+-+ OncE UPoN'-'a MaN +-+ รักนะ.. คนอ่าน เข้ามาดู.. โดนใจ ออกไป.. อย่าลืมกัน
Summary for Best of the Year 2012 ..Please CLICK!!
"Transformers" ... การแสดง 'หุ่นเชิด' ครั้งใหญ่โตมโหระทึกใจ



"ไมเคิล เบย์" ...สุดยอดนักเชิดหุ่นมือหนึ่ง ที่ทุกคนต่างซูฮกให้ในเรื่องของความที่เป็นเจ้าพ่อแห่งการแสดงแบบแอ๊คชั่น ที่ให้ความน่าตื่นเต้น ตื่นตา และตื่นใจ กับคนที่ได้ดู ...ทุกๆโชว์ของเขา ล้วนจะมีสไตล์ที่โดดเด่นเห็นแล้วรู้ว่าเป็นใครทำในทันที สไตล์ที่เรียกว่าเป็นของตายและเป็นลายเซ็นที่ไม่เคยผิดเพี้ยนไปเลย แต่ไหนแต่ไร ...นั่นคือ สไตล์ของการแสดง แบบเน้น 'ความมหาวินาศสันตะโร'

"สตีเว่น สปีลเบิร์ก" ...สุดยอดนักเชิดหุ่นอันดับหนึ่งของโลก ที่ทุกคนต่างรู้จัก และรู้ว่า ผลงานการโชว์ของเขาแต่ละครั้ง ล้วนแต่ต้องให้ความน่าสนใจ ตั้งแต่ประกาศจะสร้างโชว์ ...การเลือกทำโชว์ทุกๆครั้งของเขา จะเป็นทั้งที่น่าไว้วางใจ(ในคุณภาพ) และน่าดูน่าชม(ในความสนุกเข้มข้น) ในฐานะที่เป็นคนกำกับเองก็เชื่อใจได้เลย ส่วนในการย้ายหน้าที่มาหนุนหลังคนอื่น (ถึงจะไว้ใจไม่ได้ไปซะหมด แต่...)ก็ยังน่าเชื่อได้ว่า โชว์นี้มันต้องมีดีอะไรอยู่ในตัวมันแน่นอน

เมื่อสองสุดยอดนักเชิดหุ่นแห่งวงการแผ่นฟิล์มโลก ได้มีโอกาสเหมาะๆให้โคจรมาร่วมงาน มาร่วมกันสร้างโชว์ชิ้นเดียวกันแล้ว ...มันก็เลยได้บังเกิด การแสดง หุ่นเชิดครั้งใหญ่โตอภิมโหระทึกใจ ในนามกรที่ตั้งตามท้องเรื่องว่า "Transformers"



Transformers ...มีท้องเรื่องที่ว่าด้วย การต่อสู้ของหุ่นยนต์สองฝักสองฝ่าย ...ฝ่ายดีสุดโต่ง เรียกชื่อกลุ่มว่า "ออโต้บ๊อทส์" ในขณะฝ่ายตรงข้าม อันร้ายสุดทราม ก็ตั้งชื่อ ซะเท่ห์ว่า "ดิเซปทิคอนส์"

ด้วยความหลังครั้งแต่โลกเรายังคงโบราณกาล การแตกแยกแบ่งพรรคของเหล่าหุ่นยนต์ที่เคยอยู่ปรองดองร่วมดาวเดียวกันมาก่อน นำพามาซึ่งการก่อสงครามแก่งแย่งชัยชนะอย่างไม่ยอมลดละต่อกันและกัน ...แล้วจนเมื่อ แหล่งพลังงานสำคัญของพลพรรคชาวหุ่นทั้งหลาย 'เดอะ คิวบ์' ได้หายลับไป นั่นก็นำมาซึ่ง การตามหาอย่างพลิกจักรวาลของเหล่าดิเซปทิคอนส์ (ในขณะเดียวกัน ออโต้บ๊อทส์ ก็ต้องคอยตามไล่ล่า ขัดขวางไม่ให้ เดอะ คิวบ์ ตกไปอยู่ในมือของคนที่คิดประสงค์ร้ายด้วยเช่นกัน) จนถึงในที่สุดแล้ว พวกมันก็ได้ตามสืบเสาะจนล่วงรู้ว่า เดอะ คิวบ์ ได้ตกมาอยู่บนดาวเคราะห์ดวงน้อยๆกระจ่อยร่อย ที่เรียกตัวเองว่า 'โลก'

บนดาวเคราะห์ดวงนี้ ได้มีตัวละครสำคัญเป็นหนุ่มน้อยวัยสะรุ่นนาม "แซม วิทวิคกี้" ...พระเอกผู้ที่กำลังมีความพยายามจะทำการขายประมูลแว่นตาของคุณปู่ทวด ผ่านทางเน็ต โดยเพียงหวังว่าเขาจะได้มีตังค์ซื้อรถคันแรกในชีวิต (เพื่อเอาไว้อวดเพื่อนๆ และชวนกวักเรียกสาวๆมาขึ้นรถ ...ซึ่งมีประการข้อหลังเป็นสำคัญ) ...เพียงทว่าเขาก็ไม่รู้ซึ่งถึงความจริงอะไรบางอย่างที่ถูกแอบซ่อนเอาไว้อยู่ในแว่นตา อันนี้ ...แว่นตาที่เป็นเสมือนคำใบ้ปริศนาข้อสำคัญ ที่จะไขความจริงให้ชาวหุ่นยนต์ได้รู้ว่า เดอะ คิวบ์ ของพวกมันตกมาอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้



มันจึงเป็นเรื่องมหาเฮง(ซวย) ของ แซม ที่ต้องถูกตามไล่ล่าจากพลพรรคดิเซปทิคอนส์ ที่มีเป้าประสงค์คือ เดอะ คิวบ์ เพียงสิ่งเดียว ...ซึ่งมันก็ย่อมคือหน้าที่อันตรงกันข้ามของพลพรรคออโต้บ๊อทส์ ที่ต้องการจะทำลาย เดอะ คิวบ์ ให้สิ้นซาก ไปพร้อมกันนั้น กับอีกหน้าที่ที่สำคัญพอๆกัน อันคือ การคอยคุ้มครอง แซม ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของศัตรูคู่อาฆาตที่จ้องจะฆ่าอยู่ลูกเดียว

สำหรับใครที่เกิดทันเมื่อสัก 20 (กว่าๆ)ปีที่แล้ว ...ก็น่าจะพอรู้จักหนังการ์ตูนทีวี Transformers กันอยู่บ้าง แล้วโดยเฉพาะกับเด็กผู้ชาย(ที่ติดดูทีวีอย่างกับตังเม) ยิ่งแทบปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวเองไม่เคยรู้จักมาก่อน



สำหรับตัวผมเอง (ที่ยังอายุไม่ถึง 20 ซะด้วยซ้ำ) ...ก็คงจะมีพอรู้จัก Transformers อยู่อย่างคุ้นๆใจ เหมือนกับเคยผ่านตาแบบชะแว็บๆอยู่ พอจะนึกออกได้บ้างว่า หุ่นยนต์ตัวละครทั้งหลาย ล้วนแต่สามารถแปลงร่างเป็นสิ่งของต่างๆที่มีบนโลกใบนี้ได้

แต่ไม่ว่าจะเป็นคนที่อายุอัพเกิน 20 หรือน้อยกว่าก็ตามที ...ย่อมต้องมีรู้สึกเหมือนๆกันว่า Transformers เป็นอะไรที่เท่ห์ได้ใจ แมนได้โล่ห์ เห็นแล้วรู้สึกว่าอยากเป็นแบบนั้นได้บ้างจัง (ลองนึกภาพดูสิ ที่กายภาพของชาวมนุษย์เรา สามารถกลายร่างเป็นรถ ...มีหัวใจ เป็นพวงมาลัย ใช้สองมือ เป็นไฟหน้า ได้สองเท้า เป็นเบรคคลัช ในขณะที่เลือดซึ่งไหลหล่อเลี้ยงไปทั่วร่าง ก็คือ น้ำมันดีๆนี่เอง ...เฮ้อๆ พิลึกดี คิดมาได้เนาะ จขบ. -_-')



ตอนที่ผมได้ข่าวมาว่า เจ้าพ่อหนังบู๊มหาวินาศสันตะโร 'ไมเคิล เบย์' จะมีหนังเรื่องต่อไป (หลังจากงานอภิมหาคว่ำชวนน่าฉงน "The Island" แล้ว) เป็น Transformers ก็มีชวนให้รู้สึกว่า ...มันน่าจะสนุกเนอะ คงเป็นอะไรที่ต้องมันส์วินาศสันตะโรไม่น้อยๆ เพียงแค่นึกภาพหุ่นยนต์สู้กัน แบบไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ขณะนั้นกล้องก็ถ่ายแพนไปยังสิ่งรอบๆข้างที่พากันร่วมด้วยช่วยพัง แข่งกันระเบิดตูมตามอย่างไม่สนใจให้ใครเสียดาย ...เพียงขอแค่ลองนึกแบบสั้นๆก็มันส์แสบซ่านไปถึงสันหลังแล้ว

ซึ่งก็ด้วยความที่ลายเซ็นมันบ่งบอกอยู่ว่า ไมเคิล เบย์ ทำหนังเรื่องไหนล้วนแต่ให้ความบันเทิงได้ดียิ่งยวด (แม้กระทั่งกับหนังที่เนื้อย่ำแย่ แบบ Pearl Harbour ก็ดูดีได้ในพริบตาที่ระเบิดลงตูม) ...ไม่ว่าจะในสมัยที่เขายังเป็นคู่บุญของ เจ้าพ่อหนังขายความบันเทิง "เจอร์รี่ บรั้คไฮเมอร์" หรือกระทั่งย้ายค่ายมาซบอก ดรีมเวิร์คส ก็ต้องมีอะไรให้น่าไว้ใจในระดับหนึ่งเสมอ ซึ่งนั่นก็คือ ฉากแอ๊คชั่น ในหนังของเขา



ฉากแอ๊คชั่นในแบบฉบับของเบย์ จะมีความเหมือน(ที่แตกต่าง)กับฉากแอ๊คชั่นทั่วๆไป ...เช่น ในขณะที่หนังทั่วๆไป ถ่ายทำฉากขับรถไล่ล่า โดยใช้มุมกล้องที่เน้นความสั่นเคลื่อนไหวไปตามรถของพระเอก-นางเอก ...หนังของเบย์จะแตกต่างที่การสั่นจะมีความถี่ของแอมพลิจูดอยู่มาก มุมมองการชมของคนดูจึงต้องไหวติงไปมาอย่างฉับไวว่องวิ่ง (หากเก้าอี้โรงหนังมีระบบสั่นสะเทือนได้ตามระดับความมันส์ของคนดู ก็เชื่อได้ว่า ช่วงเวลานั้นเราจะได้เห็นคน ที่มีกิริยาท่าทางเหมือนว่าเจ้ากำลังเข้า องค์กำลังลง เต็มไปหมดทั้งโรง)



การกำกับ Transformer เรื่องนี้นั้น ดูช่างเป็นอะไรที่เข้าทาง คุณเบย์ คนนี้ เป็นอย่างแรง ...เพราะตัวเรื่องที่ว่ากันด้วย 'สงคราม' บนโลก ได้เปิดทางให้ คุณพี่เขาได้ใส่ลายเซ็นของตัวเองเข้าไปได้อย่างไม่ต้องยั้งมือ ไม่มีบันยะบันยัง และไม่จำเป็นที่จะต้องเกรงใจ ในเมื่อทั้งนี้ยังอุตส่าห์มี ลุงสปีลเบิร์ก พ่อมดฮอลลีวู้ด มาเป็นแบ๊คอัพหนุนหลังให้ทุนสร้างกองมหาศาล พี่เบย์ก็เลยขอเบิกเอามาเผาผลาญกันได้โดยสบายใจเฉิบ



แต่เงินที่เสียไปราวๆ 150 ล้านเหรียญสหรัฐนั้น มันก็ไม่ได้มลายให้หมดไปพร้อมกับคำว่า ฟุ่มเฟือย... มิหนำซ้ำ Transformer สามารถใช้ทุนทุกเม็ดทุกหน่วย แปลงออกมาเป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าตั๋ว 120(+) บาทของคนดู และมันก็มากมายจนถึงขั้นที่มีคนบางคนกล้าพูดออกมาว่า "ดูจบแล้ว อยากวิ่งไปห้องขายตั๋ว เพื่อเสียเงินจ่ายเพิ่มให้ซะด้วยซ้ำ"

ผมเองกล้าพูดได้เลยว่า "นี่คือหนังที่น่าจะได้ออสการ์ไป ในหมู่มวลของหนัง ไมเคิล เบย์" ...นี่คือ งานโชว์ศักยภาพความเป็นหนึ่งในมือหนึ่งแห่งวงการหนังแอ๊คชั่นยุคปัจจุบัน ที่แสดงออกมาได้สุดตัว ไม่มีกั้ก ถ้ามองเป็นเกมการพนัน มันก็คือ การเทหมดหน้าตัก (All in) ให้ไม่เหลือคุณภาพฝีมือซะแดงเดียว



พี่เบย์ All in กับความเป็นตัวของตัวเอง ในฉากแอ๊คชั่นทุกๆฉาก ...การแสดงแสนยานุภาพมหาวินาศสันตะโร ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมตื่นตาตื่นใจ การถ่ายทำตัดต่อแบบฉบับสไตล์เบย์ เข้ากันได้ลงตัวกับเรื่องราว 140 นาที ที่ไม่เยิ่นเย้อยืดยาด ทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบร่วม (งานโปรดักชั่น ภาพซีจี และนักแสดงคนเป็นๆ) ต่างผนวกรวมออกมาเป็น ความสนุก เพลิดเพลิน ...เป็นอาหารชนิดที่กินอิ่มแล้ว ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ อยากจะกินมันอีกเรื่อยๆ

ส่วนที่เป็นเครื่องเคียง ประกอบอาหาร อันคือ 'มุขตลก' ก็มีส่วนช่วยให้ตัวหนังกลมกล่อมในความดูบันเทิง ควบคู่ไปกับการลดความเลี่ยนของฉากมันส์ๆทั้งหลายแหล่ที่อัดใส่ไม่ยั้ง ...การหักอารมณ์ลุ้น มาเล่นสนุกกับความขำขัน ทำให้ตัวหนังดูผ่อนคลายสบายๆ สลายความตึงเครียดไปได้อย่างมากโข ...มุขที่หยอดใส่เข้ามาแบบไม่ให้ขาดห้วงหายไปนาน ต่อจะให้ขำน้อยหรือขำมากก็ตาม มันก็ถือว่าขำในทุกๆมุข สำหรับผม ...มุขที่ชอบเป็นพิเศษ ต้องขอยกให้ ฉากที่เหล่าออโต้บ๊อทส์ ทั้งหลายพากันหลบซ่อนตัวหนีหน้าพ่อแม่ของแซม ไปแอบอยู่ตามซอกหลืบของบ้าน (ฮาสะท้านสะเทือนกรามรุนแรง ขนาดจบฉากนั้นลงแล้ว มันก็ยังคงขำก๊ากไม่ยอมจบอารมณ์ตามไปด้วย) แล้วก็ต้องรวมไปถึงมุขจิกกัดสังคมเน้นฮาไปสะใจไป โดยเฉพาะกับการแอบ(ด่า)พาดพิงรัฐบาลท่านบุซ ที่พี่เบย์และคนเขียนบท ขยันเสียดนิยมสีอย่างไม่รักตัวกลัวตาย



เหล่าดาราซีจี พี่หุ่นยนต์ทั้งหลาย ต่างทำหน้าที่ประชันความสวย เฉี่ยว เท่ห์ ต่างคนต่างก็ข่มรัศมีความเนียนชวนน่ามองแบบไม่มีใครยอมใคร ...ฝีมือคุณภาพของ ILM สามารถเนรมิตตัวการ์ตูนทั้งหลายให้เหยียบบนพื้นโลกจริงๆ ได้อย่างน่าเชื่อในสิ่งที่เห็น (เพียงแต่ก็สมจริงไม่ถึงขั้น 100% ...ยังมีจุดแตกแยกให้ดูออกว่า อันไหนคือภาพซีจี อันไหนคือภาพจริงๆ)



การสร้างภาพและลีลาเก็กซิม ในเหล่าพลพรรคฝ่ายดี ออโต้บ๊อทส์ ทุกตัว ดูมีเสน่ห์ชวนให้น่าจดจำแบบยกทั้งก๊ก ...แต่ที่ผมรู้สึกชอบมากเป็นพิเศษ ก็ต้องยกให้ สองตัวหลัก พี่หัวหน้า "ออฟติมัส ไพร์ม" ที่โคตรเท่ห์ และพี่ "บัมเบิลบี" ที่โคตรน่ารัก (พี่บัมเบิลบี เขามีฉากดรามาชวนซึ้งให้เล่นด้วยแหละ ...ถึงแม้คนเล่นจะเล่นได้แข็งโป๊ก(สมเป็นหุ่นยนต์)ก็ตาม แต่พี่เขาก็เจ๋งพอจะควักน้ำตาออกจากมาจากนัยน์ตาของผมได้ละกัน)



ส่วน เหล่าร้าย ดิเซปทิคอนส์ ที่ดูเหี้ยมโหด และน่าเกรงขามนั้น ถึงจะมีตัวใหญ่มากกว่าขนาดไหน ก็ไม่มีใครที่สามารถทำตัวโดดเด่นโดดเด้งเกินหน้าเกินตาได้มากไปกว่า เจ้าตัวเล็ก "เฟรนชี่" ที่ร้ายขโมยซีน ได้แสบสันต์ และกวนโอ๊ย แถมยังมีบทมีบาท มากไปกว่า ตัวหัวหน้าบิ๊กเบิ้ม "เมกกะตรอน" เสียซะอีก (กว่าพี่ท่านจะโผล่มาได้ก็ใกล้จะเข้าฉากไคลแม๊กซ์อยู่รอมร่อแล้ว)



ในขณะที่นักแสดงผู้เป็นซีจี อาจจะดูเด่นจนล้ำทะลุจอทุกนาทีที่มีบทบาทบนจอ แต่ก็ไม่มากเกินไป จนกลืนกินให้นักแสดงผู้เป็นคนจริงๆ ไม่ได้มีเวลาได้เกิด ...ที่ได้เกิดมากกว่าใคร ก็ต้องยกให้ "ไชอา ลาบัฟฟ์" พระเอกของเรื่องฝากฝังการแสดงที่น่าจดจำเอาไว้ สมราคาอย่างที่ใครต่อใครมองเขาว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง ที่ผมเองก็เชื่อว่า อนาคตต้องไกลกว่า เล่นหนังหวังเงิน อย่างแน่นอน ...ดูได้จากความเป็นธรรมชาติ เวลาที่เขาอยู่บนจอ เขาทำให้เราเชื่อในความเป็น "แซม วิทวิคกี้" เขาทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการแสดงที่เต็มที่ทั้งในบทแอ๊คชั่น คอมเมดี้ หรือทว่ากับดรามาเล็กๆน้อยๆที่หนังมีพอเป็นกระษัย

"เมแกน ฟ็อกซ์" ...เป็นนางเอกที่ดูฉากแรกๆ ก็เห็นเป็นงั้นๆ แต่พอดูๆไปหลายๆฉาก จนมาถึงท้ายเรื่อง ก็รู้สึกว่าเธอสวยแจ่มสุดๆไปเลย (ยิ่งโทรมยิ่งสกปรก กลับยิ่งดูดียิ่งมีเสน่ห์ซะอย่างงั้น) ...ส่วนตัวประกอบทั้งหลายแหล่ ก็ผลัดกันรุกกันรับ ทำหน้าที่สร้างสีสัน แต่งแต้มความน่าติดตามได้เป็นดี ยิ่งโดยเฉพาะกับ สามนักขโมยซีนตัวเอ้ (จอห์น เทอร์เทอร์โร่ , แอนโธนี่ แอนเดอร์สัน , เบอร์นี่ แม็ค) ที่เหมือนจะมีบทเป็นแค่รับเชิญแต่ก็เป็นรับเชิญ ที่มีโอกาสได้โชว์พาวมากไปกว่า เพื่อนตัวประกอบคนอื่นที่ออกให้เห็นหน้าบ่อยกว่าซะอีก



ถ้ามองกันแบบช็อตต่อช็อต ฉากต่อฉาก แล้ว Transformers แทบจะยกให้เป็นหนังที่หาจุดติมีเรื่องให้ตำหนิไม่ได้ ในทางกลับกัน เมื่อลองมองมาในภาพรวมลึกๆแล้ว หนังก็ยังอุดมไปด้วยจุดให้ความรู้สึกได้จับผิดอยู่เยอะแยะตาแปะไก่ อันนู้นไม่ดี อันนี้ไม่ใช่ มีอะไรชวนให้คิดผิดๆมากโขอยู่...เพียงแต่ แต่ และแต่ยังไง ผมก็เลือกที่จะขอปฏิเสธมองข้าม ส่วนด้อยนี้ไป เพราะถ้ายึดเอาแค่เวลา สอง ชั่วโมงกว่าๆ ที่ยังอยู่ในโรงหนัง แล้วทัศนาความมันส์อภิมหาบันเทิงที่หนังเรื่องหนึ่งต้องการจะให้ ...Transformers ให้ผมได้ถึงที่สุด ในหมู่มวลหนังซัมเมอร์แห่งปีนี้ ซึ่งผมได้ผ่านตามาแล้วทั้งหมด มันคือที่สุดของความน่าพอใจ และเป็นอะไรที่ไม่มีคำว่าน่าเบื่อ อย่างเสมือน สไปดี้ โจรสลัด และยักษ์เขียว เคยทำให้ผมอยากคาดหวัง และสุดท้ายก็กลายเป็นต้องทำให้ผิดหวังกันได้ซะนี่



"Transformers" ...นี่คืองานของ ไมเคิล เบย์ ที่ผมชอบมากที่สุด และก็เป็นหนังแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด เท่าที่มีให้เห็นผ่านมาในรอบปีนี้ ...สำหรับใครที่หวังความสนุกคำโตๆ แบบที่ควรจะมีในหนังป๊อบคอร์นสักเรื่อง ผมขอให้คำรับรองและการันตีตีลังกาเลยว่า เรื่องนี้ให้คุณได้อย่างคุ้มค่าเป็นแน่แท้

ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่ง...ครับ

เกรด A ... {}

ปล. มีใครรู้สึกไหม ที่ฉากแอ๊คชั่นบางฉาก เหมือนว่า พี่เบย์ จงใจจะล้อตัวเองในหนังเก่าๆ อย่างไงอย่างงั้น (ยกตัวอย่าง ฉากที่ แซม ขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก แล้วจุดพลุ ...เนี่ยมัน The Rock ชัดๆ , ฉากที่รัฐมนตรีกลาโหม ส่งรหัสสั่งทหารให้โจมตีทำลาย พร้อมกันกับต่อสู้เจ้าหุ่นตัวร้าย ... ซึ่งถ่ายโดยใช้ มุมกล้องที่หมุนรอบ 360 องศา ทำอย่างนี้แล้วมัน Bad Boys 2 แม่นๆ)



"What I've done" โดย "Linkin Park"

ซิงเกิลแรกของอัลบั้มใหม่ล่าสุด ที่ Transform มาเป็นเพลงซาวด์แทร็กไปด้วยซะอย่างงั้น


ขอเชิญทุกท่านเสนอความคิดเห็นกัน...
1 Comment ของคุณ คือ 1 Happy ของเจ้าของบล็อก ขอบคุณมากครับ



Create Date : 05 กรกฎาคม 2550
Last Update : 5 กรกฎาคม 2550 21:47:03 น. 7 comments
Counter : 3082 Pageviews.

 
กรี๊ดๆๆๆ..สุดยอดหนังประทับใจ..เจิมๆๆก่อง


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:34:07 น.  

 
แล้วมาอ่านรายละเอียด..เชื่อไหมว่าความคิดคุณตรงกับเรา90% เลยอ่ะ ที่เหลืออีก 10% คงเป็นเพราะ..อายุเราต่างกัน..ฮ่าๆๆๆ...

สุดยอดมากๆ..เหมือนรักแรกพบเลยอ่ะ...เราดูไตเติ้ลตอนแรกคิดว่าต้องมาดูให้ได้เรื่องนี้..แค่นั้น...

พอได้ดูจริงๆๆ...คุณรู้ไหมไมเคิล เบย์ ติดค้างอะไรฉันอยู่...


ถ้าอยากรู้ให้ไปดูเอาเอง....อิอิอิ


เกรดA บวกๆๆๆๆ...ไปเลยจ้า...

ป.ล.จขบ.ฝันดีนะคะ


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:39:16 น.  

 
ป.ล. อีกที..แอบกรี๊ดกับ

"ไม่มีการเสียสละ ชัยชนะย่อมไม่เกิด"

เท่ห์อย่างแรง...


โดย: ^^Ken-Ju***Pu-Jung^^ วันที่: 5 กรกฎาคม 2550 เวลา:1:41:01 น.  

 
+ อุๆ ยังไม่ได้ดูอ่ะครับ พอดีไม่ใช่หนังแนวพี่เท่าไหร่ ... แต่พอได้ยินคำชมมาหนาหูก็เลยชักเริ่มลังเลว่าจะดูดีมั้ย (คุณนพปฎล นักวิจารณ์ในนิตยสารเอนเตอร์เทน ถึงกับให้เครดิตว่าเป็น "หนังซัมเมอร์ที่ดีที่สุดของปีนี้ เท่าที่ฉายๆ กันมาร่วม 2 เดือน" เลยทีเดียว) ... แต่ก็คงต้องดูเวลาว่างของตัวพี่เองก่อนอ่ะครับ เพราะเหมือนจะไม่ค่อยมีเวลาเหลือแว้วง่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 กรกฎาคม 2550 เวลา:9:42:03 น.  

 
+ แต่แล้ว เมื่อวานตอนเย็น ... ก็อดใจไม่ไหว ไปดูมาจนได้ ... แหะๆ มันไม่ใช่หนังแนวพี่เจงๆ แหละครับ และความเป็น "เบ๊ย์ ... เบย์" ก็ยังตลบอบอวลรุนแรงเช่นเดิม ... ฉากดราม่าที่ใส่เข้ามาก็ดูแปร่งๆ ไปหน่อย ... แต่สำหรับแอ๊คชั่นก็มันส์ได้ใจอย่างที่ว่าไว้อ่ะแหละครับ (แต่พี่ดูไม่ค่อยจะทันง่ะ ) ... ก็เป็นว่าดูเอามันส์อ่ะครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:11:23 น.  

 
Well done ka


โดย: Jib IP: 220.101.184.46 วันที่: 24 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:35:24 น.  

 
ดูแล้ว นึกถึง โฆษณา กระดาษ AA ที่เครื่องถ่ายเอกสาร เป็นหุ่นยนต์ พอ สาว office โยน กระดาษ AA ให้ กิน ก็กลับเป็น เครื่องถ่ายเอกสาร ขนาด ใหญ่ ทำตัวเป็นคนดีเลย

โอ้ ที่แท้ idea จาก การ์ตูนเรื่อง นี้นี่เอง





โดย: แนนแนน IP: 58.8.3.19 วันที่: 7 สิงหาคม 2550 เวลา:1:13:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

OncE UPoN'-'a MaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




สวัสดีครับ ...บล็อคแก๊งค์

คิดไม่ออก จะพูดอะไรดี
พูดถึงประวัติตัวเอง... ก็ดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ
พูดถึงนิสัยตัวเอง... ก็มีทั้งดีทั้งร้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนไป เฉกเช่นคนธรรมดา
พูดถึงหน้าตา... ก็บ้านๆแบบพื้นๆ น้องๆ แบรด พิตต์ หลานๆ ทอม ครูซ เท่านั้นเอง (แหวะ!!!)

ตอนนี้ อาจยังคิดไม่ออก แต่ถ้าตอนไหน คุณชวนผมคุย ตอนนั้นผมก็พร้อมจะคุยกับคุณ ในทุกเรื่อง ได้ทุกแนว เพียงแต่ขอยกเว้น ...เรื่องส่วนตั้ว ส่วนตัว

ขอขอบคุณ ในมิตรภาพของทุกท่าน ความรู้จักที่คุณมีให้ผม ...ผมขอน้อมรับ ในทุกสิ่ง ที่ท่านมีต่อผม ไม่ว่าจะด้วยภาษา หรือว่าความรู้สึก

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ...แต่ถ้านี่ยังน้อยไป ก็อย่าลืม ...เมล์ของผม แอดกันได้นะ

once_upon.a.man@hotmail.com


My @ http://twitter.com/once_upon_a_man

ขอขอบคุณ และสวัสดีครับ ...รักนะ คนอ่าน

ผลงานบทความที่อยู่ใน Blog นี้ สามารถให้คนอื่นนำไปเผยแพร่ในที่อื่นๆได้ แต่ต้องขอให้แจ้งทางเจ้าของ Blog ก่อน ว่าจะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ในทางที่ถูก พร้อมทั้งให้เครดิตของเจ้าของผลงานตัวจริงด้วย โดยห้ามทำการดัดแปลงแก้ไข ด้วยภาษาของตัวคุณเอง เพื่อทำให้เจ้าของ Blog เสียหาย

ขอความกรุณา อย่าละเมิดสิทธิ์กันเลยครับ เพราะกว่าจะเป็น กว่าจะเกิดผลงานขึ้นมาแต่ละชิ้นได้ อาจคิดขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่มันก็ลงมือทำไม่ง่ายเช่นเดียวกัน

ถ้าท่านผู้ใดไปพบว่า มีคนนำผลงานของเจ้าของ Blog ไปเผยแพร่ นำเสนอ ในทางที่ไม่ดีไม่ชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเจ้าของ Blog กับคนอื่นๆ หรือว่าสังคม ..ขอให้แจ้งมาทาง "หลังไมค์" ของเจ้าของ Blog เลยทันที ขอบคุณมากๆครับ

OncE UPoN'-'a MaN on Facebook
Blog ใหม่ล่าสด..สด
"VieTrio & Friends" ... เพื่อนร้อง พี่น้องเล่น เป็นเพลงเพราะเสนาะหู
"Lady Antebellum : Need You Now" ... ลูกทุ่งแบบมะกัน แต่สีสันระดับโลก
"The Social Network" ... วันนี้ คุณรู้จัก Facebook ดีพอแล้วหรือยัง?
"Harry Potter and the Deathly Hallows : Part I" ... ฉันต้องเปิด เพื่อจะปิด!
"Scrubb : Kid" ... คำตอบของเพลงอินดี้ที่ฟังง่าย อยู่ในอัลบั้มนี้แล้ว
"Due Date" ... รวมกันเราต้องอยู่ (กรุณา)อย่าทิ้งตูเป็นอันขาด!!?
"B.o.B. Presents: The Adventures of Bobby Ray" ... อาจเป็นฮิปฮอปหน้าใหม่ แต่ไม่ขอยึดติดความฮิป
"RED" ... โตอย่างสมวัย แก่อย่างมีคุณภาพ และจงระห่ำอย่างไม่เหลืออะไรจะเสีย!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... (หนังสั้น)แบบตัวเต็ม ที่ไม่มีอะไรมากมาย แต่ก็ยังมีความจริงใจ!
"ห้องตรงข้าม หัวใจตรงกัน" ... กับตัวอย่างน้ำจิ้ม ของหนังสั้นที่คงจะมีอะไรๆอยู่ในนั้น
"อินทรีแดง" ... สมศักดิ์ศรีที่ได้กลับมา ..วีรบุรุษที่หนังไทยต้องการ!
"ชั่วฟ้าดินสลาย" ... เมื่อคำ “รัก” มีค่าเท่าคำว่า “ร้าย” คงทำลายคนทั้งหลายให้วายวอด
"Resident Evil : Afterlife" ... สงครามยังไม่จบ ยังต้องนับศพซอมบี้จนเบื่อกันไปข้าง!!
"Lula : Twist" ... เพลงฟังชวนเพลิน จากคนเพลินๆ ที่ชื่อ 'ลุลา'
"Piranha 3D" ... กัดกระจุย เลือดกระจาย สามมิติกระเจิง!!!
"CHARICE" ... เพชรน้ำงามเม็ดเล็กแห่ง ‘เอเชีย’ ที่คู่ควรกับการเจียระไนโดย ‘อเมริกา’
"กวน มึน โฮ" ... ความรัก อาจแพ้บ้างอะไรบ้าง แต่ ความ ‘เห็นแก่ตัว’ เอาชนะได้ทุกสิ่ง!
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add OncE UPoN'-'a MaN's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.