+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"The Simpsons Movie" ... โปรดตรวจเช็คสัมภาระบนหัวของคุณ ให้เรียบร้อยก่อนเข้าชม



ตึง ตึ่ง ตึ้ง ...ท่านผู้ดูหนังทุกท่าน โปรดทราบ กรุณาตรวจเช็คสัมภาระบนหัวของคุณ ให้เรียบร้อยก่อนเข้าชม "The Simpsons Movie" ...ถ้าบนหัวของคุณยังไม่มีอะไรอยู่บนนั้น คุณต้องทำใจเอาไว้ว่า หลังออกจากโรงแล้ว คุณจะต้องมีอะไรอยู่บนนั้นแน่นอน ขอบคุณค่ะ ...ตึง ตึ่ง ตึ้ง

นี่คือ คำเตือน ที่ทางประชาสัมพันธ์ของผมมีให้ได้ต่อคุณๆทุกคน เพราะถ้าคุณได้เผลอตีตั๋ว หนังการ์ตูนครอบครัวตัวเหลืองเรื่องนี้แล้ว สิ่งแรกที่คุณจะได้จากหนังเรื่องนี้ คือ การโดนด่าใส่จากตัวละครตัวเอก นายโฮเมอร์ ว่า "พวกคุณ คุณ และคุณ ต่างโง่กันทั้งนั้น ที่มาดูหนังทีวีเรื่องนี้ในโรง"



"The Simpsons" ในจอแก้ว ... เคยได้รับการขนานนามจากนิตยสาร TIMES ว่าเป็นรายการทีวีที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งศตวรรษนี้ ฟังแล้วอาจจะดูเว่อร์ไปหรือเปล่าที่การ์ตูนโคตรของโคตรแห่งการบั่นทอนปัญญาเรื่องนี้สมควรจะได้รับมา แต่นี่มันไม่ได้วัดจากคุณภาพ หากวัดจากจำนวนคนดูที่มีมากๆเป็นหลายๆล้านคนบนโลกใบนี้ ...ยิ่งในอเมริกาบ้านเกิด ก็ไม่ต้องพูดถึงเลย ว่าจะมีคนรู้จักกับครอบครัวตัวเหลืองนี้มากเหลือล้นซะขนาดไหน เพราะดูจากการจัดอันดับเรตติ้ง ก็เป็นอันดับ 1 มาตั้งหลายปีดีดักแล้ว

แม้ว่าตัวผมเองจะไม่ได้เป็นแฟนของครอบครัวนี้มาก่อน (หรือว่า อาจแทบไม่เคยได้ดูได้เห็นมาก่อนด้วยซ้ำ) ทว่าผมก็เคยรู้จัก เคยรู้ว่า มีการ์ตูนเรื่องนี้ที่เป็นสุดฮิตของชาวมะกัน ทั้งยังมีมาฉายในบ้านเราระยะหนึ่ง (และก็ดูเหมือนจะดังในระดับหนึ่ง วัดได้จากการเห็นเสื้อยืดหลากลายจากครอบครัวนี้มาวางขายในหลายๆร้าน)



ด้วยความที่ผมเคยรู้จักในชื่อเสียงความดังของครอบครัวนี้อยู่อย่างเดียว แต่ยักไม่เคยได้สัมผัสของจริงกับตา ก็เลยเป็นเหตุเป็นผลทำให้ผมตัดสินใจว่าจะไม่ยอมพลาด ฉบับ Movie เป็นเด็ดขาด ...อยากจะรู้ว่า ครอบครัวนี้จะใช้เวลา 1 ชม.ครึ่ง ทำให้ผมตกหลุมรักได้เฉกเช่นคนหลายล้านคนบนโลกที่เคยดูทีวีตอนละ 30 นาที ซะหรือเปล่า ?



และผมก็ได้รู้แล้วว่า นอกเหนือจากการโดนด่าต่อหน้าต่อตาแล้ว ...ที่มากไปกว่านั้น ก็คือ ผมตกหลุมรักไอ้ครอบครัวบ๊องๆบวมๆนี้ไปซะแล้ว



"The Simpsons" ในจอเงิน ... มีเนื้อเรื่องใหญ่ใจความว่า ด้วยเรื่องภาวะธรรมชาติกำลังโดนทำลายซึ่งกำลังเป็นประเด็นฮิตอยู่ในรถไฟ (แปลเป็นอังกฤษว่า Intrend น่ะแหละ) แล้วมาเกี่ยวกับครอบครัวสุดสตึนี้ได้ไงล่ะหว่า !!? ...มันมาเกี่ยวตรงที่คนเป็นพ่อและผู้นำครอบครัว "โฮเมอร์" คือจุดเริ่มต้นของการทำลายสุดเลวร้ายที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในเมือง สปริงฟิลด์ส และมันก็ตามมาด้วยหายนะในชีวิตของโฮเมอร์ ยันลามไปถึงทุกคนในครอบครัวนี้ ที่ต่างต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากการจะโดนรุมประชาทัณฑ์ ทั้งยังความไม่เข้าใจกันและกันของแต่ละคน ที่จะทำให้ พ่อแม่และลูก(อีกสาม)ตัวเหลืองนี้ ได้บทเรียนอันสำคัญของการอยู่รวมกันเป็น 'ครอบครัว'

ฟังจากเนื้อเรื่องเหมือนจะเป็นหนังซีเครียดยังไงยังงั้นอยู่ ...แต่เพราะนี่คือ The Simpsons มิเช่นนั้นแล้ว อย่าได้คิดเป็นอย่างอื่น นอกเหนือไปจาก ความฮา ซ่าส์ บ้า และเพี้ยน อันมีเปี่ยมล้นของคนในครอบครัวนี้ (สมกับที่คำโปรยในใบปิดบอกไว้ว่า "หากคุณคิดว่าครอบครัวของคุณมีแต่ปัญหาแล้ว ลองมาดูครอบครัวนี้แล้วคุณจะได้เห็นว่า ครอบครัวของคุณแสนจะเป็นปกติ")



เรื่องของความฮา ไม่ผิดไปจากที่คนอื่นเคยว่ากันไว้ว่า "ถ้าดู The Simpsons แล้วไม่ฮา คุณค่อนข้างจะผิดปกติทางอารมณ์ขันแล้ว" ...ตลอด 1 ชม.ครึ่ง ครอบครัวนี้ ขนมุขมาเป็นกระตั้กๆ แล้วอัดใส่คนดูไม่ยั้งตั้งแต่เปิดมาฉากแรกยันไปถึงจบเรื่อง (แถมเอนด์เครดิต ก็ยังมีห้อยมาอีกติ่งหนึ่งซะอีกนะนั่น)

มุขตลกของ การ์ตูนครอบครัวตัวเหลือง สามารถเอาทุกเรื่องทุกราวครอบจักรวาลมาทำเป็นมุขกันไปได้ซะหมด ...อย่างที่เห็นในฉบับ Movie ก็มีทั้งที่ล้อเลียนหนังฮิต (ประหนึ่งว่ากำลังดู Scary Movie อย่างไงอย่างงั้น) เพลงดัง วงดนตรีมีชื่อ การเมือง การศึกษา ปัญหาสังคม ผู้คนปัจจุบัน ยันไปถึง เรื่องใกล้ตั้วใกล้ตัวระหว่างรับชมภาพยนตร์ อย่างการปิดมือถือ ก็แอบโผล่แหงมๆมาได้อย่างเนียนๆ

มุขทั้งหลายแหล่ ที่ทีมผู้เขียนบท (จำนวนนับเป็นสิบๆคน) พากันร่วมด้วยช่วยปล่อยออกมาอย่างเรี่ยราดนี้ ...เหมือนจับใส่อย่างมั่นใจว่าไม่กลัวจะพากันไปแป้กเลย ระดมอัดกัดจิกแสบๆคันๆโดยไม่ยั้งคิดว่ามันจะทำให้เสียสมดุลความเป็นหนังหรือไม่ ...ซึ่งนั่นก็คือปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกกับ The Simpsons Movie เป็นปัญหาที่ทำให้หนังไม่ได้มีความเป็นเอกภาพเดียวกันไปโดยตลอด มีอะไรที่ยังขาดๆเกินๆอยู่




หากแต่มันก็เป็นปัญหาที่เล็กน้อยไปเลยเมื่อคิดว่า ผมกำลังดูหนังตลกตลาดๆเรื่องหนึ่งอยู่ ...เป็นเพียงแค่หนังตลกอีกเรื่องที่ทำให้ผมมีความสุขกับเสียงหัวเราะ และภาพที่ได้เห็นอยู่บนจอ มันก็แสนจะน่าพอใจอย่างยิ่งยวดแล้ว

ส่วนที่นอกเหนือไปจากการขายเสียงหัวเราะ ...ช่วงเวลาเล็กน้อยตอนปลายๆของ The Simpsons Movie ก็พอจะมีให้ทำซึ้งเล็กๆน้อยๆได้อีกด้วย อันนี้ก็เป็นอะไรที่เหนือจากความคาดหมายไปนึดนึงส์

การกำกับของ "เดวิด ซิลเวอร์แมน" (ผู้กำกับในฉบับทีวี ที่ได้มากำกับหนังพิกซาร์สุดประทับใจ "Monster Inc." ด้วยอีกหนึ่งเครดิต) ...ทำให้คนที่ไม่เคยดู ไม่เคยรู้จักครอบครัวตัวเหลืองอย่างลึกซึ้งเช่นผม รู้สึกเกิดความผูกพันได้แม้เพียงใช้ช่วงเวลาไม่ยาวนาน ...ไม่ใช่แค่รักที่ครอบครัวนี้ มันโคตรบ้าบอเกินที่ผู้คนจริงๆเขาจะเป็นกัน หากแต่รักที่ครอบครัวนี้ มันเป็นครอบครัวที่ไม่มีใครเหมือน ไม่เหมือนใคร และฟันธงว่าคงไม่มีใครบนโลกนี้กล้าจะทำตัวให้เหมือนพวกเขาได้หรอก



"The Simpsons Movie" ... หนังตลกขายขำแรงๆ ที่ฮาโคตรๆ และหนุกบัดซบ จนอยากจะให้ทุกคนที่จะรู้หรือไม่รู้จัก ครอบครัวตัวเหลืองนี้ ได้ลองไปดูกัน ...ใครที่ไม่ขำไม่หนุก ก็ยินดีคืนเงินให้ ที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่ต้องไปเคลียร์กับคนขายตั๋วเอาเองเน้อ ...ซึ่งถ้าเกิดโดนด่ากลับมาว่า "คุณแบกเขามาซื้อตั๋วทำไมล่ะ" อันนี้ ก็ไม่หวายจะเคลียร์ให้นะ เพราะผมเตือนคุณแล้ว หุหุ

3 มุขตลกโดนใจผม ...ที่ต้องแอบ SPOILER

1. วงร็อค Green day มาเล่นคอนเสิร์ตในหนองน้ำสปริงฟิลด์ แล้วก็ต้องจบชีวิตเมื่อเวทีมาล่มพร้อมด้วยบรรยากาศชวนสลดเยี่ยง Titanic กำลังล่ม
2. ชาวมะกันทั้งหลายจงระลึกไว้ว่า "อาร์โนลด์ ชวาร์ซเนกเกอร์" เป็น(ว่าที่)ประธานาธิบดีที่เกิดมาเป็น... ผู้นำ ไม่ใช่ผู้อ่าน
3. ทั่นๆกบว.ทั้งหลายเห็นแล้วคงไมเกรนขึ้น เมื่อเจ้าลูกชายตัวแสบ "บาร์ท" ริมีปัญหากับการเซ็นเซอร์ ด้วยการแก้ผ้าเล่นสเก็ตบอร์ดกลางที่สาธารณะ... รู้สึกดีอย่างสะใจยังไงไม่รู้ที่รอดกรรไกรทั่นๆมาได้ หุหุ



ขอแนะนำ...ครับ

เกรด A- ... {}



ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 21 สิงหาคม 2550
Last Update : 21 สิงหาคม 2550 0:15:46 น. 14 comments
Counter : 11040 Pageviews.

 
ชอบฉาก Green Day มากๆ
ตอนเวทีมันล่มลงไปแล้วมันสีไวโอลินกันนะ ผมหัวเราะแบบบ้าคลั่งเลย 55555555

อีกฉากคือตอนที่ลิซ่าบรรยายเรื่องมลพิษในทะเลสาบ
คุ้นๆมั้ยจ๊ะว่ามันคือเรื่องอะไร 5555+


โดย: nanoguy วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:2:14:25 น.  

 
ในฐานะที่ติดตามครอบครัวตัวป่วนนี้มานานหลายปีทาง UBC ก็บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้คุ้มค่ามากครับ

ตอนแรกผมก็กลัวว่ามันจะแป้กเหมือนกัน หรือไม่ก็สร้างซะอลังการเกินตัว จนจะพาลพาการ์ตูนรายสัปดาห์เรื่องนี้ลงเหวไป (jump the shark)
แบบเดียวกับ The Powerpuff Girls ที่หลังจากสร้างเป็นหนังสุดสวย+สุดมันส์มาแล้ว ก็หายไปจาก Cartoon Network อย่างถาวร
แต่หลังจากหนังจบ ผมก็พบว่าค่าตั๋วที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าสุดๆ ทุกบาททุกสตางค์ ความเป็น Simpsons นั้นยังอยู่ครบเครื่อง ไม่ตกหล่นไปเลยแม้แต่น้อย

- โฮเมอร์ ก็ยังเป็นผู้นำครอบครัวที่ห่วยแตกและชุ่ยได้เสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็กลับมากอบกู้สถานการณ์ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายเช่นกัน
- มาร์จ ก็ยังเป็นเป็นคุณแม่ผู้แสนอดทนและห่วงใยอยู่เช่นเดิม ("ผู้หญิงอย่างเราทนได้ตลอดไปอยู่แล้ว") แต่ก็นั่นแหละ มีผัวแบบนี้มันก็ต้องหลุดกันบ้าง
- บาร์ท ก็ยังเป็นลูกชายตัวแสบป่วนเมืองเหมือนเดิม แต่เมื่อยามมีภัยก็ร่วมมือกับพ่อจนกู้วิกฤตได้
- ลิซ่า ก็ยังเป็นจอมอุดมการณ์ตัวน้อยอยู่ไม่เปลี่ยน และก็ถูกผู้ใหญ่ทั้งหลายละเลยเหมือนทุกครั้ง
- แม็กกี้ ก็ยังไม่โตซักที แต่เธอพูดคำแรกได้แล้วในหนังเรื่องนี้
- เน็ด แฟลนเดอร์ส เพื่อนบ้านคริสเตียนผู้แสนดี ในการ์ตูนมักจะทำตัวธรรมะธรรโมไปจนถึงคลั่งศาสนา แต่ในหนังนี่พี่แกได้บทดีมาก ได้ใจผมไปเต็มๆ เลย
- และยังมีชาวเมืองสปริงฟิลด์อีกมากมายที่มาโผล่ในหนัง มีบทมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป ซึ่งแต่ละคนก็แสดงบุคลิกส่วนตัวออกมาได้แบบไม่ผิดเพี้ยนเลย

หนังเรื่องนี้ยิงมุขกระจายจริงๆ ครับ ถ้าจะบอกว่ามันทำให้หนังเสียเอกภาพมันก็จริงอยู่ แต่ถ้าคิดเสียว่ามันเป็นหนังตลกมันก็จบเรื่องครับ
การ์ตูนบั่นทอนปัญญาอย่างคุโรมาตี้ยังแย่กว่านี้หลายเท่า หรือการ์ตูนฝรั่งรายสัปดาห์อีกเรื่องอย่าง Family Guy ยิ่งแย่เข้าไปอีก
(ถ้าคิดว่า The Simpsons ไร้เอกภาพล่ะก็ Family Guy ก็อนาธิปไตยเต็มขั้นล่ะครับ ผมดูๆ ไปบางทียังรำคาญเลย)
แต่ถึงหนังจะมีมุขมากก็เถอะ คนที่จะดูสนุกต้องมีความรู้รอบตัว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังมากพอดู
(ที่เห็นๆ ก็มีล้อเลียน 2001: A Space Odyssey, Titanic, Austin Powers, Walt Disney, Mystery Science Theatre 3000 เป็นอาทิ)
แบบเดียวกับเวลาดู Scary Movie แล้วต้องรู้ว่าล้อเลียนต้นฉบับเรื่องอะไรนั่นแหละ ไม่งั้นก็ไม่ขำ
ส่วนความรู้เกี่ยวกับ The Simpsons ฉบับการ์ตูนนั้น ไม่จำเป็นมากนัก แต่ถ้ารู้แล้วก็จะสนุกขึ้นอีกมาก
เช่น มุข Itchy & Scratchy แมวกับหนูคู่อาฆาต (ที่เป็นการ์ตูนซ้อนการ์ตูน) มุขคัดลายมือบนกระดานดำของบาร์ท หรือมุขเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่บาร์ทใช้ตอนเปิดการ์ตูนรายสัปดาห์มาตลอด (เว้นแต่คราวนี้แก้ผ้า)

เรื่องแก้ผ้านี่ก็สำคัญเหมือนกันครับ
สำหรับ กบว. ไทยผมไม่ห่วง เพราะมี ๒ มาตรฐานเสมอ มาตรฐานนึงสำหรับหนังไทยและการ์ตูนญี่ปุ่น อีกมาตรฐานนึงสำหรับหนังฝรั่ง
ฉะนั้นชินจังจึงต้องเซ็นเซอร์ช้างน้อย ชิซูกะจังต้องห้ามแก้ผ้าอาบน้ำ แต่บาร์ทนั้นเห็นจู๋ได้
แต่ที่ผมตกใจก็คือเพราะเรื่องนี้มันมาจากอเมริกา ที่ซึ่งคน อ่อนไหวกับเรื่องภาพเปลือยเด็กมากๆ
อ่อนไหวเข้าขั้น "บ้า" พอๆ กับที่ กบว.ไทยเซ็นเซอร์ช้างน้อยชินจังนั่นแหละครับ คือไม่แยกแยะว่ามันเป็นภาพอนาจารเด็กหรือหรือภาพเปลือยแบบบริสุทธิ์
การ์ตูนของ Cartoon Network หรือ Disney จะไม่มีวันปล่อยภาพจู๋เด็กออกมาเด็ดขาด ผลก็คือจะเห็นแต่ตูดเด็กเต็มไปหมด ส่วนด้านหน้าจะมีอะไรบังไว้ตลอด
การ์ตูนญี่ปุ่นเช่น Dragon Ball ที่เอาไปฉาย ก็จะเซ็นเซอร์จู๋ของโกคู (ตอนเด็ก) เอาไว้
แม้แต่ในเรื่อง The Simpsons ที่ฉายรายสัปดาห์ก็ตาม ก็ไม่เคยปล่อยภาพแบบนี้หลุดออกมาเลย ฉะนั้นในหนังโรงนี้จึงเป็นครั้งแรกที่คนได้เห็นจู๋ของบาร์ท
ในทีแรกที่เห็น ผมช็อกไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นพอหายช็อกแล้วก็คิดว่า "คงเป็นนิ้วมือละมั้ง เดี๋ยวคงเฉลยตอนท้ายเรื่อง"
นั่งดูจนจบเครดิต ก็ปรากฏว่าไม่เฉลย เลยลองเข้า IMDB ดู ปรากฏว่าได้เรื่องเลย คนพูดถึงฉากนี้กันตรึม ส่วนใหญ่บอกว่าฮา แต่บางส่วนก็ด่า (เป็นส่วนน้อยเอามากๆ และมักเป็นพวกคริสเตียน)
ผมยกนิ้วให้ทีมสร้างครับว่า "กล้า" จริงๆ คือกล้าทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย
มันก็แค่จู๋เด็ก...
การที่ผมช็อคเมื่อได้เห็นฉากนั้นในทีแรก แสดงว่ามาตรฐานการเซ็นเซ่อของ กบว.ไทย และความอ่อนไหวเกินเหตุของสื่ออเมริกัน ได้แทรกซึมเข้าในสมองผมแล้ว
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหน่อยผมคงต้องทำแบบ เฮียเน็ด แฟลนเดอร์ส ที่ใส่กางเกงในเวลาอาบน้ำทุกครั้ง เพราะแกไม่อยากเห็นของตัวเอง มันบาป...


โดย: DTRY IP: 203.155.228.199 วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:3:11:20 น.  

 
ชอบๆ มากๆครับ

ผมดูที่ฝรั่งเศสนะครับ เค้าพากษ์ได้เหมือนมากๆเลย สนุกสนานทีเดียว

เป็นแฟนครอบครัวนี้มานานแล้วครับ ตื่นนอนมาก็เปิดดู...ใกล้นอนก็มีฉายอีก...

สนุกครับ


โดย: pompier วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:5:36:58 น.  

 
ชอบฉาก greenday เหมือนกันค่ะ

it's been an honor playing with you all~

เป็ฯ greenday เล่นไวโอลินทำม๊ายยยย ๕๕๕


โดย: dekhype IP: 125.25.207.4 วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:7:50:41 น.  

 
แวะมาดูคอหนังเหมือนกันครับ




โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:10:10:52 น.  

 
สวัสดีคุณเจ้าของ blog นะคะ
ได้ดูเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน ชอบมุข greenday แบบ titanic ฮามาก อีกหลายๆ มุขก็ชอบค่ะ
แต่ไม่ค่อยชอบมุขที่เสียดสีคนเคร่งศาสนาคริสต์ ที่ถามว่าจะเจอพระพุทธเจ้าบนสวรรค์มั้ยอ่ะค่ะ แหะๆ

ป.ล. คุณ mister hong ไปนั่งถ่ายรูปมาที่เดียวกับเราเลย

แต่ไม่เอามาโชว์นะคะ เดี๋ยวคนอื่นจะตกใจกันเปล่าๆ ฮา...


โดย: nunene วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:19:55:17 น.  

 
ชอบเรื่อง Simpsons ค่ะ ดูทาง UBC ก้อเลยอยากไปดูหนังเหมือนกัน


โดย: Too Optimistic วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:20:13:23 น.  

 
ไม่เคยดู ver TV ค่ะ

ได้ดูแบบหนังแล้ว ตลกดีค่ะ ชอบที่เค้าใส่เรื่องอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าไปด้วย


โดย: น้ำเงี้ยว วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:22:53:52 น.  

 
ผมไม่คุ้นเคยกับครอบครัวนี้มาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเก็ตมุขหนังหรือเปล่า เลยคิดว่าจะรอดูแผ่นครับ ขนาด rattatouille ผมยังไม่มีเวลาดูเลยอ่ะ


โดย: joblovenuk วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:23:42:24 น.  

 
2 ค่ายสุดแสบ ทำพี่เคืองอีกแว้วคับ ... เมื่อวานอุตส่าห์เสิร์ชหาโรงกับรอบที่จะเข้าไปดูเรื่องนี้ได้แล้วเชียว ปรากฎพอไปถึง SFW กลายเป็นโรง 160 ... หมั่นไส้ก็เลยเดินไป MJ Centralworld เจือกหนักกว่าเก่าเป็นโรง 170
... สุดท้าย ด้วยนิสัยพี่ เวลาหมั่นไส้อะไรแล้วก็จะไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับมันแว้ว ... ก็เลยเดินเชิดหน้าหยิ่งกลับลงมาขึ้นรถเมล์กลับหอเลย!!!

... เย็นวันนี้ คงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว เอาใหม่ครับ คราวนี้คงเป็น MJ รัชโย (รู้สึกจะเป็นโรง 120) ... เบื่อค่ายหนังชอบเอาเปรียบผู้บริโภคพวกนี้เจงๆ เลย แล้วอ้ายโรงเก้าอี้แพงๆ เนี่ย ไม่รู้จะสร้างไว้ทำไม ไม่ได้อยากนั่งเลย พับเผื่อยเหอะๆ (มีฮาก็ตอนไปถามที่โรง MJ World แทนที่พนักงานจะบอกราคาที่นั่ง พี่แกกลับบรรยายสรรพคุณเก้าอี้ซะเป็นคุ้งเป็นแคว ว่าสั่งจากเมืองนอกนะ, ใช้วัสดุอย่างดี ... บลา ... บลา ... กรูอยากจะรู้ซะที่ไหนฟระ! )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:11:33:18 น.  

 
น่ารักจังเลย สนุกด้วย


โดย: poo IP: 61.7.221.6 วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:11:49:40 น.  

 
+ 555 ไปดูมาจนได้ครับ ... และเป็นอะไรที่ความรู้สึกตรงข้ามกับเมื่อวานมากๆ ... เพราะพอเย็นวันอังคาร พอไม่ได้ดูแล้วแค้น (กลัวอดดูเหมือน Planet terror ด้วยแหละ) ก็เลยเอาใหม่ คราวนี้เสิร์ชทุกโรงที่มีในระบบ ผลปรากฎว่าพี่ก็ไปสะดุดเข้ากับโรง "Major แจ้งวัฒนะ" มีเต็มโรง 1 โรง เป็น Soundtrack ซะด้วย! ... ก็เลยคิดว่า "เออ ... กรูมองข้ามโรงนี้ไปตั้งนานได้ไงฟระเนี่ย อยู่แถวๆ ที่ทำงานนี่เองนี่นา"

+ โรงดังกล่าว ไม่ใช่เครือ Major Hollywood ที่ 5 แยกปากเกร็ดนะครับ (โรงนั้นเคยไปดูแล้วมีเสียงลำโพงแตก เข็ดเยย) แต่เป็นของค่าย Major จริงๆ เพิ่งสร้างได้ไม่นาน อยู่ตรง The Avenue ข้างๆ Big C แจ้งฯ นี่เอง ... พี่ก็เลยเลือกดูรอบ 18:40 พอไปถึง 6 โมงครึ่ง ตอนไปซื้อตั๋วพนักงานขายตั๋วเค้าก็ยิ้มๆ แล้วก็ถามว่า "คุณดูหนังไปจะหนาวไปมั้ยคะเนี่ย เพราะคุณเป็นลูกค้าคนเดียวที่ซื้อตั๋วตอนนี้" ... พี่ก็เลยถามยิ้มๆ กลับไปว่า "กล้าฉายมั้ยล่ะครับ? ถ้ากล้าฉาย ผมก็กล้าดู (ฮา!)"

+ พนักงานฉีกตั๋วกับที่หน้าโรงก็ต้อนรับดีมาก (ผิดกับโรง Major แถวๆ ในเมือง) มีการทำเสียงตื่นเต้นด้วยว่า "มีลูกค้าคนนึงแน่ะ!" ... ปรากฏพี่เข้าโรงตรงเวลาเป๊ะ พอหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ปุ๊บ เค้าก็เปิดหนังตัวอย่างให้ดูเลย จนเวลาผ่านไปเกือบ 30 นาที ก็ยังไม่มีใครเข้ามาอีก ... สรุป Simpsons รอบเมื่อวาน พี่ดูคนเดียวทั้งโรงเลยครับ (เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต ถัดจากเรื่อง 13 Tzameti ที่เฮาส์เมื่อไม่นานมานี้)

+ หนังฮาเสียสติมั่กๆ (พี่ชอบพวก black comedy อยู่แล้ว) ถึงจะเก็ตหลายๆ มุกแบบไม่ลึกซึ้ง แต่มุกโดยทั่วๆ ไปก็โดน และฮากระจาย ... อย่างมุก Titanic, Inconvenient truth, ทั่นปธน.ชวาเซเนกเกอร์, ทอม แฮงคส์, EPA + หน.หน่วย, สไปเดอร์พิก ฯลฯ ... พี่นั่งหัวเราะขำกลิ้งเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวในโรงอ่ะครับ 555

+ ต้องขอขอบคุณ พนักงานทุกคนที่โรง เมเจอร์ แจ้งวัฒนะด้วยครับที่มารยาทดี มี Service mind สุดๆ (พี่รอดูอยู่ในโรง จนเกือบจบ end credit เค้าก็ไม่ปิดจอไล่ และพอดูจบเดินออกมาจากโรง ก็ยังยิ้ม ขอบคุณ โค้งแล้วโค้งอีก) น่ารักแบบนี้ เห็นทีวันหน้าต้องไปใช้บริการบ่อยๆ แล้นอ่ะครับ เหอะๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:11:26:09 น.  

 
ลป. ลืมเขียนไปว่า แถมความตั้งใจ (+หมั่นไส้) ก็ประสบความสำเร็จด้วยอ่ะครับ ... เพราะเมื่อวานเสียค่าตั๋วแค่ 100 เดียว!!!


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:11:29:37 น.  

 
ในฐานะที่ติดตามครอบครัวตัวป่วนนี้มานานหลายปีทาง UBC ก็บอกเลยว่าหนังเรื่องนี้คุ้มค่ามากครับ

ตอนแรกผมก็กลัวว่ามันจะแป้กเหมือนกัน หรือไม่ก็สร้างซะอลังการเกินตัว จนจะพาลพาการ์ตูนรายสัปดาห์เรื่องนี้ลงเหวไป (jump the shark)
แบบเดียวกับ The Powerpuff Girls ที่หลังจากสร้างเป็นหนังสุดสวย+สุดมันส์มาแล้ว ก็หายไปจาก Cartoon Network อย่างถาวร
แต่หลังจากหนังจบ ผมก็พบว่าค่าตั๋วที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าสุดๆ ทุกบาททุกสตางค์ ความเป็น Simpsons นั้นยังอยู่ครบเครื่อง ไม่ตกหล่นไปเลยแม้แต่น้อย

- โฮเมอร์ ก็ยังเป็นผู้นำครอบครัวที่ห่วยแตกและชุ่ยได้เสมอต้นเสมอปลาย แต่ก็กลับมากอบกู้สถานการณ์ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายเช่นกัน
- มาร์จ ก็ยังเป็นเป็นคุณแม่ผู้แสนอดทนและห่วงใยอยู่เช่นเดิม ("ผู้หญิงอย่างเราทนได้ตลอดไปอยู่แล้ว") แต่ก็นั่นแหละ มีผัวแบบนี้มันก็ต้องหลุดกันบ้าง
- บาร์ท ก็ยังเป็นลูกชายตัวแสบป่วนเมืองเหมือนเดิม แต่เมื่อยามมีภัยก็ร่วมมือกับพ่อจนกู้วิกฤตได้
- ลิซ่า ก็ยังเป็นจอมอุดมการณ์ตัวน้อยอยู่ไม่เปลี่ยน และก็ถูกผู้ใหญ่ทั้งหลายละเลยเหมือนทุกครั้ง
- แม็กกี้ ก็ยังไม่โตซักที แต่เธอพูดคำแรกได้แล้วในหนังเรื่องนี้
- เน็ด แฟลนเดอร์ส เพื่อนบ้านคริสเตียนผู้แสนดี ในการ์ตูนมักจะทำตัวธรรมะธรรโมไปจนถึงคลั่งศาสนา แต่ในหนังนี่พี่แกได้บทดีมาก ได้ใจผมไปเต็มๆ เลย
- และยังมีชาวเมืองสปริงฟิลด์อีกมากมายที่มาโผล่ในหนัง มีบทมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป ซึ่งแต่ละคนก็แสดงบุคลิกส่วนตัวออกมาได้แบบไม่ผิดเพี้ยนเลย

หนังเรื่องนี้ยิงมุขกระจายจริงๆ ครับ ถ้าจะบอกว่ามันทำให้หนังเสียเอกภาพมันก็จริงอยู่ แต่ถ้าคิดเสียว่ามันเป็นหนังตลกมันก็จบเรื่องครับ
การ์ตูนบั่นทอนปัญญาอย่างคุโรมาตี้ยังแย่กว่านี้หลายเท่า หรือการ์ตูนฝรั่งรายสัปดาห์อีกเรื่องอย่าง Family Guy ยิ่งแย่เข้าไปอีก
(ถ้าคิดว่า The Simpsons ไร้เอกภาพล่ะก็ Family Guy ก็อนาธิปไตยเต็มขั้นล่ะครับ ผมดูๆ ไปบางทียังรำคาญเลย)
แต่ถึงหนังจะมีมุขมากก็เถอะ คนที่จะดูสนุกต้องมีความรู้รอบตัว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหนังมากพอดู
(ที่เห็นๆ ก็มีล้อเลียน 2001: A Space Odyssey, Titanic, Austin Powers, Walt Disney, Mystery Science Theatre 3000 เป็นอาทิ)
แบบเดียวกับเวลาดู Scary Movie แล้วต้องรู้ว่าล้อเลียนต้นฉบับเรื่องอะไรนั่นแหละ ไม่งั้นก็ไม่ขำ
ส่วนความรู้เกี่ยวกับ The Simpsons ฉบับการ์ตูนนั้น ไม่จำเป็นมากนัก แต่ถ้ารู้แล้วก็จะสนุกขึ้นอีกมาก
เช่น มุข Itchy & Scratchy แมวกับหนูคู่อาฆาต (ที่เป็นการ์ตูนซ้อนการ์ตูน) มุขคัดลายมือบนกระดานดำของบาร์ท หรือมุขเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่บาร์ทใช้ตอนเปิดการ์ตูนรายสัปดาห์มาตลอด (เว้นแต่คราวนี้แก้ผ้า)

เรื่องแก้ผ้านี่ก็สำคัญเหมือนกันครับ
สำหรับ กบว. ไทยผมไม่ห่วง เพราะมี ๒ มาตรฐานเสมอ มาตรฐานนึงสำหรับหนังไทยและการ์ตูนญี่ปุ่น อีกมาตรฐานนึงสำหรับหนังฝรั่ง
ฉะนั้นชินจังจึงต้องเซ็นเซอร์ช้างน้อย ชิซูกะจังต้องห้ามแก้ผ้าอาบน้ำ แต่บาร์ทนั้นเห็นจู๋ได้
แต่ที่ผมตกใจก็คือเพราะเรื่องนี้มันมาจากอเมริกา ที่ซึ่งคน อ่อนไหวกับเรื่องภาพเปลือยเด็กมากๆ
อ่อนไหวเข้าขั้น "บ้า" พอๆ กับที่ กบว.ไทยเซ็นเซอร์ช้างน้อยชินจังนั่นแหละครับ คือไม่แยกแยะว่ามันเป็นภาพอนาจารเด็กหรือหรือภาพเปลือยแบบบริสุทธิ์
การ์ตูนของ Cartoon Network หรือ Disney จะไม่มีวันปล่อยภาพจู๋เด็กออกมาเด็ดขาด ผลก็คือจะเห็นแต่ตูดเด็กเต็มไปหมด ส่วนด้านหน้าจะมีอะไรบังไว้ตลอด
การ์ตูนญี่ปุ่นเช่น Dragon Ball ที่เอาไปฉาย ก็จะเซ็นเซอร์จู๋ของโกคู (ตอนเด็ก) เอาไว้
แม้แต่ในเรื่อง The Simpsons ที่ฉายรายสัปดาห์ก็ตาม ก็ไม่เคยปล่อยภาพแบบนี้หลุดออกมาเลย ฉะนั้นในหนังโรงนี้จึงเป็นครั้งแรกที่คนได้เห็นจู๋ของบาร์ท
ในทีแรกที่เห็น ผมช็อกไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นพอหายช็อกแล้วก็คิดว่า "คงเป็นนิ้วมือละมั้ง เดี๋ยวคงเฉลยตอนท้ายเรื่อง"
นั่งดูจนจบเครดิต ก็ปรากฏว่าไม่เฉลย เลยลองเข้า IMDB ดู ปรากฏว่าได้เรื่องเลย คนพูดถึงฉากนี้กันตรึม ส่วนใหญ่บอกว่าฮา แต่บางส่วนก็ด่า (เป็นส่วนน้อยเอามากๆ และมักเป็นพวกคริสเตียน)
ผมยกนิ้วให้ทีมสร้างครับว่า "กล้า" จริงๆ คือกล้าทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย
มันก็แค่จู๋เด็ก...
การที่ผมช็อคเมื่อได้เห็นฉากนั้นในทีแรก แสดงว่ามาตรฐานการเซ็นเซ่อของ กบว.ไทย และความอ่อนไหวเกินเหตุของสื่ออเมริกัน ได้แทรกซึมเข้าในสมองผมแล้ว
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหน่อยผมคงต้องทำแบบ เฮียเน็ด แฟลนเดอร์ส ที่ใส่กางเกงในเวลาอาบน้ำทุกครั้ง เพราะแกไม่อยากเห็นของตัวเอง มันบาป...



โดย: DTRY IP: 203.155.228.199 วันที่: 21 สิงหาคม 2550 เวลา:3:11:20 น.




ชอบๆ มากๆครับ

ผมดูที่ฝรั่งเศสนะครับ เค้าพากษ์ได้เหมือนมากๆเลย สนุกสนานทีเดียว

เป็นแฟนครอบครัวนี้มานานแล้วครับ ตื่นนอนมาก็เปิดดู...ใกล้นอนก็มีฉายอีก...

สนุกครับ








โดย: เด็กสด IP: 222.123.148.9 วันที่: 23 ตุลาคม 2550 เวลา:8:26:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.