เลขเด็ด เลขดัง กาน้อย

ติดตามข้อมูลเว็บทาง Google+ กด
FaceBook สาว ๆ เซ็กซี่

ข้าวต้มเครื่องเนียมหูเสือกุ้งสับ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

- ข้าวสวยข้าวกล้อง 2 ถ้วย
- เนื้อกุ้งทะเล 1 ถ้วย
- ใบเนียมหูเสือ 14 ใบ
- เกลือ 11/2 ช้อนชา
- รากผักชี กระเทียมกลีบเล็ก พริกไทยขาว ตำรวมกัน 1 ช้อนโต๊ะ
- เต้าหู้เหลืองชนิดแข็งหั่นเป็นแผ่นบางตากแห้งทอดกรอบ 2-4 แผ่น
- จิงจูฉ่ายหรือขึ้นช่ายหั่นเป็นท่อนสำหรับโรยหน้าตามชอบ
- พริกไทยเล็กน้อย
- ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำซุปข้าวต้ม
- น้ำต้มเปลือกกุ้ง 5 ถ้วย
- หัวไชเท้าหั่นแว่น 1 หัว
- กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- ขึ้นฉ่ายหั่นเป็นท่อน 1 ต้น

ส่วนผสมพริกน้ำส้ม
- พริกชี้ฟ้าเหลือง 7 เม็ด
- กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 7 กลีบ
- น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหรือสับปะรด 1/2 ถ้วย

วิธีทำ
- ทำน้ำซุป โดยต้มส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน เมื่อเดือดแล้ว ลดไฟลงเคี่ยวสักพัก ปิดไฟ กรองเอาแต่น้ำใส่หม้อไว้
- ทำพริกน้ำส้มโดยปั่นทุกอย่างรวมกันให้ละเอียด พักไว้
- ล้างใบเนียมหูเสือให้สะอาด แบ่งครึ่งหนึ่งซอยเป็นเส้น ส่วนที่เหลือนำไปสับกับเนื้อกุ้งจนละเอียดเข้ากัน ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย และซีอิ๊วขาว ลงไป นวดให้เข้ากันพักไว้
- นำหม้อน้ำซุปที่เตรียมไว้ยกขึ้นตั้งไฟจนเดือด ใช้ช้อนสองคันตักส่วนผสมในข้อสามตะล่อมไปมาเป็นลูกรักบี้แล้วใส่ลงไปต้มจน สุก จึงใส่ข้าวสวยลงไปต้มสักพัก ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย เคียงด้วยแผ่นเต้าหู้ทอด โรยด้วยใบจิงจูฉ่ายหรือขึ้นฉ่ายและพริกไทยเล็กน้อย รับประทานกับพริกน้ำส้ม


//www.jaowka.com/




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 16 กรกฎาคม 2555 20:40:52 น.   
Counter : 1853 Pageviews.  

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ใคร ๆ ก็รู้ว่า อาหารจำพวกผัก ธัญพืช หรืออาหารที่ได้จากธรรมชาติส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ประโยชน์ของมันจริง ๆ กันบ้าง ว่าหลังจากที่คุณทานเข้าไปแล้ว มันจะไปซ่อมแซมหรือบำรุงร่างกายส่วนไหน วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารจากธรรมชาติ 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง ซึ่งคุณอาจไม่เคยรู้มาฝากกัน ว่าแล้วก็ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่า อาหารทั้ง 10 ชนิดนี้มีอะไรบ้าง และมันมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณอย่างไร

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

1. ผักสลัดน้ำ (WATERCRESS)

ผักสลัดน้ำได้ชื่อว่าเป็นราชินีผัก จัดอยู่ในจำพวกผักใบเขียว มี 2สายพันธุ์คือเขียวและแดง เป็นพืชตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลี มีรสเผ็ดเล็กน้อย

คุณประโยชน์

ผักสลัดน้ำ 1 ถ้วยมีพลังงานเพียง แค่ 4 แคลอรี่เท่านั้น แต่อุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ มากมาย เช่น เอ ซี และเค ซึ่งสูงกว่าผักกาดธรรมดา 2 เท่า และมีลูทีน (LUTEIN) กับซีแซนทีน (ZEAXANTHIN) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคจอตาเสื่อม มะเร็งเต้านม และโรคหลอดเลือดหัวใจได้

วิธีรับประทาน

สามารถหั่นมาเพื่อทานคู่กับแซนด์วิช เด็ดก้านออกเพื่อทำเป็นสลัด ผัดไฟแดง แกงจืด ต้มทำเป็นซุป หรือกินสด ๆร่วมกับส้มตำน้ำพริกก็ได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

2. วานิลลา (VANILLA BEANS)

วานิลลาเป็นพืชตระกูลกล้วยไม้ มีลักษณะเป็นฝัก มีกลิ่นหอม จึงมักใช้สำหรับแต่งกลิ่นและรสให้หวานขึ้น

คุณประโยชน์

ในวานิลลานั้นมีสารประกอบของ (PHENOLIC) ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส แบคทีเรีย และช่วยแก้อาการอักเสบของแผลเป็นในร่างกายได้ด้วย

วิธีรับประทาน

สามารถนำมาผสมกับน้ำผลไม้หรือแอลกอฮอล์เพื่อใช้เป็นเครื่องดื่มได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

3. ผงโกโก้ (COCOA POWDER)

ผงโกโก้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากเมล็ดโกโก้อีกที มีส่วนประกอบหลักคือโกโก้และเนยโกโก้ โดยมีสารประกอบไขมันต่ำที่ได้จากเมล็ดโกโก้

คุณประโยชน์

อุดมไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม และมีสารฟลาโวนอยด์ (FLAVONOID) ที่ช่วยป้องกันอาการชักและโรคหัวใจได้

วิธีรับประทาน

นำมาผสมเพื่อทำขนมต่าง ๆหรือสามารถนำมาผสมทำเป็นซอสได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

4. ข้าวฟ่าง (SORGHUM)

ข้าวฟ่างเป็นพีชตระกูลหญ้า มีรูปร่างและรสชาติคล้ายข้าวสาลี ส่วนมากใช้สำหรับให้อาหารสัตว์ แต่คนก็สามารถนำมารับประทานได้เช่นกัน

คุณประโยชน์

ข้าวฟ่างนั้นเป็นแป้ง จึงอุดมไปด้วยพลังงาน อีกทั้งยังมีวิตามินบีรวมและคลอเรสเตอรอลต่ำ ข้าวฟ่างช่วยเสริมสร้างม้ามและกระเพาะอาหารช่วยให้หลับง่าย

วิธีรับประทาน

สามารถนำมาใส่ในสลัดได้ นำมาทำเป็นโจ๊ก ทำเป็นขนมปังและสามารถนำมาใส่แกงได้ด้วย

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

5. ลูกเกด (RAISINS)

ลูกเกด คือองุ่นแห้ง มีรูปร่างวงรีเล็ก ๆ สีน้ำตาลหรือดำ           

คุณประโยชน์

ในลูกเกด โดยเฉพาะลูกเกดสีเข้มนั้นจะมีแอนโทไซยานิน (ANTHOCYANINS) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าหลายเท่า ช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็ง  บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ลดความเครียด และลดคลอเรสเตอรอลได้ด้วย

วิธีรับประทาน

สามารถนำมากินเปล่า ๆได้เลย หรือจะนำมาเป็นส่วนประกอบของขนมอย่างเค้กหรือไอศกรีมก็ได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

6. ขิง (GINGER ROOT)

ขิง เป็นพืชล้มลุก มีส่วนเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสค่อนข้างเผ็ด

คุณประโยชน์

ขิงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม และวิตามินเอ ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่นได้

วิธีรับประทาน

สามารถนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม หรือนำมาเป็นเครื่องเคียงของโจ๊กและแกงอื่น ๆได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

7. ถั่วแดง (KIDNEY BEANS)

ถั่วแดง เป็นถั่วที่สามารถกินเมล็ดได้ ซึ่งอยู่ในจำพวกเดียวกับถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วลายแและถั่วปากอ้าเป็นต้น

คุณประโยชน์

อุดมไปด้วยโปรตีนและคุณค่าทางอาหารสูง สามารถใช้เป็นอาหารลดความอ้วนและอาหารสำหรับผุ้ป่วยเบาหวานได้ดี

วิธีรับประทาน

นำมาต้มกินได้ หรือสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเช่น หมูอบ ห่อหมกเป็นต้น

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

8. กาแฟ (COFFEE)

กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เมล็ดสกัดนำมาจากต้นกาแฟ โดยถือเป็นเครื่องดื่มที่นิยมมาก

คุณประโยชน์

ไฟเบอร์จากกาแฟสามารถช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงกรดคลอโรจีนิก (CHLOROGENIC)  ที่ช่วยยับยั้งคลอเรสเตอรอลที่ไม่ดีออกไปได้

วิธีรับประทาน

สามารถใช้ดื่มได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าคุณดื่มแบบกาแฟดำจะได้ประโยชน์สูงสุด

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

9. ข้าวบาร์เลย์ (BARLEY)

เป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลเดียวกับข้าว ข้าวโพด และข้าวสาลี

คุณประโยชน์

ไฟเบอร์ในข้าวจะช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโฟเลตและแมงกานีสที่ช่วยบำรุงสมอง

วิธีรับประทาน

สามารถทานกับอาหาร กินกับสลัด ทำเป็นซุปและแปรรูปเป็นขนมปังได้

อาหาร 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง

10. ไข่ (EGGS)

คงไม่มีใครไม่รู้จักไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือแม้กระทั่งไข่นกกระจอกเทศ

คุณประโยชน์

ไข่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยสามารถป้องกันโรคประสาทตาเสื่อมได้ ป้องกันการจับตัวของเลือด และไข่นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ให้วิตามินดีจากธรรมชาติ

วิธีรับประทาน

คุณสามารถนำไข่มาทำอาหารได้หลายแบบ เช่นนำมาทอด นำมาเจียว ผสมกับขนมและอีกมากมาย

และนี่ก็คือ 10 อาหารอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ชัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณมากแค่ไหน ที่เหลือคุณก็แค่นำมาเลือกทานเพื่อสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุด เพียงเท่านี้คุณก็จะร่างกายแข็งแรง โรคภัยไม่ถามหาแน่นอน




 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 15 กรกฎาคม 2555 21:55:46 น.   
Counter : 3009 Pageviews.  

อาหารต้องห้ามขณะท้องเสีย

อาหารต้องห้าม

อาหารต้องห้ามขณะท้องเสีย (Woman's Story)

เวลาท้องเสียมันแสนทรมานจริง ๆ จะทานนู่นก็ไม่ได้ ทานนี่ก็ไม่ได้ เพราะกลัวอาการจะยิ่งหนักขึ้น ถ้าเช่นนั้นมาจำกันไว้ดีกว่า ว่าถ้าท้องเสียขึ้นมา อะไรทานได้ อะไรทานไม่ได้บ้าง

          สำหรับคนท้องเสียเรื้อรัง มักจะมีอาการปวดท้อง และถ่ายเหลว ซึ่งจะเป็น ๆ หาย ๆ บางคนเรียกว่า คนธาตุอ่อน อาหารต้องห้าม คือ อาหารจำพวกรสเผ็ด เปรี้ยว ของทอดของมัน เหล้า เบียร์ นมสด ชา กาแฟ น้ำส้ม สายชู และกะทิ เป็นต้น

ส่วนอาหารที่ควรกิน ก็คืออาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง ธัญพืชต่าง ๆ รวมถึงอาหารที่มีไขมันต่ำ มีจุลินทรีย์ชนิดแล็คโตบาซิลลัส หรือไบฟิโดแบคทีเรีย เป็นส่วนผสมอยู่ด้วยจะดีมาก นอกจากนั้นการกินอาหารในแต่ละครั้งก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ และควรเคี้ยวให้ละเอียดค่ะ

สำหรับอาการท้องเสียฉับพลัน เป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ มีลักษณะถ่ายเหลวเป็นน้ำ และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ไม่ควรทาน ผัก ผลไม้ และน้ำผลไม้ 

ส่วนอาหารที่ควรกิน ก็คือผงน้ำตาลเกลือแร่ ชงน้ำ เพราะเวลาที่เราท้องเสียร่างกายจะสูญเสีย เกลือแร่ ดังนั้นเราหมั่นดื่มเกลือแร่บ่อย ๆ แทนน้ำค่ะ นอกจากนั้นควรกินอาหารที่ย่อยง่ายอย่างเช่นโจ๊ก ข้าวต้ม เป็นต้น

          เชื่อว่าการที่เราเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกวิธีในขณะที่ท้องเสียจะช่วยให้ลำไส้ไม่ต้องทำงานหนัก อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราด้วย





ขอขอบคุณข้อมูลจาก




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 14 กรกฎาคม 2555 21:36:05 น.   
Counter : 13296 Pageviews.  

2 เมนูอร่อยจากกระท้อนปุยฝ้าย เปรี้ยวแซ่บอมหวาน

แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง
แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง


กระท้อนทรงเครื่อง
กระท้อนทรงเครื่อง


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการ ภัตตาคารบ้านทุ่ง โพสต์โดย คุณ LadyBimbettes สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ใครชอบรับประทานผลไม้คงต้องเคยได้ลองลิ้มชิมรสของกระท้อน ที่มีรสเปรี้ยวชุ่มคอปนหวานฉ่ำ แถมยังมีสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง (8 กรกฎาคม) จึงพลาดไม่ได้ที่จะพาไปรู้จักกับข้อมูลของกระท้อนให้ลึกกันสักหน่อย โดยเฉพาะกระท้อนปุยฝ้ายที่ขึ้นชื่อว่าเด็ดจริงอะไรจริง แต่จะเด็ดขนาดไหนคงต้องตามไปดูกันเลยดีกว่าจ้า ..

            รายการภัตตาคารบ้านทุ่งครั้งนี้ พาแวะเวียนไปเยี่ยม คุณลุงหล่ำ เย็นต่อม ที่ตำบลตะลุง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งคุณลุงหล่ำนั้นมีประสบการณ์ในการปลูกกระท้อนมามากกว่า 25 ปีแล้ว กระท้อนของคุณลุงหล่ำจึงกลมสวย ผิวพรรณดี เหมือนสาว ๆ วัยรุ่นก็ไม่ปาน เพราะแกปลูกกระท้อนอย่างเข้าอกเข้าใจ โดยกระท้อนแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ กระท้อนเปรี้ยว และ กระท้อนหวาน ส่วนที่นิยมปลูกกันมากนั้นคือ กระท้อนหวาน ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีหล้า พันธุ์ปุยฝ้าย เป็นต้น

คุณลุงหล่ำเลือกปลูกกระท้อนปุยฝ้าย เนื่องจากมีผลใหญ่ที่สุดในบรรดากระท้อนทั้งหมด รสชาติออกเปรี้ยวนำ และปนหวานเล็กน้อย มีจุดเด่นอยู่ที่เนื้อหุ้มเมล็ด หรือ ปุย ที่มีมากกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งปุยกระท้อนนั้น เมื่อได้รับประทานเข้าไปแล้ว จะรู้สึกเหมือนละลายได้ในปาก

            ผลของกระท้อนจะมีลักษณะเป็นทรงกลม มีเมล็ดเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวโค้งเข้าหากัน จนรวมกันเป็นวงกลม หากมีเมล็ดใดเมล็ดหนึ่งไม่สมบูรณ์ ผลกระท้อนก็จะเบี้ยวเสียรูปทรง

กระท้อน

เนื้อผลของกระท้อน ที่มีหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเมล็ด เนื่องด้วยมีสารแทนนิน หรือกรดอ่อน ๆ ที่ให้รสฝาด ซึ่งในการยับยั้งการเจริญเติบโตนี้ถูกสร้างขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องจากเมล็ดกระท้อนสามารถเติบโตเป็นลำต้นได้ง่ายมาก หากมีการร่วงหล่นของผลกระท้อนอยู่ตามโคนต้น จะทำให้สามารถเกิดลำต้นใหม่ ๆ จำนวนมาก จนแย่งสารอาหารจากต้นเดิมไปหมด การที่มีสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเมล็ดนั้นจะช่วยให้ธรรมชาติสมดุลขึ้น

ส่วนเนื้อหุ้มเมล็ด หรือ ปุยฝ้าย จะให้รสชาติอร่อย นุ่ม ละลายในปาก ถือเป็นจุดเด่นของกระท้อนพันธุ์นี้ สำหรับข้อสำคัญในการรับประทานกระท้อนคือไม่ควรกลืนเมล็ดลงไปด้วย เนื่องจากเมล็ดกระท้อนมีขนาดใหญ่จะทำให้ติดคอและไปอุดตันหลอดลมได้ อีกทั้งปลายเมล็ดยังมีปลายแหลมอาจเกิดอันตรายได้อีกด้วย

สรรพคุณทางยาของกระท้อนคือ ในความเปรี้ยวจะมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ  แต่ในความฝาดของกระท้อนจะช่วยแก้อาการท้องเสียได้ด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้สามารถรับประทานได้ทั้งคนที่มีอาการท้องเสียและคนที่มีอาการท้องผูก

กระท้อน

            สิ่งสำคัญในการปลูกกระท้อนให้ได้ผลที่มีคุณภาพคือ การห่อ โดยการห่อผลกระท้อนนั้นจะช่วยป้องกันแมลงต่าง ๆ ไม่ให้มากัดกิน หรือวางไข่ จนผลกระท้อนไม่ได้คุณภาพ นอกจากนี้ยังช่วยบังแสงแดดไม่ให้ผลกระท้อนมีสีไม่สม่ำเสมอกันอีกด้วย เนื่องจากผลกระท้อนจะเปลี่ยนสีได้ด้วยแสงแดด ดังนั้นหากมีการโดนแดดไม่เท่ากัน ด้านที่โดนแดดก็จะเปลี่ยนสีมากกว่า และสุกเร็วขึ้น การห่อผลจึงช่วยให้กระท้อนมีสีที่สม่ำเสมอกันและสุกเท่ากันทั้งผล และยังทำให้ผลฟูนิ่ม มีขนาดใหญ่ รสชาติหวาน เพราะมีการสูญเสียน้ำน้อย กลายเป็นกระท้อนที่มีคุณภาพนั่นเอง

ในการห่อกระท้อน คุณลุงหล่ำมีเคล็ดลับคือถุงปูนซีเมนต์ ที่คุณลุงบอกว่าสีน้ำตาลของถุงจะทำให้แมลงมองมาไม่เห็นว่ามีผลกระท้อนถูกห่อเอาไว้ อีกทั้งถุงปูนซีเมนต์ยังมีพื้นที่ให้น้ำระเหยได้หากกระท้อนได้รับน้ำมากเกินไป และหากกระท้อนขาดน้ำถุงปูนซีเมนต์ก็สามารถป้องกันการระเหยออกของน้ำได้ด้วย นอกจากนี้ถุงปูนซีเมนต์ยังไม่กักเก็บความร้อน ทำให้กระท้อนไม่โดนอบด้วยความร้อนจนสุกหรือเน่าคาต้น รวมทั้งยังเป็นถุงที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลใช้ได้ถึง 2 ครั้ง

            ทั้งนี้เทคนิคการเพิ่มความฟูของปุยฝ้ายในกระท้อน คุณลุงหล่ำบอกเคล็ดลับมาว่า ควรให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้กระท้อนได้รับน้ำที่เพียงพอ อย่ามากเกินไปและอย่าน้อยเกินไป อีกทั้งต่อหนึ่งกิ่งของต้นกระท้อน ไม่ควรปล่อยให้มีลูกดกมากนัก เนื่องจากจะเป็นการแย่งอาหารและแย่งกันเจริญเติบโต ทำให้แต่ละลูกโตไม่เต็มที่ ขนาดที่พอเหมาะก็คือประมาณ 200-300 ลูกต่อต้น และมีน้ำหนักเฉลี่ยที่ 3-4 ลูก ต่อ 1 กิโลกรัม

            เมื่อได้รู้จักกับข้อมูลเชิงลึกของกระท้อนไปแล้ว เมนูเด็ดแสนอร่อยจากกระท้อนก็เป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เช่นกัน ครั้งนี้รายการภัตตาคารบ้านทุ่งจึงขอนำเสนอ 2 เมนูเด็ด ที่เห็นแล้วเป็นต้องน้ำลายสอ ว่าแต่จะมีเมนูอะไรบ้างต้องรีบไปติดตามกันเลยจ้า


แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

ส่วนประกอบ

แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

กระท้อนปุยฝ้าย
ปลาโอ
ใบโหระพา
พริกชี้ฟ้าแดง
ใบมะกรูด
มะกรูด
กะทิ
น้ำปลา
น้ำตาลปี๊บ
พริกแห้งเม็ดใหญ่
กระเทียม
หอมแดง
กระชาย
ข่า
ตะไคร้
เกลือป่น
กะปิ


วิธีทำ

1. ซอยตะไคร้ และกระชาย นำลงตำในครก ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย ตามด้วยข่า และค่อย ๆ ตำส่วนผสมให้แหลก

2. ซอยหัวหอมแดง และกระเทียม พร้อมทั้งแช่พริกแห้งลงในน้ำเปล่า


แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

3. ใส่หอมแดง กระเทียม และพริกแห้ง ตามลงไปตำกับส่วนผสมที่ตำไว้แล้วในครก จากนั้นใส่กะปิตามลงไป

4. ปอกกระท้อนปุยฝ้ายและนำลงแช่ในน้ำเกลือ เพื่อให้กระท้อนไม่ช้ำเป็นสีคล้ำ


แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

5. นำปลาโอลงย่างบนเตา


แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

6. หั่นกระท้อนเป็นเสี้ยวและแกะเม็ดออกจากปุยฝ้าย

7. นำปลาโอที่สุกแล้วลงตำในครกรวมกับส่วนผสมที่ตำรอไว้แล้ว

8. ใส่หัวกะทิลงในหม้อ และนำพริกแกงตามลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นใส่หางกะทิตามลงไปแล้วรอจนเดือด


แกงคั่วกระท้อนใส่ปลาโอย่าง

9. เมื่อน้ำกะทิเดือดแล้ว ให้ใส่เนื้อปลาโอ กระท้อน ลูกมะกรูด และใบมะกรูดตามลงไป ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา จากนั้นก็ใส่พริกชี้ฟ้าแดง และใบโหระพาลงไป ก็เป็นอันเสร็จสิ้น


กระท้อนทรงเครื่อง

ส่วนประกอบ

กระท้อนทรงเครื่อง

กระท้อนปุยฝ้าย
กุ้งแห้ง
ถั่วลิสง
พริกป่น
น้ำตาลปี๊บ
แป้งมัน
เกลือป่น


วิธีทำ

กระท้อนทรงเครื่อง

1. ปอกกระท้อนแล้วบั้งให้เป็นส่วน ๆ ค่อย ๆ บีบกระท้อนเบา ๆ ให้คายน้ำ จากนั้นเอาลงแช่ในน้ำเกลือ

2. ต้มน้ำในหม้อ ใส่น้ำตาลปี๊บและเกลือลงไปเคี่ยวให้เข้ากัน ปิดฝารอให้เดือด


กระท้อนทรงเครื่อง

3. ตำถั่วลิสงที่ร่อนเปลือกออกแล้วให้แหลก


กระท้อนทรงเครื่อง

4. เมื่อน้ำในหม้อเดือดแล้ว ให้ใส่แป้งมันผสมน้ำลงไป เพื่อให้ข้นเหนียว


กระท้อนทรงเครื่อง

5. นำกระท้อนที่แช่น้ำเกลือแล้ว ขึ้นวางในจาน ราดด้วยน้ำเชื่อม โรยถั่วลิสง และกุ้งแห้งป่น ก็พร้อมเสิร์ฟได้เลย

ครบถ้วนทั้งข้อมูลและเมนูเด็ดจากกระท้อนปุยฝ้าย ที่ทำเอาหลายคนทนไม่ไหว แอบน้ำลายสออยากรับประทานให้ฉ่ำใจ ถ้าอย่างนั้นอย่ารอช้ารีบไปหากระท้อนปุยฝ้ายมาลองทำตามเมนูแนะนำนี้กันเลยดีกว่า จะได้ลิ้มรสความอร่อยไปพร้อม ๆ กับสรรพคุณที่จะช่วยให้การขับถ่ายของคุณดีขึ้นด้วยนะคะ







 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 12 กรกฎาคม 2555 21:07:46 น.   
Counter : 3137 Pageviews.  

เมี่ยงพักพิง

หมูกรอบแผ่นบางนำมาคลุกเคล้าเข้ากับสมุนไพรพื้นบ้าน เสิร์ฟพร้อมใบชะพลูหรือใบผักกาดก็อร่อยได้ใจ

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

* หมูกรอบแผ่น 2-3 แผ่น
* ตะไคร้ซอย 1 ต้น
* ยอดใบมะกรูด 10 ใบ
* ต้นหอม 2 ต้น
* หัวหอมแดง 2-3 หัว
* ผักชีใบเลื่อย 4-5 ใบ
* กุ้งแห้งทอด 2 ช้อนโต๊ะ

* น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำเชื่อมเข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนู 4-5 เม็ด
* ใบชะพลู 20-30 ใบ
* ใบสะระแหน่เด็ดตามชอบ

วิธีทำ

1. บิหมูกรอบเป็นชิ้นเล็กๆ ตามชอบพักไว้ ซอยและหั่นใบมะกรูด ผักชีใบเลื่อย ตะไคร้ ต้นหอม หัวหอมแดง และพริกขี้หนู จากนั้น นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในถ้วยผสมพร้อมใบสะระแหน่ ตามด้วยหมูกรอบและกุ้งแห้ง
2. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำเชื่อมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมใบชะพลู


//www.jaowka.com/




 

Create Date : 11 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 11 กรกฎาคม 2555 22:52:15 น.   
Counter : 2224 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  109  

karnoi
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




เลขเด็ด เลขดัง กาน้อย






ติดตามข้อมูลของเว็บทาง twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด







Online Users


[Add karnoi's blog to your web]