|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
ลมหายใจ เดอะมิวสิคคัล เป็นแบบนี้อย่าหายใจดีกว่าไหม?

ไม่รู้ทำไมเหมือนตลอดการแสดงของ ลมหายใจ เดอะมิวสิคคัล อยากจะทำให้ผมหยุดหายใจเอาซะดื้อๆ มันไม่ใช่เพราะว่าอากาศของโรงละครที่รัชดาลัย เทียเตอร์มันระบายไม่ดีหรอกนะ แต่เป็นเพราะบทละครกับเรื่องเพลงที่ใช้ดำเนินเรื่องนั่นต่างหากที่กลายมาเป็นอุปสรรคต่อการชมละครของผม
ด้วยความไม่ได้คาดหวังอะไรเลยสักกระผีกเกี่ยวกับละครของค่าย รัชดาลัย เพราะการแสดงครั้งก่อนหน้านี้ทั้ง บัลลังก์(บี้)เมฆ ข้างหลัง(บี้)ภาพ แม่นาคพระโขนง ฟ้าจรดทราย ไม่ค่อยถูกจริตกับผมสักเท่าไหร่ (จากที่เคยชมละครของค่ายนี้มา ก็ชอบเพียงเรื่องเดียวคือ ทวิภพ) สืบเนื่องจากบทละครที่ดูยังไงก็ไม่รู้สึกว่ามันมีความเป็น เอกภาพ เพราะระหว่างการแสดงมักจะมีการพาคนดูออกไปแวะข้างทางอยู่เสมอ
การแวะข้างของละครค่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นซิทคอมในคราบของละครเวที โปรดักชั่นอลังการดาวล้านดวงแบบที่ข้างหลังภาพเอาน้ำตกมิตาเกะมาเทน้ำกลางเวลาเป็นอาทิ หรือการที่แม่นาคนัท มีเรียเหาะมาหาคนดู จนคนดูมัวแต่ทึ่ง จนลืมว่านี่ชั้นกำลังมาดูละครเวที แล้วตะลึงไปกับความมหัศจรรย์แสนพิศดารในการนำเสนอแบบนั้นแทน
ความอลังการของโปรดักชั่นไม่ใช่ความผิด แต่ละครที่ดีก็ไม่ควรจะเอาความหรูหราของฉากมากลบความไม่เนียนของบทที่ลุ่มๆดอนๆหาความชัดเจนของเรื่อง ซึ่งละครที่ผ่านๆมาของค่ายนี้ประสบปัญหาอยู่เสมอมา นั่นยังไม่รวมไปถึงการร้องเรียงเพลงที่ขาดสัมผัสที่สละสลวย
ครั้งนี้ลมหายใจ เดอะมิวสิคคัล เล่นท่ายากในการเป็นละครเวทีประเภทจูคบ็อกซ์ มิวสิคัล ที่นำเพลงฮิตของบอย โกสิยพงษ์ มาร้อยเรียงต่อกันเป็นเรื่องราว โดยที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง บอยถกลเกียรติ วีรวรรณ เป็นผู้ดูแลงานสร้าง และมีผู้กำกับของเรื่องคือเอกชัย เอื้อครองธรรม ผู้กำกับที่มีผลงานภาพยนตร์สร้างชื่อ บิ้วตี้ฟูลบอกเซอร์และโลงต่อตาย สืบเนื่องจากเพลงของบอย โกสิยพงษ์ลักษณะงานเพลงของเขา ส่วนมากแล้วเนื้อเพลงจะเป็นแนวเพ้อฝัน วาดวิมานในอากาศโดยเฉพาะเพลงฮิตๆของเขานั่นแหละ และทีสำคัญมันก็อยู่ในละครเพลงเรื่องนี้เสียครบครันเลยทีเดียว

ด้วยพล็อตเรื่องเหนือจริง พูดถึงการกลับมาของพัด(ปฏิภาณ ปฐวีกานต์)ชายผู้เสียชีวิตก่อนเวลา จนทำให้คนข้างหลังอย่างฝน(นิโคล เทริโอ)คู่หมั้นที่เพิ่งแต่งงานมาเมื่อไม่นานต้องจมอยู่กับความโศกเศร้าจนไม่สามารถลุกขึ้นดำเนินชีวิตใหม่กับ ต่อ(ปองศักดิ์ รัตนพงษ์) ชายหนุ่มที่แอบรักฝน ท่ามกลางสายตาที่เป็นห่วงของเจ๊ฉันทนา(รัดเกล้า อามาระดิษ)และพาย(วิชญาณี เปียกลิ่น) น้องสาวของพัดที่ก็เสียใจในการจากไปของพี่ชายเธอ
แค่ฉากเรกเปิดเรื่องมาก็ทำให้เรารู้สึกแล้วว่านาฬิกาทรายที่เป็นสัญลักษณ์ของเรื่อง เวลา มีความสำคัญต่อตัวเรื่องอย่างไร พัดต้องต่อเวลากับยมบาล(หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไฟฟอลโลพร้อมกับเสียงวอยซ์โอเวอร์จะเอื้ออำนวยต่อการตีความของเรา) เพื่อให้เขาเดินทางกลับมาช่วยเหลือคนที่ยังมีห่วงให้มีความสุขซะที
ละครเล่าย้อนกลับไปในช่วงเวลาดีๆที่พัดและฝนยังมีไมตรีที่ดีให้แก่กัน แม้หลายอย่างได้ชี้ให้เราเห็นว่าพัดเป็นคนที่ไม่ชอบผูกมัด ยึดติดกับอะไรนาน เนื่องมาจากเหตุผลที่พ่อแม่ตัวเองเสียชีวิตลงตั้งแต่เด็ก เลยกลัวที่จะมีความสัมพันธ์กับใครสักคน แต่เขาก็ต้องยอมแพ้กับความรักที่เขาและฝนต่างมีให้กัน จนทั้งคู่ตัดสินใจจะแต่งงานกัน
เหมือนชะตาเล่นตลก เมื่อพัดจะไปเที่ยวที่ต่างประเทศ แต่ระหว่างเดินทางกลับ เครื่องบินก็ตก เป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตระหว่างที่คำสั่งลาสุดท้ายที่ฝนได้ยินคือ เขารักเธอ และนี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฝนไม่อาจจะเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายดีๆที่เข้ามาในชีวิตอย่างต่อ
สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจได้ตลอดการแสดงนี้ก็คือ เรื่องของจำนวนฉากที่น้อยจนผมนึกสงสัยว่าทุนสร้างของละครเรื่องนี้ได้รับมันต่ำกว่าปกตินัก ถึงไม่มีโปรดักชั่นอลังการตามแบบฉบับของรัชดาลัยหรือเพราะต้องการนำเสนอความแปลกใหม่
ฉากหยุดเวลา การเต้นรำของพัดและเจ๊ฉัน ฉากเครื่องบินตก รวมไปถึงการใช้ไฟในบางตอน เรียกได้ว่าใช้องค์ประกอบละครเวทีได้คุ้มค่า (และไม่มีความจำเป็นเลยจริงๆที่ต้องแห่ขันหมากยกฉากใหญ่โตทั้งหลายแหล่อย่างที่เป็นอยู่) เพียงแค่ความเข้าใจในการนำเสนอ ไม่ต้องมีอะไรมากมายก็สามารถสื่อสารกับคนดูเข้าใจ
กล่าวแบบนั้นก็คงไม่ถูกนักอยู่ดี เพราะลมหายใจยังใช้สอยในอีกหลายส่วนกับความเป็นละครเวทีไม่คุ้มค่าอยู่ดีนั่นแหละ ฉากหลักๆของเรื่องเกิดขึ้นที่ผับของเจ๊ฉันทนา ดาดฟ้าของร้าน และสถานที่ยิบย่อยอื่นๆ เหตุผลสนับสนุนก็เช่น ฉากที่ฝนงอนพัดเรื่องแหวนเพชรแล้วหนีออกมาหน้าร้าน ก็ไม่มีความจำเป็นเท่าไหร่นักที่จะต้องเพิ่มพร๊อพอย่างม้านั่งและป้ายหน้าร้าน เพราะความเป็นจริงสามารถใช้การดับไฟฉากหลังแล้วให้ตัวละครเดินออกมาข้างๆเวทีก็ได้ ไม่เห็นจะต้องไปละลายทรัพย์กับตรงนั้นเลย แถมใช้แค่ครั้งเดียวอีกต่างหาก(ในส่วนของการเป็นฉากหลังที่ตัวละครพูดคุยกัน)

ที่ประหลาดไปมากกว่านั้นคือส่วนของฉากดาดฟ้า ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่ามันไม่ค่อยให้ความรู้สึกเป็นชั้นบนสุดของตึกหรือสิ่งก่อสร้างอะไรก็แล้วแต่ เพราะตัวละครเล่นเดินเข้า เดินออกจากอีกด้านหนึ่งเสียจนเราตะลึงว่าดาดฟ้านี้มัน กว้างขนาดไหนกันเชียว โดยเฉพาะฉากที่เข็นชุดแต่งงานมาให้สาวฝนเพ้อฝันนั่นแหละ แถบทำผมขำพรวดแบบหยุดไม่อยู่
เท่านั้นยังไม่พอ ลมหายใจยังดูเหมือนว่าจะพยายามร้องเรียงเพลงต่างๆให้เข้ากับเรื่องราวมากที่สุดแต่มันยังไม่ประสบความสำเร็จนักที่เราจะมีอารมณ์ร่วมตามไปกับเรื่อง เพราะเราก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่ามันเป็นการยัดเพลงเข้าปากตัวละคร รวมถึงอีกหลายเพลงก็เล่นเอามาร้องเล่นเต้นรำ เสมือนเรานั่งชมคอนเสิร์ตเสียอย่างนั้น
แย่ไปกว่านั้นคือตลอดสามชั่วโมงนี้ผมไม่เชื่อเอาซะเลยว่าตัวละครอย่างฝนจะรักพัดแบบหมดหัวใจจนไม่เหลือที่ว่างให้ต่อเข้ามาแทนที่ ถึงแม้จะมีข้ออ้างอย่างที่ละครเสนอว่าเพราะพัดจากไปแบบที่เธอไม่ทันตั้งตัวก็ตาม ถ้ามองในแง่ของประสบการณ์ร่วม (ผู้ชมบางคนอาจจะเคยสูญเสียคนที่รักไป) ละครทำสำเร็จ แต่ถ้ามองตามพล็อตแล้ว เหตุผลที่ลมหายใจเสนอมานั้น ก็ยังรู้สึกไม่เพียงพอที่จะโน้มน้าวให้เชื่อไปตามนั้น
ยิ่งไปกว่านั้นความแบนราบนาบเตารีดของตัวละครสี่ตัวทั้ง พัด ฝน ต่อ และพาย ก็ทำให้เราไม่เข้าใจว่าไอ้การที่สุดท้ายแล้ว พัดเดินทางกลับมาโผล่ให้ทุกคนเห็นเขาคนละซีนพร้อมประโยคสอนใจนั้นมันจะทำให้คนเหล่านี้ คิดได้ ทันตาอย่างนั้นเลยหรอ มันง่ายไปไหมนั่น แล้วไอ้ที่ทำ conflict มาตั้งเยอะแยะนั่นแหละ เยียวยากันง่ายๆด้วยวิธีการกลับมาของคนๆนึงแค่เนี้ย
แหมคุณพี่ถ้าเล่นง่ายแบบนี้ให้พี่มอสลงมาเทศนารวมกันที่ในฉากผับของเจ๊ฉันทนาเลยไม่ง่ายกว่าเหรอ แต่ทำแบบนั้นคงไม่ซึ้งเป็นแน่แท้ ก็เลยต้องออกมาในอีหรอบนี้นั่นเอง
บทฉันทนา ซึ่งรัดเกล้า สามารถทำให้ตัวละครนี้หลุดพ้นจากความตื้นเขินและความเสียสติของคาแรกเตอร์นี้ที่เป็นคนเฮฮาขี้เล่น แต่มีมุมเหงาๆในหัวใจอยู่บ้าง (ซึ่งถ้าคนที่ไม่เก่งจริง อาจจะพาตัวละครนี้ลงเหวไปง่ายๆเลยทีเดียว) จึงไม่แปลกเลยที่คนดูจะชอบเธอมากกว่าคู่พระนางของเรื่อง
ในแง่ของเพลงก็ไม่มีอะไรน่าจดจำนัก เผลอๆไปก็ยังรู้สึกอยู่เลยว่าต้นฉบับเพลงก็ยัง สื่อ ความได้ดีกว่าการนำมาเรียบเรียงใหม่ในละคร ส่วนตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่าละครเรื่องนี้อาจจะไม่กลมกล่อมเท่าที่ควร และที่ผมว่าบางทีละครเรื่องนี้ถ้าตัดส่วนของมิวสิคคัลออกแล้วเป็นละครพูดธรรมดา อาจจะกินใจมากกว่านี้ ทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมเพิ่มขึ้น และที่สำคัญเราอาจจะได้ดูแอคติ้งที่ดีๆมากกว่าจะเป็นการมัวแต่ร้องเพลงฮิตๆของพี่บอยให้เราฟังก็ได้
ใครจะไปรู้ แต่ที่ๆรู้ๆคือดูจบแล้วหายใจไม่ค่อยออกนี่สิ
.ปัญหา
................................................................
ปล.ไม่ได้อคติกับละครค่ายนี้แต่อย่างใด ดูเกือบครบแต่ก็ยังรู้สึกว่าละครยังมีปัญหาในแง่ของบทละครอยู่ดีนั่นแหละ
การมองศิลปะอยู่ที่มุมมองส่วนตัวของแต่ละคน การวิจารณ์คือการแชร์ความรู้สึกร่วมหลังจากการชมงานนั้นๆ ไม่ใช่พื้นที่เพื่อการด่าทอหรือประชดประชันกันแบบที่เวปไซต์บางที่ ถนัด ทำกันจนชิน ว่าแต่ที่เราทำอยู่นี่ก็เรียก ประชด ไม่ใช่เหรอวะเนี่ย 55555555555
| Create Date : 13 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 13 พฤศจิกายน 2552 1:06:54 น. |
| |
7 comments
|
|
|
|
| | |
| โดย: RinRin * IP: 110.164.129.27 13 พฤศจิกายน 2552 1:26:56 น. |
|
|
|
| | |
โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) 13 พฤศจิกายน 2552 10:04:13 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: Seam - C IP: 58.9.221.27 13 พฤศจิกายน 2552 13:59:11 น. |
|
|
|
| | |
| โดย: saynapuy IP: 125.24.61.9 18 พฤศจิกายน 2552 19:56:47 น. |
|
|
|
|
|
|
|
|
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]
|
สวัสดีครับผม
ไม่ว่าจะเป็นมิตรรักแฟนรูป หรือคุณผู้อ่านนะครับ
แฮะๆ ใครที่ตามผมมาจาก Hi5 ก็ขอบคุณนะครับ
ฮ่าๆ ใครที่ตามมาจากเวปบอร์ดก็ขอบคุณนะครับ
ใครก็ตามที่คุ้นประโยคหรือภาษา เวลาอ่านบทความของผมก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ เคยเคยอ่านมาแล้ว 1 ครั้งในนิตยสาร SP นั่นแหละครับผม
55555 ขอบคุณครับ 5555
จากคนที่รู้จักในนาม นายตั้มน้ำเต้าหู้/Online/ธ........ ชู....... ครับผ้ม
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
5555
ไมได้ไปดู แต่ก้อเหนด้วย บ้าง นะ
กับเรื่อง ก่อนๆ
นี่โพสอย่างเมามันเลยนะพี่ตั้ม
ละเอียดขนาดนี้ ไม่ต้องไปดูเย อ้ะ 5555555
:)))