Death Note , สมุดเล่มนี้ ดี จริงหรือ?


...ในตอนที่ผมอ่าน Death note ภาคแรก ผมรู้สึกว่า การ์ตูนเรื่องนี้เหมาะกับการไปออกโจทย์ข้อสอบวิชา moral dilemma ประมาณว่า น้องชายไม่มีเงินจึงไปขโมยยาในร้านขายยาเพื่อช่วยพี่สาวใกล้ตาย การกระทำเช่นนี้ ผิดหรือไม่ ?

Death note - สมุดที่จดชื่อใครลงไปก็ตายได้ดังใจปรารถนา

...ไลท์ นักศึกษาหนุ่ม ที่บังเอิญเก็บ Death note ได้จาก ยมฑูตชื่อลุคที่ทำตกไว้ เขานำมันมาจดชื่ออาชญากรทั้งหลาย ส่งผลให้อัตราอาชญากรรมลดลงฮวบฮาบ เขาสามารถจัดการกับอาชญากรที่หลุดรอดจากบทลงโทษอันเนื่องมาจากรูโหว่ของกฏหมายเพียงจดชื่อคนๆนั้นลงไป คนๆนั้นก็สามารถตายได้ดั่งประสงค์ เรียกได้ว่า กำหนดได้กระทั่งรูปแบบและเวลาการตาย ขอเพียง รู้ชื่อของเป้าหมายก็พอ



การกระทำของไลท์ น่าสนับสนุนหรือไม่ ?

...ผู้ใหญ่หลายคนอาจรู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อเห็นเด็กๆบอกว่าชื่นชมไลท์ผู้ครอบครอง Death note อย่าเพิ่งด่วนหงุดหงิดไปต่อว่าเด็กๆ เพราะ Death note เป็น fantasy หนึ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ที่คนเราอยากมี ในสังคมที่ความยุติธรรมไม่ได้มีพร้อมสมบูรณ์ สังคมที่ยังมีเหยื่อถูกคนชั่วรังแกอยู่ทุกชั่วโมง

...การมี Death note นัยหนึ่งไม่ต่างอะไรจาก เราอยากมีโดเรมอน หรือ ซูเปอร์แมนข้างกาย เพียงแต่ fantasy ชิ้นนี้ อาจต้องพินิจพิเคราะห์ด้วยความระมัดระวัง

เราอยากมี โดเรมอน เพราะ ทำให้เรามั่นใจว่าเราสามารถที่จะแก้ปัญหา ฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างที่เข้ามาจากของวิเศษในกระเป๋าหน้าท้องโดเรมอน

เราอยากมี ซูเปอร์แมน เพราะ ทำให้เรามั่นใจว่าในภาวะที่วิกฤติหรือมีอันตรายจะมีใครบางคนมาช่วยเหลือเราเสมอ

เช่นเดียวกัน การมี Death note ทำให้เราอุ่นใจว่าจะไม่มีใครทำร้ายเราได้เพราะเราสามารถจะเขียนชื่อคนๆนั้นลงไปให้ตายตกก่อนที่มันจะมาทำร้ายเรา หรือ ทำให้คนที่คิดร้ายทั้งหลายหวาดกลัว

...ดูผิวเผิน โดเรมอน / ซูเปอร์แมน / ไลท็ กับ Death note มันก็เป็นแค่ fantasy ที่ไม่มีอะไรแตกต่างกัน เพราะช่วยให้คนชั่วหมดไปและทำให้โลกปลอดภัยน่าอยู่ขึ้น แต่ ความจริงแล้ว Death note ต่างออกไป

สิ่งที่แตกต่างคือ ขอบบางๆของศีลธรรมที่ Death note วางคาบเกี่ยวอยู่ระหว่าง ถูก กับ ผิด

...ประเด็นที่น่าสนใจซึ่งแบ่งตัวละครในหนังสือ และ แบ่งคนอ่านออกเป็นสองฝั่ง มาจากคำถามชวนคิดว่า ถ้ากฎหมายเอาผิดผู้กระทำผิดไม่ได้ การมี Death note ก็น่าจะดีมิใช่หรือ ที่เราจะพิพากษาคนเหล่านั้นได้ที่อาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายรอดพ้นการลงทัณฑ์

ยิ่งได้ฟังเหตุผลที่ไลท์สนับสนุน Death note ในหนัง ฟังดูแล้วก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ เหตุผลที่ ชิโอริ แฟนสาวของไลท์ คัดค้านนโยบาย Death note ก็เป็นประเด็นเล็กๆที่ไม่ควรมองข้าม เมื่อเธอบอกว่า ต้องยอมรับว่า ทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีข้อจำกัด

มนุษย์มักไขว่คว้าหาความสามารถที่จะจัดการทุกสิ่งได้โดยไร้ข้อจำกัด โดยไม่รู้เลยว่า การมีข้อจำกัด ไม่ใช่ สิ่งไม่ดีเสมอไป

..ตัวบทกฎหมาย อาจมีรูโหว่ อาจมีข้อที่ต้องใช้เวลา มันไม่เด็ดขาดหรือรวดเร็วทันใจเหมือน Death note แต่ภายใต้ข้อจำกัดนั้น อำนาจในการตัดสินพิพากษาไม่ได้รวบยอดไว้ที่คนๆเดียว และ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสสู้คดี และ มีโอกาสกลับตัว

อาชญากรทุกคนไม่ใช่คนเลว ผู้ตัองหาทุกคนไม่ใช่คนผิดเสมอไป และ อาชญากรทุกคนไม่ได้ สมควรตาย

ลองนึกดูว่า เมื่อไหร่ก็ตาม หากเราต้องตกที่นั่งจำเลย เราเองก็ย่อมต้องการโอกาสที่จะสู้คดี ถ้าเราเป็นคนผิด เราเองก็ย่อมต้องการโอกาสที่จะกลับตัวกลับใจ


...Death note ต่างจาก ตัวบทกฎหมาย ตรงที่ คนผิดหรือผู้ต้องหาถูกลิดรอนสิทธิความเป็นคน มิหนำซ้ำยังยกสิทธิทั้งหมดในการตัดสินชีวิตของคนไว้ในมือคนๆเดียว และ มันก็เหมือนอำนาจรวบยอดที่ไร้ขอบเขต

อำนาจที่ไร้ขอบเขตและไร้ข้อจำกัดนี่เอง เมื่อมาอยู่ในมือมนุษย์ที่เป็นปุถุชนคนธรรมดา มักตามมาด้วย หายนะ

เพราะ มนุษย์ ก็ยังคงเป็นแค่ คนธรรมดาๆที่สามารถถูกกิเลสเข้าครอบงำ มีความดีและความชั่วเจือปนในคนๆเดียว หากมนุษย์ได้ครอบครองสิ่งของที่มีอำนาจอย่างไร้ขีดจำกัด เช่น แหวนใน LOTR หรือ Death note ก็ไม่ต่างอะไรจาก ผู้นำเผด็จการในหลายๆประเทศที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ

ผู้นำเหล่านั้นก็เหมือนกับ ไลท์ ที่ในตอนแรก ที่อยากสร้างสังคม สร้างโลกที่ดีกว่าเดิม เมื่อเข้ามาใหม่ๆคนรอบข้างก็จะชื่นชมกับผลงาน แต่ต่อมา ความหอมหวานของอำนาจ ก็เข้าครอบงำ ผู้ครอบครอง

ไม่ใช่ คนที่ใช้อำนาจ แต่ อำนาจเป็นผู้ใช้คน และ คนๆนั้นก็เริ่มที่จะใช้พลังอำนาจที่มีในมือ ไม่ใช่เพื่อโลก แต่เพื่อ ปกป้องตัวเอง เริ่มคิดครอบครองไม่คิดส่งต่อ เริ่มหลงใหลและใช้ในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อตัวเองและคนใกล้ตัว

เช่นเดียวกัน ในตอนแรก Death note มีบทบาท ในการสร้างความยุติธรรมให้กับโลก ไลท์อยากใช้มันเพื่อสร้างโลกใบใหม่ แต่ ต่อมา บทบาทของมันเปลี่ยนไป โดยที่ไลท์ไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ ว่าปากกาในมือที่เขาเขียนชื่อคนลงใน Death note เขาใช้เพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้ต้องสูญเสียอำนาจ และ ใช้เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จจอมปลอม

เขาไม่ได้ต้องการสร้างโลกที่ดีขึ้น แต่เขาใช้มันเพื่อให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ดียิ่งขึ้น ตำแหน่งที่ไม่มีใครเอาชนะได้ และ สามารถควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจเหมือนกับเด็กคนหนึ่งที่เอาแต่ใจ อยากได้ อยากมีเท่านั้นเอง

...ตัวละคร ไลท์ เหมือนถอดแบบออกมาจากตำราจิตวิทยา ด้วยลักษณะ บุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคม (Antisocial personality disorder) ผสมผสาน บุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic personality disorder) คำว่าต่อต้านสังคม(Antisocial )ในที่นี้ ไม่ได้หมายความถึง แยกตัวหรือคัดค้านสังคม แต่หมายถึง ลักษณะบุคลิกภาพของคนที่ทำผิดกฎเกณฑ์ ทำความเลวร้าย ได้โดยไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี คนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ดีหรือรอดพ้นผิด

ลักษณะบุคลิกภาพแบบต่อต้านสังคมเช่นนี้ มีแก่นเหมือนๆกันในทุกคนนั่นคือ การมีจิตใจที่ไร้ศีลธรรม(Superego) และ ด้วยบุคลิกภาพแบบ Narcissistic จึงยอมไม่ได้ที่จะพ่ายแพ้ ต้องการเอาชนะ พร้อมกับหลอกใช้คนใกล้ตัวเพียงเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย โดยไม่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจใคร

...ความเป็นที่หนึ่งมาตลอด ความที่มีพ่ออยู่ในตำแหน่งชั้นสูงในการจัดการความอยุติธรรมของสังคม หล่อหลอมให้ไลท์ มีความเก่ง มีความมั่นใจในตัวเอง แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่สามารถซึมซับมาได้คือ ศีลธรรม และ คุณธรรม ดังนั้นเป้าหมายในชีวิตของเขา คือ การชนะและก้าวไปเป็นที่หนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี



...ไลท์ เป็นตัวอย่างที่ดีของคนยุคใหม่ที่ IQ (Intelligent Quotient) สูงลิบลิ่ว แต่ MQ (Moral Quotient) นั้นต่ำเตี้ยติดดิน และ เด็กที่มีลักษณะเช่นนี้ มักมาจาก การเลี้ยงดูที่มุ่งหวังให้เด็กเก่ง ให้เด็กเป็นที่หนึ่ง มุ่งการไปให้ถึงเป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงวิธีการ

พ่อแม่หรือคนเลี้ยงดูไม่เคยบอกเด็กเหล่านั้นว่า ถูกผิดเป็นเช่นไร ไม่เคยสอนให้เด็กรู้จักยอมรับการเป็นผู้แพ้ที่ดี ด้วยการเลี้ยงดูเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจ ที่เราจะสามารถพบเห็น คนอย่างไลท์ในสังคมได้มากขึ้นทุกๆวัน


...สิ่งที่ผมหงุดหงิดรำคาญใจหลังดู Death note จบ ไม่ใช่หน้าบานๆของไลท์เหมือนในหลายๆกระทู้เขียนถึง แต่เป็นตอนจบที่ค้างคาให้ต้องอดใจรอภาคสอง ก็เข้าใจว่าเป็นงานหินที่จะรวมภาคแรกในการ์ตูนไว้ในหนังแค่ภาคเดียว เพียงแค่อดหวั่นใจไม่ได้ว่า กว่าจะเห็นบทอวสานของ Death note มิต้องรอไปถึงหนังภาคที่สี่เลยหรือนี่ (เพราะฉบับการ์ตูนมีสองภาค)

Death note เป็นการ์ตูนในลิสต์อันดับต้นๆที่ผมติดงอมแงม ก่อนที่จะค่อยๆลดความติดหนึบลงไปในภาคสอง เมื่อผมเริ่มรู้สึกว่าเวลาอ่าน ตัวเองต้องจมอยู่กับกองตัวหนังสือที่มากมายไปหน่อย ทำให้ต้องพลิกข้ามๆแล้วว่างๆค่อยหยิบมาอ่านอีกรอบ ตอนที่สมาธิดีๆพร้อมจะขบคิดไปพร้อมกับตัวละครในเรื่อง

จริงที่ Death note เหมาะกับการดัดแปลงมาเป็นหนัง แต่ การดัดแปลงการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่งานง่าย เพราะ รูปแบบในการ์ตูนไม่ได้เล่าเรื่องชนิด ลำดับฉับไว พร้อมให้สร้างเป็นหนังได้ทันทีเหมือนกับ งานของ อ. นาโอกิ อูราซาว่า (20th century boy / Monster) Death note เป็นการ์ตูนที่เต็มไปด้วยตัวอักษร และ ตัวอักษรเหล่านั้นก็คือคำบรรยายวิธีการคิดของตัวละครแต่ละคน

Death note ไม่ได้ต่อสู้กันด้วยกำลังแต่เป็นการห้ำหั่นด้วยความคิด และ หักเหลี่ยมเฉือนคมโดยอาศัยความฉลาดระดับอัจฉริยะที่ทัดเทียมกันของสองตัวละคร ความยากของหนัง คือ จะเปลี่ยนตัวหนังสือที่เป็นความคิดเหล่านั้นให้มาเป็นภาพบนจอได้อย่างไร ให้คนดูที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนสนุกไปด้วยกับการห้ำหั่นและใช้ไหวพริบของตัวละคร

...ตัวละครสองฝั่งต่างผลัดกันรุกและรับไปพร้อมๆกัน




ไลท์ ต้องพยายามไม่ให้คนอื่นจับได้ว่าตัวเองเป็นคิระ แต่ ก็ต้องหาทางจัดการกับ แอล

แอล ต้องป้องกันไม่ให้ ไลท์รู้ชื่อตัวเอง และ ก็ต้องหาทางเอาผิดกับไลท์



ตัวละคร แอล มีจุดเด่นตรงการออกแบบบุคลิกภายนอกที่แปลกแยก ผสมความเป็นอัจฉริยะกับนิสัยที่เหมือนเด็กเข้าไว้ด้วยกัน อาวุธที่ใช้ต่อสู้ของทั้งสองคนนี้ก็คือ สติปัญญาและกำลังคน ซึ่งสูสีทัดเทียมกัน แต่สิ่งเดียวที่ แอล มีน้อยกว่า ไลท์ นั่นคือ เขาไม่มี Deathnote

ส่วนตัวละคร ไลท์กับ Death note กลายมาเป็นฮีโร่ ในใจคนอ่านหลายคน เหมือนกับที่ คิระ เป็นฮีโร่ในใจ คนกลุ่มหนึ่งในหนังสือ ฮีโร่อย่างไลท์ต่างจากฮีโร่คนอื่นๆ เพราะ ฮีโร่คนอื่นๆมีหน้าที่ปกป้องเพื่อนมนุษย์ แต่ไลท์ทำหน้าที่พิพากษาและทำลาย เราอาจมี ไลท์ อยู่ในตัวในระดับจิตสำนึกหรือจิตใต้สำนึก เพราะ ไลท์ก็เป็นเหมือนตัวแทนหรือทางออกของ แรงขับความรุนแรง(aggressive drive)ที่มนุษย์ทุกคนซุกซ่อนอยู่ แรงขับที่อยากจะระเบิดออกมาเมื่อถูกเอาเปรียบหรือถูกรังแก แต่ ไลท์ตัวจริง ต่างจากเราๆก็ตรงที่ เขาปลดปล่อยมันออกมาโดยไม่ผ่านการคัดคานของ ศีลธรรม (Superego)




....ผมแบกความคาดหวังในระดับสูง เข้าไปดู Death note และก็ไม่ผิดหวังแต่ประการใด การดัดแปลงจากหนังสือมาเป็นหนังถือว่าน่าพึงพอใจ อาจจะไม่ใช่ในระดับยอดเยี่ยมเหมือนการเปลี่ยนจากการ์ตูนมาเป็นหนังของปีก่อนที่ Nana ทำไว้ แต่ก็จัดได้ว่าไม่น่าผิดหวังสำหรับคอคนดูหนัง เพราะ หนังยังคงความเป็น Death note ได้อย่างครบครัน ในเวลาเดียวกัน ก็ไม่ได้เดินตามรอยชนิดลอกแบบจากการ์ตูนเป๊ะๆจนไม่มีอะไรใหม่เลย

การเลือกนักแสดงมาแทนที่ตัวละครในการ์ตูน ดูผิวเผินอาจขัดตาเป็นบางคน แต่พอดูหนังไปซักพักก็พบว่า เป็น การเลือกที่เหมาะสมกับหนังคนแสดงทีเดียว เพราะ ถึงภาพลักษณ์ภายนอกของบางคนจะไม่ได้เหมือนในหนังสือชนิดถอดรูปก็ตาม เช่น แม้พ่อของไลท์จะไม่มีหนวดแต่ก็ไม่ทำให้บทนี้ไขว้เขวไป และ แม้ไลท์จะหน้าบานกว่าในการ์ตูน ก็ไม่ได้ทำให้หนังเสียรูป เพราะ บุคลิกรวมไปถึงตัวตนของตัวละครทุกตัวยังคงถ่ายทอดออกมาจากการ์ตูนได้อย่างหนักแน่นชัดเจน

ยางามิ ไลท์ (ทัตซึยะ ฟูจิวาระ) ในหนังต่างจากการ์ตูนตรงที่ เขาไม่ได้ดูเก่งสุดยอดเกินจริง ไม่ได้หล่อเหลาปานเทพบุตร เขาดูห่างไกลจากภาพอุดมคติและดูเข้าใกล้คนจริง ยิ่งสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องเหมือนเด็กได้ใจ กับ พฤติกรรมที่หนังเขียนบทในตอนจบให้ต่างไปจากการ์ตูนเล็กน้อยนั้น ยิ่งทำให้เขากลายเป็นผู้ร้ายที่ผมชื่นชอบ

ตัวละครไลท์ ออกจะมีที่มาที่ไปละม้ายคล้ายคลึงกับตัวละครหนุ่มหล่อตัวร้ายในการ์ตูนเรื่อง Zetman นั่นคือ ความอยากเอาชนะ ความอยากเป็นที่หนึ่ง ความหลงตัวเอง ค่อยๆขุดตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมา และ ค่อยๆกลืนกิน ไลท์คนเดิมที่เคยวาดฝันอยากจะสร้างโลกที่ดีกว่าเดิม ไลท์ในการ์ตูนอาจทำให้ก้ำกึ่งไม่แน่ใจ แต่ไลท์ในหนังช่วยเสริมความมั่นใจว่าชั่วช้าสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง

ส่วน แอล ในหนังสือ ต้องยอมรับว่า เป็นตัวละครที่ดูผิดมนุษย์มนาทั่วไป ความโดดเด่นไม่ได้อยู่ที่นิสัยใจคอ เพราะเป็นตัวละครที่ผู้เขียนเองก็คงไม่ได้เน้นให้มีมิติหรือมีอารมณ์ แต่เน้นที่ ความเฉลียวฉลาด และ มาดบุคลิกภายนอกตั้งแต่ หน้าตา ท่านั่ง ท่ากิน ฯลฯ ซึ่งจะให้ถอดออกมาเหมือนขนาดนั้นไม่ใช่ง่าย แต่เคนอิชิ มัตสึยามะก็สามารถถอดลักษณะออกมาได้ไม่ห่างไกลเกินไปนัก

อย่างไรก็ดี ตัวละครที่น่าทึ่งที่สุด คือ ลุค ยมฑูตผู้พิศมัยแอปเปิ้ล ที่เหมือนเดินออกมาจากหน้าหนังสือการ์ตูนจนน่าทึ่ง

นอกจากนี้ การใส่ตัวละครใหม่อย่าง ชิโอริ คนรักของไลท์ เข้าไปในหนัง และ ปรับบทบาท แฟนของเรย์ ให้มีความสำคัญมากขึ้น เป็นการดัดแปลงที่เข้าที เพราะเป็นการดัดแปลงที่ทำให้หนังดีขึ้น ช่วยกระชับเรื่องราวและช่วยให้หนังมีประเด็น มีอารมณ์ความรู้สึกมากไปกว่า การหักเหลี่ยมเฉือนคมทางความคิดอย่างเดียว

...หนังเปิดเรื่องได้ชวนติดตามมาก ฉากตอนต้นเชื่อเลยว่า จะตรึงคนทีไม่เคยรู้เรื่องในการ์ตูนมาก่อนต้องสนุกและอยากติดตามด้วยความสนใจ เสียดายที่หลังจากเดินเรื่องไปซักพัก ดูเหมือนหนังจะพยายามตามเนื้อหาในหนังสือมากไปนิด จนทำให้จังหวะของหนังสำหรับคนดูอย่างผมที่รู้เรื่องรู้รายละเอียดแล้ว รู้สึกว่ามันค่อนข้างเฉื่อยและอืดลงไป

ก่อนที่เครื่องจะเริ่มติดอีกครั้งเมื่อตัวละคร เรย์ เปิดตัวออกมาตามล่าไลท์ เพราะ เมื่อนั้นก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไลท์เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไปอย่างสมบูรณ์แบบ ในตอนที่ ลุค ถาม ไลท์ ว่า เขาจะฆ่า เรย์ จริงหรือ เพราะคนที่เขากำลังจะฆ่าไม่ใช่อาชญากร การฆ่าครั้งนี้ขัดกับอุดมการณ์ที่เขาเคยตั้งไว้ แต่ ตอนนั้นก็ดูเหมือน ไลท์จะหลงลืมหลักการทั้งปวงไปหมดแล้ว

ไลท์ ก็กำลังจะเหมือนผู้นำหรือคนที่หลงในอำนาจ และ กำลังจะทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง ตั้งแต่นั้น การต่อสู้ของความดีกับความชั่วจึงกลับมาสนุกอีกครั้ง หลายฉากหลายตอนที่ตัวละครสำคัญๆจะถูกกำจัด หนังทำได้กดดันและตึงเครียดดีทีเดียว

สิ่งที่ชอบ

1.การดัดแปลง ... ชอบตรงที่ไม่ใช่ลอกแบบเอามาไม่ดัดแปลงอะไรเลย เพราะถ้าลอกมาเป๊ะๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากการนั่งดูตัวหนังสือเปลี่ยนเป็นภาพอย่างเดียว ใครที่ไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้อย่างผมก็อาจจะเบื่อได้ง่ายๆ แต่การดัดแปลงครั้งนี้ แม้จะเปลี่ยนแปลงไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นการดัดแปลงที่กระชับลงตัวพอสมควร จุดที่เปลี่ยนแปลงก็ทำได้เข้าท่า คนดูการ์ตูนยังสนุกกับการดูหนัง คนไม่อ่านการ์ตูนก็สามารถดูรู้เรื่องและน่าจะสนุกตามไปได้ไม่ยาก

2.ลุค ... เป็นการใช้ CG ที่ยอดเยี่ยม ดูไม่โดดหรือหลอกตา และ ก็ถอดแบบทั้งรูปร่างหน้าตานิสัยใจคอเหมือนกับในการ์ตูนได้อย่างน่าอัศจรรย์

3.ช่วงตั้งแต่ เรย์ ตามล่า ไลท์ ไปจนจบ ... แม้จะรู้บทสรุปของตัวละครทั้งหลาย แต่การกำกับหนังในช่วงนี้ก็บีบคั้นคนดูและกดดันคนดูได้ดี ไปจนถึงตอนท้าย ที่แม้จะรู้ทริคของไลท์ แต่หนังก็ยังทำให้คนดูสนุกตามไปด้วย ยิ่งฉากจบที่เป็นบทสรุปชีวิตของตัวละครสำคัญ และ เฉลยความจริงในใจตัวละคร ยิ่งทำให้หนังเข้มข้นและดีแตกต่างจากการ์ตูน แถมยังเค้นความอยากดูภาคต่อของคนดูมากขึ้นไปอีก

4.ตัวละคร ไลท์ กับ แอล ... แม้ไม่เหมือนในหนังสือชนิด 100 % ก็ตาม ก็จัดได้ว่าเป็นคาแรกเตอร์ที่ทำออกมาได้ใกล้เคียงมาก โดยเฉพาะ ไลท์ในหนัง แม้จะไม่เหมือนแต่สามารถสร้างความเป็นตัวของตัวเองได้แตกต่างออกไปจากการ์ตูน และ เป็นความแตกต่างที่ดีไปคนละแบบ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ช่วงแรก ... หลังจากหนังเปิดเรื่องไปได้พักหนึ่ง ก็เริ่มเอื่อยๆอืดๆอย่างบอกไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตัวเองเป็นกลุ่มที่อ่านการ์ตูนมาก่อนแล้วและก็ไม่ได้คลั่งไคล้ตัวละครเป็นพิเศษหรือเปล่า เมื่อถึงช่วงที่เนื้อเรื่องเหมือนกับหนังสือเป๊ะๆในตอนแรก จึงไม่รู้สึกให้สนุกตื่นเต้นแต่อย่างใด

2.ซับไม่ครบ ... อันนี้หงุดหงิดพอสมควร เพราะ ฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก มีอยู่ประมาณสองสามครั้ง ที่ตัวละครพูดแต่ไม่มีซับไตเติ้ลตามมา

สรุป ... ใครเคยอ่าน Death note ห้ามพลาด ใครไม่เคยอ่านการ์ตูนแต่ชอบหนังที่หักเหลี่ยมเฉือนคม เจือปน ยมฑูต และ พล็อตสร้างสรรค์ ไม่ควรพลาด ไม่ทำให้ต้องรู้สึกเสียดายตังค์ แต่จะไม่เหมาะกับคนที่ดูหนังตัวอย่างแล้วเข้าใจว่า Death note เป็นหนังสยองขวัญประมาณ The Ring + Kairo หรือ เข้าใจว่าจะแอคชั่นเลือดโชก และ เตรียมใจไว้กับตอนจบที่หนังยังไม่จบแค่นี้ ยังมีภาคสองจ่อคิวรอฉายในโรงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ป.ล. เมื่อไหร่จะมีคนเอา 20th century boy ไปสร้างเป็นหนังซะทีหนอ อยากดูมากมาย หรือ ไม่ก็เอา โจโจ้ภาคตะลุยดีโอ มาสร้าง ก็ได้ อยากดูๆ



Blog ช่วงนี้ ขอแบ่งงานจากสนพ. มาฝาก พ็อกเก็ตบุ้ค ตัวเองที่จะออกปลายเดือนหน้าซักหน่อยครับ กับ

"หนังสือรัก"
หนังสือที่แม้จะเกี่ยวกับ หนัง แต่ ไม่ใช่ รวมบทวิจารณ์หนัง ที่จะบอกว่า หนังเรื่องนี้ดีไม่ดีอย่างไร ไม่ได้บอกว่า หนังเรื่องนี้มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ซ่อนเร้นอย่างไร "หนังสือรัก" คือ รวม 25 (+1) ความรักจากภาพยนตร์ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

เริ่มต้นอ่านครั้งแรก ชวนคลิก ชวนคุยกันที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 01 ตุลาคม 2549
Last Update : 2 ตุลาคม 2549 0:45:33 น.
Counter : 2695 Pageviews.

58 comments
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
  
ไม่ค่อยชอบพี่แสงเลยอ่ะครับ แต่ L ก็รับได้อยู่

(ความเห็นส่วนตัว)
โดย: เมื่อตื่นขึ้นมาหัวใจก็ยังมีรัก วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:2:29:51 น.
  
เจอซับไม่ครบเหมือนกันครับ.. แต่ก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อหนังโดยรวมอะไรมากนัก..

ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยชอบไลท์หน้าบานนี่เท่าไหร่ แต่พอดูๆไป ก็เริ่มเฉยๆกับมันแล้วครับ เพราะว่าไลท์ในหนังมันเลวกว่าในการ์ตูนซะอีก - -*

ส่วนเรื่องภาคต่อเหมือนผมได้ยินมาว่า เขาจะสร้างให้จบแค่ภาค L น่ะครับ เพราะผมเองก็รู้สึกว่าภาค Mello&Near มันไม่เหมาะกับการเป็นหนังเท่าไหร่ แถม Near ยังฉลาดเวอร์อีกตะหาก - -*

ผมชอบเรื่องราวที่ไม่เหมือนในการ์ตูนอยู่พอสมควรนะครับ (ทั้งรายละเอียดการเจอโน้ต และก็บทบาทของมิโซระ นาโอมิ) แล้วก็จบหนังเรื่องนี้ได้ดีทีเดียว เหมาะแก่การรอดูภาคสองอย่างยิ่ง

ปล. เหตุผลอีกข้อที่รอดูภาคสองเพราะว่ามิสะมิสะน่ารักมากกกกกก (ซายุก็น่ารักครับ)
โดย: nanoguy IP: 203.113.35.10 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:2:37:22 น.
  
สวัสดีครับ มาทักทายหลังจากอ่านจบครับ

ส่วนตัวยังไม่ได้ชม แต่ถ้ามีโอกาสไม่พลาดแน่
โดย: Roc-A-Fella Superstar IP: 137.92.97.114 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:3:42:09 น.
  
รอไปดูอยู่คับ มาอ่านก่อน
โดย: MTO IP: 203.149.28.194 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:6:08:42 น.
  
เข้ามาอ่านด้วยความอยากรู้ค่ะ คงไม่มีเวลาไปดู ที่สำคัญไม่ใช่หนังแนวที่ชอบด้วย แต่ความอยากรู้ อยากเห็นก็มีนี่นานะมีความสุขมากๆๆๆๆนะคะวันนี้
โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:7:34:09 น.
  
ชอบครับ ชอบ...
รักษาความเป็น Death Note ไว้ได้ดี แฟนการ์ตูนก็พอใจ ส่วนคนดูหน้าใหม่ที่ไม่รู้เรื่อง ก็ดูสนุก ชวนลุ้นได้
ผมเห็นตรงข้ามกับจขบ. ในฉากบนรถไฟครับ ...ผมรู้สึกเบื่อๆในช่วงนี้ มากไปกว่าช่วงกลางเรื่องที่ผมว่าอืดเอื่อยรู้เรื่องแล้วก็งั้นๆ ผมอยากจะให้หนังมันกระชับ ฉับไวมากกว่านี้ ...ในฉากรถไฟ ถ้าจะตัดต่อให้เร็วขึ้น มันก็คงจะเร้าอารมณ์ความระทึกได้มากกว่านี้แน่นอน
โดย: OncE UPoN'-'a MaN วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:8:59:02 น.
  
โจโจ้ เอามาสร้างเป็นหนังไม่ได้หรอกครับ ไม่งั้นคนแสดงเอวเคล็ดก่อนพอดี ต้องยืนบิดทั้งเรื่อง
โดย: SSM IP: 58.8.172.126 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:11:28:20 น.
  
สไตล์การดำเนินเรื่องเหมือนหนังยุคเก่า หนักแน่นและสร้างความเข้าใจได้ดี มีอะไรให้ลุ้นตลอด จบแล้วอยากดูภาคต่อมาก ๆ

ติดอยู่ตรงพระเอก+นางเอก หน้าตากางบานพอกัน บ้าน ๆ เลยเรื่องนี้
ไอที่เข้าใจมาตลอดว่าพระนางชาวปลาดิบ ดูดีกว่าชาวกิมจิ เป็นอันถูกทำลายโดยสิ้นเชิง
โดย: ตนแปลกประหลาคคน IP: 58.64.106.69 วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:12:13:11 น.
  
ของผมดูมาเป็นพากษ์ไทย
เสียง ลุค กวนมาก...(ผิดกับที่จินตนาการไว้ว่ามันจะเสียงทุ้ม ๆ)

จากที่เคยเป็นตัวกึ่ง Narrator คอยช่วยคนอ่านตั้งคำถามกับตัวละคร เลยได้บทเพิ่มเป็นตัวตลกลดความตึงเครียด (Comic Relief) อีกทาง

โดย: ShadowServant วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:16:48:59 น.
  
ชอบการดัดเเปลงของเรื่องที่เกี่ยวกับคนรักของไลท์เเละเเฟนของเรย์ครับ ไม่เหมือนในหนังสือ เเต่ได้บทสรุปอีกเเบบ

โดย: bigwores วันที่: 1 ตุลาคม 2549 เวลา:20:15:37 น.
  
อ่าน Review แล้วก็กลับมาคิด เพราะตอนแรกในการ์ตูนเชียร์ไลท์เพระอุดมการณ์ของไลท์ ด้วยความที่เกลเองก็เคยคิดเหมือนกับไลท์ทำนองนี้เลย ขนาดว่าไลท์จะฆ่าเรย์เพื่อเอาตัวรอด ก็ยังเชียร์ให้ทำสำเร็จ เพราะจะได้สานต่ออุดมการณ์ของตัวเอง

แต่ในหนังทำให้ไลท์ดูโฉดกว่าในการ์ตูน ดูเหมือนเด็กๆที่จะเอาแต่ชนะมากกว่าในการ์ตูน (ในความรุ้สึกของเกลนะคับ) ประกอบกับตอนช่วงท้ายของเรื่องด้วย ทำให้เลิกเชียร์ครับ แฮ่ๆ

พอได้อ่าน Review แล้วก็กลับมาคิด อืม จริงเนอะอย่างที่คุณว่าเลย

จะบอกว่ามีสิ่งที่ชอบแล้วก็ไม่ชอบเหมือนคุณเลย ไม่ชอบตอนต้นๆเพราะรู้สึกว่า บางฉากมันยืดเกินความจำเป็น แต่ชอบลุคกับการดัดแปลงเรื่องในตอนท้ายมากๆคับ ตัวละครสื่อออกมาได้ดี รู้สึกว่าต่างจากหนังสือการ์ตูน (แม้ว่า จะไม่ชอบหน้าบานๆของไลท์ก็ตามที) โดยรวมแล้วก็ดีครับ ชอบ
โดย: CeRoBeroz IP: 124.120.150.72 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:0:04:29 น.
  
ยังไม่ได้ดูค่ะ แต่ว่าจะไปดูเพราะชอบการ์ตูนเรื่องนี้มาก เลยแอบเข้ามาอ่านบทวิจารณ์ค่ะ

อ่านแล้วเห็นด้วยในหลายๆอย่างเลยค่ะ ...

แต่ในส่วนหนังที่แปลกใจคือ ทำไมหนังจะต้องปรับตัวไลท์ให้ดูหล่อน้อยกว่ากความเป็นจริงเมื่อเทียบกับในการ์ตูนนะค่ะ ....แต่อาจจะเป็นไปได้มัง้คะ ที่ตัวหนังพยายามลดตรงนี้เพื่อไม่ให้เด็ก หรือ เยาวชน ดูแล้วชอบ หรือ หลงไหลในความเป็นไลท์ มากกว่านะค่ะ ...เพราะจะว่าไป ในการ์ตูน คนที่หลงไหลในความเป็นไลท์ค่อนข้างมากอยู่แล้วนะค่ะ
โดย: วัฌชา วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:0:21:23 น.
  
ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ครับ น่าดูทีเดียวครับ
โดย: Ethan Hunt IP: 203.150.219.199 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:0:25:03 น.
  
อ่านในพันทิบเค้าบอกกันว่าที่ซับหายคือเค้าแปลใจความครบแล้ว แต่ตัวละครยังพูดไม่จบน่ะค่ะ

ไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อน ไปดูมาชอบมากๆ เลยตามมาอ่านรีวิวในนี้

ชอบไลท์คุงในหนังมากค่ะ ไม่หล่อแต่เท่ (โดยเฉพาะตอนเล่นบาส ) L ก็น่ารักดี ฉลาดแต่มีความเป็นเด็กอยู่ในตัว ชอบท่ารับโทรศัพท์พี่แกมาก XD ตอนนี้อยากดูภาคสองแล้ว จะไปหาการ์ตูนอ่านด้วยค่ะ
โดย: maymay IP: 124.157.168.151 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:0:30:39 น.
  

ชอบ L ครับ ไม่ได้ผิดมนุษย์มนามากหรอกครับ ผมก็เคยเจอคนแบบนั้น

(เนียร์ก็ด้วย)

เห็นด้วยว่า ลุคเหมือนมากจริง ๆ ครับ เห็นครั้งแรกนี่ทึ่งมาก ๆ

ps. ดูพากษ์ไทยฮามากครับ เป็นไม่กี่เรื่องที่ประทับใจพากษ์ไทย
โดย: Elrond IP: 202.28.180.201 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:1:14:03 น.
  
ok ครับหนังเรื่องนี้ใช้ได้ ไม่เสียดายตังค์ :D

ว่าแต่เพิ่งรู้ว่าเป็นนักเขียนนะครับเนี่ย จริง ๆ ก็สมควรแหละ เขียนเก่งขนาดนี้
โดย: Killy วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:1:21:48 น.
  
มาแอบอ่านครับ
โดย: jeakja วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:9:13:37 น.
  
ไม่ชอบที่ทำให้ไลท์มีความเป็นคนเลวฉายแววออกมาตั้งแต่ต้น ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ก็เอาเถอะ กลุ่มคนอ่านกับกลุ่มคนดูมักจะไม่เหมือนกัน

แค่คิดว่าน่าจะเคารพตัวละครซักหน่อย คนเขียนเค้าสร้างมาจากมันสมองของเค้า นานาจิตตังคับ

ส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังทำออกมาได้ดีในเรื่องภาพ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการดำเนินเรื่องแล้วไม่ชอบเลยคับ เพราะต้องคอยดูนาฬิกาอยู่บ่อยๆ ว่า...เมื่อไหร่จะจบ เฮ้อ....
โดย: madcatzyber IP: 125.25.159.99 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:10:59:22 น.
  
ชอบค่ะ หนังสนุกมากมาย แต่เสียดาย จบซะแล้ว
รอดูภาคสองอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
เห็นเพื่อนๆ บอกว่า เดือนธันวาคม หรอคะ
โดย: เกด IP: 221.128.113.163 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:11:06:01 น.
  
ขออนุญาติอ้างอิง ข้อความบางส่วนไปยังกาทู้ดิฉันนะคะ เพราะเห็นว่า บทความพี่มีสาระมากเรย
ขอทำลิ้ง และ Reference มายังบล๊อคพี่นะคะ
เยี่ยมชมได้ที่ //kazeuki.spaces.live.com/
ไลท์ ในเรื่องนี่คาแรคเตอร์ ผิดไปจากหนังสือ เกดดูแล้ว รู้สึกชอบการ์ตูนมากกว่า
แต่การทำออกมาเป็นหนัง ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน
สรุปรวมๆ ชอบนะคะ
โดย: เกด IP: 221.128.113.163 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:11:16:29 น.
  
ชอบค่ะ เดี๋ยวจะไปดู
โดย: ภา IP: 58.8.1.103 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:11:20:35 น.
  
ชอบ L ค่ะ ว่าจะไปหาหนังสือมาอ่านดูอยู่ค่ะ ทีแรกนึกว่าหนังสยองขวัญ ดูไปดูมากลับชอบ อิอิอิ
โดย: Ple IP: 124.120.185.174 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:11:24:05 น.
  
หนังทำได้ดีทีเดียว สนุกไปอีกแบบกับในการ์ตูนเลย
ป.ล.อยากบอกว่า ซายุ หน้าเหมือน คุจิกิ ลูเคีย ใน bleach มากเลยอ่ะ
โดย: Naru-Piece IP: 192.165.213.18 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:12:05:40 น.
  
หนังสือออกกับสำนักพิมพ์ไหนคะ?

เผื่อจะได้แวะไปอุดหนุนกันบ้าง





เราดูหนังก่อนแล้วค่อยมาอ่านการ์ตูน (ที่เพื่อนร่วมบล็อกที่ไปดูหนังด้วยกันให้ยืม)


เรารู้สึกว่าหนังสร้างได้เป็นเหตุเป็นผลน่าเชื่อถือมากกว่าในเรื่องของการวางแผนต่างๆ ของไลท์ค่ะ

แต่การ์ตูนทำได้ละเอียดกว่า (ซึ่งก็แน่อยู่แล้วอะน้อ)



ดูหนังจบแล้วรู้สึกว่า มันเหมือนกับคำพูดในหนังเรื่อง 8mm. อะค่ะ

ถ้าคุณเล่นกับปีศาจ ปีศาจไม่มีวันเปลี่ยน แต่มันจะเปลี่ยนคุณ




การที่หนังให้บทบาทชิโอริเพิ่มขึ้น ทำให้ไลท์โหดร้ายมากขึ้นด้วยน่ะค่ะ (เพราะในหนัง ทำเหมือนสองคนนี้ลึกซึ้งกว่าในการ์ตูนอะค่ะ)


แต่เราเพิ่งอ่านการ์ตูนถึงเล่ม ๓ อะนะคะ ไม่รู้ว่าพอเล่มอื่นๆ แล้วไลท์โหดขึ้นอยู่แล้วหรือเปล่าด้วยน่ะค่ะ



โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:14:53:33 น.
  
อ่านรีวิวแล้วน่าดูจังค่ะ ตอนแรกว่าจะไม่ดู แต่ได้ยินมาหลายเสียง รวมทั้งน้องที่บ้านที่เป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้

เฮ้อ...จะดูดีมั้ยน้า ไปดูป้าดาก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
โดย: unwell วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:17:50:10 น.
  
+ แหะๆ สาวกการ์ตูนเรื่องนี้เพียบเลยแฮะ ... ผมเองหลังจากดูหนังจบ อยากหามาอ่านเหมือนกันนะเนี่ย แต่เนื่องด้วยเวลาที่มีอยู่น้อยนิด คงจะหาโอกาสเช่นนั้นได้ยากหน่อย ... หวังว่าซักวันนึงคงจะได้อ่านบ้าง

+ เรื่องซับหาย พวกผมบ่นกันพึมเหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าเป็นที่เฮาส์โรงเดียวซะอีก ... แต่ก็โอนะครับ ยังดูรู้เรื่องอยู่

+ ยังแปลกใจกับหนังตัวอย่างอยู่ดี ว่าทำให้ต้องทำให้อารมณ์ Horror เป็น Ju-on หรือ Ringu ขนาดนั้น อาจทำให้ผิดกลุ่มเป้าหมายได้ เหมือนกับ เด็กหอ ที่คนที่ตั้งใจจะไปดูหนังผี(เพราะดันโปรโมตซะหลอนเชียว) ดันไปเจอครึ่งหลังที่เป็น Coming-of-age แทน เลยเหวอไปอ่ะครับ

+ จริงๆ แล้ว แอลก็ไม่ได้เป็น 'ฝ่ายขาว' ที่ชัดเจน เพราะจะเห็นว่าวิธีการที่จะ 'เอาชนะ' ด้วยการค้นหาตัวไลท์ให้เจอ ถึงแม้จะเลือกใช้วิธีสละชีวิตนักโทษประหารเช่นนั้นจะถูกต้องตามหลักการ แต่ก็ดูผิดศีลธรรมอยู่ดี ... ส่วนไลท์ จากที่เคยเป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะธรรมดาตอนต้นเรื่อง เค้าเลือก 'ขายวิญญาณให้ปิศาจ' และทำให้ด้านมืดครอบงำตัวเค้าจนเปลี่ยนกลายเป็นตัวปิศาจซะเอง (ถึงขั้นลุคออกปาก ... หรือนี่เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องมี Death note เล่มถัดไป? เพราะไลท์นั้นไปไกลเกินกว่าที่ลุคจะเฝ้าดูพฤติกรรมอย่างสนุกอีกต่อไปแล้ว) ... ถ้าเป็น LOTR ไลท์ก็คงเป็นโฟรโด เวอร์ชันที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสในใจ (เปรียบได้กับอำนาจแห่งแหวน) จึงยอมสวมแหวน และไม่รู้จักคำว่า 'ผิดชอบชั่วดี' อีกต่อไปเพราะความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจที่มีอยู่ในมือนั่นเอง

+ การมี Death note ย่อมทำให้ผู้ครอบครองรู้สึกว่าตัวเองมี 'อำนาจ' (เหมือนคุณ จขบ. เขียนด้วยนัยยะที่โยงไปถึงอำนาจในรัฐบาลชุดที่เพิ่งหมดอำนาจไปด้วยรึเปล่าครับ? อิๆ ผมอ่านแล้วรู้สึกเช่นนั้นยังไงไม่รู้ง่ะ) ... แต่ถ้าผู้ครอบครองปราศจากหิริโอตตัปปะ (ความละอายที่จะกระทำบาป / ความเกรงกลัวต่อผลแห่งการกระทำชั่ว) ... เปรียบเสมือนตาชั่งที่เสียสมดุลย์ ย่อมไม่สามารถอยู่ในสภาวะที่จะตัดสินสิ่งใดได้ ... ก็คือ ไลท์ที่ถูกกลืนกินจิตวิญญาณไปจนหมดแล้วนั่นเอง

+ เรื่อง 'ความ(หน้า)บาน' ของไลท์รู้สึกเค้าโดนไปเยอะแล้ว (เพราะเท่าที่ดูจากตัวการ์ตูน ก็รู้สึกแตกต่างพอสมควรจริงๆ) แต่ฝีมือก็จัดว่าดีทีเดียว ... ส่วนแอล เห็นน้องที่ไปดูด้วยบอกว่าแทบจะก๊อปบุคลิกออกมาจากการ์ตูนเฟรมต่อเฟรมเชียวเหรอครับ ... ลุค ก็ดูฮาๆ แบบตลกร้วยหน่อยๆ ไม่ถึงกับน่ากลัวซะทีเดียว แต่ดูเจ๋งดี ... สำหรับภาพรวม เห็นพวกน้องที่เป็นสาวกบางคน เค้าไม่ค่อยชอบกันเท่าไหร่ มีตินั่นนิดนี่หน่อย (ตามประสาแควนพันธุ์แท้) ... แต่สำหรับตัวผมเอง ผมว่าเนื้อหาโดยรวม, คอนเซ็ปต์ของเรื่อง และงานที่สร้างออกมาก็จัดว่าทำได้ดีนะครับ (แหม ... แต่เซ็งหนังที่จบแบบคาอยู่กลางเรื่องแบบนี้อ่ะครับ ดีนะที่ได้ข่าวว่า The last name น่าจะเข้าโรงเมืองไทยเดือนธันวานี้เลย ตามญี่ปุ่นมาติดๆ จะได้ไม่ต้องรอนานนัก)
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:18:26:02 น.
  
อ่านบทวิจารณ์แล้วรู้สึกดีนะ
มีความคิด ความเห็น ที่มีเหตุมีผลรองรับดีจริงๆ
เราชอบเรื่องdeathnote มาก อ่านตามติดสุดๆ
ถึงตอนนี้ยังไม่ได้ไปดูหนัง แต่ก็คิดว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปดูแล้วล่ะนะ
- ชอบไลท์ เพราะ ดูเป็นบุคคลในอุดมคติ ที่เก่ง ดี มีอุดมการณ์ หน้าตาบุคลิกดีเลิศ ซึ่งท้ายสุด กลับถูกครอบงำด้วยอำนาจ ด้วยปีศาจ ฯลฯ นำไปสู่ความเลวร้าย
- ชอบแอล เพราะเป็นธรรมชาติ มีความเป็นเด็ก มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง มีความจริงใจ มีความฉลาดล้ำ มีความน่ารัก เศร้าและเสียใจที่แอลตาย จัง
พรุ่งนี้จะไปดูเรื่องนี้จ้ะ
หวัดดี
โดย: ชอบdeath note IP: 203.144.206.130 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:18:27:12 น.
  
ชอบมาก ๆ เลยครับ ผมไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูนมาก่อน เลยอินตั้งแต่ต้นไม่รู้สึกติดขัด

ชอบเรื่องนี้ตรงการดำเนินเรื่องครับ เพราะไม่เคยอ่านก็เลยไม่รู้ทริกของไลท์ ตั้งแต่ฉากบนรถเมล์ไปจนถึงตอนจบ ผมรู้สึกเหมือนโดนหนังหลอกตลอดเลยพอถึงตอนที่เฉลยว่าเป็นแผนของไลท์เองทั้งหมด

ส่วนตัวละครนั้นไลท์ก็ร้ายได้ใจ ส่วนแอลก็บุคลิกแปลกแยกไม่เหมือนใคร แต่น่าสนใจมากครับ
โดย: Mr.Learning IP: 124.121.57.114 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:21:00:30 น.
  
ชอบอะไรมากที่สุด คงเป็น การวิจารณ์หนังของบล็อคนี้อ่ะครับ
เขียนเก่งมากครับ สอดแทรกความคิดไว้ดีมากเลยครับผม
เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อคทุกประการครับ เยี่ยมๆๆๆ
โดย: คุณชาย "ไม้แขวนเสื้อ" IP: 58.136.119.28 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:4:04:36 น.
  
nanoguy .. ผมชอบซายุมากกว่า อิๆ

SSM ... เอวเคล็ด

Killy ... เหะๆ ผมไม่ใช่นักเขียนครับ ถ้าจะเป็นก็มือสมัครเล่น เพียงแต่เขียนกระทู้เขียนบล้อกมาเรื่อยๆ หนังสือเล่มนี้ก็เป็นเล่มแรกของตัวเองครับ

เกด ... ใช่ครับ ภาคสอง เดือนธันวา / ด้วยความยินดีครับที่จะนำลิงค์ไปแปะ

สาวไกด์ใจซื่อ ... 8mm. เป็นหนังที่ผมไม่ชอบเพราะรู้สึกยัดเยียดความรุนแรงเกินเหตุ และ ความรุนแรงที่นำเสนอไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงการต่อต้านความรุนแรงเหมือนใน A history of violence แต่ชอบประโยคที่คุณสาวไกด์ โค้ดมาจากหนังครับ / อ่านต่อๆไป จะโหดมากขึ้นเหมือนกราฟที่ไต่เขา จนสุดท้ายจะแน่นิ่งเพราะชั่วไม่ได้มากกว่านี้แล้ว / หนังสือสนพ. bynature ครับ

บลูยอชท์ ... ถูกกกกครับ (เหะๆ ไม่บอกนะว่าอะไรถูก)

... ขอทักทายรวบยอด + ขอบคุณทุกๆความเห็นอื่นๆที่เข้ามาคุย มาแชร์ความเห็นกันครับ แล้วแวะมาคุยกันต่อได้เรื่อยๆนะครับ + รออ่านความเห็นอื่นๆของเพื่อนๆคนถัดๆไปเช่นกันครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:15:32:47 น.
  
กำลังคิดจะกลับไปดูพากย์ไทยอีกซักรอบ ^^" เพื่อนบอกว่าขำ (อยากลองๆ)

* จะได้เจอกันที่งาานสัปดาห์หนังสือรึเปล่าคะพี่ (รบกวนบอกด้วยว่า อยู่บูธไหน วันไหน เวลาอะไร ^^")
โดย: Abstract Life IP: 125.25.159.224 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:22:21:30 น.
  
+ แหะๆ ผมยังลืมเลยครับว่าเขียนไรไป ... แต่พอย้อนกลับไปอ่านที่ตัวเองเขียน ก็เก็ทแล้วอ่ะครับ ว่าอะไร .........ถูกกกกก 555 อืม ... ช่างเหมือนกันซะจริงๆ ด้วย
+ ว้าววว ... คุณ จขบ. จะไปออกบู๊ตโปรโมตพ็อกเก็ตบุ๊คที่งานสัปดาห์หนังสือฯ ปลายเดือนนี้จริงเปล่าครับ? ถ้าจริง จะได้ตามไปจับมือ + ขอลายเซ็น ... คนดัง ซะหน่อยอ่ะครับ
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:22:59:20 น.
  
พิกมีความรู้สึกเหมือนพี่เลย ตอนช่วงแรกจะดูเรื่อยๆ เอื่อยๆ เพราะอ่านการ์ตูนมาก่อนแล้ว แต่ช่วงหลังดันแอบเดาได้ว่ามันต้องเป็นแผนของไลท์หน้าจานกระด้งแน่ๆ เพราะคาร์แรคเตอร์น่าจะเหมือนในการ์ตูนที่คงไม่รักใครจริงๆ หรอก
แต่รวมๆ แล้วก็สนุกดีค่ะ ไม่ผิดหวัง รอภาค 2 อย่างใจจดใจจ่อ

อีก 2 อาทิตย์ รออุดหนุนหนังสือ แต่อยากได้ลายเซ็นด้วยอ่ะ อิอิ
โดย: <(^(oo)^)> IP: 58.8.19.64 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:23:39:56 น.
  
ตอนนี้ไปแอบซื้อการ์ตูนไว้ละ เห็นคนขายบอกว่าช่วงนี้มีคนมาซื้อย้อนหลังเยอะมาก ถึงขั้นต้องสั่งจองไว้เลย แต่เราก้อได้มาทั้ง 11 เล่มละ 555+ บ้าๆ death note ไปซะละ รอติดตามภาค 2 อยู่ค่ะ เขาว่ากันว่า สาวกของ L จะเกลียด Light ไปเลย
โดย: Ple So gOoD วันที่: 4 ตุลาคม 2549 เวลา:14:19:42 น.
  
ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุด Light จะกลายเป็นคนไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำทุกอย่างให้ตนเองรอด แต่แท้ที่จริงแล้ว เขาเองก็มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่เขาต้องการเห็นความยุติธรรมบังเกิดขึ้นในสังคม ไม่ต้องการเห็นคนผิดลอยนวล ในตอนต้นของหนังแสดงให้เห็นอารมณ์ของ Light ที่เจ็บปวดเมื่อฆาตกรคนนั้นมันไม่สำนึกผิดในสิ่งที่ตัวมันได้ทำ แต่อำนาจที่เขาได้รับจาก Death Note นั้นมันช่างหอมหวล ทำให้เขาซึ่งเติบโตมาแบบไม่มี Superego ที่แข็งแกร่งเพียงพอเกิดสั่นคลอนในตอนหลัง ... ในคนชั่ว ๆ บางคน จุดเริ่มต้นของพวกเขาก็ไม่ได้ชั่วช้าอย่างที่เราเห็นเขาในปัจจุบันก็เป็นได้ เขาอาจมีความดีที่ซุกซ่อนอยู่ โดยที่ไม่มีใครแม้แต่ตัวของเขาเองที่จะล่วงรู้ ...
โดย: praewjang IP: 202.28.181.9 วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:10:00:35 น.
  
สุดท้ายอำนาจก้อเป็นสิ่งที่น่าท้าทายสำหรับมนุษย์
จะมีสักกี่คนที่มีอำนาจและใช้มันในทางที่ถูกและใช้อย่างไม่หลอกตัวเอง อย่างที่ LUKE พูดว่า Light ใช้ Death Note ฆ่าคนโดนอ้างความถูกต้อง แต่ในความชั่วก้อยังมีความดีอยู่บ้างอ่ะนะ เชื่อว่าอย่างนั้นค่ะ
โดย: Ple So gOoD วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:12:07:25 น.
  
1.เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รู้จัก Blog นี้ ได้อย่างไรครับ + อ่านกันมานานแค่ไหนแล้ว--รู้จากหน้า bloggang ค่ะ อ่านมานานแว้ว

2.อยากให้ Blog นี้ เปลี่ยนแปลง หรือ มีอะไรเพิ่มเติม---อย่างที่เป็นอยู่ก้อ ok แล้วค่ะ ถ้ามีอะไรจะบอกค่ะ

3.เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ เรียนหรือทำงานอะไรกันอยู่ครับ (ข้อนี้ตอบหรือไม่ตอบก็ได้ครับ)---ทำงานจ้า

4. หนังอันดับ 1 ในดวงใจของคุณคือ
A BEAUTIFUL MIND
โดย: Ple So gOoD วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:12:11:01 น.
  
^
^
^
ใส่ผิดที่อ่ะ ทำไงดี
โดย: Ple So gOoD วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:12:12:03 น.
  
ชอบแอลมากค่ะ
ทั้งด้วยความฉลาด บุคลิก กับหน้าตาคนแสดงค่ะ
น่ารักดี .... กินของหวานเก่ง 5555
กะจะเอาเรื่องนี้ไปเขียนรายงานเรื่อง death penalty ค่ะ
น่าจะนำไปใช้อ้างอิงได้บ้างถึง ทัศนคติคนต่อการประหาร

ชอบ movie review ของคุณนะคะ
โดย: mi IP: 58.9.158.57 วันที่: 6 ตุลาคม 2549 เวลา:11:43:58 น.
  
คนที่เคยดูการ์ตูนส่วนใหญ่จะบอกว่าในการ์ตูนสนุกกว่า คงเพราะรายละเอียดเยอะกว่า แล้วแอลกับไลท์ในการ์ตูนมันฉลาดกว่ามั้ง
แต่อย่างว่า พอมาทำเป็นหนัง จะให้มันสองคนมัวแต่คิดๆ(ฉากภาพคนกำลังคิดประกอบกับมีเสียงบรรยาย) คงจะตลกน่าดู
เราว่าเรื่องนี้ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว สนุกดี
แต่รู้สึกว่าบทที่ปรับในตอนหลังจะทำให้ไลท์ดูเลวกว่าในการ์ตูนอีกแฮะ
โดย: mook nagase IP: 221.128.104.214 วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:21:24:32 น.
  
แต่เรากลับรู้สึกว่าไลท์ในการ์ตูนเลวกว่าในหนังอีกอ่ะ
โดย: Ple So gOoD วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:11:55:09 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยไม่รู้ว่าอาทิตย์นี้จะออกหรือยัง
จะเอา 20th Century Boy มาทำหนังเหรอคุณจขบ. เราว่ายากเอาการนะ เพราะมันเป็นการ์ตูนโคตรสนุก ที่อ่านแล้วก็งงโคตรมากๆเช่นกัน ถ้าทำจริงโปรเจ็คนี้ท้าทายสุดๆๆๆ

งานมหกรรมหนังสือครั้งนี้ หนังสือของจขบ.ขะวางขายหรือยังคะ จะได้ไปอุดหนุน ค่ะ เอาใจช่วยและเป็นกำลังใจให้นักดูหนังคนเก่งค่ะ
โดย: เคียงจันทร์ IP: 125.24.171.204 วันที่: 15 ตุลาคม 2549 เวลา:16:52:32 น.
  
หนังก็โอเคนะครับ ผมเคยอ่านการ์ตูนแล้วไปดูก็ไม่เห็นว่าจะสนุกน้อยลงเลย แถมยังดัดแปลงได้น่าติดตามด้วย
ปล. ผมคิดว่าเค้าน่าจะเอาเรื่องมอนสเตอร์ของอ.นาโอกิ มาทำเปนหนังมากกว่านะครับ ส่วน 20th Century Boy ผมก็คิดว่ามันเอามาทำยากเหมือนกับท่านเจ้าของกระทู้ด้านบน เพราะเนื้อเรื่องจะต้องย้อนกลับไปกลับมาเยอะนะครับ(ตามความคิดของผมนะ)
โดย: D.gray-Man IP: 125.25.148.228 วันที่: 15 ตุลาคม 2549 เวลา:21:36:26 น.
  
วิเคราะห์และวิจารณ์ได้ดีมากๆเลยครับ
ทำไมรู้ถึงรู้จัก Personlity disorder ได้ละครับ????
ผู้เขียนน่าจะมีความรู้ทางจิตวิทยานะเนี่ย....
ถามเล่นๆเฉยๆ ในฐานะที่ผมเป็นจิตแพทย์
แต่เพิ่งได้อ่าน Deathnote เมื่อ 2 วันที่ผ่านมานี้เอง
คิดอยู่เหมือนกันว่า พระเอกมันทะแม่งๆ
หล่อ แต่ทำไมMoral ถึงได้ต่ำขนาดนี้นะ??
ยังไงซะ Antisocial & Narcissistic PD น่าจะเป็นจริงตามที่วิเคราะห์ครับ

ยังไงซะหนังเรื่องนี้น่าดูจริงๆครับ
โดย: Top2view IP: 202.12.97.100 วันที่: 16 ตุลาคม 2549 เวลา:19:58:33 น.
  
^
^
คุณ จขบ. เค้าก็วิชาชีพเดียวกับคุณแหละครับ มิพักต้องสงสัยเลย ไม่งั้นคงไม่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวละครจากหนังหลายๆ เรื่องด้วยทฤษฎีทางจิตวิทยาได้ละเอียดลออเพียงนั้น
โดย: ช่วยตอบ IP: 202.69.140.233 วันที่: 17 ตุลาคม 2549 เวลา:11:41:24 น.
  
ขอบคุณสำหรบ คำวิเคราะห์
โดย: ออร่า IP: 58.10.234.94 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:11:04:54 น.
  
เพื่อนๆว่า มีเรื่องไหนบ้างครับ ที่หนังทำได้ดีกว่าหนังสือ
โดย: Lostboy IP: 61.47.69.87 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:40:55 น.
  
i'm looking forwar to Death Note 2
โดย: dahlia IP: 221.128.113.247 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2549 เวลา:18:31:39 น.
  
ในส่วนของไลท์รู้สึกตรงข้ามกันเลยค่ะ
อาจจะเพราะว่าเราอ่านการ์ตูนในภาษาญี่ปุ่น และเวทีของเนื้อเรื่องนี้ก็คือเมืองที่เรากำลังอาศัย ส่วนตัวไลท์ในตอนต้นก็เป็นเด็กม.ปลายญี่ปุ่นที่สามารถหาพบได้ใกล้ๆ ตัวเรา รวมถึงทัศนคติต่ออาชญากรรม ความชั่วร้าย และความคิดแบบคนที่ญี่ปุ่นที่ค่อนข้างแตกต่างจากคนไทย

ทำให้เราไม่คิดว่า ไลท์ เป็นตัวร้าย สำหรับการ์ตูน และหนังเรื่องนี้ (ส่วนตัวชอบแอลมากกว่าค่ะ ไม่ชอบไลท์เพราะมันสุดโต่งเกินไป) แต่ว่าภาพพจน์ของไลท์ที่ออกมา จนถึงประมาณเล่มเจ็ด ไลท์ยังเป็นคนที่ยึดมั่นในการสร้างโลกยูโทเปีย ถือว่าเขาเป็นตัวแทนของผู้ที่ยอมให้มือตัวเองเปื้อนเลือดเพื่อจะสร้างสันติภาพให้กับโลก... นี่คือภาพที่เรามองเห็นนะคะ

ส่วนที่ว่า ไลท์ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนที่มุ่งจะเอาชนะคะคาน อยากจะให้ตัวเองเป็นที่หนึ่งเสมอไปนั้น เด่นชัดออกมามากในช่วงหลังๆ
เสียดายตรงนี้ ที่การ์ตูนเขียนให้ไลท์เหมือนเป็นนักปฏิวัติมากอุดมการณ์ ที่กระโจนเข้ามาหลงระเริงกับวงอำนาจการเมือง และก็แปดเปื้อน ถูกความชั่วร้ายกลืนกินไปในสุด ... เลยรู้สึกไม่ค่อยชอบใจในตอนจบเดธโน้ตเท่าไหร่เลยน่ะค่ะ

//kangalala.spaces.live.com
โดย: The SoVo IP: 124.84.156.195 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2549 เวลา:13:27:56 น.
  
ไม่ได้ดู Death note 1 ค่ะ
แต่พอรู้เรื่อง
เนื่องจากมีคนใจดีเล่าให้ฟัง และทำให้ดู Death note 2 ได้รู้เรื่อง
ยังรออ่าน อวสาน Death note ของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณค่ะ
โดย: Date note IP: 58.9.164.231 วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:21:37:55 น.
  
มุขตอนจบสุดยอดมากค่ะ
ไม่คิดเลยว่าไลท์จะร้ายขนาดนั้น
โดย: tabby girl IP: 202.122.130.31 วันที่: 2 เมษายน 2550 เวลา:16:51:14 น.
  
มีคนชอบไลแต่ผมอยากให้มีคนตายที่ผมเขียนชื่อว่า ปัน
โดย: ........ IP: 203.62.152.24 วันที่: 18 เมษายน 2550 เวลา:11:57:51 น.
  
วัดดีชาว deathnote ทุกคน ผมเป็นเเฟนพันธ์เเท่
โดย: เบียร์*-*คับ IP: 61.7.221.111 วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:13:09:52 น.
  
วัดดีชาว deathnote ทุกคน ผมเป็นเเฟนพันธ์เเท่
โดย: เบียร์*-*คับ IP: 61.7.221.111 วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:13:10:07 น.
  
สิ่งที่ คิระ ทำนั้นผมนับถือเป็นอย่างยิ่ง สุดยอด แฟนพันธุ์แท้เช่นเดียวกัน
โดย: KIRA IP: 222.123.136.25 วันที่: 26 ตุลาคม 2550 เวลา:3:56:16 น.
  
ผมไม่ค่อยเข้าใจอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดคนส่วนใหญ่พยายามที่จะคิดว่า Death Note เป็นสิ่งที่เลวร้าย ทั้งๆที่ถ้าอยู่ในมือของคนที่มีอุดมการณ์ที่เข้มแข็งจริงๆ หนังสือนี้คงจะช่วยโลกได้เยอะมาก โดยเฉพาะประเทศไทย ในสภาพสังคมปัจจุบันที่พวกคุณคงรู้ๆกันอยู่ คนๆดีไม่มีที่ยืน คนชราที่คอยสร้างความวินาศให้ประเทศและการเจริญเติบโตของประเทศก็มีแต่จะเริงอำนาจขึ้นทุกวันๆ เเล้วคุณยังจะไว้เนื้อเชื่อใจกฏหมายอีกเหรอครับ

ปัญหาที่ว่าคือ ถ้าจิตใจของผู้ที่ใช้เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว มันกลายเป็นหายนะไปเลยนะครับโดยเฉพาะถ้าตกไปอยู่ในมือคนไม่ดี

แต่ผมและพวกคุณก็คงต้องนั่งหน้าเศร้าต่อไปพร้อมกับความฝันอันลมๆแล้งที่อยากจะเห็นประเทศไทยดีขึ้น เพราะDeath Note มันไม่มีจริงในโลก

และสิ่งที่ผมเกลียดอยู่อีกอย่างหนึ่ง คือผู้สร้างและผู้เขียนการ์ตูนและหนัง เขียนให้สุดท้าย ไลท์กลายเป็นคนเลวไป และสร้างจุดหักเหให้อุดมการณ์ที่ความจริงดีมาก ต้องกลายเป็นเลวไป ผมว่าพวกเขาคงไม่จำเป็นต้องรับรู้โลกแห่งความเป็นจริงและเรียกร้องอะไรอีก

แหงล่ะ พวกเขารวยเพราะ Death Noteอยู่แล้ว ไม่ต้องมาทนแบบพวกเราหรอกครับ

และพวกเขาไม่ได้เกิดเป็นคนไทย อยู่บนแผ่นดินไทย
โดย: โปงลางคุง IP: 124.120.94.234 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:59:55 น.
  
จนป่านนี้ ก็ยังไม่ได้ดูเลย อ่านแต่การ์ตูน
โดย: โต้ง IP: 125.27.88.131 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:19:41 น.
  
ชอบแอลมากเพราะน่ารัก

ใครรมีการตูนเล่ม13แล้ว

อยากอ่านมากแล้วใครปัยดูภาค3

มาแล้วนุกใช้ปะ
โดย: tong IP: 58.9.114.8 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:20:42:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด