+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"สี่แพร่ง" ... 4 ผี + 4 สั้น + 4 แนวทาง + 4 ความรู้สึก = 1 ความบันเทิงที่เกือบ..ลงตัว



หนังผีรวมเรื่องสั้น ต้องถือว่าไม่ได้เป็นของใหม่สำหรับวงการหนังบ้านเราอีกต่อไปแล้ว ...เพราะในเมื่อหลายปีก่อน เราก็เคยได้เห็นทั้งหนังผีเอเชีย ที่มีคนไทยอีกหนึ่งผู้กำกับคนเก่งอย่าง "อุ๋ย-นนทรีย์" โกอินเตอร์ไปกำกับหนี่งในตอนของ "อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต (Three)" ...และก็ยังมีที่เป็นหนังไทยแท้ๆ แต่เป็นงานของผู้กำกับฮ่องกง(???) "ออกไซด์ แปง" กับ "ผีสามบาท"

แต่ถึงกระนั้นแล้ว ในวันนี้ ที่เทรนด์หนังผียังไม่ตกตามไป (แม้ตัวเงินรายได้จะค่อนข้างง่อนแง่นไม่น่าไว้ใจไปกว่าก่อนก็ตาม) ...การถือกำเนิดของหนังผีรวมเรื่องสั้น ก็ต้องย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความเสี่ยงได้ไม่น้อย ...ทั้งที่จะต้องมีการแบ่งสัดแบ่งส่วนเรื่องราวให้ไม่สามารถนำเสนอหรืออวดอ้างอะไรได้เต็มๆ แล้วไหนยังจะรวมไปถึงเรื่องของการโปรโมตให้คนดูเกิดจุดสนใจในยุคที่คนดูหนัง

คาดหวังหาความแปลกใหม่จากหนังผีได้น้อยลง...นี่ยังไม่รวมกับกรณีที่หนังรวมเรื่องสั้นทั่วๆไป หลายเรื่องมักต้องประสบถึง ระดับความแตกต่างทางความชอบที่มีมากกว่า ลดหลั่นกันตามๆไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ย่อมจะทำให้คนดูไม่สามารถเต็มอิ่มกับหนัง 1 เรื่องใหญ่ได้อย่างเต็มที่

และกับ "สี่แพร่ง" ...หนังผีรวมเรื่องสั้นครั้งใหม่(ของวงการหนังไทย)และครั้งแรก จากการผนึกกำลังผู้กำกับหนังผีๆแห่งค่าย GTH ...ก็ยังประสบกับกรณีหลังที่ว่ามาไม่ต่างกันเลย

เมื่อหนังสั้นทั้ง 4 ตอน ต่างถูกกำหนดบทบาทให้แตกต่างภายใต้กำมือของผู้กำกับ 4 คน ที่สร้างแนวทางให้ไม่เหมือนกัน ...มันเลยเป็นเรื่องที่ง่ายมาก สำหรับคนดูที่จะเกิดการตัดสินความชอบดี อยู่บนเกณฑ์ความรู้สึกที่โดนกับเรื่องราวรูปแบบไหนเป็นพิเศษ ...ถึงแม้สารที่สื่อ(ผ่านการโฆษณา)ของเหล่าผู้กำกับ จะพยายามโปรโมตให้หนังแต่ละเรื่องเหมือนเป็นเครื่องเล่นท้าสยอง 4 ตัว ที่ต่างก็มีความเสียวในตัวของมันเองเหมือนๆกัน แต่ก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่คนดูต่างคนก็ต่างความคิด จะออกจากโรงหนังมาบอกเล่า ความเสียวมากไปถึงเสียวน้อย(จนอาจไม่เสียวเลย) ไม่เหมือนกัน



"เหงา" ...เปิด 1 เรื่องใหญ่ ด้วยหนังผีพันธุ์แท้เรื่องแรก (หลังจากเคยทำแต่ผี...เห็นผี แบบ "สตรีเหล็ก" จนมาถึง "แก๊งชะนีกับอีแอบ") ของผู้กำกับที่ควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ตัวใหญ่ของ GTH "ยงยุทธ ทองกองทุน" ...เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ หญิงสาวผู้หนึ่ง ที่ชีวิตบัดซบ เพราะเจอแต่เรื่องเลวร้ายมาพัวพันกับชีวิต (อาจไม่ถึงขั้นน้ำเน่าตบกันแหลกเท่า แอร์กี่ ...หรือมิได้นำพาเช่นอย่าง อีเย็น) ทั้งตกงาน รถคว่ำ ขาเดี้ยง แล้วอาจต้องรวมไปถึง การเป็นสาวโสดนั่งนิ่งบนคาน ที่เปลี่ยวเหงา กับช่วงเวลา 3 เดือนอันทรมาน ที่ต้องทนอยู่แต่ในห้องพักแคบๆ ขาดซึ่งการพูดคุยหรือมิได้พบปะใคร ...นอกไปจากจะมีโทรศัพท์เอาไว้ส่ง SMS แก้เหงาถึงเพื่อนสนิทสาวไปวันๆ

แต่แล้วเรื่องหลอนๆก็ถูกส่งให้มาเกิด โดยมิได้นำพา เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งส่ง SMS มาขอคุยเป็นเพื่อนกับหญิงสาว เพื่อต้องการจะได้แก้เหงาครือๆกัน ...หากแต่หนุ่มที่ว่านั้น ดันเป็นใครคนหนึ่งซึ่งกำลังมีชีวิตอยู่คนเดียวอย่างเปลี่ยวเหงามาจนครบ 100 วันแล้ว!!?



"เหงา" ...ย่อมต้องถือเป็นเครื่องพิสูจน์การพลิกแนวที่น่าสนใจเป็นครั้งแรก ของผู้กำกับอารมณ์ดีที่เพียรพยายามทำหนังอารมณ์ขันมาโดยตลอด ...และเวลา 20 กว่านาทีสั้นๆนี้ มันก็ได้พิสูจน์ออกมาว่า พี่สิน ควรจะได้ใบสูติบัตรแจ้งเกิดแล้ว กับการเป็นผู้กำกับหนังผีฝีมือเจ๋ง ที่สามารถเอาคนดูให้รู้สึกโดนหลอก กลอกอารมณ์จนหลอนได้อยู่หมัด ...หนังตอนนี้ ใช้วิธีการเล่าเรื่องที่แทบไม่มีไดอะล็อกใดๆ

ออกมาจากปาก นอกไปจากเสียงกรี๊ด ร้องห่มร้องไห้ของ "เอ๋-มณีรัตน์" ซึ่งต้องเล่นหนังทั้งตอนนี้แบบคนเดียวครองจอ เนื้อๆและเน้นๆ ...ซึ่งสิ่งเดียวในบทหนังที่จะทำให้เรารู้เรื่องโดยไม่ต้องคิดเยอะ ก็คือ ข้อความ SMS ที่ถูกส่งตรงมาจากชายแปลกหน้า ที่แสดงออกถึงความน่ากลัวของเทคโนโลยีอันล้ำหน้า เสียจนเอาชีวิตคนหลายคนไปทิ้งไว้กับความคาดหวังโดยไม่จำเป็นต้องพบหน้าค่าตาของคนที่ปลายสายเลย



ก็ไม่รู้หรอกว่า ผู้กำกับ พี่สิน จะต้องการแสดงความนัยน์แอบแฝง ถึงเทคโนโลยีวันนี้อะไรบ้างหรือเปล่า? (อาจจะเป็นที่ผมเองคิดมากไปก็ได้อยู่) ...แต่สำหรับการดู เหงา เรื่องนี้ โดยไม่คิดอะไร ก็เป็นสิ่งที่ให้อะไรคืนมากับคนดูได้อย่างคุ้มค่า ...ไม่ว่าจะเป็น การกำกับอารมณ์ผ่านความเงียบใบ้ของตัวละคร ที่สามารถเลือกใช้บรรยากาศสภาพแวดล้อมมาเป็นตัวล้อมกรอบ ให้คนดูติดกับดัก และทนทุกข์ทรมานไปตามสิ่งที่ตัวละครของ คุณเอ๋ ต้องพบเจอ(อย่างที่เป็นไปตามสูตรหนังผีสำเร็จรูป ...ดนตรีโหม ภาพกระพือ และ ตู้มมม!!!)อย่างเลี่ยงไม่ได้ ...ทั้งนี้ การแสดงของ คุณเอ๋ ก็เอาหนังที่เป็นของเธอคนเดียวได้อยู่ ...ใช้สีหน้า และแววตา ในการสร้างภาพกลัว จนชวนให้เราต้องตามลุ้นการต่อสู้กับสิ่งที่คนมองไม่เห็นไปถึงจุดจบ ..ที่อาจจะไม่แปลกใหม่นัก แต่ภาพรวมของมัน ก็ทำออกมาในเกณฑ์ดีมาก และได้ใจผม(คนที่ไม่ค่อยปลาบปลื้มกับหนังผี)ไปเต็มๆ

นี่เป็นตอนของ สี่แพร่ง ...ที่ผมชอบมากที่สุด (ให้เป็นคะแนน 9.5/10)



"ยันต์สั่งตาย" ...หลังจากโชว์ของเหนือด้วย เทคนิคซีจี จนน่าตื่นตา(แต่ก็ไม่เนียนไปทั่ว จนแอบขัดใจ) ใน "บอดี้ ศพ #19" ..."ปวีณ ภูริจิตปัญญา" ก็ได้กลับมาในเวลาอันรวด

เร็ว กับอีกหนึ่งเรื่องราวตอนสั้นๆในหนังสือการ์ตูน "จิตหลุด" ของนักเขียนบทคนสนิทอย่าง "เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์" ...ซึ่งหนึ่งในตอนของหนังสือเล่มนั้น ก็เคยถูกสร้างมาเป็นหนัง อันเป็นงานแจ้งเกิดของ "มะเดี่ยว-ชูเกียรติ" (ที่อาจไม่เป็นทางการเท่า "รักแห่งสยาม") กับ "13 เกมสยอง" ...ที่คนหลังเองก็เคยมีจิตผูกพันกับผู้กำกับปวีณ เข้ามาช่วยเขียนบทของ บอดี้ ให้พร้อมกันกับ เอกสิทธิ์ ที่ก็เคยช่วยไปเขียนใน 13 คู่กับมะเดี่ยว มาด้วยเหมือนกัน (โอ้ย!! สายสัมพันธ์เวียนวน ...คนเขียนก็งงกับภาษาตัวเอง)



เรื่องราวในตอนนี้ พูดถึง...กลุ่มเด็กอาชีวะวัยรุ่นเลือดร้อน(อันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พบเห็นได้เป็นปกติตามท้องถนนทั่วไป ยันถึงริมฟุตบาท และลามไปบนรถเมล์ก็ด้วย... โอ้ย! จะบรรยายอะไรให้มันมากมาย)ที่รวมหัวกันกลั่นแกล้งเพื่อนนักเรียนที่เป็นลูกของสัปเหร่อ(โปรดอย่าถามว่า สัปเหร่อ คนนี้เป็นใคร ...เพราะหนังบอกเอาไว้แค่ สัปเหร่อสักคน เป็นพ่อของเด็กคนนี้) ให้เกิดความอาฆาตแค้น จนสุดท้ายก็กลายต้องมาเจอดีกับการโดนเล่นของที่เรียกว่า ยันต์สั่งตาย อันหมายปลิดชีพให้กับคนทุกๆคนที่มองเห็นมัน

ถ้าจะให้นิยามของหนังสั้นตอนนี้แล้ว ...ก็ต้องคิดถึงว่ามันเป็นเรื่องของการหนีตายแบบ "Final Destination" ที่เอาไสยศาสตร์ล้างแค้นอย่าง "ลองของ" ไปผสมรวมจนมันออกมาเป็นหนัง... ที่ 'ป่นปี้' และ'เลอะเทอะ' ...อันเป็นเรื่องหนึ่งและเรื่องเดียวใน สี่แพร่ง ที่ควรกำจัดทิ้งออกไปมากที่สุด

อยากจะเสียดายแทนผู้กำกับ กอล์ฟ-ปวีณ เป็นอย่างยิ่ง ที่เคยมี บอดี้ ศพ #19 เป็นเครดิตเปิดตัวเองได้อย่างสวย (ถึงแม้ส่วนหนึ่งจะต้องยกความดีความเจ๋งยิ่งยวดให้กับบท ของคุณมะเดี่ยว กับเอกสิทธิ์ ด้วยก็ตาม) และกลายเป็นความหวังใหม่ของวงการหนังผีไทยที่น่าจับตามอง ...หากแต่ศักยภาพเหล่านั้น กลับไม่สามารถพบเห็นได้เลยจากงานหนังสั้นที่ต๋อยด้อย จนไม่อาจเกิดความอยากสนุกไปกับมันได้



สิ่งเดียวที่ผมมองว่าล้ำค่า และเป็นสิ่งที่ ยันต์สั่งตาย มี แต่ใช้ได้ไม่คุ้มค่าเลย ก็คือ การแสดงของ "สายป่าน-อภิญญา" ...ที่บทจะให้เธอเด่น ก็เด่นแบบแกนๆ มีความหมายเป็นเพียงแค่ เด็กสาวคนหนึ่ง ที่มีความรู้สึกสงสารคนเป็น หากแต่ก็ไม่เคยห้ามปรามให้เพื่อนๆเลิกกลั่นแกล้งซะอย่างงั้น

ส่วนที่เหลือจากนั้น ...ไม่ว่าจะการกำกับ บทหนัง ไปกระทั่งการโชว์เหนือด้วยมุมกล้องที่สั่นไหว ให้ความเป็นหนังแอ๊คชั่น-เรียลลีตี้ ...ก็ล้วนเป็นเรื่องที่ กอล์ฟ-ปวีณ สอบตก ...แต่ก็ยังไม่อาจจะเลวร้ายได้เทียบเท่ากับ งานซีจี ที่ขยันสร้าง ขยันขาย แต่ไม่มีตรงไหนที่จะทำให้น่าซื้อได้เลย เมื่อเอาไปเปรียบกับ บอดี้ ที่เคยสร้างมาตรฐานซีจีไทย(ให้ดีขึ้นมาพอสมควร) ...ถ้านึกภาพความเลวร้ายของมันไม่ออก ให้ลองนึกถึงผีซีจีใน "บ้านผีสิง" (หนังผีของ ทราย เจริญปุระ...ที่ไม่น่าจดจำมากที่สุด) ในเวอร์ชั่นที่ดูจะมีรายละเอียดมากกว่านิดๆ แต่แทบจะมีคุณภาพเข้าข่ายแย่ ไม่ต่างกันเลย

ในความคิดผม ...ยันต์สั่งตาย ควรจะขยายเรื่องราวอันมีศักยภาพ(ของคุณ เอกสิทธิ์)เอามาทำเป็นหนังเรื่องยาวซะจะดีกว่า ...เอาความเป็นเรื่องสั้น มาบั่นรายละเอียดให้น้อย แล้วยัดปริมาณความเป็นหนังสยอง ไว้มากจนกลายเป็นล้น และให้ผลลัพธ์ที่ฝืดเฝือในท้ายที่สุดเช่นนี้

นี่เป็นตอนของ สี่แพร่ง ที่ผมชอบน้อยที่สุด ...หรือจะพูดว่า ไม่มีอะไรให้ชอบเลย ซะดีกว่า (ให้เป็นคะแนน 4/10)



"คนกลาง" ...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หน้าตัวอย่าง กับหน้าหนังสั้นจริงๆแบบเต็มๆ มันแทบให้อารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ...ในตอนที่ 3 กับเรื่องราวผีๆ แบบฉบับของ "บรรจง ปิสัญธนะกูล" ...ที่อาจจะทำให้ผมรู้แล้วว่า ที่มาของฉากผีห้องน้ำ(อันโดดเด้งด้วยเสียงหัวเราะ)ใน "ชัตเตอร์" (เวอร์ชั่นไทย...ยังมิโดนรีเมค) มันเกิดจากใครเป็นต้นคิด



เรื่องราวในตอนนี้ จะพูดถึง... เพื่อน 4 คนวัยคะนอง ที่กำลังท่องเที่ยงล่องแม่น้ำแสนสนุกฮาเฮไปกับการเล่นล่องแก่ง ...พอตกดึกค่ำมืด ได้เวลาจะนอน ก็เกิดความคะนองปาก เอาเรื่องผีๆมาเล่าให้เกิดความหลอนกันเล่นๆ ...หากสุดท้ายแล้วมันได้กลับกลายอาจจะเป็นเรื่องจริงๆ เมื่อหนึ่งใน 4 คนนั้นหายไปอย่างลึกลับระหว่างเกิดอุบัติเหตุล่องแก่ง ...และอาจจะตายไป กลายมาเป็น ผี เพื่อหลอกพวกเขาเอาคืนกับเรื่องสุดคะนองที่เกิดขึ้น

นี่ถ้าหนังตอนนี้เน้นไปเสนอเรื่องในโทนดรามา สยองขวัญ ก็คงจะเป็นภาพที่สร้างความสยองตะลุ้งตุ้งแช่ ควบคู่ำไปกับการผูกประเด็นความสัมพันธ์ของคนเป็นเพื่อนเข้ามาให้ซาบซึ้ง ...แต่ความเป็นจริงที่เห็นในตัวอย่าง มันกลับกันแทบ 360 องศา เมื่อตัวจริงของ คนกลาง คือ หนังผี-ตลก (ย้ำอีกที.. ว่า ตลก!!!) ที่เต็มไปด้วยความคมคายในเรื่องของการเสียดสี

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ผกก.โต้ง-บรรจง ช่างกล้าคิดและกล้าทำดีแท้ ...ที่ตีความเรื่องราวของ คนกลาง ให้แตกต่างจากหนังสั้นอีก 3 เรื่องที่เต็มไปด้วยความกดดัน ...ทั้งยังวางลำดับให้เป็นตัวคั่นอารมณ์ชั้นดี ที่ช่วยให้คนดูได้ผ่อนความเครียด ลุ้นหนักหัว แล้วเปลี่ยนความเก็บกดในความกลัว มาเป็นเสียงหัวเราะที่ดังลั่น ...ชนิดที่ไม่มี สี่แพร่ง เรื่องไหน จะเทียบเท่าในเรื่องของอรรถรส กับการดูหนังในโรง ที่สามารถพาคนดูทั้งหมดให้สนุกพร้อมกัน หัวเราะพร้อมกัน แล้วพอเข้าฉากชวนสะดุ้งโหยง ก็ทำเอากรี๊ดหัวหด เปลี่ยนอารมณ์จากนาทีก่อนที่เพิ่งก๊ากมาแทบไม่ทันโดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับใครที่มีความคิดว่าดูหนังในโรงจะไปสนุกสุขใจเท่าดูอยู่กับบ้าน คนเดียวหรือในครอบครัวกันเองอย่างโดดๆได้อย่างไร ...ขอชวนมาลอง สี่แพร่ง (เอาที่เน้นเฉพาะ คนกลาง ..ก็เพียงพอ) แล้วจะรู้ว่าที่่คุณคิดเอาไว้มันผิดทางภาคทฤษฎี และการปฏิบัติเลยทีเดียว



เหล่านักแสดงทั้ง 4 ดูเนียนมากๆกับการเป็นเพื่อนที่กลมเกลียว และรวมตัวเป็นทีมที่ทำหน้าที่ได้ Work โดยพร้อมเพรียงกัน ...ถึงสัดส่วนของตัวขโมยซีนจะตกไปอยู่กับคาแรกเตอร์ เผือก กับ ชิน เสียส่วนใหญ่่ แต่ "ฟรอยด์-ณัฏฐพงษ์" (เจ้าลิ้งค์ จอมกรี๊ด แห่งซิทคอม "บ้านนี้มีรัก") ก็ยังทำให้คนดูรู้สึกว่าเขาเป็นตัวเอกของตอนนี้โดยแท้จริง

นอกไปจากคนดูทั่วๆไป จะได้เพลินกับความฮาเฮที่เสสรวลไปด้วยความสยองแล้ว ...เหล่าบรรดาคอหนังอย่างเราๆ ก็จะยังได้รับโบนัสเป็นสาส์นแอบซ่อนที่ตัวผู้กำกับมีถึง พลพรรคคนกลัวสปอยล์ขึ้นสมอง ...ผกก.บรรจง ถือว่าได้ใจอย่างรุนแรง กับความกล้า บวกความบ้า ที่ไม่น่าใจดำใจร้ายบอกตอนจบ กลั่นแกล้งใครบางคนที่ยังไม่เคยดูหนังสยองในตำนานบางเรื่องกันอย่างนี้เลย (มากไปกว่านั้น ..ยังแถแอบไปสปอยล์หนังรักแห่งประวัติศาสตร์โลกอีกเรื่องเข้าซะด้วยสิ) ...แถมในท้ายสุดๆ ก็ไม่พอที่จะขอกัด แล้วยังอัดคนดูด้วยตอนจบที่... (อันนี้พูดไม่ได้ ต้องไปสดับรับดูกันเอง) แหกโค้งอีโต้งขวิด กันไปเลย

แม้ คนกลาง จะถือเป็นตอนที่ทำออกมาได้ดีจนเต็มปรี่ไปด้วยคำชมในเชิงบวกจากทุกคนอย่างเอกฉันท์ก็ตามที ...แต่สำหรับส่วนตัวผมแล้ว กลับรู้สึกไม่อิ่มกับมันนัก เพราะในห้วงความคิดอันวกวน แอบรู้สึกว่า การเฉลยของเรื่องราวทุกอย่าง ยังเล่าได้ห้วนไปหน่อย ไม่ทันที่จะสร้างความช็อกได้เต็มขีดขั้น ...โดยเมื่อเอาไปเทียบกับ ชัตเตอร์ ซึ่งย้อนจุดซ่อนเร้นแทบทุกจุดให้เราคิดตาม ก็จะพบเห็นว่ามันวางไว้แบบเป๊ะๆ มีเหตุมีผลครบถ้วนเน้นๆแล้ว ...คนกลาง ก็เลยเป็นได้สูงสุดแค่เพียงตำแหน่ง คนกลาง ที่มีวุฒิภาวะ(ทางความกล้า)สูงกว่า "แฝด" แต่ก็ยังด้อยด้านวัยวุฒิ(ความเก๋า) เป็นรองจาก ชัตเตอร์ ที่มีบทแกร่งกว่าอีกที

นี่เป็นหนึ่งในสองตอน(ที่ผมชอบใจ)ของ สี่แพร่ง ที่พูดเต็มปากเต็มคำได้ว่า แหล่มเลย!!! ...หากแต่ความชอบก็ไม่มากสุดเท่านั้นเอง (ให้เป็นคะแนน 8.5/10)



"เที่ยวบิน 224" ...ถ้าเปรียบมวยกันระหว่าง สองหนังสั้น ของสองผู้กำกับเพื่อนซี้ที่ผ่าน สองหนังผี GTH มาด้วยกันแล้ว ...ผมมองว่า คนกลาง มีค่า(เกือบ)เท่ากับ ชัตเตอร์ ส่วน เที่ยวบิน 224 ของ "ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ" ก็ย่อมจะต้องกลายเป็น แฝด ไปโดยปริยาย

ในเรื่องสั้นสุดท้าย ที่ถูกวางให้เป็นจุดไคลแม็กซ์ของหนังชุดนี้ ...ว่าด้วยเรื่องของ แอร์โฮสเตสสาว ที่ถูกเบื้องบนขอให้มาทำงานรับใช้อย่างกะทันหันให้กับ เจ้าหญิงผู้สูงศักดื์แห่งประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในเมืองไทย โดยปราศจากไร้ซึ่งเจ้าชายผู้เป็นสามีมาพัวพัน ...หากแต่ความเป็นจริงที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นแล้ว แอร์ฯสาวคนที่ว่าก็ดันอุตริโดนล้วงลูกจับไต๋ ว่าเป็นบ้านเล็กที่แอบลอบไปมีสัมพันธ์อันลึกลับพันผูกกับสามีของเจ้าหญิง ...ฉะนั้นแล้ว จุดประสงค์หลักที่เจ้าหญิงเดินทางมา ก็คงเพื่อการกลับมาล้างแค้นเป็นสำคัญกระมัง



ที่ผมยกให้ เที่ยวบิน 224 เป็นเหมือนคู่แฝดของหนัง แฝด นั้น ...มันคงเกิดมาจากความตั้งใจอะไรหลายๆอย่าง ที่ผกก.โอ๋ อาจจะพยายามทำให้เรานึกในส่วนรายละเอียดองค์ประกอบของหนังทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกำกับที่เสนอแบบไม่ขายชั้นเชิง (หากถึง แฝด จะพยายามมีมุมที่ซ่อนบังไว้ในแรกเริ่ม ..แต่สุดท้าย ก็กลายเป็นการซ่อนที่เดาความจริงได้ไม่ยากเย็นอะไรนักเลย) งานบทที่ยอกย้อนแพรวพราวน้อยกว่า ชัตเตอร์ ...อีกทั้งก็น่าจะรวมไปถึง การเอาดาราคุณภาพที่ไว้ใจเรื่องฝีมือได้ มาเล่นเป็นนางเอกให้ และต่างก็แทบเทความเด่นให้เธอไปครองเดี่ยวๆเลย (นี่ถ้าเอาปลีกย่อยอีกสักหน่อย ก็คงต้องร้องอ๋อ กับการเล่นชื่อ พลอย-พิม..อันเป็นกิมมิคที่ฉลาดแยบยลเป็นหนักหนา)

ความสนใจทั้งหมดที่ แฝด เคยถูกเทไปให้ มาช่า แทบคนเดียวนั้น ...ได้ถูกยกเอามาเป็นกรณีตั้งใจเลียนกับบทบาทของ "พลอย-เฌอมาลย์" ในหนังสั้นตอนนี้ ที่ถูกมุ่งให้เชื่อใจว่า เธอน่าจะเอาหนังความยาว 20 กว่านาทีนี้ได้อยู่เป็นแน่ ...และมันก็เป็นไปตามกลไกที่ผกก.โอ๋(น่าจะ)ตั้งใจ เมื่อการแสดงของ พลอย สามารถจับเอาความตึงเครียดของเรื่องราวความกลัวทั้งหมด มารวมไว้ในตัวเธอเพียงผู้เดียวอย่างเต็มที่ ...ซึ่งเป็นได้ทั้งร่างกาย และหัวใจ ที่ช่วยให้ เที่ยวบิน 224 ออกมาในบรรยากาศกดดันที่พร้อมจะปิดตายลูกตา วางระเบิดด้วยเสียงกรี๊ดได้ทุกเมื่อ

ถ้ารางวัลที่ได้มาจาก "รักแห่งสยาม" ยังไม่อาจพิสูจน์ได้ดีพอ ถึงความเก่งของเธอ ...ก็ลองมาประเมินผลกันอีกสักหน กับเวลาสั้นๆที่แทบเป็นของเธอคนเดียวในที่นี้



ถึงการแสดงของ พลอย อาจจะอุ้มชูหนังไว้ได้ทั้งเรื่องอย่างไม่มีเหตุและผลใดยกมาตำหนิ ...ก็ยังให้เกิดความน่าเสียดายที่หนังสั้นตอนนี้ เลือกจะกำหนดการเขียนเรื่องให้เล่าได้เรียบ เป็นเพียงเส้นตรงที่แข็งและทื่อ ซึ่งไม่อาจสร้างอารมณ์ร่วมทางเหตุการณ์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ...นี่ยังไม่รวมกับกรณีที่ปมประเด็นทางความสัมพันธ์ของตัวละคร ถูกเฉลยเอาไว้แต่เนิ่นๆไปเสีย อันก่อให้กลับกลายเป็นความรู้สึกเฉยชาในการคิดความตามเรื่องด้วยอีก ...อีกทั้งทางรายละเอียดของตัวบทหนัง ก็เกิดพบจุดพลาดให้เห็นและจับผิดได้อยู่มาก จึงไปลดปริมาตรความสนุกจนกลายเป็นอารมณ์ที่ลุ้นไป เซื่องไป จะมีจังหวะระทึกใจหนักก็แค่ช่วงท้ายที่บทของพลอย สติขาดพรึง

หากถ้าให้เทียบระดับมาตรฐานของงานผกก. โต้ง-โอ๋ แล้ว ...สองหนังสั้นใน สี่แพร่ง ย่อมอยู่ในเกณฑ์คุณภาพระดับมาตรฐานโดยพร้อมเพรียงกันทั้งคู่ เหมือนเช่นเคยๆ ...แต่ถ้าให้วัดเอาเฉพาะเรื่องของความบันเทิงเป็นที่ตั้งหมายสำคัญ ก็คงจะต้องยกให้ คนกลาง เหนือชั้นกว่า เที่ยวบิน 224 อย่างเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ

นี่เป็นตอนสุดท้ายอันเป็นที่สุดแห่งความระทึกของ สี่แพร่ง ที่อาจถือว่าปิดฉากหนังสั้น 4 สยองได้เรียบร้อยอย่างหมดจดกันไป ...จะขาดก็แต่ความสมบูรณ์ของตัวเรื่องที่มันไม่ลงตัวไปทั้งหมด..หากจะยกเว้นฉากจบที่หลอน..ติดตาเต็มสองเบ้า (ให้เป็นคะแนน 7/10)

ถึงหนังสั้นทั้ง 4 ตอน จะมีพลอตเรื่องและการนำเสนอในแนวทางเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง ...หากก็ยังหาเรื่องมาทำจุดเชื่อมโยงของแต่ละตอน หรือมีกิมมิคเล็กๆน้อยๆมาใส่ไว้ เพื่อให้คนดูสนุกที่จะคอยจับจุดเล็กจุึดน้อยไปได้ตลอด ...นี่เป็นชั้นเชิงที่ถือว่า Work เพราะ เมื่อหนังจบออกมา ก็สามารถเอาเรื่องต่างๆมาคุยมาถก ถึงสิ่งที่เห็น อีกทั้งก็อาจมีพลาดไปแล้วคนอื่นเห็น จึงเกิดความสนุกที่จะย้อนคิดถึงหนัง ซึ่งไม่อาจจบลงแค่ในโรงได้ในทันที ...แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กส่วนน้อย ที่หากปล่อยวางก็ไม่สำคัญ แต่สำหรับผม เป็นความสร้างสรรค์ที่ถูกใจ

"สี่แพร่ง" ... อาจจะไม่ใช่ความประทับใจอะไรนัก สำหรับการทำหนังผีรวมเรื่องสั้น ที่ยังมีทั้งเรื่องที่ดีสุดกู่ ยันไปถึงเลวร้าย(เกือบ)สุดขีด อันส่งให้ภาพรวมไม่ลงตัวเต็มที่ ..แต่นี่ก็เป็น หนังผี จาก GTH ที่สามารถสร้างความบันเทิงเริงรมย์ให้คนทั้งโรงต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เกิดความสนุกที่พร้อมใจกันหวีดร้อง สะดุ้งจนเบาะข้างๆกระเทือน กระทั่งเปล่งเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความกลัว ...ขอให้มั่นใจได้ว่า นี่เป็นหนังโรงที่คุ้มค่า สำหรับบรรดาคอหนังผีอย่างแน่นอน

เกรด B+ ... {}

"สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนังได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน"




ส่วนที่เป็นฟอนท์สี เขียว-แดง เพิ่มเข้ามา... ซึ่งที่เน้นนั้นจะเป็นที่ผมพูดถึง ส่วน ดูดี(เขียว)-ดูด้อย(แดง) ของหนังแต่ละเรื่องครับ ...สำหรับบางคนที่ยังไม่ได้ดูหนัง แล้วอยากจะรู้ว่าหนังมีอะไรดีอะไรด้อยบ้าง ก็อ่านเอาจากที่ผมทำไฮไลท์ไว้ก็ได้เลยครับ ตามแต่สะดวกละกัน

ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 28 เมษายน 2551
Last Update : 28 เมษายน 2551 0:41:57 น. 18 comments
Counter : 5255 Pageviews.

 


โดย: จูริง วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:1:09:14 น.  

 
อยากดูเรื่องนี้จังเลย มีแต่คนพูดถึงค่ะ
ชอบหนังผีซะด้วยซิ ยิ่งอ่านยิ่งอยากดู


โดย: A Princess วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:3:23:11 น.  

 
ดูแล้วชอบค่ะ โดยเฉพาะตอน Flight 224 ดูแล้วรู้สึกหลอนมากๆ พลอยและเจ้าหญิงแสดงดีด้วย ชอบค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:8:52:39 น.  

 
เห็นตัวอย่างในโรงแล้ว ไม่กล้าดูค่ะ แง


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:15:42:05 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ
ชอบตอนที่ 3 ที่สุด
และอึดอัดหวาดกลัวตอนที่ 4 ที่สุด แต่ไม่หลอนเท่าไหร่ เพราะปิดตาตลอดเวลา ฮ่าฮ่าฮ่า


โดย: Red Rose Like Love วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:0:38:13 น.  

 
ประทับใจตอนแรกมากครับ

คุณเอ๋เล่นบทเหงาได้ใจผมอยู่หมัดจริงๆ
ดูแล้วนึกถึงการ์ตูนใบ้ในจังหวะสยองขวัญ...

ชอบมากครับ !!


โดย: จอห์น ฉลากแดง IP: 125.24.57.187 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:17:06:06 น.  

 
ผมกลับชอบเรื่องที่ 4 มากที่สุดนะครับ


โดย: คนคู (konku ) วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:19:36:19 น.  

 
+ ของพี่ ถ้าเรียงตามลำดับความชอบจะสลับกับนัทอยู่หน่อยนึง ก็คือ คนกลาง-เหงา-เที่ยวบิน 224-ยันต์สั่งตาย ตามลำดับ



### Spoil อย่างแรง จ้า ###

* คนกลาง - ฮาตรงเอาขนบหนังผีมาล้อ (ซึ่งตอนดูแรกๆ พี่ไม่ทันฉุกใจคิด) ไปเรื่อยๆ (แต่ก็สปอยล์แต่ละเรื่องซะ ) แล้วตอนสุดท้าย ดั๊นกล้าเอาพล็อต The others + Sixth sense มาเล่นอีกจนได้อ่ะครับ แสบจริงๆ ... ที่พี่คิดไว้คือ มีตายแค่ 2 คนแค่เจ้าผี กับเจ้าฟรอยด์ แค่นั้นนะ ที่ไหนได้ หุๆ

* เหงา - ชอบอารมณ์ของเรื่องอ่ะครับ มุกที่ใส่เข้ามาก็เวิร์ค แต่ตอนจบ ง่ายไปนิดนึง

* เที่ยวบิน 224 - พล็อตเชยอ่ะครับ แถมเล่นบอกฉากจบซะตั้งแต่ไก่โห่เลย ... ดีที่พลอยยังแสดงได้ดีพอที่จะทำให้คนดูกลัวไปด้วยได้ เลยได้ฉากจบแบบหลอนติดตาซะ

* ยันต์สั่งตาย - ที่ Body#19 ดูดี ก็เพราะบทที่ซับซ้อนและมีประเด็นทางจิตวิทยาสูงมากนั่นแหละครับ ... ส่วนเรื่องนี้ บทค่อนข้างธรรมดา ก็เลยทำให้ความไม่น่ากลัวของผี CG บ้าพลัง ดูประหลาดโลกไปหน่อยอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:50:58 น.  

 
คิดเหมือนกันว่า หนังเรื่องนี้ตอนที่สนุกที่สุดคือเรื่องแรก "เหงา" ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีบทพูดเลยด้วยซ้ำ แต่ภาพติดตา และยังจำเค้าโคร่งเรื่องได้เป็นอย่างดี คิดไม่ถึงว่าหนังไทยและนักแสดงจะทำได้ดีกว่าที่คิด(ทั้งๆที่หมูก็เป็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะดูหนังไทยสักเท่าไร) ขอยกนิ้วให้เลย ชอบจิงๆ


โดย: หมูน้อย IP: 161.200.255.162 วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:41:15 น.  

 


โดย: ม่อน IP: 58.9.191.10 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:20:09:56 น.  

 
ดีครับ


โดย: วิน IP: 58.8.159.9 วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:10:37 น.  

 


โดย: AAA IP: 58.8.158.77 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:18:11 น.  

 
ชอบพี่ฟอร์ยที่เล่นเรื่องนี้มากกกกกกกน่ารักสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ชอบฟอร์ย IP: 58.10.146.20 วันที่: 13 มิถุนายน 2551 เวลา:10:31:00 น.  

 
-----------------------------------------------------

ดิ ช๊าน ชอบ มากกกกกกกกกกกกกกกกก ....



โดย: โม IP: 124.121.94.15 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:16:33:20 น.  

 
น่ากลัว


โดย: หวาน IP: 61.90.80.75 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:14:19:42 น.  

 
ชอบพี่ฟอร์ยมากเลยน่ารักดี


โดย: สิ IP: 125.27.194.37 วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:10:07:33 น.  

 
หลอนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน


โดย: บูม IP: 202.143.145.162 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:8:48:37 น.  

 
ชอบตอน1มากเพราะเอ๋ไม่ได้พูดอะไรแล้วได้ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างแท้จริงโดยสีหน้า ท่าทาง อารมณ์ ความกลัว
ป.ล.รักเอ๋


โดย: นิรเนม IP: 183.89.111.83 วันที่: 4 ตุลาคม 2554 เวลา:12:24:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
28 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.