เด็กหอ , หอนี้มีดีกว่าผีหลอก


ข้อมูล: แม้หน้าหนังของเด็กหอจะเป็นหนังผี แต่นี่คือ หนังดราม่าที่พูดถึงมิตรภาพและการก้าวผ่านข้ามวัยของเด็กคนหนึ่ง โดยมีผีเป็นแค่องค์ประกอบ เป็นผลงานของ 1 ในทีมของผู้กำกับแฟนฉัน(ทรงยศ สุขมากอนันต์) ; โลเคชั่นในเรื่องที่เป็นโรงเรียนประจำส่วนใหญ่คือถ่ายทอดมาจาก โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชารวมไปถึงชื่อตัวละครในเรื่อง ที่เดาว่าผู้กำกับซึ่งเป็นศิษย์เก่าเช่นกัน เอามาจากชื่อศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงของโรงเรียน ; โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เป็น โรงเรียนประจำที่มีทั้งเด็กประจำและเด็กไป-กลับ มีอาณาเขตหลายร้อยไร่ได้ชื่อว่า เป็นอุทยานการศึกษา เพราะรายล้อมไปด้วยความเป็นธรรมชาติ เป็นโรงเรียนชายล้วนมีนักเรียนหญิงเฉพาะตอนมัธยมปลาย



...ผมไม่พลาดเด็กหอแน่นอน เพราะนี่คือหนังที่ทำให้ผมได้หวนนึกถึงชีวิตสมัยเรียน จะพลาดได้อย่างไรในเมื่อโรงเรียนเก่าของตัวเองได้เป็นพระเอกทั้งที

...การกลั้นลมหายใจอธิษฐานขณะข้ามแม่น้ำบางปะกง สนามบาสที่เรียงติดกันเกือบสิบสนาม ทิวสนข้างถนนในโรงเรียน ผมทรงนักเรียน เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ตึกเทโอฟานและสระว่ายน้ำ ฯลฯ ทั้งหมดนี้คือ Nostalgia สำหรับผมที่ไม่ว่าหนังจะดีหรือเลวอย่างไรก็ตั้งใจไว้แล้วว่าต้องยอมเสียเงินเข้าไปดู

...เด็กหอ กระตุ้นเร้าคอหนังผีอย่างผมได้ตั้งแต่หนังตัวอย่างที่ชวนให้คอหนังสยองขวัญต้องอยากรู้ว่า หนังมีผีหรือไม่? และ ตอนจบเป็นอย่างไร?

เด็กหอ คือ คำที่ใช้แทนเด็กนักเรียนประจำที่พ่อแม่มาฝากไว้ที่โรงเรียน และ จะมารับกลับบ้านในวันหยุด ชาตรี( แน็ค - ชาลี ไตรรัตน์) ต้องกลายมาเป็นเด็กหอคนหนึ่งอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวเมื่อพ่อของเขาตัดสินใจ ส่งเขาเข้าไปอยู่โรงเรียนประจำในจังหวัดชลบุรี

ภายใต้สีหน้าเคร่งเครียดของชาตรีไม่มีใครรู้ว่าชาตรีคิดอย่างไร แต่คนดูจะได้เห็นแต่แรกแล้วว่า มีบางสิ่งเคลือบแคลงเกี่ยวกับการถูกส่งมาอยู่โรงเรียนประจำของชาตรี ที่โรงเรียนแห่งนี้มีเรื่องราวชวนขนหัวลุกเป็นเรื่องเล่าจากเด็กหอที่อยู่มาก่อน เช่น เรื่องเด็กกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แม่บ้านของโรงเรียนคนสวยที่ผูกคอตาย ผีคนแก่ที่เดินวนเวียนในหอนอน ฯลฯ บรรยากาศที่น่ากลัวไม่น่าไว้วางใจมาพร้อมกับเหตุการณ์แปลกๆที่ชาตรีพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูปราณี ที่ใครต่อใครลือกันว่าเธอมีความหลังที่ดำมืด

ตั้งแต่ชาตรีมาอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยรับโทรศัพท์ที่พ่อโทรมา วันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่เหล่าเด็กหอยินดีปรีดาที่จะได้กลับบ้านแต่เขากลับไม่อยากกลับไปอยู่บ้าน ความสัมพันธ์ของพ่อกับชาตรีห่างเหินกันมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความเย็นชา แม้พ่อจะพยายามเท่าไหร่ ชาตรีก็ไม่ตอบสนองใดๆ

การอยู่หอนี่เองทำให้ชาตรีได้รู้จักกับวิเชียร เพื่อนร่วมหอที่พาเข้าออกจากความโดดเดี่ยวและพาเขาไปพบกับความจริงของ ตำนานหอชวนขนหัวลุกที่เล่าต่อกันมา นอกจากความสัมพันธ์ของชาตรีและวิเชียรแล้ว ยังมีอีกสองความสัมพันธ์ที่เหมือนปมผูกไว้รอการคลี่คลาย คือ ความสัมพันธ์ของพ่อของชาตรีกับความผิดที่รอการให้อภัย และ ชาตรีกับความโกรธที่ปิดกั้นความสัมพันธ์ กับความสัมพันธ์ของครูปราณี กับ ความรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ และ วิเชียร

... การถูกส่งมาอยู่โรงเรียนประจำ สำหรับเด็กบางคนเข้าใจว่า มันหมายถึง การดัดสันดาน การลงโทษ การรังเกียจ ในขณะที่ผู้ใหญ่อาจมีเจตนาแค่ว่า เป็น การฝึกให้มีวินัย ต้องการให้เข้าโรงเรียนดีๆ

เหตุการณ์เดียวแต่การแปลความ หรือ การรับรู้ของมนุษย์ (perception) เราแตกต่างกันไปได้หลายอย่าง ในหนังแสดงแง่มุมนี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุคลิกของครูปราณี การฆ่าตัวตายที่สระน้ำ การรับรู้ที่ถูกบิดเบือนไปตามผู้ส่งสารและคืบคลานไปแบบปากต่อปากขยายความให้ความจริงผิดเพี้ยนไปได้ แม้แต่ความรู้สึกไม่มีตัวตนของชาตรี หากพิจารณาดีๆแล้ว บางทีมันไม่ใช่เพราะคนอื่นที่ทำให้เขาไม่มีตัวตน แต่เป็นเพราะเขาเองที่ตัดตัวเองทิ้งออกจากคนอื่นๆ

คนบางคนมองสังคมหรือคนรอบตัวมีปัญหา โดยลืมไปว่า หลายครั้งก็เป็นเพราะตัวเองที่ไม่เคยปรับตัวหรือสนใจคนอื่น เหมือนกับที่ วิเชียรบอกกับชาตรี ว่า ให้รู้จัก "เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาบ้าง"

ความรู้สึกโดดเดี่ยวของเขาในครอบครัวที่แสดงออกใน ความคิดของเขา ดูตรงข้ามกับที่เราเห็น เพราะเราจะเห็นว่า ถึงพ่อจะมีความผิดจากการลักลอบมีชู้กับสาวใช้ แต่พ่อของเขาก็พยายามที่จะแก้ตัวและขอการให้อภัยจากเขา แม่และน้องต่างก็สนอกสนใจและให้ความรักเอาใจใส่เป็นอย่างดี เมื่อมาถึงโรงเรียนเพื่อนๆอาจจะมีลองเชิงบ้างแต่หลายคนก็เข้ามาหามาพูดคุยกับชาตรี ดังนั้นการที่ตัวชาตรีคิดว่าโดดเดี่ยวอาจไม่ใช่เพราะเป็นจริงแต่เกิดจากการรับรู้ (perception) ของตัวเขาเอง เป็นเพราะตัวชาตรีเองต่างหากที่ปิดตัวเอง


Spoiler Alert :บทความถัดจากนี้ มี การเฉลยจุดสำคัญในเรื่อง


ตรงข้ามกับ วิเชียร ที่ความโดดเดี่ยวของเขาเกิดขึ้นจริง เขาถูกรังเกียจหวาดกลัวจากคนอื่น เพราะ สถานภาพ ผี ที่เขาเป็นอยู่ เขาไม่สามารถหลุดพ้นกับการวนเวียนอยู่ในชาติภพนี้โดยไม่อาจหลุดพ้นไปไหน ความเป็นผี ของวิเชียร ก็เปรียบได้เหมือนปมด้อยของเด็กๆหลายคนทุกวันนี้ มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนที่ถูกแกล้ง ถูกล้อไม่มีเพื่อนคบ เพราะตัวเองตัวเตี้ย มีความพิกลพิการ ฯลฯ น่าเสียดายที่ภาพลักษณ์ภายนอกเหล่านี้ถูกนำขึ้นมาเป็นตัวขัดขวางมิตรภาพ เพราะหากต่างฝ่ายต่างเปิดใจเข้าหากัน ก็จะพบว่า โลกนี้จะเลวร้ายอ้างว้างเพียงใด ขอเพียงมีเพื่อนสักคนที่เข้าใจ เราก็สามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข

...วิเชียร บอกประโยคหนึ่งที่น่าคิดว่า ผี ก็เหมือนกับ คนที่โดดเดี่ยว ตรงที่ ทั้งคู่เป็นการมีชีวิตอยู่อย่างเหมือนไม่มีตัวตน คนในสังคมเราทุกวันนี้ต่างมีชีวิตกันเบียดเสียดเดินชนกันทุกวี่วัน แต่สำหรับบางคนมันก็ยังทำให้เหมือนอยู่เพียงลำพัง ไม่มีใครสนใจใครจนไม่ต่างอะไรกับชีวิตที่ไร้ตัวตน

ความเป็นผีของวิเชียร ทำให้เขาถูกตัดขาดจากโลกมนุษย์ ถ้าจะมีใครมองเห็นก็กลัวหรือหนีหาย เขาจึงมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยว หากย้อนกลับไปตอนมีชีวิต ความเป็นคนของวิเชียรก็ไม่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน เมื่อถูกทิ้งไว้ให้ตายกลางสระว่ายน้ำ ผลจากเหตุการณ์นั้นทำให้ทุกหกโมงเย็นเขาต้องกลับจมน้ำตายในสระครั้งแล้วครั้งเล่าทุกวัน

เพื่อน คือ สิ่งที่ทำให้ การอยู่อย่างไม่มีตัวตน ของ ชาตรี และ วิเชียร มี ตัวตน

สิ่งที่ช่วยปลดปล่อยวิเชียรจากความโดดเดี่ยวและเวียนวนในความตายคือ มิตรภาพที่ได้รับจากชาตรี และ สิ่งที่เปิดประตูชาตรีจากการกักขังตัวเอง คือ มิตรภาพที่เขาได้รับจากวิเชียร

... ผลดีที่ส่งต่อตามมาคือการสามารถปลดครูปราณีออกจากความเข้าใจผิดที่ติดอยู่กับแผ่นเสียงตกร่องและความรู้สึกผิดมาหลายปี และ ปลดปล่อยตัวเองจากความโกรธที่ขวางกั้นของชาตรีกับพ่อไว้ด้วยกัน


...พล็อตที่มีอยู่ในมือทำให้ เด็กหอ ถีบตัวเองออกจากหนังผีทั่วๆไป เป็นหนังดราม่าที่มีผีอยู่ในเรื่อง ต้องชมคนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา การผูกโยง ความมีตัวตน + มิตรภาพ +ผี +ความผิดในใจ และ การก้าวข้ามผ่านวัย(coming of age) เข้าไว้ด้วยกันโดยไม่ทิ้งน้ำหนักไว้ที่ไหนจนมากเกิน หนังฉีกตัวเองออกไปจากแนวหนังซ้ำๆที่มีมาในช่วงหลังๆนี้ อารมณ์ของหนังทำออกมาได้อย่างนุ่มนวลแฝงอารมณ์ขันที่ใส่อยู่เป็นระยะๆ

...พล็อตหรือโครงเรื่องที่แข็งแรงนี้พอถูกขยายออกมาเป็นบทหนัง หลายจุดที่ทำให้ผมยังรู้สึกว่ามันอธิบายได้ไม่ดีพอ ตัวอย่างเช่น พล็อตรองในส่วนความสัมพันธ์พ่อ – ลูก เป็นส่วนที่ผมชอบมาก เสียดายที่การคลี่คลายความสัมพันธ์ของพ่อกับชาตรีที่ให้ทั้งสองคนกลับมาดีกันได้อย่างด่วนสรุปง่ายๆเกินไป และ ไร้คำอธิบายเหมือนด่วนสรุปเพื่อจะจบเรื่องราว ประเด็นอื่นๆที่รู้สึกขัดๆ เช่น หลังกระต่ายตายแล้วฟื้นเสร็จจู่ๆชาตรีก็วิ่งไปที่สระว่ายน้ำ หรือ จะเป็นตอนท้ายที่เพื่อนๆอยู่ๆก็รู้วิธีช่วยชาตรีกันขึ้นมาเองเฉยๆ ฯลฯ ทั้งหลายทั้งหมดนี้มันเกิดจากการที่ตัวละครในเรื่องคิดขึ้นมาได้เอง ซึ่งดูขาดความน่าเชื่อถือไปพอสมควร หนังขาดจุดเชื่อมโยงที่ดีในการอธิบายเหตุและผลของการกระทำ

...การเล่าเรื่องของหนังทำได้ไม่คงเส้นคงวา หากเหมือนรถก็เหมือนรถที่บางช่วงขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า แต่บางช่วงรถก็จอดอยู่กับที่เฉยๆชวนให้ง่วง บางช่วงขับช้า(ช่วงแรกๆ , ช่วงหนังที่ฉายบนจอในเฉลิมกว้าง ฯลฯ)บางช่วงขับเร็ว(ช่วงท้ายที่อยู่พระเอกคิดได้วิ่งไปช่วยเพื่อนที่สระ , ช่วงคลี่คลายตอนท้ายในหลายๆเหตุการณ์ ฯลฯ) บางช่วงที่หนังเหมือนจับเอาฉากสวยๆหลายฉากมาต่อกันแต่ดูแล้วมันไม่ต่อเนื่อง ซึ่งมีผลกับอารมณ์ของหนังด้วยเช่นกันที่ผมเองรู้สึกว่าหลายฉากที่ซาบซึ้งกินใจแต่มันกลับไม่ปะติดปะต่อกันเป็นเนื้อเดียวขาดการเชื่อมโยงที่ดี

...อย่างไรก็ดี เด็กหอ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า หากผู้สร้างใส่ใจในรายละเอียดทุกด้าน จุดอ่อนหลายจุดก็สามารถถูกลืมๆไปได้ ยิ่งถ้าคนดูสามารถอินไปกับอารมณ์ของหนัง สิ่งที่ดึงคนดูไปได้จนจบคืออารมณ์ของหนังนั่นเอง

ผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์ (ศิษย์เก่าโรงเรียนในหนัง ผมเองก็ได้แต่สงสัยจังว่าเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องของตัวเอง) หนึ่งในทีมผู้กำกับ 'แฟนฉัน' แยกมากำกับเดี่ยวเป็นเรื่องแรก ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์นี้ต่อเนื่องมาได้ไม่แพ้ แฟนฉันและเพื่อนสนิท ที่เป็นงานกำกับเดี่ยวของทีมเดียวกัน นั่นคือ หนังแสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงการเอาใจใส่ในรายละเอียด ประณีตในตัวงาน เช่น การถ่ายภาพและบันทึกเสียงที่โดดเด่นมาก การคัดตัวนักแสดงเล่นกันได้ดี น้องแน็คจากแฟนฉันยังคงมือไม่ตก เช่นเดียวกับ จินตหรา สุขพัฒน์ ที่มารับบทคุณครูผู้มีความหลังลึกลับ ที่เด่นเป็นพิเศษคือเด็กหนุ่มที่มารับบท วิเชียร ซึ่งสีหน้าแววตาเล่นออกมาได้มีมิติกว่าน้องแน็คเสียด้วยซ้ำ รวมถึงบทพ่อของชาตรีที่ออกมาไม่มากก็เล่นได้ดี

...ตัวหนังที่ออกมาในแนวดราม่า + การก้าวข้ามผ่านวัย เป็น อีกหนึ่งหนังไทยแนวนี้ที่หายไปนาน และ การมาของเด็กหอ ถือว่าให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแถมมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยการผนวกความเป็นหนังผีเข้าไปด้วย เพียงแต่ว่า จากหนังตัวอย่างที่เสนอตัวเองเป็นหนังผีเต็มตัว อาจทำให้คนดูที่คาดหวังประมาณอารมณ์สยองขวัญสั่นประสาทต้องผิดหวัง ฉากชวนตกใจจากผีหลอกออกเท่าที่เห็นในหนังตัวอย่างไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น

...ส่วนดราม่าของหนังทำออกมาได้ดีมากในหลายฉากหากมองเป็นฉากๆไป โดยเฉพาะยิ่งถ้าคนดูเคยมีประสบการณ์ร่วมเหมือนในหนังแล้วจะพบว่าหนังถ่ายทอดอารมณ์ชวนให้ถวิลหาอดีตได้ดีเหลือเกิน แค่ฉากนั่งบนแท้งค์น้ำตอนท้ายกับเพื่อนๆมันก็ทำให้ผมเหมือนตัวเองเด็กลงไปเป็นช่วงเวลานั้นอย่างไม่รู้ตัว ส่วนบรรยากาศผีออกหลอกหลอนที่มีอยู่น้อยในหนังนั้นก็น่ากลัวมิใช่น้อย แต่หากผู้กำกับคิดจะไปกำกับหนังผีเต็มตัว คงจะดีหากหนังลดความจงใจใส่พิรุธ หรือ ลดการใส่ความน่าสงสัยเกินเหตุเข้าไปในหนัง แล้วให้หนังเล่าไปข้างหน้าอย่างเนิบช้าด้วยตัวมันเอง ตัวอย่างที่หนังจงใจเช่น สีหน้าสาวใช้ตอนเอาของขึ้นท้ายรถ , สีหน้าของชาตรีที่ดูลึกลับตลอดเวลา ฯลฯ มันทำให้เดาได้ง่ายเกินไปและดูไม่เป็นธรรมชาติ

สิ่งที่ชอบ

1.พล็อตที่สร้างสรรค์ ... หนังใช้ประโยชน์จากผีได้ดี เป็นพล็อตที่ดี มีประเด็นในการนำเสนอมากมาย ยกรางวัลพล็อตหนังความคิดสร้างสรรค์ให้ได้เลย

2.การประณีตในรายละเอียด ... หนังทำให้คนดูรับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่หนังสุกเอาเผากิน แสง สี การกำกับศิลป์ ทุกอย่างในหนังอยู่ในระดับยอดเยี่ยมไม่แพ้หนังไทยคุณภาพที่ผ่านๆมา

3.นักแสดงที่รับบทวิเชียร (ไมเคิล - ศิรชัช เจียรถาวร) ... นักแสดงคนอื่นๆต่างก็เล่นได้ดีไม่มีข้อกังขา แต่วิเชียรในฐานะหน้าใหม่บนจอให้การแสดงที่ดีเกินความคาดหมายของคนดู บทบาทการแสดงของเขาทำให้เขาเนียนไปกับหนังและ การแสดงที่แสดงออกน้อยในหลายฉากสามารถข่มการแสดงของน้องแน็ค-แฟนฉัน ที่แสดงออกมากด้วยซ้ำ


สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความไม่ต่อเนื่องของจังหวะและอารมณ์ ... จังหวะการเล่าเรื่องของหนังที่ไม่สม่ำเสมอ กับ ฉากและอารมณ์ที่ไม่ปะติดปะต่อ ทำให้ผมไม่รู้สึกประทับใจมันได้เท่ากับ แฟนฉัน และ เพื่อนสนิท สองงานจาก GTH ที่เด่นกว่าในจุดนี้

2.ขาดตัวเชื่อมเหตุและผล + การคลี่คลายง่ายๆเกินไป ... จริงที่หนังซึ้งแต่พอคิดตามตอนดูก็ได้แต่สงสัยว่าเพราะอะไร ตัวละครถึงคิดได้ว่าต้องทำแบบนี้ แล้ว ทำแบบนี้มันช่วยได้เพราะอะไร ฯลฯ พยายามคิดให้เข้าใจก็ได้แต่มันก็ยังสงสัยอยู่ตะหงิดๆ (ทำไมชาตรีไปช่วยวิเชียรจากการไม่จมน้ำแล้ววิเชียรถึงหลุดพ้นได้ ถ้าเช่นนั้น ถ้าไปช่วยมอเตอร์ไซค์ที่ชนเสาไฟฟ้าตรงหัวโค้งแล้วเขาจะหลุดพ้นด้วยหรือไม่ / แล้วทำไมชาตรีถึงคิดได้ว่าต้องไปช่วยเพราะแค่ที่เพื่อนบอกก็ดูไม่น่าจะอธิบายได้มากพอ / ทำไมวิเชียรถึงมีสีหน้าตกใจในตอนดูหนังกลางแจ้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นผี ฯลฯ) + ตอนจบที่ทุกอย่างคลี่คลายกันได้ง่ายๆอย่างเหลือเชื่อ

สรุป ... ทำใจไว้ล่วงหน้าว่ามันไม่ใช่หนังผีที่จะทำให้กลัวตกใจเหมือนหนังผีอย่างชัตเตอร์ เพราะนี่คือหนังดราม่าที่มีผีแค่มาขออาศัยอยู่ด้วย ความน่ากลัวทั้งหลายมีเท่าที่เห็นในหนังตัวอย่าง ไม่เสียดายตังค์ จุดอ่อนของหนังมีน้อยกว่าจุดเด่นที่แข็งแรงมากทีเดียว ส่วนตัวแล้วชอบกลางๆพลางเสียดายว่าหนังน่าจะทำได้ดีกว่านี้ สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการได้เห็นภาพโรงเรียนตัวเองแล้วหวนคิดถึงชีวิตในวัยเรียนขึ้นมาอีกครั้ง


ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2549 20:59:34 น.
Counter : 3133 Pageviews.

69 comments
วัดภาวนาโซล ประเทศเกาหลีใต้ จัดโครงการปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรม นานาชาติโทชิหงิญี่ปุ่น Turtle Came to See Me
(13 มี.ค. 2562 20:11:50 น.)
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
  
อ่านได้เต็มที่ เพราะตอนแรกไม่คิดจะไปดูค่ะ (กลัวหนังผี - อย่างที่เคยบอกไว้แล้ว)



แต่พออ่านแล้วอยากดูแฮะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:44:52 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
ไม่มากไป ไม่น้อยไป
กำลังพอดี ๆ ลงตัวทั้งบท นักแสดง


โดย: ฟ้าฝนไม่เป็นใจ IP: 61.7.148.168 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:49:42 น.
  
ตอนนี้พอ BKK.IFF. จบลงก็หายใจหายคอโล่งขึ้นหน่อย (ขนาดผมดูแค่ 5 เรื่องเองนะ ชาวบ้านเค้าดูกันคนละ 20-30 เรื่องก็มี!) ... ตอนนี้หนังคงค้างที่ยังไม่ได้ดูและจะดูแน่ๆ ของผม (รวมที่จะเข้าอาทิตย์นี้ด้วย) ก็มี Transamrica กับ The constant gardener ส่วน Invisible waves ขอฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างก่อนนิดนึง (จริงๆ ผมชอบหนังแนวทริลเลอร์นะ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีผูกไว้หลายปม เนื้อเรื่องซับซ้อนเกินไป ผมจะดูไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะครับ แหะๆ)

ส่วนเด็กหอ (ผมยังไม่ได้อ่านบล็อคข้างบนเลยนะครับ แค่สแกนเฉยๆ ว่าดูท่าทางหนังจะใช้ได้มั้ย แล้วถึงจะมาอ่านจริงๆ ทั้งหมดตอนที่ดูจบแล้วอ่ะครับ) จริงๆ ตั้งใจว่าจะดูแน่ๆ เหมือนกันนะ เนื่องจากเครดิตผลงานเก่าๆ ของค่าย GTH กับตัวผกก. ค้ำคออยู่ น่าจะทำหนังออกมาได้ดี ... แต่ดันมีคนทำให้เสียกำลังใจเนี่ยดิ เพราะมะวานตอนอยู่บนรถ BTS มีเด็ก 3 คนเค้าคุยกันถึงหนังเรื่องนี้ ...
กร๊วก1 "เฮ้ย เด็กหอ กรูดูแล้ว ห่วยว่ะ ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย"
กร๊วก2 "ที่มันมีผีเด็ก แล้วเด็กเป็นเพื่อนกับผีใช่มะ?"
กร๊วก1+2+3 bla...bla...bla (ประมาณว่าเล่าเรื่องกัน)
ผมนี่แทบจะอยากเดินหนีเลย เพราะหนังแบบนี้ ถ้ารู้จุดหักมุมก็จบ ไม่ต้องไปดูมันแล้ว (โชคดีที่ทำหูทวนลมสำเร็จ) ... เลยมองในแง่ดีว่าเด็กพวกนี้ อาจเป็นพวกชอบดูหนังตลาดก็เป็นได้ ... เลยต้องมาสแกนอ่านของจริงที่นี่ก่อนครับ ว่าชัวร์หรือมั่วนิ่ม ... อืม ... แบบนี้อาทิตย์หน้าคงได้ตามไปเก็บ
ปล. อ้าวเห็นบอกว่า คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียนเรื่อง Walk the line ค้างอยู่ไม่ใช่เหรอครับ? แต่ดันโดนบล็อกเด็กหอแซงโค้งซะได้แฮะ
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:45:51 น.
  
ลืมแจ้งข่าวไปนิด ... เรื่อง Paradise now ที่ผมเขียนถึงไว้ที่บล็อก Munich ........ จะมีโปรแกรมเข้าฉายในเมืองไทยด้วย! ที่โรงเฮาส์ RCA ประมาณเดือน พ.ค.นี้ครับ (ดังของจริงแฮะแบบนี้)
โดย: บลอชท์ยู IP: 210.1.33.130 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:03:36 น.
  
ดูมาแล้วค่ะ ไม่ใช่เด็กหอมาก่อน แต่คนที่ไปดูด้วยกันน่ะ ใช่ สิ่งที่เขาบอกก็เหมือนกัน คือ ดูแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ

ส่วนตัวเอง ชอบน้องเคิลที่แสดงเป็นวิเชียร โดยเฉพาะฉากที่เฉลยว่า ทำไมหมาถึงต้องหอนพร้อมกัน ส่วนน้องแน็ค ในเรื่องนี้ได้แสดงอารมณ์มากขึ้น อย่างฉากที่ทานข้าวแล้วน้ำตาหยด

กลายเป็นหนังผีเรื่องแรกในชีวิตที่ดูแล้วไม่หลอนติดตากลับบ้าน แต่กลับทำให้อบอุ่นใจในมิตรภาพของเพื่อนมากเลยค่ะ
โดย: IP: 203.155.135.100 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:23:47 น.
  
^
^
^
เอ ทำไมไม่ลงชื่อเรานะ W i n t e r b e r r y ค่ะ
โดย: W i n t e r b e r r y IP: 203.155.135.100 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:25:45 น.
  
ผมชอบน่ะหนังเรื่องนี้

ให้ข้อคิดที่ดีเกี่ยวกับเพื่อน

เราไม่สามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่มีเพื่อนครับ

วิจารณ์ดีมากครับ ปรบมือให้เลย
โดย: Dr.Manta (Dr.Manta ) วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:37:35 น.
  
ดูมาแล้วคะ
อืม ช่วงแรกโอเลยนะ แต่ครึ่งหลังรวบรัดมากเลย
เลยให้หนัง down ลงไปเยอะ
ทีมงานนี้เค้า casting ดีนะ
นักแสดงเล่นดีทุกเรื่องเลย
แต่อยากให้เค้าเปลี่ยนแนวมั้ง
คือสามเรื่องที่ผ่านมาเนี่ย
เป็นหนังแนวที่ถ้าเคยมีประสบการณ์แบบนี้
จะอินและชอบมาก เราเลยอยากให้เค้าเปลี่ยนแนวมั้ง
โดย: tong IP: 202.28.179.12 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:56:03 น.
  
ดูแล้ว ค่อนข้างชอบนะครับ

ตอนแผ่นเสียงตกร่องมันไม่ได้ขำ แต่อาการ "แผ่นเสียงตกร่อง" มันทำให้คนดูขำโดยอัตโนมัติ (ทุกครั้งที่แผ่นเสียงมาตกร่องที่เดิม คนดูซักสองสามคนต้องหัวเราะหึหึขึ้นมาทุกที)

ผมเองก็ว่าตอนสุดท้ายหนังรวบรัดมากเกินไปหน่อย มันดูรีบๆ ไปนิดนึง... แต่ว่าพอไตเติ้ลจบขึ้น ผมว่าเพลงของไมโคร (จำชื่อเพลงไม่ได้) เพราะขึ้นจากที่ได้ยินที่ทีวีมากเลย...

ปล. นักแสดงเด็กบางคนยัง "ท่องบท" มากไปหน่อย
ปล.2 ชอบสีหน้าของครูปราณีตอนสาว ตอนฉากที่ร้องเพลงยิ้มแย้มเข้ามาในห้อง แล้วมาเจอวิเชียรเปิด นสพ. อยู่ แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไป ฉากนี้คุณแหม่มน่ากลัวจัง...
โดย: nanoguy IP: 203.113.34.11 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:06:53 น.
  
ไม่คิดว่าจะไปดู เลยอ่านจนจบ
((ผมไม่ชอบหนังที่ต้องตกใจครับ))
อ่านจากพลอต
หนังน่าสนใจนะครับ

Image hosting by Photobucket
โดย: Marvellous Boy วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:14:37:02 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ...
เนื่องจากเคยเป็นเด็กหออยู่ ตจว. ตั้ง 8 ปี หนังเรื่องนี้จึงเป็นหนังที่ผมตั้งตารอเลยทีเดียว

พอดูจบขอบอกว่า ชอบมากกกก....แต่ก็เห็นด้วยกับที่ว่าบทสรุปในครึ่งหลังมันรวบรัดเกินไป และดูไม่ค่อยมีเหตุผลรองรับเท่าไร แต่ก็สามารถมองข้ามไปได้แบบไม่ติดใจอะไร (หากเทียบกับหนังผีที่ชอบหลอกให้ตกใจด้วยเสียงเรื่องอื่นๆ)

อย่างไรก็ดี ผมชอบภาพสวยๆ ในเรื่องนี้มากเลยแฮะ...
โดย: xymm วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:14:43:02 น.
  
ผมว่าหนังก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดูแล้วไม่เสียดายเงินนะ มีฉากขำๆหลายฉากทีเดียว
โดย: เด็กโอ IP: 210.213.21.110 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:15:17:57 น.
  
สรุปออกมาได้ดีมากครับ...
ว่าแต่คุณ webmaster อสช รหัสอะไรครับ
ผม 15299
โดย: neobanana IP: 58.136.75.86 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:16:27:25 น.
  
เป็นเด็กหอหรือเด็กตึกครับ ยินดีที่ได้เจอศิษย์เก่านะครับ
โดย: tom IP: 58.11.54.135 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:16:31:13 น.
  
บลูยอชท์ ... เขียน Walk the line อยู่จริงๆครับ แต่เขียนไม่เสร็จซักที ไปๆมาๆดันเขียนเด็กหอเสร็จไปก่อนซะได้ อีกวันสองวันคงได้เอามาลงครับ

neobanana ... ของผม 17592 ครับ ม.1-ม.5

ขอบคุณทุกความเห็นที่เข้ามาอ่าน + แสดงความเห็นกันครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:16:33:50 น.
  
มาคุยบล็อกนี้แล้วกันค่ะ


เมื่อก่อนเวลาตัวเองทุกข์ๆ ก็พยายามมองอย่างคุณบอกแหละค่ะว่าเรายังมีอะไรดีๆ กว่าอีกหลายคนที่เค้าขาดไป


แต่พอใช้บ่อยๆ เข้ามันเหมือนดื้อยาน่ะค่ะ ใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว


บางทียังนึกเลยว่า

เป็นคนพิการไปเลยยังอาจดีซะกว่า เป็นคนบ้าไปเลยน่าจะดีกว่า ไม่ต้องรู้สึกทุกข์ร้อนอะไรด้วย
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:17:11:18 น.
  
"ทำไมวิเชียรถึงมีสีหน้าตกใจในตอนดูหนังกลางแจ้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองเป็นผี "

เพิ่งนึกได้ตอนที่มานั่งเล่าให้เพื่อนฟัง - เข้าใจว่า พอทุกคนอุดจมูก วิเชียรก็จะไม่เห็นใครเลย เขาตกใจเลยลุกขึ้นมา ทีนี้พอชาตรีคลายมืออกจากจมูก วิเชียรเลยเห็นชาตรี และถามว่า "ไปไหนมา" เท่านี้ก็คงทำให้ชาตรีรู้แล้วว่า การที่วิเชียรถามแบบนี้ แปลว่าตอนที่อุดจมูก วิเชียรไม่เห็นชาตรีจริง ๆ และนั่นหมายถึง วิเชียรคงไม่ใช่คนแน่ ๆ .....

แหะ ๆ จริง ๆ ตอนนั้นไม่ได้หลับ แต่ว่าจำไม่ค่อยได้ พอมาเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนเลยวิเคราะห์ว่า สงสัยวิเชียรจะถามชาตรีมั้งว่า หายไปไหนมา ....
โดย: คนที่คุณก็รู้ว่าใคร IP: 203.144.196.34 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:17:22:19 น.
  
ผมเด็กไป-กลับครับ

ผมเข้า ป.1-ม.3 ครับ
ไม่เคยเข้าไปหลายปีและคิดถึงชมัดเลย
โดย: neobanana IP: 58.136.75.86 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:18:23:27 น.
  
คิดว่าน่ากลัว ว่าจะไม่ไปดู อ่านแล้วเปลื่ยนใจค่ะ
โดย: nam IP: 58.147.26.182 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:20:43:55 น.
  
++ แอบมาเป็นขาประจำได้ซักพักแล้วค่ะ

++ ดูเด็กหอแล้วรุสึกว่า บางฉากยัดเยียดเกินไปหน่อย อย่างฉากแจ๊คแฟนฉันออกมา

++ แล้วบางอย่างก็สรุปได้ง่ายดายเกินไป

++ แต่ประทับใจในส่วน20นาทีแรกที่ออกแนวสยองขวัญ รุสึกว่าทำได้ดีมากทีเดียว การสร้างบรรยากาศ จังหวะต่างๆ

++ แต่ที่ไม่ชอบอีกอย่างนึงคือ Trailer ที่ทำหลอกคนดูไปหน่อยว่าเป็นหนังผีจ๋า ทั้งบรรยากาศและกลิ่นอาย อาจทำให้หลายๆคนที่คาดหวังเข้าไปดูหนังผีผิดหวัง จิงๆไม่ควรทำเอาใจตลาดขนาดนั้น ควรนึกถึงจุดยืนและอารมณ์ของหนังเป็นหลัก

++ แต่ก็แค่ความเห็นหนึ่งนะคะ มาแวะคุยด้วย

++ ดูหนังเยอะๆแล้วมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ ชอบมากๆค่ะ
โดย: ~*~ Movie Mania ~*~ IP: 158.108.211.144 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:21:43:23 น.
  
น่าดูดีคับ (ยังไม่ได้อ่านSpoil) แต่ไม่มีคนไปดูด้วย สงสัยต้องไปดูคนเดียวอีกแล้ว
โดย: hAmlet IP: 61.91.163.98 วันที่: 2 มีนาคม 2549 เวลา:15:43:32 น.
  
วิเชียร !
เจ้าของตำนานสระวิเชียรเหรอ ?
ก่อนผมไปเรียนตั้งหลายปี รหัสผมก็เจ็ดพันกว่า

โดย: Saturn IP: 203.113.80.8 วันที่: 2 มีนาคม 2549 เวลา:20:36:47 น.
  
เพิ่งได้ดู ก็ไม่เสียดายเงินนะครับ เป็นหนังไทยที่ตั้งใจทำ จุดเด่นจะอยู่ที่พล็อตและวิธีเล่าเรื่องที่ชวนฉงนและน่าติดตาม แต่รายละเอียดซึ่งมีจุดอ่อนเป็นช่วงๆ ทำให้กว่าจะอินกับเรื่องได้ต้องเอาใจช่วยอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่คุณเจ้าของบล็อคก็ว่าไปแล้วเกือบหมด

ในมุมมองส่วนตัว ไม่ค่อยชอบบรรยากาศของเรื่องเท่าไร เริ่มจากการย้อมสีให้ออกโทนเขียวๆ และเข้มแบบไฮคอนทราส ทำให้ตัวละครหลายตัวหน้าเยินไปได้ง่ายๆ ถ้าไม่จัดไฟเผื่อไว้ (โดยเฉพาะคุณฮาร์ท..อิอิ) ทำให้สไตล์เรื่องกลายเป็นหนาวๆ สยองๆ เกินเหตุ แถมรายละเอียดของสังคมเด็กนักเรียนประจำก็แทบไม่มี โดยเฉพาะทุกฉากที่เกิดขึ้นในโรงนอนซึ่งทุกคนนอนหลับเงียบเชียบราวกับไร้วิญญาณ เหลือแต่กลุ่มกวนเมืองเท่านั้นที่นั่งจับกลุ่มสุมหัวคุยกัน นักเรียนคนอื่นๆ ราวกับเป็นแค่ภาพประกอบฉาก ซึ่งรวมไปถึงฉากอื่นๆ ดูราวกับทั้งโรงเรียนมีกันอยู่ไม่กี่คนที่พูดจากันอยู่ (เหมือนโรงเรียนผี..กึ๋ยย) โชคดีมีฉากตาอ้วนดำโผล่มาเรียกอารมณ์ครึกครื้นได้
แว็บนึง ทำให้โรงเรียนดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกไม่น้อย

ส่วนแคแรคเตอร์นักเรียนตัวประกอบที่พยายามใส่ความหลากหลายไว้ และน่าจะมีส่วนที่ทำให้เรื่องดูสนุกขึ้นนั้น กลับทำให้ดูฝืดๆ ไป เพราะตัวบทที่ไม่ลื่นไหล และการกำกับการแสดงเด็กนั้นไม่ง่าย เด็กพวกนี้ก็ดูไม่ใช่มืออาชีพ เลยทำให้ไดอะล็อกมันไม่สนุกเท่าที่ควรจะสนุก ด้วยจังหวะที่มันดูไม่ธรรมชาติ การซ้อมบทสำหรับการแสดงกลุ่มถึงสำคัญและจำเป็นมากๆ โดยเฉพาะผู้แสดงเด็ก(และผู้ใหญ่)ที่ประสบการณ์น้อย ควรจะมีแอ็คติ้งโคชที่เก่งๆ คอยเทรน

ที่เหลือคงจะเป็นแรงจูงใจของบทแต่ละช่วง มีเหตุการณ์ที่ใส่เข้ามาโดยขาดความสมเหตุสมผลอยู่ อย่างการโทรเข้ามาหาลูกนั้น ความที่อยากจะสร้างความขัดแย้งของพ่อลูกให้ชัดเจนขึ้น เลยลืมบทของแม่ไปเสียดื้อๆ ทั้งๆ ที่แม่เป็นตัวที่ดูห่วงลูกมากกว่าใคร แต่กลับไม่มีโทรศัพท์จากแม่เลย โผล่มาอีกทีตอนจบทำท่ารักกันซะไม่มี ดูแล้วเฟคๆ พิกล

ถึงแรงจูงใจแต่ละช่วงจะดูมีเหตุผลบ้างไม่มีบ้าง เรื่องที่ลื่นไหลไปได้ด้วยตัวเอง ก็ทำให้เรายอมรับมันไปได้เรื่อยๆ ชอบไอเดียฉากที่วิญญาณวิเชียรกลับมาโดดสระทุก 6 โมงเย็น ที่เห็นวิญญาณของเขาลอยตะกายกลางอากาศในสระ(ที่ไม่มีน้ำ) ทำแล้วได้อารมณ์ดี โดยเฉพาะตอนที่ตัวเอกพยายามจะคว้าตัวช่วยไว้ มันทำให้เห็นความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งของความเป็นเพื่อนที่พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วย

เสียดายอยู่นิดที่เลือกเพลง"ดวงใจ" จากภาพยนตร์ไทยรุ่นเก่า เรื่อง เพชรตัวเพชร มาใช้ในแผ่นเสียง เพราะตัวเพลงมันเป็นแนวโมเดิร์น (จากวงดนตรีแนวแจสส์ในยุคนั้น) ในหนังเป็นช่วงที่พระเอก (มิตร ชัยบัญชา) กำลังเต้นรำกับนางเอกชาวฮ่องกง (ชื่อมีส จิ้นหลู หรือไงเนี่ย ในคลับหรู ที่จำได้เพราะเพื่อนๆ สมัยเรียนอัสสัมเอามาตั้งฉายาเพื่อนตัวขาวๆ คนนึง..หุๆ) เราก็เลยรู้สึกขัดๆ อารมณ์พิกล น่าจะเอาเพลงเก่ากว่านั้น ที่ใช้แนวดนตรีที่ดูเป็นไทยๆ และมีความหมายกระทบใจครูปราณีมากกว่าเพลงนี้
โดย: Bkkbear (Bkkbear ) วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:0:15:53 น.
  
ชอบที่ comment หนังมากเลยค่ะ คิดคล้าย ๆ เราหลายจุดเลย ถึงเราจะไม่เคยอยุ่หอ แต่เรารู้สึกอินกับหนังเรื่องนี้มาก ๆ เลย แล้วน้องไมเคิลน่ารักดีด้วย
โดย: cherryandree (cherryandree ) วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:0:23:30 น.
  
ไปดูมาแล้วค่ะ หลังอ่านคำวิจารณ์ดูแล้วมาอ่านอีกรอบ ก็ดีนะคะ ไม่น่กลัวอย่างที่คิด แต่น่าจะมีกิจกรรมของนักเรียนหออื่นๆบ้างนะค่ะ แบบนี้ทำให้รู้สึกว่าถ้าไปอยู่หอแล้วเหมือนโดนทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ให้เติบโตเอง
โดย: nam IP: 58.147.98.38 วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:19:33:50 น.
  
เนี้ยว~
ก็ไปดูมาแล้วคะเรียกได้ว่าเป็นหนังผีที่แตกต่าง
ให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องมากกว่าความน่ากลัว
แต่มันคลี่คลายง่ายไปหน่อยอ่ะคะน่าจะมีอะไร
มากกว่านี้
โดย: Conch IP: 210.203.176.238 วันที่: 8 มีนาคม 2549 เวลา:7:45:00 น.
  
ตามมาอ่านหลังจากเพิ่งไปดูมาครับ

ผมว่าเป็นหนังดราม่าที่ดีมากๆ เลยครับ
โดย: Elrond วันที่: 10 มีนาคม 2549 เวลา:12:12:04 น.
  
แบบว่าไปดูมาเหมือนกันค่ะ
ไปดูคนเดียว เลือกแถวที่นั่งคนเดียว อยากให้ได้อารมณ์...แต่ดันมีคนมานั่งต่อ...เสียอารมณ์หมดเลย อิอิ

ชอบฉากมา ๆ เพราะว่าได้บรรยากาศ...ก็อยู่หอเหมือนกันค่ะ...มีสระว่ายน้ำร้างด้วยข้าง ๆ หอ...กลางคืนก็น่ากลัวเหมือนกัน...แต่ตอนนี้ชินแล้วค่ะ ^^
โดย: alphabet@mblog IP: 203.144.189.14 วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:12:39:32 น.
  
ชอบมากครับ ชอบ theme ของหนัง

"เพียงคนเดียวจริงๆ ที่ขอไว้เป็นเพื่อน เพียงคนเดียวคอยเตือนและเข้าใจ
มีคนเป็นพันพันหมื่นแสนล้านที่บนโลก เพียงคนเดียวจะมีบ้างไหม"
โดย: arnies IP: 202.28.180.201 วันที่: 13 มีนาคม 2549 เวลา:21:03:24 น.
  
+ โอย ... เพิ่งดูมาเมื่อวาน ผมโดนกะหนังแนวเด็กและ Coming-of-age อยู่แล้ว แถมมีผีหลอนๆ หน่อยๆ ด้วย ... เรื่องนี้ล่ะใช่เลย (ช่วงแรกเหมือนๆ จะเป็นหนังผี แต่ช่วงหลังเหมือนเป็นดราม่ามากกว่านะ)
+ จริงๆ ผมว่าไม่น่าทำหน้าหนังหรือหนังตัวอย่างให้ดูเหมือนหนังผีหลอนๆ ขนาดนี้นะ เพราะว่า ... สำหรับคนที่อยากดูหนังหลอนๆ พอดูจบเค้าอาจจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เค้าอยากดูเท่าไหร่ ... ในขณะเดียวกันจะเป็นการผลักคนอีกกลุ่มนึงที่ไม่ชอบดูหนังหลอนๆ ไม่ให้เข้ามาดู ทั้งๆ ที่โดยเนื้อแท้แล้วตัวหนังมันไม่ได้น่ากลัวแบบนั้น
+ อย่างแรกเลยก็คือ ... มีความรู้สึกว่าบทสร้างสรรค์ (ซึ่งเป็นมาตรฐานของหนังเรื่องหลังๆ จากค่าย GTH) ... มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทิ้งไว้ให้ตามเก็บในตอนต่อไป ถึงแม้ว่าพอจะเดาเนื้อเรื่องตอนต่อๆ ไปได้อยู่แล้ว (เพราะนี่ไม่ใช่หนังอินดี้ พล็อตพิสดาร) แต่พอมาอ่านบทความนี้ ก็เออ ... บทมีจุดบอดหลายจุดอย่างที่ว่าๆ กันไว้จริงๆ ด้วยแหละ ... แต่โดยรวมๆ ก็ดูลื่นไหลจนทำให้ผมสามารถมองข้ามจุดบอดเหล่านั้นไปได้
+ อีกอย่างที่ชอบก็คืออารมณ์หนัง ซึ่งเป็น Drama / Coming-of-age ที่ผสานเอาอารมณ์ Horror มาเป็นฉากหลังได้อย่างกลมกลืน ... ความเชื่อเรื่องผีแบบไทยๆ หลายตอนถูกหยิบมาใช้ (เช่นการดูผีด้วยการก้มหัวลอดหว่างขา หรือ วิญญาณที่ฆ่าตัวตายหรือตายด้วยอุบัติเหตุ จะต้องตายเช่นนั้นในเวลาเดิมทุกวัน ...... จนกว่าจะมี 'ตัวตายตัวแทน' มาอยู่แทนที่เค้า) ... ช่วงท้ายๆ เรื่อง ทำเอาผมน้ำตาซึมไปหลายตอนเลย
+ การแสดงก็จัดว่าดี ทั้งน้องแน็คและคุณแหม่ม (ตามมาตรฐานตัวเอง) ส่วนน้องไมเคิลก็จัดว่าเด่นสำหรับมือใหม่แกะกล่องแบบนี้ ... เจ้าเพื่อนคนที่เป็นลูกร้านขายหีบศพก็หน้าตาหลอนดีจัง ... มุกตลกก็ใส่ไว้แบบพองามและถูกที่ถูกทาง
+ เออ ... อันนี้ส่วนตัวนิดนึง ... อยากถามคนที่รู้ว่า ปกติรหัสนักเรียนของเด็ก อสช. เนี่ย เค้านับจากทั่วประเทศเลยป่าวครับ? เพราะผมก็ศิษย์เก่า อสช. คนนึง (แต่ไม่ใช่ ศรีราชา นะ) รหัส 7 พันกว่า ... ผมไปเสริ์ชข้อมูล เห็นว่าคุณย้ง ผกก. เรื่องนี้ก็เกิดปีเดียวกับผม ถ้าเค้านับรหัสแบบทั่วประเทศไล่ปีไปเรื่อยๆ คุณย้งก็คงรหัสประมาณ 7 พันกว่าเหมือนผมแหละครับ
+ เรื่องนี้ที่ทำให้ผมอินอีกอย่างก็คือ สถานที่ถ่ายทำ (ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของคุณ ผกก., คุณผมอยู่ข้างหลังคุณ และใครอีกหลายๆ คน ณ ที่นี้) เพราะผมก็เคยทำงานอยู่แถวๆ นั้นหลายปีเหมือนกันตอนเพิ่งจบใหม่ๆ เคยเข้าไปประมาณหน้าโรงเรียน แต่ไม่เคยเข้าไปข้างใน ไม่คิดว่าจะกว้างใหญ่ไพศาลและมีมุมสวยๆ ขนาดนั้น ... ฉาก(เกือบ)สุดท้ายบนแท้งค์น้ำ ดูแล้วอลังการมากครับ ...
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:9:32:17 น.
  
เข้ามาอ่านเพราะรู้ว่าคงยังไม่มีโอกาสดูในเร็ววันนี้แน่นอนอะค่ะ และถึงจะรู้ตอนจบแล้วก็ยังอยากดูอยู่ดี

ที่จริงตอนแรกดูหน้าหนังคิดว่าเป็นหนังผีซึ่งเป็นแนวที่กุ้งบ๊ายบายเลยค่ะ เพราะดูทีไรกลับมานอนไม่หลับทุกที แต่ยังไง(ถ้ายังอยู่เมืองไทย)ก็กะว่าจะดูแน่นอนอะค่ะ ถึงจะกลัวก็เหอะ โดยส่วนตัวเพราะชอบตั้งแต่แฟนฉันแล้วล่ะค่ะ ยังคิดอยู่เลยว่าพี่ย้งจะทำหนังผีออกมายังไงเหรอเนี่ย

โดย: ลิปดา-พิลิปดา วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:16:24:39 น.
  
มาอัพเดทว่า ล่าสุดไปดู Capote กับแก๊งเพื่อนๆ ที่เฮาส์มา เจอคุณย้งที่หน้าโรงด้วยล่ะครับ เค้ามาดูรอบถัดจากผมพอดี ... ก็เลยขอถ่ายรูปด้วยกันใหญ่เลย (พวกเพื่อนมันยังมาแอบกัดอีกว่า ผมเกิดปีเดียวกับคุณยัง แต่หน้าเค้าอ่อนกว่าหน้าผมซะอีก เหอะๆๆ)
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 21 มีนาคม 2549 เวลา:20:30:16 น.
  
1. อ่านบทความเละคอมเม้นท์แล้วน่าดูจังว่าจะหาเวลาดู
2. นึกได้ว่าไปดูคนเดียวให้ระวังไว้เน้นผู้หญิง
เพราะเจอเว็ปอ่านแล้วเขาให้ยอกต่อ ดังนี้
...
ระวังนะ...สาวๆทั้งหลาย
>>
>>โปรดระวังภัยสังคมและแจ้งต่อคนที่ท่านรู้จักด้วยระวัง...
>>ดิฉันเคยมีประสบการณ์ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนหญิงทั้งหลายนะคะ
>>เรื่องมันมีอยู่ว่าหลังจากที่ได้ทำงานเหน็ดเหนื่อยตลอดสัปดาห์
>>วันนั้นดิฉันจึงไปออกเดทกับแฟน
>>ไปเที่ยวที่โรงหนังชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ
>>ก็เป็นสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านอยู่ตลอด
>>แต่ใครจะคิดว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ได้
>>ช่วงใกล้จะออกจากตัวตึกของโรงหนัง
>>ดิฉันไปห้องน้ำกับแฟนบริเวณที่จอดรถ
>>ซึ่งต้องเดินแยกกัน
>>ห้องน้ำมีห้องน้อยไปหน่อย
>>ขาออกก็เลยออกไม่พร้อมกัน
>>แฟนดิฉันจึงไปเล่นเกมตู้ที่อยู่ไม่ห่างมากนัก
>>ถ้าดิฉันออกมาก็จะเห็นเลย
>>ในวันนั้นดิฉันเองก็ไม่ได้แต่งตัวเปรี้ยวเลย
>>เป็นกางเกงขายาวรัดทรงธรรมดา
>>เสื้อสองชั้นคลุมไหล่แขนยาวปกติ
>>จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง
>>เดินสวนตอนที่ดิฉันพ้นจากประตูห้องน้ำด้านนอกไม่มาก
>>และเธอก็เบียดเข้ามาป้ายอะไรซักอย่างที่ข้อแขนซ้าย
>>เพียงชั่วครู่
>>ดิฉันก็รู้สึกร้อนวูบวาบ
>>และรู้สึกสลึมสลือมึนงงอย่างรวดเร็ว
>>สมองจินตนาการบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว
>>ผู้หญิงหลายๆคนพอจะเดาออกนะคะ
>>ไม่ทันจะก้าวได้เท่าไหร่
>>จู่ๆก็มีชายร่างสูงตัวใหญ่หน้าตาดีเข้ามายืนชิดด้านหลังเยื้องขวา
>>เขามีวิธีการลวนลามที่แปลกมาก
>>คือเขาใช้มือซ้ายจับนิ่งๆที่เนินสะโพกขวาด้านเอว
>>และใช้มือขวาจับนิ่งๆที่ต้นขาขวาต่ำกว่าเอวนิดหน่อย
>>และก็ดันไปข้างหน้า
>>น่าแปลกที่ดิฉันแทบไม่มีแรงขัดขืน
>>แต่ในใจก็ไม่เต็มใจหรอก
>>ที่สำคัญรู้สึกมึนและก็ร้อนวูบวาบอย่างเต็มที่
>>บรรยายเปิดใจเจาะลึกขนาดนี้คงเข้าใจความหมายนะคะ
>>แต่บังเอิญว่าแฟนซึ่งเล่นเกมตู้อยู่
>>เล่นเสร็จ
>>ได้ตุ๊กตาพอดี
>>เขาจึงเดินมาตะโกนเรียกดิฉัน
>>ผู้ชายคนนั้นนึกไม่ถึง
>>เลยผละมือหลบไปอย่างรวดเร็ว
>>ดิฉันเดินโซซัดโซเซ
>>แฟนก็เลยประคองไปที่รถ
>>
>>แฟนเห็นท่าทางของดิฉันก็พอจะเดาความรู้สึกออก
>>เลยไปที่บ้านที่พึ่งซื้อกันใหม่ด้วยกันแทน
>>คืนนั้นทำให้ดิฉันเข้าใจฤทธิ์ที่แท้จริงของยา
>>ที่ถูกป้ายนะคะ
>>ช่วงรุ่งเช้าเขาถึงกับสัพยอกว่า
>>"เป็นครั้งแรกที่เราดูดวงอาทิตย์ขึ้นในกรุงเทพฯด้วยกันเลยนะเนี่ย"
>>ดิฉันตอบกลับไปว่า
>>"ขอบคุณค่ะ!?"
>>เขาทำหน้างงๆ
>>แต่ไหนๆดิฉันก็ไม่ได้เสียท่าพวกนั้นไปก็เลยไม่บอกเขาดีกว่า
>>ช่วงที่ดิฉันอาบน้ำ
>>ดิฉันสังเกตุรอยครีมสีขาวอมชมพูบางๆที่ข้อแขนซ้าย
>>ค่อนข้างลื่น
>>เช็ดล้างออกไม่ยาก
>>ลองนึกภาพดูนะคะ
>>ถ้าแฟนไม่ได้ไปด้วยเรื่องจะกลายเป็นอย่างนี้
>>ผู้ชายคนดังกล่าว
>>อาศัยยาปลุกsexและกดประสาทให้มึนงง
>>พาไปในที่ที่สะดวกของเขา
>>และถึงดิฉันไม่เต็มใจ
>>ร่างกายไม่ได้ตอบสนองต่อฉัน
>>แต่ไปตอบสนองเขาแทน
>>ไม่แน่เขาอาจบันทึกภาพเอาไว้แบล็คเมย์ก็ได้
>>ถ้าแจ้งกับตำรวจ
>>พอตรวจสถานที่
>>กลายเป็นโรงแรม
>>ไม่
>>พบการต่อสู้
>>ตรวจร่างกาย
>>ไม่พบร่องรอยการทำร้ายและข่มขืน
>>มีแต่ร่องรอยการร่วมเพศธรรมดา
>>ไม่มีคราบอสุจิ(สวมถุง)ไม่พบสารเสพติด
>>และอาจจะไม่รู้จักหรือไม่พบสารดังกล่าวในร่างกายดิฉันก็ได้
>>ลองคิดดูสิคะ
>>แจ้งความเอาผิดผู้อื่น
>>อาจกลับกลายเป็นแจ้งความประจานตัวเองขึ้นมาก็ได้
>>แฟนไม่เชื่อเลยอาจเลิกกันไป
>>ถ้ามีใครโดนเข้าไปจริงๆ
>>ก็ขอให้ทำใจให้ว่างหรือคิดเรื่องยากๆ
>>เครียดๆ
>>และตั้งสติให้มั่น
>>สูดหายใจแรงๆ ก้าวขายาวๆ
>>เหยียบใครก็ช่าง
>>ดิฉันไม่อยากให้มีใครเป็นเหยื่อ
>>ขอให้ช่วยกัน
>>Forwardมากๆทั้งชายทั้งหญิงนะคะ
>>ส่งแค่คนสองคนก็ได้บุญมากแล้วค่ะ

โดย: เดย์ IP: 124.120.51.2 วันที่: 11 เมษายน 2549 เวลา:23:48:07 น.
  
ไมเคิลน่ารักๆๆและหล่อด้วย
มีเด็กหอภาค 2 3 4 5 ไหม
อยากดูแน๊คกับไมเคิลจัง
โดย: โดนัท IP: 203.113.60.7 วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:14:42 น.
  
ชอบพี่ไมเคิลมากค่ะแสดงได้เก่งมากคะ
โดย: น้องเอ๊ะ IP: 203.188.20.88 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:7:40:03 น.
  
พี่ไมเคิลแสดงได้ดีมากคะ ตอนแรกก็นึกว่ากลัวแต่จริงแล้วไม่น่ากลัวเลยคะ
โดย: น้องปิงปอง IP: 203.188.20.88 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:7:59:42 น.
  
แน็กแสดงได้ดีมาก สมกับเป็นคนที่เราชื่นชอบเราติดตามผลงานแน็กมาตลอดเลยนะเราจะเป็นกำลังใจให้
โดย: โมเม IP: 203.113.46.9 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:16:51:27 น.
  
โดย: สน IP: 203.113.41.73 วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:10:24:41 น.
  
ยอดเยี่ยมครับเรื่องนี้ ถูกใจมากเลย
โดย: คนขับช้า วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:14:46:47 น.
  
ไปดูมาแล้วค่ะสนุกมากๆเลย
ปลื่มแน็กและไมเคิลมากๆ
โดย: By ปังปอน IP: 203.114.98.126 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:18:26:40 น.
  
ดูแล้วค่ะ หนังสนุกมากๆเลย ตลกมากตอนที่ลูกร้านขายโลงศพกินบะหมี่ดูผี

พล็อตเรื่องก็แปลกดีค่ะ เข้าใจคิด แล้วก็ตอนที่(ตอนนี้spoilค่ะ ถ้ายังไม่ดูก็ข้ามดีกว่า) ตอนดูหนังที่แล้วคนทั้งโรงอุดจมูก ดนตรีแบบว่าไม่ตื่นเต้นเกินไป ออกแนวลึกลับหน่อยๆ ดูแล้วขนลุก แล้วเราว่าที่คุณสงสัยกันว่าทำไมวิเชียรถึงทำท่าตกใจทั้งๆที่ก็รู้อย่แล้วว่าตัวเองเป็นผี นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า (เราเดาเองนะ) วิเชียรไม่คิดว่ามันจะได้ผลจริงๆ ไม่คิดว่าคนจะมองไม่เห็นผีจริงๆ ขนาเราตอนแรกที่ดู เรายังงงเลยว่าทำไมมันมองไม่เห็นคน รึว่าเราโง่เอง

ยังไงก็แล้วแต่ สนุกมากๆค่ะ แต่น่าจะมีฉากที่ให้ชาตรีอาลัยวิเชียรตอนจากกันมากกว่านี้หน่อย

คะแนน ให้ 9/10เลยค่ะ
โดย: ขวัญ IP: 202.44.136.50 วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:20:56:37 น.
  
ดูแล้วสนุกมากเลย พอมาอ่านก้อทำให้อยากไปดูอีก
โดย: แก้ม ทีมงานziggaza IP: 125.25.18.104 วันที่: 1 มกราคม 2550 เวลา:16:58:08 น.
  
ดูมาแล้วค่ะ สนุกดีนะคะ ชอบมากๆเลยค่ะ
ตอนแรกนึกว่าจะน่ากลัว แต่พอจบ ชอบมากๆเลย เป็นหนังที่มีสาระค่ะ
โดย: ..... IP: 58.8.158.181 วันที่: 20 มกราคม 2550 เวลา:11:47:23 น.
  
ดูแล้วหนุกมากเลยอะชอบไมเคิลแสดงเป็นวิเชียรมากเลย
โดย: แป้ง แจง ผึ้ง IP: 203.107.142.170 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:13:40:28 น.
  
ปลื้มสุดๆโคตรหล่อเลยอะไมเคิล
ชอบตอนที่ไปขโมยไข่ห่านมากเลยค่ะ
จากเด็กหลังห้อง
ซึ้งจนน้ำตาไหล
ต้องยกมือไหว้สุดๆไปเลย
โดย: แป้ง แจง ผึ้ง IP: 203.107.142.170 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:13:54:11 น.
  
Movie Max Awards 2006
สาขาภาพยนตร์ไทย

01 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
3 เฉิ่ม (สหมงคลฟิล์ม)
4 ซุ้มมือปืน (สหมงคลฟิล์ม)
1 เพื่อนสนิท (จีทีเอช)
2 มหา’ลัยเหมืองแร่ (จีทีเอช)
5 วัยอลวน (จีทีเอช)

02 ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
4 คงเดช จาตุรันต์รัศมี (เฉิ่ม)
1 คมกฤษ ตรีวิมล (เพื่อนสนิท)
2 จิระ มะลิกุล (มหา’ลัยเหมืองแร่)
3 โรนินทีม (ลองของ)
5 สนานจิต บางสะพาน (ซุ้มมือปืน)

03 นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
2 ฉัตรชัย เปล่งพานิช (ซุ้มมือปืน)
4 ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข (เอ๋อเหรอ)
1 ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ (เพื่อนสนิท)
5 บริวัตร อยู่โต (อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม)
3 เพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา (เฉิ่ม)

04 นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
4 พิยะดา อัครเศรณี (คนระลึกชาติ)
3 นงนุช สมบูรณ์ (เจเน็ต เขียว) (แหยมยโสธร)
2 นภคปภา นาคประสิทธิ์ (ลองของ)
1 วรนุช วงศ์สวรรค์ (เฉิ่ม)
5 ศิรพันธ์ วัฒนจินดา (เพื่อนสนิท)

05 นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
2 Anthony Howard Gould (มหา’ลัยเหมืองแร่)
4 ฉัตรชัย เปล่งพานิช (จอมขมังเวทย์)
5 ไพโรจน์ สังวริบุตร (วัยอลวน 4)
3 ศรัณยู วงศ์กระจ่าง (ซุ้มมือปืน)
1 สนธยา ชิตมณี (มหาลัยเหมืองแร่)

06 นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
2 ปาณิสรา พิมพ์ปรุ (เพื่อนสนิท)
3 มณีรัตน์ คำอ้วน (เพื่อนสนิท)
1 ลลนา สุลาวัลย์ (วัยอลวน 4)
5 แวววาว จ๊กมก (แหยมยโสธร)
4 สาธิดา เขียวชะอุ่ม (เอ๋อเหรอ)

07 บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
4 เฉิ่ม
1 เพื่อนสนิท
2 มหาลัยเหมืองแร่
3 ลองของ
5 อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม

08 กำกับภาพยอดเยี่ยม
2 ซุ้มมือปืน
5 จอมขมังเวทย์
3 เฉิ่ม
1 มหาลัยเหมืองแร่
4 อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม

09 ลำดับภาพยอดเยี่ยม
2 ซุ้มมือปืน
5 เฉิ่ม
1 เพื่อนสนิท
3 มหาลัยเหมืองแร่
4 อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม

10 กำกับเสียงยอดเยี่ยม
5 คนระลึกชาติ
2 เฉิ่ม
1 เพื่อนสนิท
3 มหาลัยเหมืองแร่
4 ลองของ

11 กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
3 ซุ้มมือปืน
5 จอมขมังเวทย์
4 เฉิ่ม
2 เพื่อนสนิท
1 มหาลัยเหมืองแร่

12 รางวัลนักแสดงเกียรติยศ (รางวัลพิเศษ)
3 นิรุตต์ ศิริจรรยา (ซุ้มมือปืน)
4 มารศรี อิศรางกูร ณ อยุธยา (นาค)
2 สมภพ เบญจาธิกุล (ซุ้มมือปืน)
1 จรัล เพ็ชรเจริญ (สีเทา) (มหาลัยเหมืองแร่)
5 อมรา ปุรานนท์ (กบฏท้าวศรีสุดาจันทร์)


เพื่อนสนิท ชิง 10 รางวัล ได้ 6 รางวัล
มหาลัยเหมืองแร่ ชิง 10 รางวัล ได้ 4 รางวัล
เฉิ่ม ชิง 9 รางวัล ได้ 1 รางวัล
ซุ้มมือปืน ชิง 9 รางวัล
วัยอลวน ชิง 3 รางวัล ได้ 1 รางวัล
ลองของ ชิง 4 รางวัล
อหิงสา ชิง 4 รางวัล
จอมขมังเวทย์ ชิง 3 รางวัล
เอ๋อเหรอ ชิง 2 รางวัล
คนระลึกชาติ ชิง 2 รางวัล
แหยมยโสธร ชิง 2 รางวัล
นาค ชิง 1 รางวัล
กบฏท้าวศรีสุดาจันทร์ ชิง 1 รางวัล
โดย: วินัย สมประสงค์ IP: 210.1.58.8 วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:16:21:08 น.
  
กลัวจังเลย
โดย: นิว แอบเก๋า IP: 58.137.36.241 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:52:50 น.
  
ขอถือวิสาสะแก้ต่างสิ่งที่"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"ไม่ชอบในหนังเรื่องเด็กหอ ทั้งหมดเป็นเพียงความคิดของผม ถือซะว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะแล้วกันนะครับ

ข้อที่คุณติดใจว่า...ทำไมตัวละคร(เด็ก)ถึงรู้ดีจังว่าควรช่วยผี(วิเชียร)และเพื่อน(ต้น)ยังไง
ผมว่าจริงๆแล้วตัวละครพวกนั้นไม่ได้รู้อะไรมากมายเลยครับ และก็เพราะว่าไม่รู้นั่นแหละถึงมีพฤติกรรมอย่างในหนัง ก็ถ้าเด็กพวกนี้มีวิชาอาคมเชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์แล้ว ก็คงทำพิธีจับวิญญาณวิเชียรลงหม้อ หรือนั่งล้อมวงประทับทรงเปิดประตูวิญญาณอย่างที่เห็นตามสารคดีล่าวิญญาณในเคเบิ้ลทีวีแล้วล่ะครับ
จริงๆแล้วเด็กพวกนี้ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับวิญญาณหรือไสยศาสตร์หรอก ที่พอจะมีความรู้บ้างก็คือหมอหนุ่ย เพราะที่บ้านทำกิจการขายหีบศพ ก็คงพอได้ยินได้ฟังพ่อ-แม่หรือคนงานที่บ้านเล่าต่อๆกันมาบ้างเท่านั้นเอง จึงให้คำแนะนำต้น(แบบกึ่งๆมั่ว)ไปว่า....จะช่วยผีก็ต้องเป็นผีซะก่อน

ก่อนที่ต้นจะเอาเรื่องวิเชียรไปปรึกษาหมอหนุ่ย ต้นก็เคยกระโดดลงสระน้ำร้าง พยายามช่วยวิญญาณวิเชียรไปทีนึงแล้ว แต่เพราะไม่รู้ว่าการจะช่วยวิญญาณมันไม่สามารถช่วยวิธีการเดียวกันกับช่วยคนเป็นๆได้ จึงต้องเจ็บตัวตกลงไปในสระน้ำโดยเปล่าประโยชน์

ทีนี้...พอต้นได้คำแนะนำจากหมอหนุ่ยแล้ว ก็เกิดความคิดได้ว่าจะช่วยวิเชียรซึ่งเป็นวิญญาณได้นั้น ตนเองก็ต้องเป็นวิญาณให้ได้เสียก่อน หนังมันปูเรื่องในฉากก่อนหน้านั้นแล้วว่ามีเด็ก(แจ็ค)อุตตริสูดอีเธอร์จนมีอาการหมดสติคล้ายวิญญาณออกจากร่าง ต้นมันก็นึกขึ้นได้ เลยเชื่อตามไปว่าวิธีสูดอีเธอร์อาจจะทำให้วิญญาณออกจากร่างได้จริง และจะทำให้ตนไปช่วยวิเชียรได้ในสภาพของ "ผี" อย่างที่หมอหนุ่ยแนะนำ

ฉากที่ต้นแอบไปขโมยอีเธอร์ที่ห้องแล็ป แล้วกระต่ายที่นอนสลบเพราะฤทธิ์ยาเกิดสะดุ้งฟื้นขึ้นมา จากนั้นภาพก็ตัดไปเห็นต้นวิ่งไปที่สระน้ำแล้ว แล้วคุณว่ามันดูไม่ต่อเนื่อง ผมมองว่าเป็นการเลือกเรื่องที่จะเล่าของผู้กำกับครับ โดยการตัดฉากนต้นดมอีเธอร์ออก เพราะเรื่องปูมาชัดอยู่แล้วว่าต้นมาทำอะไรที่ห้องแล็ป จึงสามารถตัดข้ามไปเล่าเรื่องที่สระน้ำได้เลย

ส่วนที่ต้องมีช็อตกระต่ายฟื้นคืนชีพ อาจเป็นเพราะว่าช็อตนี้มันทำหน้าที่ 2 อย่างครับ อย่างแรกหลอกให้คนดูตกใจ จนสะดุ้งไปด้วยเพื่อรักษาหน้าหนังว่ามันก็ยังเป็นหนัง horror อยู่นะ อย่างที่สองเพื่อตอกย้ำกับคนดูอีกหนว่า กระต่ายที่ดมอีเธอร์ไปมันไม่ได้ตายจริง แค่สลบ ฉะนั้นต้นก็ไม่ได้ตายไปจริงๆ เป็นเพียงการถอดวิญญาณชั่วคราวเพื่อไปช่วยวิเชียร เสร็จเรื่องแล้วก็สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้เอง

ดังนั้นการที่พวกเพื่อนๆพา(ร่างของ)ต้นมาที่สระน้ำ จึงไม่ได้เป็นการช่วยต้นแต่อย่างใด วิญญาณของต้นกลับเข้าร่างเองต่างหาก มันเป็นความเข้าใจไปเองของเด็กๆ เพราะพวกเด็กไม่ได้มีความรู้จริงๆในเรื่องพวกนี้ หมอหนุ่ยเพียงแค่รู้ต้นสายปลายเหตุที่ต้นดมอีเธอร์ไปเท่านั้น จึงคิดเอาเองว่าถ้านำร่างไปไว้ใกล้ๆที่ที่วิญญาณอยู่ก็จะทำให้วิญญาณหาทางกลับเข้าร่างได้ (ลองคิดดู...ถ้าวิเชียรมันไปจมน้ำตายในสระที่เชียงใหม่ ไม่ต้องแบกร่างต้นขึ้นรถบขส.ตามไปเชียงใหม่ด้วยเหรอ!!!)

จะเห็นได้ว่าพอเด็กๆแบกต้นมาที่สระน้ำแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรอื่นนอกจาก ร้องไห้และร้องเรียกให้ต้นฟื้น

ส่วนต้นก็ไม่ได้มีวิชาอาคมอะไรที่จะสามารถช่วยวิญญาณวิเชียรเช่นกัน วิธีที่ต้นช่วยเป็นเพียงสามัญสำนึกเท่านั้นเอง สามัญสำนึกของเราบอกว่าในการที่จะช่วยคนกำลังจะจมน้ำนั้น เราจะต้องกระโดดลงไปในน้ำแล้วล็อคคอดึงขึ้นฝั่ง ต้นก็คิดออกเพียงแค่นั้นเหมือนกันว่า....จะช่วยผีจมน้ำได้ก็ต้องให้ผีอีกตนกระโดดลงไปล็อคคอผีตนแรกแล้วดึงขึ้นฝั่ง เผอิญว่าวิธีคิดแบบเด็กๆของต้นมันได้ผล นั่นก็เป็นเพราะว่า "ผี" ในหนังเด็กหอมันไม่ได้เป็นแค่ "ผี" แต่เป็นสัญลักษณ์ของการติดยึดอยู่กับอะไรบางอย่างในอดีตต่างหาก

อะไรบางอย่างในอดีตของวิเชียรก็คือการเรียกร้องความสนใจจากคนอื่น แล้วคนอื่นไม่ได้สนองตอบต่อสิ่งที่ตนเรียกร้อง เหมือนที่วิเชียรเคยตอกหน้าต้นมาแล้วว่า....ต้นเอาแต่ว่าคนอื่นไม่เห็นตัวเองอยู่ในสายตา แต่ตัวต้นเองกลับไม่เคยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตาเช่นกัน

แท้จริงแล้วคำๆนี้สะท้อนถึงสิ่งที่วิเชียรเคยเป็น คือเรียกร้องให้คนอื่นสนใจตนเพียงฝ่ายเดียว แต่เมื่อต้นเข้ามาในชีวิตของวิเชียร ทำให้เขาได้เห็นภาพสะท้อนของตนอย่างเด่นชัดว่า เราเองควรเห็นอกเห็นใจผู้อื่นก่อน คนอื่นจึงจะเห็นอกเห็นใจตน จะเรียกร้องให้คนอื่นสนใจตนแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้

การช่วยวิญญาณวิเชียรจากการจมน้ำ จึงเป็นเพียงรูปแบบเชิงนามธรรมเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนการไถ่บาปหรือการแก้ไขความผิดพลาดในอดีตของวิเชียรนั่นเอง

วิเชียรก็ช่วยต้นแก้ไขความผิดพลาดในอดีตเช่นกัน ย้อนไปฉากที่ต้นพยายามช่วยวิเชียรครั้งแรก ต้นยังไม่ได้ถอดวิญญาณจึงไม่สามรถช่วยวิเชียรได้สำเร็จ แต่เพราะความพยายามครั้งนี้ทำให้ต้นเข้าใจเพื่อนดีขึ้น ทั้งคู่นั่งคุยกันใต้สระน้ำ วิเชียรบอกว่าข้างล่างนี้หนาวเหลือเกิน แล้วต้นก็เกิดความรู้สึกหนาวขึ้นมาจริงๆ อากาศยามสนธยาชวนให้ยะเยือกก็จริง แต่อาการขาดความอบอุ่นทางใจมันหนาวเหน็บยิ่งกว่า ฉากต่อมาต้นจึงกลับไปที่ตู้ล็อคเกอร์ของตน รื้อถุงที่พ่อฝากครูปราณีมาให้เปิดออกดู ความจริงต้นได้ของฝากจากพ่อมาหลายวันแล้ว แต่ก็โยนเข้าตู้ล็อคเกอร์อย่างไม่แยแส เพราะยังเคืองพ่อที่ส่งตนมาอยู่โรงเรียนประจำ ด้วยความเข้าใจว่าเป็นการลงโทษที่ฝ่ายลูกจับพฤติกรรมนอกลู่นอกทางของคนเป็นพ่อได้ ต้นคงเข้าใจไปว่าพ่อไม่ได้รักตนจริง

แต่วิเชียรทำให้ต้นเข้าใจว่า ไออุ่นที่ได้จากคนในครอบครัวมันสำคัญเพียงไหน ต้นจึงลดทิฐิและอาจตรึกตรองในใจดูอีกครั้งว่า แท้จริงแล้วตนถูกส่งมาโรงเรียนประจำอาจะด้วยความปรารถดีของพ่อจริงๆก็ได้ ของฝากซึ่งก็คือเสื้อวอร์มเป็นประจักษ์พยานถึงความห่วงใยของผู้พ่อได้เป็นอย่างดี เมื่อต้นคิดได้เขาก็อ้าแขนรับไออุ่นและความหวังดีของคนในครอบครัว ต้นสวมเสื้อวอร์มที่พ่อฝากมาแล้วเขาก็ไม่ต้องหนาวเหน็บเหมือนวิเชียรอีกแล้ว

ต้อนท้ายเรื่องที่เราต้นเป็นฝ่ายเข้าไปคืนดีกับพ่อก่อนจึงไม่ได้เป็นการสรุปจบเรื่องแบบง่าย หากต้นต้องอาศัยเวลาทั้งปีในโรงเรียนประจำเพื่อเรียนรู้ เข้าใจ และเติบโต



ส่วนเรื่องวิเชียรทำหน้าแปลกใจในฉากหนังกางแปลง เมื่อเพื่อนนักเรียนเลียนแบบฉากในหนังด้วยการอุดจมูกจนทำให้วิเชียรมองไม่เห็นคนอื่นๆ ตรงนี้ผมก็เคยสงสัยเหมือนกัน แต่คุณยังดีกว่าผมที่ตีความได้ถูกทางที่ว่าวิเชียรรู้อยู่ก่อนแล้วว่าตนเองเป็นผี ครั้งแรกผมตีความไปว่าวิเชียรเพิ่งรู้ในฉากนี้เองว่าตนเองเป็นผี จึงทำหน้าประหลาดใจ แต่พี่ย้ง(ผู้กำกับ)บอกว่า.....ไม่ใช่! ที่วิเชียรไม่รู้คือการที่คนอุดจมูกแล้วทำให้ผีไม่เห็นคนต่างหาก วิเชียรมันถึงทำหน้าประหลาดใจอย่างในหนัง
โดย: das Kino วันที่: 12 มีนาคม 2550 เวลา:23:04:50 น.
  
ไมเคิลน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกและก็ชอบหนังเรื่องนี้มากเพราะว่ามีสาระ
โดย: มิ้น เด็กแซ็บ IP: 210.203.161.204 วันที่: 6 เมษายน 2550 เวลา:10:05:29 น.
  
ชอบแน็คมากๆค่ะ อยากเป็นแฟนด้วยจังปลื้มสุดๆคนนี้ใช่เลยค่ะ
โดย: เพชร อายุ 13 ค่ะ IP: 124.120.134.5 วันที่: 22 เมษายน 2550 เวลา:15:50:18 น.
  
เพิ่งได้ดูจาก ubc เมื่อคืนนี้
ดูแล้วชอบมากครับ หนังไม่ได้ดูน่ากลัวอย่างที่คิด แต่ให้บรรยากาศที่หม่นมืดหม่น เหงาหงอย เปล่าเปลี่ยว ของเด็กกำลังวัยรุ่นที่กำลังสับสนคนนึงได้ดีมากครับ ช่วงแรกจะดูหลอนๆ แต่ช่วงหลังหนังตัดต่อฉับไวแต่ก็ไม่ได้รวบรัดอะไร เพราะได้ปูพื้นฐานของตัวละครต่างๆได้แน่นหนาแล้ว ตัวเอกจะค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และ นำไปสู่บทสรุปที่ลงตัวดี
เห็นด้วยกับคุณ das kino ที่อธิบายในส่วนที่คุณ จขกท.ไม่getได้ดีมากครับ ในหนังจะมีสัญลักษณ์หลายอย่างที่ดูไม่ยาก เช่น การใส่เสื้อวอร์ม-ความอบอุ่นทางใจ หรือ แผ่นเสียงตกร่อง-ความซ้ำซาก/พันธนาการที่ยึดติดอยู่ในใจ (สังเกตตอนท้ายที่ครูปราณีพอได้รู้ความจริง ความรู้สึกผิดบาปในใจก็ถูกปลดปล่อยไป ช่วงนี้แผ่นเสียงจะสามารถข้ามร่องไปเล่นเพลงต่อจนจบได้)
หนังปูเรื่องช่วงต้นได้ดีมากครับ สังเกตดีๆจะเห็นอดีตแก็งค์เด็กแฟนฉัน 2 คน คือ เด็กอ้วนขาว กับ เด็กแว่นที่อยู่ในรูปเดียวกับน้องแน็คด้วย เห็นแล้วอมยิ้มเลยว่าผกก.เข้าใจทำให้อาจนึกว่าเป็นภาคต่อของแฟนฉันภาควัยรุ่น!!!!(ไม่นับเจ้าแจ็คอ้วนดำที่โผล่มาตอนท้ายๆด้วย อย่างฮา) แสดงให้เห็นว่าต้นตัวละครนี้ยังยึดติดกับเพื่อนเก่าและไม่ได้อยากย้ายรร.เลย แต่มีเหตุจำเป็นบางอย่างที่โดนพ่อบังคับให้ไปรร.ประจำ สังเกตดีๆตอนขึ้นรถดูคนรับใช้ทำสีหน้าท่าทางแปลกๆ ดูยึกยักๆแปลกๆ
หลังจากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมใหม่ๆต่อโรงเรียนประจำที่ดูน่ากลัวๆแห่งนี้ กับเพื่อนใหม่ แม้โรงเรียนนี้จะมีเด็กๆอยู่มากมายแต่หนังตั้งใจให้มีชอตที่ต้นตื่นขึ้นมาแล้วอยู่คนเดียว อาบน้ำคนเดียว เข้าห้องน้ำคนเดียวบ่อยๆ อันนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความแปลกแยกโดดเดี่ยวของต้นที่เป็นเด็กมาใหม่ ที่ยัง"โดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชน" จนกะทั่งการปรากฎตัวของวิเชียร ต้นจึงค่อยๆเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆมากขึ้น
และ จากการthemeของหนังมีลักษณะ coming of age หรือ การก้าวพ้นผ่านวัย ทำให้หนังค่อยๆปูลักษณะของการเปลี่ยนแปลงของตัวเอกผ่านประสบการณ์ต่างๆ จนถึงตอนท้ายเรื่องที่ตัวเอกได้เติบโตขึ้น สามารถเปิดใจต่อเพื่อนสนิทคือวิเชียร เพื่อนกลุ่มเด็กซิ่ง ครูปราณี และ พ่อของเขาในที่สุด (โดยมีบรรยากาศหลอนๆน่ากลัวๆมาแทรก ทำให้เรื่องน่าติดตาม ไม่น่าเบื่อ แต่ไม่ได้เป็นประเด็นหลักในการนำเสนอ)
มีอยู่ฉากนึงที่ผมชอบมาก ตอนที่พระเอกเราหนีโรงเรียนไปดูสาวๆ และ แอบไปถ่ายรูปกับดรัมเมเย่อร์ลูกสาวร้านข้าวแกงคนสวย หนังให้บรรยากาศที่ดูอบอุ่นของมิตรภาพ ทั้งระหว่างต้นกับวิเชียร และ ต้นกับดรัมเมเยอร์ แต่ตอนถ่ายรูปที่ต้นมัวแต่ดีใจเก๊กหล่อแล้วดันเผลอไปลืมวิเชียรเข้า ทำให้รู้สึกสงสารวิเชียรจับใจเลย
คิดว่าในชีวิตเราทุกคนน่าจะมีประสบการณ์ร่วมคล้ายๆกันกับต้นในหนังเรื่องนี้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กโรงเรียนประจำก็ได้ ในการเริ่มต้นในที่เรียนหรือที่ทำงานใหม่ๆ เพียงแต่ว่าเราจะยึดติดกับสิ่งเก่าๆ หรือ สามารถเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆเหล่านั้นได้เร็วช้าแค่ไหน

โดย: ฉิกซิงแซ IP: 203.188.7.113 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:9:57:03 น.
  
เรื่องนี้น่ากลัวกว่าเรื่องไหนๆอีกเพราะทำให้สะดุ้งได้
โดย: รัตนา IP: 61.7.241.30 วันที่: 19 สิงหาคม 2550 เวลา:10:06:29 น.
  
อืม
โดย: -*- IP: 202.29.32.40 วันที่: 9 กันยายน 2550 เวลา:11:29:07 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆเพราะเป็นหนังแนวลึกลับทำให้เราลุ้นไปด้วยและชอบน้องแน็กและน้องไมเคิลมากๆเลยแสดงเก่งมากเลยค่ะอยากให้น้องทั้งสองคนแสดงด้วยกันอีก ขอให้น้องมีงานแสดงเยอะๆนะคะพี่จะคอยเป็นกำลังใจให้คะ LUCKY นะคะ
โดย: BB IP: 58.147.119.214 วันที่: 9 กันยายน 2550 เวลา:12:34:13 น.
  
ชอบไมเคิลมากๆค่ะซึ้งดี
โดย: มาย IP: 125.25.131.236 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:1:11:33 น.
  
ชอบไมเคิล ศิรชัช เจียรถาวรม๊ากมากค่า
โดย: คนรักไมเคิล IP: 203.150.100.228 วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:13:08:56 น.
  
โดย: nu IP: 125.26.50.154 วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:16:49:17 น.
  
อยากบอกว่าชอบไมเคิล มากเลย ตั้งเเต่เห็นไมเคิลครั้งเเรกในเรื่องนี้ ก็รักมาก-มาก อยากเห็นตัวจริงเคิลนะ เปงกําลังใจให้เคิลนะ
โดย: สุวดี IP: 125.26.246.12 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:17:24:09 น.
  
อยากเป็นเเฟนเคิลจ้า
โดย: สุวดี IP: 125.26.246.12 วันที่: 27 กันยายน 2550 เวลา:17:26:15 น.
  
ชอบมากคะเพราะชอบหนังแนวนี้อยู่แล้วน่ากลัวมากเร้าใจดีคะ
โดย: เด็กกรุง IP: 124.120.38.221 วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:10:36:27 น.
  
สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้ก็สนุกมาก แต่อาจจะยังไม่สยองขวัญพอสำหรับคนที่ชอบดูหนังแนวนี้สักเท่าไร แต่หนังเรื่องนี้ก็สนุกมากๆค่ะ
โดย: ส้ม...21 IP: 61.7.136.66 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:53:16 น.
  
สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้ก็สนุกมาก แต่อาจจะยังไม่สยองขวัญพอสำหรับคนที่ชอบดูหนังแนวนี้สักเท่าไร แต่หนังเรื่องนี้ก็สนุกมากๆค่ะ
โดย: ส้ม...21 IP: 61.7.136.66 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:53:55 น.
  
โดย: ต๊ะ IP: 58.10.146.231 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:11:24:11 น.
  
ข้อความ : ทดสอบ...ความรัก...ของตัวเอง
ทดสอบความเซ็กซี่ [[ ถ้าโกงขอให้ไม่เปนความจิง ]]
เอากระดาษมาแผ่นนึงแล้วเขียน1-10

(ห้ามโกงเด็ดขาด)
1. คุณมีผมสีเข้มหรือสีอ่อน

2. ถ้าเกิดได้ไปเดท คุณจะเลือกไปกินข้าว2ต่อ2 หรือไปปาร์ตี้

3. สีโปรดของคุณคืออะไร ระหว่าง ชมพู, เหลือง, ฟ้าอ่อน , หรือ เขียวน้ำทะเล

4. กิจกรรมที่คุณโปรดปรานมากที่สุดระหว่าง โต้คลื่น , เสก็ต , หรือ สกี

5. ถ้าจะเลือกท่าเรือระหว่าง อู่เรือรบเก่า , อู่แปซิฟิค หรือ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต คุณจะเลือก

อันไหน

6. รัฐที่คุณชอบที่สุดคือรัฐใดระหว่าง แคลิฟอร์เนีย , ฟลอริดา , หรือ โอไฮโอ

7. ในฤดูร้อนคุณจะไป ทะเล หรือ จะไปที่ๆเย็นกว่านี้

8. เกิดเดือนอะไร

9. คุณจะนั่งอืดอยู่ที่บ้านหรือ ออกไปเที่ยวกับเพื่อน

10. ชื่อคนที่เป็นเพศตรงข้ามกับคุณ
---=====อธิษฐาน=====---

*เริ่ม เลย*
***********
*คำตอบ*

1. สีเข้ม-เซ็กซี่ ~ สีอ่อน-หวาน น่ารัก

2. ไปกินข้าว2ต่อ2-โรแมนติค ~ ไปปาร์ตี้-ขี้เล่น

3. ชมพู-น่ารัก ~ เหลือง-ชอบเสียงดัง ~ ฟ้าอ่อน-ใจเย็น ~ เขียวน้ำทะเล-แข็งแกร่ง

4. โต้คลื่น-ว่องไว คล่องแคล่ว ~ เสก็ต-เด็ดเดี่ยว ~ สกี-กล้าหาญ

5. อู่เรือรบเก่า-น่ากลัว ~ อู่แปซิฟิค-สนุกสนาน ~ อู่วิคตอเรีย ซีเคร็ต-เซ็กซี่

6. แคลิฟอร์เนีย - คุณชอบอยู่กับคนมากๆ ~ ฟลอริดา-ปาร์ตี้ในความร้อน ~ โอไฮโอ-

เงียบ เย็น

7. ทะเล-ผิวสีแทน ชอบพระอาทิตย์ ~ ที่ๆเย็นกว่านี้-ผิวสีอ่อน และ หัวโบราน

8. มกราคม-โด่งดัง ~ กุมภาพันธ์-น่ารัก ~ มีนาคม-เสียงดัง ~ เมษายน-ขี้เล่น

พฤษภาคม-ใจเย็นมาก ~ มิถุนายน-อารมณ์ดี ~ กรกฎาคม-เรียบง่าย ~ สิงหาคม- สนุก

สนาน ~ กันยายน-เงียบ ~ ตุลาคม-กล้าแสดงออก ~ พฤศจิกายน-ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น

(ทั้งทางดีและไม่ดี) ~ ธันวาคม-อบอุ่น

9. อืดอยู่บ้าน-น่าเบื่อ ~ ไปเที่ยวกับเพื่อน-บ้าๆบอๆ

10. คนนั้นจะตกหลุมรักคุณ!!!!!

ถ้าคุณโฟสกระทู้นี้ไปเวปอื่น:

0 เวป...คำอธิษฐานของคุณจะไม่เป็นจิง

1-5 เวป....คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน6เดือน

6-10 เวป....คำอธิษฐานของคุณจะเป็นจิงภายใน2อาทิตย์

11 เวปขึ้นไป.....จะเป็นจิงเร็วมาาาาาาก
โดย: เดก IP: 117.47.77.150 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:37:44 น.
  
น่าดูเด็กหอ
โดย: พิทวัส IP: 202.129.43.111 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:43:01 น.
  
กลัว ผีมากงับ สยอง บรึ๋อๆๆ


.com/emo/emo32.gif>
โดย: ยูยะ IP: 118.173.128.30 วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:22:51:36 น.
  
ชอนหนังเรื่องนี้มาก

อยากหั้ยมาเล่นใหม่อีก
โดย: มิว IP: 124.120.120.19 วันที่: 19 ตุลาคม 2551 เวลา:11:00:27 น.
  
ขอบอกเรื่องงนี้น่ากลัวมากอ่ะ กลัวขี้แตกเลย... ถ้าจะดูไปกับแฟนสิ เหมาะสุดอ่ะ วิวิวววว หรืออ่านก็พอ อาจจจะได้อารมณ์เหมือนกันน่ะ.../ขอฝากไว้ด้วยนะไปกับแฟนเถอะ เชื่อเรา 0803275616 อิอิอิอิ555555555555
โดย: ขวัญ IP: 202.149.25.238 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:34:35 น.
  
เอาคห.ที่ 64ออกไปได้มั้ยคะ เบือ่คนแบบนี้คะ
ชั้นสงสัยว่าพระเอกรวมทั้งพ่อ แม่อฐิษฐานขออะไรตอนข้ามสะพาน และเป็นจริงรึไม่ โรงเรียนนี้ไม่มีขนมให้เด็กๆทานหรอคะ มีแต่ข้าว 3มื้อหรอคะ พระเอกเป็นคนที่ไม่สนุกสนานเหมือนกับเด็กหลายๆคนที่อยู่ในรร.แห่งนี้ แล้วพ่อของเขาไม่รู้รึไงว่าชาตรีเอาเกมกดมาเล่นด้วย เรือ่งนี้น่าจะสมัยพ.ศ.2521 นะคะ แล้วครูปรานีแกอยู๋ที่รร.นี้ตลอดไม่ได้ออกไปไหนเลยหรอคะ แล้วเด็กนักเรียน ซักผ้าด้วยมือกับแฟบหรอคะ ทำไมไม่เห็นฉากตากผ้า ไม่มีไม้แขวนเสื้อเลย ทำไมไม่มีนักเรียนคนไหนลุกขึ้นมาฉี่กลางดึก สักคนนอกจากชาตรี
โดย: กอกล้วยสีฟ้า IP: 117.47.82.134 วันที่: 3 มกราคม 2554 เวลา:16:20:35 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด