+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"ฝัน หวาน อาย จูบ" ... คละเคล้าความดี ด้อย แต่ก็ห้อยท้ายด้วยความรัก..นะ จุ๊บๆ

ก่อนอื่นใด จะรีวิว... ผมขอสวัสดีปีใหม่ พี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ชาวบล็อกทุกๆคน ทั้งที่เข้ามาอ่าน เข้ามาแอบ หรือเข้ามาสปอยล์ จะใดก็ตามแต่...

ขอให้ตลอดปีใหม่ 2552 นี้ ..ของทุกๆท่าน จงพบแต่ความสุข มีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นกับชีวิต โชคและลาภลอยมาหาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวกันไป ทำการใดขอให้ประสบความสำเร็จทุกๆอย่างเลยนะครับ

และนี่ก็คือ รีวิวเรื่องแรกของผมประจำปีใหม่ ที่ขอแอบเชยสักนิด มาว่ากันถึงหนังไทยเรื่องดังส่งท้ายปีก่อน เรื่องนี้เสียหน่อย...







เหมือนเป็นเทรนด์ไปแล้วเรียบร้อยสำหรับหมู่มวลหนังไทย ที่จะให้การกำเนิดโปรเจกต์หนังสั้นรวมเรื่องออกมา ..ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการทำตามๆกัน เพราะหวังเงินได้เป็นดี หรือจะเพราะมีแนวคิดที่ดีนำทาง หากถ้ามันทำแล้วเห็นถึงความตั้งใจในเนื้องาน ก็ไม่น่าผิดอะไรที่จะมีให้เห็นกันเป็นถี่ๆในพักนี้

เพราะถ้าลองเอาอย่าง หนังสั้นรวมเรื่อง 2 แนว 2 รส จากค่ายผู้ชอบการเบิกตลาดอย่าง GTH แล้ว ...มาตรฐานที่ "ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น" และ "สี่แพร่ง" ทำเอาไว้ในระดับที่ไม่สูงอะไร ก็ย่อมไม่ยากเย็นจะเอาชนะได้ หากหนังที่มาใหม่กว่าจะสามารถรวมความสั้นอย่างมีคุณภาพ ให้ออกเป็นหนังยาวที่สนุกตลอดทั้งเรื่อง

สำหรับโปรเจกต์หนังรูปแบบนี้ โครงการล่าสุด ที่เคยให้ชื่อว่า "4 Romances" ของสหมงคลฟิล์ม ..ก็อยู่ในข่ายที่น่าจะให้ความคาดหวังได้ ถ้าเราลองประเมินจากเครดิตที่เป็นคำโปรยบนโปสเตอร์ว่า ..4 หนังรัก 4 ผู้กำกับ จากทีมงานผู้สร้าง "รักแห่งสยาม".. หากที่สำคัญ และลืมไม่ได้เลยเหมือนกันสำหรับการรวมหนังสั้นฉายต่อติดกันเช่นนี้ ก็คือ ความดี ด้อย ที่ยังจะต้องมีออกมาคละเคล้ากันไป ยากจะหาความพอดีเคียงข้างกันไปทั้งหมด

ซึ่งในหมู่ที่ว่ายากนี้ ..สำหรับผมก็เห็นจะมีอยู่เรื่องเดียวในความทรงจำก็คือ "Paris Je T'aime" ที่สามารถจะแบ่งหนังสั้นๆ 2-3 นาที รวม 20 กว่าตอน ให้ออกมาดูลงตัว ..แม้มันจะมีทั้งเรื่องที่ยอดเยี่ยมไปจนถึงว่า เวิ่นเว้อ เอ๋อเหรอ ผสมรวมกันไปก็เถอะ (แต่ที่ว่าในกรณีหลัง ..ผมก็ชอบในความบ้าหลุดเรื่องของมันนะนั่น)

แต่กระนั้นแล้ว ก็ใช่ว่าจะหาให้หวังอะไรจาก "ฝัน หวาน อาย จูบ" ไม่ได้เลยทีเดียว เพราะถ้าลองขึ้นชื่อว่า 'รัก' แล้ว ...ตราบใดมีรัก ก็ย่อมมีหวัง..ใช่ไหม? (แรงบันดาลใจจาก รักแห่งสยาม ชัดๆ)

ผลงานชิ้นใหม่ น่าภูมิใจเสนอของเสี่ยเจียง ในรูปของหนังรักเรื่องนี้ ..รวม 4 หัวกะทิในหมู่มวลผู้กำกับแห่งค่ายสห และแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคน ทำแต่ละตอน แยกย่อยออกมาเป็น 4 เรื่องราวที่แตกต่างในวัยวุฒิของเหตุการณ์ นำมาสู่สถานการณ์ที่สุข เศร้า เหงา ซึ้ง อันคละเคล้าอารมณ์ที่ว่ารักกันไป ..โดยในหนังจริงๆ ไม่ได้เรียงตอนตามชื่อของมัน หากย้ายให้ท้ายออกโรงก่อนใครเพื่อนแทน






"จูบ" ...ว่าด้วยเรื่องความรักของเด็กผู้ชายม.ปลาย ที่ต้องแลกศักดิ์ศรีในการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของกับชายอีกคนที่หวังจะมาชิงรอยจูบครั้งแรกของแฟนสาว ที่เจ้าตัวเองยังไม่เคยแม้แต่จะคิดทำมาก่อนเลย เพราะคาดเอาเองว่า ความเป็นคนเรียบร้อยอย่างเธอคงไม่ทำให้เขาผิดหวังได้หรอก

ไม่ว่าจะเพราะหนังตอนนี้มีพลอตก็แค่การเปิดศึกชิงนาง กระทั่งว่าตัวผู้กำกับเองไม่ขยันคิดมากจะทำให้เกินเลย หรือเป็นเพราะปัจจัยใดๆมันไม่อำนวยให้สามารถไปได้ไกลกว่านี้ ..แต่ จูบ ก็เป็นตอนของหนังสั้นที่ว่าสั้นเอามากๆ

ในขณะที่เรื่องอื่นๆต้องขออย่างน้อยๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อการเพียงพอและครอบคลุม ..หนังสั้นของ "ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล" กลับใช้แค่สิบนาที (หรืออาจไม่ถึงด้วยซ้ำ) ที่จะเดินเรื่องแต่ต้นจนจบแล้ว ก็จบเลย!!! ..ซึ่งไม่ผิดหรอกที่ใครๆจะบอกว่า จูบ ก็คือหนังโฆษณาดีๆนี่เอง

แต่เอาเหอะ บทที่หมายจะเขียนเอามันส์มากกว่า จะใส่ใจในสาระของหนังตอนนี้ ก็ไม่ได้ถึงกับน่าเกลียดอะไรนักสำหรับผม ..ในเมื่อหนังกลับเน้นใช้การตัดต่อไวว่อง กราฟฟิคกวนโอ๊ย ในสไตล์ของหนังโดนเด็กแนวแบบ กาย ริชชี่ มานำเหนืออื่นใด และก็โชคดีที่มันพอได้ผล ให้รู้สีกสนุกๆเพลินๆอยู่ได้บ้าง ..อีกทั้งบางฉากบางตอนก็มีศักยภาพในการเรียกรอยยิ้มให้ขำๆ ถึงขั้นอาจฮาๆกับมันไปได้ โดยเฉพาะฉากจบที่สะใจวัยรุ่นดีแท้ (และการฝากคำคมๆที่เจ็บจิ๊ดไว้ดีแท้...ควรแก่การจดจำของวัยรุ่นแห่งปัจจุบันกาลยิ่งนัก)



หนุ่มหน้าใสไม่ซื่อประจำปีนี้ นาม "มาริโอ้ เมาเร่อร์" ..ดูไม่ค่อยมีความหมายอะไรกับตอนนี้มากเท่าไหร่ เพราะแม้จะได้ชื่อว่าพระเอก แต่การทำตัวเป็นคาแรกเตอร์นี้ มันไม่ใช่ตัวเขาเลย (..และก็เป็นอย่างนี้มาตลอด หลังจากดังสุดโต้งกับรักแห่งสยาม เป็นต้นมานั่นแล).. ส่วนสาวน้อยหน้าใหม่อย่าง "กุ๊กกิ๊ก" ในบทที่ชื่อ "กาก้า" ถูกทำให้น่าจำ ก็แค่ว่า มีแฟนชื่อ "หมี" หากเสน่ห์ในตัวเธอไม่ออกมาอย่างที่หน้าตาเอื้อให้เป็น (พอบวกกับเสียงที่แง้ว แบ๊วเกินไป ..ก็ตายสนิทละสิครับ)

สุดท้ายนี้ เหลืออยู่คนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ตายด้านจนเกินไป (หากไม่รวมกับงานเทคนิค) ก็คือบทของพระรอง(หรือที่หนังจงใจยัดเยียดความเป็น ตัวร้าย) "ไอ้เป็ด" ที่ได้เด็กมะเดี่ยวปั้นจาก "13 เกมสยอง" อย่าง "ณัฐพงษ์ อรุณเนตร" มาเล่นเอามันส์ที่สุด สนุกที่สุด และคุมหนังเรื่องนี้เอาไว้ได้เพียงอยู่ในมือตัวสมทบเดี่ยวๆผู้นี้ซะอย่างงั้น ..ตรงนี้แหละที่เกินคาด ไปมากมายเลย???



ตอนนี้ผมให้ ...เกรด B






"อาย" ...ว่าด้วยเรื่องความรักของหนุ่มสาววัยเพิ่งผ่านพ้นมหาลัย ที่กำลังพบเจอความสับสนในหัวใจเข้าอย่างจัง ..เมื่อสาวมั่นชาวกรุงอย่าง "ตอง" ต้องมาบังเอิญพบกันกับหนุ่มติสต์รักสงบอย่าง "ทุเรียน" แฟนเก่าที่เคยทิ้งเธอไป ...และเป็นการพบกันที่มีจุดมุ่งหมายเกี่ยวกับการทำงาน ที่ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองต้องยึดถือ ขณะที่ฝ่ายสาว มาเพื่อการแสดงอภิสิทธิ์เป็น(ลูก)เจ้าของที่ดินบนเกาะลับๆแห่งหนี่ง ฝ่ายหนุ่มก็ต้องรับงานเป็นไกด์พาเที่ยวเกาะให้อย่างไม่เต็มใจ เมื่อรู้ว่าคนรักเก่าจะเข้ามาบุกรุกผืนแผ่นดินที่เขาแสนรักเสียแล้ว

จากความเป็นมาเป็นไปในหนึ่งเดียวที่ไม่เคยจับงานทำหนังรักมาก่อนหน้าอย่างใครคนอื่น .."บัณฑิต ทองดี" จึงถูกตั้งความหวังไว้น้อยที่สุดใน 4 ผู้กำกับด้วยกัน เพราะไม่สามารถรับประกันคนดูได้ว่า เขาจะเอาหนังแนวนี้ได้อยู่ (ยิ่งถ้านึกไปถึงงานล่าสุดกับหนังบู๊(ดูเหมือนจะมี)ฟอร์มดี "มนุษย์เหล็กไหล" ก็..ไม่รู้จะหวังอะไรได้ดี)

แต่แล้วคนที่เหมือนจะไม่มีใครคาดหวัง กลับสามารถจะทำงานนี้ออกมาได้ไม่ถือว่าธรรมดาไปเสีย ..เพราะถ้าเอาโดยรวมๆ ในส่วนภาพลักษณ์ ก็ง่ายดายที่จะจับใจคนดู เมื่อมีของที่ดีสำหรับหนังรักเรื่องหนึ่งเก็บเอาไว้ได้ครบ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเสน่ห์ตัวละครที่ไม่ได้มีแค่มิติเดียว มาแบบแห้งๆ ไร้เหตุผล ..หรือจะเป็นองค์ประกอบอื่นๆที่ช่วยเสริมได้สวย อย่างบทที่มีความคิดในการเขียน รวมถึงการสร้างบรรยากาศในหนัง กับสถานที่ที่ชวนให้อยากไปเที่ยว

แต่ถึงจะมีอยู่ครบ และมิวายจะกลายเป็นหนังรักที่ดีไปได้โดยง่าย สำหรับหลายๆคน ..แต่สำหรับผม กลับยังคิดว่า มันไม่ดีพอนะสิ



ไม่ดีพอ อย่างที่หนึ่ง ก็คือ.. พระเอกหน้าใหม่ "บอย-ปกรณ์" กับผลงานการแสดงหนังเรื่องแรกที่เนียนไปกับธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าเล่นได้ดูจริง ดูน่ารัก น่าเคลิ้ม อย่างที่ควรจะเป็นไปในทุกสภาวะแวดล้อม ..แต่ความธรรมชาติในที่นี้ คือ ก้อนหิน ต้นไม้ และผืนทราย ของท้องทะเล คู่เคียงของหนังเลยทีเดียว

แม้ว่าบทจะพยายามให้มิติมากกว่าหนึ่งด้านกับตัวละครของ ทุเรียน ที่มีเหตุมีผลในการหนีรักเก่า เพื่อกลับมาเผชิญหน้าแฟนเก่าในวันที่ไม่พร้อมจะเจอ จะอยู่ด้วยกัน... แต่ปัญหาที่คาแรกเตอร์นี้ต้องเจอมากกว่าเรื่องราวความขัดแย้ง กลับเป็น ความที่คนเล่นหน้าตายด้าน และให้อารมณ์ผ่านน้ำเสียงที่ดูไม่มีอะไรฝังจิตฝังใจเลย ..ถึงต่อให้เชื่อว่าคนที่มีเหตุมีผลในเรื่องของความรัก เพราะว่าอาย จะเป็นคนที่ไม่กล้าแสดงออกอย่างนี้ แต่ถ้าลองให้ ทุเรียน ได้ถึงเวลาต้องระเบิดความสับสนในใจออกไป ก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะสับสนอะไรเท่าไหร่ อย่างที่คนอยากระบายทุกข์ เขาชอบทำกัน

แต่เอาเหอะ เรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้น ..เรื่องหน้าอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้ ใครจะไปรู้?

ไม่ดีพอ อย่างที่สอง ก็คือ.. บทหนัง ที่ว่าดูดีในความคิดเขียนหนังรักข้างต้น ..แต่กับผม มันจะดีกว่านี้ ถ้าหนังไม่พยายามทำตัวแสร้งว่าอยากจะช่วยเปลี่ยนคนดูให้หันมาช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติไปในตัวอย่างนี้

ไม่ใช่ว่าไม่ดี และผมต่อต้านความคิดที่ดีอย่างนี้นะ ..หากมันดูจะมีปัญหากับการเขียนบทที่มีผลต่อการสูญเสียความเป็นธรรมชาติของไดอะล็อกไปเสีย เพราะการที่มัวแต่พยายามสรรหาถ้อยคำอะไรก็ได้ที่ฟังดูดีเข้าว่า หากยังคงความมีสาระทางอุดมคติโดยตลอด แต่เมื่อมันกลับไม่ไปด้วยกัน และกลายว่าดูหลอกกับความจงใจในสถานการณ์ต่างๆ ..มันก็เลยให้ผลว่าเรารู้สึกว่ามันพยายาม มากกว่าจะทำเนียนให้เรารู้สึกได้ด้วยตัวเอง


คือ เรื่องบางเรื่องในบางครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องพูดด้วยปากก็ได้ ...หากใช้ใจลึกๆบอกมันก็น่าจะเพียงพอต่อความตั้งใจในแง่นั้นได้เหมือนกัน เพียงถ้าผู้กำกับมองเห็นแง่มุมที่ดีกว่านี้อีก

ถึงกระนั้น อาย จะไม่ใช่ตอนที่ดี ในความคิดของผม หากถ้ายึดเรื่องของความเพลินเป็นหลักใหญ่แล้ว ..แค่มี "ตาล-กัญญา" กับความสดใส น่ารัก (ที่โตขึ้น และนิ่งกว่า รักแห่งสยาม มิใช่น้อย) ก็ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรอีกต่อไป ...เมื่อยังบวกที่ตอนนี้ เป็นตอนเดียวที่สร้างตัวขโมยซีนชั้นดี อย่าง "กัปตันงุก" ขึ้นมาประดับหนังไว้ด้วยหนึ่งคน ก็นับว่าเพียงพอที่ หนังสั้นตอนที่ 2 จะจบลงด้วยความสุข และเป็นความสุขที่คนดูได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ติดตัว ก่อนจะได้ตัดฉากไปสู่เรื่องถัดมาที่หมองหม่นสุดขั้วเป็นที่สุด



ตอนนี้ผมให้ ...เกรด B






"หวาน" ...ว่าด้วยเรื่องราวความรักของสามีภรรยาที่ผ่านพ้นวันวานยังหวานอยู่มาเนิ่นนาน ..และนานพอที่จะรู้ว่า คนหนึ่งกำลังจะหมดใจ และอีกคนกำลังจะสิ้นใจถ้าคนแรกเป็นฝ่ายต้องการจะจากเธไปจริงๆ ..จนกระทั่ง ในวันหนึ่งได้เกิดเรื่องราวสุดช็อกเกินที่สมองจะทนรับไหว กับฝ่ายภรรยาที่ชื่อ "หวาน" ..แล้วนับแต่นั้นเป็นต้นมา ฝ่ายสามี "เชน" ก็ต้องยอมอยู่รัก และอดทนรอต่อไป เพื่อจะดูแลเธอฝห่หายป่วยจากอาการทางสมองอันกลับตาลปัตรนี้จนพ้นไป

แม้จะเคยมีหนังรักจำนวนมากมาย ที่นำเรื่องของความทรงจำมาเล่นเป็นประเด็นหลักให้คนดูได้ซึ้งใจบ่อยๆ ..หรือกระทั่งกับเรื่องราวของความทรงจำที่ไหลย้อนกลับจากปัจจุบันไปสู่อดีต ที่ก็พอนับได้อยู่ว่าเคยมี

แต่ถ้ามันไหลย้อนกลับแล้ว ตัวละครกลับไม่ได้ย้อนวัยลงตามไป หากว่ายืนอยู่บนความปัจจุบันอันเป็นจริงอีกด้วย ..นี่สินับว่าแปลกใหม่ สำหรับผม

แน่นอนที่ความสดใหม่ของวิธีการเล่าเรื่องแบบที่ หวาน เป็นในที่นี้ อาจสามารถจะเขียนเนื้อหาให้ใหญ่กว่านี้ และกลายเป็นหนังยาวได้เลยเรื่องหนึ่ง ถ้าคนทำทะเยอทะยานคิดต่อยอดไปได้อีกขั้น ...แต่หากเอาเท่าที่เป็นอยู่ในหนังสั้นความยาวครึ่งชั่วโมง หน้าที่ที่ หวาน มีก็ถือว่าเพียงพอจะเรียกร้องความซาบซึ้งจากคนดูได้เอาเรื่องเหมือนกัน

ขณะที่ในหมู่มวลอีก 3 เรื่องขายความเป็นวัยรุ่นเข้าแลก ในการสร้างเงื่อนไขเรียกแขกต่างๆนานา ..แต่กับเรื่องนี้ ที่เดินเข้าหาความเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว กับการสะท้อนภาพของคนวัยทำงาน ที่เห็นเงินเป็นเรื่องใหญ๋กว่าสิ่งใด ...เป็นเรื่องที่สามารถสร้างความเข้าใจ และอารมณ์ร่วมได้ง่ายนัก กับคู่รักคู่ไหนก็ได้ที่กำลังเจอวิกฤตความขมในชีวิตคู่เข้าอย่างจังเบอร์

แม้ในที่นี้ ผมจะยังไม่ใช่คนวัยทำงาน และยังไม่ได้แต่งงาน.. แต่หนังก็ไม่มีปัญหาใดๆกับเด็กแก่แดดแก่ลมอย่างผมจะรู้สึกร่วมตามมันไป

เพราะเอาเข้าจริง หวาน ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า ทีมงานหลังกล้องที่ดี และนักแสดงที่สามารถจะทำให้คนดูเชื่อในเรื่องราวของพวกเขาได้.. ซึ่งสำหรับผม มันมีอยู่ครบ



แม้ว่าการจับหนังรักอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของ "ปรัชญา ปิ่นแก้ว" ในเมื่อสิบปีก่อนก็เคยประเดิมงานกำกับครั้งแรกกับหนังรักปาฏิหาริย์ "เกิดอีกที ต้องมีเธอ" มาแล้ว ...แต่เหตุสำคัญที่ทำให้ผมไม่คาดหวังว่ามันจะดูดี เมื่ออยู่ในมือของผู้กำกับคนนี้ ก็เป็นเพราะว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ เราได้นึกถึงปรัชญาเมื่อไหร่ ก็เป็นต้องนึกถึง "องค์บาก" เอย "ต้มยำกุ้ง" เอย และ "ช็อกโกแลต" เอย ไปด้วย

แล้วมันก็อาจกลายเป็นเรื่องดี ที่ความไม่คาดหวังของคนดูที่รู้จักชื่อเสียงของคุณปรัชมาก่อนหน้า จะมอง หวาน ว่าเป็นหนังทดลองของเขา.. มันเลยทำให้เขาสามารถจะปล่อยของที่ตัวเองมี มางัดข้อกับคนดูได้เต็มที่ ...ยิ่งเมื่อมีเงือนไขของเวลาที่จำกัดด้วยอีกประการ ก็ยิ่งบีบให้เห็นแววความเป็นนักรักที่เก่ง และโดดเด่นกว่าความเป็นนักบู๊ได้เสียมากมาย

แล้วเมื่อการกำกับที่เอาอยู่ได้มาประกอบกับ บทหนังของ มะเดี่ยว และ "เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์" (คู่หูแห่ง 13 และ รักแห่งสยาม) ที่เล่าออกมาได้น่าสนใจในเชิงความรู้ พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือด้วยสถานการณ์ของตัวละครที่ชวนให้สะเทือนสะท้าน จึงกลายเป็นว่า แค่เวลาสั้นๆ กลับให้อะไรกับคนดูได้อย่างมากมาย

การที่ได้การแสดงของ "ชาคริต" และ "นุ๊ก-สุทธิดา" มาทำหน้าที่ได้เต็มที่เท่าที่หนังจะเอื้ออำนวย ก็ให้ผลลัพธ์ที่ทำให้คนดูเข้าใจในตัวละครตามที่ควรเป็น อีกประทับใจในการสื่อสารของเขาทั้งสอง ซึ่งหากต่อยอดด้วยบทที่กลายเป็นหนังขนาดยาว ก็น่าจะทำให้ดูเข้าตาการได้รางวี่รางวัลมากกว่านี้ก็เป็นได้ ..ในส่วนของแฟรชแบ๊คที่เป็นหน้าที่ของ "แชมป์-วิศิษฎ์" และ "สายป่าน-อภิญญา" ก็ช่วยเติมเต็มให้เรื่องราวในอดีตลึกซึ้งตามครรลอง แม้จะไม่โดดเด่นอะไรก็ตาม แต่เสน่ห์ที่หน้าตา และการแสดงออกที่สดใสของฝ่ายหญิง ก็ทำเอาผมเคลิ้มอยากทำความรู้จักเหมือนพระเอกได้อยู่หมัด

สรุปได้ว่า รวมๆของ หวาน ..ดีเพียงพอแล้วจะทำให้เกิดความประทับใจ อันเรียกร้องผมให้ร่วมซาบซึ้งไปกับมันได้ ..และถือเป็นตอนที่ผมชอบมากที่สุด ในชุดหนังสั้น เซ็ทนี้แล้ว



ปล. ระหว่างดูหนังตอนนี้ไป ก็เกิดความคิดถึงหนังอีกเรื่องที่มีเนื้อเรื่องคล้ายกัน แต่ยิ่งใหญ่กว่าเยอะ อย่าง "The Curious Case of Benjamin Button" ..หนังที่เราจะได้เห็นพี่แบรด พิตต์ เติบโตจากแก่ไปหาแรกเกิด!!? ...นี่คือโปรแกรมโคตะระต้องดูของผมในเดือนแรกของปีใหม่นี้เลยเชียว

ตอนนี้ผมให้ ...เกรด A-






"ฝัน" ...ว่าด้วยเรื่องราวของ "ต้นข้าว" เด็กสาวผู้เป็นแฟนคลับตัวจริงของวงดนตรีชื่อดังโด่ง "August" ที่มีความฝันใฝ่จะได้ใกล้ชิดกับกลุ่มนักร้องที่เธอชื่นชอบสักครั้ง ..แม้มันจะเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม แต่สำหรับตัวเธอก็พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อพิชิตหัวใจคนที่เธอรักให้ได้

ถ้าอ่านแค่ถึงตรงนี้ ...หลายคนคงเกิดความคิดถึง ปิดเทอมใหญ่ฯ ขึ้นมา เพราะหนึ่งในสี่ของเรื่องนั้น ก็มีพลอตที่ว่าด้วยความรักนักร้องเหมือนๆกันเลย (แล้วจะยิ่งคิดถึงมากขึ้น.. กับหน้าตาของน้อง ต้นข้าว ..ที่ละม้ายคล้ายหนูโฟกัส อย่างกะตั้งใจล้อเขาแนะ) ...มันจะติดก็แค่อย่างเดียว ที่ว่าด้วยการแลกความรัก

เพราะการยอมจะแลกทุกอย่างในที่นี้ ก็จะเป็นที่มาของความฝัน ที่บรรเจิดที่สุด เท่าที่คนดูจะคาดถึง....!!!

แน่นอนที่ใครๆก็อาจเคยมองว่า งานหนังสั้นในหมู่มวลของ 4 Romances ทั้งหมด.. จะมี "มะเดี่ยว-ชูเกียรติ" เป็นตัวชูโรงเพียงคนเดียวที่ให้ความไว้วางใจในเรื่องนี้ได้ ...เพราะไม่ใช่แค่การมีเครดิตที่ยอดเยี่ยมจาก รักแห่งสยาม ช่วยยืนยันว่า หนังรักเป็นสิ่งที่เขาทำได้ถึง.. หากยังต้องรวมไปถึงเมื่อครั้งยังเป็นเด็กนิเทศ จุฬา ที่เป็นที่รู้จักในแวดวงหนังสั้นเสียดิบดี มารับประกันว่าเข้าทางพี่ท่านเป็นอย่างยิ่ง

ถึงต่อให้ ฝัน จะหลุดคอนเซปต์ความเป็นหนังรักคู่แฟน อย่างที่อีกสามเรื่องเป็น ...ก็ยังไว้ใจได้ว่า คงไม่มีทางจะหลุดจากความชอบใจของคนดูไปได้

แต่ถ้า ฝัน ในที่นี้ ไม่ใช่แค่กล้าที่จะแตกต่างอย่างเป็นตัวของมะเดี่ยวเองเท่านั้น ..หากยังหลุดจากเรื่องของความรักแบบอิ่มเอม ไปสู่ความบ้าสุดขอบขีดของความฝัน ที่โลกของความจริงถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นโลกแฟนตาซีเสียสิ้นเชิง เมื่อน้องต้นข้าวหลับตาลงทันใด

และยิ่งแล้วใหญ่ที่ว่าโลกแฟนตาซีแห่งนี้ มีแต่ความเพ้อเจ้อ ติ๊งต๊อง และไร้สาระ เป็นสิ่งที่เราจะได้พบเห็นแทบทั้งเรื่อง ..ขอย้ำว่า แทบทั้งเรื่อง!!!

คือ ถ้าใครไม่รู้มาก่อนว่านี่จะเป็นหนังการ์ตูน ที่มีฉากมิวสิคัล อยู่บนเหตุผลและตรรกะที่ไม่มีแก่นสารใดๆ จะจับจด ...ก็คงจะพบกับความผิดหวังอย่างรุนแรง สำหรับงานกำกับของผู้กำกับไฟแรงสูงงงงงงงง..จนเกินไปคนนี้

ผมเป็นคนหนึ่งที่กล้ายืนยันได้ว่านี่เป็นงานที่ด้อยที่สุด ในหมู่มวลของหนังพี่แมวโพงผู้นี้ ..แต่ไม่ใช่ว่าความด้อยนี้ จะหมายถึง ความห่วยแตก อย่างที่กระแสเสียงติชมกำลังไหลมาทางนี้เสียมาก ...ผมกลับพบว่าเรื่องของความฝันบ้าบอแบบเด็กๆ (และเป็นเด็กผู้หญิงที่เพ้อเจ้อสุดๆ) นี่แหละที่เป็นเสน่ห์ของหนังตอนนี้เลย

เพราะความฝัน มันไม่มีเหตุไม่มีผลสำหรับคนเป็นเด็ก ..ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ จะเปลี่ยนเรื่องเมื่อไหร่ก็ได้ และอาจจบลงได้ในทันที (ทั้งๆที่เรื่องในฝันยังไม่จบสิ้น)เมื่อตื่นลืมตา ...แล้วพอจะหลับลงอีกที ก็ไม่ได้หมายความว่าจะฝันต่อในเรื่องเดิมซะเมื่อไหร่

แม้จะต้องยอมรับว่าความที่มันไม่ปะติดปะต่อของเรื่องราว ที่จู่ๆจะมาก็มา จะไปก็ไป กลายเป็นตัวที่ทำให้หนังดูเลอะๆ เอาอย่างมาก จนดูว่าน่าหงุดหงิดบ่อยๆ ...แต่พี่แมวโพงของเราก็ยังสามารถนำเอารายละเอียดปลีกย่อยของความฝัน มาเก็บได้ครบ และเล่าได้ขำๆ เน้นเอาความเฮฮา บ้าบอ ของบรรดาเพื่อนพ้อง วงสิงหา มาผนวกกับความแบ๊วของเด็กน้อยพระนางของหนังได้ลงตัว



ใครจะว่าหนังเรื่องนี้มีไว้เพื่อช่วยโปรโมต August ให้ขายดีไปมากกว่านี้ ..ผมว่าคงไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เพราะเอาแค่ให้ใครสักคนเป็นตัวเด่นของวง คนๆนั้นก็ไม่ใช่ "พิช" ร้องนำ ...และกลับกลายเป็น "นนท์" มือกีตาร์หน้าตี๋มีเหล็ก(ดัดฟัน)ซะงั้น

ยิ่งกับทฤษฎีที่ว่า มะเดี่ยว กำลังกินบุญรักแห่งสยาม ด้วยแล้ว ยิ่งไม่น่าเป็นไปได้เลย ..เพราะถ้าจะเรียกว่าการกินบุญเก่าได้จริง มันก็ต้องไม่ใช่หนัง ฝันฟุ้งเพ้อเจ้อหลุดโลก อย่างนี้หรอก

ไม่ว่า ฝัน มันจะต้องการสื่อสารความนัยอะไรกับคนดูก็ตามแต่ หรือแค่เป็นความฝันลอยๆ ที่แค่เพลินๆ หนุกๆ จบแล้วเป็นจบกัน... สำหรับผมก็ไม่คิดอะไรมากในตรงนี้ นอกไปจากอยากเห็นแง่มุมของความรักแบบมะเดี่ยว ก็เท่านั้น ..แต่ถ้าพยายามเพียรหากันแต่ต้นเรื่อง ก็มิวายจะพบแต่ความว่างเปล่า และนึกไปก็รำคาญไป ที่ยังหวังว่ามันจะมีบ้างไหม?

จนกระทั่งเมื่อหนังที่เคยเดินสะเปะสะปะตลอดทาง และ(คนดูสามารถ)รอดมาได้จนถึง 10 นาทีสุดท้ายของมันไปแล้ว.. ความรักแบบมะเดี่ยว ก็เพิ่งจะเริ่มทำงานเอาในตอนนี้นี่เอง

แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ...แต่ก็เป็นความสั้นที่มีศักยภาพ และมาพร้อมความน่ารักของตัวละครพระนางวัยใส ที่ยังสด และเป็นธรรมชาติที่น่ามอง มากกว่าน่าเมิน ...เอาเพียงเป็นเรื่องแรกของน้องทั้งสอง ก็เรียกว่า เล่นดี ได้เลยแหละ

ส่วน ออกัสท์ ที่อาจมาแค่สมทบในการนี้ และไม่โดดเด่นอย่างที่คาด ..แต่เพลงประกอบของพวกเขาก็ยังน่าฟัง และเป็นตัวเอก ที่ทำเอาผมเคลิ้มไปกับหนังเพ้อๆ อย่างนี้ดีเหลือเกิน (พอบทจะฮา ก็ก๊ากลั่นซะทีเดียว)

และส่วนที่เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในเรื่องของความฝัน... ผมก็แอบเป็นปลื้มให้กับความฝันแบบเด็กผู้ชายของน้อง "บอย" เอาอย่างมาก ..เพราะไม่ใช่ว่ามันดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิด และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ...หากยังคล้ายคลึงกับผมในปัจจุบันนี้อีกต่างหาก

ใครอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไร นอกเหนือจากนั้นไม่ขอเล่า เพราะความรักเป็นเรื่องส่วนตั้ววววว ..ส่วนตัวของแต่ละบุคคล (555+) ....เช่นเดียวกับ ความฝันใน ฝัน ที่คงจะต้องไปดูด้วยตา แล้วจะรู้ว่าอะไรที่เป็นความเพ้อเจ้อ ก็ดูน่ารักน่าชังดีเหลือหลายได้เหมือนกัน



ตอนนี้ผมให้ ...เกรด B+




"ฝัน หวาน อาย จูบ" ... ว่าด้วยเรื่องความรักของคน 4 รุ่น 4 รูปแบบ ที่ต่างความต้องการ ต่างความคาดหวัง และต่างความดี ความด้อย ของตัวหนังแต่ละเรื่อง ..แม้เมื่อมันจะเอาคละรวมกันเป็นหนังราวๆ 2 ชั่วโมงแล้ว มีทั้งความเฉยๆ ความรู้สึกดี ความประทับใจ และความบ้าบอ อยู่ในเรื่องเดียวกัน แต่มันก็ไม่ถือว่าน่าผิดหวังสำหรับหนังไทยเรื่องนี้ ...ที่ถึงจะน่าให้คิดว่า ดีกว่านี้ได้อีกก็ยังคงได้ ..แต่ถ้าไม่เสียดายเวลาอะไรแล้ว ก็เรียกว่า เพลินๆได้พอประมาณ เป็นการดูหนังส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่คุ้มค่าก็แล้วกัน

โดยรวมๆ (เฉลี่ย) ผมให้ ...เกรด B+ ... {}

"สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนังได้ที่ //vreview.yarisme.com"







เร็วๆนี้ เตรียมพบกับการสรุปความยอดเยี่ยมประจำปี 2008 กับการดูหนังทั้งในโรงและบ้าน ที่ผ่านมาตลอดทั้งปีของผม ..กับ "ดู{หนัง} วิธ มายเซลฟ์" {The Best of 2008} ..รออีกนิด จะรีบมาบอกคุณๆกันครับ


ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ


ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ




Create Date : 05 มกราคม 2552
Last Update : 5 มกราคม 2552 1:23:22 น. 1 comments
Counter : 3455 Pageviews.

 
ของพี่ ถ้าเรียงตามลำดับความชอบ ...
+ จูบ - ชอบน้อยสุด ด้วยเหตุผลคล้ายๆ กับนัท

+ หวาน - พล็อตเก๋ดี แต่สิ่งที่พี่รู้สึกไม่ค่อยอินกับตอนนี้ก็คือ เมคอัพที่ดูหลอกตา, จังหวะการตัดต่อและลำดับภาพที่บางทีก็ทำให้ดูงง มากกว่าจะเข้าใจ เลยพลอยทำให้ชอบตอนนี้น้อยลง

+ อาย - ถึงจะเป็นสู้ตร สูตร แต่เพราะมันดูลงตัว ในบรรยากาศใสๆ สบายๆ ละมังครับ เลยทำให้พี่ชอบตอนนี้มากกว่าหวาน

+ ฝัน - คุณมะเดี่ยว แมวโพง สร้างสรรค์อีกแว้ว ช่างกล้าใช้อนิเมชั่นเป็นตัวดำเนินเรื่อง (และเสี่ยงต่อการทำให้คนดูหลายคนไม่ชอบ เพราะไม่อิน) แต่สำหรับพี่เอง พี่ว่าน่ารักดีนะ (แต่ขายมาม่ามากไปหน่อย ส่วนวงออกัสต์ยังไงก็ต้องขายอยู่แล้ว เป็นเด็กปั้นทั้งทีนี่นา )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 16 มกราคม 2552 เวลา:15:40:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
มกราคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 มกราคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.