Meet the fockers , เรื่องของหนังตลกและครอบครัว

....ทุกครอบครัวย่อมมีกฎประจำครอบครัว(Family's rule) เช่น ห้ามเที่ยวกลางคืน/ต้องนับถือศาสนาที่กำหนด/ฯลฯ คุณยังจำได้หรือไม่ ว่าคุณเคยได้รับการปลูกฝังเรื่องอะไรมาจากครอบครัว ครอบครัวคุณมีกฎอย่างไรและคุณจะสร้างกฎครอบครัวกับรุ่นลูกหลานคุณต่อไปอย่างไร

......ในMeet the Parents เป็นเรื่องราวของพระเอกที่เป็นคนแปลกหน้าและไปเรียนรู้กฎหรือวิถีครอบครัวของอีกฝ่าย และเป็นหนังตลกที่ทำได้ค่อนข้างเฉียบคมในมุขหลายๆมุขและนั่นนำไปสู่การสร้างเป็นภาค2 ที่เริ่มต้นได้ดีกับหนังตัวอย่างที่จัดว่าเป็นหนังตัวอย่างที่ฉลาด คือ เปิดเผยเรื่องราวหรือมุขที่จะเกิดในภาคใหม่ไม่มากแต่ใช้ความสำเร็จจากภาคเดิมเป็นตัวดึงดูดให้คนเข้าไปดู เช่นผมที่เข้าไปดูในโรงลิโดรอบ16.10น.วันนี้

....หนังตลกเป็นหนังที่คนดูเองอาจต้องมีอะไรบางอย่างที่เข้าได้กับแนวของหนังเรื่องนั้น(อาจจะเป็นพื้นเพ/วัฒนธรรม/ฯลฯ) เช่น บางคนอาจตลกกับปืนเปลือยทั้ง3ภาคแต่นั่งเบื่อๆเซ็งๆกับเรื่องนี้ บางคนอาจตลกกับสายล่อฟ้าแต่มานั่งหลับกับผีหัวขาด ดังนั้นถ้าหนังตลกไม่ได้มีอะไรมากไปกว่ามุขตลก ยากเหลือเกินที่มันจะประสบความสำเร็จได้มากมาย เพราะหนังไม่ได้เข้าได้ถึงคนดูที่ชอบหนังตลกได้ทุกคน

......Meet the Fockers ก็เป็นอีกเรื่องที่ตามรอยเท้ามาจากMeet the Parents โดยเชื่อแน่ว่าถ้าคุณขำในเรื่องนั้นเรื่องนี้มุขก็จะออกมาในแนวเดียวกัน เริ่มต้นอาจจะเป็นแค่มุขที่แค่เรียกรอยยิ้มเหมือนกับการนวดให้คนดูค่อยๆคุ้นกับวิธีการที่หนังจะใช้ กับทิ้งสิ่งที่ชงไว้ตอนแรกแล้วมาเอามันมาตบเป็นมุขเด็ดๆที่อยู่ตอนกลางๆท้ายๆ

....ในแง่ความตลกขบข้นหนังไม่สามารถสร้างได้มากไปกว่าภาคที่แล้วแต่ก็ใช่ว่าจะด้อยกว่านัก อาจเป็นเพราะไม่มีอะไรที่จะประหลาดใจได้อีก รวมทั้งRobert De Niroในบทcomedyเคร่งขรึมหน้าตายก็เป็นบทที่เริ่มเฝือสำหรับเขาแล้ว(Analyze This,Analyze That ,Meet the Parents) แต่สิ่งที่ภาคนี้อาจเด่นกว่าภาคที่แล้วคือเรื่องของครอบครัว

***ครอบครัวByrnes Jackปลูกฝังในการแข่งขัน การเป็นอันดับหนึ่ง และสอนให้ทุกคนรู้จักที่ยืนหยัดด้วยตนเองและค่อนข้างถอยห่างออกจากสิ่งที่เรียกว่า อารมณ์ ไม่แสดงความสนิทสนมใกล้ชิดกันมากนัก มองว่าการแสดงออกทางอารมณ์เป็นสิ่งแปลกประหลาด
***ครอบครัวFockers กลับอยู่คนละด้าน แพ้ชนะอันดับไม่ใช่สิ่งสำคัญๆที่ว่าเรารักที่สิ่งที่เราทำอยู่หรือไม่(รางวัลอันดับ9/10ที่อยู่เต็มบ้าน) มีความสนิทสนมใกล้ชิดและแสดงออกอย่างเต็มที่ การใช้ชีวิตแบบปล่อยสบายๆแต่ก็อยู่ในสิ่งที่เป็นกฎของครอบครัว

....คงไม่มีกฎของครอบครัวไหนที่บอกว่าถูกหรือผิด เพราะถ้าคุณเป็นFockerมากเกินไปคุณก็อาจจะไม่มีเป้าหมายในชีวิตไม่มีกฎระเบียบเกินไปนัก แต่ถ้าคุณเป็นByrnesมากเกินไปคุณก็อาจจะค่อยๆออกห่างจากความรู้สึกและพูดคุยกันด้วยเหตุผลจนมากเกิน แต่ในเรื่องเราจะเห็นการเรียนรู้ของกันและกันผ่านตัวละครพระเอก ที่ตอนแรกก็พยายามที่จะเป็นByrnesจนเกือบจะเสียความเป็นตัวของตัวเอง ก่อนที่จะตั้งหลักได้และสามารถสร้างกฎของครอบครัวที่ไม่ใช่ทั้งfockersหรือByrnesแต่เป็นสิ่งที่เกิดจากตัวเค้าเอง

สิ่งที่ชอบ
1.เรื่องของครอบครัว....การสอดแทรกสาระในเรื่องของครอบครัวและความเป็นตัวของตัวเองเป็นสิ่งที่หนังเรื่องนี้ดูแล้วได้อะไรมากไปกว่าหนังตลกและเป็นสาระที่หนังใส่อย่างแนบเนียนไม่ยัดเยียด

2.การค้นพบตัวเองของJack...ถ้าเป็นหนังดราม่าตัวละครตัวนี้คงจะเป็นตัวละครที่น่ารังเกียจและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน ยิ่งเมื่อตอนท้ายที่แม้แต่ภรรยาที่เป็นคนใกล้ตัวที่สนิทที่สุดก็เข้าไปอยู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ด้วยความเป็นหนังcomedyหนังจึงหาทางออกได้ค่อนข้างง่ายแต่ยอมรับได้ ในการค่อยๆเปิดเกราะที่Jackสร้างไว้ ผมชอบตอนที่เค้าบอกว่า "วงจรแห่งความไว้ใจจะเกิดขึ้นได้อย่างไรในเมื่อคนในวงจรนี้ยังไม่ไว้ใจกันเลย" เป็นอะไรที่น่าจะสะท้อนให้Jackคิดได้ดี และเชื่อว่าหลายคนในชีวิตจริงที่มีลักษณะอย่างJackและเป็นปัญหาในชีวิตครอบครัวคือเริ่มสร้างเกราะที่กันคนอื่นออกไปมองและถอยห่างในเรื่องของอารมณ์

3.Dustin Hoffman+Barbra Streisand...ตอนเริ่มเรื่องผมรู้สึกว่าทั้งคู่เล่นได้"บ้า"น้อยกว่าที่ผมคาดไว้กับฐานะพ่อแม่ของGreg Gaylord Focker แต่เมื่อหนังเดินเรื่องมาจนจบ ความน้อยกว่าที่คาดนั้น เป็นผลดีกับหนังพอสมควรเพราะมันทำให้ผมเชื่อและรู้สึกว่าทั้งสองคนนี้เป็นคนจริงไม่ใช่คาแรคเตอร์ที่กะมาเอามันส์กับบทจนเกินไป

4.Little Jack...หามาจากไหนเนี่ยเด็กที่น่ารักน่าชังแบบนี้(แสดงโดยนักแสดงเด็ก2คนคือSpencer PickrenและBradley Pickren)

5.Ben Stiller....เป็นดาราตลกที่ผมคิดว่ามีความน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก คือ ถ้าจะให้เค้าเล่นแบบบ้าๆหรือน่ารังเกียจเค้าก็ยังมีความน่าเอ็นดูอยู่(ตัวอย่างเช่นในZoolander หรือ Dodgeball) เรื่องนี้ก็เช่นกันเค้าไม่ได้แสดงออกมากมายแต่ทำให้คนดูเข้าใจและเข้าข้างได้ไม่ยากเลย

สิ่งที่ชอบน้อย

1.ความฮา...ไม่ใช่ไม่ฮาแต่มีมุขที่ฮาหนักๆน้อยกว่าที่คาด และก็ลดน้อยไปกว่าภาคที่แล้ว(อาจเป็นเรื่องธรรมดาของหนังภาคต่อ) ส่วนใหญ่ออกไปทางยิ้มเล็กๆมากกว่า มีมุขที่ฮาหนักๆไม่มากนัก (หนึ่งในนั้นคือฉากที่ของบางอย่างของพระเอกตกไปในฟองดูว์และภาคก่อนคือฉากแจกันตกพื้น)

สรุป....ความเพลิดเพลินตลอด115นาทีเดินหน้าไปอย่างเรื่อยๆแต่สนุกสนานในระดับหนึ่ง อาจไม่ฮาสุดๆแต่มันก็มีความบันเทิงในระดับคุณภาพที่ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อพร้อมกับสอดแทรกสาระครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม

ปล.... อยากให้หนังไทยดูตัวอย่างการทำหนังตัวอย่างแบบเรื่องนี้บ้างคือไม่เผยมุขเด็ดๆออกจนไม่เหลือของดีให้ดูตอนที่คนอุตส่าห์เสียเงินเข้าไปดูแล้ว(อย่างที่ผ่านมาคือแจ๋วและสายล่อฟ้า ที่เล่นเอาของเด็ดออกมาในโฆษณาจนหมด)



Create Date : 29 มกราคม 2548
Last Update : 29 มกราคม 2548 21:46:56 น.
Counter : 1497 Pageviews.

3 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
  




…กุชชี่กับเวจจี้ยินดีต้อนรับนะคะ…


Gucci & Veggie


++จิ้มนู๋เลยก๊ะ++

โดย: ถั่วแดงเย็น วันที่: 30 มกราคม 2548 เวลา:10:59:18 น.
  
ผู้กำกับหนังเรื่องนี้เป็นคนเดียวกับ Austin Power ทั้งสามภาค ผมว่าใน meet the fockers นี่เขาใช้มุขจาก Austin เยอะไปหน่อย อาจจะดูเลอะไปบ้าง
แต่ผมก็ถือว่าเขาแน่ในการจัดCharacterของตัวละครให้มีน้ำหนักที่สมดุลกัน เป็นเรื่องยากที่จะให้ ดาราใหญ่คับโรง เช่น ฮอฟแมน บาบาร่า สไตแซนด์ และobert Deniro รวมไปถึง Ben Stiller มาแสดงร่วมกันจนได้อัตราส่วนที่พอดี แต่กระนั้นก็ยังทำให้ดาราที่ไม่ดังอีกสองคนคือ แม่ของแพมและแพม (จำชื่อไม่ได้แล้ว) หมดบทบาทไป
มีอีกหลายฉากถ้าผู้กำกับพยายามมากกว่านี้จะฮาได้มากกว่านี้
หนังกะขายครับ ไม่มีอะไรใหม่ มุขลามก เฮฮา (สำหรับคนอเมริกันเป็นอันดับแรกครับ) ได้สตางค์ ก็ดีแล้ว
โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 27 พฤษภาคม 2548 เวลา:9:41:46 น.
  
ชอบคำว่า....
"Assh....hoooole"
โดย: ken IP: 210.246.150.30 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:19:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด