+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
“5 แพร่ง” ... ความกลัวครานี้ เสพไม่ค่อยติด ..แต่ความสนุก(โดยเฉลี่ย) มีมากขึ้น

ทบทวนกันก่อนกับรีวิวภาคแรก..ตามมาอ่านกันได้ที่นี่...

"สี่แพร่ง" ... 4 ผี + 4 สั้น + 4 แนวทาง + 4 ความรู้สึก = 1 ความบันเทิงที่เกือบ..ลงตัว
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=onceupon&month=28-04-2008&group=2&gblog=128





อุตส่าห์ได้เปิดตัวด้วยสโลแกนอย่างมั่นใจเต็มใจร้อย ว่า.. “อย่าแปลกใจ ถ้าคุณเสพติดความกลัว” ...ทีมคนทำหนังไทยแนวสยองมืออันดับ 1 ของ GTH คงคิดหวังว่า การกลับมาของ 4 แพร่ง ภาคสอง ในนามว่า “5 แพร่ง” จะต้องสร้างปรากฏการณ์ที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ดังเช่นว่า คงจะเป็นหนังไทยเรื่องแรกของปีนี้ ที่ทำเงินได้ถึง 100 ล้านบาท ..มั้ง??

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจจริงๆหรอก ที่เป็นอย่างนั้นได้ ในเมื่อ ตัวเปิดประเด็น อย่าง 4 แพร่ง ก็จัดว่าเป็นหนังผี รวมเรื่องสั้น ที่มีคุณภาพถึง และความสนุกก็ได้ในระดับกำลังดี ถึงดีมาก (ซึ่งมันคงจะดีกว่านี้มากๆอีกแน่ ..หากฆ่าตัดตอน ผีไสยศาสตร์ของเด็กแนวบ้าซีจิ เรื่องนั้นไป ) ..อีกรวมทั้ง ตัว 5 แพร่งเอง ก็มาพร้อมกับการโปรโมตที่อล่างฉ่างกว่าเดิม ...เรียกได้ว่า งานนี้ GTH ใช้สื่อได้คุ้มค่าเอาอย่างมาก (แค่สื่อในมือแกรมมี่ ก็มีตั้งเท่าไหร่แล้วล่ะ วิทยุเอย ทีวีเอย)

แต่ประเด็นสำคัญที่ผมสนใจ 5 แพร่ง มันย่อมไม่ได้อยู่ที่ การโปรโมตเต็มสูบ ของค่ายหนัง (อันนี้ ถือเป็นเรื่องที่จะได้ผลประโยชน์ จากคนใกล้ตัวของผมซะมากกว่า เช่น เพื่อนๆผม ที่ไม่ค่อยจะดูหนังผี ก็ยังอยากจะดูหนังเรื่องนี้) ..แต่มันได้ตกไปอยู่ที่ ความไว้วางใจ ที่ผมมีต่อหนังผี GTH ไปแล้วเรียบร้อย

ดังนั้น ด้วยเหตุนี้แล้ว ..แม้ต่อให้ผมจะไม่รู้สึกปลาบปลื้มอะไรเลยที่ 4 แพร่งจะมีภาคต่อ (อาจด้วยความที่เดากันได้ ว่ายังไงก็ต้องมี) ...แต่ผมก็แน่ใจได้เลยนับแต่ตอนนั้น ว่ายังไงๆ ผมก็ต้องเสียตังค์ตีตั๋ว เข้าไปเสพติดความกลัว ครั้งใหม่ อย่างไม่อาจเลี่ยงได้

และแล้ว การเดินเข้าโรงไปพบประสบ และ เสพติดความกลัวครั้งใหม่ ใน 5 แพร่ง ..ก็ได้ให้ผลลัพธ์กับผม (ผู้ไม่นิยมเสพหนังผีเป็นนิจสิน..อยากดูก็ต่อเมื่ออารมณ์กลัวจะบังเกิด) ดังต่อไปนี้



หลาวชะโอน




หลังจากโดนสวดยับอย่างหนักหน่วง มาจากผลงานในภาคก่อน ..ผู้ที่เคยฝากรอยแผลเหวอะหวะให้กับ 4 แพร่ง ดูน่าให้เข็ดหลาบนัก อันนามว่า “กอล์ฟ-ปวีณ” ก็แกร่งกล้าพร้อมกลับมาอีกครั้งใน 5 แพร่ง ...และครั้งนี้ เขาก็เลือกที่จะกลับมา ด้วยความแตกต่าง

ความแตกต่างที่ว่า ไม่ได้เป็นเฉพาะกับการลดพลังความบ้าซีจีเข้าขั้นเพ้อ ของเขาเพียงเท่านั้น ..แต่ยังจะมีการเพิ่มเติมในทางที่ดีขึ้น ซึ่งได้แปรผันตรงกับคุณภาพของเนื้องานเสียด้วยซ้ำ

หากมองในแง่ของการทำหนัง ..ผมเห็นว่า คุณกอล์ฟ ดูจะประณีตมากขึ้น กับการจัดการภาพและเสียง ให้มีผลต่ออารมณ์คนดูโดยตรง พยายามให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด และขณะเดียวกัน เขาก็ไม่พยายามบ้าพลังไปกับสิ่งที่(เขาคิดว่า)ถนัดอย่าง ซีจี (แม้จะมีให้เห็นบ้างก็เหอะ ..แต่จัดว่าทำเนียนได้ดีกว่าเดิม จนไม่สะดุดนัก) ซึ่งถ้าหากคุณกอล์ฟ เลือกจะเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ ผลงานชิ้นแรกอย่าง “บอดี้ ศพ #19” แล้วละก็ ..ผมแน่ใจว่า จะใครต่อใคร ก็คงมองคุณกอล์ฟ ในฐานะผู้กำกับหน้าใหม่ ไฟแรงสูง ที่มีผลงานน่าจดจำ ได้ไม่ยากเลย

แต่ถึงกระนั้น สิ่งที่เขาได้ทำไว้ใน 5 แพร่ง กับตอนที่ว่าด้วย เรื่องอินเทรนด์อย่าง การปาหิน นี้ ..ก็ยังไม่เชิงว่าจะเป็นหนังผีที่น่าประทับใจเลยทีเดียวนัก

แม้ยังไงก็ต้องชื่นชมในเรื่องของฝีมือที่มีมากกว่าเคยเป็นมา และยังอาจจะรวมกับความน่าภาคภูมิใจ ที่ผลงานของเขาสามารถแสดงภาพเหมือน ที่สะท้อนสังคมไทยออกมาได้น่าให้เชื่อ จนชวนให้ต้องคิด (และบางคน ถึงขั้นอาจจะกลับตัวกลับใจ ..ก็น่าจะมี)

แต่โดยภาพรวม หลาวชะโอน ยังคงขาดซึ่งบางสิ่งบางอย่างที่จะทำให้คนดูรู้สึกอินกับหนังไปได้สุดทาง ..และสิ่งนั้นก็คือ ความน่าสนใจในตัวละคร

ซึ่งในกรณีที่ว่านี้ ผมอาจจะมีที่ว่าง พอยกเว้นให้กับ ตัวละครของ “เก้า-จิรายุ” ที่ยังเล่นออกมาได้เด่นจนน่าเชื่อถือ และเนียนไปกับภาพของเด็กนรกได้จริงๆ

แต่กับตัวละครคนอื่นๆที่อยู่รอบข้าง เด็กนรก ..ผมไม่รู้สึกถึงความคุ้มค่า ในการเลือกใช้ดาราดังของหนังตอนนี้เลย

ซึ่งนั่นก็อาจข้องเกี่ยวกับปัญหาของเวลาที่ใช้เล่าเรื่อง สำหรับหนังสั้นแต่ละตอน ที่ต้องยอมตัดยอมทอนเพื่อให้เรื่องอื่นๆ ได้เล่าในส่วนที่ตัวเองอยากเล่าเอาให้ครบ ด้วยแหง ..แต่เอาเข้าจริง ถ้าหากยอมจะเพิ่มเวลาอีกสักนิด เพื่อ หลาวชะโอน โดยเฉพาะแล้ว ผมว่า คุณกอล์ฟ ก็น่าจะเอาตรงนี้ได้อยู่มือไม่ยาก ซึ่งคงเป็นเช่นเดียวกับที่ บอดี้ ศพ #19 งานแจ้งเกิดของเขา เคยทำให้ นักแสดงประกอบ(รอบข้าง เป้-อารักษ์) แสดงออกมาได้เด่นตามที่บทมันส่ง (และกรณีนี้ ก็เกิดมากๆ กับ เมย์-ภัทรวรินทร์)

หากถึงแม้จะว่าโดยเรื่องราว แล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นตอนเปิดของ 5 แพร่งนี้ เป็นหนังสั้นที่ดีเยี่ยม เรื่องหนึ่งก็จริงอยู่ ..แต่เพียงถ้าหนังใช้ทรัพยากรที่น่าสนใจอย่างมีความหมาย ให้ผลลัพธ์ที่ดูแล้ว เขาและเธอทำได้คุ้มค่า เหมาะสมกว่านี้อีกหน่อย ...ผมก็คงจะประทับใจแพร่งนี้ อย่างที่หลายๆคนเขาเป็นกันได้หรอก

เพราะยิ่งเมื่อย้อนนึกถึงฉากจบของตอนนี้ทีไร แล้วเกิดความสะใจ และสังหรณ์ใจกับมันได้ทุกที... ก็ยิ่งเสียดายที่ความเป็นไปก่อนหน้าของมัน เล่าและเล่นงานผม ไม่ค่อยจุกเท่าที่ควร



ห้องเตียงรวม




แม้การจับงานกำกับครั้งแรกของนายใหญ่(ที่สุด)แห่ง GTH อย่าง “วิสูตร พูลวรลักษณ์” อาจจะต้องถูกมองว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ ก็จริงอยู่ ..แต่เมื่อหนังที่เขากำกับเองนั้น ได้สำแดงผลลัพธ์ออกมา มันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์ ให้ตื่นตระหนกตกใจอะไรนัก

เพราะสิ่งที่เราได้เห็นจาก ห้องเตียงรวม ในเวลาร่วม 10 กว่านาที ที่เสียไป ..มันไม่ใช่ความแปลกใหม่ใดๆ สำหรับการดูหนังผี และยังออกจะดูธรรมดาเลยทีเดียว หากเทียบกับมาตรฐานหนังผี GTH ที่ผู้กำกับรุ่นพี่ (เพียงแค่มีความอาวุโส และตำแหน่ง ต่ำต้อยกว่า เท่านั้นเอง) ได้วางระดับเอาไว้ก่อนหน้า

ไม่ว่าจะเป็น มุขหลอกผี ที่ยังมาด้วยลูกไม้เดิมๆ จังหวะการหลอน ที่ย่อมเดาทางได้ และการแสดงของคนเจอผี (โดย “แดน-วรเวช” อดีตเด็กลาดพร้าว ที่ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ ย่านอโศก แบบครึ่งตัว) ที่ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไรหรอก (หากไม่นับกับการเป็นตัวเอก)

แต่นั่นก็ยังไม่ได้หมายความว่า ห้องเตียงรวม จะถือเป็นตอนที่ดูด้อยอย่างโดดเด่น เสียเลยทีเดียว ..แม้ความสนุกจะคงระดับเอาไว้ที่ความเรื่อยๆ ไปเรียงๆ แต่เมื่อหนังได้ดำเนินมาถึงจุดจบแล้ว ผมก็ได้พบกับหมัดฮุคที่แรง เด็ดขาด และทรงพลัง ในบัดนั้น ..อันเป็นบัดเดียวกับที่ผมเพื่งจะพบว่า หนังตอนนี้ แอบมีเซอร์ไพรส์ เว้ย

หมัดฮุคที่ว่านี้ ผมคงบอกไม่ได้หรอกว่า มันคืออะไร? (พอสปอยล์ปุ๊บ! ก็หมดสิ้นซึ่งความแรงปั้บ!) ..แต่หากถามถึง ความชอบ(โดยส่วนตัว)ที่มีต่อฉากจบของหนังสั้นใน 5 แพร่ง มากที่สุดแล้ว ผมขอยกให้ฉากในแพร่งที่ 2 นี้ ชนะเลิศ!

ยิ่งพอได้เห็นเครดิตตอนท้ายเรื่อง ว่าฉากที่ว่า(รวมหนังทั้งตอน)นั้น กำกับภาพโดย “จิระ มะลิกุล” ..ก็หมดสิ้นซื่งความสงสัยใดๆ ที่ทำให้ผมต้องชอบฉากนี้ อย่างไม่มีเหตุผล!!!



Backpackers




นี่คือ ตอนที่(ผมจัดให้)ด้อยที่สุด ของ 5 แพร่ง ..และเหตุผลในความด้อยของมันที่ผมจะให้ไว้ ก็เป็นเช่นกรณีที่คล้ายๆกับ เมื่อคราว ตอนที่ด้อยที่สุดของ 4 แพร่ง เคยเป็น

นั่นคือ ความรู้สึกที่ผมเข้าใจว่า ...ถ้า Backpackers (และ ยันต์สั่งตาย) เลือกจะเล่าเป็นหนังยาว มันน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเวิร์คมากกว่า เช่นที่ได้ดูในหนังสั้น

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากว่ากันตามใจสนุกเท่าที่หนังสั้นจะให้ได้แล้วละก็ ..คงต้องฆ่า ยันต์สั่งตาย ทิ้งเพียงสถานเดียวกันจริงๆ ...ส่วน Backpackers ของ “ย้ง-ทรงยศ” ก็ยังหนีตายมาได้แบบเนียนๆ ด้วยฝีมือการกำกับที่ไม่ถึงกับน่าผิดหวัง ของหนึ่งในแก๊ง “แฟนฉัน” ผู้เคยแตะเรื่องผีๆมาแล้วใน “เด็กหอ”

แม้โดยส่วนตัว จะรู้สึกว่า งานนี้ คุณย้ง ดูจะมือตกไปกับการสร้างเหตุผลที่ชอบธรรมให้กับเรื่องราวและตัวละคร รวมไปถึงความไม่ผูกพันกับใครๆในหนังตอนนี้เลย... แต่มันก็พอจะมองข้ามไปได้บ้าง หากว่ากันด้วยเรื่องของความระทึกใจ ที่ Backpackers จัดมาให้ ..แม้จะไม่ถึงกับใจหายใจคว่ำ แต่การสร้างบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยการถูกคุกคาม ก็คือ สิ่งที่จับต้องได้ ให้พอจะเกิดอารมณ์อินไปกับมันได้ประมาณหนึ่ง

ซึ่งถ้าเพียงบรรยากาศเหล่านี้ มันได้ไปปรากฏในหนังยาว อย่างน้อยๆ สักชั่วโมงครึ่ง พร้อมกับเรื่องราวที่เข้มข้นจนสุดทาง ในทุกๆประเด็น (ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการมองคนไทยในมุมของคนต่างชาติ) ..ผมมั่นใจว่า Backpackers จะคู่ควรกับการเป็นหนังซอมบี้แบบไทยๆ เรื่องแรก ที่ให้ผลลัพธ์ที่ เวิร์ค และเกิด(มีคนอยากทำตาม) เป็นแน่ๆ



รถมือสอง




ถ้าไม่นับรวม แพร่งสุดท้าย ที่ผมหวัง(ไว้แต่ต้น)ว่า มันต้องสนุกมากๆ แล้วละก็... รถมือสอง ก็จะถือเป็นตอนที่ผมให้ความสนใจมากที่สุด ในบรรดา 4 แพร่งที่เหลืออยู่

ที่ผมสนใจในแพร่งนี้ มันไม่ได้เกี่ยวกับ ตัวดารานำอย่าง “นิโคล เทริโอ” หรือจะว่าผมมั่นใจในการกำกับของ “โอ๋-ภาคภูมิ” ก็คงไม่ถึงกับเต็มร้อย (ด้วยความที่ผมค่อนไปทางเฉย กับ Last Flight ของเขา ใน 4 แพร่ง) ...แต่เหตุผลหลักๆ ที่ผมมองว่า ตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่ทำออกมาสนุกมากๆตอนหนึ่งได้เลย ก็คงต้องยกผลประโยชน์ให้กับ ความน่ากลัว(ที่มีอยู่แล้ว)ของรถมือสอง ..ที่ชวนให้ผมใคร่กระหายอยากรู้อยากดูเหลือเกินว่า ครานี้ มันจะนำเสนอออกมาเป็น ผีสิง(สถิตใน)รถ หรือว่า รถผีสิง(ที่อยู่ๆก็ถูกสาปให้เกิดความสยอง)

ซึ่งถ้าถามว่าผมอยากเห็นแบบไหนมากกว่ากันแล้ว ..ผมขอตอบว่า กรณีหลัง คงจะต้องแหล่มมิใช่น้อยๆ (ให้นึกภาพ รถผีสิง ไล่ชน นิโคล อย่างบ้าคลั่ง ในอารมณ์ Scream ดูสิ ..มันซาดิสม์มากมาย )

แต่เอาเข้าจริงแล้ว ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรที่มันกลายเป็นกรณีแรก (ก็อย่างว่า ถ้าทำอันหลังจริงๆ ..คงจะทำเอาเสื่อมจิตจนเกินไป) ..และนั่นก็จะถือเป็นบทพิสูจน์กลายๆ สำหรับ คุณโอ๋ ที่จะสามารถสร้างสถานการณ์บีบบังคับจิตใจเราอีกครั้งได้อย่างไรกัน ในเมื่อการเล่นหลอกหลอนของเขา มักจะมาด้วยกระบวนท่าเก่าๆ รูปแบบเดิมๆ ซะจนเคยชินแล้ว

แล้วมันก็ไม่ได้ประสาอะไรกับ คุณโอ๋ กันจริงๆ ..รถมือสอง ก็คือ อีกครั้งที่ผู้กำกับผู้นี้สร้างความน่ากลัวให้เราเคลิ้มไปกับมันได้อย่างไม่คณามือ

ซึ่งแม้จะว่ากันที่ตัวเนื้อเรื่องแล้ว รถมือสอง ก็ยังหามีอะไรให้ได้ตำหนิเหมือนเช่นที่เคยเป็นใน Last Flight ..กับการที่หลายๆครั้ง สถานการณ์ในเรื่องก็ไม่มีเหตุมีผลจูงใจอันสมควรจะก่อให้เกิดเช่นนี้ เช่นนั้น อีกความน่าเชื่อก็มีอยู่ไม่มากเท่าไหร่

แต่กระนั้นแล้ว ถ้าความสนุก มันยังเกิดได้จากความกดดันที่ดาหน้าจะมาฆ่าเราได้ในทุกทางๆ.. ผมถือว่า รถมือสอง ทำคะแนนสอบผ่าน ออกมาได้ดีกว่า Last Flight ตรงที่ ทำให้ผมใจเต้นระส่ำ ไม่เป็นจังหวะ มันรัวเร็วจนไม่ทันได้ทำใจนิ่ง

และอีกส่วนที่ทำให้ผมอินกับ รถมือสอง ได้มากกว่า ..ก็คือ การแสดงความรักของแม่ที่มีต่อลูก (แม้ในบางครั้ง มันก็ไร้เหตุไร้ผล แต่พอเข้าใจได้ในสัญชาตญาณ) ..ผมมองว่า พี่นิโคล ทำให้ผมเชื่อเธอ ณ จุดนี้ได้ (ที่เธอก็มีลูกอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตัวละครในเรื่อง) แม้อีกจุด ที่เธอต้องเล่นเป็นคนขี้โกง (ด้วยใบหน้าแอ๊บแบ๊วของเธอ)จะไม่ทำให้ผมเชื่อได้เลยก็ตามที

แต่ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวผมเกิดอินกับหนัง ด้วยความที่ตัวเองก็ใช้รถมือสองอยู่ (แต่ยังดี ที่ไม่มีประวัติอะไรแนวนั้น เหอออออ..!) หรือจะว่า ความอิน มันก็เป็นไปตามกระบวนการการสร้างของหนังเอง ..แต่ส่วนตัวผมขอคอนเฟิร์มว่า รถมือสอง คือ ตอนที่จะทำให้คุณรู้สึกได้เสพติดความกลัว ไปจาก 5 แพร่ง มากที่สุด ..เรียกได้ว่า ใครอยากจะมากลัว เรื่องนี้คงได้จัดให้หนักๆ มาเต็มๆ แบบฟูลออฟชั่น

แต่ถ้าใครไม่กลัวอะไรเลย ..ก็ขอให้รอปิดท้าย กับเรื่องสุดท้าย ที่ไม่น่ากลัว(ก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว) แต่น่าก๊ากกกกกกก!!



คนกอง




เนื่องจากความสำเร็จ(แบบผิดคาด)ของ คนกลาง ใน 4 แพร่ง มันมีอยู่มาก จนใครๆก็ต้องบ่นคิดถึงให้มีอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ..เพียงฉะนั้นแล้ว การกลับมาใน 5 แพร่ง ของ “โต้ง-บรรจง” ก็คงไม่ใช่อะไรที่ต้องเซอร์ไพรส์กันอีกต่อไป กับการทำหนังผีที่แหวกทุกขนบ จนขบกรามและขากรรไกรไว้ไม่อยู่

แล้วในเมื่ออุตส่าห์จะกลับมาสร้างเสียงเฮและฮากันอีกทั้งที ..ก็กลายเป็นว่า คนกอง ย่อมมิอาจขาดซึ่งทีมนักแสดงที่เวิร์คมากๆ จากคราก่อน อย่าง เต๋อ/เอ/ชิน/เผือก ที่ต้องฝืนจากความตาย กลับมาซ่าส์ กวน ยียวน ป่วนจิต ...แต่กระนั้น ก็ยังอาจไม่เจิดถึงที่สุดได้เท่า กับการมีพี่ “มาช่า” อีกคนหนึ่งมาร่วมแจมในครานี้ด้วยหรอก

ฉะนั้นแล้ว ความน่าดูน่าชม คนกอง ของ 5 แพร่ง เลยต้องจัดมาพร้อมกับความคาดหวังในความสนุกแทบเต็มลิมิตของคนดู ..ทั้งที่อยากจะเห็นความแหวกของเรื่องราวได้มากกว่าเดิม(รึเปล่า??) และอยากจะรู้เต็มประดาว่า ถ้าจับพี่ช่า ดาราคุณภาพตัวแม่ มาทำอะไรฮาๆ เธอจะเจิดไปไกลถึงจุดไหน?

ซึ่งหลังจากที่ได้พบประสบกับ คนกอง แบบเต็มๆ ..ผมก็หมดห่วง ในเรื่องความเจิดของพี่ช่าไปเสียสิ้น ...และออกจะมั่นใจด้วยซ้ำ ว่าเธอต้องเกิด เกิด เกิด บนเวทีรางวัลในปีนี้อีกแน่นอน

การรับเล่นเป็นคนอื่น ที่แตกต่างกันไป อาจว่ายากแล้ว ..แต่ถ้าให้เล่นเป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่คนส่วนมาก ไม่คิดว่าคนเล่นจะเป็นเช่นนั้นได้จริงๆละก็ ...ขอบอกเลยว่า พี่ช่า ใน คนกอง ทำให้ผมเกือบๆหวิดๆจะเปลี่ยนความคิด ความฟุ้งฝันที่มีต่อตัวเธอไปได้เลยทีเดียวเชียว

ลองให้นึกภาพพี่ช่า เธอพูด “กรูเมื่อย” ในโลกความเป็นจริง ..ผมคงจะถึงกับเหวอ! ว่านี่เหรอ คือ ดาราตัวแม่ที่เก่งในการรักษาภาพพจน์ดูดีดูสวยต่อหน้าสื่อหน้าประชามาได้ตลอดศก!!?

แต่กระนั้น ก็ใช่ว่า พี่ช่า ของผมจะเปลี่ยนไปแล้ว ..เพราะเอาเข้าจริง นั่นมันก็แค่บทบาทการแสดง บทหนึ่ง ที่บังเอิญเธอได้เล่นเป็นดาราซูเปอร์สตาร์ที่ชื่อ มาช่า วัฒนพานิช ก็เท่านั้น ..ซึ่งยังต้องแถมบังเอิญว่าเธอเล่นได้ดี ได้เนียนมากๆ และเฮฮาไปกับหนังได้สุดๆ จนมิวายจะต้องจัดเป็น หนึ่งในบทขโมยซีนที่เด็ดขาดที่สุดของปีนี้

ฉะนั้นจึงไม่ต้องถามว่า ผมถูกใจ กับการแสดงของเธอมากแค่ไหน ..แต่มันย่อมจะยังถูกใจได้มากกว่านี้เป็นแหง หากบังเอิญว่า ท่านคณะกรรมการรางวัลหนังไทยทั้งหลายแหล่ จะเล็งพิจารณาจัดชื่อ มาช่า วัฒนพานิช ให้เข้าชิงในสาขาดารานำหญิง กันไปเลย

นอกเหนือจาก พี่ช่า จะชนะเลิศไปกับการแสดงเป็นตัวของตัวเองแล้ว ..การกลับมาของแก๊งคนกลาง ก็ยังคงรักษาระดับความสุดทีนจนสุดทางกันได้เหมือนเดิม ...และที่เป็นที่สุดอีกหนึ่งคนของ 5 แพร่ง ก็คงจะต้องรวมไปถึง ตัวผู้กำกับ(ควบเขียนบท) คุณโต้ง ที่ยังอุตส่าห์คิดหาเรื่องมาทำแหวกกันได้อีก ทั้งสามารถเสียดสี กวนโอ๊ย ล่อหลอก ตลบตแลง และหาทางหักมุมให้กับหนังกันได้แบบเจ็บๆ โดยไม่ต้องแถสีข้างแสบๆ เช่นหนังผีไทย ในระยะหลังๆ

ผมยอมรับได้เลยว่า คนคิดพลอตหนังผีไทย ที่เก่งที่สุดในตอนนี้ คงไม่ใช่ใครอื่นได้อีกแล้ว หากไม่ใช่ โต้ง-บรรจง คนนี้ ที่คลอด คนกลาง และคนกอง ออกมาแบบไม่แคร์สื่อ ..มิหนำซ้ำ ที่ในหนัง(คนทำหนัง)ก็ยังแอบบ่นๆ ว่า คนดูหนังเดี๋ยวนี้มันเดาทางกันได้หมดแล้ว ...ผมขอยกเว้น คุณโต้ง ไว้หนึ่ง ในฐานะที่ผมติดตามงานของเขามาตลอด แต่ก็ยังไม่สามารถคิดปะติดเรื่องราว ให้เดาทางหนังของเขาได้ทันสักกะที

แม้ถึงที่สุดแล้ว คนกอง อาจจะไม่เชิงเป็นหนังผีจริงๆจังๆสักเท่าไหร่ แถมออกจะดูเป็นโบนัสเอาใจคนดู ที่ใส่เข้ามาเพื่อให้ครบครันทั้ง 5 แพร่งกันซะมากกว่า ..แต่หากมาว่ากันตามตรง ตามประสาคนดูหนังที่อยากจะคุ้มค่าทั้งเงินและเวลาละก็ คงไม่ผิดอะไรที่ คนกอง จะบังอาจขโมยซีน และขโมยตำแหน่ง ตอนที่ดีที่สุดใน 5 แพร่ง ไปจนได้

แค่สามารถทำให้คนดู ตกอยู่ในบรรยากาศ แห่งความเฮฮา กรีดร้อง อีกยังจะพร้อมปรบมือกันลั่นโรงในทันที ที่ได้ยินคำว่า “ปิดกล้อง” ...ผมว่า คนกอง นี่แหละ ที่ต้องถือเป็นตัวเรียกแขกที่ดีที่สุด ที่ทำให้ใครต่อใครอยากจะบอกต่อ ชวนไปดู 5 แพร่ง เรื่องนี้ ..ถึงต่อให้จะไม่ใช่คอหนังผี เลยก็เถอะ





“5 แพร่ง” ...อาจจะทำให้ผมมีความกลัว น้อยกว่าที่สโลแกนได้พยายามทำให้รู้สึก อีกถ้าจะเลือกดูหนังผีให้คุ้มค่าแล้วละก็ ยังไงก็ต้องยกเรื่องที่มาก่อนอย่าง 4 แพร่ง ให้ชนะเลิศกันอยู่ดี ..แต่ถึงกระนั้น หากถามว่า ภาคไหนให้ความพอใจ(โดยเฉลี่ย)ได้มากกว่า ผมคงต้องขอเลือกให้ 5 แพร่ง เป็นผู้ชนะ ในฐานะที่ สามารถสร้างความสนุก(โดยเฉลี่ย) ให้กับผมได้มากกว่า

โดยเฉพาะกับการดูหนังเรื่องนี้ในโรง พร้อมกับคนมากๆ ..ผมว่า ผมต้องได้สนุกกับมันมากกว่า ดูที่บ้านแบบเดี่ยวๆโดดๆอย่างแน่นอน


หลาวชะโอน -> 8/10
ห้องเตียงรวม -> 7.5/10
Backpackers -> 6.5/10
รถมือสอง -> 7.5/10
คนกอง -> 9.5/10


เกรด(เฉลี่ย) B+ ... {}





ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



ประกาศ...ประกาศ!!

ผมมี Twitter เป็นของตัวเองแล้วนะครับ.. ใครสนใจจะ follow ผม ก็ขอชวน follow เข้ามากันที่.. //twitter.com/once_upon_a_man

มีอะไรไวว่อง อยากจะบอก อยากจะพูด จะรีบมาอัพเดทที่ทวีตทันทีทันใดเลยนะครับ ..ขอขอบคุณที่รับผมเป็นเพื่อนครับ



ผมยินดีเสมอในมิตรภาพของทุกท่าน และบล็อคของผมก็ต้อนรับเสมอในความน่ารักของทุกคน
ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ





Create Date : 28 กันยายน 2552
Last Update : 28 กันยายน 2552 13:06:29 น. 1 comments
Counter : 2832 Pageviews.

 
ผมชอบหลาวชะโอนกับคนกอง พอๆกันครับ
แต่ถ้าเอาบรรยากาศน่ากลัวต้อง รถมือสอง
ผิดหวังที่สุดก็คงเป็น ห้องเตียงรวมครับผม

ผมก็ให้ 8/10 ครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 28 กันยายน 2552 เวลา:21:41:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.