+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {The Best of 2008} : “5 หนังดี ..in My Home” ...ที่สุดแห่งความประทับใจของผม




ขอสวัสดีปีใหม่ 2552… และยินดีต้อนรับ ทุกๆท่านเข้าสู่การสรุปทุกความรู้สึกของผม OncE UPoN'-'a MaN ที่มีต่อเรื่องราวของภาพยนตร์ ใน 365 รอบวันที่ผ่านมา ในปี 2551 ที่เพิ่งพ้นไป ...กับ "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" {The Best of 2008} นะครับ...



หลังจากเมื่อวันก่อนได้เปิดประเดิมสาขาที่ว่ากันถึงหนังทั้งเรื่อง..ในทางไม่ชอบ(ลามถึงว่าแย่)ไปแล้ว ...อีกทั้งก่อนหน้าก็ยังมีการสรุปถึง การแสดง และฉาก ที่เป็นที่สุดแห่งความประทับใจล่วงไปเรียบร้อย (ย้อนกลับไปดูได้..โดยคลิกที่แบนเนอร์ข้างล่างครับผม)







นี่ก็มาถึง เวลาที่ผมจะได้ประกาศความประทับใจในส่วนของหนังที่ได้ดูจากทางบ้าน ..โดยการพึ่งพา DVD หรือว่า VCD ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ในปีที่ผ่านมา ..ก็ยังถือเป็นอีกปีที่ผมค่อนข้างจะมีโอกาสได้ดูหนังที่บ้าน น้อยกว่าในโรงอย่างเห็นได้ชัด ...ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของเวลาอยู่บ้านไม่นำพาให้ได้ดู หรือถ้าว่างทั้งที ก็มีใจโอนเอนไปหาหนังโรงมากกว่า ..แต่ผมก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย ที่ยังพลาดหนังดีๆอีกหลายเรื่องที่ตั้งโปรแกรมว่าจะดูไว้ เล็งๆไปว่าอยากเช่า... แล้วพอยิ่งเป็นพวกที่ซื้อมาด้วยแล้ว ก็ได้แต่เอามาเก็บๆสุ้มๆไว้ให้ฝุ่นมาจับเล่น

แม้ทว่า การดูหนังอยู่ที่บ้าน มันจะพาให้เพลิน มอบความสนุกได้ไม่เต็มที่เท่าที่จะควรรู้สึกได้เหมือนตอนอยู่ในโรงที่จัดภาพเต็มตา มีเสียงที่ดังกระหึ่ม ...หากกระนั้นแล้ว ถ้าลองได้ชื่อว่าเป็นหนังดีแล้วละก็ มันย่อมที่จะสามารถให้อารมณ์อินได้เท่าที่หนังแต่เรื่องจะมีให้เป็นอรรถรสกับเราได้

และ 5 เรื่อง ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ก็ได้ผ่านการคัดเลือกสรรหาจากผม พร้อมกับขอรับรองว่า นี่คือ หนังที่คุ้มค่า และควรค่าแก่การหามาดู เพราะผมทั้งเชื่อและกล้ารับประกันว่ามันจะทำให้คุณได้รู้สึกประทับใจไม่มากก็น้อย อย่างแน่นอน




The Best of 'Movie' ..in My Home
หนังที่เป็นสุดแห่งความประทับใจ..ในบ้าน




อันดับที่ 5

นี่ถือเป็นเรื่องเดียวที่แตกต่างจากใครเพื่อนด้วยกัน ...เพราะมันไม่ใช่หนังที่มีเป้าประสงค์ต้องการฉายโรง ..หากพร้อมจะลงสู่จอทีวีในบ้านทันที และมีการแบ่งเป็นตอนๆ เพื่อสานต่อเรื่องราวให้ได้เต็มอิ่ม จุใจ และจะใส่อะไรร้อยพันเพิ่มเข้าไปก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับข้อแม้ว่าทุกอย่างต้องลงตัว

และนี่ก็คือ นิยามของ “ซี่รีส์” ..หนัง(หรือว่าตามความเข้าใจของคนไทยก็คือ “ละคร”) ที่สามารถจะต่อความยาว สาวความยืด เท่าใดก็ทำไป ..เพราะไม่จำเป็นต้องมีข้อบังคับมาบีบจำกัดว่าจะต้องไปจบลงบริบูรณ์ ณ จุดไหน ...เรียกว่าถ้ามีเงินทุน มีแรง และมีสมองคิดต่อยอดแตกหน่อไปได้เรื่อยๆ ก็ทำไปเลย ..ขอเพียงแค่ให้คนดูยังรู้สึกอยากติดตามมันไปเรื่อยๆ เป็นพอ

อย่างเช่น ซีรี่ส์ที่จะกล่าวถึงนี้ ...ผมยอมรับเลยว่า ผมเชยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่เพิ่งจะได้มาติดตามเอาในเวลานี้ที่หลายคนอีกเป็นล้านๆ เขาผ่านตากันไปได้ตั้งกี่ร้อยตอนแล้ว

แต่กระนั้น ก็คงไม่สายเกินไปหรอกนะ ถ้าจะบอกว่า ... ผมก็จะประพฤติตนเป็นคนหนึ่งที่ขอปวารณาตัวร่วมเป็นแฟนซีรี่ส์เรื่องนี้ได้ตามติดไปด้วยอีกคน

ความสนุกของซีรี่ส์เรื่องที่ว่านี้ ..มันจะเป็นไป ด้วยการขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา ที่เราต้องตามติดการต่อสู้ของชายผู้หนึ่ง ในระยะเวลา 1 วัน ...ที่จะต้องเจอทั้งบททดสอบในความทรหดอดทน การชิงไหวชิงพริบ การถอดเงื่อนงำความลับ และรวมไปถึงการประทะทั้งทางอาวุธ และจิตวิทยา ซึ่งเหล่าผู้ร้ายจะงัดมันออกมาเพื่อลองทั้งฝีมือ และวัดใจว่า เขาจะแข็งแกร่งพอให้อยู่รอดมีชีวิตไปถึงวันถัดไปได้หรือไม่

อย่างในปีที่เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งพยายามจะสะท้อนตัวตนของชายที่ชื่อ “แจ๊ค บาวเออร์” ออกมาอย่างเด่นชัดในหลายๆทาง ..เราก็จะพบการบงการหาทางกดดันนานัปการของเหล่าร้าย ที่พยายามจะหมายเอาชนะผู้ขัดขวางให้จนได้ ...อันจะมีตั้งแต่การซ่อนนกต่อในองค์กร การใช้ครอบครัวพระเอกเป็นเครื่องต่อรอง อีกทั้งยังจะมีแผนซ้อนแผนมาดำเนินการต่อ ถ้าความผิดพลาดใดๆได้เกิดขึ้นในทันที

ผมเข้าใจแล้ว ที่ว่า ทำไมใครต่อใครที่ได้ดูซีรี่ส์นี้แล้ว ..จึงจะต้องรู้สึกอยากยอมปวารณาตนเป็นแฟน และกระหายใคร่รู้ว่าเรื่องราวในซีซันต่อๆไปจะดำเนินไปในทางไหนด้วยใจจดจ่อ

เพราะผมเองก็กำลังเป็น ..และจะต้องหาทางฟาดฟันอีก 6-7 ซีซันให้จบโดยด่วนในปีนี้ ...ก่อนที่ปีหน้า จะมีฉบับฉายโรง ได้ฤกษ์สานต่อเป็นครั้งแรก




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “24 : Season 1”




อันดับที่ 4

ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีวุ่น เสียทุกที สำหรับหนังในตระกูลโรแมนติกไป มีขำไป (รอมคอม) ..และก็ไม่เว้นกับเรื่องนี้ ที่เกิดเหตุเพราะนายคุณพ่อตัวดี ดันมีกิ๊กกั๊กกะผู้หญิงถึง 3 คน ..และทั้ง 3 คนก็มีสิทธิ์เป็นแม่ของเจ้าหนูพยานตัวน้อยได้หมด ติดอยู่ที่ว่าพระเอกเป็นคนรู้ว่าใครคือคนนั้นๆ ...แต่หนูน้อย และคนดูเราๆ ใบ้กิน

มันเลยตกเป็นที่หน้าที่ของคนดูเราๆที่จะต้องทายกันเข้ามา ว่าใครคือตัวจริง?

ความสนุกมันอยู่ตรงที่.. นี่เป็นหนังรอมคอมที่ไม่ใช่แค่มาโชว์ความหวาน ความน่ารัก งอนกันไปมางอนกันมา ของพระนางไปเรื่อย ...แต่มันกลับแฝงความฉลาดในแบบที่เราไม่ค่อยจะได้เห็นจากหนังแนวๆนี้ ที่ทำให้เราต้องนั่งยิ้มไป และก็คิดไปพร้อมๆกัน ..เป็นการบริหารสมองที่ไม่เคยได้ใช้งานหนักเท่านี้ สำหรับรอมคอมสักเรื่องเลยทีเดียว

และอีกอย่างที่หนังเรื่องนี้ทำไว้ได้ดีมากๆ คือ การนำเสนอแง่มุมของความรักที่ไม่เชิงว่าสดใสไปทั้งหมด ..บางครั้งบางเวลามันก็มีความขมขื่นแฝงอยู่ เพราะชีวิตจริงของเรา มันก็ต้องมีห้วงเวลาที่ความรักไม่ช่วยอะไร แต่ก็อยู่ต่อไปเพื่อให้ชีวิตก้าวหน้าอย่างไม่มีทางเลี่ยงเช่นกัน ..และน้ำเลี้ยงที่พระเอกในเรื่องมี ก็ไม่ใช่เพราะหนึ่งใน 3 คนนั้น แต่เป็นลูกสาวหนึ่งเดียว ที่ถือกำเนิดมาจากความรักและความห่วงใยโดยแท้จริง

ดีไม่ดีที่ผมชอบหนังเรื่องนี้ ..ก็คงจะเป็นเพราะความรักในหนังที่มันสัมผัสได้ (ซึ่งพักนี้มีรอมคอมน้อยเรื่องจะทำได้อย่างจริงใจเท่านี้..) มากกว่าความที่มันทำให้เราได้สนุกกับการแก้ปริศนาใจว้าวุ่นเสียอีก




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Definitely, Maybe”




อันดับที่ 3

จากการเป็นพระเอกหนุ่มที่โดนตีตราว่า เล่นแข็งเป็นสากกระเบือบ้าง ..เลือกหนังเล่นไม่เป็นบ้าง ..กระทั่งว่าเคยมีความรักกะสาวสะโพกยักษ์ชื่อย่อ เจ.โล. (ไม่มีใครรู้เล้ยยยย ว่าเป็นใคร?) ก็ค่อนขอดว่า ไม่น่าจะเป็นเนื้อคู่กันได้เลย (แต่ก็ดีที่ว่าท่าจะจริง.. เพราะหนังที่เคยเล่นด้วยกัน เจ๊งยับมาแล้วนี่)

แต่วันนี้ภาพของคนที่เคยถูกมองเมิน ..ก็ได้ถึงเวลาต้องเปลี่ยนไป และเป็นการเปลี่ยนที่ไม่เชื่อก็ต้องเขื่อว่าเขาทำได้

คือ การกำกับหนัง ..งานที่ว่าหินกว่าการแสดงหลายเท่านัก แต่ “เบน เอ๊ฟเฟล็ค” ทำมันได้ และทำได้ดีอย่างมากๆเกินความคาดหวังอีกต่างหาก

แม้จะมีใครแก้ต่างแทนว่าก่อนหน้าเขาก็เคยเขียนบทจนได้ออสการ์จาก “Good will Hunting” มาประดับบารมีแล้ว.. แต่ผมก็ยังไม่เชิงว่าจะเชื่อได้ที่สุด เพราะที่ต้องเข้าใจก็คือ ..มือเขียนบทออสการ์ ก็เคยพลาดท่ากับงานกำกับมาหลายรายแล้ว

แต่พี่เบน ก็เป็นอีกคนที่มีฝีมือมากพอจะพิสูจน์และพาตัวเองให้รอดพ้นข้อกล่าวหานั้นไปได้ ...อีกทั้งยังเป็นการเปิดตัวที่น่าประทับใจ ในหนังเรื่องแรกที่เริ่มต้นก็มาทางหนักและหน่วงแล้ว ..เรียกว่า มีน้อยคนจะกล้า ถ้าไม่แน่จริง

นอกไปจากความสนุกของหนังในแบบฉบับการสืบสวนผสมทริลเลอร์ ซึ่งจะต้องหาว่าใครคือตัวการของการจับตัวเด็กเรียกค่าไถ่ และสาเหตุใดเขาถึงทำอย่างนั้นได้ลงคอ ...นี่ยังเป็นหนังที่มีการวิเคราะห์ทางจิตวิทยาเอาไว้ได้ดีมากๆ พร้อมกับตั้งคำถามทางศีลธรรม ที่ตัวละครพระเอกจะต้องเลือกว่าจะยอมยกให้ ความถูกต้อง หรือความสมควร ..ฝ่ายไหนเป็นผู้ชนะ?

ถ้า “The Dark Knight” ..จะเป็นความประทับใจอย่างรุนแรง ในแง่ของการตั้งคำถาม โดยใช้ฉากเรือเฟอร์รี่ ทำการหย่อนศีลธรรม ลงไปให้กับคนสองฝักสองฝ่าย ที่อยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตายมีเท่าเทียม ต้องตะครุบอย่างไม่มีทางเลือก ..หนังเรื่องนี้ ก็จะมีความคล้ายคลึงในแง่ของสาส์นที่อยากสื่อ แต่การสานประเด็น และคำตอบที่ได้ กลับสะท้อนใจอย่างหนักหน่วงกว่ามาก โดยใช้ช่วงเวลา 10 กว่านาทีสุดท้าย กดดันให้คนดูมีจิตที่สั่นไหวสะเทือนสะท้านยิ่งนัก

เพราะไม่ใช่แค่ว่า มันจะเป็นทางเลือกที่หมายถึงชีวิตในวันข้างหน้าของเด็กน้อยคนหนึ่ง ..แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่พระเอกต้องยอมรับผล และยอมที่จะต้องทนอยู่กับมันไปทั้งชีวิต ...ถึงสุดท้ายจะเจอเข้ากับความทรมาน ก็ช่วยอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

จากที่แต่แรกคิดว่า คงเป็นหนังทริลเลอร์ดีๆสักเรื่องที่ดูเอาความเข้มข้นและสนุกก็ถือว่าคุ้ม ...ไปๆมาๆ กลับได้มากกว่าที่คิด และเป็นสิ่งที่มีมาก ให้คลั่งค้างฝังใจ จนยากจะลืมเลือนเสียอีกต่างหาก




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “Gone Baby Gone”




อันดับที่ 2

เรื่องราวของคนใกล้ตาย 2 คน ที่ได้มาพบและรู้จักกัน โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ คนหนึ่งมีความฝัน ส่วนอีกคนมีความรวย..และคนสองคน ก็เลือกที่จะเดินร่วมทางเส้นเดียวกัน เพื่อช่วยสานฝันก่อนตายให้เป็นความจริง

แม้หน้าหนังมันจะโชว์ความแก่กันสุดๆ ด้วยภาพของชายชราสองคนที่คอหนังรู้จักตัวจริงของพวกเขากันในนาม “แจ๊ค นิโคลสัน” และ “มอร์แกน ฟรีแมน” ..แต่ก็ใช่ว่านี่จะเป็นหนังที่เหมาะสำหรับให้คนแก่ดูเพียงวัยเดียวเท่านั้น

มิหนำซ้ำ นี่น่าจะเป็นหนังที่คนทุกวัยสามารถสนุกกับมันได้ ..ไม่ว่าจะด้วย เพราะการแสดงของชายชราทั้งสอง ที่ต่างคนต่างก็เป็นเซียนในการวาดลีลาอยู่แล้ว หรือกระทั่งว่าการเดินทางแสนลั้ลลาของตัวเอก ที่เรียกได้ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ รวมไปถึงอาจจะมีการเสียน้ำตาให้.. ที่กลายมาเป็นหนังดรามา อันน่าประทับใจ ที่พูดถึง การใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แม้จะรู้ว่าเวลาที่จะได้ใช้เหลือน้อยเต็มที

ผมว่านี่เป็นหนังเสริมสร้างกำลังใจดีเด่น ที่ควรจะให้รางวัลชนะเลิศ ในรอบปีก่อนได้เลยทีเดียว ..โดยเฉพาะถ้าช่วงเวลาที่คนดูกำลังรู้สึกท้อแท้ เบื่อโลก ถึงกระทั่งว่าอยากตาย ..หนังเรื่องนี้ ควรค่าแก่การจะเปลี่ยนความคิดได้ และทำให้เรามองโลกในมุมบวกกว่าที่เป็นอยู่

หากแม้ว่าตอนจบของหนังเรื่องนี้ คนในเรื่องจะเศร้าสลด (สปอยล์กันตรงๆ ..ให้ไม่ต้องเดาเลย) ..แต่คนดูอย่างเราๆ จะได้รับความรู้สึกสุขใจ ที่คุ้มค่าต่อการอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อรอคอยให้ถึงวันสิ้นอายุขัยของจริงกันไปเลยซะดีกว่า




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “The Bucket List”




และ...อันดับที่ 1

นี่ถือเป็น หนังดรามาที่ช่วยหน่วงหนังตาได้ดีมากๆ เวลาที่เรารู้สึกง่วงนอน พักผ่อนไม่เต็มที่ หรือบางทีก็แค่รู้สึกว่าน่าเบื่อ!!!

แต่กับ ผมไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่งในข้างบนอย่างแน่นอน ..เพราะถ้าจะเป็นอันดับสูงสุดได้แล้วอย่างนี้ ปัจจัยความอยากหลับก็ให้ตัดไปได้เลย

เพราะที่เหลือที่เป็นหนังเรื่องนี้ ..ล้วนแต่คือ ความยอดเยี่ยม ที่ผมรู้สึกและสัมผัสได้ตลอดเวลาความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง... ที่ถ้าไม่อินตามกันไปแต่แรก ก็คงจะไม่ต้องนับเวลาให้ถึงชั่วโมงที่ 2 ก็อาจจะ Stop ดีวีดี แล้วหนีไปนอนของจริง

ไม่ว่าจะด้วยเพราะการแสดงครั้งที่ดีที่สุด ครั้งหนึ่งของพี่หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวนาม “แบรด พิตต์” หรือว่าการสำแดงฝีมือที่น่าตรึงใจของ “เคซี่ย์ เอ็ฟเฟล๊ค” (น้องชายของพี่เบน..ที่เล่นเป็นพระเอกเรื่องข้างบนอีกด้วย) ..ไปจนถึงงานกำกับที่สุดจะเฉื่อย แต่ไม่เอื่อยความมีพลัง และน่าติดตาม รวมทั้งที่น่าประทับใจเป็นที่สุด ก็คือ การกำกับภาพของ “โรเจอร์ ดีคินส์” ที่โคตรจะงดงาม แต่แฝงความอึมครึมเช่นเดียวกับเรื่องราวชองหนังเอาไว้ได้อย่างลงตัวสุดๆ

ถือได้ว่า น่าแปลกใจสุดๆ ที่เกือบ 3 ชั่วโมงของผม มันผ่านไปรวดเร็วมากๆ อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว.. ทั้งๆที่ปกติหนังที่ใช้เวลาราวๆนี้ แล้วเล่าอย่างเนิบ จะทำให้หลับแล้วหลับอีกได้เรื่อยๆ

ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นได้ ..มันก็คงจะเป็น เพราะความมีพลังของหนัง อันห่อหุ้มความเข้มข้นทางอารมณ์เอาไว้ สามารถจะขับเคลื่อนความรู้สึกร่วมของผม ให้คล้อยตามไปกับหนังได้

นี่คือหนังดูน่าง่วงชวนหลับ ที่อาจไม่ใช่ว่าเยี่ยมเท่า "There Will Be Blood" ..แต่ก็ใกล้เคียง ในความชอบ




เรื่องๆนั้น ก็คือ... “The Assassination of Jesse James by the Coward Robert Ford”







ทั้งหมดทั้งมวล ทั้ง 5 เรื่อง ...คือ บทสรุปความประทับใจเป็นที่สุด กับหนังดูในบ้าน ของผม ตลอดทั้งปีที่แล้ว..ที่น้อยเอาอย่างมากสำหรับคอหนังอย่างผม

และเห็นเป็นเช่นนั้นแล้ว ..ก็เลยทำให้ปีนี้ ผมแอบทำสัญญาใจไว้กับตัวเอง ว่าจะต้องเข้มข้น และเข้มงวดกับการดูหนังที่บ้านให้มากขึ้น ...โดยเฉพาะกับบรรดาซีรี่ส์ต่างๆ ที่ยังเหลืออีกบานหทัยให้ตามเก็บ ไม่ว่าจะเป็น 24 (ซีซันที่เหลือ), Prison Break, Heroes, Lost ฯลฯ (ก็เรียกได้ว่า ..คงต้องแอบชั่ว มั่วของผีกันบ้างแหละ อิอิ) หรือจะเป็นหนังดีๆอีกมากมายที่คนนู้นก็แนะคนนี้ก็ชี้นำ และทำให้ผมต้องแอบเครียดที่รู้สึกว่าตัวเองได้พลาดอะไรไปมากมายในชีวิตนี้ (ขนาดนั้นเลย!!! .. 555+)

แล้วของคุณล่ะครับ มีหนังเรื่องไหนบ้างที่ดูอยู่กับบ้าน ไม่ว่าจะจาก VCD หรือ DVD (หรือถ้าสุดๆไปเลยก็ Blu-ray) แล้วทำให้คุณรู้สึกรัก ประทับใจ และมีความทรงจำดีๆที่ทำให้คุณยังคงจดชื่อไว้ในลิสต์ยอดเยี่ยมมาจนถึงตอนนี้ ...อยากจะรู้ว่าคุณและผม คิดเหมือนกันหรือเปล่า ?


แล้วพบกันในวันจันทร์หน้า เป็นหนสุดท้าย และท้ายที่สุด กับ {The Best of 2008} ในสาขา "10 หนังที่สุดแห่งความประทับใจ ..in Cinema" ครับผม




Create Date : 15 มกราคม 2552
Last Update : 16 มกราคม 2552 13:24:35 น. 2 comments
Counter : 1635 Pageviews.

 
ของพี่ ขอเป็นหนังเก่าๆ (ไม่มากนัก ส่วนหนังคลาสสิคขึ้นหิ้งไปแล้ว หรือได้ดูซ้ำ จะไม่นับมารวมด้วย) ที่ได้ดูผ่านตาทางเคเบิลทีวี หยิบเอาเรื่องที่ยังอยู่ในความทรงจำมาพูดถึงรวม 15 เรื่อง ดังนี้ ...

15. Disturbia
+ เป็นหนังทริลเลอร์ที่ดูสนุกใช้ได้ทีเดียว เสียแต่ว่าความ “สมัยใหม่” เกินไปของหนัง ทำให้อารมณ์สะพรึงในแบบที่หนังทริลเลอร์ยุคเก่าๆ สามารถมอบให้แก่คนดู ไม่ค่อยหลงเหลือในหนังเรื่องนี้

14. Zodiac
+ เป็นอีก 1 หนังดีของ ผกก.เดวิด ฟินเชอร์ ที่ถูกมองข้ามจนถึงกับไม่ได้นำมาฉายในโรงเมืองไทย ... สาเหตุน่าจะเป็นเพราะความยาวเกินไปนิดของตัวหนัง และวังวนอันหาทางออกไม่ได้ จนทำให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย

13. Reign Over Me
+ พอ อดัม แซนด์เลอร์ เอาบุคลิกบ้าๆ บวมๆ ของเค้ามาปรับใช้กับหนังเรื่องนี้ ให้กลายเป็นคนจิตตก เพราะช็อค เนื่องจากครอบครัวของเขาประสบอุบัติเหตุ 911 เลยทำให้ดูแปลกตา แต่ก็น่าเชื่อถือทีเดียว

12. Sicko
+ สารคดีจิกกัดระบบสาธารณสุขอันห่วยแตกของอเมริกา โดย ผกก.ไมเคิล มัวร์ เจ้าเก่า ... ให้อารมณ์ “โฆษณาชวนเชื่อ” มากไปหน่อย ไม่งั้นจะชอบมากกว่านี้

11. Wolf creek
+ หนังแนว Slasher บรรยากาศสุดหลอกหลอน โดยอาศัยความรกร้างว่างเปล่าของดินแดนห่างไกลในออสเตรเลียเป็นฉากหลัง และทำออกมาได้ “สิ้นหวัง” ดี

10. The three burials of Melquiades Estrada
+ ว่าด้วยเรื่องของ “คนชายขอบ” แถวตะเข็บชายแดน อเมริกา – เม็กซิโก ถึงจะชวนง่วงไปนิด แต่ ผกก. ทอมมี ลี โจนส์ ก็สร้างมันออกมาได้อย่างดูดีมีระดับ

9. Punck-drunk love
+ คู่รักรสประหลาดฝาดเฝื่อน แต่เก๋ใช่หยอก อดัม แซนด์เลอร์ กับเอมิลี วัตสัน ดูไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่เคมีของทั้งสองคนในหนังก็ดูใช้ได้ทีเดียว ฝีมือกำกับของ ผกก. คนเก่ง พอล โธมัส แอนเดอร์สัน (There will be blood , Magnolia)

8. Apocalypto
+ โหดเลือดสาด แต่ตื่นเต้นโคตรๆ ทำเอาอะดรีนาลินพุ่งกระฉูดไปทั้งตัว

7. Breaking and entering
+ ผลงานการกำกับเรื่องสุดท้าย ของ ผกก.แอนโธนี มิงเกลลา สัญลักษณ์และความหมายต่างๆ ที่ใส่เข้ามาในหนังดราม่าเรื่องนี้ อยู่ในระดับที่น่าสนใจ และดูสนุกทีเดียว จูเลียต บิโนช ได้ปลดปล่อยฝีมืออันยอดเยี่ยมของเธออีกครั้ง

6. The illusionist
+ อีก 1 หนังนักมายากล นอกเหนือจาก The prestige ที่ถึงแม้จะเป็นคนละอารมณ์ แต่ก็ดูสนุกมากทั้ง 2 เรื่อง สำหรับเรื่องนี้จะมาในแนว “หนังที่ถูกสร้างจากหนังสือ” คือดูเป็นนิยายมากกว่า เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน โคตรจะเท่ห์

5. Fido
+ Coming-of-age จากอังกฤษ ว่าด้วยโลกในยุคที่มีการเลี้ยง “ซอมบี้” ไว้ใช้งานแทนหมา! เป็นตลกร้ายที่น่ารัก แต่ก็จิกกัดได้แสบๆ คันๆ โคตรๆ แครี่ แอน มอส เป็นคุณแม่ที่สวยเหลือเกิน

4. Stranger than fiction
+ ไอเดียของพล็อตสุดเจ๋ง เมื่อชีวิตที่แสนน่าเบื่อของชายคนหนึ่ง กลายเป็นนิยายในหนังสือของนักเขียนชื่อดังอีกคน แล้วเขาจะทำอย่างไรเมื่อเธอเป็นนักเขียนที่นิยม “ให้ตัวเอกตายตอนจบ” ?!?

3. Notes on a scandal
+ อารมณ์ดราม่าที่ 2 สาวสุดเจ๋งอย่าง เดม จูดี้ เดนช์ กับ เคทท์ แบลนเชทท์ แสดงออกมา ทำให้หนัง “โรคจิต หญิง-หญิง” เรื่องนี้ ดูแล้วเขย่าขวัญสั่นอารมณ์เลยทีเดียว

2. Children of Men
+ จะทำอย่างไร เมื่อผู้หญิงทั้งโลกหยุดการตั้งครรภ์ แล้วถ้าเกิดมีขึ้นมาสักคน เธอจะมีค่าขนาดไหน ... ผกก. อัลฟองโซ คัวรอง ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังไซไฟ – ทริลเลอร์ ที่สร้างภาพความเสื่อมโทรมของโลกอนาคตออกมาได้อย่างดูสมจริง และแสนจะตื่นเต้น

1. Thank you for smoking
+ ผลงานสร้างเครดิตของ ผกก.เจสัน ไรต์แมน (ก่อนจะมากำกับ Juno) แค่ชื่อหนังก็เสียดสีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เพราะพระเอกของเรามีอาชีพเป็น “โปรโมเตอร์ของวงการบุหรี่” หนังฉลาดในการหาทางออกให้ผู้ชมไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจในการรับชม ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องอาจดู “หมิ่นเหม่ศีลธรรมอันดีงาม” ในบางประเทศ! (แถวๆ นี้ หุๆ )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:14:16:16 น.  

 
อันดับ 1 2 ยังมิได้หามาดู โดยเฉพาะเจสสี่ เจมส์ เห็นหลายทีแล้ว แต่ไม่ค่อยอยากดูอะไรที่มันไม่บันเทิงน่ะ

เมื่อคืนเพิ่งกลั้นใจดู Hooligans หนังก็ดีเหมือนกันนะ เครียดๆไปนิดนึง



โดย: joblovenuk วันที่: 17 มกราคม 2552 เวลา:9:11:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.