Kingdom of Heaven , สงครามครูเสดครั้งนี้ดูก็ได้ไม่ดูก็ไม่น่าเสียดาย



หากต้องทำสิ่งชั่วร้ายเพียงน้อยนิด เพื่อความดีงามในอนาคต คุณจะยอมหรือไม่?

...หนังเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่การพาคนดูไปพบกับ Balian ช่างตีเหล็กบุตรของ Godfrey ก่อนที่ชายคนนี้จะลุกขึ้นมาปกป้องเมืองเยรูซาเล็ม ท่ามกลางการสู้รบของทั้งฝ่ายคริสเตียนและมุสลิม สงครามอันยาวนานนี้มีชื่อว่า สงครามครูเสด

.... หนังเริ่มต้นได้ดีในช่วงเปิดเรื่อง ที่วางเรื่องราวการสูญเสียและการต้องการไถ่บาป จนพระเอกตัดสินใจทิ้งบ้านตัวเองไปร่วมเดินทางกับบิดา หลังจากนั้น ในครึ่งแรกหนังก็เดินเรื่องได้เนือย ระโหยโรยแรง จนแทบจะกลายเป็นหนังสารคดีชีวประวัติ Balian และเต็มไปด้วยความบังเอิญที่ดูไร้ชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง (ความเก่งอย่างไร้ที่มา / เรือล่มแต่คนรอดคือพระเอก 1 คนกับม้า 1 ตัวพอดิบพอดี / คนที่เจอพระเอกกลายเป็นคนสำคัญ ฯลฯ) ก่อนที่หนังจะเดินหน้าต่อไปอย่างตรงไปตรงมาและเริ่มเข้มข้นขึ้นในครึ่งเรื่องหลัง

เนื้อหา.....ดูได้ไม่ยากต่อการเข้าใจ หนังใส่ปมความขัดแย้ง (Conflict) ระหว่างตัวบุคคล และ ในตัวบุคคลน้อยมากจนแทบจะไม่มีเลย นั่นทำให้ผมไม่สามารถรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับตัวละคร การดำเนินเรื่องเดินไปข้างหน้าเหมือนลูกศรชี้ทางเดียวจนจบเส้นทาง ข้อดีคือทำให้คนดูไม่ต้องว่อกแว่กกับประเด็นอื่น แต่ข้อเสียคือทำให้หนังขาดความลึกอย่างมากยิ่งหากนำไปเปรียบเทียบกับ Gladiator ของผู้กำกับคนเดียวกัน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ชอบเลยแต่เรื่องนั้นใส่ความขัดแย้งลงไปในความสัมพันธ์และตัวบุคคลมาก แม้แต่ตัวผู้ร้ายในเรื่อง Gladiator เราก็เข้าใจว่าเพราะความอยากครอบครองคนที่เขารัก ความลำเอียงและ รู้สึกไม่เป็นที่รักของพ่อ มันจุดชนวนก่อขึ้นเป็นแรงจูงใจต่อการกระทำ และทำให้คนดูมีอารมณ์ร่วมในเชิงขัดแย้งคือทั้งเห็นใจและไม่ชอบตัวละครนี้ไปพร้อมๆกัน แต่ในเรื่องนี้ตัวผู้ร้าย(กี)มีเพียงด้านเดียว เป็นเพียงอาชญากรโลกบ้าสงครามอยากรบเหมือนผู้นำประเทศมหาอำนาจเท่านั้นเอง

....เนื้อหาของหนังในการเล่าเรื่องสงคราม เป็นส่วนที่หนังทำได้ดี หนังไม่ชี้ดีชั่วของทั้งสองฝั่งไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือคริสเตียน ทั้งสองฝ่ายไม่มีฝ่ายไหนที่ชั่วร้ายแต่เป็นคนในแต่ละฝ่ายต่างหากที่มีความชั่วร้ายยึดครองอยู่

หนังสื่อถึงการต่อต้านสงครามอยู่ในตัว เห็นได้ชัดจากในตอนท้าย บทสรุปของหนังต่างจากหนังสงครามทั่วไปที่นิยมเชิดชูชัยชนะในการรบของพระเอก ชัยชนะไม่ได้หมายถึงการยึดครองเมือง แต่หมายถึงคุณธรรมที่ยึดมั่นและการปกป้องคนของตัวเองไว้ได้

ตัวละคร.... หนังเต็มไปด้วยตัวละครที่ราบเรียบ เข้ามาเพียงเพื่อเสริมเรื่องราวเป็นช่วงๆ โดยตัวละครที่เด่นและหนังให้ความสำคัญที่สุดก็ยังเต็มไปด้วยรูโหว่ นั่นคือตัว Balian จากชายหนุ่มที่ต้องระทมทุกข์เพราะการจากไปของภรรยา โกรธแค้นจนฆ่าคนตายพร้อมกับเป้าหมายการไถ่บาป เมื่อเรื่องดำเนินไปจนถึงจบชายหนุ่มคนนี้กลับกลายเป็นว่า จากเคยเศร้าเพราะเมียเก่าตายแต่พอได้เมียใหม่มาก็ลืมเรื่องเก่าเสียสิ้น นอกจากนี้ชายหนุ่มคนเดียวกันนี้ที่เป็นช่างตีเหล็กหนังไม่ได้ให้ฉากหลังเรื่องราวอะไรของเขาเลยว่าเขามีดีอะไรในตัว (ขนาดตีเหล็กเก่งหรือเปล่าก็ไม่รู้?) แต่สุดท้ายชายคนนี้กลับได้มาเป็นผู้นำ, วางแผนยุทธศาสตร์, ออกรบแล้วชนะ เขาทำได้อย่างไร ? เมื่อ Orlando Bloom มารับบทที่ไร้ตัวตนที่ชัดเจนแบบนี้ ยิ่งทำให้เป็นตัวพระเอกที่ยากต่อการผูกพันของคนดู ตรงข้ามกับกษัตริย์ที่รับบทโดย Edward Norton ไม่ต้องเห็นหน้าไม่ต้องจ้องตา แต่ทุกครั้งที่ออกมาบุคลิกท่าทางการแสดงของเขา ทำให้คนดูต้องติดตา ดูน่าค้นหา ในความคิดและจิตใจมากกว่าหน้าตาที่ถูกปิดบัง

Kingdom of Heaven ......ไม่ได้หมายถึงสถานที่เป็น แผ่นดิน เท่านั้น แต่ยังหมายถึง ดินแดนที่อยู่ในใจของคนนั่นเอง แผ่นดินที่เราอยู่สามารถเป็นได้ทั้งสวรรค์และนรก ไม่ได้ขึ้นกับ ตัวพื้นแผ่นดิน แต่ขึ้นกับ ใจคนที่อยู่บนแผ่นดินนั้น หากดินแดนในใจของเจ้าของอาณาจักรที่ไม่ได้หมายความแค่กษัตริย์แต่รวมไปถึงคนทั่วๆไป เปี่ยมไปด้วยความโลภ ความรุนแรง ความทะเยอทะยานอย่างไร้ขอบเขต ความไร้ศีลธรรรม ฯลฯ มันก็คงลุกไหม้ไปด้วยไฟแห่งกิเลสและกลายเป็นนรกอย่างเยรูซาเล็มในช่วงท้าย แต่หากดินแดนในใจของเจ้าของอาณาจักร มีคุณธรรมยึดมั่นในคุณงามความดีและสันติภาพ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวผู้นำขอเพียงมีใครสักคนหนึ่งดังเช่น Balian ถึงแม้จะต้องสูญเสียไปมากมายจากความชั่วร้ายในใจของผู้นำแต่ก็ยังคงที่จะมีผู้สร้างดินแดนสวรรค์กลับมาได้อยู่เสมอ

สังคมทุกวันนี้ที่แวดล้อมไปด้วยความชั่วร้ายหรือกิเลสมากมาย คนมักจะคิดกันเหมือนที่บาทหลวงในเรื่องคิดว่า เราจะเปลี่ยนแปลงสังคมอะไรได้ ยอมทำผิดนิดๆหน่อยๆคงไม่เป็นไร ถ้าเราคิดเช่นนั้นแล้วปล่อยให้กิเลสเข้ามาในอาณาจักรแห่งจิตใจ เชื่อได้ว่าไม่นานคุณธรรมที่เรายึดมั่นก็จะค่อยๆอ่อนแรงลง และ สวรรค์ในใจก็คงกลายเป็นนรกที่ร้อนรุ่มโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ชอบ

1.ฉากรบและฉากต่อสู้...เป็นส่วนที่ดีและพัฒนามาตลอดในหนังของ Ridley Scott ไม่ว่าจะเป็น Gladiator หรือ Black Hawk Down การกำกับภาพทำได้สมจริงและภาพในมุมกว้างก็ทำให้ฉากเข้าตีเมืองเยรูซาเล็มดูน่าเชื่อถือ ฉากการต่อสู้ก็ทำได้เหมือนกับเราอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ การส่ายกล้องไปมาหรือการสลับมุมกล้องของหนังทำได้ตื่นเต้นไม่เวียนหัวเหมือนหนังหลายเรื่องที่พยายามส่ายจนคนดูมึน (ล่าสุดมึนไปแล้วใน Alexander)

2. Edward Norton ในบท King Baldwin...แม้จะอยู่ภายใต้หน้ากาก แต่ด้วยบทที่หนังเขียนขึ้นบวกกับพลังของดาราและการแสดงชั้นอ๋อง ไม่ง่ายเลยทั้งบุคลิกท่าทางน้ำเสียง ที่จะทำให้ตัวละครนี้เด่นออกมาทุกครั้งที่อยู่บนจอเหมือนในเรื่อง แต่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม

3.Eva Green....งามเหลือเกิน เรื่องการแสดงไม่รู้ครับเพราะมัวแต่ชื่นชมความงามของเธอเพลิน55 (เพราะความงามของเธอและความใจกล้านี่ละก็คงทำให้คนดูหลายคนตกประเด็นที่หนัง The Dreamers ต้องการสื่อออกมา เพราะมัวแต่ตะลึงกับเธอ)

4.มุมมองที่มีต่อทั้งสองฝ่าย และ ความหมายของ Kingdom of Heaven....การตัดสินใจของพระเอกในการปฏิเสธกษัตริย์ , คุณธรรมและความดีงามในใจของตัวละครต่างๆไม่ว่าจะเป็น Godfrey ที่รักและยอมรับกษัตริย์ที่ป่วยตั้งแต่เด็ก , คุณธรรมที่ทั้งเขา , Tiberias และกษัตริย์ Baldwin ยึดถือฯลฯ ทั้งหมดนี้ขยายความหมายของอาณาจักรแห่งสวรรค์ได้มากขึ้น ช่วยให้คนดูเชื่อมั่นในการยึดมั่นคุณธรรมในใจมากขึ้นด้วย

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ตัวละครที่ไร้มิติ,มีช่องโหว่กับเรื่องราวที่แบนราบ.... ไล่ไปได้ตั้งแต่บท Balian ที่สำคัญสุดเพราะเป็นผู้นำเรื่อง แต่หนังกลับกำหนดตัวตนไม่ชัดเจน , แกว่งไปมาร่วมกับพัฒนาการที่ไร้ความน่าเชื่อถือดังที่กล่าวไปแล้วในตอนต้น หรือจะเป็นบทกีที่เป็นตัวละครบ้าสงครามด้านเดียว ,บทTiberias ที่ไม่มีอะไรนอกจากอยู่ข้างพระเอก

ความขัดแย้งของตัวละครแต่ละฝ่ายก็ตื้นเขิน แค่ความคิดที่ไม่ตรงกันไม่ชอบขี้หน้ากันเท่านั้น มาเจอบทที่เล่าเรื่องอย่างเรื่อยๆตรงไปตรงมา ไม่ใช่สิ่งที่แย่แต่รวมๆกันแล้วมันทำให้หนังเรื่องนี้แค่ดูสนุกดูก็ได้ไม่ดูก็ไม่น่าเสียดาย ไม่มีอะไรที่ทำให้กลายเป็นงานที่น่าจดจำ

2.การใช้ตัวละครที่ไม่คุ้มค่า...ผมรู้สึกว่าJeremy Irons ในบท Tiberias เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่เขาเล่นได้เด่นเมื่อเปิดฉาก แต่เมื่อหนังค่อยๆเดินเรื่องต่อไปบทของเขากลับดูธรรมดาและหายไปอย่างห้วนๆอย่างน่าเสียดาย รวมทั้งตัวประกอบอื่นๆด้วยที่หนังลดทอนบทบาทไปมากแค่เข้ามาเพื่อเสริมบทพระเอกและมุ่งเน้นไปที่ตั Balian เสียเยอะ

3.Orlando Bloom…ไม่รู้แฟนๆของเขาจะว่าผมหรือไม่ถ้าผมอยากจะบอกว่าเขาเป็นดาราที่หน้าตาดี เล่นหนังดี แต่ไม่มีพลังดาราไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำเดี่ยวในหนัง เขาเหมาะที่จะเป็นพระรองอย่างใน The Lord of the Rings , Troy หรือ Pirates of the Caribbean ยิ่งมาเจอกับบทในเรื่องนี้ที่กำหนดตัวตนไม่ชัด ภาพตัวละครแกว่งไปมา ยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่เอาใจช่วยไม่ผูกพัน และรู้สึกเป็นตัวละครที่ดู(บุคลิกหน้าตาทรงผม)ดีอย่างแปลกตาหลุดออกมามากสุดบนจอ นอกจากนี้ผมยังรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีแววตาซุกซ่อนขี้เล่นอยู่ในตัวอยู่แล้ว สีหน้าระทมทุกข์ที่เขาแสดงออกมามันจึงไม่ทำให้รู้สึกร่วมไปด้วยได้ และไม่แปลกใจที่ตอนจบได้เมียใหม่ก็ลืมเรื่องเก่าไปได้อย่างง่ายดาย

สรุป.... ดูแล้วก็รู้สึกว่ามันเรื่อยๆดี ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่โดดเด่นให้น่าจดจำ จะดูในโรงก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ดูก็ไม่น่าเสียดายแต่อย่างไร กับการดูที่โรงสยามรอบ 19.15น.วันนี้ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายตังค์ (เอ๊ะ ดูฟรีนี่ลืมไปเพราะครบ10ที่ใช้สิทธิดูฟรี1ใบ)จะมีหงุดหงิดก็ตรงพนักงานขายตั๋วคนสวยคนเดิมที่ผมเจอหลายครั้ง (รวมทั้งวันนี้ด้วย) แล้วว่าเวลาซักไซ้ถามรายละเอียดนิดหน่อยเธอจะชักสีหน้าและแววตาแบบรำคาญใส่ทุกที บางครั้งก็ทำเงียบไม่ตอบให้ถามซ้ำ กับภาพบนจอของโรงสยามที่ผมว่ามันมืดและมัวมากกว่าโรงที่เหลือในเครือ APEX (อันนี้ยอมรับได้เพราะเราเลือกเองแต่อันแรกนี่ชวนให้หงุดหงิดใจไม่น้อยในฐานะผู้ใช้บริการ)

ปล1.รักพลิกล็อก ของ อาดาจิ มิซึรุ ออกรวมเล่ม1ปกแข็งมาแล้วนะคร้าบ(เห็นแล้วก็ดีใจแต่ก็สังหรณ์ใจว่าTouchเล่ม2อาจจะค่อยๆหายไปตามสไตล์วิบูลย์กิจ เรียกว่าออกมาให้อยากแล้วจากไป) อยากให้ทำมิยูกิออกมาเหลือเกิน

ปล2......กี่ปีที่รอคอยแต่ครั้งนี้เข้ารอบชิงแล้ววววววววว(โอ้ คืนก่อนทำผมหัวใจจะวายยิ่ง 6 นาทีสุดท้ายนี่ผมลุ้นมากกว่าลุ้นสงครามในเรื่องนี้หลายร้อยเท่า) ร่วมด้วยช่วยเชียร์กันต่อไปนะครับแล้วเจอกันที่อิสตันบูลทางช่อง3)

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ดูกรุณากดข้ามความเห็นที่7ไปก่อนเนื่องจากมีSpoilตอนจบ



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 06 พฤษภาคม 2548
Last Update : 23 ตุลาคม 2548 13:32:57 น.
Counter : 3933 Pageviews.

17 comments
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
  
อ่านเสร็จแล้วก็ รู้สึกเสียได้มากๆนะเนี่ยที่ไม่ได้ดูพี่ Bloom ได้รับบทเด่นที่ไม่รู้ว่าทำได้เด่นเหมือนบทที่ได้รับอย่างที่คุณว่า เองกะตา ทั้งๆที่ไปถึงโรงหนังแล้วแท้ๆ
แต่ว่าหิวข้าวมากๆๆ เลยคิดอะไรไม่ออกก็เลยชวนเพื่อนไปกินข้าวกันก่อนเลยไม่ได้จองตั๋วหนัง มาอีกที่ก็เต็มไปยันรอบ 5 โมงแล้ว สุดท้ายก็ได้ดูหนังที่ใกล้จะลาโรงอย่าง The Interpreter แทนก็โอเคในระดับนึง ส่วนความน่าเบื่อในฃ่วงแรกๆ พอให้อภัยได้เพราะ Nicole น่ารัก มาก ม๊าก เลย ดูดีถึงแม้จะไม่ได้แต่งอะไรมากมาย
โดย: whitesakura (whitesakura ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:9:00:07 น.
  
แวะมาแอบอ่านง่ะ..กลับเมืองไทยเมื่อไหร่คงได้ดู (ถึงแม้จะเป็นหนังแผ่นก็เหอะ)..
โดย: ชบาข้างรั้ว วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:9:07:56 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะแต่ส่วนตัวชอบออลลี่อยู่แล้ว เหอเหอ
แต่หนังประเภทนี้ไม่ชอบเลยคล้ายๆเรื่อยงทรอยอะ
มันจะรบอะไรกันนักกันหนาดูจิเลือดนองพี้นไปหมดแล้ว
คนก็โดนฟัน สารพัดของการตายจากสงครามที่โหดร้าย
ทำมัยออลลี่ของเราต้องมาเล่นหนังแบบนี้ด้วยนะ
โดย: แวะมาอ่านค่ะ IP: 61.90.90.135 วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:16:51:49 น.
  
เอ็ดเวิร์ดสวมหน้ากากเหรอ

ไม่เคยพลาดหนังเอ็ดเลย ยังไงก็คงจะไปดูแหละค่ะ

บทมากบทน้อยไม่เกี่ยงอยู่แล้ว

โดย: keyzer วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:20:55:35 น.
  
ตกลงเป็นเอ็ดเวิร์ด นอร์ตันเหรอครับ... ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่

กะเข้าไปเสพอลังการอย่างเดดียวเลยครับ หนังเรื่องนี้...
โดย: nanoguy วันที่: 6 พฤษภาคม 2548 เวลา:22:25:37 น.
  
อยากดูเรื่องนี้ครับ เพราะสะดุดกับนางเอกมากๆ
เธอมีเสน่ห์บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่น่าดึงดูดมากครับ
ส่วนตัวหนัง ผมเฉยๆ อ่ะ ถ้ามีโอกาสคงแวะไปดูครับ
โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 7 พฤษภาคม 2548 เวลา:1:23:45 น.
  
เห็นด้วยครับ กับคนเขียน
ตอนผมดูไปครึ่งเรื่องผมก็คิดว่าไม่เป็นไรที่หนังเป็น drama เเต่เราชอบฉากสงครามอยู่เเล้วซึ่งก็เชื่อว่าช่วงหลังๆมันน่าจะมีเยอะ มันก้อมีเยอะจริงๆนะ เเต่ไม่สามารถทำให้ผมรู้สึกประทับใจได้เลยอะ ตัวฉากสงครามนี่ก็ตัดไปตัดมา เวียนหัวอะ ผมชอบอะไรที่เห็นจะๆ ฟันกันสมจริงมากกว่าไม่ใช่ สับมุมกล้องไปมา น่ารำคาญโครดเเล้วก็ ตอนดูไปครึ่งเรื่องนี่ก็ใกล้ไปเเล้วนะผมเนี่ย เเต่ก็คิดในเเง่ดีอีกว่า"ไม่เป็นไร ถ้าเทียบกับ gladierter มันคงเเย่กว่า เเต่ยังไงเราคงไม่เสียตังกับหนังเรื่องนี้หรอก ริดลี่ สก็อต คงไม่ทำเราผิดหวังหรอกน่า" เเต่พอดูจบนี่สิ
คำเดียวที่พูดได้คืด ผิดหวังครับ ผิดหวังมากๆ ผิดหวังโครด ทำไมริดลี่ ถึงทำกันได้ หนังสุดจะเบื่อจับใจ ผมว่าเอาตังไปดู xxx2 รอบ 2 จะคุ้มกว่าอีก หนังไม่มีอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกอิน หรือประทับใจได้เลย การรบที่ป๋องเเป๋ง(ยกเว้นฉากรบที่กำเเพงนะ) กล้องสับไปสับมาดูเหมือนเตี๊ยมกันสิ้นดี ฉากตระกาลตาจรืงเเต่พอรบกันกลับถ่ายเเต่หน้าพระเอกมั้งถ้าจำไม่ผิด เเล้วก็ที่สำคัญคือเนื้อเรื่องที่น่าเบื่อสุดๆพอๆกับ ท่านอเล็คซานเดอร์ สุดท้ายนี่ก็ตัวพระเอกที่ทำให้หนังที่เเย่อยู่เเล้วกลายเป็นธุลีในทันที บทที่จะใหซึ้งกลับทำให้น่าเบื่อ บทที่จะต้องปลุกระดมพระเอกคนนี้ก็เหมือนจะยังทำได้ไม่ดี เลยน่าเบื่อๆๆๆๆๆๆๆเป็นที่สุด น่าเบื่อมากๆ อยากเอาตังกลับคืนจังเเฮะ

ปล. ผมเชียร์อิสลามนะ เพราะซาลาดินเท่ห์โครดๆกับ k เยรูคนเก่าเเล้วก็ผู้ช่วยสนิทของเขา ผมอยากให้เป็นพระเอกท่าน ออเเลนโด้จังเลยเเฮะ เล่นไม่ได้เรื่องเลย
เเต่ลืมบอกไปหนังเเย่ๆก็มีดีตอนจบนี่เเหละ อิสลามชนะ ดีใจจัง นึกว่าฝ่ายคริสต์จะชนะอีกซะเเล้ว
โดย: ling IP: 168.120.12.191 วันที่: 7 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:59:39 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน สนุกดีนะคะ ฉากสงครามสวยดี อึมว่าแต่ว่า ใครก็ได้ที่มีความรู้เรื่องสงครามครูเซด (ประวัติแบบย่อ ๆ ก็ได้) ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยซิ ว่าจริง ๆ แล้ว เป็นไง
ขอบคุณล่วงหน้าจ้า
โดย: จันทร์จ้า IP: 202.176.184.102 วันที่: 7 พฤษภาคม 2548 เวลา:19:03:19 น.
  
คห.7 สปอยทำไมคับ...
โดย: nanoguy วันที่: 8 พฤษภาคม 2548 เวลา:11:40:52 น.
  
ling...ขออภัยนะครับที่ผมต้องปักป้ายเตือนให้ข้ามความเห็นคุณไปในกรณีคนที่ยังไม่ได้ดูเพราะมันมีการเปิดเผยจุดสำคัญตอนจบ(ปกติหากมีเนื้อความที่เปิดเผยจุดหักมุมหรือจุดสำคัญของหนัง ก่อนเขียนจะมีการปักคำว่า Spoil ไว้ก่อนครับ เผื่อคนที่ยังไม่ได้ดูจะได้รู้ตัวก่อน)

nanoguy ...ขอบคุณครับที่เข้ามาทักท้วงไว้ กำลังคิดหาวิธีการการปักป้ายSpoilอยู่ แต่ที่คุณlingเขียนไว้ก็ยังไม่ถึงขั้นเสียอรรถรสหากยังไม่ได้ดูครับ เพราะประเด็นมันมีอยู่มากกว่านั้น

จันทร์จ้า...ยินดีต้อนรับครับ เดี๋ยวผมปะลิงค์เรื่องสงครามครูเสดจากพันทิพไว้ตามไปอ่านได้เลยครับ
//www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y3440378/Y3440378.html
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 8 พฤษภาคม 2548 เวลา:13:17:47 น.
  
อุ๋ยๆ เดี๋ยววันนี้ไปดูคะ
เดี๋ยวมาคุยกันว่าชอบหรือเปล่า
โดย: MeeMeaw IP: 203.151.140.112 วันที่: 8 พฤษภาคม 2548 เวลา:16:29:55 น.
  
เหอๆ อ่าน blog เรื่องนี้แล้วได้อารมณ์ดีนะ
โดย: หลังจอ IP: 202.183.134.12 วันที่: 9 พฤษภาคม 2548 เวลา:0:36:50 น.
  
Edward Norton เหรอ เพิ่งรู้แฮะ..ลืมดูcredit

เห็นด้วยว่าเป็นหนังที่...ไม่ได้ดูก็ไม่เสียดายซักเท่าไหร่ เฉยๆอ่ะ
โดย: ซินเด๋อเหลอหลา วันที่: 9 พฤษภาคม 2548 เวลา:14:54:21 น.
  
ขอบคุณ คุณผมอยู่ข้างหลังคุณนะ 5
ต้อง save กลับไปอ่าน เพราะว่ายาวมาก
โดย: จันทร์จ้า IP: 202.176.184.232 วันที่: 9 พฤษภาคม 2548 เวลา:16:44:54 น.
  
เพิ่งดูมาครับ... ก็ดูได้เรื่อยๆ สนุกสนานดี หนังยืดไปหน่อย

เอ็ดเวิร์ด นอร์ตันเล่นดีจริงๆครับ ดูแล้วตะลึงสุดๆ

ชอบฉากรบตอนสุดท้ายมากๆครับ เถื่อน ดิบ โหด สมจริงดี...
โดย: nanoguy วันที่: 9 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:21:36 น.
  
ตอนแรกกะว่าจะไปดูเรื่องนี้ค่ะ
แต่แล้วเปลี่ยนไปดูหนัง action แทน Hostage
โดย: mda IP: 203.159.12.15 วันที่: 10 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:06:28 น.
  
ดูมาแล้วเหมือนกัน หนังไร้มิติมากๆอ่ะ มะรู้จิ คือแบบไม่รู้จาเอาใจช่วยใครดี ไม่รู้สึกผูกพันธ์กะใครในเรื่องเลย แต่ชอบตัวกษัตริย์นะ (ของเยรูซาเล็มน่ะ) เอาใจช่วยอยู่คนเดียว หุๆ

เห็นด้วยว่าตัวโกงไร้มิติมากๆเลยอ่ะ คือทำไปทำไม ไม่มีเหตุผลเลย ดูแล้วก็งงๆ เหมือนจาโง่บวกบ้าแค่นั้นเหรอ เหอๆ

ชอบน้องสาวกษัตริย์อีกคน สวยยยยยย มั่กๆ หุๆ เซ็กซี่ดีอ่าค่ะ
โดย: no comment IP: 61.90.100.196 วันที่: 15 พฤษภาคม 2548 เวลา:14:34:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด