|
รวม Review หนังสั้นประจำเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2550
ขอเขียนแบบสั้นๆ สิ้นคิด นะจ๊ะ เพราะหมดแรงแล้ว T^T
อนึ่ง ภาพยนตร์สั้นส่วนใหญ่ถ้าต้องการชม เข้ายูธูปแล้วเสิร์ชชื่อเรื่องเอานะจ๊ะ
 อยากจะบอกเธอว่ารัก (ไทย, ปริญญ์ กีรติรัตนลักษณ์, 2550, B เกือบบวก)
หนังสั้นเล่าเรื่องของบล๊อกเกอร์ชื่อดังที่ดันไปหลงรักดอกฟ้าผู้นั่งรถผ่านสนามบอลทุกวัน แล้วดอกฟ้าดอกนั้นก็ดันเป็นแฟนคลับบล๊อกเกอร์คนนี้ซะด้วย แต่หารู้ไม่ว่าเขาคือคนที่เธอเห็นหน้าอยู่แทบทุกวัน คุยเอ็มด้วยกันแทบทุกคืน จนกระทั่งสุดท้ายเธอก็รู้ความจริงว่ามันเป็น...
เกรียน!!!!
ด้วยความที่เป็นหนังสั้น ทำให้อารมณ์ตอนท้ายมันกระอักกระอ่วนไปหน่อย เหมือนอะไรหลายๆอย่างมันยังไม่ถึงแล้วรีบจบอะ... แต่ไม่เป็นไร นางเอกน่ารัก
 ตื่นเถิดชาวยุทธ The Movie (ไทย, ศุภโชค ชุติพรรณทอง, 2550, A-)
โดยรวมมันก็คือหนังสั้นกำลังภายในที่พยายามทำตัวแอ๊บแบ๊วสนุกสนาน ว่าด้วยจอมยุทธสองฝ่ายที่มีเรื่องกัน แต่สุดท้ายก็ถูกปลุกใจด้วยเพลง "ตื่นเถิดชาวยุทธ" แล้วก็ผนึกกำลังไปสู้จอมมาร (มั้ง.. จำเรื่องไม่ได้แล้วววว 55+)
ฉากที่เฮี้ยนที่สุดคือฉากที่หัวหน้าคณะห่าอะไรซักอย่าง (ไอ้ตัวในรูปเนี่ยแหละ อย่าดูถูกเชียว นี่ลีดคณะวิทยาจุฬานะครับ) ลิปซิงก์เพลง ตื่นเถิดชาวยุทธ แบบผิดๆถูกๆ และอีกฉากคือ จอมยุทธนั่งดูเทเลทับบี้ส์
 ดื้อ aka Stubborn (ไทย, ชาคร ไชยปรีชา, 2550, A-)
เมื่อฝ่ายชายคลั่งไคล้จตุคามรามเทพจนขึ้นสมอง ฝ่ายหญิงครุ่นคิดหาวิธีให้แฟนเลิก ส่วนฝ่ายชายก็พยายามหาวิถีทางให้แฟนหันมาศรัทธาเหมือนตัวเองบ้าง เรื่องราววุ่นๆวายๆ จึงเกิดขึ้น
ชอบการแสดงของพระเอกนางเอก น่ารักดี..
Life is Short II (ไทย, ทศพล บุญสินสุข, 2546-2549, A)
บ้าไปแล้ววววว บ้าไปแล้วววววว บ้าไปแล้วววววว ถ่ายหัวตัวเองก็เป็นหนังได้ บ้าไปแล้วววววว
 เพนกวิน (ไทย, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, 2550, A-)
หลอกกันได้นะ เรื่องสวนยีราฟน่ะ... แต่ชอบบทสนทนาในเรื่องมาก คนเรามันเถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้แหละ (มาตามหา "เพนกวิน" ในสวนสาธารณะ หวึย!!) อีกอย่างที่ชอบคือภาพถ่ายจากระยะไกลมาก จนมองไม่เห็นหน้าตัวละคร และหลายช็อตที่ให้เราได้ยินแต่เสียง ไม่เห็นหน้าเวลาตัวละครเถียงกัน อึดอัดดี
ได้ข่าวว่าภาคต่อจะทำเรื่อง ยีราฟ หนิพี่เต๋อ
 รักในวัยเรียน (ไทย, มัชฌิมา อึ๊งศรีวงษ์+ณัฏฐ์ อภิพงษ์เจริญ, 2550, เกือบ A-)
สารคดีเกี่ยวกับผู้กำกับสาวแว่น ที่ตามถ่ายเด็กหนุ่มที่ตัวเองแอบชอบ อุอุ
เกือบดีแล้ว แต่ยังดีไม่สุด ชอบฉากสุดท้ายเน่อ... แต่แอบสงสารไอ้ผู้ชายในเรื่อง ดูถูกละเมิดสิทธิยังไงไม่รู้อะ 555+
 Taipei's Bohemians (ไต้หวัน, Lin Yu-hsian, A-)
ชอบภาพของคนทำงาน "ศิลป์" ในไต้หวันในหนังเรื่องนี้มากๆ มันคือความทุ่มเทอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของทุกคน...
 อจินไตย (ไทย, สุรชาญ มั่นคงวงศ์ศิริ, 2549, A+)
ภาพซ้ำ คำพูดเวียนซ้ำ ครีเอตพลังของภาพได้สูงจริงๆ... โดยเฉพาะตอนจบ
 เพื่อเธอ (ไทย, พรพิมล สวัสดิ์แดง, 2550, C-)
หนังรีบจบจนลืมตรรกะความเป็นจริงของโลกมนุษย์
 เพื่อเธอ (ไทย, สิริยาวดี จำนามสกุลไม่ได้, 2550, A-)
สารคดีที่ ผกก. ถ่ายแม่ตัวเองที่เป็นมะเร็งเต้านม พูดให้กำลังใจให้คนอื่นมีชีวิตอยู่ต่อไป... ชอบ text ที่ขึ้นตอนแรก กับหน้าตายิ้มแย้มของแม่
 เพื่อเธอ (บันทึกจากลูกชายครูจิ๋ว) (ไทย, ศรัณย์ เสมาทอง, 2550, A-)
พี่เมอร์บอกว่าเหมือนสารคดีช่อง 11 แต่แหม.. ก็น่ารักดีออก 55+
 14 อีกครั้ง (ไทย, ไกรศักดิ์ กาญจน์เกรียงไกร, 2550, เกือบ A-)
cliche และ ชื่อไม่เข้ากับหนังอย่างรุนแรง...
 Kamen Rider (หมัน!) (ไทย, กฤติน ตั้งอนุกูลกิจ, 2550, A+)
ไอเดียดี กับการเอาฟุตเตจคาเมนไรเดอร์มาตัดต่อแล้วพากย์เสียงใหม่ พร้อมกับกลิ่นอายการ tribute ค่ายหนังอย่าง GTH (55+) ตลกดี
 Rock & Roll Worm (ไทย, วีรชาติ งามศิลป์, 2550, A)
หนังพูดถึงคนที่ต่อต้าน "สไตล์" หรือ "แฟชั่น" ชอบตอนจบมากๆ... (แต่หลังเครดิตมีแอบแขวะเรื่อง See ของพี่เต๋อด้วย 555+ พี่เต๋อแอบนอย)
 ใครบางคนจากบนฟ้า (ไทย, ตินกานต์ เชาวน์ดี, 2550, เกือบ A-)
พล็อตแรงมาก ว่าด้วยแม่ที่อยากทำแท้งลูกตัวเอง แต่หนังนำเสนอออกมาไม่แรงเหมือนพล็อต เพราะเป็นสารคดีที่ลูกตั้งกล้องถ่ายแม่หน้ากระจก แล้วก็ narrate ประวัติชีวิตไปเรื่อยๆ จนหนังดูธรรมดาไป...
 แผ่นดิน (ไทย, คมจักร ทองจิบ, 2550, D+)
ประเด็นดี (เรื่องความสมานฉันท์) แต่ทำไม่ถึงเอาเสียเลย
 กุญแจ (ไทย, สมปอง ตั้งกิจรักษ์พงศ์, 2550, C+)
เฮ้อ......
 จี๊ด (ไทย, มีชัย ตลับเพชร, 2550, B)
ดูจบแล้วรำคาญเพลง "จี๊ด" ไปเลย
 กำแพง (ไทย, ลิขิต สิทธิพันธุ์, 2550, A เกือบบวก)
เรื่องของเด็กที่มีปัญหากับเพลงของเจินเจิน(เพลงโปรดของแม่) จนวันนึงไปเอาเพลงบุญโทน คนหนุ่มที่ร้องล้อเพลง "ผู้หญิงคนหนึ่ง" แล้วก็เกิดศึกแย่งชิงวิทยุระหว่างแม่กับลูก (555)
ชอบประเด็นการทลายกำแพงของรสนิยม เพราะหลังจากแย่งชิงกันไปกันมา ทั้ง แม่ทั้งลูกก็เปลี่ยนแนวทางการฟังเพลงไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายลูกก็ฟังได้ทุกแนว โดยไม่มีอคติ อีกอย่างที่ชอบคือโปรดักชั่น ช่างสรรหาของเก่าๆมาประกอบฉากตามยุคดี (เช่น ขายหัวเราะเล่มขนาดเอสี่)
 ทำไม (ไทย, ธนทัต สกุลคุณาทิพย์, 2550, B-)
พ่อที่เข้าใจลูกตัวเองผิดอยู่ทั้งเรื่อง คือมันเป็นพ่อที่น่ารำคาญมาก มึงจะอคติกับลูกตัวเองอะไรขนาดนั้น ผิดธรรมชาติเกินไป
 จอมยุทธ (ไทย, ปฐมพงศ์ ลมชาย, 2550, A+++++++++++++++)
หนังสั้นงานแฟ็คที่สร้างความปั่นป่วนในระบบความคิดของผมมากที่สุด (และน่าจะมากที่สุดของปีนี้) เพราะเล่นเอาผมคิดเกินหนังเสียจนโดนคนรอบข้างรุมด่า 555+ ทั้งที่จริงๆมันเป็นแค่หนังกำลังภายในที่โปรดักชั่นและคิวบู๊ดีเลิศมากๆ (ลงทุนกันสูงลิบลิ่ว และยกกองไปถ่ายกันถึง ฉะเชิงเทรา!!!)
หนังเริ่มเรื่องที่เพิงขายเหล้าของคู่หนุ่มสาว แต่เวลาผ่านไปไม่นาน(เพราะนี่เป็นหนังสั้น) ก็ถูกแก๊งแดง-เหลือง-เขียว Buddha Bless เข้ามาหาเรื่องจนฝ่ายชายหนีซมซานไปฝึกวิชาอยู่นานนับปีที่วัดกลางป่าลึก เพื่อกลับมาล้างแค้นและทวงผู้หญิงของตัวเองคืน แต่ท้ายที่สุดเพราะหนีหายไปเสียหลายปี... เมียตัวเองก็ไปได้กับไอ้เสื้อเหลืองแห่งแก๊ง "คุณพระช่วย" เสียฉิบ (แถมยังหันมาถามอีกว่า "แล้วแกไปไหนมาตั้งนาน")
เนื้อเรื่องเหมือนจะธรรมดาใช่มั้ย... แต่ผมดันนึกถึง 6 ตุลา 2519 เนี่ยสิ... (แทนค่าสัญลักษณ์กันเอาเองแล้วกัน ว่าใครคิดจะช่วยใคร ใครรุกรานทำร้าย ใครหนีเข้าป่า เหอๆๆๆๆ) เพราะฉากสุดท้าย เมียพระเอกเปลี่ยนเสื้อจากสีเดิม มาใส่สีเหลือง!!!!
 จินตนาการ (ไทย, นที สโมสร, 2550, A+)
ชายหนุ่ม หมายปองหญิงสาว และครุ่นคิดพร่างพราวไปด้วย "จินตนาการ" ชอบภาพของจินตนาการกลางทุ่งหญ้าของพระเอกมากๆ มันดูฝันๆ จินตนาการๆ ดี และที่เหมือนเป็นหมัดฮุคคือ "รองเท้านางเอก" ตอนจบ เจ๋งมากๆ อนึ่ง นางเอกน่ารักมาก มาก มากๆๆๆๆ (เธอคือ "นุ้ย" จากเรื่อง Girl Friend 14 ใสกำลังเหมาะ)
 มุม (ไทย, ธนชาติ ศิริภัทราชัย, 2550, A+)
การเล่าเรื่องตัดสลับระหว่าง เหตุการณ์รุนแรง และ narrator หน้าตาน่ากลัวแบบนี้ช่วยหนังให้ดูไม่ "ดาษ" ได้ดี... ทั้งหน้าตาย เสียงโมโนโทน.. ตัดมาทีไรได้ฮาทุกทีสิน่า~

นรสิงหาวตาร (ไทย, วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง, 2550, A)
หนังหยิบตำนานเทพไทยบางส่วนมา วิศิษฎ์บอกว่าจะเทิดพระเกียรติแบบอ้อมๆ โดยให้พระนารายณ์แทนพระเจ้าอยู่หัว โดยตามเนื้อเรื่องพระนารายณ์ก็ต้องมาตามล้างตามเช็ดพวกยักษ์ที่พระพรหมชอบให้พรไปทั่วจนก่อเรื่องวุ่นวาย ในคราวนี้ก็ต้องลงมาเป็น "นรสิงหาวตาร"
หนังใช้คนจริง ผสมกับอนิเมชั่นกราฟฟิกที่สร้างภาพวิมานบนสวรรค์ได้ดูดีพอสมควรตามเนื้อผ้าทุนก็เลยไม่ได้เลิศหรูอะไรมาก แต่ก็น่าชื่นชม
ข่าวที่ไม่สำคัญ (ไทย, บัณฑิต ฤทธิ์ถกล, 2550, B)
Cliche และ ซ้ำซากแบบหนังเทิดพระเกียรติ อย่างรุนแรง (นักข่าวสาวชาวกรุงติดรถส่งน้ำเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อทำข่าวสัมภาษณ์นักการเมืองท้องถิ่น แต่รถเสีย เธอก็หัวเสียเพราะกำลังจะไม่ได้ข่าว กำลังจะโดนด่า แล้วเธอก็ได้รับรู้ความลำบากของชาวบ้านที่เฝ้ารอ "ฝนหลวง" สุดท้ายก็ทำข่าวฝนหลวงอย่างภาคภูมิใจในพระมหากรุณาธิคุณ... เอวัง~)
เสียงเงียบ (ไทย, ศิวโรจน์ คงสกุล, 2550, A-)
ชอบเสียงธรรมชาติในเรื่องนี้มากๆ
นิทานพระราชา (ไทย, พรศักดิ์ สุคงคารัตนกุล, 2550, B-)
หนังเล่าเรื่องด้วยภาษาถิ่นชาวเขาซึ่งน่าสนใจดี โดยอิงกับภาพถ่ายที่ในหลวงทรงล่อตอนเสด็จไปที่นั่น ตอนแรกก็น่าสนใจดี แต่ตอนหลังหนังอ้อยอิ่งและพยายามยัดเยียดรูปถ่ายในหลวงเข้ามามากจนเกินความจำเป็น
รักพอเพียง (ไทย, พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง, 2550, B+)
หนังตอบโจทย์เรื่อง "ความพอเพียง" ผ่านเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ยินดีบริจาคที่ทำการเกษตรของตัวเองให้ชลประทานเพื่อทำคลองระบายน้ำ โดยที่พวกเขาก็ยังทำมาหากินกับพื้นที่ที่เหลืออยู่ต่อไปอย่างไม่เดือดร้อน
9 ของวิเศษ (ไทย, อารยะ บุญเชิด, 2550, C+)
เรื่องนี้เป็นไฮไลต์มากๆ เพราะมันกลายเป็นหนังตลกแบบไม่คาดคิด คือมันเหมือนเป็นหนังที่ทำให้เด็กดูนะครับ เพราะเนื้อเรื่องมันเล่าด้วยการเชิดหุ่น puppet ว่าด้วยประเทศประเทศหนึ่ง (แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มีพระราชาปกครองเมือง วันหนึ่งมังกรสองหัวที่อาศัยอยู่ใต้ดินก็คิดกำเริบเสิบสานขึ้นมายึดครองพื้นพิภพ พระราชาก็ให้ของขวัญวิเศษไป 9 อย่างเพื่อให้อัศวินไปปราบปรามการทำชั่วของมังกรสองหัว (เช่น การยุให้คู่รักโกรธกันด้วยรอยลิปสติกบนแก้มผู้ชาย เป็นต้น) เมื่อทุกอย่างผ่านไป แต่ยังกันความกำเริบเสิบสานของมังกรสองหัวไม่ได้ แม้จะใช้ของวิเศษไปแล้ว 8 อย่าง พระราชาจึงต้องออกโรงเองพร้อมของวิเศษอย่างที่ 9
มันคือ "คาถา" ซึ่งร่ายดังนี้
พอมี พอใช้ พออยู่ พอกิน พอเพียง พอเพี้ยง!!!!
และเจ้ามังกรก็กลับตัวเป็นคนดี ไม่รุกรานประเทศนี้อีกต่อไปเพราะพระราชา.. - -*
นิมิต (ไทย, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, 2550, B เกือบบวก)
สารภาพว่าดูไม่รู้เรื่อง... และไม่รู้ด้วยว่ามันเกี่ยวกับธีม "แด่พระผู้ทรงธรรม" ยังไง 5555 (ผู้ที่ชื่นชอบและท่าทางจะเข้าใจภาพยนตร์เรื่องนี้ดีที่สุดคือ ธัญสก พันสิทธิวรกุล)
ทะเลของก้อย (ไทย, ศุภรัฐ บุญมาแย้ม+ปรามธ์นี วงศ์พรหมเมศร์, 2550, A)
หนังได้แรงบันดาลใจมาจาก "พระมหาชนก" ว่าด้วยเรื่องราวของ "ก้อย" เด็กสาวหูหนวกเป็นใบ้ที่ผลการเรียนกำลังย่ำแย่ตกต่ำ แต่เมื่อเธอได้อ่านพระมหาชนก เธอก็มีกำลังใจมานะบากบั่นฟันฝ่าอุปสรรคทางการเรียนจนสำเร็จ
เรื่องนี้เด่นที่กราฟฟิกอนิเมชั่นที่ทำได้เนียนตาดี และนางเอกน่ารักโฮกๆ (แต่การจบเครดิตด้วยเพลง "ตื่น" ของก้านคอคลับ มันคืออะไรกัน????)
เสียงสว่าง (ไทย, เป็นเอก รัตนเรือง, 2550, A+)
เป็นเอก สัมภาษณ์นักเปียโนตาบอดถึงแรงบันดาลใจในชีวิต ท่ามกลางเสียงขับกล่อมของบทเพลงพระราชนิพนธ์ ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เป็นหนังที่ผมชอบที่สุดในบรรดาโครงการหนังเทิดพระเกียรตินี้ เพราะทำให้ผมคิดเกินหนังอีกแล้ว โดยเฉพาะตอนที่เป็นเอกสัมภาษณ์ว่าชอบดูหนังอะไร... เมื่อนักเปียโนตอบว่า "ชอบดูหนังจีนกำลังภายใน เพราะเวลามันคิดอะไรมันจะบอกเราเสียงดังๆ ไม่เหมือนหนังฝรั่ง มันไม่บอกเรา"
ชวนให้นึกถึงเรื่อง "ตาสว่าง" ยังไงพิกลๆ... เหมือนเป็นเอกเลือกสัมภาษณ์นักเปียโน "ตาบอด" อย่างมีนัยยะสำคัญ แถมยังมีการพูดเรื่อง "ความคิด" อีก...
 Do We Know Each Other? (ไทย, ปรินทร์ วรชาติ, 2550, A เกือบบวก)
หนังเล่าเรื่องคล้ายๆ Seasons Change ผสม เพื่อนสนิท แต่แท้จริงแล้วหนังแฝงนัยยะถึงสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไว้ได้อย่างเฉียบคม.. (และออกฉายในช่วงใกล้วันออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ 2550)
 8-9 (ไทย, นวกานต์ ราชานาค, 2548, A-)
หนังกึ่งใบ้ เล่าเรื่องชีวิตที่วนไปเวียนมาเป็นลูปของนักศึกษาในหอพัก กับขวดเป๊ปซี่ 8 (หรือ 9?) ขวด และนักศึกษาสองคนห้องใกล้ๆกัน
 Continue (ไทย, นวกานต์ ราชานาค, 2549, A++++++)
ชอบการเล่าเรื่องของเรื่องนี้มาก คือจริงๆหนังมันถ่ายเทคเดียวแค่ไม่กี่นาที แต่มันใช้วิธีการเล่าแบบ (อธิบายยังไงดีวะ - -*)
สมมติ หนังมี 8 ช่วงเวลา แทนที่มันจะเล่าแบบ 1-8 เลย.. มันดันเล่า 1 แล้วก็กลับไป 1-2 แล้วก็ 1-2-3 ไปเรื่อยๆจนเล่า 1-8 ในตอนจบ แล้วพล็อตเรื่องมันเอื้อกับการเล่าเรื่องแบบนี้มากๆ
ถือเป็นหนังทดลองที่น่าสนใจ และโดนใจมากๆ
 Thaumatrope (ไทย, นวกานต์ ราชานาค, 2549, เกือบ A)
เรื่องนี้ ผกก. ทำเพื่อ tribute ให้กับคนที่คิด ทอม่าโทรป (ที่เคยเห็นเขียนแมวกับหนูไว้คนละด้านของพัด เมื่อหมุนๆ จะเห็นเป็นภาพเดียวกัน) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มหนึ่งของการทำภาพยนตร์ในปัจจุบัน เรื่องนี้ก็เป็นทอม่าโทรปเหมือนกัน
หนังกลางๆ แต่ชื่นชมความพยายามในการตัดต่อมาก (เชื่อว่าคงหัวขวิด ทั้งที่หนังยาวไม่กี่นาที)
In the Eyes (ไทย, ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ, 2546, A+)
หนังเนื้อเรื่องชิบหายๆ ว่าด้วยเด็กชายวัย(ริ)กลัดมันที่อยู่กับแม่สองคน วันหนึ่งญาติห่างๆ ที่กำลังสาวกำลังสวยก็มานอนค้างอยู่ที่บ้าน ไอ้เด็กน้อยก็เลยคิดพิเรนทร์ ไปเจาะรูดูน้าอาบน้ำ พลางคิดจินตนาการต่างๆนานา
เรื่องนี้ตอนจบ ชิบหายมาก.. ควรชม (ถ้ามันมีในยูธูปนะ)
| Create Date : 16 ธันวาคม 2550 |
|
54 comments |
| Last Update : 16 ธันวาคม 2550 3:06:50 น. |
| Counter : Pageviews. |
|
|
|
จนอยากจะตามดูให้ครบทุกเรื่องเลยค่ะ
แล้วจะไปหาดูได้ที่ไหนล่ะคะเนี่ย