บุปผาราตรี เฟส 2 , เมื่อบุปผาเริ่มร่วงโรย


….. ผมชอบหนังของคุณยุทธเลิศ ตั้งแต่มือปืนโลก/พระ/จัน ,บุปผาราตรี,สายล่อฟ้า เรื่องที่ผมไม่ชอบคือกุมภาพันธ์ สาเหตุที่ผมชอบเพราะหนังของยุทธเลิศดูสนุกและทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับหนังได้สำหรับผมแต่กุมภาพันธ์ผมดูไม่สนุกไม่ซาบซึ้งเอาเสียเลย หนังของเขาคงเป็นเหมือนกับลายเซ็นต์ของตัวเขาเองคือไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหนังของใคร ด้วยลักษณะของบทที่หวือหวา บทสนทนาแบบถึงอกถึงใจ คำหยาบที่ไม่ต้องกรอง การแอบกัดเสียดสี และการกำกับนักแสดงที่ทำให้นักแสดงบนจอของยุทธเลิศทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ (จะมีใครที่กำกับเท่ง/หม่ำ/เทพ/ถั่วแระให้แสดงได้ไม่มากไม่น้อยเกินไปได้เท่าในหนังเรื่องมือปืนโลกพระจันอีก หรือทำให้โหน่งและเมย์โดดเด่นเป็นอย่างยิ่งในสายล่อฟ้า) จุดเด่นอีกข้อที่เป็นลายเซ็นต์ของหนังยุทธเลิศคือ “ความสนุกชนิดเอาคนดูที่อยู่ในทางของตัวเองอยู่หมัด” นั่นคือถ้าคุณเป็นกลุ่มคนดูที่เข้าทางรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังและไม่ลังเลจะดูเรื่องถัดๆไปของเขาซึ่งมั่นใจว่าสนุกแน่แต่จะมากหรือน้อยก็ต้องดูกันไป ในด้านตรงข้ามมันก็เป็นข้อเสียคือถ้าความสนุกนี้ไม่เข้าทางคุณดูอีกกี่เรื่องของเขาก็มีโอกาสจะไม่สนุกเช่นกัน

บุปผาราตรี...... เป็นหนังผีไทยที่ผมชอบมากๆการผสมผสานระหว่างความน่ากลัวและความฮาทำออกมาได้เจ๋งทั้งสองทางกลายเป็นหนังที่คนดูจะหัวเราะพร้อมความกลัว คือจังหวะผีหลอกทำออกมาได้มีประสิทธิภาพ คนดูสามารถที่จะตกใจเอามือปิดตาในขณะที่นาทีถัดมานั่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่เพียงแต่จะเอากลัวกับเอาฮา การวางรายละเอียดของบทที่ล่อหลอกคนดูตั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงหักมุมตอนจบก็ทำได้ดีและมีการใส่พื้นหลังตัวละครของตัวบุปผาได้อย่างน่าสนใจ ทำให้เป็นหนังผีที่มีความเป็นหนังดีและดูสนุกได้พร้อมกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้บุปผาราตรี2เป็นหนังที่ผมรอคอยอยากดูมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้

บุปผาราตรีเฟส 2 .....เปิดฉากได้น่าสนใจมากๆไม่แพ้บุปผา1 ที่พูดถึงตลกตกอับ4คนที่ตัดสินใจปล้นธนาคารแล้วเอาเงินไปแบ่งกันที่ออสการ์อพาร์ตเมนต์ เพื่อที่จะได้พบกับ สาวตาบอดที่คิดอยากตาย/ตำรวจ/เจ๊สี่/หมอผี/ผีบุปผาพร้อมคู่รักและหน้าเก่าๆจากภาคแรก จากที่เริ่มต้นเป็นภาพขาวดำและการให้เห็นภาพตัวละครทั้ง4ที่อับจนหมดหนทางแต่เหมือนหนังใช้ประโยชน์จากทั้ง4คนเพียงเท่านั้น เหมือนกับเนื้อเรื่องหลักมีเพียง2ส่วนที่ปะอยู่คือเรื่องของ4ตลกตกอับกับเรื่องของสาวตาบอดและเรื่องหลักๆนี้ก็ไม่ใช่เนื้อหาหลักที่หนังใช้ดำเนินเรื่องด้วยซ้ำเป็นเหมือนส่วนที่ใส่เข้ามาประกอบหนังเฉยๆ เพราะหนังเดินเรื่องด้วยการเดินหน้าไปให้ผีหลอก หลอก และหลอกจนจบเรื่อง ถามว่าเนื้อเรื่องจำเป็นมั้ยก็คงไม่จำเป็นมากถ้าหนังเรื่องนั้นสนุกเต็มที่ตลอดเวลาคนดูก็คงไม่สนว่าเนื้อเรื่องจะมีรายละเอียดมีซับพล้อตมีความลึกอะไร แต่กับบุปผา2หนังสนุกจริงแต่ความสนุกของหนังไม่เพียงพอที่พยุงให้หนังเดินหน้าจนจบด้วยความสนุกอย่างต่อเนื่องเพราะเมื่อหนังไม่มีเนื้อเรื่องหลักที่คอยขับเคลื่อนตัวหนังให้เดินหน้า

สิ่งที่ชอบ

1.ความสนุกและการเปิดเรื่อง...หนังของยุทธเลิศดีหรือไม่ดีไม่รู้แต่ที่ผมรู้คือเป็นหนังที่ดูสนุกและแม่นยำในการจับอารมณ์คนดูด้วยภาษาภาพยนตร์ เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คนดูที่ชอบแนวของเขาก็จะต้องสนุกตามในสไตล์ของเขา ทั้งมุขตลกหรือสไตล์ที่เฉพาะตัวที่โดดเด่นอย่างภาคแรกผมชอบที่มีการปูความเป็นดราม่าในตอนแรกก่อนจะหักอารมณ์คนดูต่อมา หรือในภาคนี้การเปิดตัวของ4นักแสดงตลกก็ทำได้อย่างน่าสนใจ

2.เด่น/เด๋อ/ดู๋/ดี๋....ที่ผมชอบไม่ใช่มุขตลกแต่เป็นการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งบนจอภาพยนตร์ ที่ดูแล้วก็เพลิดเพลินบันเทิงได้ไม่ว่ามุขนั้นจะแป้กหรือไม่ก็ตาม ได้เห็นความเก๋าของนักแสดงทั้งสี่ที่รับส่งกันเป็นทีมที่ดี คอยพยุงบางฉากที่มุขในหนังไม่ได้ผลแต่ทีมนี้กลับทำให้ฉากนั้นดีขึ้นมาได้

3.การกำกับนักแสดง.......ผมคิดว่ายุทธเลิศเป็นผู้กำกับที่สามารถดึงศักยภาพนักแสดงของตัวเองออกมาบนจอได้ดี โดยที่นักแสดงคนนั้นไม่จำเป็นต้องเล่นหนังได้ดีแต่เขารู้ว่าใครมีอะไรเด่นแล้วดึงจุดเด่นนั้นออกมาได้ อย่างในเรื่องนี้ก็เช่นกันคือการคืนจอของนักแสดงตลกทั้ง4คนที่นอกจากฝีมือของทั้งสี่แล้ว ผู้กำกับก็เป็นคนที่มีส่วนสำคัญที่ดึงคนที่ไม่แสดงภาพยนตร์มานานทั้งสี่ต้องกลับมารับส่งบทกันอีกครั้ง คุณสมเล็กในหนังของยุทธเลิศเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้และเรื่องที่ผ่านมา ถ้าคุณสมเล็กอยู่ในหนังของคุณยุทธเลิศคนดูหัวเราะได้อย่างสะใจแต่เมื่อคุณสมเล็กไปอยู่ในมือของผู้กำกับคนอื่นทั้งที่บทพูดคาแรกเตอร์ก็ไม่ต่างกันแต่ประสิทธิภาพการให้ความสนุกกลับได้ไม่เท่ากัน

4.การดูหนังของคุณยุทธเลิศในโรง.....อย่างที่บอกไว้ว่าหนังของเขาแม่นยำในการจับอารมณ์คนดูและทำให้คนดูสนุกทั้งนั้นถ้าเข้าทางจะมากน้อยก็แล้วแต่คน ดังนั้นถ้าเอาหนังของยุทธเลิศมาเปิดดูที่บ้านคนเดียวคุณอาจรู้สึกกร่อยๆไม่ตลกไม่สนุกเท่าดูในโรง เพราะเวลาดูในโรงหนังของเขาที่จับคนดูได้เป็นวงกว้างด้วยภาษาและอารมณ์ที่เข้าถึงได้ง่ายทำให้อารมณ์มันเกิดร่วมกันขณะดูหนังนั่นคืออย่างวันนี้ที่โรง SF MBK รอบ17.30น.บางฉากมันไม่ได้ตลกมากมายแต่มีคนหัวเราะหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะขำตามไปด้วย ฉากที่น่ากลัวคนในโรงก็จะกลัวร่วมกัน หนังของยุทธเลิศจึงเหมาะอย่างยิ่งกับการดูพร้อมเพื่อนๆหรือดูในโรงที่คนเยอะๆและไม่เหมาะกับการดูคนเดียว

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ไม่สนุกเท่าเดิม ไม่ตลกเท่าเดิม ไม่น่ากลัวเท่าเดิม..... ไม่ว่าใครก็ใครที่ดูภาคแรกก็คงต้องอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบและคาดหวัง ผมเองก็เช่นกันและสรุปได้สั้นๆตามหัวข้อนี้ นั่นคือผมรู้สึกว่าภาคนี้สนุก แต่ไม่มีอะไรที่สู้ภาคแรกได้เลย

2.พล็อตและโครงเรื่องที่ไม่แข็งแรง.... บางช่วงบางตอนตัวละครก็หายไปเฉยๆ พล็อตที่ดูเหมือนน่าจะใส่ความน่าสนใจมีอะไรมากกว่านั้นก็ไม่มีอะไรเช่นเรื่องของตลกทั้ง4หรือเรื่องของสาวตาบอด เป็นแค่เรื่องของการตามหาเงินไปเจอผี ผมไม่ได้คิดว่าหนังแบบนี้ต้องมีเนื้อหาสาระ คือจะมีแต่มุขก็ได้แต่มุขนั้นต้องแข็งแรงและมากพอที่จะพยุงหนังจนจบ ดูได้อย่างภาคแรกนั่นคือหนังที่มีพล็อตและโครงเรื่องที่แข็งแรงดังนั้นถึงจะมีมุขแป้กแต่หนังก็ยังสนุกและชวนติดตามไปจนจบว่าเกิดอะไรขึ้นและจะเกิดอะไรต่อ แต่ภาคนี้มีแต่มุขที่ใช้เดินเรื่อง ถ้าคุณเป็นคนดูที่ตลกในระดับได้ใจคุณภาคนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าตำหนิ แต่ถ้าคุณไม่ตลกหรือไม่สนุกภาคนี้ก็จะมีจุดบอดหรือความน่าเบื่อเป็นช่วงๆหัวเราะเป็นช่วงๆ

สรุป....ยังคงเป็นหนังที่คงเอกลักษณ์ของคุณยุทธเลิศได้อย่างครบถ้วน ถามว่าสนุกมั้ยก็ตอบได้ว่าสนุกและรอคอยที่จะดูภาค3เพราะผมเป็นหนึ่งในแฟนที่ชอบทางหนังของเขา เพียงแต่ครั้งนี้ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเปิดทางไว้กับภาค3แต่ความอยากดูของผมไม่เท่ากับตอนอยากดูภาค2นี้เสียแล้ว ถ้าเทียบกับเรื่องเก่าๆสำหรับผมเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมชอบและสนุกน้อยกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาแต่ก็มากกว่ากุมภาพันธ์

ปล..ทุกครั้งที่ผ่านมาผมจำได้ว่าออกไซด์แปงทำหนังตัวอย่างที่เรียกคนดูได้เป็นอย่างดี แต่ทำไม่กับคนเห็นผี10ไม่เพียงแต่คล้ายsixแล้วผมยังรู้สึกว่ามันไม่น่าดูเอาเสียเลย ทำให้อาทิตย์นี้ไม่มีหนังเข้าใหม่ที่น่าสนใจเลย หรือคุณคิดว่ายังไงกันครับ

ปล2...ไปงานสัปดาห์หนังสือกันหรือยังครับ ผมตั้งใจว่าจะไปซัก2วันได้อะไรกลับมาบ้างงวดนี้จะกลับมาคุยอีกที(แต่งวดเก่ายังไม่ได้อ่านอีกเพียบเลยแฮะ แหะๆ) แต่เดี๋ยวได้ดู Tokyo Godfatherคงได้กลับมาคุยกันก่อนอีกที


***เชิญชวนแวะไปอ่านไปคุย กับหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนในหมวดนี้ที่ไม่แสดงรายชื่ออีก50+เรื่องได้ที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 29 มีนาคม 2548
Last Update : 30 มีนาคม 2548 0:07:01 น.
Counter : 1998 Pageviews.

11 comments
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  


ดูบุปผาราตรี มาแล้วเช่นกันค่ะ

เห็นด้วยกับคุณว่า ภาคนี้ไม่สนุกเท่าภาคสอง แต่ก็ชอบหละนะ
เป็นหนังผีที่จังหวะฮาก็ฮา จังหวะหลอนก็หลอนดี



สิ่งที่ไม่ค่อยชอบ ตั้งแต่ภาคแรกมาแล้ว และในภาคนี้ยังมีอยู่มากเหมือนเดิม คือ เสียงประกอบรกๆ แบบหนังผี ตุ้งแช่!!!


ไอ้ที่ตกใจน่ะ ตกใจเสียงซะมากกว่า นะคะ
โดย: มัชฌิมา วันที่: 29 มีนาคม 2548 เวลา:22:25:11 น.
  
ยังไม่ได้ไปดูเลยค่ะ บุปผา แต่อ่านกระทู้คนบอกว่าเฉยๆเยอะอ่ะ
โดย: คนขี้เหงาคนหนึ่ง วันที่: 29 มีนาคม 2548 เวลา:22:46:36 น.
  
เพิ่งไปดูมาเมื่อกี๊ แฟนบอกว่าสนุกกว่าภาคแรก แต่เราว่าภาคแรกสนุกกว่า แต่ก็สนุกดีนะคะ
โดย: ถั่วแดงเย็น วันที่: 29 มีนาคม 2548 เวลา:23:14:02 น.
  
ยังไม่ได้ไปดู...แต่กะลังสับสนค่ะ อ่านในเหลิมไทย รู้สึกมีความขัดแย้งกันพอควรเรยย...ดีมั่ง ไม่ดีมั่ง สงสัยคงรอซื้อแผ่นมาดูดีกว่าม้าง
โดย: เปิ้ล (Mu_in_love ) วันที่: 30 มีนาคม 2548 เวลา:0:17:20 น.
  
ยังไม่ได้ดูทั้งสองภาคเลยครับ
โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 30 มีนาคม 2548 เวลา:9:10:02 น.
  
ไม่ชอบหนังยุทธเลิศเป็นการส่วนตัวครับ
กุมภาพันธ์ก็เป็นหนังที่ดูแล้วอึดอัดจนอยากลุกออกจากโรง
บุปผาก็หนังบ้าอะไรไม่รู้ เที่ยวกัดคนอื่นไปทั่ว
ภาคสองออกมาเลยไม่คิดจะดูครับ
โดย: it ซียู วันที่: 31 มีนาคม 2548 เวลา:0:37:44 น.
  
(spoil ครับ)
หวัดดีครับ.....
ช่วงหลังงานอย่างยุ่งเลยไม่ค่อยมีเวลาไปดูหนังเท่าไร
พึ่งได้ไปดู บุปผา ภาค 2 แล้ว ความเห็นส่วนตัวคือ ไม่ชอบครับ

ส่วนที่ดีที่สุดก็คือ ไปดูน้องเมย์ sexy ทั้งที่ยังใส่เสื้อผ้าเต็มๆ น่ะแหล่ะ

ส่วนที่ไม่ชอบ....

1) หลังผ่านไป 1 ชั่วโมง หนังจะเหมือนวนอยู่ในอ่าง ไม่มีอะไร คืบหน้า และ "น่าเบื่อ" มาก

2) คำหยาบเยอะมากเกินความจำเป็น

3) หนังมัวแต่เล่นมุขหากินกับของเก่าที่เป็นหนังของผู้กำกับของตัวเอง

4) ไม่เข้าใจว่า ทำไมตัวละครต้องพยายามร้องเพลงบ่อยมากๆ ผมว่ามันฝืดมากๆ

5) ท่าทางหนังจะได้งบมากขึ้นมาก เลยมี CG โผล่เป็นระยะๆ แต่ให้ตายเถอะ มันไม่ได้ทำให้หนังดูสนุกขึ้นเลย

6) ผมว่าบทมันอ่อนมาก และตัวบุปผาเองก็บทน้อยมากๆ (หรือว่าค่าตัวพลอยจะเรียกสูงขึ้น) กลับเป็น "เอก" ที่บทค่อนข้างเยอะและทำอารมณ์ได้มากกว่า ว่าจริงๆ ผมว่า "รถเข็นคันนั้น" ยังมีบทมากกว่า บุปผาเสียอีก และ ช่วงหลังๆ ตัวละครชื่อ "ไอ้อ่าง" ก็หายไป โดยมีสามีคุณนายมารับช่วงแทน...

แต่...ถ้ามีภาค 3 ก็คงจะไปดูอีกล่ะครับ ซะงั้น
โดย: xymm วันที่: 11 เมษายน 2548 เวลา:10:08:22 น.
  
xymm .....สวัสดีครับ เห็นด้วยทุกประการเลยครับ CGนี่แทบทุกคนพูดถึงเหมือนกันหมดว่ามันทำให้ลดความขลังลงไปเยอะ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 13 เมษายน 2548 เวลา:21:05:59 น.
  
เพิ่งไปดูมาไม่นานหรอกครับ เลยจะกลับมาคุยด้วยซะหน่อย...

เห็นด้วยกับทุกคนว่าซีจีภาคนี้ห่วยมาก... โดยเฉพาะในฉากบ่อเลือดในโลกกระจก...

แต่ผมชอบฉาก "หากคำว่าร้ากกกก มันร้ายยยย กับเธอออ มากปายยยย" นะครับ ผมว่าไอ้หมอเล่นได้โรคจิตดี แต่ฉากอื่น ไอ้หมอแข็งยังกะตะเคียนตายซาก...

แต่ที่ผมชอบสุดๆของหนังก็คือพี่อังเคิลครับ น่าจะให้พี่เค้ามาเอาดีด้านการแสดงไปซะเลย เพราะพี่แกพลิ้วสุดๆ เล่นได้เนียนมาก...

อีกอย่าง ภาคนี้บุปผาอ้วน... สงสัยพี่โดมจะเลี้ยงดีไปหน่อย
โดย: nanoguy วันที่: 15 เมษายน 2548 เวลา:13:15:22 น.
  
บอกคำเดียวว่า เสียใจ
โดย: มะหวด IP: 203.121.131.34 วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:21:22:01 น.
  
ผิดหวัง อุตสาห์รอ
โดย: 55+ IP: 203.151.140.123 วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:17:36:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด