+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"The Golden Compass" ... เมื่อเข็มทิศดันชี้ทางผิด แล้วอย่างนี้ จะไม่ให้คนดูต้องหลงได้อย่างไรล่ะ



"The Golden Compass" ...อลังการงานแฟนตาซีเรื่องล่าุสุด ที่ถูกนำมาสร้างจากยอดนิยายขายดีอีกเล่ม โดยผลงานการเขียนของ "ฟิลลิป พูลแมน" ...ที่มีชื่อชุดไตรภาคว่า "His Dark Materials"

อภินิหารเข็มทิศทองคำ... ว่าด้วยเรื่องของสาวน้อยลูกกำพร้า "ไลร่า" ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ เมื่อเธอได้รับภาระให้ต้องเป็นคนเก็บรักษา เครื่องอลิธิโอมิเตอร์ หรือที่มีคนส่วนใหญ่เรียกมันว่า "เข็มทิศทองคำ"



เท่าที่อ่านเนื้อเรื่องกันเพียงแค่นี้แล้ว ก็ดูเหมือนว่ามันจะไปคุ้นๆกับ The Lord of the Rings อย่างไงๆอยู่ ... แต่ที่ The Golden Compass จะมีให้ได้รับรู้มากไปกว่านั้น

ก็คือ ประเด็นของพลอตที่ว่ากันเกี่ยวกับ 'การศาสนา' และ 'การเมือง'

ตัวจริงเสียงจริงของผู้ประพันธ์นิยายเล่มนี้ ได้ชื่อว่า เป็นคนที่ต่อต้านศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอย่างเปิดเผย อีกทั้งยังจงเกลียดจงชังกับการเมืองการปกครองที่ยึดเอาคำสั่งของคนเป็นผู้นำเป็นสำคัญ (เรียกด้วยภาษาง่ายๆที่เราๆรู้จักกันดี ก็คือ 'คอมมิวนิสต์') ...ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้เขาไม่ชอบสองสิ่งนี้ก็ตามที แต่ก็ดูเหมือนว่าจุดประสงค์ที่เขาต้องการระบายออกมาก็ดูเป็นเรื่องเป็นราวก็กลืนกับไปกับความเป็นแฟนตาซีที่เขาคิดจินตนาการได้เนียนดีอยู่



"เข็มทิศทองคำ" คือ สิ่งที่มีเอาไว้ใช้บอกความจริงของเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตกาล ...ก็เฉกเช่นเดียวกับ The Golden Compass ที่ให้ ฟิลลิป ใช้ปากกาในมือของเขาเอาไว้แฉความเป็นจริงของระบอบการปกครองที่ไร้ซึ่งการได้โอกาสปลดปล่อยอารยธรรมทางความคิดของผู้คนในระบบที่มีต่อสังคมโดยรวม หากแต่เมื่อเรื่องราวจากนิยาย ที่เป็นเดือดเป็นร้อนชวนให้ศาสนจักรต้องเป็นไข้จับสั่น ถูกทำมาแปรเปลี่ยนเป็นฉบับหนังโรง ...ประเด็นต่างๆที่เคยซีเรียสซีเครียดจึงหมดหดไป

หลงเหลือไว้เพียงแต่ความเป็นแฟนตาซี ที่เน้นความเพลิดเพลินเจริญหูเจริญตา กับเนื้อเรื่องที่เหมือนจะกัดจิก ก็ไม่เชิงจะกัดได้เต็มปากเต็มคำ เพราะความกลัวอาญาจากเบื้องบนซะอย่างงั้น



ผู้กำกับ-เขียนบท "คริส ไวซ์"... ได้ชื่อว่าเป็นคนหนึ่งที่เยี่ยมยุทธ์ทางด้านการทำหนังแนวคอมเมดี้-โรแมนติก ที่เน้นเนื้อหาอันเป็นผู้ใหญ่แสนเฮฮา แต่แอบแฝงไว้ซึ่งเรื่องราวอันเฉียบคมซ่อนไว้ในตัวเนื้อ ...สองผลงานแนวที่ว่าที่ยังเป็นของสร้างชื่ออีกด้วย ก็อย่าง "American Pie" (หนังวัยรุ่นสัปดน...ที่คิดแต่เรื่องจะแอ้มสาวให้ได้ก่อนปิดเทอม) กับ "About a Boy" (หนังน่ารักๆที่ผู้ใหญ่อย่าง ฮิวจ์ แกรนท์ ต้องรู้จักทำความเข้าใจกับเด็กผู้ชายแก่แดดเมื่อวานซืน)



แต่กับงานใหม่ล่าสุด อย่าง The Golden Compass ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแนว (แถมยังเปลี่ยนรูปแบบของสเกลหนังอีกต่างหาก) มาทำหนังแอ๊คชั่น-แฟนตาซี ฟอร์มใหญ่ ทุนสร้างสูง ...กลับเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ตัวเขาอย่างสิ้นเชิง แถมยังออกจะชวนให้รู้สึกว่า การทำหนังแนวเดิมๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า กับผู้กำกับบางคน ยกตัวอย่างเช่น เขาคนนี้

อย่างหนึ่งอย่างแรกเลย ก็คือ แนวทางการเขียนบทของเขา ที่ดูจะไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของตัวหนัง ...ถึงอาจจะไม่จำเป็นต้องคงเนื้อเรื่องอันหนักอึ้งวิพากษ์สังคมเอาไว้ก็ตามที แต่ความจริงก็น่าจะรู้ว่าการปะติดปะต่อฉากจากหนังสือ ส่วนไหนบ้างที่ควรมี ไม่ควรมี เพราะเท่าที่เห็นจากที่เป็นอยู่ รู้สึกว่ามันออกจะมีทั้งขาดหาย และยัดเยียด ส่อให้ตัวหนังโดยรวมต้อง ผิดเพี้ยน บิดเบี้ยวในความเป็นเอกภาพของเรื่องราวกันไปหมด

อย่างที่สอง ก็คือ การกำกับที่ดูจะผิดจังหวะจะโคนไปเสียหมด ...แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพที่ผ่านงานชั้นดีมีคุณภาพมาแล้ว แต่สิ่งที่ได้เห็นกับหนังเรื่องนี้ของเขา มันดูจะไม่สมประกอบ หรือจะมีช่วงเวลาไหนที่เข้ากะร่องกะรอยบ้างเลย ...ถึงจะมีฉากหลายๆฉากที่สามารถสร้างความน่าตื่นเต้น ดูแล้วเพลินไปกับมันได้มากโขอยู่ แต่แล้วมันก็มักจะมีจุดบางจุดที่หลุดออกมาให้รู้สึกติดขัด กลายไปเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆที่สามารถสร้างความรำคาญใจอันใหญ่ได้ไม่น้อยครั้งเลย



ถ้าตัดเอาทั้งสองอย่างข้างบนที่ทำให้หนังโดยรวมต้องสะเปะสะปะทิ้งออกไป... ก็คงจะเหลือไว้ซึ่งข้อดี ที่ The Golden Compass ได้รับการช่วยเหลือค้ำชูจากงานเอฟเฟกต์ซีจีอันสวยตะลึงพรึงเพริด กับการแสดงของสองดารานำ และหนี่งคาแรกเตอร์สัตว์ ที่ดึงคนดูให้ตาไปตกกับจุดโฟกัสไว้ได้ตลอดเรื่อง (แม้กระทั่งเรื่องราวเหตุการณ์หลายๆส่วนจะทำให้ความน่าเชื่อถือของตัวละครจะต้องตกล่วงกันไปก็ตามที)



"นิโคล คิดแมน" คงฝีมืออันแสนเยี่ยม สร้างเสน่ห์อันเย้้ายวนแต่ล้วนแอบแฝงไปด้วยความร้ายกาจของ "มิสซิส โคลเตอร์" ในทุกนาทีที่มีเธออยู่บนจอ ...แม้จะต้องมาแสดงอยู่ในหนังที่มีเรื่องราวที่ไม่สามารถทำให้คนดูหลงเชื่อในตัวละครของเธอได้เต็มร้อย ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าผิดหวังอะไรกับการได้เห็น คิดแมน เป็นคาแรกเตอร์หญิงชั่วคนนี้ได้สมจริงที่สุดเท่าที่บทจะอำนวยให้เธอทำหน้าที่ได้ ...ส่วนบทบาท "ไลร่า" ของเด็กสาวหน้าใหม่ "ดาโกต้า บลู ริชาร์ดส" ก็ทำไว้ได้ดีเช่นกัน ...ดีในขนาดที่บนจอนั้น เธอต้องไปประกบกับนักแสดงมีชื่อมีประสบการณ์โชกโชนกว่า ก็ไม่ทำให้เธอตกจากจอได้ ...การแสดงด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมเกินวัย (หรือเรียกง่ายๆ ว่า แก่แดด) และสายตาที่ดูดุดันจริงจัง สอดคล้องกับภาพของตัวละครที่จำเป็นต้องโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ไว้ได้เหมาะเจาะเหมาะสม



"แดเนียล เครก" , "อีวา กรีน" , "แซม เอลเลียต" ...ทำแค่เพียงเดินผ่านจอ ผ่านมา และผ่านไป ไม่มีอะไรให้น่าจดจำในเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่เขาปรากฏ



เหล่าคาแรกเตอร์สัตว์คู่วิญญาณ ทำซีจีได้เนียน (ทุนสร้างร้อยกว่าล้านขนาดนี้ ...ถ้าขืนทำหลอกตา ก็ไม่อยากจะสาธยายคำติยังไงแล้วล่ะ) และมีการเคลื่อนไหวที่ดูไหลลื่น คล่องแคล่ว สมจริง และพี่หมีขาวขั้วโลกเหนือ ตัวละครนักสู้คู่นางเอกตัวน้อย ก็คือตัวละครซีจี ที่ทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่เฉพาะในแง่ของความน่าเชื่อถือ แต่รวมไปถึงการสร้างภาพที่ทำให้คนดูต้องหลงรักในคาแรกเตอร์สำคัญตัวนี้ ...ถึงใจคอจะหน่ายกับภาพรวมที่ซึมมะทื่อไปหมด ก็มีพี่หมีตัวนี้นี่แหละ ที่ยังมีศักยภาพพอจะทำให้เรายังมีอารมณ์จะนั่งติดเก้าอี้ รอดูหนังกันไปให้มันจบเรื่อง



"The Golden Compass" ...แค่เปิดตัวภาคแรกก็แป้กอย่างไม่เป็นท่าเช่นนี้แล้ว ถ้าจะยังดันให้มีภาคต่อออกมา สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ได้สถานเดียว ก็คือ ความบันเทิง ที่ต้องมีมากยิ่้งกว่านี้ ...และเข็มทิศก็ควรจะชี้ไปให้ถูกทาง ทางที่ทำให้คนดูได้รู้สึกประทับใจไปกับเรื่องราวในหนัง หรือจะน้อยๆก็ให้มีอะไรได้รับกลับบ้านด้วยความพึงพอใจไปก็ยังโอเค ...แม้โดยส่วนตัวแล้ว ผมอาจจะพอยินดียอมรับอะไรกับสิ่งที่เห็นได้อยู่บ้าง ก็ยังจะถือเป็นอะไรที่น่าผิดหวัง ที่อาจไม่เข้าข่ายเสียดายค่าตั๋ว ก็ต้องเสียดายกับศักยภาพทีมสร้าง The Lord of the Rings ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริงๆ

เกรด B- ... {}

ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 18 ธันวาคม 2550
Last Update : 18 ธันวาคม 2550 0:01:43 น. 8 comments
Counter : 6126 Pageviews.

 
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ
ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่เลยอ่ะ
คืองง กะไอ้ผงธุลีเนี่ยว่ามันคือไรกันเนี่ย
แล้วมันดีไม่ดียังไง

แต่ชอบฉากหมีต่อสู้มากเลยค่ะ
ตื่นเต้น เร้าใจดีชะมัดเลย


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:8:50:03 น.  

 
ยังไมได้ดูเลยอ่ะคับเรื่องนี้

อ่านเนื้อเรื่องย่อ+บทวิจารณ์ก่อน หุๆๆ

คงรอเป็นแผ่นอ่ะคับ


โดย: prezcot วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:11:05:14 น.  

 
+ จริงๆ เรื่องนี้ พี่ว่าตัวบทประพันธ์ กับไอเดียต้นเรื่องน่ะ ดูดี ดูยิ่งใหญ่เอาการอยู่ ... และสำหรับคนเอ็นจอยหนังแฟนตาซีอย่างพี่ ตอนดู ก็ยังเพลินกับเรื่องราวไปได้เรื่อยๆ นะครับ ... แต่ก็มานั่งนึกๆ ว่าอ้ายที่หลายๆ คนบ่นกันเนี่ย หนังมันขาดอะไรไป ซึ่งถ้าถามพี่ตอนนี้ พี่คิดว่าคงเป็น "ความยิ่งใหญ่ในตัว" หรืออารมณ์มหากาพย์อะไรประมาณนั้น (ซึ่งความรู้สึกประเภทนี้ หนังอย่าง LoTR หรือ Harry Potter มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หรือแม้กระทั่ง Narnia ก็ตาม) ... แล้วเวลาดู มันเหมือนหนังจะเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ แก้กันไปทีละเปลาะด้วยละมั้งครับ ... มันก็เลยทำให้หนังออกมาเป็นอย่างที่เห็นอ่า
+ อย่าง Eragon ก็คล้ายๆ แบบนี้อ่ะครับ หนังก็เลยแป้กไป ไม่รู้จะมีภาค 2 ตามออกมาได้รึเปล่าเน้อ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:13:00:17 น.  

 
ส่วตัวดูเพลินๆน่ะครับ ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็เห้นด้วยกับคุณในหลายๆส่วนเลยครับ

ป.ล ขอเชิญชวนไปเยี่ยมบล็อคของผมด้วยน่ะครับ


โดย: แชมป์คุง วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:20:26:22 น.  

 
ดูแล้วเหมือนกัน ชอบฉากหมีสู้กันที่สุด ^_^;; แต่หนังดำเนินเร็ว จนงงว่า ทำไมไลราหนี อะไรตัวกินคน T^T แอบงง


โดย: May112 IP: 203.154.201.130 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:15:22:00 น.  

 
ดูหนังก่อนเปิดหนังสืออ่าน นี่อ่านไปก็ชักไม่แน่ใจ มันเรื่องเดียวกันหรือปล่าวหว่า หรือว่าเอาเรื่องมาสร้างแบบไม่ครบบทครบตอน


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:15:58:29 น.  

 
+ จริงๆ เรื่องนี้ พี่ว่าตัวบทประพันธ์ กับไอเดียต้นเรื่องน่ะ ดูดี ดูยิ่งใหญ่เอาการอยู่ ... และสำหรับคนเอ็นจอยหนังแฟนตาซีอย่างพี่ ตอนดู ก็ยังเพลินกับเรื่องราวไปได้เรื่อยๆ นะครับ ... แต่ก็มานั่งนึกๆ ว่าอ้ายที่หลายๆ คนบ่นกันเนี่ย หนังมันขาดอะไรไป ซึ่งถ้าถามพี่ตอนนี้ พี่คิดว่าคงเป็น "ความยิ่งใหญ่ในตัว" หรืออารมณ์มหากาพย์อะไรประมาณนั้น (ซึ่งความรู้สึกประเภทนี้ หนังอย่าง LoTR หรือ Harry Potter มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หรือแม้กระทั่ง Narnia ก็ตาม) ... แล้วเวลาดู มันเหมือนหนังจะเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ แก้กันไปทีละเปลาะด้วยละมั้งครับ ... มันก็เลยทำให้หนังออกมาเป็นอย่างที่เห็นอ่า
+ อย่าง Eragon ก็คล้ายๆ แบบนี้อ่ะครับ หนังก็เลยแป้กไป ไม่รู้จะมีภาค 2 ตามออกมาได้รึเปล่าเน้อ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:13:00:17 น.

ชอบๆ ถูกต้องเเล้ว คิดเหมือนกันเลย


โดย: nono IP: 223.206.214.40 วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:19:45:07 น.  

 
เรื่องนี้สนุกมากเลยทำไมไม่ทำภาคต่อออกมาซักที่ละค่ะรอนานเเล้วนะอยากดูมากเลยค่ะ


โดย: sasewimon IP: 180.183.59.187 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:9:02:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.