+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"Rush Hour 3" ... ฟัดอย่างฝืดๆ อืดแบบเซ็งๆ



ห่างหายจากฮอลลีวู้ดไปได้ซะหลายปี (หลังสุดก็แห้วสนั่นกับการผจญฟัด 80 วันรอบโลก) ก็ได้ทีตีตั๋วปั้มวีซ่ากลับมาสวมบทตะลุยฟัดอีกครั้ง กับหนังที่ได้ชื่อว่าขายดีที่สุดทั่วทั้งโลกของอาเฮีย "เฉินหลง"



การกลับมากับ "Rush Hour" อาจจะดูเป็นมุขสุดท้ายเท่าที่จะหวังได้แล้วกับการต่ออายุเป็นดาราฮอลลีวู้ดของเฮียเฉิน ...แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามุขสุดท้ายนี้ มันเป็นมุขที่โดนที่สุดที่น่าจะได้ผลกับเราๆ

เหตุผลดีๆที่ Rush Hour ยังคงเป็นหนังที่น่าดู ก็เพราะ มันเป็นหนังที่ขายบันเทิงอย่างเอิกเกริกโดยไม่ต้องหวังได้สาระอะไรกับชีวิต ...เพียงแค่ได้มันส์กับลีลาต่อสู้โลดโผน ของ เฮียเฉิน ทั้งฮาเฮกับสารพัดคำพูดดีๆ จากปาก(หมานๆ)ของ "คริส ทักเกอร์" มันก็เป็นอะไรที่น่าเสียสละเงินเพื่อช่วยสร้างความผ่อนคลายสลายความเครียดให้กับเราๆอยู่



"Rush Hour 3" ... ทิ้งห่างจากภาคที่แล้วมาได้ 6 ปี กับสถานการณ์ฟัดครั้งใหม่ที่คราวนี้ ต้องพากันไปซัดในดินแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดของทั้งคู่ ...ดินแดนที่ได้ชื่อว่า "ปารีส" เมืองแห่งความรัก (พักนี้ ที่นี่ขายดีซะเหลือเกิน เอาแค่เดือนกว่าๆที่ผ่านมา ...ก็มีให้ได้เห็นยั่วใจยั่วกะตังค์ไปตั้งสามสี่เรื่องแล้ว)



เรื่องราวภาคนี้เริ่มขึ้นที่ "สารวัตรลี" ได้หน้าที่มาช่วยคุ้มครองดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับท่านทูตจีน "ฮาน" (ที่เคยมีบทบาทในภาคแรก) ในการเข้าร่วมประชุมการก่อการร้ายนานาชาติที่จัดใน L.A. หากแต่ก็เกิดความผิดพลาดจนได้ เมื่อมีมือปืนมากระทำการลอบยิงท่านทูต (แต่ก็ยังรอดเฉียดตายมา) ...สารวัตรลี ผู้ที่ไม่เคยนิ่งเฉยได้ จึงต้องออกโรงตามล่าตัว จนมาพบความจริงว่า คนที่เป็นมือปีนนี้เคยคือ "เคนจิ" คนที่ ลี รักและเคารพเยี่ยงพี่แท้ๆ ...และเมื่อสืบสาวกันต่อไปอีก ก็ได้พบความลึกและลับว่า มีของชิ้นหนึ่งที่สำคัญต่อท่านทูต ถูกกักเก็บรักษาไว้ในมือของ "ซูหยัง" (ลูกสาวท่านทูต...ที่ยังเด็กในตอนภาคแรก) ซึ่งของชิ้นนั้น ก็เป็นสิ่งที่ เคนจิ ต้องการ และพยายามจะทำทุกอย่างทุกวิถีทาง แม้ว่ามันจะหมายถึงว่าเขาต้องเข่นฆ่าอดีตน้องชายอย่าง ลี ก็ตามทีเถอะ



การกลับมาเป็นหนที่ 3 ของหนังชั่วโมงเร่งด่วน เรื่องนี้ ยังคงเป็นผู้กำกับ "เบรทท์ แรทเนอร์" คนเดิม ที่กุมบังเหียนเช่นเคย ...หลังจากเมื่อปีก่อน ปฏิบัติหน้าที่เข้าเสียบ ใน X-Men 3 เสร็จสิ้นไป การหวนคืนมาสู่งานเคยคุ้น ก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าไว้วางใจกว่ากันเยอะ ...เอาแค่คิดถึงที่เราเคยดูหนัง Rush Hour ด้วยความบันเทิงเริงรื่น เพลินเพลิดใจ ก็ยากจะคิดไปให้ใครคนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนเขากันได้ลง

หากแต่ว่ามันก็ไม่ได้จริงเสมอไปนักหรอก ที่หนังภาคต่อจากทีมงานเดิมทั้งดุ้น จะต้องทำออกมาได้ดีเท่าของเดิม ...มันอาจจะเป็นอะไรที่ต้องสร้างความกดดันสำหรับทุกคนผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง หากแต่ก็อย่ามาห้ามให้เราปฏิเสธเลยว่า "เมื่อภาคก่อนทำได้ดีแล้ว ทำไมภาคนี้ถึงรักษาความดีไว้ไม่ได้ล่ะ"



Rush Hour ภาคนี้ มีข้อผิดพลาดจุกๆจิกๆเยอะแยะเต็มไปหมด ...ถ้าไม่มองไปถึงบทหนังที่ยังไงๆ มันก็ต้องไม่ค่อยสมเหตุสมผล ยึดเอาแต่ความเร็วในการเดินเรื่องเข้าว่าไว้แล้ว มันก็ยังมีอย่างอื่นที่หนังให้ความรู้สึกตะกุกตะกัก สะดุดแล้วสะดุดอีก จนพาลให้รมณ์บ่จอย ไม่อยากคล้อยไปตามหนัง ...ทั้ง ยังรู้สึกว่าภาคก่อนๆยังดูจะประคับประคองเรื่องราวให้เดินหน้าได้ดีกว่านี้เยอะ



แม้หนังจะขึ้นชื่อว่า Rush Hour และสองภาคก่อนก็สามารถตอบโจทย์ชื่อเรื่องได้เป็นอย่างดีแล้วนั้น ...หากแต่ในภาคนี้ กลับไม่เป็นอย่างที่เคยเป็น นอกจากหนังจะไม่สามารถทำให้เรารู้สึกถึง ความเป็น "ชั่วโมงเร่งด่วน" แล้ว ยังจะทำรู้สึกว่า การผ่านไปของฉากแต่ละฉาก มันทั้งอืด เอื่อย ยืด และยาน แถมบางฉากนั้นยังเป็นอะไรที่ดูน่าเบื่อ เหมือนจะมันส์ก็ไม่มันส์ คล้ายจะฮาก็เรียกเสียงหัวเราะได้แค่ฮึๆในลำคอ ...มันช่างชวนให้เซ็งๆในอารมณ์ซ้า ที่สู้อุตส่าห์ตั้งใจจะมาบันเทิงเอาลูกเดียว หนังมันก็กองพะเนินด้วยความผิดหวังทับถมกันเสียใหญ่โต



แต่ก็ใช่ว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่บ่นมาจะมีแต่ความเสียหาย ...เพราะถ้าดูกันแยกเป็นอย่างๆไป ก็พอมีอะไรให้ได้รู้สึกดีบ้าง (ถึงมันจะแค่ส่วนเล็กๆก็ตามเถอะ) อย่างบทหนังที่ดูจะเขียนอย่างมักง่าย ก็ยังพอมีรายละเอียดใส่เข้ามา ไม่ให้เนื้อในเบาโหวงซะทีเดียว

หรือฉากแอ๊คชั่น ที่ถึงจะดูเชย ไม่แปลกใหม่อะไร แต่คิวบู๊เฮียเฉิน ก็ยังแน่นและเข้มแข็งเหมือนเคย (แต่ก็ดูออกนะ ว่าเฮียเฉิน อ่อนแรงลงมากๆ) ...ฉากไคลแม็กซ์ บนหอไอเฟล เป็นฉากที่สนุกมากๆ มันส์ท้วมๆ (เมื่อเอาไปเทียบกับฉากก่อนๆ นับว่าไอ้ที่เชยๆ ก็กระจอกง่อยไปเลย) เพียงเสียแต่ว่ามันมาช้าเกินไป ในตอนที่เราแทบหมดอารมณ์จะลุ้นกับเรื่องราวทื่อๆแล้ว



การเข้าคู่ของเฮียเฉิน และพี่คริส ยังคงประสานกันได้ดี แต่ก็รู้สึกว่า พี่คริส ไม่ค่อยขยันจะขโมยซีนเท่าภาคก่อนๆเอาเสียเลย ส่วนเฮียเฉิน ก็ดูจะขัดใจผมกับความเป็นคนตรงๆซื่อๆของ สารวัตรลี อย่างที่ภาคก่อนๆ ยังไม่รู้สึกว่ารำคาญมากเท่านี้ ...นักแสดงประกอบมีชื่อคนอื่นๆ อย่างเช่น ฮิโรยูกิ ซานาดะ , แมกซ์ วอน ซิโดว์ ก็พอจะยอมรับได้ กับการรับบทบาทที่ดูเหมือนจะเป็นการฆ่าเวลาเล่น ...บทที่เป็นเซอร์ไพรส์ของ ลุงผู้กำกับออสการ์ โรมัน โปลันสกี้ ก็ดูเหมือนจะหวังมาขโมยซีน หากแต่ก็ไม่มีความหมายอะไรให้ต้องนึกเลย ...เพียงคนเดียวที่เล่นได้น่าจดจำที่สุดในภาคนี้ คงต้องยกให้ "คนขับแท๊กซี่" ที่เสียดสีด่าทอมะกันตอนแรก แต่ตอนจบก็ทำตัวหมุนกลับ 360 องศา เป็นสรรเสริญพี่กันซะอย่างงั้น

และสิ่งสุดท้ายที่ผมสามารถพูดว่า ดีมากๆ ได้จากการดู Rush Hour 3 ก็คือ ..."ให้เสียงภาษาไทย โดย พันธมิตร" (โดยเฉพาะ ฉาก ยู กะ ไอ และแม่ชี เป็นอะไรที่ฮาเทพมากๆ...ถ้าไม่ขำสองฉากนี้ ก็ไม่มีอะไรให้คุ้มค่าตั๋วแล้วล่ะ)



"Rush Hour 3" ... อีกหนึ่งซัมเมอร์ ที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังโดยรวม หากแต่ถ้ามองแยกๆแล้ว ก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่แย่จนถึงขั้นห่วยแตก ...นี่เป็นหนังที่พอเอาบันเทิงได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ดูจบแล้วก็เป็นอันจบกัน ซึ่งถ้าไม่ได้ออกจากโรงด้วยความรู้สึกเฉยๆ ก็คงจะต้องมีถอนหายใจ คิดขอให้มันจบแบบห้วนๆ ลงแต่เพียงเท่านี้ พอทีเถอะ (ความคิดของผมคล้อยตาม ประการหลัง)

เกรด C+ ... {}

หมายเหตุ : "ไตรภาค Rush Hour" ... ความชอบตามลำดับของผม คือ... 2 > 1 > 3

ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 23 สิงหาคม 2550
Last Update : 23 สิงหาคม 2550 1:54:19 น. 6 comments
Counter : 7045 Pageviews.

 
กะแล้วว่ามันต้องออกมาเทือกนี้
เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงบอกลาตั้งแต่เห็นตัวอย่าง อิอิ


โดย: nanoguy วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:2:07:47 น.  

 
เป็นไปตามคาด
ไว้รอดูบิ๊กซีนีม่าละกัน : P


ม.ห. อ่านแล้วสะดุดกับคำว่า "เป็นอะไรที่" น่ะค่ะ


โดย: jimkong วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:5:52:56 น.  

 
อ้าวเหรอคะ แต่จำภาคก่อนๆไม่ได้ละ แหะๆๆ


โดย: I love Garfield วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:10:00:15 น.  

 
+ พี่ก็บาย (ตั้งแต่ภาคแรก) เหมือนกันอ่ะคับเรื่องนี้ ... แบบว่ามุกตลกไม่เข้าทางง่ะ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:10:36:44 น.  

 
ดูแล้วรู้สึกพากย์ห่วยมาก ไม่รู้จะขำตรงไหน ไม่น่าดูพากย์ไทยเลยเรา


โดย: UO IP: 58.9.106.152 วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:0:13:13 น.  

 
fuffdf


โดย: .. IP: 125.24.206.18 วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:16:57:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.