+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {Best of the Year 2011} Part 2 : First Class




กลับมาแล้วครับท่าน กับ Part ที่ 2 ของ ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {Best of the Year 2011} ซึ่งจะมาสรุปความเป็นไปในเรื่องของความชอบที่มีต่อหนัง ในรอบปี 2011 ที่ผ่านมา ของผมเอง

หลังจากที่ครั้งก่อน ก็ว่าไปซื่อๆแล้วกับ 5 หนังแย่ และ 5 หนังเยี่ยมในอันดับที่ 16-20 ..ในครั้งนี้ ก็จะเป็นส่วนความชอบพอที่มีต่อ การแสดงใดๆ ไม่ว่าการแสดงนั้นจะเป็นคนแท้ คนเทียม สัตว์จริง(จริง) หรือจะเป็นการ์ตูน ก็แล้วแต่ แต่หากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ปรากฎบนจอหนัง โดยถูกวางไว้ให้เป็นบทบาทสมมติแล้ว ก็ล้วนแต่เรียกว่าการแสดงด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

ในปีก่อน อาจจะเห็นว่า ผมเคยจัดกลุ่มการแสดงที่ชื่นชอบ โดยแบ่งหมวดหมู่ออกเป็น ชาย หญิง และกลุ่มนักแสดงที่มาเป็นทีม.. แต่ปีนี้ ด้วยความที่เวลามีน้อยต้องใช้สอยประหยัด และจะลองกระชับพื้นที่ให้ไม่ดูฟุ่มเฟือยนัก จึงต้องตัดสินใจ ลดขนาดความรักที่มีให้ลงได้อีก เหลือเพียง 10 การแสดงระดับอ๋องขั้นเมพ ที่ผมขอยกย่องให้เป็นสุดยอดการแสดงที่ยากจะลืมได้ลงของปีที่ผ่านมา โดยจะไม่ขอจัดอันดับว่าใครดีกว่าใคร แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงในระดับ "First Class" ชั้นเดียวกันหมด ดังจะมีรายนามดังต่อไปนี้...






The Best of ‘Performance’
‘การแสดง’ ที่สุดแห่งความประทับใจ







“Ryan Gosling” & “Michelle Williams”
จาก “Blue Valentine”


ให้แค่ใครคนใดคนหนึ่งคงไม่ได้ เพราะคู่รักใจร้าวนี้ ทำคนดูใจสลายได้ เพราะความสมจริงของพวกเขาทั้งคู่แท้ๆ ..คิอ ในโลกความจริง ไรอัน กับ มิเชล ก็เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น (ข่าวคราวกิ๊กๆกั๊กๆ ก็ไม่ยักกะมี..ใช่ไหม?) แต่เมื่อเราเห็นเขาสองคน อยู่บนจอร่วมกัน ที่มาพร้อมกับการแสดงออกที่บ่งบอกสถานะ สามีภรรยา ได้อย่างน่าหลงเชื่อ บวกรวมด้วยการสาดพลังความร้าย และออกตัวแร๊งงงง ก็ทำเอาที่นั่งของคนดูต้องสั่นคลอน เสมือนว่าเราไปอยู่บนเตียงนอนของคนคู่นี้ ที่พยายามจะหักโค่นลงให้ได้ ...มันจึงทำให้พวกเขากลายเป็นคู่รักไม่รอด(บนจอ)แห่งปี อย่างที่หาตัวเลือกอื่นที่สูสี ไม่เห็นจะมี!!






“Colin Firth”
จาก “The King’s Speech”


เป็นพระราชาไม่ใช่เรื่องง่าย คือ สิ่งที่หนังที่ว่าด้วยเรื่องของผู้ปกครองประเทศ หลายๆเรื่องมักชอบสื่อสาร แต่ที่หนักหนายิ่งกว่าสำหรับในหนังเรื่องนี้ คือ เป็นพระราชาว่าไม่ง่ายแล้ว ยังต้องออกว่าความใดๆต่อหน้าปวงประชาก็ยิ่งมีแต่จะเกร็ง กลัว กลายเป็นตะตะตะตะติดอะอะอะอ่าง!! ..ความเป็นดาราคุณภาพตัวพ่อจากเกาะอังกฤษของ เฟิร์ธ อาจจะเคยพิสูจน์มาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ถ้าเป็นครั้งที่ยอดเยี่ยมที่สุด ดูจบยอมรับว่า เชาใช่ และเขาควรจะได้เป็น ก็คงต้องนับครั้งนี้ที่พาเขามาสู่จุดสูงสุดของอาชีพการแสดง ..เล่นเป็นคนติดอ่างได้เนียนก็ว่ายอดแล้ว มาเจอฉากสุดท้าย สุดพีคก็ยิ่งเปรมได้อีก






“Hailee Steinfeld”
จาก “True Grit”


สาวน้อยวัย 15 ที่เกินตัวไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นโฉมหน้า (ไม่ได้หมายความว่า หน้าแก่นะ แต่น่าร้ากอ่ะ!) หรือการแสดงที่จัดจ้าน เกินวัย จนมันควรค่าแก่การได้ชิงออสการ์ ..ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวาน บอบบาง ไม่น่าสู้คน เด็กหญิงคนนี้ได้ท้าทายทุกสายตาด้วยลูกบ้า ความกล้า และแกร่งกร้าว ที่จะหาญยืนคู่ผู้ชายเหี้ยมๆแบบ “เจฟฟ์ บริดเจส” หรือว่า “จอส โบรลิน” แถมไม่ยั้งความเด่น จนกระทั่งดับ “แมตต์ เดมอน” จนดูจืดไปทีเดียว ...แต่ที่ทำให้ผมตกหลุมรักคาแรกเตอร์นี้หมดหัวใจ คือ การไม่ยอมแพ้ ดัวยหัวใจที่น่ากราบ เช่นเดียวกับ การแสดงของเธอที่ทำให้รู้ว่า เวลาผู้หญิงเอาจริง ก็อันตรายและร้ายกาจ






“Caesar” โดย “Andy Serkis”
จาก “Rise of the Planet of the Apes”


ตั้งแต่โลกนี้ เคยมีลิงในหนังมา ก็คงจะมีครั้งนี้แหละ ที่สมจริงที่สุด เหมือนจริงที่สุด เสมือนว่ามันไม่ได้ใช้เทคนิคพิเศษ ...แม้ความเป็นจริง ก็ควรจะขอบคุณวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของการมีหนังเรื่องนี้ แต่มาคิดๆไป ยังไงเราก็คงจะต้องขอบพระคุณด้วยความกรุณาอย่างสูงกับ นักแสดงที่เป็นตัวตายตัวแทน และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ตัวตายตัวแทน เกิดมาเพื่อต้องเล่นหนังเรื่องนี้ ..ต้องเป็น แอนดี้ เซอร์กิส ผู้เดียวเท่านั้นที่จะเอาลิงอยู่ และเป็นครั้งที่ทำให้ แอนดี้ ผู้นี้ได้พาตัวเองพุ่งไปสู่ความทะเยอทะยานที่รุนแรงยิ่งกว่า ความใคร่ปรารถนาแห่ง กอลลัม ..ถึงขนาดว่า ถ้าผมมีส่วนร่วมกับออสการ์ ชื่อของเขา ยังไงก็ต้องโหวต!






“แก๊งค์เพื่อนเจ้าสาว + เจ้าสาว”
จาก “Bridesmaids”


คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พวกเธอเหล่านี้ ได้สร้างมาตรฐานความฮาเอาไว้สูงมว๊ากกกกก โดยเทียบกับในบรรดานักแสดงที่อยู่ในหนังตลกด้วยกันของปีที่ผ่านมา (คิดดู เอาชนะได้กระทั่งแก๊งค์เพื่อนรั่วเมาค้าง ในหนังภาคต่อถ่ายทำในบ้านเราเรื่องนั้น) ..แม้ถ้าจะเลือกที่รักแล้ว อาจจะเป็นปลื้มกับ “คริสเตน วิก” และ “โรส เบิร์น” ที่กัดแสบ กัดเจ็บ ได้ชวนคันหู (ไม่รู้เป็นอ้ารายยยย!)เป็นพิเศษ แต่ก็ยังอดจะซูฮกในทีมเวิร์คของอีก 4 สมาชิกที่ต่างก็สุดเหวี่ยงไปกับไฮไลท์เด็ดๆ ที่หนังเรื่องนี้มี จนทำให้มันกลายเป็นหนังขายขำระดับ 5 กะโหลก เพียงเรื่องเดียวที่ปีที่แล้วเคยมี(โดยส่วนตัว)






“ไรอัน กอสลิ่ง”
จาก “Drive”


อาจจะเหมือนว่าพิศวาสหนุ่มคนนี้เป็นพิเศษหรือเปล่า ถึงติดมาอยู่ในลิสต์นี้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ก็บอกได้เลยว่า ใช่! แต่ในฐานะของการแสดงที่สุดทางในแต่ละหนังพาไป ..อย่างใน บทนักขับรถซิ่ง หนีคดีอาญา เรื่องนี้ ก็บอกให้เรารู้ว่า มาดนิ่งของพี่ท่านไม่ได้เหมาะแค่ในหนังดรามาอย่างที่เป็นปกติ แต่ถ้าเอาไปวางอยู่บนเงื่อนไขของหนังแอ๊คชั่นสักเรื่องซึ่งไม่โฉ่งฉ่าง หวือหวา แต่ขายความเท่ห์แบบเพียว ไม่ผสม มันก็โคตรใช่!! ..แต่ที่เด็ดสุด ของการเป็นไอ้หนุ่มนักซิ่ง คงเป็นช่วงท้ายที่ทุกอย่างมันรุมมันสุมอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งๆก็ยังคงความนิ่งที่สีหน้าอย่างเด็ดขาด แต่การกระทำสุดโต่งของแกก็แทบจะเอาไม่อยู่ นอกจากจะทำให้หนังเดือดพล่านแล้ว ยังทำให้เรารู้สึกว่า พี่แม่.....โหด แต่โคตรโรแมนติก เลยว่ะ!






“เปาวลี พรพิมล”
จาก “พุ่มพวง”


จากดาวรุ่งลูกทุ่งที่เตรียมจะออกอัลบั้มเป็นนักร้อง แต่ด้วยโอกาสอันดีถูกชักนำให้เธอเข้าวงการเต็มตัวจากการเล่นหนัง ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องเดียวหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ..จะรู้ก็แต่ว่า เรื่องแรกที่เธอเล่น ก็ทำให้เรารู้เลยว่า นักแสดงดาวรุ่งยอดฝืมือ มีอีกคนหนึ่งแล้ว... เปาวลี ได้รับโจทย์ที่โหดหินท้าทายตัวเองสุดๆ เพราะไม่ใช่แค่ต้องเล่นหนังเรื่องแรกให้ดีที่สุด แต่เธอยังจะต้องเป็น คนอื่นที่มีอยู่จริง ให้แนบเนียนสุดๆ ซึ่งพอบังเอิญว่าเป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ที่มีคนวัยหนึ่งเคยอยู่ทัน ก็ต้องทำให้เขาเชื่อว่ามีพุ่มพวงอีกคนในเวลานี้ ส่วนคนที่เกิดไม่ทัน ก็ต้องทำให้รู้จักว่า พุ่มพวง ที่เคยได้ยิน เป็นใคร อย่างไรกันแน่ ..ส่วนผมในฐานะของคนที่ก้ำกึ่ง (เกิดทัน แต่จำความไม่ได้) จากที่ดู เปาวลี บนจอแล้ว บอกตามตรงเลยว่า เธอสะกดให้ผมเชื่อว่าเธอคือ พุ่มพวง ที่ผมอยากรู้จัก ได้ในทุกๆฉาก






“นาตาลี พอร์ตแมน”
จาก “Black Swan”


นาตาลี เคยพิสูจน์อะไรมามากมาย จนผมก็นึกไม่ออกแล้วว่าเธอจะต้องพิสูจน์อะไรอีก จนกระทั่งมานึกถึงความเป็นจริงที่เธอยังไม่เคยได้ออสการ์เลยสักครั้ง มันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าจะมีหนังสักเรื่องพาเธอไปถึงจุดนั้น มันก็ต้องเป็นหนังที่ยากที่สุดที่เธอเคยเล่นมา ..ซึ่งการต้องเล่นเป็นนางหงส์ดำ เริงระบำบนเวที เยี่ยงนี้ ไม่ใช่แค่การต้องตีเนียนไปกับการเต้นบัลเล่ต์ ที่สาวๆถวิลปรารถนาจะได้ทำ แต่หัวหกก้นขวิดจนล้มเลิกกันไปมาก แต่ที่ต้องเนียนมากกว่า คือ การทำตัวให้ร้ายกาจ น่ากลัว แอบซ่อนไว้ภายใต้ภาพลักษณ์ของคนดี ที่เปรียบดังผ้าขาวบริสุทธิ์ ที่ตกถังโคลนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ซักฟอกจนสะอาดได้เสมอ ..ตามเนื้อผ้าแล้ว งานนี้ เป็นงานละเอียด และนาตาลี ก็ละเอียดทุกเม็ดกับการทำให้เราเชื่อหมดใจว่าเธอคือนางหงส์ ที่สมบูรณ์แบบ และเธอก็คือ มนุษย์ที่งดงาม แต่น่าสยดสยอง ได้อย่างลงตัวเป็นที่สุด เป็นสุดทางที่ออสการ์ ไม่อาจปล่อยให้เธอต้องรอเก้ออีกต่อไปแล้ว






“แก๊งค์สาวใช้ตัวดำ กับคุณนายตัวดี”
จาก “The Help”


ถ้าเพื่อนเจ้าสาวใน Bridesmaid คือ Perfect Girl Gang ในหนังตลกของปีที่แล้ว ในทางของดรามาก็จะมีคู่ที่ไม่ได้เกิดมาแข่งแต่ระดับความดีเยี่ยม ก็สูสีดูดี๋ ไม่ห่างไกลกัน พวกเธอที่ว่า มารวมตัวอยู่ในหนังที่เหนือคาดทุกทางของปีที่แล้วเรื่องนี้นี่เอง ..แม้บนเวทีออสการ์ เราจะได้ลุ้นกับการนำหญิงของ “ไวโอล่า เดวิส” และสองบทสมทบที่ต้องเข้าไปชิงดำชิงดีกันเอง (ทั้งๆที่ในหนังเป็นนายกับลูกน้องที่รักกันปานจะกลืนกิน!) อย่าง “ออคตาเวีย สเปนเซอร์” กับ “เจสสิก้า เชสแทน” ...แต่กับคนอื่นๆที่บนเวทีรางวัลไม่ค่อยจะพูดถึงนัก ผมก็ยังมองว่า เธอเหล่านั้น ล้วนแต่มีคุณค่าสำหรับหนัง ไม่ว่าจะเป็นมุมของการให้ความสุข รู้สึกสนุกสนานในเขิงของหนัง หรือมุมของการต่อสู้ที่แลกมาด้วยความเจ็บปวด แสนสาหัส แต่ก็ทำให้ทุกชีวิต(ไม่ว่าจะเพศไหน)ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้จนจบล้วนได้เติมกำลังใจ อยากลุกขึ้นพร้อมสู้อีกครั้งกับชีวิตที่ไม่เป็นดังใจ ซึ่งถือเป็นกำไรที่ทำให้เราได้จากหนังเล็กๆเรื่องนี้อย่างเหนือคาดนั่นเอง






“First Class”
จาก “X-Men : First Class”


ถ้าทีมมนุษย์ X ของ “ไบรอัน ซิงเกอร์” จะต้องชิดซ้าย ผมก็หมายความตามนั้นจริงๆ ..เพราะการตีความใหม่ เริ่มต้นใหม่ สู่จุดตั้งต้นก้าวแรกของ “แมทธิว วอห์น” ไม่ใช่แค่ทำให้เราได้กลับมามองเห็นความสด ในหนังที่เราเคยได้ดูจนช้ำมาแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นการ refresh กลุ่มก้อนการแสดงที่ดูกระจัดกระจาย เพราะต่างพยายามยื้อแย่งความโดดเด่น จนพาให้เรื่องไม่สมดุล ในหนังภาคก่อนๆ ให้กลับมารวมตัวเป็นก้อนเนื้ออันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง พร้อมกับคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความน่าเชื่อถือของการแสดง พอๆกับการมาแทนที่รุ่นเก่าอย่างถาวร ได้อย่างแนบสนิทปิดความสงสัยใดๆ ให้หมดลงไปอย่างหมดจด






Best Movie of the Year 2011 ..in Cinema : No. 11-15
หนังที่เป็นที่สุดแห่งความประทับใจ..ในโรง : อันดับ 11-15




อันดับ 15 : Harry Potter and the Deathly Hallow : Part 2


จบลงอย่างสวยงาม ในระดับที่น่าพอใจ สำหรับหนังที่มีที่มาจากสุดยอดนวนิยายขายดีที่ช่วงเวลาหนึ่งเคยทำให้คนอย่างผมต้องติดอย่างงอมแงม

แม้ถ้าถามว่าโดยความต้องการแล้ว อยากให้มันดีกว่านี้ไหม? ก็ต้องคาดหวังเอาไว้อย่างนั้น เพราะหนังสือทำเอาไว้ดีมาก สนุกมากและหนังก็มีเวลาให้ซอยแบ่งแยกย่อยออกมาได้เป็น 2 ภาคเสียอีก จึงเพียงพอจะขจัดจุดอ่อน รักษาจุดแข็งเอาไว้ได้อย่างมั่นคง แน่นหนา..แต่อย่างว่า พอมันเป็นภาษาหนังจะให้ทุกอย่างตรงตามประสงค์เป๊ะ ก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเอาเฉพาะที่มีในหนัง และตอบโจทย์จินตนาการของเราได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ไปลบล้างความรู้สึกเก่าๆที่มีมา ยังไงก็ต้องถือว่า ภาคสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ มันบริบูรณ์ ส่งท้ายเราออกจากโรงได้อย่างมีความสุข และอย่างน้อยๆ ก็ยังผูกพันกับเหล่าตัวละครไปได้อีกแสนนาน (เรียกได้ว่า เห็นใครอยู่บนจอในหนังเรื่องอื่น ก็คงพาลให้นึกว่า เมื่อไหร่หนอจะหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาต่อกรสักที!!)







อันดับ 14 : Top Secret วัยรุ่นพันล้าน


หนังวัยรุ่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่น กล้าฝัน กล้าคิด กล้าทำ และกล้าเปลี่ยนแปลงชีวิต ...เมื่อเอ่ยถึงหนังแนวๆนี้ในบ้านเรา ก็ให้ลองนึกๆดูสิว่ามีใคร เจ้าไหนเคยผลิตอะไรแบบนี้บ้างหรือยัง ให้เวลานาทีหนึ่ง ก็บอกตามตรงว่า ยังนึกไม่ออก

พูดอย่างนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะอวย GTH แต่อย่างใด เพราะใช่ว่า ค่ายนี้จะประเสริฐศรีมณีเด้งสองเด้ง ควรแก่การชมเชยที่ทำอย่างนี้ได้ (เอาเข้าจริง ลึกๆก็หวังผลทางการตลาด มากกว่าละมั้ง!) ..และอย่าง Top Secret เรื่องนี้ ก็ไม่ใช่หนังที่ยอดเยี่ยม ควรแก่การได้ชิงรางวัล หนำซ้ำมันมีจุดอ่อน รอยแผลตามตัวก็ไม่ใช่น้อย แต่เมื่อเราไม่ได้ไปเน้นว่าหนังสักเรื่องต้องละเอียดเนี้ยบทุกๆจุด แต่อยากจะรู้ถึงสิ่งที่สื่อสารอย่างเข้าใจ และได้ผล ผมกลับมองว่า หนังประวัติ เถ้าแก่น้อย คือ หนังไทยไม่กี่เรื่อง ที่กล้าจะจุดประกายให้คนรู้ว่า ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย และจะทำให้อะไรให้สำเร็จแบบสวยงามนั้น ก็ไม่ใช่แค่ดีดนิ้วสั่ง แล้วก็มาของมันเอง แต่ทุกเรื่องราวมันล้วนมาจากความเพียรพยายามบางอย่าง และมุ่งมั่นจะเดินก้าวไปหาผลลัพธ์ของมันอย่างไม่หยุดยั้ง ..ขาดแต่ว่า ถ้ามองภาพในมุมเดียวกัน และเล่นเกมเดียวกัน กับ เถ้าแก่น้อย แล้ว คุณจะยอมแลกเพื่อให้ได้มันมาหรือไม่? นี่คือสิ่งที่หนังคงไม่อยากได้คำตอบ แต่เราต้องตอบโจทย์ของตัวเองให้ได้ว่าที่เราเป็นอยู่ มันคือจุดที่พึงพอใจหรือยัง?







อันดับ 13 : Megamind


โดยปกติแล้ว อนิเมชั่นที่หาญกล้าท้าชิง จะหลุดมาอยู่ในการจัดอันดับหนังแห่งปีของผม มักจะไม่มีพลาดเก้าอี้ของ Pixar ในทุกๆปี ..เพียงแต่คงต้องพูดไว้ตรงนี้เลยว่า มันไม่ใช่ในปีนี้!!

กลับกลายเป็นว่ามีหนังอนิเมที่อยู่นอกสายตาก็ว่าเรื่องหนึ่ง แถมยังมีเจ้าของเป็นค่ายที่คือคู่แข่งตัวฉกาจแห่ง Pixar (รวมทั้ง Disney) ส่งเข้าประกวด ..ซึ่งไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในปีเดียวกันนี้ ค่ายนี้มีหนังคลอดออกมาถึง 3 แต่กลายเป็นเรื่องนี้หนึ่งเดียวที่มาก่อน และมาไกลได้ถึงขั้นนี้ ...ผมกำลังหมายถึง หนังซุป’ฮีโร่วายร้าย ไอ้เลี่ยนหัวโต ที่ว่าเอาฮาสมราคา Dreamworks มั้ย ก็ระดับหนึ่งอยู่ แต่ที่ถูกจริตมากกว่า คือ การที่หนังมันเลียนล้อขนบหนังซูเปอร์ฮีโร่ อย่างหนักหน่วงแบบเอาเป็นเอาตาย ..ยิ่งไอ้ผมมันคอหนังพี่ซุปอยู่แล้วอย่างนี้ เจอแต่ละท่วงท่าการล้อยิ่งสะใจ แถมมาเข้าช่วงจบ เมื่อมาดคนดีเข้าสิง ก็กลายเป็นไอ้ตัวร้ายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวตัวนั้น มันก็ดูน่ารักน่าเอ็นดูซะอย่างงั้น!! คือ ยอมศิโรราบให้เลย ถ้า Dreamworks จะทำให้ผมสนุกไปกับมันอย่างเกินเลยได้ขนาดนี้ ..เป็นอนิเมที่ไม่ต้องเน้นสาระก็ได้ ขายแค่ความสะใจมันก็ไปสุดเท้าแล้ว!!







อันดับ 12 : ชั่วฟ้าดินสลาย : Director's Cut


ความเป็นจริงแล้ว ฉบับที่ฉายโรงอย่างเป็นทางการก่อนหน้า มันดีมั้ย? ก็ถือว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว และสองชั่วโมงกว่าๆ ที่ได้ฉายไปแล้วนั้น มันก็ค่อนข้างตอบคำถามอย่างระมัดระวัง แต่ครอบคลุมจนน่าพึงใจอยู่แล้ว

แต่พอได้มาดูฉบับพิเศษ โดยการตัดต่อของ “หม่อมน้อย” ผมกลับพบเสน่ห์บางอย่างที่หาไม่ได้ในฉบับปกติ ผมกลับเข้าใจในตัวละครทุกๆตัวในมิติที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ให้ความรู้สึกเชื่อได้สนิทใจขึ้น และที่สำคัญ หนังเข้าไปสู่จุดสุ่มเสี่ยง ที่เคยเลี่ยงมันไป แต่พอไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ต้องเก็บกด ปกปิด ก็กลายเป็นว่ามันปลดเปลื้องพันธนาการเหล่านั้น ได้อย่างเด็ดขาด จนรู้สึกว่า ถ้าไม่พะวงเรื่องเวลาฉายให้มันมากนัก หากฉายเวอร์ชั่นที่เป็นจินตนาการสุดทางของหม่อมผู้นี้เสียแต่แรก มันจะทำให้ ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นหนังที่อื้อฉาวคาวโลกีย์ แต่ก็ยังงดงามบนความร่วมสมัย มันจะเป็นเฉกเช่นกับหนังไทยสมัยเก่าๆ ที่เราเคยทำอย่างนี้ได้ (ในสมัยที่ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่า หน่วยเซ็นเซอร์!)







อันดับ 11 : True Grit


ถ้าจะดูหนังคาวบอยแบบเอามันส์(ถึงตาย!) เรื่องนี้คงจะไม่ตอบโจทย์ความสะใจให้กับใครเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ารสชาติของคาวบอย มันมาถึงเวลาที่จืดชืด มีสีสันก็เหมือนไม่มีแล้ว ในเวลานี้ ..นั่นเท่ากับว่า คุณยังไม่ได้ดูหนังใหม่ของ “พี่น้องโคเอน” เรื่องนี้

หลายปีมานี้ ไม่รู้เป็นไร ที่หนังของพี่น้องคู่นี้ มักจะติดในอันดับความโปรดปรานของผมอยู่ตลอด (ในปีก่อนๆ ที่เลือกได้แค่ 10 ก็ยังหนักข้อ พาตัวเองไปถึงจุดนั้นได้) อาจเพราะว่าผมเสพติดความเป็น โคเอน ก็ได้แหละมั้ง ...แต่ถ้าโยนความเป็นโคเอนทิ้งไป ผมก็ยังชอบใจในการเล่าเรื่องคาวบอย อย่างมีสไตล์ ขับเน้นด้วยมุมดรามา มากไปกว่าจะเปิดฉากตะลุมบอนอย่างไม่ลืมหูลืมตาแบบหนังแนวนี้อีกมากมาย ในขณะเดียวกันตัวละครทุกตัวก็ยังคงเท่ห์ เป็นคนหัวขบถที่น่านับถือหัวใจแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัวนำ ตัวประกอบ หรือกระทั่งตัวร้ายที่ก็ยังสุภาพบุรุษมากพอ ไม่ได้โหดร้ายใจทมิฬ คิดแต่จะเอาลูกเดียว ...นี่คือ อีกครั้งที่ โคเอน ชื่อนี้ เอาอยู่!!







อีก 10 เรื่องใน Top Ten จะประกอบด้วยชื่อใดบ้าง โปรดรอติดตามกันต่อได้ในอีก 2 Part ที่เหลือ ..และครั้งหน้า เราก็จะมาว่าด้วย เรื่องของฉากใน
หนัง กับ 10 ฉากที่ให้ใจได้เลย ถ้ามันจงใจจะทำได้ถึงจริง

พบกันในอีกไม่ช้านาน กับ Part 3 ของ “ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์ {Best of the Year 2011}”


ติดตามอ่าน Part ก่อนหน้า ด้วยการ คลิก คลิก คลิก คลิก คลิก..!!







ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2555 7:39:26 น. 1 comments
Counter : 3314 Pageviews.

 


โดย: kampanjing วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:48:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
18 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.