารักๆ - เพราะภาค 4 ถึงมันจะดูสนุก แต่พี่ว่ามันดู "ป๊อบคอร์น" ไปหน่อยนึงอ่ะครับ)
และภาค 5 น่าจะเป็นภาคที่มีความเป็นดราม่า (+coming-of-age) สูงที่สุด เป็นช่วงที่แฮรี่กำลังเริ่มมีประจำเดือน ... เอ๊ย อารมณ์แปรปรวน เนื่องจากฮอร์โมนวัยสะรุ่นกำลังเริ่มจะพลุ่งพล่านพอดี (และเลยน่าจะเป็นสาเหตุให้เด็กๆ + แฟนพันธุ์แท้หนังสือ + คนชอบดูหนังสตูดิโอ จะบ่นกันว่าห่วย เซ็ง น่าเบื่อ)
... ตอนที่สู้กันตอนไคลแม็กซ์ พี่ยังนึกด้วยซ้ำว่า เฮ้ย! นี่มันกำลังจะจบแล้วเหรอเนี่ย ยังรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันสั้นไป ไม่สมกับเป็นแฮรี่ พอตเตอร์ด้วยซ้ำอ่ะครับ เหอะๆ

... ภาคนี้คนใหม่ๆ อย่าง อัมบริดจ์ (ป้าช่างแสดงแด๊ะแด๋ได้ ... เอ่อ สรรหาคำบรรยายไม่ถูก), เลสแสตรงจ์ (ตอนแรกมีข่าวว่าจะเป็นคนแสดงคนอื่น แต่เธอไม่สามารถ บทนี้เลยตกมาอยู่ในมือของเฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์ ... ซึ่งพี่ว่าด้วยบุคลิกเธอ ทั้งจากหนังเรื่องก่อนๆ และตัวจริงของเธอ ก็เหมาะสมดีแล้วอ่า หุๆ) และเลิฟกู๊ด (ฝ่ายคัดเลือกนักแสดงตาถึงนะเนี่ย เห็นบอกว่าฝ่าด่านเด็กตั้งเป็นหมื่นๆ คนนี่ครับ) ... ดูจะขโมยซีนจากคนเก่าๆ อยู่พอสมควรเหมือนกันนะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:39:18 น.  

 
ภาคนี้ถือว่าดูแล้วคุ้มใช้ได้ ตระการตา ภาพดี เสียงดี
แต่หนังมันดูหดๆหายๆพิกล รู้สึกว่ายังขยายยาวออกไปได้อีกเพื่อความจุใจ โดนเฉพาะฉากที่กองปริศนา
(อืม...ที่จริงน่าลดฉาก Kiss ลงหน่อย แล้วเอาเวลาไปเติมให้ส่วนอื่นๆที่สำคัญกว่า)

ยังคงขำ "บิ๊กดี" ไม่หาย เด็กอ้วนผูกหูกระต่ายกลายร่างซะแล้ว


โดย: Greenpenguin IP: 203.131.213.169 วันที่: 28 กรกฎาคม 2550 เวลา:23:12:24 น.  

 
ชอบ หนังสือ

ละเอียด สร้างจินตนาการเวลาอ่านได้



หนัง

ก็ดี ที่สร้าง มัน สนุก ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เวลาเหมือนอ่านหนังสือ


เพลงเพราะจัง


โดย: แนนแนน IP: 58.8.3.19 วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:1:10:57 น.  

 
ภาค 5 หนังก็สร้างดีนะ ใช้ได้

แต่ที่สำคัญ ทำไมไม่มีฉากการเล่นควิดดิชอ่ะ

เพราะว่ามันเป็นฉากเอกลักษณ์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์นะ

หาายไปเฉยเลยได้ไง

แต่โดยรวมแล้วทำออกมาได้ดีกว่าภาค 4มาก

เพราะเนื้อหาในภาคนี้จะค่อนขางยากกว่า

แต่สามารถทำออกมาให้สนุกได้

หวังว่าภาค 6 คงจะทำได้ดีมากกว่านี้อีก

เพราะเนื้อหาไม่เยอะ และยังน่าติดตามกว่าภาค 5 ด้ วย


โดย: มะปราง IP: 222.123.84.254 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:12:39:24 น.  

 


โดย: นู๋ฟัก IP: 118.174.114.61 วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:08:34 น.  

 
เเฮรี่หล่อจัง55555+


โดย: จูงโคชิกะ IP: 118.172.121.146 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:06:42 น.  

 
ก็ดี ที่สร้าง มัน สนุก ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เวลาเหมือนอ่านหนังสือ



โดย: ศิระ7 IP: 118.172.121.146 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:08:19 น.  

 
เกลียดเมิงจังว่ะEเคธีหน้าเจ๊ก


โดย: คิระ7 IP: 118.172.121.146 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:19:54 น.  

 
แฮรี่ทำไมน่ารักจังขนาดโตแล้วก็ยังเหมือนเด็กอยู่


โดย: tuk IP: 172.16.2.182, 202.29.39.1 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:58:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.