+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
“2012” ... ถึงโลกแตก แตกเป็นสิบครั้ง “โรแลนด์” ก็ยังสนุกกับมันร่ำไป

ประกาศ...ประกาศ!!

ผมมี Twitter เป็นของตัวเองแล้วนะครับ.. ใครสนใจจะ follow ผม ก็ขอชวน follow เข้ามากันที่.. //twitter.com/once_upon_a_man

มีอะไรไวว่อง อยากจะบอก อยากจะพูด จะรีบมาอัพเดทที่ทวีตทันทีทันใดเลยนะครับ ..ขอขอบคุณที่รับผมเป็นเพื่อนครับ







คงจะเป็นใครไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าถามว่าใครกันหนอ ที่ควรจะได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับจอมวินาศกรรมโลกอันดับหนึ่ง ..ซึ่งมันก็ย่อมจะไม่ใช่ พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดที่มีเพียงหนึ่งเดียว หรือว่าจะเป็น ตัวผู้กำกับผู้แสนสุดมั่นใจใน(หนัง)หุ่นของตัวเอง แต่ชื่อนั้นมันต้องเป็นของ “โรแลนด์ เอ็มเมอริช” เท่านั้นจริงๆ

จะมีใครคนไหนเขาบ้าทำหนังที่ส่อความหมายสาปแช่งโลกได้เยอะเรื่องเท่าที่ โรแลนด์ เจ้านี้ เขาทำไว้บ้างล่ะ.. เริ่มกันตั้งแต่ ผลงานสร้างชื่อระบือโลกอย่าง “ID4” ก็จัดเอามนุษย์ต่างดาวมาเยือนโลก เพื่อจะได้บึ้มทำเนียบขาวให้ชาวมะกันขนลุกเล่นๆ หรือจะต่อเนื่องมายัง “Godzilla” พี่ท่านก็ชวนชักท่านตะกวดยักษ์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย มาพังราบนิวยอร์คให้เป็นหน้ากลอง แล้วพอกระแสโลกร้อนเริ่มจะดังขึ้นมาหน่อย ก็ส่ง “The Day After Tomorrow” มาชวนให้เกิดสำนึก(จริงหรือ?) จนถึงในที่สุด ก็มิวายจะเล่นแล้วเลิก หากขอตบหน้าแบบหนักหน่วงถึงตาย ด้วยหนังที่ว่ากันว่า "คุณมีเวลาจะได้มีโอกาสดูหนังเรื่องนี้ เพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ..เพราะหลังจากนั้น คุณอาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้"

ออกมาแสดงคำโปรยซะน่ากลัวอย่างนี้ อีกยังจะเรียกกระแสให้สองวงการที่ต่างกันในเรื่องความเชื่ออย่าง วิทยาศาสตร์ และศาสนา ต้องออกโรงมากล่าวถึงหนังเรื่องนี้ กับสิ่งที่เป็นไปได้ กันเสียใหญ่โต ..ก็ย่อมจะไม่ผิดปกติวิสัยใดๆเลย ที่จะถือเป็นความตั้งใจประการหนึ่งของ นายโรแลนด์ ที่จะปลุกคนดูให้ลุกฮือตื่นมาดู “2012” โดยที่ไม่ต้องเสียแรงของตัวเองกับผู้สร้างออกมาปั่นกระแสกันเองให้มากมาย

แล้วเมื่อรวมกันกับความจริงที่ว่า เรามันเป็นพวกชอบเห็นความวินาศของโลกตัวเองเป็นนิจสินกันอยู่แล้ว ..การปล่อยตัวอย่างเรียกน้ำย่อย(น้ำท่วมเทือกเขาหิมาลัย)ในระยะหวังผลของ 2012 จึงเป็นอะไรที่โป๊ะเช๊ะเหลือเกินสำหรับใครๆก็ตามที่รอคอยชมการก่อวินาศกรรมครั้งใหม่ของฮอลลีวู้ด (ส่วนของบ้านเรา แถวๆนี้ ..มันไม่ใช่จริงๆ อ่ะ มันบ่แม่น!! )






2012 มาพร้อมเรื่องราวที่ดูคล้ายจะพยายามทำให้โลกสั่นคลอน อย่างเหมาะเจาะกับช่วงเวลาที่ตอนนี้ มีการปลุกระดมให้คนหันมารักโลก ดูแลโลก ใส่ใจโลก ..แต่เอาเข้าจริงแล้ว ซึ่งที่เกิดขึ้นในหนังมันไม่ได้มาพร้อมกับหายนะจากน้ำมือของมนุษย์ (แทบไม่ได้พูดถึงประเด็นโลกร้อนด้วยซ้ำ) หากจะเป็นเหมือนชะตากรรมต้องจำยอม เมื่อแกนโลก ณ ใต้เท้าของชาวเรา เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง อันส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เปลี่ยนโลกทั้งใบ ให้ต้องกลับไปนับเลขที่ศูนย์กันใหม่อีกครั้ง

ซึ่งแม้จะมีการกล่าวอ้างไปถึงสิ่งที่มีอยู่จริง อย่าง ปฏิทินของชาวมายา ที่ว่ากันว่า วันสุดท้ายที่เขียนเอาไว้ในนั้นคือ วันที่ 21 ธันวาคม 2012 ..แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ได้เจอในหนัง มันก็ไม่ใช่วันโลกแตกซะที่ไหน หากแต่เป็นการสิ้นสุดวัฏจักรของโลกใบเก่าที่เราอาศัยอยู่ในตอนนี้ เพื่อจะก้าวผ่านไปสู่ช่วงเวลาที่มนุษย์ทุกคนจะต้องจับมือกลมเกลียวกันไว้ เพื่อสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมา ก็เท่านั้น

ฉะนั้นแล้ว 2012 จึงเป็นเพียงหนังอีกเรื่องหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดความบันเทิง(บนความหายนะ)มากกว่า จะเป็นหนังที่ต้องการบอกให้เรารู้ว่า เรามีเวลาชีวิตเหลืออยู่บนโลกใบนี้อีกแค่ 3 ปีเท่านั้น (ก็โม้ไปตามประสา ฮอลลีวู้ดผู้ชอบจับแพะชนแกะ นี่แหละหนา)



แม้ถ้าว่ากันโดยภาพรวมแล้ว 2012 จะเป็นหนังที่ไม่ได้สร้างความน่าแปลกประหลาดใจแต่อย่างใดในฐานะหนังมหาวินาศโลกสักเรื่องหนึ่ง หนำซ้ำยังจะมีพลอตสไตล์คล้ายๆกับที่เราเคยได้พบผ่านมา ตัวอย่างเช่น “Deep Impact” ให้รู้สึก ..แต่ถึงกระนั้น นี่ก็ไม่ใช่หนังที่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนักหนา อีกถ้าว่าถึงระดับความชอบ(ของผม)ต่อผลงานของ โรแลนด์ เอ็มเมอริช แล้ว 2012 จัดว่าเป็นหนังที่ดี ในระดับเป็นที่สุดของ ผู้กำกับจอมสาปแช่ง(โลก)ได้เลยทีเดียว

ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ผมควรจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มแปลกประหลาดได้หรือไม่ ที่ไม่เชิงประทับใจอะไรใน หนังวันชาติมะกัน (นอกจากการโชว์ซีจีในยุคนั้น ที่จัดว่า ขั้นเทพ) ..แถมออกจะรังเกียจ ความแฮปปี้ในฉากจบของ หนังวันมะรืน อีกต่างหาก (ทั้งๆที่อาจยอมรับว่าหนังแทบทั้งเรื่อง ทำออกมาได้น่าระทึกใจจริงๆก็ตาม)

แต่อย่างไรแล้ว ผมก็ยังนึกว่าตัวเองคงเป็นอีกคนที่น่าประหลาด ที่ดันมารู้สึกชอบ 2012 ในฐานะที่มันเป็นหนังมหาวินาศโลกในไม่กี่เรื่อง ที่ผมคิดว่า มันไม่ดูถูกคนดู






ซึ่งแม้จะว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว บทหนังของ 2012 ย่อมอาจไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟกต์อะไรนักหรอก ยังออกจะอ่อนในเหตุและผลของบางสิ่งบางอย่าง ให้เก็บมาคิดแล้วก็ไม่น่าเชื่อถือได้สักเท่าไหร่ ..หรือแค่จะสร้างความผูกพันระหว่างคนดูกับคนในหนัง ก็มีได้เพียงด้ายบางๆเบาๆ คอยโยงไว้ด้วยกันเพียงเท่านั้นเอง

แต่นอกเหนือไปกว่านั้น มันก็ยังมีอย่างอื่นที่ดี และมีบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้นมาระหว่างดูหนัง ..ทำให้ไม่ถึงขั้นต้องซังกะตายไปกับ การเข้ามาดูความมหาวินาศให้พอได้ลุ้นเป็นกระษัย แล้วก็ออกโรงกลับบ้านไปพร้อมความว่างเปล่า

ถ้าเทียบกันกับหนังแทบทุกเรื่องที่ผ่านมาของ โรแลนด์ แล้ว ..2012 ในความคิดของผม น่าจะจัดว่าเป็นหนังที่มีการทำการบ้าน มากที่สุดของผู้กำกับ(ควบเขียนบท)รายนี้ ...ซึ่งกับข้อมูลเท็จจริงที่มีในหนัง บางอย่างที่รู้ ก็ทำให้ผมมีความเชื่อถือกับหนังได้ในระดับหนึ่ง ส่วนอันที่ไม่รู้ ก็พอจะทำให้ผมได้คิด ได้นึกตาม แล้วก็เกิดสนใจในความเป็นไปได้ของมันขึ้นมา



ซึ่งแม้หลายที หลายเหตุการณ์ จะยังอาจอวดอ้าง โอเวอร์ และ non-sense กันไปตามสไตล์หนังมะกันช่างขี้โม้ ..แต่มันก็แอบทำให้ผมได้ฉุกคิดว่า ถ้าเรื่องเหล่านี้มันเป็นไปได้จริงๆ ความรุนแรงมันคงจะเลวร้าย ลุกลามกว่าที่เห็นในหนังได้อีก

เพราะถ้าว่ากันตามภาษาภาพยนตร์แล้ว ยังไงๆความประนีประนอม ก็คงต้องมีอยู่ใน 2012 ..แต่หากบังเอิญว่ามันต้องมีสักวันที่โลกเราเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันด้วยตัวของมันเองขึ้นมาแล้ว ดีไม่ดี เราอาจจะไม่ได้รับสัญญาณเตือนใดๆให้รู้ตัวเลยก็ย่อมได้






อีกอย่างที่ผมรู้สึกสนใจในบทของ 2012 ก็คือ การที่หนังไม่ได้ถ่วงน้ำหนักให้มะกันเป็นพระเอกของเรื่อง เสียซะทุกอย่าง ..แถมยังออกแนวจะโปรยยาหอม มอบบทบาทสำคัญให้กับมิตรประเทศอื่นๆ เผื่อแผ่กันไป ดังเช่น การพูดถึงความเก่งกาจของนักวิทยาศาสตร์ ชาวอินเดีย (อันนี้พิสูจน์ความเป็นจริงได้จาก ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของแดนภารตะแบบก้าวกระโดดในทุกวันนี้) หรือการทำสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสุดยอดอย่างเทพของ ชาวจีน (อันนี้ คล้ายออกแนวจะตบหัวแล้วลูบหลัง ว่าที่มหาอำนาจ ที่เตรียมจะมาทัดเทียมในระดับเดียวกับพี่มะกันเขา) ...แม้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องราวที่ใหญ่โตอะไร ออกจะเป็นพลอตรองๆด้วยซ้ำ แต่ผมก็มองว่า ยังดีกว่ามายกย่องเชิดชูตัวเองจนเว่อร์ ให้เป็นฮีโร่เสียซะทุกสิ่งทุกอย่างเบ็ดเสร็จ แบบหนังของประเทศพี่ท่านที่ผ่านตามาเป็นร้อยๆ

และแม้ว่าความผูกพันในตัวละครของเรื่องนี้กับคนดู จะทำได้ดีที่สุดก็แค่ ลุ้นเอาใจช่วย ให้ผ่านวันโลกแตกนี้ไปได้ที่สุด (รู้ว่ายังไงก็จบแบบให้ความหวังอยู่ดี) แต่กับตามทาง ที่มีใครตายจากไป ก็ไม่ได้เห็นใจเศร้าอะไรไปกับเขาเลย ...หากกระนั้น ที่ผมว่า 2012 ทำออกมาได้ดี และอินกว่าหนัง วันมะรืน ของผู้กำกับเจ้าเดียวกัน ก็คือ การพูดถึงความสัมพันธ์ของผู้คนหลากหน้าหลายเผ่าพันธุ์ ที่แม้จะไม่รู้จักกัน แต่เมื่อถึงวันที่ความเป็นความตายมีค่าเท่ากัน ก็ต้องหันหน้าเข้าหากันจนได้

จากที่เมื่อครั้งวันมะรืน อยู่ดีๆก็ต้องรู้จักกันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มาในครานี้ โรแลนด์ ค่อนข้างจะเอาใจใส่ส่วนนี้มากขึ้น เริ่มต้นจากการค่อยๆกล่าวเกริ่นถึงพื้นฐานของตัวละครแต่ละตัว ในแต่ละฉาก ก่อนจะได้จับแต่ละคนมาเจอกัน หนึ่งเจออีกหนึ่ง จากสองมาเจออีกหนึ่ง ไล่ระดับความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ทุกคนต้องมาอยู่รวมในสถานที่เดียวกัน ..ถึงตรงนี้ ผมก็ไม่ตะขิดตะขวงใจอะไรนัก ที่พวกเขาได้บังเอิญมาเจอกัน เพราะการเชื่อมโยงก่อนหน้านั้น ก็ทำให้เห็นว่าแต่ละคนล้วนมีความเกี่ยวดอง เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรงและทางอ้อม กันทั้งนั้น

ผมว่า จุดนี้เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ 2012 ดูมีอะไรน่าติดตาม ..นอกเหนือไปจากเทคนิค CG อันยิ่งใหญ่ อลังการ น่าพรั่นพรึง (แต่กระนั้น ดวงตาทั้งสอง ก็ยังดันเหลือบไปพบความไม่เนียน อยู่เยอะไม่ใช่เล่น) อีกกับฉากแอ๊คชั่น ที่ทำได้น่าลุ้นแล้ว ...การจับแพะมาชนแกะ (ไม่ว่าจะแง่ของเรื่องราว ตัวพลอต อีกยังรวมถึงตัวละคร) ก็คืออีกหนึ่งสิ่ง ที่ทำให้ผมสนุกกับหนังเรื่องนี้






แม้ถึงที่สุด จะไม่ใช่หนังที่ยอดเยี่ยมอะไรหรอก แต่ถ้าดูเอาคุ้มค่า แบบฉบับหนังวันโลกแตกแล้ว ...2012 ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คอหนังผู้นิยมความวินาศ ไม่น่าพลาดชม และควรดูในโรง เพื่ออรรถรสขั้นสุดอย่างเต็มที่กันจริงๆ

แต่ถ้าดันไม่สบอารมณ์กับการเห็นโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ (ไม่ว่าเพราะเกรงกลัวว่า มันจะเกิดขึ้นจริงเลยฟุ้งซ่าน ไม่อยากพบเห็น หรือจะเป็นเพราะเบื่อแล้วกับหนังชวนเชื่อพวกนี้) ก็ไม่ใช่หนังที่(ควรทำใจ)ต้องไปดูแต่อย่างใด



เกรด B+ ... {}






ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ




Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2552 11:37:39 น. 1 comments
Counter : 2245 Pageviews.

 
มันน่ากลัวจริงๆค่ะ


โดย: neena IP: 110.77.245.238 วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:15:22:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
26 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.