The King and the Clown , ความรักของตัวตลกบนหลังเสือ


...The King and the Clown เข้าฉายบ้านเราแบบแสนน่าเสียดายของ ที่ค่ายหนังโปรโมทกันแบบหน่อมแน้ม ติ๋มๆขวยๆ กลัวจะขายไม่ออก เหมือนไม่เชื่อมั่นในหนังของตัวเอง

ทั้งที่ The King and the Clown คือ หนังเกาหลีที่น่าจะดีที่สุดของปีนี้ อีกทั้งยังเป็นหนังดีที่ดูง่ายดูสนุก พิสูจน์จากการทำเงินมหาศาลเมื่อฉายที่บ้านเกิด และ กวาดรางวัลมาแทบทุกสำนักแถมยังเป็นตัวแทนประเทศเกาหลีเข้าชิงออสการ์ปีนี้

ชื่อหนังพูดถึง ตัวละครสองสถานะ คนสามคน ที่มีความผูกพันเกี่ยวโยงกัน



...จางซัน และ กองกิล เป็น สองนักแสดงตลก กองกิล เป็น ชายหน้าหวาน เขาจึงเป็นที่หมายปองของนายจ้างหลายคนที่หวังใช้เขาเป็นที่ระบายอารมณ์ทางเพศ จางซัน คอยปกป้อง กองกิล ไม่ให้ถูกคนลวนลาม และ กองกิล ก็เป็นคนปกป้องจางซัน จนพลั้งมือฆ่าคนตาย

ทั้งคู่ระหกระเห็จเร่ร่อนเล่นละครให้คนดู เป็น เรื่องราวของ พระราชาองค์ปัจจุบันในยุคสมัยโซซอน ที่ครองราชย์โดยใช้อำนาจกดขี่ประชาชน ปรนเปรอตัวเองด้วยความสำราญไปวันๆ เสพสุขกับมเหสีข้างกายโดยไม่ใส่ใจประเทศชาติ

ผลของการล้อเลียนนี้เอง ทำให้คณะละครตลกถูกลงโทษแล้วเรียกเข้าวัง เพื่อแสดงสดต่อหน้าพระราชา ก่อนที่เหตุการณ์จะพลิกผัน กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจ จนได้พักอาศัยและได้งานคอยให้ความบันเทิงอยู่ในวัง



พวกเขาไม่ทันรู้ตัวเลยว่า ณ.ตอนนั้น พวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นขี่หลังเสือแล้ว

...เมื่อใดก็ตามที่เริ่มขี่หลังเสือ ชีวิตย่อมต้องต่างไปจากเดิม เพราะ หากคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อไปก็จำต้องคุมเสือให้อยู่หมัด แต่หากหวังจะลงกลับมาใช้ชีวิตธรรมดาสามัญเหมือนเดิม ก็ย่อมเสี่ยงต่อการถูกเสือจับกิน

สภาพจิตและอารมณ์ที่แปรปรวนของ พระราชา ก็ไม่ต่างอะไรจากเสือ

ในเวลาหนึ่งพร้อมจะให้รางวัล ข้าวของเงินทอง จนอิ่มเอม พร้อมจะลงมาเล่นตลกร่วมกับนักแสดง แต่อีกจุดหนึ่งก็พร้อมจะประหารชีวิตข้าราชบริวารอย่างไร้เหตุผล ไร้กฎเกณฑ์ในชั่วพริบตาเพียงเพราะไม่พอใจ



ดังนั้นหากหวังจะให้ จางซัน กับ กองกิล คุมเสือตัวนี้ให้ได้นั้น คงเป็นเรื่องยากเย็นเกินความสามารถ และ เมื่อทั้งคู่หวังจะลงจากหลังเสือโดยออกจากวังเพื่อไปใช้ชีวิตเช่นเดิม ก็ยากจะเป็นจริง เมื่อพระราชา เกิดต้องตาต้องใจ กองกิล

...ในตอนต้น หนังสร้างให้คนดูได้เห็นภาพพระราชา ดูเหมือน คนอำมหิตป่วยจิตน่ารังเกียจ ก่อนจะค่อยๆสร้างมิติให้กับตัวละครมากขึ้นกว่าการจะเป็น ตัวร้ายด้านเดียว เพราะยิ่งดู หนังก็จะค่อยๆเฉลย ความอ่อนแอและความไม่มั่นคงในใจของตัวละคร ผ่านการแสดงของเหล่าตัวตลกและกองกิล

สำหรับ พระราชา และ กองกิล


มเหสีเข้าใจว่า ความผูกพันของทั้งคู่เป็นความสัมพันธ์ฉันท์คนรัก นั่นจึงทำให้ มเหสีวางแผนบ่อนทำลายกองกิล มเหสีไม่มีโอกาสรู้เหมือนคนดูที่จะค่อยๆเห็นว่า กองกิล ไม่ได้เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกพิศวาสเสน่หาที่หายไปของพระราชา แต่ กองกิล เข้ามาเติมเต็ม ความอ่อนโยน ความอบอุ่น ความนุ่มนวล ที่หายไปพร้อมแม่ที่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเยาว์วัย

หุ่นกระบอกของกองกิล ที่เล่นให้พระราชาดูและพระราชาลงมาเล่นด้วย นัยหนึ่ง ก็เหมือนการเล่นเพื่อบำบัดเยียวยา(play therapy) บาดแผลในจิตใจของพระราชา

การแสดงชุดสำคัญต่อหน้าพระพันปี เป็น ฉากสำคัญที่ช่วยให้เราได้เห็นที่มาและเติมเต็มอดีตที่หายไปของพระราชา ผู้ที่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่สูญเสียแม่ด้วยฝีมือคนใกล้ตัว

เด็กที่สูญเสียพ่อแม่ พร้อมถูกบังคับให้ลืมๆไป เด็กที่เป็นเช่นนี้ ย่อมเติบโตมาพร้อม การขาดความรู้สึกมั่นคงในจิตใจ(insecurity) ขาดความรักความอบอุ่น(lack of love and nurturing) ส่งให้กลายมาเป็น คนที่ต้องแสวงหาความสุขมาปรนเปรอให้อิ่มเอม เหมือนเด็กไม่รู้จักโต แล้วยิ่งต้องมาเป็นกษัตริย์

การถูกเทียบกับ พ่อ ซึ่งเป็น กษัตริย์ที่ได้รับการเคารพนับถือ เป็นเหมือน ภาพร่างที่สมบูรณ์แบบชนิดยากจะไปถึง(perfect ego ideal) ยิ่งกดดันและทำให้ เขายิ่งต้องพยายามสร้างเกราะให้ดูเข้มแข็ง น่าเสียดาย ที่เกราะนั้นคือ ความโหดร้าย ที่คอยปกปิดความเปราะบางใน จิตใจ ซึ่งผันแปรไปตามความเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโต

กองกิล ก็ไม่ต่างอะไรจาก ตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มาเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหาย แต่เมื่อ พระราชาได้เห็นอีกด้านของกองกิลที่ไม่ใช่ ความนุ่มนวลอ่อนโยน แต่เป็น ด้านของความใจเด็ดและความที่ไม่อาจครองครองกองกิลได้ เขาก็พร้อมจะโยนตุ๊กตาตัวนี้ทิ้ง และหันกลับไปหามเหสีที่เป็นของเล่นของตาย

หาก กองกิล และ พวกพ้อง ช่วยให้พระราชาได้สัมผัสความรู้สึกที่หายไป ได้ค้นพบความจริงที่เจ็บปวด พระราชาเองก็ช่วยให้ กองกิล และ จางซัน เข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากยิ่งขึ้น


..เราจะเรียกความสัมพันธ์ระหว่าง จางซัน กับ กองกิล ว่าอย่างไร มิตรภาพ หรือ ความรัก

เชื่อว่าเมื่อหนังจบลง อาจแบ่งให้คนดูออกเป็นสองฟากฝั่ง บ้างก็เชื่อว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน บ้างก็เชื่อว่าพวกเขามีความรักกันเช่นเดียวกับ แจ๊ค และ เอนนิส ใน Brokeback mountain เพราะหลายฉากที่กรุ่นๆแสดงถึงความรู้สึกห่วงและหวงไปพร้อมๆกัน

ก่อนที่จะถกกันเพื่อหาบทสรุป หากลองคิดอีกด้านว่า นิยามของความสัมพันธ์คู่นี้ มีความสำคัญอย่างไร? การที่เขา เป็น เพื่อน หรือ เป็นคนรัก มีความหมายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตพวกเขาหรือไม่?

แล้วเราก็จะพบว่า มันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

...ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน หรือ คนรัก สิ่งที่ทั้งคู่มีให้แก่กันคือ ความห่วงใยจริงใจ ความเสียสละ และ พร้อมปกป้องอีกฝ่ายด้วยชีวิต

หนังฉลาดที่จะนำเสนอภาพความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ออกมาชัดเจนแต่ก็ไม่โจ๋งครึ่มโจ่งแจ้ง ไม่มีแม้แต่ฉากที่เป็นภาพการแสดงความรักฉันท์คนรัก ไม่มีการกอดจูบลูบไล้ จนถึงตอนท้ายที่ จางซัน ใช้คำว่า รัก ออกมาเพียงครั้งเดียว

หนังให้คนดูตีความได้ตามความคิดของแต่ละคน แต่ไม่ว่าใครจะแปลความสัมพันธ์นี้อย่างไร ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า

กองกิล และ จางซัน เกิดมา มีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน

และ ความสัมพันธ์นี้ เป็น ความสัมพันธ์ที่ใครได้ดูอาจต้องอิจฉา เมื่อพบว่า บางทีในชีวิตจริง เราสามารถให้คำนิยามกับคนข้างตัวได้อย่างชัดเจนว่า เพื่อน หรือ คนรัก แต่กลับไม่สามารถสัมผัส การมีชีวิตเพื่ออีกฝ่ายได้เท่ากับตัวละคร

นั่นอาจเป็นเพราะ บางครั้ง คนเรามัวแต่หมกมุ่นในการหาคำจำกัดความให้ความสัมพันธ์ของกันและกันมากเกินไป มัวแต่ตั้งหน้าตั้งตาจีบให้อีกฝ่ายเป็นแฟนเรา คอยแต่เฝ้าครอบครองเพื่อให้คนอื่นรู้ถึงความเป็นเจ้าของ ฯลฯ จนลืมไปว่า

ความสำคัญที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การได้ชื่อว่า เพื่อน กิ๊ก คนรัก แฟน ฯลฯ แต่ อยู่ที่ ตัวความสัมพันธ์ เองว่า เราพร้อมหรือยังที่จะเอาใจใส่และห่วงใยในอีกฝ่ายด้วยใจบริสุทธิ์ พร้อมที่จะทำให้อีกฝ่ายมีความสุขและปลอดภัย โดยไม่ได้คำนึงถึง ความสุขความปลอดภัยของเราเพียงฝ่ายเดียว

ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่ได้ชื่อเรียกนำหน้าความสัมพันธ์ แต่ ในตัวความสัมพันธ์นั้น แต่ละคนล้วนอยู่เพื่อตัวเอง




Spoiler alert ข้อความสีส้มต่อไปนี้ เฉลยจุดสำคัญและตอนจบของหนัง




หนังปิดฉากลงพร้อมบทสนทนาที่เจ็บปวดแต่กินใจ

กองกิลถามว่า หากชาติหน้ามีจริงท่านอยากเกิดเป็นอะไร พระราชาอย่างนั้นหรือ
จางซันตอบว่า ไม่ ข้าอยากเกิดเป็นนักแสดงอีก
กองกิล ถามกลับว่า ทำไมถึงขออะไรโง่เง่าอย่างนั้น ที่เป็นอยู่แบบนี้ ยังเจ็บไม่พออีกอย่างนั้นหรือ
จางซันตอบสั้นๆแต่ได้ใจความว่า โลกนี้คือละคร

แล้วทั้งคู่ก็เล่นละครบทสุดท้ายร่วมกัน ละครตลกที่พวกเขาสามารถเขียนบทได้ทุกอย่างดั่งปรารถนา ยกเว้น ละครชีวิตที่ไม่สามารถลิขิตได้ดั่งใจหวัง

ภาพสุดท้ายของหนัง คงเป็น การแสดงที่พวกเขาได้มีโอกาสกำหนดบทบาทและหัวเราะร่วมกันไปตลอดกาล แต่เป็น การแสดงที่ไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป




….The king and the clown เป็นตัวอย่างของหนังที่ดีในแทบทุกองค์ประกอบ แต่ที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษสองส่วน หนึ่ง คือ ทีมนักแสดงโดยเฉพาะตัวเอกตามชื่อเรื่องทั้งสามคน ที่เข้มข้นจนหลายฉากคนดูแทบหยุดหายใจ เช่น ฉากการแสดงครั้งแรกเพื่อวัดใจพระราชา กับ การแสดงครั้งสุดท้ายต่อหน้าพระพันปี

สอง บทภาพยนตร์ที่เป็นตัวอย่างอันดีของ บทที่เขียนออกมาแล้วดูง่ายโดยไม่จำกัดวัฒนธรรม และ เต็มไปด้วยประเด็นดีๆ ไม่ว่าจะเป็น การเมืองการปกครองอันฟอนเฟะ ชีวิตที่ขี่หลังเสือของตัวละคร และ ความรักความสัมพันธ์ที่หนังถ่ายทอดออกมาได้งดงามอย่างมีชั้นเชิง ไม่เพียงแค่นั้น บทหนังยังฉลาดใช้ตัวละครแต่ละฝ่ายเป็นกระจกสะท้อนให้คนดูได้เห็นมิติเชิงลึกของตัวละคร นั่นคือ

พระราชา ช่วยให้เราเห็นภาพความสัมพันธ์ของคู่ตัวตลกชัดเจนขึ้นและทำให้พวกเขารู้จักตัวตน ความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวตลกกับการแสดงของพวกเขาก็ช่วยให้พระราชาได้เติมเต็มทั้งความจริงและความรู้สึกที่โหยหา และ คนดูก็จะได้รู้จักพระราชามากขึ้นว่าเพราะอะไรเขาจึงเป็นเช่นนี้ ได้เห็นที่มาและเห็นด้านที่เปราะบางน่าสงสารไม่ใช่แค่ความอำมหิตป่วยจิตของตัวละคร

... น่าอิจฉาที่เกาหลีมีหนังคุณภาพสูงใกล้เคียงกันที่จะเลือกเป็นตัวแทนประเทศไปประกวดได้หลายเรื่อง และก็ไม่แปลกใจที่เกาหลีเลือกเรื่องนี้แทน The Host เข้าชิงออสการ์ เพราะถ้าเปรียบเป็นหญิงสาว The Host อาจมีดีในบางมุม และ ก็มีบางด้านที่ไม่สวยนัก แต่ The king and the clown คือ หญิงสาวเพียบพร้อมงดงามไปทุกด้านจนยากจะหาข้อตำหนิ น่าเสียดายที่ค่ายหนังบ้านเราโปรโมทแบบเสียของจนหลายคนต้องพลาดไป และ น่าเสียดายที่หลายคนเข้าใจว่านี่เป็นหนังเกย์จนเมินหน้าหนี ทั้งที่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

สิ่งที่ชอบ

1.นักแสดง ... สองตัวตลก และ หนึ่งพระราชา เป็นบทบาทที่ยอดเยี่ยมชนิดกินกันไม่ลง แต่ละคนอินกับบทบาทตัวเองจนดูดคนดูให้เชื่อเสมือนว่าพวกเขาเป็นคนๆนั้นจริงๆ ในส่วนของนักแสดงคนอื่นๆก็เล่นได้เยี่ยมเช่นเดียวกัน

2.บทภาพยนตร์ ... เจ๋งทั้งที่นำเสนอหลายประเด็นและทุกประเด็นกลมกลืนกันลงตัว ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวในสมัยอดีตของเกาหลีแต่หนังก็สามารถเล่าให้คนดูชาติอื่นๆเข้าถึงได้ง่ายๆ มิหนำซ้ำยังพาคนดูเข้าไปสำรวจตัวละครสำคัญๆได้อย่างลึกซึ้ง และ นำเสนอภาพความสัมพันธ์ของชายกับชายได้อย่างไม่รู้สึกแปลกแยก นี่คือบทหนังที่ทั้งเจ๋งและทั้งมีชั้นเชิงและฉลาดเฉลียว

3.ฉากเด็ดๆ ... ไม่ว่าจะเป็น โชว์ครั้งแรกที่ลุ้นพระราชายิ้ม , พระราชาลงมาเล่นกับนักแสดง , โชว์ต่อนหน้าพระพันปี , ไล่ล่าในป่าไผ่ , พระราชาหยิบธนูมายิง ฯลฯ ทุกฉากแทบทำให้คนดูต้องหยุดหายใจในจังหวะของการกำกับที่สะกดคนดูไปพร้อมๆกับการแสดงที่หนักแน่น

สรุป ... The king and the clown เป็นหนังเกาหลีที่ดีที่สุดของปีนี้ เป็นหนังที่ดีควรค่ากับการเสียเงินเพื่อไปดูหนังดีที่ดูสนุก เพราะเราจะได้พบกับหนังที่มีการแสดงชั้นอ๋อง บทภาพยนตร์สุดเจ๋ง งานด้านภาพแสนประณีต ฯลฯ เรียกว่า แม้จะไม่ได้เต็ม 10 ในทุกองค์ประกอบ แต่ก็ไม่มีองค์ประกอบไหนที่ได้คะแนนต่ำกว่า 8 อย่างแน่นอน เป็นงานที่ห้ามพลาดอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้


Blog เกี่ยวเนื่อง

The Host , สัตว์ประหลาด สนุกประหลาด
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=09-2006&date=13&group=1&blog=1



ใกล้หมดปีแล้ว ชวนเพื่อนๆเตรียมเลือก 10 หนังชอบ / 5 หนังไม่ชอบ / 5 ตัวละครประทับใจ / 10 ฉากประทับใจ มาคุยกันใน Blog ส่งท้ายปี เหมือน สองปีที่ผ่านมาครับ ตอนนี้เลือกเก็บไว้ในใจก่อนได้เลยจ้า ยังไม่ต้องตอบตอนนี้เน้อ


Blog ชวนคุยล่าสุด

ชวนมาคุยกัน ... หนังกับรางวัลทั้งหลายแหล่ประจำปี 2006 (AFI / NBR / Oscar ฯลฯ)
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=12-2006&date=14&group=5&blog=1

ถ้าสามารถย้อนอดีตได้ 1 ครั้ง คุณจะย้อนไปช่วงเวลาไหน และ ย้อนไปทำอะไร ?
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=5&month=12-2006&date=11&blog=1

รักครั้งแรกของคุณเป็นอย่างไร ?
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=4&month=12-2006&date=02&blog=1



ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว)
ปีใหม่นี้ มอบ"หนังสือรัก" เป็นของขวัญแด่คนที่คุณรัก



ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

เริ่มต้นอ่านครั้งแรก ชวนคลิก ชวนคุยกันที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 15 ธันวาคม 2549
Last Update : 15 ธันวาคม 2549 14:19:23 น.
Counter : 10914 Pageviews.

41 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
  
ไปดูมาแล้วค่ะ ชอบมากเลย นักแสดงเล่นกันเก่งมากค่ะ โดยเฉพาะ จางซันกับกองจิล (หรือกองกิล เราเห็น sub เขียนกองจิลอะค่ะ)

แต่ขอบ่นนิดนึงเรื่องจำนวนโรงที่เข้าฉาย (เผื่อมีผู้หย่ายที่เกี่ยวข้องมาอ่านและนำไปปรับปรุง) ทำไมหนังดี ๆ ถึงมีโรงเข้าฉายน้อยแบบนี้ก็ไม่รู้ แย่ชะมัด จริง ๆ หนังเรื่องนี้ถ้าโปรโมตดี ๆ ก็น่าจะขายได้ในวงกว้าง และถ้าเพิ่มจำนวนโรงก็น่าจะยิ่งช่วยให้มีคนดู คนรู้จักมากขึ้น
โดย: unwell วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:8:17:05 น.
  
+ ดีใจที่แอบลุ้นให้คุณ จขบ. คลอดบทความหนังเรื่องนี้ออกมาไวๆ ได้สำเร็จ ก่อนที่รอบจะถูกเบียดจนหล่นหายไปหมด ... ตอนนี้ที่ Grand EGV ไม่มีรอบฉายแล้วนะครับ เพราะถูกย้ายไปฉายที่โรงใหม่คือ Esplanade รัชดา (อยู่ตรงทางเข้าผับ Pump Up! หรือขึ้นสถานีรถใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมฯ) เต็มโรง 1 โรงแทน ส่วน Paragon อาทิตย์นี้ยังเหลือประมาณ 3 รอบครับ
+ ชะตากรรมหนังเรื่องนี้ในเมืองไทย ออกมาใกล้เคียงเรื่อง Welcome to Dongmagkol ไม่มีผิดเพี้ยนเลยเชียว คือเป็นหนังเกาหลี ... ที่ดีถึงดีมาก ทำรายได้ถล่มทลายในบ้านเกิด ... แต่ผลจากความไม่มั่นใจของค่ายหนัง ทำให้เอาเข้าฉายแบบจำกัดโรง (เหลือเกิน) แถมยังไม่โปรโมตอีกต่างหาก ... เลยหาคนชมได้ยากเย็นเต็มที ช่างน่าอนาถใจเป็นยิ่งนัก
+ องค์ประกอบของเรื่องนี้ ที่เด่นก็คือ บทแน่นและมีประเด็น กับการแคสติ้งตัวนักแสดง ... เรื่องบท ประเด็นที่เด่นมั่กๆ ก็คือการเปรียบเปรยถึง พระราชา และอำนาจ (คือการขี่หลังเสือที่คุณ จขบ. ว่าไว้นั่นเอง) ซึ่งมีเส้นแบ่งบางๆ ใกล้เคียงกับคำว่า 'ทรราช' โดยอาศัยตัวตลกทั้ง 2 เป็นเงาสะท้อน ... รวมทั้งอาจโยงใยมาถึงผู้มีอำนาจ และการเมืองในยุคปัจจุบันได้อีกด้วย
+ นักแสดง ... ทั้ง 3 ตัวเอก คือ 1 พระราชา (เพี้ยน วิปลาสได้ใจและดูน่าสงสารในคราวเดียวกัน) กับ 2 ตัวตลก (เจ๋งมั่กๆ ทั้งคู่ ... แต่ลีจุนกิ สวยซะจนน่าฝันถึง เหอะๆ) ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีที่ติ ... ส่วนตัวประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพระสนมเอกจอมริษยา, มหาอำมาตย์ผู้ภักดี, ตลกคู่แข่งที่กลายเป็นมหามิตรทั้ง 3 และคนอื่นๆ ก็เจ๋งกันทุกคน
+ หนังยังแทรกประเด็นทางวัฒนธรรม เช่นการแสดงละครของเกาหลีในยุคโบราณ, เสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆ, สภาพของเกาหลีในยุคยังมีพระจักรพรรดิ, ฯลฯ ทำให้ดูเพลินตาดีจังครับ

*** Spoil นะฮับ ***
+ ฉากจบ ตอนการแสดงหน้าพระพักตร์ครั้งสุดท้าย จนถึงตอนทั้งคณะได้ไปแสดงตลกกันต่อบนสวรรค์ทำได้ร้าวรานดีเหลือเกิน
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:10:40:20 น.
  
ลืมเขียนไปอีกนิด ... จะบอกว่า เพิ่งสังเกตเห็นว่า คุณ จขบ. เปลี่ยนวิธีแสดงรายชื่อหนัง จาก 15 เรื่องที่เขียนล่าสุด เป็นแสดงรายชื่อหนังทั้งหมด ตั้งแต่เปิดบล็อกนี้มา (เหวอ!!!) ... ก็ดีนะครับ ตรงที่ถ้าใครอยากดูหนังเก่าๆ เรื่องไหน ก็ย้อนกลับไปจิ้มอ่านได้เลย ... แต่ถ้าหนังมันเยอะขึ้นๆ เรื่อยๆ ล่ะครับ? ระวัง แถบ Scroll bar มันจะทำงานไม่ไหวนะคร้าบ เหอะๆ
โดย: บลอทช์ยู IP: 202.69.140.233 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:10:49:09 น.
  
เรื่องนี้สุดๆแล้วครับ แต่ก็ยังเสียดายแทน The Host เหมือนกัน (น่าจะมาเข้าฉายคนละปีน้า)

ไม่มีอะไรต้องบรรยายล่ะครับ ประเคนรางวัล ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม" ให้ไปเลย เหอๆๆ

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์นั้น.. ผมว่ามันมีบรรยากาศที่กรุ่นๆออกมาเหมือนกันว่าตัวตลกทั้งสองมีความรักที่ "มากกว่าเพื่อน" ให้แก่กัน แต่หนังไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนเหมือน Brokeback Mountain เท่านั้นเอง...

ลีจุนกิ สวยมั่กๆ.. ให้ตายเถอะ... น่าจับไปแปลงเพศจริงๆนะ - -*

ส่วนเรื่องค่ายหนัง ผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน ทั้งๆที่เมื่อหลายเดือนก่อนช่อง 7 (ที่เป็นสปอนเซอร์) ก็ปูทางมาอย่างดีด้วยการเอาเทปประกาศรางวัลหนังเกาหลีมาให้ดูกัน (ที่ราชา+ตัวตลกเองก็ได้มาเยอะแยะมากมาย รวมถึงลีจุนกิด้วย) ผมก็นึกว่าเรื่องนี้น่าจะได้รับโอกาสมากกว่านี้ ไม่ใช่ขลุกอยู่เฉพาะกับคนดูเฉพาะกลุ่มอย่างกลุ่มเกย์ (วันที่ผมไปดู มีคู่เกย์ดูเยอะมากครั่บ) และ สาวๆที่คลั่งไคล้เรื่องเกย์ (เพื่อนผมหลายๆคน - -) เท่านั้น
โดย: nanoguy IP: 161.200.255.163 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:12:53:18 น.
  
^
^
+ กรั่กๆ ย่อหน้าสุดท้ายนี่เขียนซะ - -'
แล้วคุณ nanoguy ไม่เขิลล์แย่เหรอคับนั่น ไปนั่งดูท่ามกลางดงเสือสิงห์กระทิง ... แบบนั้น 555 ระวังถ้าเค้ารู้ว่าไม่ใช่พวกเดียวกัน จะโดนแทะโลมเข้าให้หรอกคับ เอิ๊กๆๆ

+ ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวตลกทั้ง 2 เพื่อนผมเค้าวิเคราะห์ไว้ว่า เป็นความสัมพันธ์ทางด้านจิตใจ (ระหว่างชาย 2 คน) ที่เป็นความรักที่บริสุทธิ์ และอาจมีเรื่องเพศมาเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ได้ เพราะหนังก็ไม่ได้บ่งชี้อะไรตรงนี้ชัดเจน ... เพราะจริงๆ แล้วความสัมพันธ์ไม่ว่าระหว่างเพศใดก็ตาม มันไม่ได้มีแค่เรื่องทางกายอย่างเดียวเท่านั้นหรอกครับ ... ถ้าเป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน มันต้องเกิดจากจิตใจมากกว่าอ่ะ
โดย: บลูยอชท์ โผล่มาแซว IP: 202.69.140.233 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:14:21:09 น.
  
ทีแรกจะไม่เม้นต์ เห็นคำเตือนด้านล่างเลยเม้นต์ (^^) ค่าอ่านบล๊อก
อาจเพราะไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์ทางกายเลยก็ได้ ถึงทำให้คนที่ดู รุ้สึกว่ามันอ่อนโยน และประทับใจกับฉากจบมาก
เห้นด้วยเหมือนกันว่านี่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องขั้ว ว่าหนังจะเป้นขั้วไหน เพราะเนื้อหนังให้ความรู้สึกเรื่องอื่นเข้ามาจนไม่รู้สึกสนใจเรื่องขั้วอะไรทั้งนั้นไปเลย
ความรู้สึกทางจิตใจสำคัญจริงๆ ดังนั้นการที่หนังทำออกมาแบบนี้แล้วให้คนดูซาบซึ้งและตัดสินใจต่อความรู้สึกตัวเองมันก้ดีแล้วล่ะ เราว่านะ
เสียใจที่ฉายน้อยโรงเหลือเกิน เฮ้อ..
โดย: hyuan IP: 203.114.122.133 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:16:21:18 น.
  
ถ้ารู้ว่าจะมาฉาย จะไม่ดูแผ่นเถื่อนแน่นอนค่ะ แปลแบบงง ๆ ต้องมาแปลไทยเป็นไทยอีกที แต่ก็ชอบนะคะ โดยเฉพาะน้องจุนกี

ไม่รู้สึกว่าเป็นหนังเกย์นี่นา...แค่บางทีก็รู้สึกว่าจุนกีเล่นเป็นผู้หญิง...ก็สวยซะขนาดนั้น ทำไมคนเข้าใจว่าเป็นหนังเกย์ไปด้าย..
โดย: ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:20:54:33 น.
  
เพิ่งไปดูเมื่อคืนที่พารากอน (ตั้ง 160 แน่ะ โรงเบาะหนังอะไรไม่รู้ -__-'') ชอบมากครับ

ชอบลีจุนกิในเรื่องนี้มากๆ แต่ไม่ชอบเวลาเป็นผู้ชายเลย ดูเก๊กๆ ไงไม่รู้
โดย: merveillesxx วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:23:50:48 น.
  
ดูเรื่องนี้นานมาก(เกินไป)แล้ว T-T
จำรายละเอียดได้ไม่มาก
เข้ามาทบทวนความทรงจำกับบล็อคพี่เนี่ยล่ะค่ะ =D

ประทับใจหนังเรื่องนี้ตรงความสัมพันธ์ระหว่างตัวตลกทั้งสองตัวมาก น่าเสียดายที่หลายคนจะตัดเรื่องนี้ออกเพราะคิดว่ามันเป็นหนังเกย์ (ถึงตัวเองจะอยากดูเรื่องนี้มากถึงขนาดต้องไปหามาดูเพราะคิดว่ามันจะเป็นหนังเกย์ก็ตาม ^^")
โดย: Abstract Life IP: 61.47.66.196 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:8:30:39 น.
  
โหยยย ขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมเพิ่งได้ดูจากการโหลดมาดูพร้อมซับอังกฤษ ขนาดไม่ค่อยรู้เรื่อง น้ำตาไหลแหมะๆ เลย ซึ้งมากกก
โดย: หนุ่ม IP: 58.8.168.179 วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:19:41:19 น.
  
อยากดูนะคะ...
แต่เพิ่งทราบตอนอ่านบล็อกนี่ล่ะค่ะว่าเข้าด้วยหรอ เมื่อไหร่กันนี่...
พลาดแล้วเรา
โดย: SnowBelL IP: 58.136.73.196 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:1:40:01 น.
  
แวะมาโหวตบันเทิงยอดเยี่ยมให้จขบ.ค่ะ
โดย: runechan (runechan ) วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:8:57:15 น.
  
เรื่องนี้ดูแล้วสะเทือนใจจริงๆ ค่ะยิ่งตอนท้ายๆ ด้วยแล้วมันห้ามน้ำตาไว้ไม่ไหว
ตัวตลกสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยผูกพันธ์กันมากและคอยช่วยเหลือกันตลอด เป็นความสัมพันธ์ที่เกินกว่าคำว่า ชู้สาว ไปแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าอีกคนเจ็บปวดล่ะก็อีกคนก็จะทนไม่ได้ และถ้าอีกคนนึงตายไปล่ะก็ อีกคนก็คงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้อีกเช่นกัน ดูแล้วรู้สึกงั้นจริงๆ

ส่วนตัวไม่ชอบพระราชาค่ะ ถึงจะมีเหตุผลอะไร ฉันก็ไม่ชอบการกระทำของเขาอยู่ดี 555 เป็นพวกอินเกินเหตุค่ะ
โดย: เนี่ยหลิน IP: 222.123.69.224 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:15:31:16 น.
  
เฮ...เจอblogคัมภีร์หนังเข้าแล้ว ขอaddนะคะ จะได้มารีวิวหนังน่าดู
เรื่องนี้เราขอชื่นชมด้วยคนค่ะ ขอออกตัวก่อนว่าจริงๆเราเป็นพวกนิยมอะไรที่มัน"Y"(<เผื่อไม่รู้จักค่ะ Y-เป็นคำที่ใช้เรียกแนวเรื่องแบบชายรักชายน่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย การ์ตูน หรือหนัง...ย่อมาจากคำยุ่นว่าyaoiนะคะ) แต่สำหรับเรื่องนี้ ได้รับอรรถรสที่ไม่เกี่ยวกับความY มากมาย เป็นเรื่องที่มีนัยยะหลายอย่าง ให้รู้สึกอยากที่จะย้อนกลับไปดูอีกค่ะ รอDVDค่ะ
โดย: walk in dream (walkin ) วันที่: 18 ธันวาคม 2549 เวลา:2:48:13 น.
  
หุๆๆ... ไม่ต้องเลี่ยงไปเลี่ยงมาหรอก ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มก็รู้ๆ อยู่ เพียงแต่ผู้กำกับมีรสนิยมเลิศในการนำเสนอ อั้งลี่ก็ยังทำได้ไม่ประณีตเท่า มันมีส่วนคล้ายกับความสัมพันธ์ของตัวเอกใน Farewell my concubine ของเฉินไข่เกอ คือผูกพันธ์กันมาแนบแน่น เป็นทั้งพี่น้อง คนรัก ผู้พิทักษ์ปกป้อง ... เพียงแต่ตาพระเอกมัวแต่เรื่องมาก หนุ่มสวยเลยโดนคนอื่นคว้าไปรับประทานซะ (หลายคน) มารู้ตัวทนไม่ได้ก็ตอนพระราชาคว้าไปเป็นตุ๊กตาบาร์บี้นี่แหละ ถึงยอมออกมาแสดงความรัก (ครั้งสุดท้าย) อย่างบ้าบิ่น ทั้งๆ ที่ถูกเตือนโดยเสนาบดี (ซึ่งรู้ดีว่าจางซันนั้นรักและหวงกองกิลขนาดไหน) แล้วว่าอย่าหวังในตัวกองกิลเลย ให้ไปซะและลืมให้หมด... คนดูที่ไม่อยากยอมรับว่าเป็นความรักของเกย์ ก็คงเพราะตะขิดตะขวงว่า รักแบบชายจริงหญิงแท้ยังไม่เสียสละและซาบซึ้งกินใจขนาดนี้กระมัง..เหอๆๆ

เอาน่า..องค์กรอนามัยโลกเขาประกาศแล้วว่าเกย์ไม่ใช่โรคจิตประสาทที่ไหน เป็นแค่รสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนกันเท่านั้น...

พระราชา(และมเหสี)เองก็ดูยอมรับชะตากรรมของตัวเองขณะที่เหล่าคณะปฏิรูปยกกำลังบุกเข้าวัง (แหม ตามแนวละคร Tragedy โดยแท้) คือ ตัวเอกทุกคนดูยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น จริงๆ ชอบตัวพระราชาไม่น้อย ที่สามารถเล่นบทที่ Complex ให้เราเข้าใจในเบื้องลึกของตัวเขาได้อย่างชัดเจน ทำให้ตัวละคร(ที่ดูร้ายนี้) มีชีวิตชีวาเป็นตัวเป็นตน และออกจะน่าสงสารไม่น้อย แทนที่จะเห็นแค่พฤติกรรมด้านเดียวของการชิงดีชิงเด่นฆ่าตัดตอนของราชวงศ์เกาหลีตามที่เคยเห็นในแดจังกึม หรือหมอโฮจุน

ไม่น่าเชื่อว่านักแสดงหนุ่มๆ พวกนี้สามารถตีบทได้กระเจิง ผู้กำกับตาถึงมากในการ Cast ทีมนักแสดงได้อย่างเหมาะสมและลงตัวที่สุด โดยเฉพาะพระเอกที่ต้องแสดงให้เห็นทักษะของการแสดงพื้นบ้านเกาหลีซึ่งผสมผสานกายกรรมได้อย่างน่าทึ่ง (แม้จะมีสตันท์เข้าช่วยบ้างก็เหอะ) ซึ่งก็คงต้องฝึกฝนพอสมควรทีเดียว เป็นหนังที่ควรดูเป็นแบบอย่างของการนำเสนอวัฒนธรรมการแสดงดั้งเดิมผสมผสานกับคอนเซปต์รักร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืนและเป็นสากล ที่ชอบมากอีกอย่างคือดนตรีประกอบ โดยเฉพาะ Main Theme ที่บรรเลงได้ไพเราะและได้อารมณ์ของความรู้สึกโรแมนติก แต่เศร้าสร้อย และชวนพิศวงในเวลาเดียวกัน

จริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องนั้นดูเป็นดราม่ามากก...เหมาะจะเป็นละครเวทีมากกว่า ต้องชมผู้กำกับที่สามารถนำมาเสนอเป็นหนังในรูปแบบ Realistic ได้เก่ง จนคนดูเชื่อว่ามันเกิดขึ้นได้จริง จังหวะจะโคนของหนังและการแสดงที่แม้จะออกสไตล์พีเรียดอยู่ ก็ทำได้กลมกลืนน่าทึ่ง นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่ผู้กำกับไทยควรศึกษา เป็นหนังดีที่ไม่ต้องปีนกระไดดู หรือซับซ้อนกันชนิดต้องตีความกันหัวทิ่ม ให้ทั้งความบันเทิง อิ่มเอม และเป็นคติเตือนใจได้เป็นอย่างดี ( ว่า...รักใครชอบใคร จงรีบกระโจนใส่...อย่าปล่อยให้เสียของนะจ๊ะ)
โดย: Bkkbear (Bkkbear ) วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:7:17:25 น.
  
วิเคราะห์ได้ดีจังค่ะ เราชอบเรื่องนี้มากเหมือนกัน โดยเฉพาะการแสดงของนักแสดงนำทั้ง 3 คน แต่ที่ต้องขอชมเป็นพิเศษ คือ อีจุนกิ เพราะว่าถ่ายทอดตัวละครนี้ได้ดี และไม่มีชอตไหนเลยที่รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชาย เหมือนกับเขาเป็นผู้หญิงที่บอบบาง ดูน่าทะนุถนอมยิ่งกว่าผู้หญิงแท้ ๆ ซะอีก แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันฝืนเลยซักนิด ดูไปก็รู้สึกอิจฉาในความอรชรอ้อนแอ้นอยู่เนือง ๆ แปลกดี

อีกเรื่องคือ หนังค่อย ๆ เปิดเผยถึงความเป็นมาของตัวละครมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเรายังแอบสงสารพระราชาไปด้วยไม่ได้ แล้วก็ชอบที่คุณรีวิวความสัมพันธ์ของตัวละครได้ดี สำหรับเรามันเกินกว่าคำว่า เรื่องทางชู้สาวนะ แล้วจริง ๆ มันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ความรักที่ไม่ได้จำกัดด้วยเพศ วัย ฐานะ แต่เป็นความผูกพัน ความเข้าใจในกันและกัน การไปตีความว่าเป็นหนังเกย์แล้วพาลไม่ดูนี่ ก็คล้าย ๆ กับการตัดสินหนังสือจากปกไงไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ตัวหนังน่าสนใจมาก และมีคุณค่ามากกว่านั้นเยอะ อีกอย่างหนังก็สะท้อนวัฒนธรรมเกาหลียุคนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี
โดย: blossomblue IP: 124.120.131.158 วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:11:12:55 น.
  
ไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมเลยค่ะ
เพราะที่คุณเขียนออกมา ดีมากๆ อย่างที่สุด และเห็นด้วยทุกประการ

หนังเรื่องนี้ เป็นหนังเกาหลีเรื่องแรกที่ดู และหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
ทุกวันนี้ยังเอาขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำอีก (ดูก่อนที่จะเข้าในเมืองไทย และแน่นอนว่า เมื่อเข้ามาฉายที่โรงเมืองไทย ก็ไปดูอีกเช่นกัน)

เป็นหนังในดวงใจเลยค่ะ
โดย: มองฟ้า IP: 203.185.134.4 วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:13:51:01 น.
  
ชอบมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังเอง

นักแสดง หรือแม้แต่ฉาก ทุกอย่างโอเคมาก ๆ

เสียแต่ว่าประเทศไทยให้การโปรโมทได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ไม่สมกับที่เป็นหนังดีเด่นของเกาหลีเลยค่ะ ได้ดูเป็นซับอิ้งก่อน แล้วก็ต้องตามหาดูซับไทย

ไม่แปลกใจสักนิดที่หนังเรื่องนี้จะได้รางวัลมากมาย และเป็นที่นิยมทั้งในเกาหลี ญี่ปุ่น หรือไต้หวัน
เสียดายกับประเทศไทยจริงๆ นะค่ะ ที่ไม่ยอมให้การสนับสนุนกับหนังเรื่องนี้

ถ้าจะให้คะแนนกับหนัง ขอบอกว่า เต็มสิบ ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบค่ะ

ไม่เสียใจที่ได้ดูค่ะ แล้วก็อยากให้ทุกคนได้ดูด้วย
ทีมงานคัดนักแสดงได้ดีมากค่ะ ชอบตรงกองกิลนี่แหละค่ะ เล่นได้ดีมากเลย แล้วก็สมควรแก่การได้รับรางวัลของนักแสดงด้วย อีจุนกิ อยากให้จำชื่อนี้กันไว้นะค่ะ คิดว่า ผู้ชายคนนี้อนาคตไกลแน่นอนค่ะ ^^
โดย: ju_on IP: 58.9.1.153 วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:15:07:25 น.
  
ขอบคุณสำหรับบทวิเคราะห์ดีๆ ครับ

ส่วนตัวชอบคัมอูซอง ที่เล่นเป็นจางเซ็งน่ะครับ (เกือบลืมไปว่าเคยดูเขาแสดงเรื่อง R-Point มาก่อนแล้ว) แต่อีจุนกีและชองจินยอง (พระราชา) ก็เล่นได้ดีมากจริงๆ คอยลุ้นรางวัลใหญ่ๆ ให้หนังเรื่องนี้ปีหน้าครับ

อ้อ ซื้อ "หนังสือรัก" มาอ่านแล้วนะครับ นำมาเผยแพร่ถึงเมืองจีนด้วย
โดย: absent-minded IP: 222.212.96.111 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:14:56:53 น.
  
อ่านแล้วทำให้อยากไปหยิบมาดูเลยค่ะ ทั้งๆที่มีอยู่แล้วไม่ได้เปิดดูซะที
โดย: Gigi IP: 58.10.158.78 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:10:46:09 น.
  
ชอบเรื่องนี้ค่ะ อยากดูอยู่นานพอดูจบแล้วรู้สึกดีมากๆ สองตัวตลกเขาสื่อถึงกันด้วยการเล่นละครตลอดเลย ถึงจะโกรธกันแค่ไหนแต่ก็เล่นด้วยกันได้ดีเสมอ เหมือนเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้ด้วยกัน โลกของเขาคือละครจริงๆ และเป็นโลกที่เขามีความสุขด้วยกันที่สุด
ประเด็นการเมืองก็ดีนะ คล้ายๆกับจีน ที่ใช้งิ้วมาเล่นแฝงการเมือง อ้อ เรานึกถึงเรื่อง fairwell to my concubine ด้วยแฮะ
พระราชาก็น่าสงสารนะ กองกิล มองเห็นความอ่อนแอของพระราชาก็เลยปฏฺเสธไม่ได้
เด๋วจะไปแวะชมหนังสือนะคะ
โดย: จังไม IP: 125.25.10.123 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:21:59:56 น.
  
ขอมองในมุมของลอริเอะหน่อยนะคะ คิดว่าถูกแล้วที่มีโรงฉายน้อย เพราะหนังเป็นหนังมีเนื้อหาที่ค่อนข้างล่อแหลมในการฉายเกี่ยวกับดอกไม้ตุดส์แต๋วกระเทยพลาสติก อันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ลองนึกดูสิ ถ้าเด็กผู้ชายแท้แท้เห็นหนังแล้ว คิดว่าการที่ทำตัวชอบรักผู้ชาย หรือที่เรียกสั้นสั้นว่า เสพถั่วดำเป็นสิ่งปกติขึ้นมาละอะไรจะเกิดขึ้น ปัญหาสังคมก็จะเกิดตามมามากมาย ไม่ว่า ผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น หรือปัญหาโรคเอดส์ ปัญหาการทะเลาะตบตีวิวาท เมื่อชายกับชายหึงหวง แค่นึกสภาพก็อกสั้นแล้วละคะ
โดย: เพชรเจ็ดสีมณีเจ็ดแสง IP: 163.1.181.229 วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:15:39:13 น.
  
^
^
อกสั้นเลยเหรอคะ ยังงั้นแย่แน่เลยค่ะ
ตุ๊ดแต๋วแล้วผิดตรงไหนคะ เดือดร้อนสังคมเหรอ (เบื่อพูดประโยคนี้จัง) อย่าใช้คำดูถูกคนอื่นสิคะ
ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยมและได้อารมณ์มากเลยค่ะ อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ที่จริงโหลดดูไปหลายรอบแล้วค่ะ ร้องไห้ไปหลายรอบ คิดว่าถ้ามีแผ่นแท้ออกก็ดีน่ะสิจะได้อุดหนุนหนังดีๆแบบนี้ค่ะ
หนังสือรักของคุณ เพื่อนของเราปลื้มมากๆ เอามาคะยั้นคะยอให้เราอ่านด้วยค่ะ เราชอบมากเลย เขียนเก่งค่ะ
โดย: Giffy IP: 203.113.80.139 วันที่: 6 มกราคม 2550 เวลา:0:45:51 น.
  
ดูมาแล้วค่ะ (ที่มหาลัย)
อาจจะเพราะเราอ่านสปอลย์มาก่อนด้วยล่ะมั้ง (แต่ไม่ได้อ่านแบบละเอียดนะคะ) เลยรู้สึกว่ามันไม่สนุกเท่าที่คาดหวังเอาไว้
แต่หนังดีมากๆ เลยค่ะ ชอบ...


ฉากที่จุนกิกรีดเลือด....เศร้าจับใจเลยค่ะ
โดย: a r i t s u m e m o o n IP: 161.246.1.33 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:2:16:10 น.
  
ชอบอีจุนกิมากกกกกก
เขาเล่นหนังเก่งมากกกเลย
โดยเฉพาะเมื่อเขาร้องไห้ สวยมาก
ทำให้ฉันก็ร้องด้วยแล้ว
อยากพบแฟนคลับของจุนกิ
ฉันก้อคือแฟนคลับจุนกิเหมือนกันนะ
dominic-thai@hotmail.com
โดย: แจน IP: 202.129.36.162 วันที่: 28 มกราคม 2550 เวลา:2:18:26 น.
  
ตอนนี้มีใช้เช่าตามร้านแล้ว แผ่นแท้ ด้วยฮับ และคาดว่ามีแผ่นแท้ขายตามแผงด้วย เพราะที่ร้านเช่ามีให้เช่าแล้ว
โดย: เอวันกะบีทู IP: 58.9.2.45 วันที่: 13 มีนาคม 2550 เวลา:13:28:47 น.
  
ป้าขอaddเปนเพื่อนบ้านด้วยคนนะคะ

ขอบคุณมากๆนะคะ
โดย: ป้าหู้เองค่ะ (fifty-four ) วันที่: 13 มีนาคม 2550 เวลา:14:27:07 น.
  
มาลงชื่อ เป็นแนวร่วมด้วยอีกคนค่ะ
เพิ่งมีโอกาสได้ดู พอดูจบแล้ว..อึ้งค่ะ
พล็อตดี บทดี แคสติ้งดี แอคติ้งดี กำกับบท+กำกับศิลป์+คอสตูม+ซาวแทรกท์ ฯลฯ ดีเยี่ยมไปหมด หลังจากได้ดูแล้วประทับใจมาก รู้สึกอิ่ม..บอกไม่ถูก
ของเค้าดีจิงๆ อยากให้ของเราพัฒนาได้อย่างเค้าบ้างจัง
โดย: i am IP: 203.154.81.4 วันที่: 15 มีนาคม 2550 เวลา:11:55:20 น.
  
ดู DVD เมื่อคืน แล้วชอบมากๆ (มันช่างละเมียดละไม และนุ่มนวล)
เรื่องความรักของทั้งสองตัวละครมันพ้นข้ามเรื่องเพศไปแล้วจริงๆ ซึ่งไม่น่าแปลกว่าทำไมทั้งสองถึงรักกัน และรู้สึกแทนกันและกันขนาดนั้น เพราะว่าชีวิตเค้ามีกันแค่ 2 คน จริงๆ
โดย: มดน้อยพ่นไฟได้ IP: 202.90.116.49 วันที่: 4 เมษายน 2550 เวลา:9:53:53 น.
  
ดูแล้วสนุกดีแสดงกันได้เฉียบมากก
โดย: MORINO IP: 124.120.70.138 วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:27:46 น.
  
ดูมาแล้วคะ ชอบมากๆเลย
เป็นหนังที่ดีมาก
ชอบลีจุนกิมากมายเหมือนผู้หญิงมากๆๆๆๆ
โดย: เมย์ IP: 58.147.124.201 วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:15:05:13 น.
  
ขอติชมหน่อยละกันนะค่ะ
วิจารณ์หนังได้ดี ทำให้คนอ่านเข้าใจเนื้อหาของหนังเรื่องนี้ได้ดี+ให้ข้อคิดดีด้วย
ขอบคุณมากค่า
โดย: saranghaneul IP: 203.151.241.193 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:10:32:28 น.
  
หนังดีมากๆคับ รักตัวหนัง รักตัวละคร แล้วก็รักความรักในเรื่องนี้เหลือเกิน

โดย: เคน IP: 203.113.39.9 วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:20:52:02 น.
  
ชอบมากค่ะ บทและภาพสวยประทับใจ จนต้องหาแผ่น DVD มาดูอีกรอบ หลังจากที่ได้ดูจากทางทีวี (ช่องอะไรจำไม่ได้ ) แบบครึ่งๆ กลางๆ เพราะถูกของมีคมเฉือนซะแทบไม่รู้เรื่อง ...
และก็ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยมาสรุปให้บางประเด็นที่ไม่เข้าใจ ..ได้เข้าใจชัดเจนขึ้น
โดย: WH IP: 203.152.33.18 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:12:40:01 น.
  
ชอบการแสดงของลีจุนกิ เป็นทุนเดิม ก็เลยตามเก็บหนังของเขา
มาอ่านรายละเอียดทำให้เข้าใจมากขึ้น

ขอบคุณค่ะ
โดย: ข้าวเหนียวหมูหวาน IP: 124.120.107.175 วันที่: 22 ตุลาคม 2551 เวลา:17:04:39 น.
  
บรรยายดีมากเลยจ้า
ประทับใจ
หนังเค้าดีจริงๆแหละ
^^
โดย: kim IP: 114.128.118.83 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:26:08 น.
  
ช้าไปหรือเปล่าไม่รู้ที่เพิ่งมาดูเอาป่านนี้..
เห็นด้วยกับคุณคนเขียนค่ะ
เรื่องนี้เป็นหนังที่ดีมากจริง ๆ
เสียดสีตั้งแต่การเมืองการปกครอง จนถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยปีก็ยังเป็นสัจธรรมที่ไม่เปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุด โลกนี้ก็แค่ละครฉากหนึ่งที่เราไม่สามารถเลือกบทเองได้
โดย: ย่งเอ๋อ IP: 58.97.37.61 วันที่: 12 ธันวาคม 2552 เวลา:11:56:50 น.
  
ขอบคุณบทวิเคราะห์ที่แสนงาม
โดย: Junki FC IP: 58.64.86.120 วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:0:24:37 น.
  
หลงรักเรื่องนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
นี่ก็ผ่านมาสิบปีแล้วเราเพิ่งจะได้ดูเรื่องนี้
แต่ของที่มีคุณค่า ดูเมื่อไรก็ยังคงคุณค่าไว้

ยิ่งได้เห็นผลงานต่อๆมาของลีจุนกิแล้วน่าทึ่งมากๆ
ทั้งบทบู๊ บทรันทด เฮฮา บทไหนๆก็แสดงได้กินขาด
ไม่อยากเชื่อว่ากองกิลผู้อ่อนหวาน คือคนเดียวกันที่ได้รางวัลจากการฝึกทหารยอดเยี่ยมชนะทหารเกณฑ์หลายพันคนละเป็นคนดังคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
สิบปีพิสูจน์อะไรได้หลายอย่างจริงๆ
ตอนนี้ชอบลีจุนกิมากๆ ทั้งด้านฝีมือ และตัวตนของเขา
ขอบคุณหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ได้รู้จักลีจุนกิ
โดย: ต้นส้มแสนรัก IP: 171.100.176.229 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:22:19 น.
  
ชอบบทวิเคราะห์นี้ที่สุด
ครอบคลุม กินใจ และสวยงามเช่นเดียวกับหนังเรื่องนี้ค่ะ

ขอบคุณนะคะสำหรับบทความดีๆ
โดย: ต้นส้มแสนรัก IP: 171.100.176.229 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:1:25:00 น.
  
ขอเป็นแฟนคลับ อีจุนกิด้วยคนนะคะ เพิ่งดูซีรีย์เกาหลีเองค่ะ ดูจุนกิ เรื่องแรกคือบัณฑิตรัตติกาล แล้วชอบมากเลยคลิกดูประวัติการแสดง มาเห็นเรื่องนี้ แต่ยังหาดูไม่ได้ แต่จะพยายามต่อไปค่ะ
โดย: wirasiree rung IP: 58.8.155.123 วันที่: 20 มกราคม 2559 เวลา:23:40:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด