+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ : The Best of the Year 2010 กับ “10 หนังดี ..in My Home”




ชวนย้อนไปอ่านภาคที่แล้วกันก่อน ..โดยคลิกไปยัง Banner ด้านล่างนี้






หลังว่าด้วยเรื่องของหนังที่ไม่ดี(จัดว่า แย่)ไปแล้วในคราก่อน ก็ขอก้าวมาสู่ภาคสองของ ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ : The Best of the Year 2010 ในภาคที่ว่าด้วยเรื่องของหนังดี และเป็นหนังที่มีให้ดูทางบ้าน ขอให้ชื่อว่า “10 หนังดี ..in My Home”

หนังที่ดูตามบ้านในที่นี้ มาในรูปแบบของแผ่นดีวีดี วีซีดี หรืออะไรก็ตามแต่ที่ได้ดูที่อื่นๆที่ไม่ใช่ในโรงหนัง ผมจะจัดมาอยู่ในโหมดนี้ด้วยกันทั้งหมด ..โดยที่ขอบเขตของหนังที่ดูจะไม่จำกัดเรื่องของปีที่หนังเรื่องนี้ออกฉายมาก่อน แต่ถ้าเพิ่งได้ดูในรอบปีที่ผ่านมาสำหรับผม ล้วนแล้วแต่เข้ามาอยู่ใน 10 อันดับนี้ได้หมด

10 อันดับที่เลือกมาต่อไปนี้ ผมขอรับประกัน คอนเฟิร์มเอาไว้ได้เลยว่า เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นหนังที่คุณไม่ควรมีโอกาสพลาดจะได้ดู เพราะถ้าไม่ได้ดู แล้วคุณจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง (เฮ้ย! ไม่ใช่ Tonight Show ของคุณไตรภพ ซะกะหน่อย) ..ไม่ว่าจะช้ากว่านี้ไปอีกกี่นาน ในสักวัน ก็ควรจะได้ดู เพราะนี่คือหนังที่มีคุณค่าในตัวมัน หรือมีความสนุกในระดับห้าดาว น่าจดจำเต็มสิบคะแนน กันเลยทีเดียว

และ 10 เรื่องที่จะว่ามา ก็จะขอเรียงจากอันดับเลขค่ามากไปหาค่าน้อยเช่นเคย ..ก็ปรากฏเป็นเรื่องดังต่อไปนี้



The Best of 'Movie' ..in My Home
หนังที่เป็นที่สุดแห่งความประทับใจ..ในบ้าน




อันดับ 10 : “Invictus”






อาจไม่ใช่งานที่ดีที่สุดของลายครามฝีมือเข้มอย่าง “คลินต์ อีสต์วู้ด” ..แต่นี่ก็คือ หนังเรื่องหนึ่งของคุณปู่ท่านนี้ ที่ผมดูแล้วอิน และเชื่อ ไปกับสิ่งที่ได้เห็น เช่นเดียวกับ “Million Dollar Baby” หรือ “Gran Torino”

ยิ่งโดยเฉพาะกับความอินที่เข้มข้นอย่างมากในเรื่องของประเด็นความแตกแยกของคนในบ้านเมืองเดียวกัน ..ซึ่งภาพในหนังนั้นมันก็สะท้อนภาพบางๆให้กับสังคมของประเทศแถวนี้ได้เช่นเดียวกัน ...และยิ่งรับรู้ไปถึงหนทางการแก้ที่ในหนังใช้(รวมทั้งเรื่องจริงที่ก็เป็นอยู่) ก็ยิ่งอยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้ดูหนังเรื่องนี้ เผื่อจะนึกอะไรออกได้บ้างว่าที่ทำกันอยู่ นั่นไม่ได้เรียกว่า การสมานฉันท์ เลยแม้แต่น้อย

แต่เอาเถอะ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ดูก็ว่าอะไรไม่ได้ ..แต่นักดูหนังอย่างเราๆ ก็ไม่ควรจะพลาดโอกาสนี้ แล้วเชื่อผมเถอะว่า คุณจะรู้สึกเช่นเดียวกับผม ว่า มันมีหนทางแก้ไขแน่ๆ แต่ใครล่ะ ที่จะเป็นคนเริ่ม ...หรือจะเป็นเราเอง!!




อันดับ 9 : “Hachiko : A Dog’s Story”






แม้จะได้ฉายในบ้านเราในปีที่ผ่านมา แต่ก็ดันเป็นช่วงเวลาที่ผมยุ่งเหยิงกับชีวิตสุดๆช่วงหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็เลยต้องใช้วิธีการนี้มาทดแทน ..ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยที่ได้ดู หลังจากเสียงส่วนมากพยายามบอกกันว่า นี่คือ หนึ่งในหนังที่คนรักหมา ต้องดู

และแม้ว่าผมจะไม่เคยได้เลี้ยงหมา (แต่ก็รักและเอ็นดู รวมทั้งใจหายปนหดหู่ทุกทีที่เห็นภาพมันเสียชีวิตบนท้องถนน) หนังเรื่องนี้ ก็ยิ่งทำให้ผมเพิ่มความมั่นใจว่าในสักวัน จะต้องได้เลี้ยงมันเป็นตัวเป็นๆ ...ซึ่งแม้จะรู้อยู่แล้วว่า สุดท้ายเราอาจจะต้องเสียใจ ในวันที่เราต้องสูญเสีย เพื่อนผู้นี้ ไป

แต่จะมี เพื่อน ที่ไหนอีกล่ะ ..ที่จะให้ได้ทั้งความน่ารัก น่าเอ็นดู และน่าประทับใจ กับสิ่งที่มันทำ เรื่องที่เป็นความสุขให้กับมนุษย์เช่นเรา ..ในแบบที่มนุษย์บางคนยังให้เราไม่ได้เลย (อาจจะแรง แต่มันจริงโคตร!)




อันดับ 8 : “Adam”






หนังรักเล็กๆ ที่น่าอบอุ่นหัวใจอีกเรื่องในปีที่ผ่านมา ..ซึ่งแม้ว่าจะมีหนังที่เล่นกับพลอต อัจฉริยะปัญญานิ่ม ให้ดูให้เห็นกันมามาก แต่เรื่องนี้ก็ยังเล่นกับเรื่องเดิมๆ ได้อย่างละมุนละไม เกลี้ยกล่อมคนดูให้อินไปได้โดยละม่อม

แค่ให้สงสารพระเอกในเรื่อง ก็ประมาณหนึ่งแล้ว ..แต่ดันไปพบรักกับนางเอกที่มีเงื่อนไขให้โดนกีดขวางเข้าให้ตลอด มันก็ยิ่งต้องลุ้นว่าสุดท้ายจะไปลงเอยได้อย่างไร

ซึ่งแม้ผลปรากฏว่า จะจบในแบบที่...(ให้ดูเองละกัน) ...แต่กระนั้น มันก็ยังเป็นเรื่องที่น่าประทับใจระหว่างคนคู่นี้ และทำให้เรายังมองเห็น ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม อย่างไม่มีผิดเพี้ยนอยู่ดี





อันดับ 7 : “Fantastic Mr. Fox”






เมื่อ “เวส แอนเดอร์สัน” ผันตัวมาทำหนังการ์ตูน ..สุดท้ายก็มิวาย เป็นหนังการ์ตูนที่หลุด สุด เฮี้ยน ในแบบฉบับของพี่ท่านเคยๆได้อยู่ดี ...แต่อย่างไรก็ตาม นี่แหละ คือ เสน่ห์ ที่เราให้ได้ยากที่จะมีคนทำอย่างนี้ได้

และเสน่ห์ที่เราได้เห็นจาก Fantastic Mr. Fox ที่ประกอบไปด้วยคาแรกเตอร์สุดกวน ภาพสีสีนสุดสวิง และการเล่าเรื่องที่สุดก๋ากั่น ..ก็รวมกันได้เป็นความสนุกที่ทำให้หนังขนาดสั้นเพียงแค่ 87 นาที ดูได้อย่างเมามันส์แบบรวดเดียวจบ จนลืมเวลากันไปเลย

เพียงแต่ต้องขอแนะนำกันเล็กน้อย ว่า นี่เป็นหนังการ์ตูน ที่ไม่เชิงว่าเหมาะกับเด็กเท่าไหร่นัก (หากไม่นับ เรื่องของภาพในหนัง ที่หลอกเด็กได้เนียนๆ) ...ก็จะเป็นเพราะว่า นี่คือ หนังในแบบของ เวส แอนเดอร์สัน เนียนๆ




อันดับ 6 : “Funny Game (U.S.)”






เชื่อมั้ย? นี่เป็นหนังที่ดูแล้ว ไม่ได้รู้สึกดี เลยตลอดทั้งเรื่อง ..ดูไปก็ให้อีดอัด ยิ่งดูก็ยิ่งหดหู่ พอดูจนจบ ก็อยากจะร้องตะโกนดังๆว่า “กรูจะบ้าตาย!!”

แต่อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า นี่คือ หนังที่เอาคนดูได้อยู่หมัด แบบที่จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ..เหมือน ว่ามีมือของ ”ไมเคิล ฮาเนเก้” ผู้กำกับหนัง
มาล้อมรอบคอของเรา แล้วเขาก็อยากบีบจนคุณหายใจไม่ออก นั่นเอง

แม้ว่านี่จะเป็นเวอร์ชั่นรีเมค ที่(คนเคยดูต้นฉบับบอกว่า)ลอกของเดิม มาแบบเนียนๆ ในทุกๆประการก็ตามทีเถอะ ..แต่ผมว่า หาเวอร์ชั่นนี้มาดูกันไป ก็เครียดไป ไม่แพ้กันนักหรอก




อันดับ 5 : “An Education”






ตอนแรก แค่รู้ว่าต้องดู เพราะมีนางเอกหน้าใหม่ใสกิ๊งๆ อย่าง “แครี่ย์ มุลลิแกน” ที่เกิดถลำลึกเข้าไปชิงออสการ์กับตัวแม่ รุ่นพี่ ที่น่ากลัวกันทั้งนั้น

แต่พอได้ดู ก็รู้เลยว่า แครี่ย์ มีของที่แร๊งงงงง กว่าที่คาดเอาไว้ และตัวหนังเอง ก็แร๊งงงงง ในสิ่งที่สื่อสารออกมาได้อย่างถูกใจพระเดชพระคุณเป็นนัก

สรุปก็เลยได้เป็นสองต่อ คือ ได้ดูการแสดงที่ยอดเยี่ยมของดาวรุ่งพุ่งแรง และได้ดูหนังที่ตอกย้ำให้รู้ว่า การศึกษา ไม่ได้ช่วยหล่อหลอมให้คน ฉลาดเป็น แต่อย่างใด แต่การศึกษา ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ชีวิตเราคงห้ามจะไม่สนใจไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน!




อันดับ 4 : “Mary and Max”






เป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่ติดอันดับเข้ามา ..แต่ก็ยังเป็นการ์ตูนเช่นเดียวกับเรื่องข้างบน ที่อย่าคิดว่าจะเหมาะกับเด็ก เลยทีเดียวเชียว ..ก็เอาแค่ได้ดูภาพ ขาวดำ กับตัวละครสุดแสนอัปลักษณ์ในหน้าตา เด็กหลายคนคงอดร้องไห้โยเยไม่ได้แล้ว

เพราะเหตุนี้ นี่จึงเป็น การ์ตูนที่เหมาะแก่การกล่อมเกลาจิตใจของผู้ใหญ่ ผู้
ผ่านโลกมามาก และเข้าใจในสิ่งที่หนังบอกได้ดีกว่า ..รวมทั้งต้องมีภูมิต้านทานรองรับกับความโสโครกที่มีอยู่เต็มไปหมด!

ซึ่งถ้าคุณสามารถทำใจรองรับกับสิ่งที่ต้องได้เห็น (จนบางทีอาจนึกสงสัย ถ้าเป็นหนังที่มีคนแสดง มันจะรุนแรงเรต R เลยมั้ยล่ะนั่น) ..นี่ก็จะเป็นหนังเรื่องหนึ่ง ที่ให้อะไรดีๆกับชีวิตของคุณ ที่ทำให้รู้ว่า ความรัก อาจไม่จำเป็นต้องเห็นหน้า แต่ทำเป็นล่องหน แล้วส่งสิ่งที่เป็นความปรารถนาดี เป็นตัวแทนไปหาก็ยังได้




อันดับ 3 : “Life is Beautiful”






หาโอกาสจะได้ดูมานาน ก็เพิ่งได้มาดูตอนที่หนังมีอายุจะร่วม 14 ปีเข้าแล้ว ..แต่ก็ยืนยันได้เช่นกันว่า นี่เป็นหนังที่จะดูตอนไหน เมื่อไหร่ เวลาใด ก็ยังคงความอมตะ แบบที่หนังดีมากๆเรื่องหนึ่งมักจะเป็นกัน

และถึงต่อให้หนังที่ดีมากๆ เรื่องนั้น จะเป็นหนังที่ชวนสลด อยากร้องไห้ และไม่รู้สึกดีเท่าไหร่ ที่รู้ว่าต้องจบแบบนั้น ..แต่ Life is Beautiful ก็คือหนังเรื่องนั้น ที่มีไว้ สร้างเสริมแรงใจ ให้เรายังคงแข็งแกร่งบนโลกที่ไม่น่าภิรมย์ใบนี้ ไปได้อีกนาน

ยามใดที่หดหู่ ..ขอให้รีบเปิดหนังหดหู่เรื่องนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่า ยังมีใครคนอื่น
ที่หดหู่กว่าคุณ แล้วยังมีความสุขที่จะอยู่บนโลกนี้ได้ เพียงเพราะมองว่า ...ชีวิต คือ สิ่งที่สวยงาม




อันดับ 2 : “Memories of Matsuko”






นี่ก็คืออีกหนึ่งหนังที่น่าหดหู่เหลือเกิน ว่าด้วยเรื่องราวการสู้ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ดันต้องพลาดจนวันตาย เพียงเพราะเรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง (แต่ความจริง โลกนี้ ก็ย่อมต้องมีคนอย่างนี้อยู่) ..แต่ต้องขอโทษที ที่หนังเรื่องนี้ ดูเอาสนุกก็ยังได้ ด้วยการแต่งแต้มสีสัน ความเป็นมิวสิคัลลงไป พร้อมกับมีความจัดจ้านขององค์ประกอบภาพที่พาให้เพลินไปเรื่อย

แล้วก็คงต้องรวมด้วย การแสดงที่สุดเจิดจรัส ของ “มิกิ นากาตานิ” ที่ทำให้เราต้องหัวเราะในท่าทาง กิริยา และหลายครั้งก็ต้องร้องไห้ให้กับเรื่องราวของเธอ

นี่จึงเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่ง ที่ลงตัวเป็นที่สุด ในการผสมสานความจัดจ้าน และเศร้าสร้อย ให้เป็นงานศิลปะที่งดงามยิ่ง ..แต่ที่ให้ได้มากกว่าหนังเรื่องอื่นๆ คือ หนังเรื่องหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่า ชีวิตมันไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก หากเราเข้าใจ ยอมรับ และอยู่กับมันได้ ..เช่นเดียวกับ มัตสึโกะ ที่ทุกข์ ทรมาน ในทุกๆวัน แต่เธอก็ยังประคองตัวเองให้ผ่านพ้นมันไปจนวันสุดท้ายของชีวิต




และ
อันดับ 1


หนังที่เป็นที่สุดแห่งความประทับใจ..ในบ้าน ของปี 2010 ได้แก่



“(500) Days of Summer”






เรื่องของความรัก มักไม่เข้าใครออกใคร แต่พอมีใครออกไปจากชีวิตทีไร แล้วหัวใจเจ้ากรรมก็ช่างดื้อที่ไม่ยอมจะลืมเลือนเสียซะอย่างงั้น ..มันก็เป็นเช่นเดียวกับเจ้าหนุ่ม “ทอม” ที่ดันไปตกหลุมรักสาวเจ้าเสน่ห์แบบ “ซัมเมอร์” ที่มีชีวิตอยู่เพื่อคบผู้ชายแบบไม่ใช่ก็ตีจาก พอมันได้เวลาต้องจากไป ทอมที่แทบไม่ผิดอะไร ก็กลายเป็นคนโง่คนหนึ่งขึ้นมาทันที

กับหนังเรื่องนี้ ว่ากันตามความจริงแล้ว ก็ไม่น่าจะมีอะไรมากนักหรอก หากว่าด้วยเรื่องราวที่หาได้ทั่วไปในชีวิตจริง (ดีไม่ดี เราก็เคยเป็น) ..แต่หนังมันแสนเก๋ ก็ตรงที่ ไม่เล่าเรื่องตามสเตปเดิมๆ หากใช้การตัดสลับกลับไปกลับมา ที่น่าจะงง แต่ดันไม่งง เพราะได้อยู่แล้วในเรื่องการต่อติดทางอารมณ์ในทุกๆฉาก แถมมีการอุดมรวมการนำเสนอที่แปลกแหวกแนว แต่ดูน่าทึ่งในขณะเดียวกันนั้น

ดังนั้น ถ้าจะดูหนังเอาเทคนิค นี่ก็เป็นหนังที่นักทำหนังไม่น่าพลาด ..และเช่นเดียวกันกับคนดูทั่วๆไป นี่ก็คือหนังที่สุดแสนเพอร์เฟกต์ในการทำให้เราเชื่อ และอิน ไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ได้เข้าใจในที่สุดว่า รักก็เหมือนเล่นหวย แจ๊คพอตจะแตก ใช่ในครั้งแรกที่ได้เล่นหวยเสียที่ไหน!!



เรื่องนี้ มีรีวิว : “(500) Days of Summer” ... (500) วันแห่งความรัก ใน (10) วันแห่งความเข้าใจ
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=14-05-2010&group=13&gblog=8



แถมเป็นอันดับพิเศษ (ที่เสียดาย ถ้าไม่ได้เอามาบอก) กับหนึ่ง Series หนึ่งเดียว ที่ได้ดู แต่แสนสุดจะประทับใจอย่างแรง! ของปีที่ผ่านมา


“24 : Season II”






ดูตอนปีแรก ก็ถือว่า เร้าใจ เข้มข้นดี แต่ไม่ติดตรึงนัก ..ก็พาให้รู้สึกเรื่อยๆกับการตามดูปีสอง ...แต่พอได้ดูของปีสอง ที่ใครต่อใครยกย่องว่า ‘มันสนุกตั้งแต่หยดแรกจนหยดสุดท้าย’ ก็ต้องยอมรับเลยว่า

สิ่งที่คนอื่นเขาพูดกัน มัน..จริงเป็นที่สุด!!

ทุกชั่วโมงที่พ้นไป สำหรับ “แจ๊ค บาวเออร์” คือ การต่อสู้ที่ไม่มีทางยอมแพ้ ...แต่ทุกชั่วโมงที่พ้นไป สำหรับ คนดู มันคือ ความทรมานที่ดูแล้วสนุก จนน่าประหลาดใจ ว่าเราติดหนึบ เรื่องเครียดๆ แบบนี้ไปได้อย่างไรกัน!







11 เรื่องเหล่านี้ ...ก็คือ บทสรุปความประทับใจเป็นที่สุด กับการดูหนังในบ้าน(หรือที่ๆไม่ใช่โรงหนัง) ของผม ตลอดทั้งปีที่แล้ว

แล้วของคุณล่ะครับ มีหนังเรื่องไหนบ้างที่ดูอยู่กับบ้าน ไม่ว่าจะจาก VCD หรือ DVD (หรือถ้าสุดๆไปเลยก็ Blu-ray) แล้วทำให้คุณรู้สึกรัก ประทับใจ และมีความทรงจำดีๆที่ทำให้คุณยังคงจดชื่อไว้ในลิสต์ยอดเยี่ยมมาจนถึงตอนนี้ ...อยากจะรู้ว่าคุณและผม คิดเหมือนกันหรือเปล่า ?

แล้วพบกันอีกทีในภาคสาม กับ "การแสดงที่สุดแห่งความประทับใจ"..ที่จะมาบอกให้รู้ว่า ใคร(หรือกลุ่มก้อน)คนไหน บทบาทการแสดงใด ทำผมประทับใจไม่รู้ลืมได้บ้าง ..กลับมาแน่ ในเร็ววันครับผม



นอกจากติดตามตัวผมในบล็อกนี้แล้ว ก็ขอชวนไปสนุกกันในอีกช่องทางกับ "Facebook" และ "Twitter" ด้วยครับ

Like Me @ //www.facebook.com/Onc3.UPoN.a.MaN

และ Follow Me @ //twitter.com/once_upon_a_man







ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ



Create Date : 31 มกราคม 2554
Last Update : 31 มกราคม 2554 2:43:18 น. 3 comments
Counter : 2292 Pageviews.

 
เข้ามาขอลอกการบ้าน ...
เดี๋ยวตามดูสองเรื่องค่ะ


โดย: เป๋อน้อย วันที่: 31 มกราคม 2554 เวลา:3:35:22 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


แวะมาทักทายกันวันจันทร์จ้า
สรุปแบบคร่าวๆ ว่า จขบ. เป็นคนชอบดูหนังแบบซีเรียสๆ จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 31 มกราคม 2554 เวลา:6:48:55 น.  

 
24 hours น่าดูมากครับ ตอนนี้ผมดู prison break อยู่ยังไม่จบ
บางตอนดูแล้วขัดใจนิดๆ ทำไมมันซวยตลอดเวลาวะ 555


โดย: PRIVATE IP: 223.206.183.52 วันที่: 26 มีนาคม 2554 เวลา:17:29:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.