มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน มักเป็นในคนอายุ 15-35 ปี






มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน มักเป็นในคนอายุ 15-35 ปี
ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดกับคนที่เรารู้จัก ...



ลูกชายคนเดียวของญาติ อายุ 20 กว่าๆเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม
ปิดเทอมกลับบ้านต่างจังหวัด คุณแม่สังเกตุว่า ผอมลงจาก
ที่ไปเยียมเมื่อสองเดือนก่อนและไอบ่อย บ่นนิดๆว่าหายใจไม่ค่อยสะดวก




ภาพเอกเรย์ ปอด จากอินเตอร์เนต

คุณแม่พาไปรพ.เอกชน มีการตรวจทาง x-ray ปอด รู้ผลทันที คุณหมอบอก
เห็นฝ้าๆ ที่ปอด ... เหมือนฟ้าผ่า แถมคุณหมอถามคุณแม่ว่า

ทำไมปล่อยไว้นานขนาดนี้ ถามแบบนี้ไม่น่าฟังเลยจริงๆ ไม่คิดว่าจะได้ยิน
จากคุณหมอ จริงๆแล้วถ้ารู้ว่าลูกชายคนเดียวป่วย ใครๆก็วิ่งแจ้นไปหาหมอ
อยู่แล้ว ลูกคือดวงใจของแม่อยู่แล้ว แค่เห็นผลเอ็กเรย์ ก็แทบจะทนไม่ได้แล้ว
ยังได้ยินคำพูดแบบนี้กับคุณหมออีก ... ไม่ให้กำลังใจกันบ้างเล้ย
แม่ร้องให้มากมาย กลัวมากๆๆๆ ผลที่สุดคุณหมอบอกว่ายังบอกอะไรไม่ได้
ให้เก็บเสมหะสามวันมาตรวจ (สงสัย TB วัณโรค) แต่ก็บอกว่าน่าจะทำ
สแกน ด้วยเลย ขณะที่รอผล คุณแม่ก็พาลูกชายไปทำ CT Scan ที่รพ.เอกชน
ค่าใช้จ่าย แต่ละครั้งไม่ตำกว่า 1 หมื่นห้าพันบาท รายได้ของแม่ก็ไม่มากอะไร
นอกจากจะทุกข์เรื่องเจ็บป่วยแล้ว ยังทุกข์เรื่องค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย
แสนสาหัสมาก 





ภาพ สแกนด์ปอด ( CT Scan) ภาพจากอินเตอร์เนต


ผลสแกนออกมา คุณหมอคนใหม่ น่ารักมาก อธิบายกับคุณแม่และลูกชายว่า
ผลเป็นมะเร็งแต่อยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองแถวๆปอด หลังจากทำสแกนหนี่งวัน
ก็ไปทำการเจาะปอดไปตรวจด้วย สรุปผลว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ชนิดฮ็อดจ์กิน และมีทางรักษาหาย นับว่าเป็นมะเร็งชนิดหนี่งที่รักษาได้

คุณลูกชายก่อนรู้ผลก็ร้องให้ บอกว่าเป็นวัณโรค ยังรับได้มากกว่าเป็นมะเร็ง
แต่พอได้ฟังคุณหมอใจดี พูดให้กำลังใจ ทำให้พอจะรับได้บ้าง ยินดีจะรักษา

คุณลูกชายอายุ 20 กว่า ยังไม่ได้ทำงาน อยู่ต่างจังหวัด รพ.ต่างจังหวัด
ไม่รักษาทางเคมีบำบัต คุณหมอที่รพ.ต่างจังหวัด ส่งตัวเข้ารักษาที่รพ.ศิริราช
ทำให้สบายใจ ในเรื่องค่ารักษาพยาบาลบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องยาว คงต้องมี
ค่าใช้จ่าย มากพอสมควรทีเดียว... ถ้ามีประกันสุขภาพก็คงจะช่วยได้มากเลย

เรื่องเดินไปได้เร็วพอสมควร ไม่ต้องทำให้ต้องทุกข์ทรมานที่รอคิวนานอีกด้วย
อาทิตย์ต่อมาคุณลูกชายได้เข้าไปรักษาที่รพ.ศิริราช พบคุณหมอแผนกที่จะให้ยา
รักษาทางเคมีบำบัต คุณหมอท่านนี้เป็นผู้หญิง น่ารักมาก คุณหมอเล่าถึงขี้นตอน
การรักษาและผลข้างเครียงจากยา ต้องปฎิบัติตัวอย่างไร ขณะที่รับการรักษา
ทางเคมีบำบัต มีหน้งสือสำหรับให้อ่านว่า อาการเป็นอย่างไร ควรออกกำลัง
กาย และอาหารอย่างไร หลีกเลี่ยงชุมขน เพราะระหว่างให้เคมีบำบัต ร่างกาย
จะอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย จะเบืออาหาร ต้องทานน้อยๆบ่อยๆครั้ง ควรทานอาหาร
สุก เพราะอาหารผักดิบ ถ้าล้างไม่สะอาดจะทำให้ท้องเสียได้

คุณลูกชายได้รับเคมีบำบัตครั้งแรก ไม่ต้องอยู่รพ.ไปรพ.แต่เช้า เริ่มให้ยา
แปดโมงเช้า ประมาณ สี่ชั่วโมง กลับถึงบ้านบ่ายๆ

วันแรกหลังได้ยาเคมีบำบัต ทานอาหารได้ แต่พอวันที่สองมีอาการคลื่นไส้
ท้องอืด เบื่ออาหาร วันที่สามเริ่มทานอาหารได้ อีกหนี่งอาทิตย์ มีนัดไปรับเคมี
ครั้งที่สอง

คุณหมออธิบายว่า ขณะที่รับเคมีบำบัต เม็ดเลือดขาวจะต่ำ คุณหมอให้ยาสำหรับ
ฉีดกระตุ้นเม็ดเลือดขาว สี่วันติดกัน ก่อนไปครั้งที่สอง
ดีจังให้เอายามาหาคุณหมอ หรือ รพ.ที่ต่างจังหวัดฉีดให้ก็ได้ ไม่ต้องเข้าไปรพ.
ศิริราช ที่จริงไปรพ.ศิริราช ลำบากพอสมควร เดินทางหลายชั่วโมง
ให้ยา มาหาไปฉีดที่รพ.ข้างบ้านได้ นับว่าประหยัดการเดินทางและค่าใช้จ่ายด้วย

คุณแม่เล่าให้ฟังว่าค่าเคมีบำบัด จากบิลครั้งแรกห้าหมื่นกว่าบาทที่รพ.ศืรืราช
แต่ไม่ต้องจ่าย นี่คงต้องใช้เงินมากพอสมควรเลย ถ้ารัฐไม่ช่วย ค่าใช้จ่ายคง
มากทีเดียว

นำเรื่องโรคนี้มาแบ่งปัน ชื่นชมเมืองไทยที่มีสวัสดิการณ์ช่วยผู้ป่วยไม่แพ้เมือง
นอกเลยค่ะ

ข้อมูลข้างล่าง สำหรับท่านที่สนใจเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยา
เคมีบำบัด เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อญาติและผู้ที่ได้รับการรักษาเคมีบำบัตค่ะ


*****

อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

ความสำคัญของอาหารกับผู้ป่วยมะเร็ง
อาหารเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง การรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารเพียงพอและเหมาะสมก่อน ระหว่างและหลังการรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้นและมีความรู้สึกดีขึ้นมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคได้ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับโภชนาการที่เหมาะสม ผู้ป่วยจะต้องรับประทานอาหาร และเครื่องดื่มที่มีสารอาหารที่ร่างการต้องการได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และน้ำ อย่างเพียงพอ สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง อาจจะมีปัญหาจากการรักษาซึ่งมีผลข้างเคียงทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลงไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลง ของระบบร่างกายที่เกิดขึ้นจากเซลล์มะเร็งในการต่อสู้โรค อาการเหล่านั้นได้แก่ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก แสบปาก กลืนลำบาก และเจ็บเมื่อรับประทานอาหาร ยาที่รักษามะเร็งอาจมีผลลดความอยากอาหาร การรับรสชาติเปลี่ยนไป ร่วมกับการรับประทานอาหารน้อยลง การดูดซึมสารอาหารลดลง สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ปัญหาทางโภชนาการ (การขาดสารอาหาร) ทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอ เหนื่อยง่าย ภูมิต้านทานลดลงติดเชื้อง่ายและไม่สามารถทนต่อการบำบัดได้

ท่านทราบหรือไม่ว่าผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก ไม่ได้เสียชีวิตจากการลุกลามของโรค แต่กลับเป็นเพราะการขาดอาหาร การศึกษาวิจัยจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า ในระยะที่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง ถ้าร่างกายได้รับอาหารที่เหมาะสม เพียงพอ จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยยา การผ่าตัด หรือการฉายรังสีช่วยให้ฟื้นสภาพได้เร็วและดีขึ้น หรือน้อยที่สุดก็จะช่วยให้คงสภาพนั้นไว้ไม่ให้เสื่อมโทรมกว่าที่ควรจะเป็น จึงเป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันว่า อาหารที่ดี จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง


ทำไมเป็นมะเร็งแล้วจึงขาดอาหาร
1. ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น เซลล์ มะเร็งมีการสร้างสารเคมีบางอย่าง ทำให้มีการ เผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปให้หมดโดยเร็วเพื่อใช้เป็นพลังงานถ้าได้อาหารไม่เพียงพอจึงมีการเผาผลาญอาหารจากส่วนที่ร่างกายสะสมไว้ในร่างกายและลุกลามไปถึงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออื่นๆได้
2. รับประทานอาหารได้น้อย ในขณะที่ร่างกายต้องการอาหารเพื่อนำไปสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ผู้เป็นมะเร็งจำนวนมากมักรับประทานอาหารได้น้อย เพราะเบื่ออาหารซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดกับผู้ป่วยโรคมะเร็งซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งเมื่อเริ่มเกิดโรคหรือเกิดในระยะต่อมาเมื่อมีการแพร่ของเซลล์มะเร็งในร่างกาย ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการเบื่ออาหารเมื่อเซลล์มะเร็งแพร่กระจาย การเบื่ออาหารจึงเป็นสาเหตุ ทำให้ขาดอาหารได้ง่ายขึ้น ทำอย่างไรผู้ป่วยจึงจะรับประทานอาหารได้มากขึ้น
3.ไม่รับประทานอาหารบางชนิด ปัญหาการไม่ยอมรับประทานอาหารหลาย ๆ ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะเข้าใจว่าเป็นอาหารแสลงสำหรับโรคมะเร็ง นับเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งขาดสารอาหาร ดังนั้นการกินอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ความสำคัญมาก เพราะช่วยเสริมการรักษาโรคมะเร็ง สามารถทนต่อการรักษาได้มากขึ้น และทำให้มีภาวะโภชนาการที่ดีมีความต้านทานโรค
อาหารสำหรับโรคมะเร็งไม่มีสูตรแต่ใช้หลักการจัดอาหารในโรงพยาบาลมาประยุกต์เพื่อให้ผู้ป่วยรับประทานได้ โภชนบำบัดสำหรับโรคมะเร็ง นอกจากคำนึงถึงความต้องการของพลังงาน โปรตีน ไขมัน และสารวิตามิน เกลือแร่ ที่จำเป็นต่อร่างกายตามอายุต่าง ๆ กิจกรรม และระดับความรุนแรงของโรค เป้าหมายเพื่อป้องกันน้ำหนักลด การสูญเสียกล้ามเนื้อป้องกันการขาดสารอาหาร ดัดแปลงอาหารเพื่อให้ผู้ป่วยรับได้ ใช้อาหารทางการแพทย์เสริมเมื่อผู้ป่วยรับอาหารได้น้อย

ผู้ป่วยที่รักษาโดยการให้ยาเคมีบำบัดมักมีปัญหาเม็ดเลือดขาวต่ำเป็นบางช่วง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรระวังด้านความสะอาดของอาหาร ได้แก่ การล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆก่อนการรับประทานอาหาร และการหยิบจับอาหารสดบางประเภท เช่น เนื้อสัตว์ ปลาดิบ ไข่สด ต้องล้างมือ ทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องใช้ในการปรุงอาหารดังกล่าว ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด การเตรียมและการปรุงอาหารที่สุกสะอาด อาหารที่ปรุงสุกแล้วเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม รับประทานอาหาร ที่ปรุงใหม่ ๆ หากออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรระวังอาหารที่มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น สลัดผักสด อาหารยำ ปลาดิบ อาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก ๆ ดิบ ๆ น้ำแข็งและน้ำดื่มที่ไม่มั่นใจในความสะอาด

อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

ผู้ป่วยมะเร็งที่สามารถกินอาหารได้พอสมควร ควรกินอาหารตามแนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพดีของคนไทย ดังนี้

food 5mm

1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หลีกเลี่ยงการกินอาหารซ้ำซาก เพื่อลดการสะสมของสารบางชนิด และหมั่นดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ผอมไป
2.กินข้าวเป็นหลักสลับกับกินอาหารประเภทแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง ฯลฯ เป็นบางมื้อ เลือกกินข้าวกล้อง ข้าวแดงแทนข้าวขาว จะได้คุณค่าและใยอาหารมากกว่า
3.กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ โดยกินผัก ผลไม้ทุกมื้อ และกินให้หลาย ๆ สี ได้แก่ สีเหลือง สีส้ม สีแดง เช่น ฟักทอง แครอท มะเขือเทศ มะม่วงสุก มะละกอสุก ฯลฯ สีเขียวเข้ม เช่น ตำลึงคะน้า บร็อคโคลี ผักโขม ฝรั่ง ฯลฯ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค และต้านมะเร็งได้
4.กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ

- ปลาเป็นโปรตีนที่คุณภาพดีและย่อยง่าย ไขมันต่ำ ควรกินบ่อย ๆ
- ไข่เป็นอาหารที่หาง่ายและมีโปรตีนที่คุณภาพดี ถ้าไม่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง กินได้วันละ 1 ฟอง
- ถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้กินแทนเนื้อสัตว์เป็นบางมื้อได้
- เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง มีโคเลสเตอรอลสูงและไม่ควรกินเนื้อสัตว์ที่มีสีแดงบ่อย ๆ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการแปรรูปเติมสารกันเสีย เติมสี เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน กุนเชียง แหนม ฯลฯ เพราะมีหลักฐานงานวิจัยที่น่าเชื่อถือว่ามีส่วนในการกระตุ้นเซลล์มะเร็ง

5.ดื่มนมเพื่อบำรุงร่างกาย นมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ซ่อมแซมเซลล์ เนื้อเยื่อ ผู้ป่วยควรดื่มนมสด นมพร่องมันเนย วันละ 1-2 แก้ว หรือดื่มนมถั่วเหลืองก็ได้ถ้าไม่ชอบนมวัว
6.กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร เช่น กินอาหารประเภททอด ผัด และแกงกะทิแต่พอควร หลีกเลี่ยงอาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำหลายครั้ง อาหารปิ้ง ย่าง(ที่ดำไหม้เกรียม) เลือกกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง กินแกงไม่ใส่กะทิ เป็นประจำ เช่น แกงเลียง แกงส้ม ต้มยำ แกงจืด ฯลฯ
alco 7.หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด เพราะถ้ากินหวานมากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด กินเค็มมากเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
8. กินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน เพราะอาหารที่ไม่สุกและปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมี ต่าง ๆ เช่น สารบอแรกซ์ สารกันรา สีย้อมผ้า สารฟอกขาว ฟอร์มาลีน และยาฆ่าแมลง ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ และเป็นผลเสียต่อโรคมะเร็ง
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคตับแข็ง โรคมะเร็งหลอดอาหาร และโรคร้ายอีกมากมาย





ในผู้ป่วยมะเร็งที่มีปัญหาเฉพาะด้านที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรปรับการกินอาหารตามอาการที่ปรากฏ ได้แก่ อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน การรับรสเปลี่ยน ปากแห้ง เจ็บปาก อิ่มเร็ว ท้องเสีย ท้องผูก ดังนี้

1.เบื่ออาหาร เลือกอาหารที่ผู้ป่วยพอกินได้ กลิ่น รสไม่จัด เช่น ขนมปังกรอบ ขนมต่าง ๆ ให้กินเป็นอาหารว่าง ควรกำหนดมื้อหลักในช่วงเช้า กินทีละน้อยแต่ทานบ่อย ๆ เช่น จัดอาหารมื้อเล็ก 4 – 6 มื้อ ให้เครื่องดื่มเสริมพลังงานและโปรตีนสูง เช่น ถ้าผู้ป่วยดื่มนมได้ ให้เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมนม ไอศกรีมนม แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ชอบนม ให้พวกน้ำผลไม้ น้ำหวาน ไอศกรีมหวานเย็น ผลไม้ในน้ำเชื่อม ฯลฯ
2.คลื่นไส้ ให้รับประทานอาหารก่อนให้เคมีบำบัด เลี่ยงอาหารที่มันเยิ้ม มีกลิ่นฉุน รับประทานอาหารแห้งประเภทแครกเกอร์ ขนมปังกรอบ ทองม้วน อาหารที่เสิร์ฟไม่ปรุงรส ให้มีรสหวานตามธรรมชาติ ไม่เค็ม งดใส่เครื่องเทศบางชนิดที่ผู้ป่วยแพ้
3.อาเจียน จิบของเหลวใสทุก 10 – 15 นาทีหลังจากอาเจียน เช่น น้ำซุปใส น้ำหวาน น้ำผลไม้ ฯลฯ ยกหัวให้สูงเมื่อเอนหลัง ติดต่อแพทย์หากมี อาการปวดท้อง อาจใช้ยาลดอาการอาเจียน
4.อิ่มเร็ว ให้เครื่องดื่มที่มีสารอาหารเข้มข้น ดื่มระหว่างมื้อ เช่น อาหารเสริมทางการแพทย์ เลี่ยงอาหารมัน – ทอด เนื่องจากย่อยยาก รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ หลายมื้อ พยายามกินเมื่อสามารถกินได้
5.การรับรสเปลี่ยน แบ่งอาหารเป็นมื้อเล็ก กลั้วคอหรือลิ้นก่อนรับประทานอาหาร เปลี่ยนเนื้อสัตว์ใช้ปลา ไก่ ไข่แทนเนื้อแดง ใช้เมนูอาหารมังสวิรัติโปรตีนสูงก็ได้ เช่น เต้าหู้ ถั่วชนิดต่าง ๆใช้น้ำมะนาว กลิ่นมิ้นท์ช่วยเมื่อมีลิ้นขม รับประทานผลไม้กวนที่มีรสหวานอมเปรี้ยว เช่น สับปะรด แอบเปิ้ล หลีกเลี่ยงเครื่องเทศหรือเครื่องปรุงรสที่มีกลิ่นฉุน ปรุงอาหารไม่มัน เลี่ยงภาชนะเสิร์ฟอาหารที่เป็นพลาสติกหรือโลหะ อาหารควรมีอุณหภูมิอุ่นถึงร้อนจะช่วยให้มีกลิ่นและรสดีขึ้น
6.ปากแห้ง รับประทานอาหารอ่อน ๆ มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ก๋วยเตี๋ยวน้ำ หรือใช้ลูกอม ขนมหวานแช่แข็งหรือไอศกรีมหวานเย็น เลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีรสหวานจัด และจิบน้ำบ่อย ๆ
7.แผลในช่องปาก เจ็บปากและลิ้น ต้องระวังอาหารและผลไม้ที่เป็นกรดหรือมีรสเปรี้ยว เครื่องเทศที่เผ็ดร้อน รสเค็ม อาหารหยาบหรือกรอบแข็ง ระวังการติดเชื้อในช่องปาก และเลือดออก ให้อาหารอ่อนที่เคี้ยวกลืนง่ายได้แก่ ข้าวต้ม โจ๊กบดผสมเนื้อสัตว์ผัก กล้วยสุก แตงโม มันฝรั่งบด ถั่วเมล็ดแห้งต้มบดกรอง พุดดิ้ง วุ้น ไข่กวน ข้าวโอ๊ต อาหารปั่นผสมสูตรต่าง ๆ เนื้อต้มบด กรอง เสิร์ฟอาหารอุณหภูมิห้องไม่ร้อนไม่เย็น หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีกรด เช่น ส้ม มะเขือเทศ น้ำผลไม้ บางครั้งเสิร์ฟอาหารชิ้นต้องตุ๋นต้มเปื่อย
8.ท้องเสีย แนะนำดื่มน้ำให้เพียงพอ เสริมเครื่องดื่มให้พลังงานและเครื่องดื่มเกลือแร่ เช่นน้ำซุปใส น้ำสกัดเนื้อ น้ำผลไม้ที่ผ่านความร้อน จำกัดการดื่มนม 2 แก้วต่อวัน สำหรับผู้ที่ดื่มนมประจำ หรืองดการดื่มนมและผลิตภัณฑ์จากนมสักระยะหนึ่งจนกว่าหยุดถ่าย งดอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่วเมล็ดแห้ง เครื่องดื่มอัดแก๊ส
9.ท้องผูก แนะนำการรับประทานใยอาหาร 25 – 35 กรัมต่อวัน เช่น กินผัก ผลไม้ ธัญพืชพวกเมล็ดมากๆ ดื่มน้ำ 8 – 10 แก้ว หรือน้ำลูกพรุน น้ำผลไม้อุ่น เดินและออกกำลังกาย หากไม่ได้ผลให้ปรึกษาแพทย์เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เพิ่มกาก อาหารที่ให้ใยอาหาร 4 กรัม ได้แก่ ถั่วแดงหลวง ½ ถ้วย ถั่วปากอ้า ½ ถ้วย ถั่วลันเตาเม็ด ½ ถ้วย ธัญพืชสำเร็จรูปที่ไม่ขัดสี ซีเรียล 1 ออนซ์ ข้าวโพด ½ ถ้วย อาหารที่มีใยอาหาร 2 กรัมได้แก่ ผักสด 1 ถ้วย ผักต้มสุก ½ ถ้วย ผลไม้ ½ ถ้วย เช่น หน่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี กะหล่ำปลี แครอท หอมใหญ่ ถั่วลันเตาฝัก มะเขือยาว คื่นช่าย
10.อาหารสุกสะอาด ผู้ป่วยมะเร็งมักมีเม็ดเลือดขาวต่ำจากหลายสาเหตุเช่นการฉายแสง เคมีบำบัดและจากตัวโรคเอง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ควรระวังเรื่องการหมดอายุของอาหารที่ซื้อควรละลายอาหารในตู้เย็นหรือเตาไมโครเวฟ ไม่ละลายอาหารแช่แข็งในอุณหภูมิห้องและรับปรุงอาหารทันที เก็บอาหารร้อนในอุณหภูมิร้อน อาหารเย็นในอุณหภูมิเย็น ปรุงเนื้อสัตว์ให้สุก ระวังผักผลไม้ที่ช้ำมีเชื้อรา ล้างมือเสมอป้องกันการแพร่เชื้อ
11.น้ำลายเหนียว ทำให้ฟันผุง่าย ให้อาหารปกติที่มีน้ำ หรือซอสผสม หรืออาหารน้ำ ๆ เครื่องดื่มที่มีกรด ซิตริก น้ำผักปั่นและผลไม้ ดื่มน้ำให้มากขึ้น เลี่ยงอาหารประเภทขนมปัง นม เจลาติน แอลกอฮอล์ ดูแลสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ
12.น้ำหนักลด เพิ่มแคลอรีและโปรตีนเช่น อาหารไขมัน แต่เลี่ยงไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานซ์ เติมนมผงใส่เครื่องดื่มหรืออาหารประเภทซุปแกง (เสิร์ฟไอศกรีม โยเกิร์ตผลไม้) เติมน้ำตาลในเครื่องดื่ม เสิร์ฟอาหารว่างระหว่างมื้อ เสริมอาหารทางการแพทย์
13.อ่อนเพลีย ใช้อาหารอ่อนซึ่งเคี้ยวน้อยที่สุด ให้พักผ่อนบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนมื้ออาหาร ในกรณีที่ผู้ป่วยมะเร็งไม่สามารถกินอาหารได้หรือกินได้น้อยมาก อาจต้องใช้อาหารทางการแพทย์หรืออาหารทางสายยาง ในกรณีเช่นนี้ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ หรือนักโภชนาการ และศึกษาเอกสารเพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้น จะได้นำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมต่อไป


********

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอด์จกิน
สำหรับท่านที่สนใจความรู้เรื่องมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน
เชิญอ่าน
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรม

โรคฮอดจ์กิน
Hodgkin's disease
Hodgkin lymphoma (1) mixed cellulary type.jpg


มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน (อังกฤษ: Hodgkin's lymphoma) หรือ โรคฮอดจ์กิน (อังกฤษ: Hodgkin's disease) เป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดหนึ่งที่ได้รับการอธิบายโดย Thomas Hodgkin ในปี พ.ศ. 2375 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน มีลักษณะทางคลินิคคือจะแพร่กระจายจากต่อมน้ำเหลืองหนึ่งไปยังต่อมน้ำเหลืองหนึ่งไปเรื่อยๆ และแพร่กระจายไปทั่วร่างกายในที่สุด ทางพยาธิวิทยาจะพบว่าโรคนี้มี Reed-Sternberg cell อยู่ โรค Hodking'sมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี้เป็นโรคมะเร็งชนิดแรกที่สามารถรักษาได้ด้วยการฉายรังสี ต่อมาก็เป็นมะเร็งชนิดแรกที่ได้รับการรักษาด้วย combination chemotherapy อีกด้วย อัตราการรักษาอยู่ที่ประมาณ 93% ทำให้โรคนี้เป็นโรคมะเร็งที่มีโอกาสรักษาหายได้มากที่สุดชนิดหนี่ง

ระบาดวิทยา

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ต่างจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดอื่นๆ ซึ่งมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นตามอายุตรงที่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน มีอุบัติการณ์เป็นโค้งแบบ bimodal คือจะพบมากที่สุดในคนอายุ 15-35 ปี และพบรองลงมาในคนอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป โดยมี peak แตกต่างกันไปบ้างตามแต่ละเชื้อชาติ โดยภาพรวมแล้วพบมากในเพศชาย ยกเว้นชนิดที่มี nodular sclerosis ซึ่งจะพบมากในเพศหญิง ในหนึ่งปีจะมีคนเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ประมาณ 1/25,000 คน นับเป็นจำนวนน้อยกว่า 1% ของมะเร็งทุกชนิด อุบัติการณ์ของการเกิด มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน จะเพิ่มสูงขึ้นในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV แต่จะแตกต่างจากโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HIV ชนิดอื่นๆ ตรงที่จะพบมากในผู้ป่วยที่มีปริมาณ CD4 T cell ที่สูง

อาการ
อาการที่พบมากที่สุดของ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน คือต่อมน้ำเหลืองของผู้ป่วยจะบวมขึ้นแต่ไม่มีอาการเจ็บปวด ต่อมน้ำเหลืองที่จะได้รับผลกระทบบ่อยที่สุดคือต่อมน้ำเหลืองในช่องอกซึ่งจะเห็นได้จากการทำเอกซเรย์ทรวงอก 30% ของผู้ป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน มีม้ามโตแต่มักไม่โตมากนัก ตับอาจจะโตได้ซึ่งพบใน 5% ของผู้ป่วย

ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วย มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน จะมีอาการทาง systemic เช่น มีไข้ต่ำๆ เหงื่อออกในเวลากลางคืน น้ำหลักลด คัน (pruritus) อ่อนเพลีย ผู้ป่วยบางคนอาจจะเจ็บต่อมน้ำเหลืองที่โตได้หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่ค่อยพบมากนัก บางรายอาจมีไข้ขึ้นสูงและลงสลับกันเรียกว่า Pel-Ebstein fever แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าอาการไข้ชนิดนี้มีอยู่จริงหรือไม่ อาการทาง systemic อย่างการมีไข้ น้ำหนักลดนั้นเรียกรวมกันว่า B symptoms

การวินิจฉัย
จำเป็นที่จะต้องแยก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน ออกจากโรคที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่มะเร็ง อย่างเช่นโรคติดเชื้อต่างๆ และต้องแยกออกจากมะเร็งชนิดอื่น การให้การวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดทำโดยการส่งชิ้นเนื้อจากต่อมน้ำเหลืองไปตรวจ อาจตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของอวัยวะหลักอื่นๆ และเพื่อศึกษาความเสี่ยงในการรักษาด้วยเคมีบำบัด อาจทำ PET scan เพื่อหารอยโรคที่มองไม่เห็นด้วย CT scan และอาจใช้ Gallium scan แทน PET scan

ข้อมูลจาก
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินเตอร์เนต

สาขา Health Blog


newyorknurse




Create Date : 26 มิถุนายน 2561
Last Update : 4 กรกฎาคม 2561 0:48:44 น. 16 comments
Counter : 1264 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณmambymam, คุณmoresaw, คุณหอมกร, คุณTui Laksi, คุณตะลีกีปัส, คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณวลีลักษณา, คุณเริงฤดีนะ, คุณข้ามขอบฟ้า


 
ขอแสดงความยินดีกับ
น้อง ทีมหมูป่า 13 คน รอดแล้ว
และขอความยินดีกับ ครอบครัวและทุกๆท่านในโลกใบนี้
ที่ลุ้นกัน เต็มกำลัง จนพบทีมน้องหมูป่า

ขอขอบคุณและชื่นชมต่อทีมซิล
และทุกๆทีม ทุกๆชาติที่เสียสละกำลังกายกำลังใจ
อาจจะอันตรายต่อชีวิต เพื่อช่วย น้องทีมหมูป่า
จนพบและกำลังพาออกมาอย่างปลอดภัยด้วยค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:0:53:58 น.  

 
ต้องระวังให้มากๆ จริงๆ

เรื่องอาหารนี่มีผลมากจริงๆ ครับ ถ้าเป็นแล้ว อาหารต้องระวังต้องเลี่ยงหลายๆ อย่างเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:1:03:29 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย

อ่านแล้วสะเทือนใจกับคำพูดของหมอคนแรกครับ
ทำไมถึงพูดแบบนี้น้อ

ส่งกำลังใจให้น้องและคนในครอบครัวด้วยนะครับ
ขอให้หายเร็วๆ

ปล. ดีใจกับทีมหมูป่าเช่นกันครับพี่
ตอนนี้โจทย์ยากข้อต่อไป
คือจะนำน้องออกจากถ้ำได้อย่างไรนี่ล่ะครับ


โหวตครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:37:53 น.  

 
คุณน้อยเล่า ได้น่าอ่าน... เป็นขั้นเป็นตอน.. ได้ความรู้ดีครับ


v


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:50:30 น.  

 
โชคดีที่ประเทศไทยมีสวัสดิการด้านสุขภาพจริง ๆ ค่ะ ไม่งั้นเจ็บป่วยแต่ละครั้งเจอค่ารักษาแต่ละอย่างเข้าไปนี่จนได้ง่าย ๆ เลย


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:8:07:12 น.  

 
โรคนี้เรื่องอาหารสำคัญจริงๆค่ะ
สมัยนี้คนเป็นกันเยอะด้วย



โดย: mambymam วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:8:33:56 น.  

 
newyorknurse Health Blog ดู Blog
รักษาหายได้แต่ก้ไม่ได้การันตีว่าจะไม่กลับมาอีกค่ะพี่น้อย



โดย: หอมกร วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:9:46:32 น.  

 
ขอบุญรักษา คุณพระคุ้มครองทุกคนนะคะ
ที่เจอทั้งโรคร้ายแรงและวิกฤติติดถ้ำ
ที่ไม่มีใครคาดคิดอยากให้เกิด
เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนผ่านบล๊อกคุณพี่น้อยด้วยคะ

และขอบคุณ จขบ.เกี่ยวกับความรู้ทางสุขภาพของโรคนี้คะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:10:43:53 น.  

 
ขอให้หายไวไวค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:13:46:32 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ได้รับความรู้มากเลยค่ะ
เคยรับรู้ถึงภัยร้ายโรคมะเร็งมาหลายกรณี
และเศร้ามาหลายครั้งในการเสียคนที่เรารักไปด้วยมะเร็ง


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:14:29:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ พี่น้อย
หน่วยงานที่ทำอยู่ตรวจสุขภาพทุกปี พบว่า เป็น วัณโรคปอด หลายคน


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:16:38:02 น.  

 
มะเร็งเป็นโรคที่พบเยอะมากเลยนะคะ พ่อวลีก็มะเร็งเม็ดเลือด


โดย: วลีลักษณา วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:19:53:37 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมุลดีๆมีประดยชนืคมีประโยชน์ค่ะประดยชนืค่ะพีค่ะพี่น้อย
Vote ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:20:59:55 น.  

 
มะเร็งนี่น่ากลัวจริงๆ ค่ะ เรื่องอาหารก็สำคัญมากจริงๆ
ต้องระมัดระวังรักษาสุขภาพให้ดีเลยค่ะ


โดย: แมวเอิง วันที่: 4 กรกฎาคม 2561 เวลา:21:16:30 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:6:19:29 น.  

 
ขอบคุณที่แวะชมดอกบัวบาค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 5 กรกฎาคม 2561 เวลา:7:03:46 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 151 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy,
a time to spend time with your family
and a time to be with your friends
all comes with retirement"


*****


"Live The Moment"

อยู่กับปัจจุบันขณะ หยุดเสียใจกับสิ่งที่เกิดขี้น
ในอดีตและกลัวหรือกังวล
สิ่งทีเกิดขี้นในอนาคต "วันนี้" และ "ขณะนี้"
คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคุณ !!
ใช้มันให้ดีที่สุดให้เป็นช่วงเวลาทีมีคุณค่า
น่าจดจำเพราะว่าเวลาเป็นสิ่งที่ผ่านมา
และผ่านเลยไป เอาคืนไม่ได้และ
หาเพิ่มก็ไม่ได้เช่นกัน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ


*********


ขอบคุณ Bloggang ทำให้เราได้เขียนบล็อกต่างๆ
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ

BG Popular Award # 16


BG Popular Award # 15


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
26 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.